ธุรกิจส่วนตัว ต้องกู้เงินด้วยเหรอ ผมไม่เข้าใจ

เริ่มโดย kaisaya, 12 ตุลาคม 2012, 16:22:10

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

969

กู้ๆไปเถอะครับแล้วเอาเงินเราไปลงทุนอย่างอื่น ถ้าสิ่งที่เราเอาเงินเราไปลงทุน ได้กำไรมากกว่าดอกเบี่ยธนาคาร เราก็  win แล้วครับ
ใช้เงินให้เป็นครับ เท่านี้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว

เช่น ลงทุน 10 ล้าน กู้มา 5ล้าน ลงเอง 5ล้าน เหลือเงิน 5 ล้าน เอา 5 ล้านที่เหลือไปทำอย่างอื่น ทำ 2 อย่างกระจายความเสี่ยงครับ
:wanwan019:
articlebuilder โปรแกรมส้รางบทความภาษาอังกฤษ มีใครสนใจจะใช้ไม่ครับเปิดแชร์ให้ ใช้ได้ 1 ปี รับแค่ 2 คน จ่ายเพียงคนละ 3000 บาทใช้ได้ 1 ปีครับ จากราคาเต็มปีละ $297 สนใจ PM

เนื่องจาก Mail โดนให้ยืนยันตน ecommerce94@ฮอตเมล.com แต่ผมทิ้งเบอร์โทรที่ใช้กับเมลนี้ไปแล้วตอนนี้เลยใช้ไม่ได้ให้ติดต่อที่เมลใหม่ mybsiz@เอ้าลุค.com (outlook) นะครับ ไม่ได้ค่อยตอบ pm ให้ติดต่อผมที่ Mail ที่แจ้งเลยครับ

tupupe

อ้างถึงจาก: Venice ใน 12 ตุลาคม 2012, 22:25:46
การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐครับ

:P


คิดเหมือนกัน  อย่าเป็นหนี้เลย ถ้าไม่จำเป็น  อิ ๆ  ประสพการณ์ตรงโดนกับตัวมาแล้ว  เครียดสุด ๆ

chaip


adsene5438


kiraoji

ถ้ามีเงินพอ  ไม่ต้องกู้สะบายใจสุด  :-[

อย่างเจ้าของ netdesign  ตอนทำธุระกิจใหม่ ๆ ก็ใช้ทุนตัวเอง  (ผมอ่านในหนังสือเขามา)

kangtung

นักธุรกิจ มักจะมีคำพูดว่า "เงินกู้ ดีกว่าเงินกู" ใ้หสถาบันการเงินเป็นผู้แบกรับภาระความเสี่ยง สถาบันการเงินมีรายได้จากดอกเบี้ยเงินกู้
กู้เงินมาใช้ลงทุน ก็จะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย
เอาเงินตัวเองมาลงทุนถ้าล้มเงินหายหมด แต่ไม่มีต้นทุนดอกเบี้ย
นักธุรกิจ ที่ชอบความเสี่ยงในการลงทุน มักจะไม่ยอมจดทะเบียน ไม่ช่พะวงเรื่องสินสมรสหรอก แต่!!! ป้องกันเวลาธุรกิจท่าจะแย่ โดนฟ้องล้มละลาย สินทรัพย์เป็นชื่อภรรยาไม่เกี่ยวข้องกันไม่โดนยึดขายทอดตลาด หุหุหุหุๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


หุหุ เรื่องตลกนะ คลายเครียด อย่าเชื่อมาก

adsene5438

อ้างถึงจาก: kangtung ใน 13 ตุลาคม 2012, 08:31:51
นักธุรกิจ มักจะมีคำพูดว่า "เงินกู้ ดีกว่าเงินกู" ใ้หสถาบันการเงินเป็นผู้แบกรับภาระความเสี่ยง สถาบันการเงินมีรายได้จากดอกเบี้ยเงินกู้
กู้เงินมาใช้ลงทุน ก็จะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย
เอาเงินตัวเองมาลงทุนถ้าล้มเงินหายหมด แต่ไม่มีต้นทุนดอกเบี้ย
นักธุรกิจ ที่ชอบความเสี่ยงในการลงทุน มักจะไม่ยอมจดทะเบียน ไม่ช่พะวงเรื่องสินสมรสหรอก แต่!!! ป้องกันเวลาธุรกิจท่าจะแย่ โดนฟ้องล้มละลาย สินทรัพย์เป็นชื่อภรรยาไม่เกี่ยวข้องกันไม่โดนยึดขายทอดตลาด หุหุหุหุๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


หุหุ เรื่องตลกนะ คลายเครียด อย่าเชื่อมาก

ลมบนฟลูก ครับ ตอนนี้จะขาดอายุความแล้ว ก็มีครับ

alert

อ้างถึงจาก: hamakura ใน 12 ตุลาคม 2012, 23:30:50
อ้างถึงจาก: ztomnoiz ใน 12 ตุลาคม 2012, 16:59:33
ตามความคิดผมนะครับ มีคนบอกมาว่า ถ้าแน่ใจว่าธุรกิจเราไปได้แน่ๆ กู้มาครึ่งนึง แล้วเอาเงินเราลงครึ่งนึงครับ

เพราะ ผมมุติเรามีเงิน 500,000 เจอ ตึก หลังนึงราคา 500,000 เราขายได้ 800,000 เรากำไร 300,000

ถ้าเราลง 250,000 + กู้ 250,000 ขาย 800,000 เรา กำไร 550,000

แบบนี้อะครับ ที่พวกนักธุรกิจเขาถึงไปกู้เงินมาซื้อสินทรัพย์ พวกอสังหา อะครับ

กู้ 250,000 เราก็ต้องคืนเค้า 250,000 แถมเสียดอกอีก กำไร 300,000 เท่าเดิมเผลอๆได้น้อยกว่าลงมานิดเพราะเสียค่าดอก ผมเข้าใจถูกไหมครับ รึผมมึน :wanwan006:

ผมว่าไม่ใช่แบบนี้นะ เค้าคิดแบบนี้มากกว่า

ลง 5 แสน ได้ 8 แสน กำไร 300,000 บาท เท่ากับ 60% ของทุน

ลง 250,000 + กู้ 250,000 ขาย 800,000 เรา กำไร 300,000 บาท เท่ากับ 120% ของทุน ครับ

ทำให้เราสามารถ ลง 250,000 ได้ 2 รอบในช่วงเวลาเดียวกันครับ

แต่ไม่กู้ดีที่สุดแล้วครับ
***** รับซื้อเว็บไซต์สายขาวคุณภาพ  ตั้งแต่ 500-30,000 uip มี traffic มาจาก Google  และไม่เคยโดนแบน adsense  เสนอราคามาทาง pm ได้เลยครับ *****

thaiga

ถ้าไม่คิดขยายก็ไม่ต้องกู้ครับ  แบบพอเพียงไม่เดือดร้อน

เอารวยเร็วๆ ก็ต้อง ลงทุนสูงๆ
ซึ่งถ้าเงินเราเิองจะกล้าลงทุนไหม
แล้วถ้าเกิดเรากู้ ยังไงเราก็ต้องทำ เพราะกู้มาแล้ว  :wanwan023:

ผมคิดว่า เกือบทุกธุรกิจใหญ่ๆ มีโรงงานเป็นสิบๆ กู้ทั้งนั้นครับ
เพราะเครื่องจักรเครื่องกลที่ใช้งานกัน เครื่อง 20-30ล้าน  :wanwan009:

Hosaki

อ้างถึงจาก: ~สายลม~ ใน 13 ตุลาคม 2012, 00:24:27
ลองหาตำราวิชาบัญชีขั้นสูงมาศึกษาดูครับ จะรู้ว่า บางครั้งการกู้เงินก็ได้ประโยชน์กว่าการใช้เงินตัวเอง หมายถึง ประโยชน์เป็นเม็ดเงินจริงๆเลยนะครับ ไม่ใช่การกระกายความเสี่ยง

เช่น การลงทุนเอง 10 ล้าน กับการลงทุนเอง 5 ล้าน กู้เงินอีก 5 ล้านมาลงทุน ก็ต่างกันแล้วครับ

ถ้าเราแสดงให้ธนาคารเห็นได้ว่า เรามีเงินมากกว่า 10 ล้าน ไม่มีความจำเป้นต้องกู้แม้แต่น้อย แต่เราต้องการกู้เพื่อให้กิจการมีหนี้สินเฉยๆ แบบนี้ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยต่ำกว่าปกติครับ

ซึ่งหนี้สินตรงนี้สามารถนำมาหักรายได้ของบริษัทได้ครับ เพราะถือว่าเรามีหนี้ที่ต้องจ่าย

ผมไม่ลงรายละเอียดนะครับ ลองหาอ่านดู

แต่บอกแค่ว่า โดยรวมแล้วการกู้เงินมาร่วมลงทุนจะทำให้เราเสียภาษีปลายปีน้อยกว่าการใช้เงินตัวเองครับ แม้ว่าต้องจ่ายดอกเบี้ยก็ยังคุ้มกว่าครับ

ปล. ไม่ได้สนับสนุนให้เลี่ยงนะครับ แต่กฎหมายมันเป็นแบบนี้จริงๆ


เรื่องนี้ผมว่าน่าสนใจมาก  :wanwan017: :wanwan017:
ไม่มีใครบอกให้คุณเลิกทำในสิ่งที่คุณฝันได้ นอกจากตัวคุณคนเดียว

vista_big

ไม่มีใครใช้เงินตัวเองลงทุนหรอกครับ ในแง่ของธุรกิจ เนื่องจากหากมีการขาดทุน หรืออะไรสักเรื่อง สถาบันการเงินก็จะเป็นหนี้เน่าซะเอง แต่เราก็จะโดนฟ้อง ซึ่งทุกรายจะยอมโดนฟ้องล้มละลายเอง แต่เรา ยังมีเงินสำรองเราไว้อยู่ดีในชื่อของคนอื่น และสามารถนำเงินกู้ไปลดดอกเบี้ยได้ และ ถ้าเราผ่อนจ่ายธนาคารตรงตลอดเวลา  เวลาเราไปขอสินเชื่อที่ไหนเพิ่มได้ ในกรณีของการหมุนเงินธุรกิจของตัวเองให้รอดนั้น ก็สามารถทำเพิ่มได้ 3 เท่า 5เท่าของหลักประกัน(บสย ค้ำ)
เหมือนกับที่พวกบริษัท มหาชน มันไปซื้อที่ดิน มันก็เอาเงินในตลาดหุ้นนะแหละไปซื้อ เพราะมันเจ๊ง มันก็เจ๊งโดยตัวมันเอง เท่านั้น ฮ่าๆๆๆๆๆ คร่าวๆเท่านี้แหละครับ

Uzumaki Naruto

เงินลงทุนเป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจ
นำมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน หรือลงทุนเครื่องจักรหรือสินค้าเพิ่มเติม
แต่เราก็ต้องวางแผนบริหารเงินทุนที่ดีและรัดกุมด้วยครับ


:wanwan020:

talon

อ้างถึงจาก: vista_big ใน 13 ตุลาคม 2012, 10:24:58
ไม่มีใครใช้เงินตัวเองลงทุนหรอกครับ ในแง่ของธุรกิจ เนื่องจากหากมีการขาดทุน หรืออะไรสักเรื่อง สถาบันการเงินก็จะเป็นหนี้เน่าซะเอง แต่เราก็จะโดนฟ้อง ซึ่งทุกรายจะยอมโดนฟ้องล้มละลายเอง แต่เรา ยังมีเงินสำรองเราไว้อยู่ดีในชื่อของคนอื่น และสามารถนำเงินกู้ไปลดดอกเบี้ยได้ และ ถ้าเราผ่อนจ่ายธนาคารตรงตลอดเวลา  เวลาเราไปขอสินเชื่อที่ไหนเพิ่มได้ ในกรณีของการหมุนเงินธุรกิจของตัวเองให้รอดนั้น ก็สามารถทำเพิ่มได้ 3 เท่า 5เท่าของหลักประกัน(บสย ค้ำ)
เหมือนกับที่พวกบริษัท มหาชน มันไปซื้อที่ดิน มันก็เอาเงินในตลาดหุ้นนะแหละไปซื้อ เพราะมันเจ๊ง มันก็เจ๊งโดยตัวมันเอง เท่านั้น ฮ่าๆๆๆๆๆ คร่าวๆเท่านี้แหละครับ


ถูกต้องตามนี้ครับ
มีคนเคยสอนวิธีพวกนี้ให้ผม ตั้งแต่วิธีการกู้ จนถึง วิธีการล้ม
จริง ๆ มันก็ล้มเองแหละครับ แต่ถ้าล้มเป็น มันพอจะเหลือสัก 70-80 M
ไม่ใช่น้อยเลยนะครับ

"ร่ำรวยจากความเดือดร้อนของผู้อื่น" มันไม่สนุกครับ
แล้วมันก็ "ไม่สุข" ด้วย

คนเราอยากรวย หรือว่าอยากมีความสุข กันแน่หนอ
สำหรับตัวผม ผมได้คำตอบมานานมากแล้วครับ
ไอ้ที่เขาสอน ผมเลยพยายามลืม ๆ มันไป 5555
[direct=http://www.ทัวร์แชงกรีล่า.com]ทัวร์แชงกรีล่า[/direct] [direct=http://www.จิ่วจ้ายโกว.com]จิ่วจ้ายโกว[/direct] [direct=http://www.เที่ยวกระบี่.net]กระบี่[/direct] [direct=http://www.แชงกรีล่า.com]แชงกรีล่า[/direct]

kaisaya


patcharapong

 :wanwan017: :wanwan017: เติบโตช้าแต่ยั้งยืน กับโตเร็วแต่ต้องยืนเขย่งขา วันไหนปวดขาเมื่อยล้า ขึ้นมาจะลำบาคมากๆครับ  :wanwan017: :wanwan017:
[direct=http://www.fashionintrends.com][/direct]
[direct=http://www.fashionintrends.com]ขายส่งกระเป๋าแฟชั่น กระเป๋าขายส่ง ผลิตจากโรงงานไม่ผ่าน สำเพ็ง[/direct]

Mr.Blogger

ก่อนจะกู้ก็อย่าลืมคิดถึง
ตอนที่ธุรกิจได้ผลลัพธ์ไม่เป็นดังหวัง
หรือประสบปัญหาขาดทุน ด้วยนะครับ
ว่าจะหาเงินมาชำระที่กู้เค้ามายังไง

อย่าอิงตำรามากคับ ดูความเป็นจริงด้วย
Keywords ที่ปิดการขายได้ง่าย!
Keywords ที่ทำ SEO ได้ง่าย!!
ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไง ..
[direct=https://buyerkeywordsblueprint.com]>>คลิกตรงนี้!![/direct]

sanak

ธนาคารจะให้คุณยืมร่มในวันที่ฝนไม่ตกครับ

cr.คำคมในfb

trudy

เราก็เจอเหมือนคุณ พอดีขายของใน อีเบย์ ลูกต้าโอนเงินผ่าน western union เราก็เอาเงินไปขึ้นที่ bank กรุงศรี ทาง Financial Officer เขาก็ถามเราว่า พี่จะเอาเงินทุนไป 5-10ล้านไหม เราบอกเราไม่เอา แต่แค่นี้พี่ก็พอใจแล้ว
คุณรำญเราก็รำคาญพวกติดค่อขอให้กู้เงินเหมือนกัน พนักงานธนาคาร เล่าให้ฟังว่าธนาคารแต่ละธนาคารที่มีสาขาย่อยมีพนักงานประมาณ 7 คน ต้องหาลูกค้าเพิ่มให้ทำบัตรเครดิต หรือกู้เงิน ให้ได้ยอด อย่างน้อบ 10ล้านบามต่อเดือน ไม่งั้น สาขาย่อยนี้จะถูกปิด ทุกคนๆจะถูกพัฒนาให้เป็น sellขายของให้หมดแม้ในยามที่คุณจะฝากเงินหรือถอนเงิน :wanwan035: :wanwan035:
รับส่งด่วนสินค้าไป USA ราคาถูก รับแก้ปัญหา eBay&Paypal บริการเปิดบัญชี  สร้าง Feedback แก้ Suspension
บริการ แก้ปัญหา Paypal Limit และปลด Limit Sales จาก eBay รับเขียน Title & Product Description

ongzzz

ลงทุนทำอะไร มีเงินสดก็ไม่ต้องไม่มีก็กู้
[direct=http://www.thegreensunflower.com]เมล็ดทานตะวัน[/direct]

designshop

เรื่องกู้ หรือไม่กู้ ก็อยู่ที่ความจำเป็นว่ากิจการเราต้องการเพิ่มทุนหรือไม่

ถึงแม้ธนาคารจะโทรมาชักชวนเรา ให้เขียนแผนธุรกิจ เพื่อยื่นกู้
แต่ถ้าเราเขียนไปแล้ว ธนาคารประเมินว่า แผนธุรกิจนี้ ไม่สามารถสร้างผลกำไรให้กิจการคุณได้ ธนาคารก็ไม่ปล่อยกู้อยู่ดี

การที่ธนาคารให้กู้ ก็เหมือนเรา ให้เงินเพื่อนยืม เราก็ต้องดูว่าเพื่อนเราคนนี้ ถ้ายืมเราไปแล้วจะมีปัญญาคืนเราหรือไม่
ธนาคารเค้าจะมีมาตรการในการปล่อยเงินกู้ เพื่อให้เกิดหนี้ NPL น้อยที่สุด

นักธุรกิจหลายคน ก็เริ่มต้นธุรกิจด้วยการเขียนแผนธุรกิจไปเสนอธนาคาร แล้วก็นำผลกำไรส่วนนึง มาผ่อนจ่ายกับธนาคาร

เรื่องกู้มันไม่น่ากลัวอะไรขนาดนั้นหรอกครับ เพราะตราบใดที่คุณยังมึนๆ เขียนแผนธุรกิจไม่เป็น หรือไม่รู้จะเอาเงินที่กู้มาไปใช้ทำอะไร ธนาคารก็ไม่ให้กู้อยู่ดีครับผม

ส่วนใครที่คิดว่ายังไม่ต้องการเพิ่มทุนตอนนี้ และคิดว่ายังไม่ต้องกู้ ก็ไม่ต้องกู้ครับ เพราะไม่จำเป็นต้องสร้างหนี้  :wanwan017: