มีใครขายของแฟชั่น แล้วลง Facebookads แล้วขาดทุนบ้างครับ

เริ่มโดย pscreative, 24 พฤษภาคม 2014, 23:55:30

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

pscreative

มีใครขายของแฟชั่น แล้วลง Facebookads แล้วขาดทุนบ้างครับ ได้แต่ like แต่นานๆจะซื้อที จนไม่คุ้มกับการลงโฆษณา แต่พอดีไปอ่านเจอที่ไหนซักที่จำไม่ได้ ว่า คนที่เปิดร้านใหม่ๆ ลงโฆษณา Facebookads แต่ขาดทุน แล้วเขาก็ยังลงไปเรื่อยๆถึงแม้จะขาดทุน เพื่อให้ได้ like อยากถามความเห็นเพื่อนๆครับ ถ้าสินค้าที่เราขายเนี่ย พึ่งเปิดร้านใหม่ๆเลย ลงโฆษณาวันละ 300 บาท มาได้ประมาณ 1 - 2 อาทิตย์ แต่หักล้างกำไรแล้ว ขาดทุนแค่ 2 - 3 ร้อยบาท พูดง่ายๆ ขาดทุนนิดหน่อย แบบนี้ควรลงต่อไปมั้ยครับ

tonrvs21

ถือว่าประสบความสำเร็จครับ หักล้างแล้วขาดทุนแค่ 2-3 ร้อยบาท อย่าลืมนะครับเราได้ไลค์คุณภาพ และที่สำคัญค่อยๆลดการโปรโมทลงแล้วดูยอดจะดีกว่าครับ
ว่าได้เท่าเดิมหรือน้อยลงตามถ้าเป็นไปได้ดูสินค้าเราด้วยครับว่ากำไรที่ได้คุ้มกับค่าโฆษณาหรือไม่ บางเจ้าขาดทุนเป็นหมื่นต่อเดือนแต่ก็ยังทำไปเรื่อยๆครับ เพราะว่ามีผลต่อการสร้างแบนด์ตัวเอง

RealLyGod

ขาดทุนแค่นี้ถือว่า คุ้มสุดๆ ครับ กับการสร้าง ฐานที่มั่นคงในอนาคต คิดซะว่า เหมือนเอาเงินไปจ้าง like แต่ ได้ like ที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย และ เป็น like คุณภาพ

july8329

• [direct=http://goo.gl/fXfTto]โฮสถูกแค่ 277บาท/ปี การันตีคุณภาพ[/direct]

cmteashop

ผมไม่ได้ขายของแฟชั่น แต่ผมว่าคุ้มครับ ระยะยาวต่อไปจะเป็นกำไรแน่ๆครับ  :wanwan003:
ขายส่งชาสมุนไพร http://www.chiangmaiteashop.com รับบรรจุชาทำเป็นแบรนด์ลูกค้า
รับสมัครตัวแทนจำหน่าย Dropship ชาดีท็อกซ์ สลายไขมัน http://www.imteadetox.com
โปรโมทธุรกิจ ลงประกาศฟรี http://www.promotethaibiz.com

BrainFreeze

แลกมากับไลค์ตรงกลุ่มเป้าหมาย
ลูกค้าซื้อแล้วถ้าของเราดี ก็มีโอกาสซื้อซ้ำครับ
# จัดไป Promo Code ลด 11% : THAISEOBOARD
# [direct=https://www.hostatom.com]hostatom.com[/direct] |โฮสอะตอม - เว็บโฮสติ้งที่ Webmaster มืออาชีพไว้วางใจ
# [direct=https://www.hostatom.com/web-hosting]Web Hosting[/direct] | [direct=https://www.hostatom.com/cloud-vps]Cloud VPS[/direct] | [direct=https://www.hostatom.com/reseller-hosting]Reseller Hosting[/direct] | [direct=https://www.hostatom.com/domain-name]Domain Name[/direct]
# บริการ 24x7 | รับประกันความพอใจยินดีคืนเงิน | Uptime 99.9% | โทร : 0-2107-3466


trudy

ไม่ควร
ของพี่ like ไม่ถึง 10 คน ซื้อของทั้งหมดราคา $1000
ขายไปแล้ว
ส่งของใส่นามบัตร link facebook กับ instargram
พี่หาลูกค้ากระเป๋าหนักเจอใน eBay
FB ของพี่เขียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด

หา Potential Customer นะคะ
ลูกค้าซื้อไปขายต่อ
รับส่งด่วนสินค้าไป USA ราคาถูก รับแก้ปัญหา eBay&Paypal บริการเปิดบัญชี  สร้าง Feedback แก้ Suspension
บริการ แก้ปัญหา Paypal Limit และปลด Limit Sales จาก eBay รับเขียน Title & Product Description

atzcret

น่านจิ
เราก็ว่าไม่คุ้มนะ หากได้แต่ Like ไม่ได้ขายขายอ่า
อย่างน้อยควรได้ยอดขายมา พอให้ได้ค่าลง ads ก็ยังดี

ลองปรับ ads ดีมั๊ย
หากมีคนมาซื้อของ เดี๋ยวเค้าก็ Like เอง ^^
สูงเกิน 250 pixel

SEOlism

 :wanwan044:ขอเม้าด้วยคน

อยากแสดงความเห็นเรื่อง การลงโฆษณากับเฟสบุ๊คครับ ส่วนว่าจะขายได้มากน้อย บอกไม่ได้ครับ คือ...
1. ถ้าลงโฆษณาแบบทำเอง ไม่ได้เจาะเข้าใกล้กลุ่มผู้มุ่งหวังพอ โอกาสที่ยอดขายจะเกิดก็น้อยตามไปด้วย
อธิบายเพิ่ม เนื่องจากเฟสบุ๊ค ให้เราสามารถกำหนดกลุ่มผู้มุ่งหวังได้ก็จริงอยู่ แต่ผมถือว่ายังกว้างไปสำหรับ คนขายของโดยเฉพาะคนที่อยู่ใน thaiseoboard แห่งนี้ เพราะเราจะได้แค่กลุ่มคนที่เราคิดว่าน่าจะเป็นลูกค้า หรือบ้างก้อคิดว่าได้ไลค์คุณภาพ แต่สำหรับผม มันไม่ได้การันตีว่ามันคุ้มค่าการลงทุนที่สุดแล้ว เพราะอย่าลืมว่าบางคนที่กดไลค์ อาจชอบสินค้า หรือสนใจสินค้า แต่ยังไม่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้า เราก็จะได้ไลค์เท่านั้น และรอว่าวันหน้าเค้าจะซื้อสินค้าของเรา

2. การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของผมให้มาก ถึงมากที่สุด สามารถทำได้โดยแนวทางคร่าวๆประมาณนี้ครับ
การใช้โปรแกรมเก็บไอดีผู้ใช้โดยตรง โดยเข้าไปค้นหาเพจที่มีสินค้าประมาณเดียวกับสินค้าของเรา และมียอดไลค์เยอะๆ พร้อมยอด talking about เยอะๆด้วย อย่างน้อยที่สุด 10%ของยอดไลค์ เพราะนั่นแสดงว่าแฟนเพจนั้นๆมีกลุ่มลูกค้าจริงๆ ไม่ได้ปั๊มไลค์ หรือเค้าทำโฆษณามาแล้ว กลุ่มผู้มุ่งหวังได้ถูกคัดสรรมาแล้ว เราไม่ต้องไปทำซ้ำสเตปนี้ แต่ให้เก็บไอดีของคนที่ไลค์เพจนี้ทั้งหมด แล้วใช้เป็นข้อมูลในการโฆษณาต่อไป เราจะได้กลุ่มคนที่สนใจสินค้าจริง แต่ถ้าอยากเน้นยอดขายเลย อ่านข้อ 3.

3. นอกจากวิธีในข้อ2.แล้ว ถ้าอยากเข้าใกล้ลูกค้ายิ่งกว่านั้น ให้คุณเลือกเก็บเฉพาะคนที่มีการคอมเม้นหรือกดไลค์โพสต่างๆของเพจในข้อ2. แล้วเอารายชื่อเหล่านั้นไปโฆษณา ความน่าจะเป็น และโอกาสซื้อจะเพิ่มขึ้น ต้นุนเราจะลดลง

อันนี้เป็นแนวคิดของผมนะครับ ผิดพลาดประการใดขออภัยมานะที่นี้ FB/วิธีขายของออนไลน์
:wanwan023:เรียนรู้จากความผิดพลาด รู้จักยอมรับเมื่อเราพลาดพลั้ง
เรียนรู้ที่จะหยุด หรือถอยสักก้าว เพื่อให้ให้เรามีก้าวต่อไป :wanwan016:

kaokame

[direct=http://sakura-g-design.blogspot.com/]รับทำแบนเนอร์ รับทำหัวเว็บ[/direct]

ส|ต็ป|nw

อย่าลืมนะคับ ตอนนี้แฟนเพจเห็นแค่ 0.5 % like มาเยอะ เราโพสสินค้าครั้งนึงก็จะเห็นไม่หมด ^^

tonrvs21

อ้างถึงจาก: SEOlism ใน 25 พฤษภาคม 2014, 10:14:13
:wanwan044:ขอเม้าด้วยคน

อยากแสดงความเห็นเรื่อง การลงโฆษณากับเฟสบุ๊คครับ ส่วนว่าจะขายได้มากน้อย บอกไม่ได้ครับ คือ...
1. ถ้าลงโฆษณาแบบทำเอง ไม่ได้เจาะเข้าใกล้กลุ่มผู้มุ่งหวังพอ โอกาสที่ยอดขายจะเกิดก็น้อยตามไปด้วย
อธิบายเพิ่ม เนื่องจากเฟสบุ๊ค ให้เราสามารถกำหนดกลุ่มผู้มุ่งหวังได้ก็จริงอยู่ แต่ผมถือว่ายังกว้างไปสำหรับ คนขายของโดยเฉพาะคนที่อยู่ใน thaiseoboard แห่งนี้ เพราะเราจะได้แค่กลุ่มคนที่เราคิดว่าน่าจะเป็นลูกค้า หรือบ้างก้อคิดว่าได้ไลค์คุณภาพ แต่สำหรับผม มันไม่ได้การันตีว่ามันคุ้มค่าการลงทุนที่สุดแล้ว เพราะอย่าลืมว่าบางคนที่กดไลค์ อาจชอบสินค้า หรือสนใจสินค้า แต่ยังไม่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้า เราก็จะได้ไลค์เท่านั้น และรอว่าวันหน้าเค้าจะซื้อสินค้าของเรา

2. การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของผมให้มาก ถึงมากที่สุด สามารถทำได้โดยแนวทางคร่าวๆประมาณนี้ครับ
การใช้โปรแกรมเก็บไอดีผู้ใช้โดยตรง โดยเข้าไปค้นหาเพจที่มีสินค้าประมาณเดียวกับสินค้าของเรา และมียอดไลค์เยอะๆ พร้อมยอด talking about เยอะๆด้วย อย่างน้อยที่สุด 10%ของยอดไลค์ เพราะนั่นแสดงว่าแฟนเพจนั้นๆมีกลุ่มลูกค้าจริงๆ ไม่ได้ปั๊มไลค์ หรือเค้าทำโฆษณามาแล้ว กลุ่มผู้มุ่งหวังได้ถูกคัดสรรมาแล้ว เราไม่ต้องไปทำซ้ำสเตปนี้ แต่ให้เก็บไอดีของคนที่ไลค์เพจนี้ทั้งหมด แล้วใช้เป็นข้อมูลในการโฆษณาต่อไป เราจะได้กลุ่มคนที่สนใจสินค้าจริง แต่ถ้าอยากเน้นยอดขายเลย อ่านข้อ 3.

3. นอกจากวิธีในข้อ2.แล้ว ถ้าอยากเข้าใกล้ลูกค้ายิ่งกว่านั้น ให้คุณเลือกเก็บเฉพาะคนที่มีการคอมเม้นหรือกดไลค์โพสต่างๆของเพจในข้อ2. แล้วเอารายชื่อเหล่านั้นไปโฆษณา ความน่าจะเป็น และโอกาสซื้อจะเพิ่มขึ้น ต้นุนเราจะลดลง

อันนี้เป็นแนวคิดของผมนะครับ ผิดพลาดประการใดขออภัยมานะที่นี้ FB/วิธีขายของออนไลน์

สนใจแนวทางที่ 2 กับ 3 ครับ แต่ไอดีที่ได้มาจะโปรโมทยังไงครับ แนะนำด้วยครับ กลัวหาว่าเป็นสแปม

SoldOut

เก็บไอดีจากกลุ่มที่เกี่ยวข้องแล้วยิง ads ผมว่าน่าจะได้ผลที่สุดนะครับ

nonnishop

Like จาก ads สร้างความน่าเชื่อถือเป็นหลัก อย่าหวังพึ่งยอดขายใน Fanpage เลยค่ะ
ทำเวบดีกว่า ความเห็นส่วนตัวนะคะ

:wanwan017:

nopchan

การขายของในเฟส  ปัจจุบันไม่ได้พึ่งจำนวน like กันแล้วถึง like เยอะ แต่คนเห็น 1% มันได้อะไรขึ้นมาบ้าง ต้องไปพึ่งการลงโฆษณาด้วย ads เท่านั้นแล้ว ณ ปัจจุบัน

แต่การโฆษณา ads ในเฟสบุค ไม่สามารถประเมินจากการลงเพียง 200 - 300 บาทได้แล้ว เพราะอย่าลืมว่ายอดเงิน 200 - 300 บาทมีคนเห็น ads แค่กี่คน ถึงจะบิดแบบ cpc ก็ได้เพียงไม่เกิน สองถึงสามพันคนเองที่เห็นโฆษณา และอาจมีคนคลิกดูสักร้อยกว่าคนถึงสามร้อยคน แล้วถ้าสามร้อยสี่ร้อยคนนั้นไม่ซื้อล่ะ เราก็ขาดทุน

แต่ถ้าเปลียนวิธีมองใหม่

สมมุติว่า ลองเปรียบเทียบกันดูระห่าง สองกรณีว่าจะเลือกแบบไหน

นาย ก.

ลงโฆษณาให้คนสามารถมองเห็นโฆษณา 1000 คนต่อวัน มี CTR 4% เท่ากับ 40 คลิก บิดที่ 0.7-0.8 ต่อคลิก วันหนึ่งจ่ายค่า 30 บาทถึง 100 บาท ถ้าจาก 40 คลิกขายได้สัก 0.5% ถึง 1% ก็จะเป็นโอกาสในการขายได้เป็นไม่ถึง 1 คน ก็จะเป็นกรณี อาจขายได้บ้าง ไม่ได้บ้าง สมมุติขายได้ 1 ชิ้น 300-500 บาท ก็ได้กำไรสัก 50 - 100 บาท บางวันขายไม่ได้ ก็จ่ายค่าโฆษณาฟรี

นาย ข.
ลงโฆษณาให้คนสามารถมองเห็นโฆษณา 200,000 คนต่อวัน มี CTR 4%  เท่ากับ 4,000 click บิดที่สัก 0.7 - 0.8 ต่อคลิกเท่ากับวันนั้นจ่ายค่าโฆษณา 3200 บาท ถ้าจาก 4000 คลิกขายได้สัก 0.5% ถึง 1%  ก็จะได้ประมาณ 20 คน เฉลี่ยขายได้ต่อคน 500 บาท ก็ได้ประมาณ 10000 บาทต่อวัน หักต้นทุนและโฆษณาแล้วอาจได้กำไรสัก 1000 - 2000 บาทต่อวันจากการลงโฆษณาไปวันละสามพันกว่าบาทต่อวัน

นาย ค.
ลงโฆษณาให้คนสามารถมองเห็นโฆษณา 1,000,000 คนต่อวัน มี CTR 4%  เท่ากับ 40,000 click บิดที่สัก 0.7 - 0.8 ต่อคลิกเท่ากับวันนั้นจ่ายค่าโฆษณา 32,000 บาท ถ้าจาก 40,000 คลิกขายได้สัก 0.5% ถึง 1%  ก็จะได้ประมาณ 160 คน เฉลี่ยขายได้ต่อคน 500 บาท ก็ได้ประมาณ 80000 บาทต่อวัน หักต้นทุนและโฆษณาแล้วอาจได้กำไรสัก 10000 - 20000 บาทต่อวันจากการลงโฆษณาไปวันละสามหมื่นบาทต่อวัน

แต่ถ้าจะขายได้ 0.5% หรือไม่ขึ้นกับสินค้า และ ตัวคุณเองด้วย  ** ข้างบนเป็นการเปรียบเทียบจากค่าความเป็นไปได้เท่านั้น สินค้าแต่ละตัวย่อมแตกต่างกัน แต่ถ้าพยายามขายให้ได้ 0.5% คุณก็อาจกำไรแล้วเท่านั้นเอง

*** ลองวางแผนการโฆษณากันดูครับ  อันนี้เป็นเพียงตัวอย่าง จริง ๆ นอกจากปริมาณการลงโฆษณา แล้วยังมีเรื่องเนื้อหาโฆษณา ความหน้าสนใจของโฆษณา ตัวสินค้า กำไรจากตัวสินค้า และอื่น ๆ ที่เป็นตัวแปรองค์ประกอบอีกเยอะ ฉะนั้นต้องพิจารณาจากอะไรต่ออะไรอีกหลาย ๆ ด้านประกอบด้วยไม่ใช่ปริมาณโฆษณาเพียงอย่างเดียว

** โชคดีกับการขายสินค้าบนเฟสครับ

Edit : ลืมบอก ว่า ต้องลงโฆษณาด้วยกลุ่มเป้าหมายแบบ custom audiences หากสินค้านั้นเฉพาะกลุ่ม ไม่งั้น 0.5% ก็ได้ไม่ถึงแต่ถ้าสินค้าในชีวิตประจำวัน แค่เลือกเพศ เลือกอายุก็พอ อันนี้ขึ้นกับว่าสินค้าเป็นของกลุ่มไหน

SEOlism

อ้างถึงจาก: tonrvs21 ใน 25 พฤษภาคม 2014, 10:35:16
อ้างถึงจาก: SEOlism ใน 25 พฤษภาคม 2014, 10:14:13
:wanwan044:ขอเม้าด้วยคน

อยากแสดงความเห็นเรื่อง การลงโฆษณากับเฟสบุ๊คครับ ส่วนว่าจะขายได้มากน้อย บอกไม่ได้ครับ คือ...
1. ถ้าลงโฆษณาแบบทำเอง ไม่ได้เจาะเข้าใกล้กลุ่มผู้มุ่งหวังพอ โอกาสที่ยอดขายจะเกิดก็น้อยตามไปด้วย
อธิบายเพิ่ม เนื่องจากเฟสบุ๊ค ให้เราสามารถกำหนดกลุ่มผู้มุ่งหวังได้ก็จริงอยู่ แต่ผมถือว่ายังกว้างไปสำหรับ คนขายของโดยเฉพาะคนที่อยู่ใน thaiseoboard แห่งนี้ เพราะเราจะได้แค่กลุ่มคนที่เราคิดว่าน่าจะเป็นลูกค้า หรือบ้างก้อคิดว่าได้ไลค์คุณภาพ แต่สำหรับผม มันไม่ได้การันตีว่ามันคุ้มค่าการลงทุนที่สุดแล้ว เพราะอย่าลืมว่าบางคนที่กดไลค์ อาจชอบสินค้า หรือสนใจสินค้า แต่ยังไม่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้า เราก็จะได้ไลค์เท่านั้น และรอว่าวันหน้าเค้าจะซื้อสินค้าของเรา

2. การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของผมให้มาก ถึงมากที่สุด สามารถทำได้โดยแนวทางคร่าวๆประมาณนี้ครับ
การใช้โปรแกรมเก็บไอดีผู้ใช้โดยตรง โดยเข้าไปค้นหาเพจที่มีสินค้าประมาณเดียวกับสินค้าของเรา และมียอดไลค์เยอะๆ พร้อมยอด talking about เยอะๆด้วย อย่างน้อยที่สุด 10%ของยอดไลค์ เพราะนั่นแสดงว่าแฟนเพจนั้นๆมีกลุ่มลูกค้าจริงๆ ไม่ได้ปั๊มไลค์ หรือเค้าทำโฆษณามาแล้ว กลุ่มผู้มุ่งหวังได้ถูกคัดสรรมาแล้ว เราไม่ต้องไปทำซ้ำสเตปนี้ แต่ให้เก็บไอดีของคนที่ไลค์เพจนี้ทั้งหมด แล้วใช้เป็นข้อมูลในการโฆษณาต่อไป เราจะได้กลุ่มคนที่สนใจสินค้าจริง แต่ถ้าอยากเน้นยอดขายเลย อ่านข้อ 3.

3. นอกจากวิธีในข้อ2.แล้ว ถ้าอยากเข้าใกล้ลูกค้ายิ่งกว่านั้น ให้คุณเลือกเก็บเฉพาะคนที่มีการคอมเม้นหรือกดไลค์โพสต่างๆของเพจในข้อ2. แล้วเอารายชื่อเหล่านั้นไปโฆษณา ความน่าจะเป็น และโอกาสซื้อจะเพิ่มขึ้น ต้นุนเราจะลดลง

อันนี้เป็นแนวคิดของผมนะครับ ผิดพลาดประการใดขออภัยมานะที่นี้ FB/วิธีขายของออนไลน์

สนใจแนวทางที่ 2 กับ 3 ครับ แต่ไอดีที่ได้มาจะโปรโมทยังไงครับ แนะนำด้วยครับ กลัวหาว่าเป็นสแปม

* ผมเห็นคนในบอร์ดนี้ขาย โปรแกรมเก็บไอดีผู้ใช้ที่ผมพูดถึง หาเอาเอง แต่แนวทางคือ
เมื่อคุณได้ไอดีเหล่านั้นมาแล้ว ให้ลงโฆษณาด้วยกลุ่มเป้าหมายแบบ custom audiences
จะเป็นการเลือกแสดงโฆษณาเฉพาะไอดีเหล่านั้น โดยไม่กระจายไปนอกเหนือจากนี้ครับ
ฉะนั้น จึงไม่ได้เป็นการแสปม เพียงแต่เป็นการเจาะเข้าหากลุ่มเป้าหมายให้แคบเข้าไปอีก

จากวิธีคิดแบบเดียวกับคุณnopchan ผลที่ได้จากการลงโฆษณาด้วยกลุ่มเป้าหมายแบบ custom audiences จะดีมากๆครับ

** อีกอย่างที่อยากให้นึกถึงคือ เฟสบุ๊คปรับการแสดงผลลดลงจนน่าใจหายเพราะต้องการให้เจ้าของเพจลงโฆษณา
แน่นอน0.1% มันน้อยมาก ฉะนั้นไม่ว่าเพจคุณจะมีไลค์เยอะแค่ไหน ก้อเหนได้แค่นั้น สนใจ talkong about ดีกว่า เพราะมันแสดงว่ามีคนสนใจและเข้าถึงเพจแค่ไหน
ดังนั้น การโฆษณาเพื่อให้คนเห็นเท่ากัน ผลที่ได้จึงต่างกันมาก

*** อีกข้อ ผมขอแนะนำว่าการจะโฆษณาเพื่อขายสินค้า อย่าโฆษณาแบบเพิ่มไลค์ แต่ให้โฆษณา Post Page Engagement เพื่อยิงลิงค์สินค้าไปที่หน้าขายโดยตรง
และถ้าผู้ใช้พอใจคุณจะได้ไลค์ด้วย โดยไม่จ้องโฆษณาเพื่อเพิ่มไลค์
แต่ถ้าคุณจะโฆษณา Post Page Engagement คุณต้องเตรียมโพสให้สมบูรณ์ พร้อมใช้โฆษณาด้วย ศึกษาจากคู่มือของเฟสบุ๊คก่อนจะดีกว่า เพราะมันจะกำหนดขนาดรูป จำนวนตัวอักษร และรูปแบบที่แตกต่างกันด้วย
:wanwan023:เรียนรู้จากความผิดพลาด รู้จักยอมรับเมื่อเราพลาดพลั้ง
เรียนรู้ที่จะหยุด หรือถอยสักก้าว เพื่อให้ให้เรามีก้าวต่อไป :wanwan016:

SEOlism

อ้างถึงจาก: nopchan ใน 25 พฤษภาคม 2014, 13:47:58
การขายของในเฟส  ปัจจุบันไม่ได้พึ่งจำนวน like กันแล้วถึง like เยอะ แต่คนเห็น 1% มันได้อะไรขึ้นมาบ้าง ต้องไปพึ่งการลงโฆษณาด้วย ads เท่านั้นแล้ว ณ ปัจจุบัน

แต่การโฆษณา ads ในเฟสบุค ไม่สามารถประเมินจากการลงเพียง 200 - 300 บาทได้แล้ว เพราะอย่าลืมว่ายอดเงิน 200 - 300 บาทมีคนเห็น ads แค่กี่คน ถึงจะบิดแบบ cpc ก็ได้เพียงไม่เกิน สองถึงสามพันคนเองที่เห็นโฆษณา และอาจมีคนคลิกดูสักร้อยกว่าคนถึงสามร้อยคน แล้วถ้าสามร้อยสี่ร้อยคนนั้นไม่ซื้อล่ะ เราก็ขาดทุน

แต่ถ้าเปลียนวิธีมองใหม่

สมมุติว่า ลองเปรียบเทียบกันดูระห่าง สองกรณีว่าจะเลือกแบบไหน

นาย ก.

ลงโฆษณาให้คนสามารถมองเห็นโฆษณา 1000 คนต่อวัน มี CTR 4% เท่ากับ 40 คลิก บิดที่ 0.7-0.8 ต่อคลิก วันหนึ่งจ่ายค่า 30 บาทถึง 100 บาท ถ้าจาก 40 คลิกขายได้สัก 0.5% ถึง 1% ก็จะเป็นโอกาสในการขายได้เป็นไม่ถึง 1 คน ก็จะเป็นกรณี อาจขายได้บ้าง ไม่ได้บ้าง สมมุติขายได้ 1 ชิ้น 300-500 บาท ก็ได้กำไรสัก 50 - 100 บาท บางวันขายไม่ได้ ก็จ่ายค่าโฆษณาฟรี

นาย ข.
ลงโฆษณาให้คนสามารถมองเห็นโฆษณา 200,000 คนต่อวัน มี CTR 4%  เท่ากับ 4,000 click บิดที่สัก 0.7 - 0.8 ต่อคลิกเท่ากับวันนั้นจ่ายค่าโฆษณา 3200 บาท ถ้าจาก 4000 คลิกขายได้สัก 0.5% ถึง 1%  ก็จะได้ประมาณ 20 คน เฉลี่ยขายได้ต่อคน 500 บาท ก็ได้ประมาณ 10000 บาทต่อวัน หักต้นทุนและโฆษณาแล้วอาจได้กำไรสัก 1000 - 2000 บาทต่อวันจากการลงโฆษณาไปวันละสามพันกว่าบาทต่อวัน

นาย ค.
ลงโฆษณาให้คนสามารถมองเห็นโฆษณา 1,000,000 คนต่อวัน มี CTR 4%  เท่ากับ 40,000 click บิดที่สัก 0.7 - 0.8 ต่อคลิกเท่ากับวันนั้นจ่ายค่าโฆษณา 32,000 บาท ถ้าจาก 40,000 คลิกขายได้สัก 0.5% ถึง 1%  ก็จะได้ประมาณ 160 คน เฉลี่ยขายได้ต่อคน 500 บาท ก็ได้ประมาณ 80000 บาทต่อวัน หักต้นทุนและโฆษณาแล้วอาจได้กำไรสัก 10000 - 20000 บาทต่อวันจากการลงโฆษณาไปวันละสามหมื่นบาทต่อวัน

แต่ถ้าจะขายได้ 0.5% หรือไม่ขึ้นกับสินค้า และ ตัวคุณเองด้วย  ** ข้างบนเป็นการเปรียบเทียบจากค่าความเป็นไปได้เท่านั้น สินค้าแต่ละตัวย่อมแตกต่างกัน แต่ถ้าพยายามขายให้ได้ 0.5% คุณก็อาจกำไรแล้วเท่านั้นเอง

*** ลองวางแผนการโฆษณากันดูครับ  อันนี้เป็นเพียงตัวอย่าง จริง ๆ นอกจากปริมาณการลงโฆษณา แล้วยังมีเรื่องเนื้อหาโฆษณา ความหน้าสนใจของโฆษณา ตัวสินค้า กำไรจากตัวสินค้า และอื่น ๆ ที่เป็นตัวแปรองค์ประกอบอีกเยอะ ฉะนั้นต้องพิจารณาจากอะไรต่ออะไรอีกหลาย ๆ ด้านประกอบด้วยไม่ใช่ปริมาณโฆษณาเพียงอย่างเดียว

** โชคดีกับการขายสินค้าบนเฟสครับ

Edit : ลืมบอก ว่า ต้องลงโฆษณาด้วยกลุ่มเป้าหมายแบบ custom audiences หากสินค้านั้นเฉพาะกลุ่ม ไม่งั้น 0.5% ก็ได้ไม่ถึงแต่ถ้าสินค้าในชีวิตประจำวัน แค่เลือกเพศ เลือกอายุก็พอ อันนี้ขึ้นกับว่าสินค้าเป็นของกลุ่มไหน

แล้วหลายคนมองว่า โฆษณามีค่าใช้จ่ายเยอะจัง แต่ถ้าอยากประสบความสำเร็จในการขายของออนไลน์ วิธีคิดคือ ยอดขาย-ต้นทุนขาย = กำไร
ให้มองที่ผลตอบแทนครับ อย่ามองที่ค่าใช้จ่าย ยกตัวอย่าง เครื่องดื่มชายี่ห้อนึง เพิ่มเงินโฆษณาด้วยการแจกรถ 10 คันละ 10 ล้าน ลงทุน 100 ล้าน แต่ผลกำไรเพิ่มขึ้น 3000 ล้าน เค้าถึงได้จัดแล้วจัดอีกไงครับ
:wanwan023:เรียนรู้จากความผิดพลาด รู้จักยอมรับเมื่อเราพลาดพลั้ง
เรียนรู้ที่จะหยุด หรือถอยสักก้าว เพื่อให้ให้เรามีก้าวต่อไป :wanwan016:

LoadRang


sprite37333