วันเบาๆ กับแง่คิดในการขายสินค้าไทย

เริ่มโดย April07, 01 พฤศจิกายน 2013, 15:41:09

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

trudy

อ้างถึงจาก: kasetthai ใน 05 พฤศจิกายน 2013, 23:01:48
:wanwan020: โห กระทู้นี้ มันส์สุดยอดเลยครับ ต้องขอบคุณ:Xาน ทั้งคุณ April07 และเจ๊โหด ด้วยนะครับ ที่คอยเคาะกระโหลก  :wanwan017: จบกระทู้นี้ สินค้าไทยโกอินเตอร์อีกหลายกระบุงแน่ๆ  :wanwan007:
ถ้าจะให้ดีเอาลูกค้าเป็นตัวตั้ง ระหว่างกระเป๋าหนัง กระเป๋าผักตบชวา กระเป๋าผ้าลูกค้าฃอบถืออะไร
ขายโคมไฟ เมืองนอกเขาใช้ไฟต่างจากเมืองไทย มีตัวแปลงให้เขามั้ย
ที eBay  :wanwan016:

หมดสมัยขายของถูก ไม่ลงทะเบียน
คนข้างบ้านพี่ FB หกพันกว่า เจอ FB ไป 20 ตัว เหลือแค้ 94.7 เปอน์เซนต์
ช่วงนี้ของถึงช้า เพราะใกล้เทศกาล มือใหม่ ถ้าไม่ปรับกลยุทธ จะโดน Limit sell
รับส่งด่วนสินค้าไป USA ราคาถูก รับแก้ปัญหา eBay&Paypal บริการเปิดบัญชี  สร้าง Feedback แก้ Suspension
บริการ แก้ปัญหา Paypal Limit และปลด Limit Sales จาก eBay รับเขียน Title & Product Description

April07


ถ้าลอง seach ดูสินค้าบน ebay หรือ etsy หมวด carving wood lamp จะเห็นชิ้นงานโคมไฟแกะสลัก ราคาขายรวมค่าส่งมีตั้งแต่ 1000 ถึง 5000 บาท รูปแบบการผลิตชิ้นงานเท่าที่ดูมันออกแนว commercial พอสมควร แต่สินค้าตัวที่เราเตรียมเอาขึ้นขาย เป็น Otop แถวอีสาน งาน art ลายไทยล้วนๆ ผู้ผลิตขายส่งให้เราชิ้นละ 500-700  บาท เรากะจะเอาขึ้นขายประมาณ 2-2,500 บาท(รวมค่าส่งแล้ว)

งาน handmade ชิ้นแรกที่เราเอาขึ้นขาย ตอนนี้มันขายได้ทุกวัน แต่ได้ออร์เดอร์จากอเมซอนเป็นส่วนใหญ่ ออร์เดอร์จากอีเบย์มีทุกวัน แต่ไม่มาก ความรู้อีเบย์เรายังอยู่ในระดับอนุบาล กำลังพยายามเรียนรู้อยู่เหมือนกันค่ะ สินค้าชิ้นแรกเราขายได้ทุกวัน จำนวนออร์เดอร์ไม่หวือหวา แต่ได้จำนวนออร์เดอร์ใกล้เคียงกันทุกวัน ตอนนี้เราก็มองว่าสินค้าชิ้นนี้เริ่มไปได้ เราสั่งผลิตล็อตที่สองไปอีก 4 แสนบาท ช่วงแรกเราตั้งเป้าสั่งผลิตอยู่ในช่วง 3-5 แสนบาทคงที่ทุกเดือน ลองคำนวณดูว่าคนผลิตชิ้นงานให้เรา เค้าจะได้ออร์เดอร์คงที่ขั้นต่ำวันละ 10,000 บาท กำไรที่หักต้นทุนแล้วต่อเดือนน่าจะมีโอกาสได้ถึงหนึ่งแสนบาท ผู้ผลิตน่าจะมีกำลังใจในการผลิตชิ้นงานให้เราพอสมควร ออร์เดอร์ไม่หวือหวา ผู้ผลิตก็ผลิตตามปกติ ยังไม่ต้องขยายกำลังผลิต ต่อไปเราก็จะค่อยๆขยายตลาด ให้ผู้ผลิตค่อยๆปรับตัวเพื่อเพิ่มกำลังผลิต ตอนนี้เราเริ่มหาลูกค้าที่จะมาเป็น reseller ในต่างประเทศ ทำไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็เตรียมเอาชิ้นงานตัวใหม่ขึ้นขาย

ถ้าใครอยู่ใกล้ผู้ผลิตสินค้า ถือว่ามีโอกาสที่ดี อาจแค่ไปขอถ่ายรูปเพื่อโพสต์ขายก่อน ยังไม่ต้องสั่งผลิตจำนวนมากในช่วงแรก (นี่คือรูปแบบการดรอบชิปแบบหนึ่ง) อย่าลืมเช็กเรื่องลิขสิทธิ์ตามที่คุณ Trudy แนะนำนะคะ สำคัญมาก ไม่ควรมีประวัติเสียในเรื่องพวกนี้

ข้อดีที่ช่วยให้เราขายสินค้าได้ง่ายอย่างหนึ่งคือ ความรู้ด้านการขนส่ง ช่วยลดปัญหาได้เยอะพอสมควร เราได้ลูกค้าจากประเทศที่เราไม่คาดว่าเค้าจะซื้อของออนไลน์กัน อย่าง อิรัก จอร์แดน ลัทเวียร์ โคลอมเบีย ชิลี เปรู  อย่างการส่งสินค้าไปรัสเซีย shipping agent บางรายยังมาขอให้เราทำให้ เราก็เก็บกำไรไปตามระเบียบ

การที่เราจะลงทุนอะไรก็ตาม ต้องทำการศึกษาหาข้อมูล เก็บรายละเอียดงานให้ครบ ตัวอย่างที่เราเล่าให้ฟัง ฟังดูเหมือนง่าย น่าจะใช้เวลาไม่มาก แต่การจะเอาสินค้าแต่ละชิ้นขึ้นขาย เราใช้เวลาศึกษากับมันมากพอสมควร ศึกษารายละเอียดทุกแง่มุม คาดเดาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและหาทางป้องกันไว้ก่อน การขายสินค้าไทย ช่วงแรกจะค่อนข้างเหนื่อย อีกคำแนะนำคือถ้าอยากรู้กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ก็ลองดูสถิติการส่งออกค่ะ อาจได้ไอเดียพอสมควร
กำลังนอนกลางวัน

loc.know

อ้างถึงจาก: April07 ใน 06 พฤศจิกายน 2013, 18:36:43

ถ้าลอง seach ดูสินค้าบน ebay หรือ etsy หมวด carving wood lamp จะเห็นชิ้นงานโคมไฟแกะสลัก ราคาขายรวมค่าส่งมีตั้งแต่ 1000 ถึง 5000 บาท รูปแบบการผลิตชิ้นงานเท่าที่ดูมันออกแนว commercial พอสมควร แต่สินค้าตัวที่เราเตรียมเอาขึ้นขาย เป็น Otop แถวอีสาน งาน art ลายไทยล้วนๆ ผู้ผลิตขายส่งให้เราชิ้นละ 500-700  บาท เรากะจะเอาขึ้นขายประมาณ 2-2,500 บาท(รวมค่าส่งแล้ว)

งาน handmade ชิ้นแรกที่เราเอาขึ้นขาย ตอนนี้มันขายได้ทุกวัน แต่ได้ออร์เดอร์จากอเมซอนเป็นส่วนใหญ่ ออร์เดอร์จากอีเบย์มีทุกวัน แต่ไม่มาก ความรู้อีเบย์เรายังอยู่ในระดับอนุบาล กำลังพยายามเรียนรู้อยู่เหมือนกันค่ะ สินค้าชิ้นแรกเราขายได้ทุกวัน จำนวนออร์เดอร์ไม่หวือหวา แต่ได้จำนวนออร์เดอร์ใกล้เคียงกันทุกวัน ตอนนี้เราก็มองว่าสินค้าชิ้นนี้เริ่มไปได้ เราสั่งผลิตล็อตที่สองไปอีก 4 แสนบาท ช่วงแรกเราตั้งเป้าสั่งผลิตอยู่ในช่วง 3-5 แสนบาทคงที่ทุกเดือน ลองคำนวณดูว่าคนผลิตชิ้นงานให้เรา เค้าจะได้ออร์เดอร์คงที่ขั้นต่ำวันละ 10,000 บาท กำไรที่หักต้นทุนแล้วต่อเดือนน่าจะมีโอกาสได้ถึงหนึ่งแสนบาท ผู้ผลิตน่าจะมีกำลังใจในการผลิตชิ้นงานให้เราพอสมควร ออร์เดอร์ไม่หวือหวา ผู้ผลิตก็ผลิตตามปกติ ยังไม่ต้องขยายกำลังผลิต ต่อไปเราก็จะค่อยๆขยายตลาด ให้ผู้ผลิตค่อยๆปรับตัวเพื่อเพิ่มกำลังผลิต ตอนนี้เราเริ่มหาลูกค้าที่จะมาเป็น reseller ในต่างประเทศ ทำไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็เตรียมเอาชิ้นงานตัวใหม่ขึ้นขาย

ถ้าใครอยู่ใกล้ผู้ผลิตสินค้า ถือว่ามีโอกาสที่ดี อาจแค่ไปขอถ่ายรูปเพื่อโพสต์ขายก่อน ยังไม่ต้องสั่งผลิตจำนวนมากในช่วงแรก (นี่คือรูปแบบการดรอบชิปแบบหนึ่ง) อย่าลืมเช็กเรื่องลิขสิทธิ์ตามที่คุณ Trudy แนะนำนะคะ สำคัญมาก ไม่ควรมีประวัติเสียในเรื่องพวกนี้

ข้อดีที่ช่วยให้เราขายสินค้าได้ง่ายอย่างหนึ่งคือ ความรู้ด้านการขนส่ง ช่วยลดปัญหาได้เยอะพอสมควร เราได้ลูกค้าจากประเทศที่เราไม่คาดว่าเค้าจะซื้อของออนไลน์กัน อย่าง อิรัก จอร์แดน ลัทเวียร์ โคลอมเบีย ชิลี เปรู  อย่างการส่งสินค้าไปรัสเซีย shipping agent บางรายยังมาขอให้เราทำให้ เราก็เก็บกำไรไปตามระเบียบ

การที่เราจะลงทุนอะไรก็ตาม ต้องทำการศึกษาหาข้อมูล เก็บรายละเอียดงานให้ครบ ตัวอย่างที่เราเล่าให้ฟัง ฟังดูเหมือนง่าย น่าจะใช้เวลาไม่มาก แต่การจะเอาสินค้าแต่ละชิ้นขึ้นขาย เราใช้เวลาศึกษากับมันมากพอสมควร ศึกษารายละเอียดทุกแง่มุม คาดเดาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและหาทางป้องกันไว้ก่อน การขายสินค้าไทย ช่วงแรกจะค่อนข้างเหนื่อย อีกคำแนะนำคือถ้าอยากรู้กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ก็ลองดูสถิติการส่งออกค่ะ อาจได้ไอเดียพอสมควร


อ่านกระทู้นี้มาพักนึงแล้ว ชอบแนวคิดกับวิธีการทำงานของคุณ April มากครับ + ให้อีก 1 ครับ เพราะปกติ คนเรามักไม่ยอมลงมือ หรือไม่ก็เลิกกลางทางซะก่อน แต่ที่อ่านนี่ มีปัญหาก็ค่อยๆแก้ไป ทำไปเรื่อย ผ่านไปทีละขั้น  มันหลักการง่ายๆครับ ปัญหาแยะๆใหญ่ๆ ก็ย่อยมันลงเป็นทีละชิ้นแล้วก็แก้ไปทีละขั้น ถ้าเรามองภาพใหญ่อย่างเดียวบางทีมันท้อ แล้วเลิกได้ครับ

แถมวิธีคิด ก็ดีมาก ค่อยๆปรับเก็บคู่ค้า ผู้ผลิตไว้กับเรา นี่แหละครับ ที่จะทำให้เราอยู่ในตลาดได้ในระยะยาว

ที่จะแนะนำเพิ่มคือ พยายามสร้างความต่างของผลิตภัณเราด้วย เพราะความต่างแค่นิดเดียว มันทำให้เราขายได้ แต่คู่แข่งขายไม่ได้ ผมลองมาแล้ว ไม่ใช่แข่งด้านราคาอย่างเดียว
ไม่ใช่แค่คนไทย พวกเล่นง่ายๆก็ลดราคา คิดได้อย่างเดียวคือลดราคา :wanwan015:

คิดง่ายๆ ก็จบง่ายๆ ตายไป คนซื้อได้เต็มๆ แต่ไอ้คนขายเฮงซวยมาทำลายตลาดพอไม่เวิร์ค พาคนอื่นตายด้วย ดังนั้น สร้างจุดต่าง และสินค้าคุณจะพิสูจน์ตัวมันเองครับ
[direct=http://www.google.com/]บันทึกชีวิต เมื่อเริ่มต้นเป็นชาว IMers[/direct]
[direct=http://www.google.com/][/direct]
เต็มแล้วครับ ไว้เจอใหม่รุ่น 5 ครับ

April07

ปล.

ช่วงนี้เริ่มมีส้มจีน(ส้มลูกเล็กๆ)วางขาย อย่าพึ่งซื้อทานกันนะคะ มันยังไม่ถึงช่วงเวลาที่ส้มสุก ช่วงนี้ประมาณว่ากำลังจะเข้าสู่ช่วงเริ่มฤดูกาล ผู้ประกอบการไทยจีนส่วนหนึ่งที่มองเห็นแต่กำไร เห็นผลไม้ช่วงต้นฤดูส่วนใหญ่ขายได้ราคาดี  ก็เก็บเกี่ยวส้มที่ยังไม่แก่ เอามาชุบสารเคมีเร่งสี เร่งรสชาติ ส้มพวกนี้เมื่อเก็บเกี่ยวจะมีสีเขียว หลังจากชุบสารเคมี เมื่อมาถึงไทย ส้มจะเปลี่ยนสีเป็นสีส้ม รสชาติเปรี้ยวนำ ถ้าชอบทานส้ม รออีกพักหนึ่งค่ะ พวกนี้ใช้เทคนิกเดียวกันกับการนำส้มมีใบเข้าประเทศ เอาส้มที่ไม่มีใบ หรือส้มที่ไม่ได้ชุบสารปิดท้ายตู้คอนเทนเนอร์ เมื่อเปิดตู้ จนท.ก็จะเอาส้มที่อยู่ท้ายตู้ไปตรวจ

วิธีการพวกนี้ก็แบบเดียวกับที่ทำให้ราคาทุเรียนในตลาดตกต่ำ ต้นฤดูก็ตัดทุเรียนอ่อน ชุบสารเร่งสุก ไปถึงจีนทุเรียนก็จะสุก เนื้อนิ่ม แต่ไม่มีรสชาติ เวลาจนท.ตรวจเจอ(ที่ packing house ในไทย ก่อนส่งออก) ถูกปรับ แต่ผู้ค้าเหล่าส่งออกวันละ 6-7 ตู้ ปรับแค่ 1-2 ล้านเรื่องเล็ก กำไรทุเรียนช่วงต้นฤดูต่อตู้เกือบล้าน
กำลังนอนกลางวัน

ebizsl007

อ้างถึงจาก: April07 ใน 06 พฤศจิกายน 2013, 18:36:43

ถ้าลอง seach ดูสินค้าบน ebay หรือ etsy หมวด carving wood lamp จะเห็นชิ้นงานโคมไฟแกะสลัก ราคาขายรวมค่าส่งมีตั้งแต่ 1000 ถึง 5000 บาท รูปแบบการผลิตชิ้นงานเท่าที่ดูมันออกแนว commercial พอสมควร แต่สินค้าตัวที่เราเตรียมเอาขึ้นขาย เป็น Otop แถวอีสาน งาน art ลายไทยล้วนๆ ผู้ผลิตขายส่งให้เราชิ้นละ 500-700  บาท เรากะจะเอาขึ้นขายประมาณ 2-2,500 บาท(รวมค่าส่งแล้ว)

งาน handmade ชิ้นแรกที่เราเอาขึ้นขาย ตอนนี้มันขายได้ทุกวัน แต่ได้ออร์เดอร์จากอเมซอนเป็นส่วนใหญ่ ออร์เดอร์จากอีเบย์มีทุกวัน แต่ไม่มาก ความรู้อีเบย์เรายังอยู่ในระดับอนุบาล กำลังพยายามเรียนรู้อยู่เหมือนกันค่ะ สินค้าชิ้นแรกเราขายได้ทุกวัน จำนวนออร์เดอร์ไม่หวือหวา แต่ได้จำนวนออร์เดอร์ใกล้เคียงกันทุกวัน ตอนนี้เราก็มองว่าสินค้าชิ้นนี้เริ่มไปได้ เราสั่งผลิตล็อตที่สองไปอีก 4 แสนบาท ช่วงแรกเราตั้งเป้าสั่งผลิตอยู่ในช่วง 3-5 แสนบาทคงที่ทุกเดือน ลองคำนวณดูว่าคนผลิตชิ้นงานให้เรา เค้าจะได้ออร์เดอร์คงที่ขั้นต่ำวันละ 10,000 บาท กำไรที่หักต้นทุนแล้วต่อเดือนน่าจะมีโอกาสได้ถึงหนึ่งแสนบาท ผู้ผลิตน่าจะมีกำลังใจในการผลิตชิ้นงานให้เราพอสมควร ออร์เดอร์ไม่หวือหวา ผู้ผลิตก็ผลิตตามปกติ ยังไม่ต้องขยายกำลังผลิต ต่อไปเราก็จะค่อยๆขยายตลาด ให้ผู้ผลิตค่อยๆปรับตัวเพื่อเพิ่มกำลังผลิต ตอนนี้เราเริ่มหาลูกค้าที่จะมาเป็น reseller ในต่างประเทศ ทำไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็เตรียมเอาชิ้นงานตัวใหม่ขึ้นขาย

ถ้าใครอยู่ใกล้ผู้ผลิตสินค้า ถือว่ามีโอกาสที่ดี อาจแค่ไปขอถ่ายรูปเพื่อโพสต์ขายก่อน ยังไม่ต้องสั่งผลิตจำนวนมากในช่วงแรก (นี่คือรูปแบบการดรอบชิปแบบหนึ่ง) อย่าลืมเช็กเรื่องลิขสิทธิ์ตามที่คุณ Trudy แนะนำนะคะ สำคัญมาก ไม่ควรมีประวัติเสียในเรื่องพวกนี้

ข้อดีที่ช่วยให้เราขายสินค้าได้ง่ายอย่างหนึ่งคือ ความรู้ด้านการขนส่ง ช่วยลดปัญหาได้เยอะพอสมควร เราได้ลูกค้าจากประเทศที่เราไม่คาดว่าเค้าจะซื้อของออนไลน์กัน อย่าง อิรัก จอร์แดน ลัทเวียร์ โคลอมเบีย ชิลี เปรู  อย่างการส่งสินค้าไปรัสเซีย shipping agent บางรายยังมาขอให้เราทำให้ เราก็เก็บกำไรไปตามระเบียบ

การที่เราจะลงทุนอะไรก็ตาม ต้องทำการศึกษาหาข้อมูล เก็บรายละเอียดงานให้ครบ ตัวอย่างที่เราเล่าให้ฟัง ฟังดูเหมือนง่าย น่าจะใช้เวลาไม่มาก แต่การจะเอาสินค้าแต่ละชิ้นขึ้นขาย เราใช้เวลาศึกษากับมันมากพอสมควร ศึกษารายละเอียดทุกแง่มุม คาดเดาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและหาทางป้องกันไว้ก่อน การขายสินค้าไทย ช่วงแรกจะค่อนข้างเหนื่อย อีกคำแนะนำคือถ้าอยากรู้กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ก็ลองดูสถิติการส่งออกค่ะ อาจได้ไอเดียพอสมควร


โห สั่งผลิตเดือนละ 4 แสน ตังเยอะจังเลย :(
มีตังทำไรก็สะดวก  :wanwan044:
ผ๋มมีเงินเก้บไม่กี่หมื่นเอง   :wanwan008:
เธอคือแรงของใจ ที่ผลักให้ฉันต้องฟันผ่า ดั่งแสงในคืนอ่อนล้าที่ส่องหัวใจ

เป็นผู้ชนะทุกวินาที จะมีความหมายใด จะเอาชนะทุกอย่างเพื่อใคร ถ้าไม่มีเธอสักคน   8)


What if you had a second chance at true love?
from "Letters to Juliet" the movie

trudy

อ้างถึงจาก: ebizsl007 ใน 06 พฤศจิกายน 2013, 23:52:47
อ้างถึงจาก: April07 ใน 06 พฤศจิกายน 2013, 18:36:43

ถ้าลอง seach ดูสินค้าบน ebay หรือ etsy หมวด carving wood lamp จะเห็นชิ้นงานโคมไฟแกะสลัก ราคาขายรวมค่าส่งมีตั้งแต่ 1000 ถึง 5000 บาท รูปแบบการผลิตชิ้นงานเท่าที่ดูมันออกแนว commercial พอสมควร แต่สินค้าตัวที่เราเตรียมเอาขึ้นขาย เป็น Otop แถวอีสาน งาน art ลายไทยล้วนๆ ผู้ผลิตขายส่งให้เราชิ้นละ 500-700  บาท เรากะจะเอาขึ้นขายประมาณ 2-2,500 บาท(รวมค่าส่งแล้ว)

งาน handmade ชิ้นแรกที่เราเอาขึ้นขาย ตอนนี้มันขายได้ทุกวัน แต่ได้ออร์เดอร์จากอเมซอนเป็นส่วนใหญ่ ออร์เดอร์จากอีเบย์มีทุกวัน แต่ไม่มาก ความรู้อีเบย์เรายังอยู่ในระดับอนุบาล กำลังพยายามเรียนรู้อยู่เหมือนกันค่ะ สินค้าชิ้นแรกเราขายได้ทุกวัน จำนวนออร์เดอร์ไม่หวือหวา แต่ได้จำนวนออร์เดอร์ใกล้เคียงกันทุกวัน ตอนนี้เราก็มองว่าสินค้าชิ้นนี้เริ่มไปได้ เราสั่งผลิตล็อตที่สองไปอีก 4 แสนบาท ช่วงแรกเราตั้งเป้าสั่งผลิตอยู่ในช่วง 3-5 แสนบาทคงที่ทุกเดือน ลองคำนวณดูว่าคนผลิตชิ้นงานให้เรา เค้าจะได้ออร์เดอร์คงที่ขั้นต่ำวันละ 10,000 บาท กำไรที่หักต้นทุนแล้วต่อเดือนน่าจะมีโอกาสได้ถึงหนึ่งแสนบาท ผู้ผลิตน่าจะมีกำลังใจในการผลิตชิ้นงานให้เราพอสมควร ออร์เดอร์ไม่หวือหวา ผู้ผลิตก็ผลิตตามปกติ ยังไม่ต้องขยายกำลังผลิต ต่อไปเราก็จะค่อยๆขยายตลาด ให้ผู้ผลิตค่อยๆปรับตัวเพื่อเพิ่มกำลังผลิต ตอนนี้เราเริ่มหาลูกค้าที่จะมาเป็น reseller ในต่างประเทศ ทำไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็เตรียมเอาชิ้นงานตัวใหม่ขึ้นขาย

ถ้าใครอยู่ใกล้ผู้ผลิตสินค้า ถือว่ามีโอกาสที่ดี อาจแค่ไปขอถ่ายรูปเพื่อโพสต์ขายก่อน ยังไม่ต้องสั่งผลิตจำนวนมากในช่วงแรก (นี่คือรูปแบบการดรอบชิปแบบหนึ่ง) อย่าลืมเช็กเรื่องลิขสิทธิ์ตามที่คุณ Trudy แนะนำนะคะ สำคัญมาก ไม่ควรมีประวัติเสียในเรื่องพวกนี้

ข้อดีที่ช่วยให้เราขายสินค้าได้ง่ายอย่างหนึ่งคือ ความรู้ด้านการขนส่ง ช่วยลดปัญหาได้เยอะพอสมควร เราได้ลูกค้าจากประเทศที่เราไม่คาดว่าเค้าจะซื้อของออนไลน์กัน อย่าง อิรัก จอร์แดน ลัทเวียร์ โคลอมเบีย ชิลี เปรู  อย่างการส่งสินค้าไปรัสเซีย shipping agent บางรายยังมาขอให้เราทำให้ เราก็เก็บกำไรไปตามระเบียบ

การที่เราจะลงทุนอะไรก็ตาม ต้องทำการศึกษาหาข้อมูล เก็บรายละเอียดงานให้ครบ ตัวอย่างที่เราเล่าให้ฟัง ฟังดูเหมือนง่าย น่าจะใช้เวลาไม่มาก แต่การจะเอาสินค้าแต่ละชิ้นขึ้นขาย เราใช้เวลาศึกษากับมันมากพอสมควร ศึกษารายละเอียดทุกแง่มุม คาดเดาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและหาทางป้องกันไว้ก่อน การขายสินค้าไทย ช่วงแรกจะค่อนข้างเหนื่อย อีกคำแนะนำคือถ้าอยากรู้กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ก็ลองดูสถิติการส่งออกค่ะ อาจได้ไอเดียพอสมควร


โห สั่งผลิตเดือนละ 4 แสน ตังเยอะจังเลย :(
มีตังทำไรก็สะดวก  :wanwan044:
ผ๋มมีเงินเก้บไม่กี่หมื่นเอง   :wanwan008:
น้องฮาฟ ก็ต้องทำเงินหมื่นให้กลายเป็น 2 หมื่น ซื้อของมา 100 บาท ขายให้ได้กำไรอย่างน้อย 100 บาม ซื้อมาขายไป
เจ็เคยมีสินค้่าที่ราคา 75 บาท แต่เจ็ขายได้4500 บาท สู้ๆนะคะ มือใหม่ ไม่มีเงิน ก็ต้องใช้หัว :wanwan013: :wanwan013:
รับส่งด่วนสินค้าไป USA ราคาถูก รับแก้ปัญหา eBay&Paypal บริการเปิดบัญชี  สร้าง Feedback แก้ Suspension
บริการ แก้ปัญหา Paypal Limit และปลด Limit Sales จาก eBay รับเขียน Title & Product Description

April07

#86
-
กำลังนอนกลางวัน

April07



อ้างถึงจาก: ebizsl007 ใน 06 พฤศจิกายน 2013, 23:52:47
อ้างถึงจาก: April07 ใน 06 พฤศจิกายน 2013, 18:36:43


น้องฮาฟ ก็ต้องทำเงินหมื่นให้กลายเป็น 2 หมื่น ซื้อของมา 100 บาท ขายให้ได้กำไรอย่างน้อย 100 บาม ซื้อมาขายไป
เจ็เคยมีสินค้่าที่ราคา 75 บาท แต่เจ็ขายได้4500 บาท สู้ๆนะคะ มือใหม่ ไม่มีเงิน ก็ต้องใช้หัว :wanwan013: :wanwan013:

เจ๊เปิดคอร์สอนอีเบย์เลยดีกว่าค่ะ อยากเรียน ไปดูคอร์สที่เปิดสอน ทำไมไม่รู้สึกอยากเรียน
แต่อ่านที่เจ๊ตอบคำถาม เริ่มอยากเรียนแล้วค่ะ


[/quote]
กำลังนอนกลางวัน

ebizsl007

อ้างถึงจาก: trudy ใน 07 พฤศจิกายน 2013, 08:50:42
อ้างถึงจาก: ebizsl007 ใน 06 พฤศจิกายน 2013, 23:52:47
อ้างถึงจาก: April07 ใน 06 พฤศจิกายน 2013, 18:36:43

ถ้าลอง seach ดูสินค้าบน ebay หรือ etsy หมวด carving wood lamp จะเห็นชิ้นงานโคมไฟแกะสลัก ราคาขายรวมค่าส่งมีตั้งแต่ 1000 ถึง 5000 บาท รูปแบบการผลิตชิ้นงานเท่าที่ดูมันออกแนว commercial พอสมควร แต่สินค้าตัวที่เราเตรียมเอาขึ้นขาย เป็น Otop แถวอีสาน งาน art ลายไทยล้วนๆ ผู้ผลิตขายส่งให้เราชิ้นละ 500-700  บาท เรากะจะเอาขึ้นขายประมาณ 2-2,500 บาท(รวมค่าส่งแล้ว)

งาน handmade ชิ้นแรกที่เราเอาขึ้นขาย ตอนนี้มันขายได้ทุกวัน แต่ได้ออร์เดอร์จากอเมซอนเป็นส่วนใหญ่ ออร์เดอร์จากอีเบย์มีทุกวัน แต่ไม่มาก ความรู้อีเบย์เรายังอยู่ในระดับอนุบาล กำลังพยายามเรียนรู้อยู่เหมือนกันค่ะ สินค้าชิ้นแรกเราขายได้ทุกวัน จำนวนออร์เดอร์ไม่หวือหวา แต่ได้จำนวนออร์เดอร์ใกล้เคียงกันทุกวัน ตอนนี้เราก็มองว่าสินค้าชิ้นนี้เริ่มไปได้ เราสั่งผลิตล็อตที่สองไปอีก 4 แสนบาท ช่วงแรกเราตั้งเป้าสั่งผลิตอยู่ในช่วง 3-5 แสนบาทคงที่ทุกเดือน ลองคำนวณดูว่าคนผลิตชิ้นงานให้เรา เค้าจะได้ออร์เดอร์คงที่ขั้นต่ำวันละ 10,000 บาท กำไรที่หักต้นทุนแล้วต่อเดือนน่าจะมีโอกาสได้ถึงหนึ่งแสนบาท ผู้ผลิตน่าจะมีกำลังใจในการผลิตชิ้นงานให้เราพอสมควร ออร์เดอร์ไม่หวือหวา ผู้ผลิตก็ผลิตตามปกติ ยังไม่ต้องขยายกำลังผลิต ต่อไปเราก็จะค่อยๆขยายตลาด ให้ผู้ผลิตค่อยๆปรับตัวเพื่อเพิ่มกำลังผลิต ตอนนี้เราเริ่มหาลูกค้าที่จะมาเป็น reseller ในต่างประเทศ ทำไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็เตรียมเอาชิ้นงานตัวใหม่ขึ้นขาย

ถ้าใครอยู่ใกล้ผู้ผลิตสินค้า ถือว่ามีโอกาสที่ดี อาจแค่ไปขอถ่ายรูปเพื่อโพสต์ขายก่อน ยังไม่ต้องสั่งผลิตจำนวนมากในช่วงแรก (นี่คือรูปแบบการดรอบชิปแบบหนึ่ง) อย่าลืมเช็กเรื่องลิขสิทธิ์ตามที่คุณ Trudy แนะนำนะคะ สำคัญมาก ไม่ควรมีประวัติเสียในเรื่องพวกนี้

ข้อดีที่ช่วยให้เราขายสินค้าได้ง่ายอย่างหนึ่งคือ ความรู้ด้านการขนส่ง ช่วยลดปัญหาได้เยอะพอสมควร เราได้ลูกค้าจากประเทศที่เราไม่คาดว่าเค้าจะซื้อของออนไลน์กัน อย่าง อิรัก จอร์แดน ลัทเวียร์ โคลอมเบีย ชิลี เปรู  อย่างการส่งสินค้าไปรัสเซีย shipping agent บางรายยังมาขอให้เราทำให้ เราก็เก็บกำไรไปตามระเบียบ

การที่เราจะลงทุนอะไรก็ตาม ต้องทำการศึกษาหาข้อมูล เก็บรายละเอียดงานให้ครบ ตัวอย่างที่เราเล่าให้ฟัง ฟังดูเหมือนง่าย น่าจะใช้เวลาไม่มาก แต่การจะเอาสินค้าแต่ละชิ้นขึ้นขาย เราใช้เวลาศึกษากับมันมากพอสมควร ศึกษารายละเอียดทุกแง่มุม คาดเดาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและหาทางป้องกันไว้ก่อน การขายสินค้าไทย ช่วงแรกจะค่อนข้างเหนื่อย อีกคำแนะนำคือถ้าอยากรู้กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ก็ลองดูสถิติการส่งออกค่ะ อาจได้ไอเดียพอสมควร


โห สั่งผลิตเดือนละ 4 แสน ตังเยอะจังเลย :(
มีตังทำไรก็สะดวก  :wanwan044:
ผ๋มมีเงินเก้บไม่กี่หมื่นเอง   :wanwan008:
น้องฮาฟ ก็ต้องทำเงินหมื่นให้กลายเป็น 2 หมื่น ซื้อของมา 100 บาท ขายให้ได้กำไรอย่างน้อย 100 บาม ซื้อมาขายไป
เจ็เคยมีสินค้่าที่ราคา 75 บาท แต่เจ็ขายได้4500 บาท สู้ๆนะคะ มือใหม่ ไม่มีเงิน ก็ต้องใช้หัว :wanwan013: :wanwan013:

ผ๋มไม่ค่อยเก่งเรื่องการขาย คงต้องค่อยๆขายไปทีละเล็กละน้อยอ่ะฮาฟ  :-X
ค่อยเก้บตัง เก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ  :wanwan011:
เธอคือแรงของใจ ที่ผลักให้ฉันต้องฟันผ่า ดั่งแสงในคืนอ่อนล้าที่ส่องหัวใจ

เป็นผู้ชนะทุกวินาที จะมีความหมายใด จะเอาชนะทุกอย่างเพื่อใคร ถ้าไม่มีเธอสักคน   8)


What if you had a second chance at true love?
from "Letters to Juliet" the movie


JOWPAA


trudy

#91
อ้างถึงจาก: loc.know ใน 06 พฤศจิกายน 2013, 18:52:00
อ้างถึงจาก: April07 ใน 06 พฤศจิกายน 2013, 18:36:43

ถ้าลอง seach ดูสินค้าบน ebay หรือ etsy หมวด carving wood lamp จะเห็นชิ้นงานโคมไฟแกะสลัก ราคาขายรวมค่าส่งมีตั้งแต่ 1000 ถึง 5000 บาท รูปแบบการผลิตชิ้นงานเท่าที่ดูมันออกแนว commercial พอสมควร แต่สินค้าตัวที่เราเตรียมเอาขึ้นขาย เป็น Otop แถวอีสาน งาน art ลายไทยล้วนๆ ผู้ผลิตขายส่งให้เราชิ้นละ 500-700  บาท เรากะจะเอาขึ้นขายประมาณ 2-2,500 บาท(รวมค่าส่งแล้ว)

งาน handmade ชิ้นแรกที่เราเอาขึ้นขาย ตอนนี้มันขายได้ทุกวัน แต่ได้ออร์เดอร์จากอเมซอนเป็นส่วนใหญ่ ออร์เดอร์จากอีเบย์มีทุกวัน แต่ไม่มาก ความรู้อีเบย์เรายังอยู่ในระดับอนุบาล กำลังพยายามเรียนรู้อยู่เหมือนกันค่ะ สินค้าชิ้นแรกเราขายได้ทุกวัน จำนวนออร์เดอร์ไม่หวือหวา แต่ได้จำนวนออร์เดอร์ใกล้เคียงกันทุกวัน ตอนนี้เราก็มองว่าสินค้าชิ้นนี้เริ่มไปได้ เราสั่งผลิตล็อตที่สองไปอีก 4 แสนบาท ช่วงแรกเราตั้งเป้าสั่งผลิตอยู่ในช่วง 3-5 แสนบาทคงที่ทุกเดือน ลองคำนวณดูว่าคนผลิตชิ้นงานให้เรา เค้าจะได้ออร์เดอร์คงที่ขั้นต่ำวันละ 10,000 บาท กำไรที่หักต้นทุนแล้วต่อเดือนน่าจะมีโอกาสได้ถึงหนึ่งแสนบาท ผู้ผลิตน่าจะมีกำลังใจในการผลิตชิ้นงานให้เราพอสมควร ออร์เดอร์ไม่หวือหวา ผู้ผลิตก็ผลิตตามปกติ ยังไม่ต้องขยายกำลังผลิต ต่อไปเราก็จะค่อยๆขยายตลาด ให้ผู้ผลิตค่อยๆปรับตัวเพื่อเพิ่มกำลังผลิต ตอนนี้เราเริ่มหาลูกค้าที่จะมาเป็น reseller ในต่างประเทศ ทำไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็เตรียมเอาชิ้นงานตัวใหม่ขึ้นขาย

ถ้าใครอยู่ใกล้ผู้ผลิตสินค้า ถือว่ามีโอกาสที่ดี อาจแค่ไปขอถ่ายรูปเพื่อโพสต์ขายก่อน ยังไม่ต้องสั่งผลิตจำนวนมากในช่วงแรก (นี่คือรูปแบบการดรอบชิปแบบหนึ่ง) อย่าลืมเช็กเรื่องลิขสิทธิ์ตามที่คุณ Trudy แนะนำนะคะ สำคัญมาก ไม่ควรมีประวัติเสียในเรื่องพวกนี้

ข้อดีที่ช่วยให้เราขายสินค้าได้ง่ายอย่างหนึ่งคือ ความรู้ด้านการขนส่ง ช่วยลดปัญหาได้เยอะพอสมควร เราได้ลูกค้าจากประเทศที่เราไม่คาดว่าเค้าจะซื้อของออนไลน์กัน อย่าง อิรัก จอร์แดน ลัทเวียร์ โคลอมเบีย ชิลี เปรู  อย่างการส่งสินค้าไปรัสเซีย shipping agent บางรายยังมาขอให้เราทำให้ เราก็เก็บกำไรไปตามระเบียบ

การที่เราจะลงทุนอะไรก็ตาม ต้องทำการศึกษาหาข้อมูล เก็บรายละเอียดงานให้ครบ ตัวอย่างที่เราเล่าให้ฟัง ฟังดูเหมือนง่าย น่าจะใช้เวลาไม่มาก แต่การจะเอาสินค้าแต่ละชิ้นขึ้นขาย เราใช้เวลาศึกษากับมันมากพอสมควร ศึกษารายละเอียดทุกแง่มุม คาดเดาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและหาทางป้องกันไว้ก่อน การขายสินค้าไทย ช่วงแรกจะค่อนข้างเหนื่อย อีกคำแนะนำคือถ้าอยากรู้กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ก็ลองดูสถิติการส่งออกค่ะ อาจได้ไอเดียพอสมควร


อ่านกระทู้นี้มาพักนึงแล้ว ชอบแนวคิดกับวิธีการทำงานของคุณ April มากครับ + ให้อีก 1 ครับ เพราะปกติ คนเรามักไม่ยอมลงมือ หรือไม่ก็เลิกกลางทางซะก่อน แต่ที่อ่านนี่ มีปัญหาก็ค่อยๆแก้ไป ทำไปเรื่อย ผ่านไปทีละขั้น  มันหลักการง่ายๆครับ ปัญหาแยะๆใหญ่ๆ ก็ย่อยมันลงเป็นทีละชิ้นแล้วก็แก้ไปทีละขั้น ถ้าเรามองภาพใหญ่อย่างเดียวบางทีมันท้อ แล้วเลิกได้ครับ

แถมวิธีคิด ก็ดีมาก ค่อยๆปรับเก็บคู่ค้า ผู้ผลิตไว้กับเรา นี่แหละครับ ที่จะทำให้เราอยู่ในตลาดได้ในระยะยาว

ที่จะแนะนำเพิ่มคือ พยายามสร้างความต่างของผลิตภัณเราด้วย เพราะความต่างแค่นิดเดียว มันทำให้เราขายได้ แต่คู่แข่งขายไม่ได้ ผมลองมาแล้ว ไม่ใช่แข่งด้านราคาอย่างเดียว
ไม่ใช่แค่คนไทย พวกเล่นง่ายๆก็ลดราคา คิดได้อย่างเดียวคือลดราคา :wanwan015:

คิดง่ายๆ ก็จบง่ายๆ ตายไป คนซื้อได้เต็มๆ แต่ไอ้คนขายเฮงซวยมาทำลายตลาดพอไม่เวิร์ค พาคนอื่นตายด้วย ดังนั้น สร้างจุดต่าง และสินค้าคุณจะพิสูจน์ตัวมันเองครับ

เราก็เห็นด้วยว่าคุณ April รอบคอบดีจังทำธุรกิจค่อยๆมีกำไรอย่างมั้นคง และคุณ Loc,know ว่าอย่าขายของคัดราตา รายได้ส่วนหนึ่งขอวเราเป็น Supplier ให้กัยคนขายอีเบย์ใน US ส่วนหนึ่ง
ขายของออกได้เร็ว
เราจะมี message ในแต่ละ รายการสินค้าว่า If you'd like to purchase in bulk, I 'll give you a special discount.
เตยมีลูกค้าที่ US บอกว่าถ้าฉันซื้อของเธอเยอะ เธออย่าขายของตัดราคาได้ไหม :wanwan011:
เราก็บอกว่าได้ ไม ต้องกังวล เราไม่ขายของตัวนี้บน eBay ไปขายที่ etsy แทน :wanwan007: :wanwan007:
อีกหนึ่งวิธีขายคือเอาคู่แข่งบน eBay เป็นพันธมิตร เรา สินค้าจะได้ราคาดี :wanwan003:

มาถึงน้องใหม่ที่โดน Limit ขายสมมต 100 รายการต่อเดือน น้องต้องกลับไปเช็คดูว่า ใน 100 ห็รายการนี้ ขายของออกกี่รายการ อย่าตะบึ้ตะบันลงขายของแบบไม่วิเคราะห์
เดี๋ยวจะมาบอกทีหลังว่าก้าวข้ามอย่างไร :wanwan016: :wanwan016:
รับส่งด่วนสินค้าไป USA ราคาถูก รับแก้ปัญหา eBay&Paypal บริการเปิดบัญชี  สร้าง Feedback แก้ Suspension
บริการ แก้ปัญหา Paypal Limit และปลด Limit Sales จาก eBay รับเขียน Title & Product Description

ebizsl007

อ้างถึงจาก: trudy ใน 08 พฤศจิกายน 2013, 13:19:03
อ้างถึงจาก: loc.know ใน 06 พฤศจิกายน 2013, 18:52:00
อ้างถึงจาก: April07 ใน 06 พฤศจิกายน 2013, 18:36:43

ถ้าลอง seach ดูสินค้าบน ebay หรือ etsy หมวด carving wood lamp จะเห็นชิ้นงานโคมไฟแกะสลัก ราคาขายรวมค่าส่งมีตั้งแต่ 1000 ถึง 5000 บาท รูปแบบการผลิตชิ้นงานเท่าที่ดูมันออกแนว commercial พอสมควร แต่สินค้าตัวที่เราเตรียมเอาขึ้นขาย เป็น Otop แถวอีสาน งาน art ลายไทยล้วนๆ ผู้ผลิตขายส่งให้เราชิ้นละ 500-700  บาท เรากะจะเอาขึ้นขายประมาณ 2-2,500 บาท(รวมค่าส่งแล้ว)

งาน handmade ชิ้นแรกที่เราเอาขึ้นขาย ตอนนี้มันขายได้ทุกวัน แต่ได้ออร์เดอร์จากอเมซอนเป็นส่วนใหญ่ ออร์เดอร์จากอีเบย์มีทุกวัน แต่ไม่มาก ความรู้อีเบย์เรายังอยู่ในระดับอนุบาล กำลังพยายามเรียนรู้อยู่เหมือนกันค่ะ สินค้าชิ้นแรกเราขายได้ทุกวัน จำนวนออร์เดอร์ไม่หวือหวา แต่ได้จำนวนออร์เดอร์ใกล้เคียงกันทุกวัน ตอนนี้เราก็มองว่าสินค้าชิ้นนี้เริ่มไปได้ เราสั่งผลิตล็อตที่สองไปอีก 4 แสนบาท ช่วงแรกเราตั้งเป้าสั่งผลิตอยู่ในช่วง 3-5 แสนบาทคงที่ทุกเดือน ลองคำนวณดูว่าคนผลิตชิ้นงานให้เรา เค้าจะได้ออร์เดอร์คงที่ขั้นต่ำวันละ 10,000 บาท กำไรที่หักต้นทุนแล้วต่อเดือนน่าจะมีโอกาสได้ถึงหนึ่งแสนบาท ผู้ผลิตน่าจะมีกำลังใจในการผลิตชิ้นงานให้เราพอสมควร ออร์เดอร์ไม่หวือหวา ผู้ผลิตก็ผลิตตามปกติ ยังไม่ต้องขยายกำลังผลิต ต่อไปเราก็จะค่อยๆขยายตลาด ให้ผู้ผลิตค่อยๆปรับตัวเพื่อเพิ่มกำลังผลิต ตอนนี้เราเริ่มหาลูกค้าที่จะมาเป็น reseller ในต่างประเทศ ทำไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็เตรียมเอาชิ้นงานตัวใหม่ขึ้นขาย

ถ้าใครอยู่ใกล้ผู้ผลิตสินค้า ถือว่ามีโอกาสที่ดี อาจแค่ไปขอถ่ายรูปเพื่อโพสต์ขายก่อน ยังไม่ต้องสั่งผลิตจำนวนมากในช่วงแรก (นี่คือรูปแบบการดรอบชิปแบบหนึ่ง) อย่าลืมเช็กเรื่องลิขสิทธิ์ตามที่คุณ Trudy แนะนำนะคะ สำคัญมาก ไม่ควรมีประวัติเสียในเรื่องพวกนี้

ข้อดีที่ช่วยให้เราขายสินค้าได้ง่ายอย่างหนึ่งคือ ความรู้ด้านการขนส่ง ช่วยลดปัญหาได้เยอะพอสมควร เราได้ลูกค้าจากประเทศที่เราไม่คาดว่าเค้าจะซื้อของออนไลน์กัน อย่าง อิรัก จอร์แดน ลัทเวียร์ โคลอมเบีย ชิลี เปรู  อย่างการส่งสินค้าไปรัสเซีย shipping agent บางรายยังมาขอให้เราทำให้ เราก็เก็บกำไรไปตามระเบียบ

การที่เราจะลงทุนอะไรก็ตาม ต้องทำการศึกษาหาข้อมูล เก็บรายละเอียดงานให้ครบ ตัวอย่างที่เราเล่าให้ฟัง ฟังดูเหมือนง่าย น่าจะใช้เวลาไม่มาก แต่การจะเอาสินค้าแต่ละชิ้นขึ้นขาย เราใช้เวลาศึกษากับมันมากพอสมควร ศึกษารายละเอียดทุกแง่มุม คาดเดาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและหาทางป้องกันไว้ก่อน การขายสินค้าไทย ช่วงแรกจะค่อนข้างเหนื่อย อีกคำแนะนำคือถ้าอยากรู้กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ก็ลองดูสถิติการส่งออกค่ะ อาจได้ไอเดียพอสมควร


อ่านกระทู้นี้มาพักนึงแล้ว ชอบแนวคิดกับวิธีการทำงานของคุณ April มากครับ + ให้อีก 1 ครับ เพราะปกติ คนเรามักไม่ยอมลงมือ หรือไม่ก็เลิกกลางทางซะก่อน แต่ที่อ่านนี่ มีปัญหาก็ค่อยๆแก้ไป ทำไปเรื่อย ผ่านไปทีละขั้น  มันหลักการง่ายๆครับ ปัญหาแยะๆใหญ่ๆ ก็ย่อยมันลงเป็นทีละชิ้นแล้วก็แก้ไปทีละขั้น ถ้าเรามองภาพใหญ่อย่างเดียวบางทีมันท้อ แล้วเลิกได้ครับ

แถมวิธีคิด ก็ดีมาก ค่อยๆปรับเก็บคู่ค้า ผู้ผลิตไว้กับเรา นี่แหละครับ ที่จะทำให้เราอยู่ในตลาดได้ในระยะยาว

ที่จะแนะนำเพิ่มคือ พยายามสร้างความต่างของผลิตภัณเราด้วย เพราะความต่างแค่นิดเดียว มันทำให้เราขายได้ แต่คู่แข่งขายไม่ได้ ผมลองมาแล้ว ไม่ใช่แข่งด้านราคาอย่างเดียว
ไม่ใช่แค่คนไทย พวกเล่นง่ายๆก็ลดราคา คิดได้อย่างเดียวคือลดราคา :wanwan015:

คิดง่ายๆ ก็จบง่ายๆ ตายไป คนซื้อได้เต็มๆ แต่ไอ้คนขายเฮงซวยมาทำลายตลาดพอไม่เวิร์ค พาคนอื่นตายด้วย ดังนั้น สร้างจุดต่าง และสินค้าคุณจะพิสูจน์ตัวมันเองครับ

เราก็เห็นด้วยว่าคุณ April รอบคอบดีจังทำธุรกิจค่อยๆมีกำไรอย่างมั้นคง และคุณ Loc,know ว่าอย่าขายของคัดราตา รายได้ส่วนหนึ่งขอวเราเป็น Supplier ให้กัยคนขายอีเบย์ใน US ส่วนหนึ่ง
ขายของออกได้เร็ว
เราจะมี message ในแต่ละ รายการสินค้าว่า If you'd like to purchase in bulk, I 'll give you a special discount.
เตยมีลูกค้าที่ US บอกว่าถ้าฉันซื้อของเธอเยอะ เธออย่าขายของตัดราคาได้ไหม :wanwan011:
เราก็บอกว่าได้ ไม ต้องกังวล เราไม่ขายของตัวนี้บน eBay ไปขายที่ etsy แทน :wanwan007: :wanwan007:
อีกหนึ่งวิธีขายคือเอาคู่แข่งบน eBay เป็นพันธมิตร เรา สินค้าจะได้ราคาดี :wanwan003:

มาถึงน้องใหม่ที่โดน Limit ขายสมมต 100 รายการต่อเดือน น้องต้องกลับไปเช็คดูว่า ใน 100 ห็รายการนี้ ขายของออกกี่รายการ อย่าตะบึ้ตะบันลงขายของแบบไม่วิเคราะห์
เดี๋ยวจะมาบอกทีหลังว่าก้าวข้ามอย่างไร :wanwan016: :wanwan016:

เทคกะนิค แยบยล จิงๆเลยฮาฟ อ่าน 3 ก๊กมาป่าวเนี่ย  :wanwan012:
เธอคือแรงของใจ ที่ผลักให้ฉันต้องฟันผ่า ดั่งแสงในคืนอ่อนล้าที่ส่องหัวใจ

เป็นผู้ชนะทุกวินาที จะมีความหมายใด จะเอาชนะทุกอย่างเพื่อใคร ถ้าไม่มีเธอสักคน   8)


What if you had a second chance at true love?
from "Letters to Juliet" the movie

April07

คุณ Trudy ต้องรีบปาดหน้าแซงโค้งมาสอนแล้วละ นักเรียนรอเพียบ

วันนี้วันเกิดครบรอบหนึ่งเดือนของ ebay store ของเรา ดีใจสุดๆ ทำมาได้ครบเดือนแล้ว



กำลังนอนกลางวัน

[ramen]

อ้างถึงจาก: April07 ใน 05 พฤศจิกายน 2013, 12:34:28

ลองหาหนังสือ negotiation มาอ่านดูค่ะ ไม่เอาหนังสือแปล หรือ pocket book, how to book ที่มีขายตามร้านนายอินทร์ ซีเอ็ด นะคะ เอาเล่มที่เป็นตำราเรียน อย่างของ Lewicki

ไม่เคยมีชิปเมนท์ ไม่เคยขายของมาก่อนก็ยังดีลได้ ถ้างั้นจะมีจุดเริ่มได้ยังไงคะ เราไม่เคยส่งพัสดุย่อยเลย เริ่มขายครั้งแรก เราก็ใช้ DHL Express


ที่ว่ามาใช่พวกนี้หรือเปล่าครับ

https://www.se-ed.com/product/Mastering-Business-Negotiation-A-Working-Guide-to-Making-Deals-and-Resolving-Conflict.aspx?no=9780787980993&utm_source=Lewicki&utm_medium=author&utm_term=3&utm_campaign=WebSearch

https://www.se-ed.com/product/Negotiation-Readings-Exercises-and-Cases-4ED-IE.aspx?no=9780071123167&utm_source=Lewicki&utm_medium=author&utm_term=2&utm_campaign=WebSearch


ถ้าใช่มีแบบแปลไทยแล้วยังคงต้นฉบับไว้ หรือเปล่าครับ

zidit

เข้ามาไล่อ่านดู รู้สึกได้อะไรไปเยอะเลยครับ ขอบคุณเจ้าของกระทู้มากๆ ที่มาแบ่งปันประสบการณ์ครับ

ebizsl007

อ้างถึงจาก: [ramen] ใน 08 พฤศจิกายน 2013, 17:49:55
อ้างถึงจาก: April07 ใน 05 พฤศจิกายน 2013, 12:34:28

ลองหาหนังสือ negotiation มาอ่านดูค่ะ ไม่เอาหนังสือแปล หรือ pocket book, how to book ที่มีขายตามร้านนายอินทร์ ซีเอ็ด นะคะ เอาเล่มที่เป็นตำราเรียน อย่างของ Lewicki

ไม่เคยมีชิปเมนท์ ไม่เคยขายของมาก่อนก็ยังดีลได้ ถ้างั้นจะมีจุดเริ่มได้ยังไงคะ เราไม่เคยส่งพัสดุย่อยเลย เริ่มขายครั้งแรก เราก็ใช้ DHL Express


ที่ว่ามาใช่พวกนี้หรือเปล่าครับ

https://www.se-ed.com/product/Mastering-Business-Negotiation-A-Working-Guide-to-Making-Deals-and-Resolving-Conflict.aspx?no=9780787980993&utm_source=Lewicki&utm_medium=author&utm_term=3&utm_campaign=WebSearch

https://www.se-ed.com/product/Negotiation-Readings-Exercises-and-Cases-4ED-IE.aspx?no=9780071123167&utm_source=Lewicki&utm_medium=author&utm_term=2&utm_campaign=WebSearch


ถ้าใช่มีแบบแปลไทยแล้วยังคงต้นฉบับไว้ หรือเปล่าครับ

มี ebook แบบแปลไทย ไหมฮาฟ :wanwan011:
เธอคือแรงของใจ ที่ผลักให้ฉันต้องฟันผ่า ดั่งแสงในคืนอ่อนล้าที่ส่องหัวใจ

เป็นผู้ชนะทุกวินาที จะมีความหมายใด จะเอาชนะทุกอย่างเพื่อใคร ถ้าไม่มีเธอสักคน   8)


What if you had a second chance at true love?
from "Letters to Juliet" the movie

porpum

มิน่า ของบนห้างก็ใช่ว่าจะดีซะแล้ว โอ้ กระเทียม

jibfolks

มาเก็บความรู้ครับ
ขอบคุณมากนะครับ

aekkamol