
วันนี้ (27ธ.ค.) จากเหตุการณ์อื้อฉาวที่แฟนบอลทีม "หมูป่าเขี้ยวตัน" นครปฐม เอฟซี รุมทำร้ายร่างกาย นายอภิสิทธิ์ อ้นรักษ์ ผู้ตัดสินฟุตบอล ในนัดที่ทีมนครปฐม เอฟซี เปิดสนามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน นครปฐม รับการมาเยือนของทีม "กูปรีอันตราย" ศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี ในการแข่งขันฟุตบอลนัดเพลย์ออฟ เพื่อหาทีมเลื่อนชั้นขึ้นไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2011 เนื่องจากไม่พอใจในการตัดสิน จนทำให้ทั้งสองทีมเสมอกันไป 0-0 ส่งผลให้ทีมนครปฐม เอฟซี ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากที่อาจจะไม่ได้เลื่อนชั้นในฤดูกาลหน้า นอกจากนี้แฟนบอลทีมศรีสะเกษก็ถูกรุมทำร้ายบาดเจ็บไปหลายราย รวมทั้งรถที่จอดอยู่ข้างสนามได้รับความเสียหายหลายคัน โดยผู้เสียหายและผู้บาดเจ็บต่างเดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.กำแพงแสน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมานั้น
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิ์วงษ์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ถาวร ขาวสอาด รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม เดินทางมาประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.ประเสริฐ ศิริพรรณาภิรัตน์ ผกก.สภ.กำแพงแสน ชุดสืบสวนของ ภ.จว.นครปฐม และสืบสวน สภ.กำแพงแสน เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี โดยไม่ให้สื่อมวลชนเข้าร่วมฟัง อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวว่า ในที่ประชุมได้มีการนำภาพบันทึกเหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้น จากสำนักพิมพ์และทีวีที่ถ่ายทอดสดนำมาฉายบนจอ เพื่อหาตัวผู้ที่ร่วมก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดี
หลังออกจากห้องประชุม พล.ต.ต.โสภณ เปิดเผยว่า ผบช.ภ.7 ได้มอบหมายงานให้เข้ามาควบคุมคดีและได้มีการกำชับไว้ว่าให้ดำเนินการตามกฎหมายกับทุกคนที่ก่อเหตุ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าจะเป็นนักการเมืองหรือไม่ หากทำผิดให้ดำเนินการได้เต็มที่ จากการดูภาพจากกล้องวีดิโอที่บันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ เบื้องต้นขณะนี้ทราบแล้วว่าผู้ก่อเหตุร้ายแรงชกกรรมการนั้นมีอยู่ 4 คน ซึ่งได้ออกหมายเรียกไปหมดแล้ว แต่ขอสงวนนามไว้ก่อน ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ มีอัตราโทษจำ 2 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำและปรับ หากไม่มาพบก็ออกหมายจับได้ทันที และมีอีกเกือบ 10 คนที่อยู่ในข่ายจะออกหมายเรียกเพิ่มเติม ส่วนบุคคลที่พกอาวุธปืนและชักออกมา จะโดนข้อหาพกพาอาวุธปืนเข้ามาในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร มีโทษจำคุก 10 ปี ปรับ 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ต่อมาในเวลา 14.00 น.ของวันเดียวกัน นายทหารพระธรรมนูญ สังกัดกองทัพอากาศฐานบินกำแพงแสน จ.นครปฐม ได้นำตัว พ.อ.อ.นพพร ศิริรังสี อายุ 41 ปี สังกัดทหารอากาศ ฐานบินกำแพงแสน ซึ่งเป็นบุคคลสวมเสื้อสีขาวชักอาวุธปืนออกมาถือในมือ มามอบตัวกับ พ.ต.อ.ประเสริฐ ผกก.สภ.กำแพงแสน โดย ตร.ได้เชิญเข้าห้องสอบสวน พร้อมกับแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายต่อกายและ จิตใจ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพา
โดย พ.อ.อ.นพพร ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าสาเหตุที่ต้องชักปืนก็เพราะว่าช่วงนั้นแฟนบอลกรูกันจะเข้ามามาก ตนเกรงว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับตัวเองจึงได้ชักปืนออกมาขู่ ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายใครทั้งนั้น ส่วนรายละเอียดต่างๆ ไม่ขอให้การในชั้นพนักงานสอบสวน จะขอไปให้การในชั้นศาล หลังจากมอบตัวแล้วนายทหารพระธรรมนูญได้นำตัวกลับไปดูแลยังฐานบินกำแพงแสน
วันเดียวกันนี้ นายไชยา สะสมทรัพย์ ประธานสโมสรนครปฐม ได้นัดให้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสัมภาษณ์ ถึงบ้านพักย่านตัวเมือง จ.นครปฐม แต่พอจะถึงเวลานัดหมาด นายใหญ่ “หมูป่าเขี้ยวตัน” กลับปลีกตัวเข้าไปอยู่ในบ้านพัก พร้อมบอกกับคนสนิทว่า สภาพจิตใจไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ในเวลานี้ โดยทางสโมสรนครปฐมจะจัดงานแถลงข่าวในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ประธานสโมสรนครปฐมยังฝากบอกคนใกล้ชิดว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ต้องขอโทษแฟนบอลศรีสะเกษด้วย ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายเช่นนี้ และตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก
ทางด้าน นายชูชัย บัวบูชา ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสิน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันอาทิตย์ที่ 26 ธ.ค.ผ่านมา ทางสมาคมผู้ตัดสินฯ ได้จัดกิจกรรมพบปะกันระหว่างผู้ตัดสินทุกระดับชั้น ขณะเดียวกันตนยังได้ให้ทุกคนเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตการทำหน้าที่ในสนามฟุตบอล เพราะว่าในกรณีที่ผ่านมาระหว่างนครปฐมกับศรีสะเกษนั้น พวกเรารู้สึกสลดหดหู่ใจอย่างมากกับการที่ผู้ตัดสินโดนทำร้าย ซึ่งหลายคนให้ความเห็นว่า หากผลการตัดสินของ บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ออกมา แล้วผู้กระทำผิดรวมทั้งทีมนครปฐม ได้รับการลงโทษแบบจิ๊บจ๊อย พวกเราขอบอยคอต บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ทันที โดยจะรวมพลังกันไม่ตัดสินฟุตบอลภายในประเทศทุกรายการแน่นอน
ส่วน ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ จะมีการประชุมหารือถึงเรื่องนี้กันในบ่ายวันที่ 28 ธ.ค.นี้ ส่วนมาตรการการลงทางเบื้องต้นนั้น ตนยังพูดหรือให้คำตอบอะไรไม่ได้ในตอนนี้ เพราะว่ายังไม่เคยมีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งหากได้ข้อสรุปอย่างไรบริษัทฯ ก็จะส่งเรื่องไปให้กับสมาคมฟุตบอลฯ ได้พิจารณาตัดสินต่อไป