-- คันปากว่าด้วย จุ๊บจิ๊บ นัยยะของแพทย์ กฎหมาย และบรรทัดฐานของสังคม Dr.K

เริ่มโดย Dr.K, 16 พฤศจิกายน 2011, 12:20:24

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

เกมส์เกมส์.com

อ้างถึงจาก: Blennon ใน 17 พฤศจิกายน 2011, 01:24:49
อ่านเรื่อง  "ไม่ได้ขอ คนอื่นให้เอง"

นึกถึงเรื่องจริงตอนสมัยเรียนเลยค่ะ

เพื่อนสนิทโทรมาหา พอไปเจอที่คณะ
หล่อนนั่งน้ำตาไหล เป็นเผาเต่า ประหนึ่งญาติเสียก็ไม่ปาน
พอถามไถ่ได้ความว่า ที่บ้านมีปัญหาเรื่องเงิน ค้างค่าหอมา 3 เดือนแล้ว
ถ้าไม่จ่ายจะไม่ได้ออกจากหอ (เรียนจบพอดี อยากออกจากหอ ไม่อยากจ่ายค่าหอเพิ่มแล้ว)
แล้วนั่งร้องไห้จะเป็นจะตายอยู่ตรงนั้น ... เราก็ตัดสินใจเอาเงินเก็บให้ยืมไป หมื่นกว่าบาท

พอออกจากหอได้ ผ่านไปไม่นาน บ้านเธอซื้อกล้องเครื่องละ 17,000 ให้
เราก็อึ้ง เธอบอกซื้อผ่อนไง แม่ซื้อให้ ต้องใช้ถ่ายรูปรับปริญญา
แล้วเธอก็ใช้ชีวิตปกติ กิน เที่ยว ...
(หอที่อยู่ก็เป็นหอนอก อยู่คนเดียว หอแพงด้วยนะนั่น)

สุดท้ายทนไม่ไหวทวงเงินคืน ก็เจอคำประมาณนี้ล่ะค่ะ

" ก็ไม่ได้ขอยืม เธอเสนอมาเองนะ "
:o

ตกลงว่าให้เพราะความสงสาร เมตตา แปลว่า โง่เอง อยากไปให้เค้าเอง ใช่มั้ยคะ ?
ไม่โง่หรอกครับ เราเห็นใจเค้าก็เพราะเรามิจิตใจที่ดี

เอางี้ ผมให้ ยืม ถุงเท้า กับรองเท้าผมเอง

คุณใส่ถุงเท้ากับรองเท้าผมไปนั่งใกล้ๆเค้า จากนั้นคุณก็ถอดรองเท้าของผมออกมาเลยครับ ถอดทั้งสองข้าง...เลย คุณไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น

รับรอง ต้องมีคนตายแน่นอน ...
[direct=http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,191657.0.html]##โปรโมชั่น ## seo ลุ้นเสียว 1000 บาท/คีย์ +++  3คีย์แถม 1 คีย์+++ รับทำ seo แฟนเพจ top 10 เพียง 3000/คีย์[/direct]

khanom

รู้ไหมว่ามันเครียด นอนไม่หลับกันเลยทีเดียว..... :P :P

โลกไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ แต่มันยังมีอีกสีหนึ่ง คือ สีเทาไงละ

khanom
ไทยเสียวเป็นสถานที่แบ่งปันความรู้ แบ่งปันเทคนิค การหาเงินบนเน็ท มิใช่เป็นเวทีมวยลุมพินี ไม่ใช่ตลาดคลองเตย ไม่ใช่ร้านเกม รณรงค์ใช้คำสุภาพในบอร์ด งดดราม่า อย่าแสดงกริยาไม่เหมาะสม แสดงออกว่ากำลังควบคุมสติไม่อยู่ จงไปสงบสติอารมณ์ก่อนตั้งกระทู้ หรือโพส ถึงบอร์ดจะเงียบเพราะดราม่าลด หรือคาเฟ่หาย มีกระทู้สาระขึ้นมา1กระทู้/อาทิตย์ หรือเดือน หรือปี ก็ดีกว่้า กระทู้ดราม่า/คาเฟ่ 10กระทู้/วัน

Blennon

อ้างถึงจาก: zern ใน 17 พฤศจิกายน 2011, 04:23:36
อ้างถึงจาก: Blennon ใน 17 พฤศจิกายน 2011, 01:24:49
อ่านเรื่อง  "ไม่ได้ขอ คนอื่นให้เอง"

นึกถึงเรื่องจริงตอนสมัยเรียนเลยค่ะ

เพื่อนสนิทโทรมาหา พอไปเจอที่คณะ
หล่อนนั่งน้ำตาไหล เป็นเผาเต่า ประหนึ่งญาติเสียก็ไม่ปาน
พอถามไถ่ได้ความว่า ที่บ้านมีปัญหาเรื่องเงิน ค้างค่าหอมา 3 เดือนแล้ว
ถ้าไม่จ่ายจะไม่ได้ออกจากหอ (เรียนจบพอดี อยากออกจากหอ ไม่อยากจ่ายค่าหอเพิ่มแล้ว)
แล้วนั่งร้องไห้จะเป็นจะตายอยู่ตรงนั้น ... เราก็ตัดสินใจเอาเงินเก็บให้ยืมไป หมื่นกว่าบาท

พอออกจากหอได้ ผ่านไปไม่นาน บ้านเธอซื้อกล้องเครื่องละ 17,000 ให้
เราก็อึ้ง เธอบอกซื้อผ่อนไง แม่ซื้อให้ ต้องใช้ถ่ายรูปรับปริญญา
แล้วเธอก็ใช้ชีวิตปกติ กิน เที่ยว ...
(หอที่อยู่ก็เป็นหอนอก อยู่คนเดียว หอแพงด้วยนะนั่น)

สุดท้ายทนไม่ไหวทวงเงินคืน ก็เจอคำประมาณนี้ล่ะค่ะ

" ก็ไม่ได้ขอยืม เธอเสนอมาเองนะ "
:o

ตกลงว่าให้เพราะความสงสาร เมตตา แปลว่า โง่เอง อยากไปให้เค้าเอง ใช่มั้ยคะ ?
เพื่อนสนิทประสาอะไรทำกันขนาดนี้ รับรองเลยถ้าเป็นผม ผมจะถามย้ำอีกทีให้แน่ใจว่ามันไม่ได้กวนตรีนเล่น หรือเล่นมุก
ถ้ามันยังยืนยันคำเดิม ผมเสนอตีนให้มันแน่ๆ ต่อให้คบมายี่สิบปี แต่ถ้าพยายามจะเอารัดเอาเปรี่ยบ ผมก็ตัดเพื่อนได้อย่างไม่ลังเลเหมือนกัน แต่รับรองว่ามันต้องโดนตีนก่อนโดนตัดเพื่อนแน่ๆ

เราช็อคมากค่ะ เกิดมาไม่เคยพบเจอ คบมา 4 ปี
แทบจะสนิทที่สุดในมหาลัยแล้วมั้ง
แต่เรามีเพื่อนสนิทที่โรงเรียนอีกเยอะค่ะ เรียกได้ว่าโตมาด้วยกัน ตั้งแต่อนุบาลเลยทีเดียว

เราเลือกเอาเงินคืนค่ะ แล้วกระจายข่าวในกลุ่มเพื่อนว่าเธอยืมเรา เป็นการกดดัน
เพราะตอนแรกเรากลัวจะเค้าจะอายค่ะ
ซึ่งเค้าอายจริง ๆ ค่ะ เพราะทุกคนไม่เคยมีใครรู้เลยว่าเค้าไม่ค่อยมีเงิน
(อยู่หอนอก ขับรถใหม่ กิน ใช้ เที่ยว ช้อปปิ้ง)
ถึงจะไม่หรูหราไฮโซ แต่มีใช้ตลอดค่ะ แม้แต่ตอนเป็นหนี้

แต่จริงๆ บ้านเค้ามีปัญหาเรื่องเงินมาตลอด แต่ไม่อยากให้ลูกน้อยหน้าเพื่อน
ลูกก็เป็นผู้หญิงฟุ้งเฟ้อด้วยค่ะ หนี้ไม่ต้องหาคืนกันละ ห่วงแต่ช้อปปิ้ง
พอเราได้เงินคืน ได้ข่าวว่าไปขโมยเงินเพื่อนด้วยนะคะ สุดๆ
:wanwan023:

บางคนอาจจะบอกว่า เงินแค่นี้พิสูจน์เพื่อนแท้ได้ ..
แต่เราว่า ... ไหนๆ ก็ต้องเสียเืพื่อนกันอยู่้แล้ว เอาเงินกุคืนมาค่ะ

Blennon

อ้างถึงจาก: khanom ใน 17 พฤศจิกายน 2011, 04:37:51
รู้ไหมว่ามันเครียด นอนไม่หลับกันเลยทีเดียว..... :P :P

โลกไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ แต่มันยังมีอีกสีหนึ่ง คือ สีเทาไงละ

khanom

รู้และเข้าใจนะคะ และเป็นห่วงมาก ๆ ค่ะ จากใจ จุ๊บๆ
:-[

Blennon

อ้างถึงจาก: เกมส์เกมส์.com ใน 17 พฤศจิกายน 2011, 04:32:29

ไม่โง่หรอกครับ เราเห็นใจเค้าก็เพราะเรามิจิตใจที่ดี

เอางี้ ผมให้ ยืม ถุงเท้า กับรองเท้าผมเอง

คุณใส่ถุงเท้ากับรองเท้าผมไปนั่งใกล้ๆเค้า จากนั้นคุณก็ถอดรองเท้าของผมออกมาเลยครับ ถอดทั้งสองข้าง...เลย คุณไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น

รับรอง ต้องมีคนตายแน่นอน ...

55555555 ขอบคุณมากนะคะแต่เราไม่กล้าค่ะ กลัวเราสิ้นชีวิตไปด้วย  :-X

T.mizaki

ว่าจะไม่ออกความเห็นใดๆ แต่อย่างที่คุณขนมบอก อันนี้มันเป็นเทาๆจริงๆ

จากที่อ่านมาตั้งแต่กระทู้มาม่า ผมพอสรุปได้ประมาณนี้

1. คุณจิ๊บ บอกเพื่อนๆ พี่ๆ ที่สนิทกันว่า เค้าไม่สบาย เป็นหลายโรคมาก ต้องใช้เงิืนมากมายในการรักษาตัว แต่ตัวเองก็มีไม่พอ

2. เพื่อนๆพี่ๆ ที่สนิทกับคุณจิ๊บ คนหนึ่งมาตั้งกระทู้สงสารคุณจิ๊บ ขอความช่วยเหลือให้กับเธอ เชิญชวนให้ไปช่วยเหลือ

3. เพื่อนๆในบอร์ดเห็น ส่วนใหญ่ก็สงสาร แต่อีกส่วนหนึ่งก็สงสัย 
   - ส่วนที่สงสาร ก็ให้ความช่วยเหลือกันไปตามแต่ที่ตัวเองจะนึกออก และทำได้
   - ส่วนที่สงสัย ก็ดูอยู่ห่างๆก่อน ไม่ได้อะไรมาก แต่ก็ยังติดตามอยู่

4. คุณจิ๊บ ออกมาขอให้หยุดความช่วยเหลือแบบฟรีๆ แต่ขอให้เป็นการจ้างงานเธอแทน เพื่อไม่ให้มองว่าเธอมาหากินแปลกๆ เหมือนมิจฉาชีพ

5. ยิ่งทำให้เื่พื่อนๆในบอร์ด สงสารและเ็ห็นใจ พร้อมที่จะช่วยเธอมากขึ้น

6. คุณจิ๊บ มีการอัพเดท อาการป่วยของเธอ โดยผ่านผู้อื่น (ผู้ที่อยู่ในกลุ่มสงสาร) โดยการทำอย่างนี้ทำให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มสงสัย เริ่มต้องการหลักฐานยืนยันการป่วย ทำให้เกิดการถกเถียงกันในบอร์ด ระหว่างกลุ่มผู้ที่สงสาร และ กลุ่มผู้ที่สงสัย

7. คุณจิ๊บ แสดงหลักฐานการป่วย ซึ่งต่อมาจากหลักฐานที่ปรากฏ ที่วินิจฉัยแล้ว จากหลายๆท่าน มีความเห็นตรงกันว่า เธอป่วยจริง แต่ไม่ได้หนักหนาสาหัส ตามที่เธอกล่าวอ้าง และที่สำคัญที่สุด คือ เธอทำหลักฐานเท็จ ขึ้นมา

8. หลักฐานเท็จที่เธอได้ทำขึ้นมานั้น มีคนจับได้และขอให้เธอ บอกความจริงให้หมด แต่เธอกลับเลือกที่จะยืนยันว่าเธอได้ป่วยจริงๆ จนอยากจะไปฟ้องร้องกับสถานพยาบาลผู้ตรวจ

9. หลายคนไม่พอใจเธอ แต่อีกหลายคนก็เฉยๆ และอีกส่วนหนึ่งก็ยังมีความเห็นว่าเธอได้ยอมรับผิดบางประการไปแล้วเราน่าจะให้อภัยเธอได้แล้ว

///////////////////////////////////////////////////////////////////

ความเ็ห็นของผม

2. เพื่อนๆพี่ๆ ที่สนิทกับคุณจิ๊บ คนหนึ่งมาตั้งกระทู้สงสารคุณจิ๊บ ขอความช่วยเหลือให้กับเธอ เชิญชวนให้ไปช่วยเหลือ

การช่วยเหลือเป็นสิ่งที่ดีครับ  แต่การที่จะเชิญชวนผู้อื่น มาร่วมช่วยเหลือ เราจำเป็นจะต้องหาหลักฐานมาแสดง เพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่า นี่คือเรื่องจริง เพราะเราเห็นมากับตา มีเอกสารที่มีความน่าเชื่อถือ มีที่มาที่ไป มีรูปถ่ายมายืนยันชัดเจน ก่อนที่จะเชิญชวนผู้อื่นมาร่วมช่วยเหลือ 

แต่หากเป็นการช่วยเหลือส่วนบุคคล เรื่องแบบนี้ก็อาจจะไม่จำเป็นครับ เพราะเราช่วยด้วยใจ หากถูกหลอกก็เจ็บเพียงผู้เดียว
หากว่าอยากให้สาธารณะชนทำการช่วยเหลือ เรื่องหลักฐานที่เชื่อถือได้ มีที่มาที่ไป เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด  อย่างน้อยก็เพื่อความมั่นใจ และคุณเองก็ไม่ตกเป็นจำเลย หากภายหลังถูกจับได้ว่าหลอกลวง

6. คุณจิ๊บ มีการอัพเดท อาการป่วยของเธอ โดยผ่านผู้อื่น (ผู้ที่อยู่ในกลุ่มสงสาร) โดยการทำอย่างนี้ทำให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มสงสัย เริ่มต้องการหลักฐานยืนยันการป่วย ทำให้เกิดการถกเถียงกันในบอร์ด ระหว่างกลุ่มผู้ที่สงสาร และ กลุ่มผู้ที่สงสัย

นี่คือสิ่งที่ชัดเจนที่สุดครับ กับความผิดเริ่มต้น ที่ก่อให้เกิดชนวน หากต้องการแค่งานทำ ทำไมต้องมาอัพเดทอาการป่วย จุดประสงค์เพื่ออะไร (ที่สำคัญคือภายหลังมาพิสูจน์แล้ว ไม่เป็นความจริงอีกต่างหาก) เข้าข่า่ยหลอกลวงแบบเต็มๆ

7. คุณจิ๊บ แสดงหลักฐานการป่วย ซึ่งต่อมาจากหลักฐานที่ปรากฏ ที่วินิจฉัยแล้ว จากหลายๆท่าน มีความเห็นตรงกันว่า เธอป่วยจริง แต่ไม่ได้หนักหนาสาหัส ตามที่เธอกล่าวอ้าง และที่สำคัญที่สุด คือ เธอทำหลักฐานเท็จ ขึ้นมา

หลักฐานเท็จ ผิดเต็มประตูครับ


8. หลักฐานเท็จที่เธอได้ทำขึ้นมานั้น มีคนจับได้และขอให้เธอ บอกความจริงให้หมด แต่เธอกลับเลือกที่จะยืนยันว่าเธอได้ป่วยจริงๆ จนอยากจะไปฟ้องร้องกับสถานพยาบาลผู้ตรวจ

แสดงถึงเจตนาชัดเจนแล้วว่าลงไม่ได้  และไม่ยอมจำนนทั้งหมด  แต่พวกเราอยากขอเพียงแค่คำสารภาพ จากใจจริงของเธอเท่านั้นเอง


ความเห็นของผม ไม่ถูกใจใครต้องขออภัยนะครับ 

คุณนายหวานแหวว

ให้เป็นไปตามคดีความตามกฎหมายเลยค่ะ จะได้ไม่มีใครมาเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ป้องกันพวกมิจฉาชีพมาหากิน
เชือดไก่ให้ลิงดูเลยค่ะ  :wanwan004: :wanwan004: :wanwan004:
[direct=https://www.instagram.com/LexBeautyHealth]collagen[/direct]
[direct=https://www.xn--42ci0baokpa9fa0gycwkd2de2l.com]คอลลาเจน[/direct]
[direct=https://www.facebook.com/LexBeautyHealth]คอลลาเจน[/direct]
[direct=https://www.chayada.org]คอร์สเรียนออนไลน์[/direct]
[direct=https://www.xn--42ci0baokpa9fa0gycwkd2de2l.com]คอลลาเจนไดเปปไทด์[/direct]

wat26

อ้างถึงจาก: dreamer ใน 16 พฤศจิกายน 2011, 23:54:03
รู้สึกว่าวันนี้ผมจะตอบกระทู้มากไปละ

ถ้าที่ผมตอบมันทำให้เรื่องไม่จบ ผมก็ขอโทษด้วย

แต่ผมรู้สึกติดใจกับคำว่า "ไม่ได้ขอ คนอื่นให้เอง เจ้าตัวก็ปฏิเสธแล้วด้วย"

ลองสมมุติว่า เพื่อนสัก 4-5 คนมานั่งกินข้าวด้วยกัน แบบว่านานๆ เจอกันที

แต่ละคนก็เล่าเรื่องชีวิตของตัวเอง ทำงานอะไร ครอบครัวเป็นยังไง

แล้วก็มีเพื่อนคนหนึ่งเล่าว่า

"ช่วงนี้กำลังแย่เลยวะ  ลูกป่วยอยู่ ค่ารักษาเป็นล้าน นี่ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปหาเงินจากไหนเลย ค้าขายก็ไม่ดีเลย
เราน่ะไม่เป็นไรหรอก ก็ห่วงแต่ลูกนี่ละ ไม่อยากให้ลูกทรมานเลย
"

เล่าไปก็น้ำตาไหลไป

เพื่อน A : เฮ้ยมีไรให้เราช่วยมั้ย  เราพอมีเงินอยู่บ้าง เอาไปได้เลยไม่ต้องใช้คืน
เพื่อน B : เดี๋ยวเราสั่งของจากร้านนายละกัน
พ่อของลูก : อย่าเลย เกรงใจวะ
เพื่อน A : เอาน่า เงินแค่นี้เล็กน้อย เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนสิวะ
เพื่อน B : เพื่อนกัน แค่นี้เล็กน้อยวะ
พ่อของลูก : เกรงใจวะ
เพื่อน A : นี่ถ้าแกไม่รับนี้ ถือว่าไม่ให้เกียรติกันเลยนะ
พ่อของลูก : ก็ได้ แต่แกมีไรให้เราตอบแทนมั้ย
เพื่อน B : ก็ตอบแทนโดย ครั้งมากินเหล้าด้วยกันอีกละ


ก็ซาบซึ้งกันไป

แต่อะไรจะเกิด ถ้าวันหนึ่งได้รู้ว่า ไอ้คนที่ลูกป่วยเนี่ย มันไม่เคยมีลูกเลย

ถามว่าตอนเพื่อนจะให้เงิน เขาปฎิเสธหรือเปล่า แน่นอน ย้อนกลับไปอ่านจะเห็นว่า เขาปฎิเสธ เขาผิดตรงไหนละ




สั้น ๆ ตรงโกหกนี่แหล่ะ  หรือคุณว่าเขาไม่ได้โกหก  อย่าบอกนะว่าการโกหกเป็นเรื่องส่วนตัว  :o
[direct=https://xn--42c6a1dzb7c0b.com]โค้ดสี[/direct]คือรหัสสี ใช้ประกอบการแต่งรูปด้วย[direct=https://xn--12cm5bwad7ambd4t1cdg6g.com/]โปรแกรมแต่งรูป[/direct] Photoshop ซึ่งเป็นโปรแกรมแต่งรูปส่งภาพ[direct=https://xn--42caj3gqakd4fwa5f9i.com/]สวัสดีตอนเช้า[/direct]ทุกวัน ใน[direct=https://www.xn--12ccg5bxauoekd6vraqb.com/]วันพระ[/direct]ให้ทำบุญตักบาตร

zZzZ

+1 T.mizaki

หากแบ่งกลุ่มความเชื่อตาม "การบอกว่าป่วยนั้นมีเหตุผลอะไร"

1. เชื่อว่าการออกมาบอกว่าป่วย มีการหวังผล  จึงเชื่อว่า "มีเจตนา"
2. เชื่อว่าการออกมาบอกว่าป่วย ไม่ได้หวังผล จึงเชื่อว่า "ไม่ได้เจตนา"

ใครจะมองยังไงก็แล้วแต่บุคคล แต่มันจะโยงอยู่กับ "ผลประโยชน์" ซึ่งเป็นมุมมองของการขาย


รูปแบบนึงที่ใช้กระตุ้นการขายคือการ ลดแรงต้านทานในการห้ามใจไม่ให้ซื้อ ด้วยการเพิ่มข้อดี (คล้ายๆของแถม) ให้กับความรู้สึกของคนซื้อ
การซื้อสินค้า คือการแลกเปลี่ยนระหว่างสิ่งที่เรามีออกไป กับสิ่งที่คนขายจะให้เรามา

หากสิ่งที่เรามี(เงิน) ทำให้เราได้ผลประโยชน์มากขึ้น มันก็คือความรู้สึก "คุ้มค่า" ยิ่งคุ้มค่ามาก แรงเสียดทานที่จะห้ามไม่ให้ซื้อ ยิ่งน้อย
รูปแบบนึงของการลดแรงเสียดทานคือ เงินของเรานั้น นอกจากได้สินค้าแล้ว ยังทำให้เราได้ความเป็นคนดี - ความภูมิใจ - หน้าตาในสังคม
เมื่อลูกค้าลดความยับยั้งชั่งใจ การจ่ายก็ง่าย

กรณีเช่นลุงหอยทอด ในพันธิป ป้าบึงปลา ช่องสาม มีคนแห่กันไปซื้อ ก็เพราะความรู้สึกของความคุ้มค่าของเงิน (ซึ่งสองกรณีนี้ลำบากจริงๆ)




นักขายที่เก่ง คือคนที่ขายของตัวเองให้กับคู่แข่งตัวเองได้
ฝ่ายผลิตที่เก่ง คือคนที่ลงทุนน้อย แต่ได้ผลผลิตเยอะ ใช้วิธีใดๆก็ตามให้คนมาทำงานให้

แต่ความเก่งนั้นมันไม่ได้หมายความว่าจะดี หรือมีจริยธรรมเสมอไป

วิธ๊สังเกตุว่ามีการใช้รูปแบบของการหวังผลหรือไม่ คงต้องดูจังหวะที่เล่าเรื่อง
เล่าเมื่อไหร่ เล่าช่วงกำลังขายของ
เล่าแล้วได้อะไร ได้มีคนมาบริจาคแรงงาน หรือทรัพย์หรือเปล่า
[direct=http://blackfridayhighlights.com/]PDD Wordpress-Amazon Demo[/direct]
[direct=http://www.facebook.com/pages/PandaDev/275145209179897?__req=hf] Support : PDD Wordpress-Amazon Plugin [/direct]
[direct=http://theworldtopbrands.com]Shopping by brands[/direct]
[direct=http://enduserreview.com]รีวิว[/direct]
[direct=http://findcouponcodesonline.com]Coupon[/direct]

barbies55

อ้างถึงจาก: khanom ใน 17 พฤศจิกายน 2011, 04:37:51
รู้ไหมว่ามันเครียด นอนไม่หลับกันเลยทีเดียว..... :P :P

โลกไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ แต่มันยังมีอีกสีหนึ่ง คือ สีเทาไงละ

khanom

ตัดสินไปตามกฎเถอะ ผู้ดูแลมีสิทธิทำได้แค่นั้น
ส่วนเรื่องสี ขาว ดำ เทา ก็ให้เป็นเรื่องของตัวบุคคล แล้วแต่ใครจะมองว่าเป็นสีไหนยังไง
รับทำเทมเพลท รับโมเทมเพลทให้เข้ากับสคริปต์ต่างๆ


On the Internet, Never One Know You are a Dog.
ผ้าขี้ริ้วห่อทองย่อมเป็นทองฉันใด เอาทองเปลวมาห่อขี้ก็ยังเป็นขี้ฉันนั้น

pizzgivme

ยังไม่จบกันอีกเหรอคะ ขี้เกลียดติดตามแล้วค่ะ ไม่สบายเป็นโลหิตจางเลยอะ  :'(

sanotti

อ้างถึงจาก: pizzgivme ใน 17 พฤศจิกายน 2011, 07:13:27
ยังไม่จบกันอีกเหรอคะ ขี้เกลียดติดตามแล้วค่ะ ไม่สบายเป็นโลหิตจางเลยอะ  :'(
รับบริจาคไหมฮะเด๋วผมตั้งกระทู้ให้ (ล้อเล่น) :wanwan004:
ไม่ลืมไม่มีหรอก..มีแต่ลืมช้ากับลืมเร็ว.......

pizzgivme

อ้างถึงจาก: sanotti ใน 17 พฤศจิกายน 2011, 07:23:33
อ้างถึงจาก: pizzgivme ใน 17 พฤศจิกายน 2011, 07:13:27
ยังไม่จบกันอีกเหรอคะ ขี้เกลียดติดตามแล้วค่ะ ไม่สบายเป็นโลหิตจางเลยอะ  :'(
รับบริจาคไหมฮะเด๋วผมตั้งกระทู้ให้ (ล้อเล่น) :wanwan004:
:-[ ถ้าเป็นโลหิตจาง กับไมเกรนชนิดที่ไม่หายขาดต้องเป็นไปตลอดชีวิต ภูมิแพ้ด้วยไม่หายขาดเหมือนกัน ทอมสิตอักเสบไม่หายขาดเหมือนกันจนกว่าจะได้รับการผ่าตัด

จะได้กี่บาทค่ะ เดี๋ยวเอารูปขึ้นอวต้าก่อนนะ   :wanwan016:

ก็เกิดมาหน้าตาพอดูได้ผิดด้วยหราคะ

:wanwan013:  

sanotti

ไม่ลืมไม่มีหรอก..มีแต่ลืมช้ากับลืมเร็ว.......

adsene5438

อ้างถึงจาก: zZzZ ใน 17 พฤศจิกายน 2011, 06:59:27
+1 T.mizaki

หากแบ่งกลุ่มความเชื่อตาม "การบอกว่าป่วยนั้นมีเหตุผลอะไร"

1. เชื่อว่าการออกมาบอกว่าป่วย มีการหวังผล  จึงเชื่อว่า "มีเจตนา"
2. เชื่อว่าการออกมาบอกว่าป่วย ไม่ได้หวังผล จึงเชื่อว่า "ไม่ได้เจตนา"

ใครจะมองยังไงก็แล้วแต่บุคคล แต่มันจะโยงอยู่กับ "ผลประโยชน์" ซึ่งเป็นมุมมองของการขาย


รูปแบบนึงที่ใช้กระตุ้นการขายคือการ ลดแรงต้านทานในการห้ามใจไม่ให้ซื้อ ด้วยการเพิ่มข้อดี (คล้ายๆของแถม) ให้กับความรู้สึกของคนซื้อ
การซื้อสินค้า คือการแลกเปลี่ยนระหว่างสิ่งที่เรามีออกไป กับสิ่งที่คนขายจะให้เรามา

หากสิ่งที่เรามี(เงิน) ทำให้เราได้ผลประโยชน์มากขึ้น มันก็คือความรู้สึก "คุ้มค่า" ยิ่งคุ้มค่ามาก แรงเสียดทานที่จะห้ามไม่ให้ซื้อ ยิ่งน้อย
รูปแบบนึงของการลดแรงเสียดทานคือ เงินของเรานั้น นอกจากได้สินค้าแล้ว ยังทำให้เราได้ความเป็นคนดี - ความภูมิใจ - หน้าตาในสังคม
เมื่อลูกค้าลดความยับยั้งชั่งใจ การจ่ายก็ง่าย

กรณีเช่นลุงหอยทอด ในพันธิป ป้าบึงปลา ช่องสาม มีคนแห่กันไปซื้อ ก็เพราะความรู้สึกของความคุ้มค่าของเงิน (ซึ่งสองกรณีนี้ลำบากจริงๆ)




นักขายที่เก่ง คือคนที่ขายของตัวเองให้กับคู่แข่งตัวเองได้
ฝ่ายผลิตที่เก่ง คือคนที่ลงทุนน้อย แต่ได้ผลผลิตเยอะ ใช้วิธีใดๆก็ตามให้คนมาทำงานให้

แต่ความเก่งนั้นมันไม่ได้หมายความว่าจะดี หรือมีจริยธรรมเสมอไป

วิธ๊สังเกตุว่ามีการใช้รูปแบบของการหวังผลหรือไม่ คงต้องดูจังหวะที่เล่าเรื่อง
เล่าเมื่อไหร่ เล่าช่วงกำลังขายของ
เล่าแล้วได้อะไร ได้มีคนมาบริจาคแรงงาน หรือทรัพย์หรือเปล่า


+1 สำหรับวิธีการครับ

T.mizaki

อ้างถึงจาก: pizzgivme ใน 17 พฤศจิกายน 2011, 07:50:00
อ้างถึงจาก: sanotti ใน 17 พฤศจิกายน 2011, 07:23:33
อ้างถึงจาก: pizzgivme ใน 17 พฤศจิกายน 2011, 07:13:27
ยังไม่จบกันอีกเหรอคะ ขี้เกลียดติดตามแล้วค่ะ ไม่สบายเป็นโลหิตจางเลยอะ  :'(
รับบริจาคไหมฮะเด๋วผมตั้งกระทู้ให้ (ล้อเล่น) :wanwan004:
:-[ ถ้าเป็นโลหิตจาง กับไมเกรนชนิดที่ไม่หายขาดต้องเป็นไปตลอดชีวิต ภูมิแพ้ด้วยไม่หายขาดเหมือนกัน ทอมสิตอักเสบไม่หายขาดเหมือนกันจนกว่าจะได้รับการผ่าตัด

จะได้กี่บาทค่ะ เดี๋ยวเอารูปขึ้นอวต้าก่อนนะ   :wanwan016:

ก็เกิดมาหน้าตาพอดูได้ผิดด้วยหราคะ

:wanwan013:  

ไม่ผิดหรอกค่าาาาาา คนสวย

IKao

อ้างถึงจาก: zZzZ ใน 17 พฤศจิกายน 2011, 06:59:27
+1 T.mizaki

หากแบ่งกลุ่มความเชื่อตาม "การบอกว่าป่วยนั้นมีเหตุผลอะไร"

1. เชื่อว่าการออกมาบอกว่าป่วย มีการหวังผล  จึงเชื่อว่า "มีเจตนา"
2. เชื่อว่าการออกมาบอกว่าป่วย ไม่ได้หวังผล จึงเชื่อว่า "ไม่ได้เจตนา"

ใครจะมองยังไงก็แล้วแต่บุคคล แต่มันจะโยงอยู่กับ "ผลประโยชน์" ซึ่งเป็นมุมมองของการขาย


รูปแบบนึงที่ใช้กระตุ้นการขายคือการ ลดแรงต้านทานในการห้ามใจไม่ให้ซื้อ ด้วยการเพิ่มข้อดี (คล้ายๆของแถม) ให้กับความรู้สึกของคนซื้อ
การซื้อสินค้า คือการแลกเปลี่ยนระหว่างสิ่งที่เรามีออกไป กับสิ่งที่คนขายจะให้เรามา

หากสิ่งที่เรามี(เงิน) ทำให้เราได้ผลประโยชน์มากขึ้น มันก็คือความรู้สึก "คุ้มค่า" ยิ่งคุ้มค่ามาก แรงเสียดทานที่จะห้ามไม่ให้ซื้อ ยิ่งน้อย
รูปแบบนึงของการลดแรงเสียดทานคือ เงินของเรานั้น นอกจากได้สินค้าแล้ว ยังทำให้เราได้ความเป็นคนดี - ความภูมิใจ - หน้าตาในสังคม
เมื่อลูกค้าลดความยับยั้งชั่งใจ การจ่ายก็ง่าย

กรณีเช่นลุงหอยทอด ในพันธิป ป้าบึงปลา ช่องสาม มีคนแห่กันไปซื้อ ก็เพราะความรู้สึกของความคุ้มค่าของเงิน (ซึ่งสองกรณีนี้ลำบากจริงๆ)




นักขายที่เก่ง คือคนที่ขายของตัวเองให้กับคู่แข่งตัวเองได้
ฝ่ายผลิตที่เก่ง คือคนที่ลงทุนน้อย แต่ได้ผลผลิตเยอะ ใช้วิธีใดๆก็ตามให้คนมาทำงานให้

แต่ความเก่งนั้นมันไม่ได้หมายความว่าจะดี หรือมีจริยธรรมเสมอไป

วิธ๊สังเกตุว่ามีการใช้รูปแบบของการหวังผลหรือไม่ คงต้องดูจังหวะที่เล่าเรื่อง
เล่าเมื่อไหร่ เล่าช่วงกำลังขายของ
เล่าแล้วได้อะไร ได้มีคนมาบริจาคแรงงาน หรือทรัพย์หรือเปล่า



+1 ครับ โดยเฉพาะที่ผมเน้นสีแดง ฝากเพื่อนๆดูดีๆครับ ในนี้มี
แบบไหนเรียกว่า Advance?

TUMZA

[direct=https://voice.botnoi.ai/]>>>AI พูดไทย Botnoi ใส่รหัส 30bot ได้ point เพิ่ม 30% <<<[/direct]

SekRanger

อ้างถึงจาก: TUMZA ใน 17 พฤศจิกายน 2011, 08:48:59
กระทู้นี้ไม่เห็นโดนล๊อคแฮะ

มันเลยช่วงเวลามาแล้วครับ ช่วงก่อนที่โดนล็อคเพราะยังพิสูจน์ความจริงไม่ได้
ถ้าปล่อยกระทู้ในตอนนั้นก็เหมือนกับกล่าวหากันลอยๆ

แถมบางคนก็จ้องแต่จะดรามา ทำให้เนื้อหาจริงๆ ถูกกลบไปหมด

ตอนนี้ตลาดวายแล้วก็ปล่อยให้พ่อค้าแม่ค้าจับกลุ่มวิจารณ์กันครับ

ยังไงๆ ก็ขอให้อยู่ในขอบเขตนะครับ อย่าลืมว่าเขาก็เป็นคน มีชีวิตมีจิตใจ
คนเราทำเรื่องผิดกันได้ไม่แปลกครับ


จงให้อภัย แต่อย่าได้ลืมว่าใครเคยทำอะไรไว้บ้าง
จำไว้เป็นบทเรียนสอนใจครับ

seobannetworks

spinal cord vs brain
ข้าเจ้าอยู่ฝ่าย สงสัย (spinal cord คือ อะไร) และ ฝ่ายสงสาร (brain ทำไม ต้อง ทะเลาะกับ spinal cord ไม่เข้าใจ ปริศนาธรรม)

 ไขสันหลัง (อังกฤษ: spinal cord) คืออวัยวะที่มีลักษณะเป็นท่อยาวผอม ซึ่งมีเนื้อเยื่อประสาทเป็นส่วนประกอบสำคัญ อันได้แก่ เซลล์ประสาท (neuron) และ เซลล์เกลีย (glia) หรือเซลล์ที่ช่วยค้ำจุนเซลล์ประสาท ซึ่งไขสันหลังจะเป็นส่วนที่ยาวต่อลงมาจากสมอง (brain) สมองและไขสันหลังจะรวมกันเป็นระบบประสาทกลาง (central nervous system) ซึ่งบรรจุภายในและถูกปกป้องโดยกระดูกสันหลัง (vertebral column) หน้าที่หลักของไขสันหลังคือการถ่ายทอดกระแสประสาท (neural signals) ระหว่างสมองและส่วนต่างๆของร่างกาย ทั้งนี้เพียงตัวไขสันหลังเอง ยังสามารถควบคุมการเกิดรีเฟล็กซ์ (reflex) เช่นการยกขาทันทีเมื่อเผลอเหยียบตะปู และศูนย์สร้างรูปแบบการเคลื่อนไหวกลาง (central pattern generator)

สมอง เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย มีหน้าที่เกี่ยวกับ การจดจำการคิด และความรู้สึกต่างๆ สมอง ประกอบด้วยตัวเซลล์ประมาณ 10 พันล้านตัว ถึง 12 พันล้านตัว แต่ละตัวมีเส้นใยที่เรียกว่า แอกซอน (Axon) และเดนไดรต์ (Dendrite) สำหรับให้ กระแสไฟฟ้าเคมี (Electrochemical) แล่นผ่านถึงกัน การที่เราจะคิด หรือจดจำสิ่งต่างๆนั้น เกิดจากการเชื่อมต่อของ กระแสไฟฟ้า ใน สมอง คนที่ฉลาดที่สุดก็คือ คนที่สามารถใช้ กำลังไฟฟ้า ได้เต็มที่โครงสร้างของสมอง ออกเป็น 3 ส่วน ตามวิวัฒนาการของสมอง

:wanwan008:  :wanwan020: :wanwan007: ขอให้หายดีสุขภาพแข็งแรง+ขอให้ได้เงินคืน+ขอให้ดีดีกัน
seo