ติชมบทละครที่ผมต้องส่างอาจาร์ยหน่อยครับ

เริ่มโดย guy852, 24 ธันวาคม 2007, 12:29:44

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

guy852

ติชมบทละครที่ผมต้องส่างอาจาร์ยหน่อยครับ

เป็นเครื่องเกี่ยวกับความสมัคคีครับ

ภาษาไทย

ชื่อก็ยังไม่ได้คิดเลยครับ

guy852

vjko9jvci[]jk'

guy852


Madoo

อ่านจบแล้วคับแต่่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเลยอะ แฮะๆ  :P สรุปว่าเรื่องนี้ ในการเขียนคุณค่อนข้างมีข้อมูลเยอะนะถึงเขียนได้อย่างนี้

guy852

อ้างถึงจาก: Madoo ใน 24 ธันวาคม 2007, 16:16:14
อ่านจบแล้วคับแต่่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเลยอะ แฮะๆ  :P สรุปว่าเรื่องนี้ ในการเขียนคุณค่อนข้างมีข้อมูลเยอะนะถึงเขียนได้อย่างนี้

โผมไม่ได้ทำนิยายเรื่องการเมืองน้าาาาาา

ผมทำให้มันมีรสชาติในนิยายเฉยๆเลยไม่เน้นตรงนั้นมาทำให้เรื่องมันยาวขึ้นน่ะครับ


คิดว่าไงครับใกล้จบและเดียวเอามาลง

EThaiZone

โห อ่านแล้วแต่ละตัว ไอ้ป๊อด เอย aPhone เอย

เสียวๆ ทั้งนั้น ระวังโดนฟ้องเน้อ  :P

ว่าแต่ยิ่งอ่านยิ่งเจอชื่อคุ้นๆ นะ  :D

ว่าแต่น่าจะบอกหน่อย ว่าส่งอาจารย์วิชาอะไร โจทย์ว่าไง อะไรแบบนี้อะ

guy852

อ้างถึงจาก: EThaiZone ใน 24 ธันวาคม 2007, 17:26:04
โห อ่านแล้วแต่ละตัว ไอ้ป๊อด เอย aPhone เอย

เสียวๆ ทั้งนั้น ระวังโดนฟ้องเน้อ  :P

ว่าแต่ยิ่งอ่านยิ่งเจอชื่อคุ้นๆ นะ  :D

ว่าแต่น่าจะบอกหน่อย ว่าส่งอาจารย์วิชาอะไร โจทย์ว่าไง อะไรแบบนี้อะ

วิชาภาษาไทยครับ

จงแต่งบทละครเรื่องอะไรก็ได้เกี่ยวกับความสามัคคี

guy852

"นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเท่านั้น ไม่ได้มีเหตุการ์ณจริง ความจริง บุคคล สถานที่ หรืออะไรที่เป็นบุคคลจริงๆในความเป็นจริงแต่อย่างใดเป็นเรื่องที่สร้างขึ้นมาจากเหตุการ์ณสมุมติเท่านั้น"


ติ๊ด...ติ๊ด...ติ๊ด...
เสียง นาฬิกา ที่ดูท่าทางราคาแพง ร้องออกมาตามที่เจ้าของได้ตั้งไว้ ทำให้เจ้าของนาฬิกาตื่นขึ้น
ชายหนุ่มค่อยๆเอื้อมมือไปกดที่ปุ่ม "ต่อเวลา[1]" เพื่อขอเวลาในการนอนต่อ เวลาก็ได้ล่วงเลยไปถึง 15 นาทีนาฬิกาก็ดังอีกครั้งครั้งนี้ชายหนุ่มต้องยอมแพ้ต่อนาฬิกาของตัวเองและลุกขึ้นจากที่นอน แล้วไปที่ห้องน้ำเพื่อทำความสะอาดร่างกาย หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วชายหนุ่มค่อยๆก้าวลงจากบันไดที่อยู่กลางบ้านไปยังห้องรับแขก

"พรเทพ ลูกจะไปแล้วเหรอ" เสียงของผู้เป็นแม่ที่มีเสียงท่าทางอ่อนโยนเพื่อถามคนเป็นลูกด้วยความเป็นห่วง
"ใช่ครับ. วันนี้ต้องประชุมแต่เช้า" ผู้เป็นลูกตอบโดยไม่หันหน้ามองขณะกำลังเปิดตู้รองเท้า
"ยังไงลูกก็ทานข้าวเช้าซะก่อนสิจะได้มีแรงไปทำงาน" ผู้เป็นแม่ถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่ได้หรอกครับเพราะวันนี้เจ้านายสั่งงานใหญ่เสียด้วย ผมก็เป็นแค่ผู้จัดการฝ่ายขาย" ผู้เป็นลูกตอบขณะกำลังปิดตู้รองเท้า
"งั้นเย็นนี้กลับมาทานข้าวกับแม่นะลูก"
"ไม่ได้หรอกครับแม่ วันนี้เจ้านายให้ทำ OT[2]"
"OT หรือ TP To Party กันแน่คะพี่พรเทพ" เสียงน้องสาวที่กำลังกินข้าวอยู่บนโต๊ะพูดขึ้น
"พรทิพย์! เธอพูดกับพี่เค้าดีๆหน่อยสิพี่เค้าก็เป็นคนที่ทำให้เรามีกินมีใช้นะ" เสียงคนเป็นแม่พูดขึ้นก่อนคนที่เป็นพี่จะออกปากต่อว่า
"ยังไงก็แล้วแต่พรทิพย์อยากให้พี่พรเทพกลับมาทานข้าวที่บ้านบ้างนี่คะเห็นวันๆเอาแต่ทำงานไม่พักซะบ้างเดียวเงินทับตายเอานะคะ"
พรเทพก็นึกในใจว่าถึงน้องเราจะปากเสียแต่ก็เป็นห่วงเราเหมือนกัน....

พรเทพค่อยๆก้าวขึ้นรถโตโยต้าสีเงินป้ายแดงที่พึ่งซื้อออกมาได้ไม่นานมานี่พรเทพค่อยๆเอากุญแจใส่ไปที่ช่องเสียบกุญแจ แล้วบิดเพื่อสตาดรถ...

พรเทพเดินทางจนมาถึงทางเข้าบริษัทแล้ว พรเทพต้องเปลี่ยนรถที่นี่
พรเทพเดินทางถึงบริษัทตอนประมาณ 7.45
แล้วข้ามสะพานที่มีความยาวเกือบ 500 เมตรจึงจะถึงเกาะส่วนบุคคลซึ่งเป็นเกาะที่มีตึกเล็กตึกใหญ่ ซึ่งพรเทพก็ขับรถจนไปถึง ที่หน้าบริษัทมีรูปสามเหลี่ยมที่ตรงกลางทีข้อความว่า "Asanee Inc." ที่แสดงถึงโลโก้ของบริษัทอัศนีโลเคชัน ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์มากที่สุดในขณะนี้ พรเทพมาถึงหน้าประตูเหล็กกล้าสูงกว่า 10 เมตรเพื่อป้องกันบุคคลภายในเข้ามา พรเทพค่อยๆเอื้อมมือหยิบบัตรประจำตัวพนักงานสีขาวที่มีรูปของเขาขึ้นมา แล้ววางบัตรผ่านประตูบนเครื่องอ่านบัตร ประตูเหล็กกล้าค่อยๆเปิดขึ้น พรเทพค่อยๆขับรถไปจนถึงถึงป้อมพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งมีฉากกั้นสีแดง พรเทพเลือนกระจกรถลง
"สวัสดีครับคุณพรเทพ" ชายหนุ่มที่อยู่ในชุดรักษาความปลอดภัยสีเทาพูดทักทายพรเทพ
"สวัสดีนราธร. วันนี้เป็นยังไงบ้าง"
"สบายดีครับ คุณพรเทพมาแต่เช้าเลยนะครับ"
"อืมวันนี้เจ้านายสั่งงานหนักน่ะ.งานเข้าเลย ว่าแต่แบบแปลงตึกใบหยกสี่ที่ขอให้ช่วยร่างใกล้เสร็จรึยัง?"
"ยังเลยครับพักนี้งานข้างนอกเยอะ เดียวผมหาเวลาว่างๆทำให้ละกันครับ"
"โอเค.อาทิตย์หน้านะ ผมไปก่อนละ"
"ครับ" นราธรกดปุ่มบ้างสีแดงเพื่อเปิดฉากกั้นขึ้น ซึ่งคงไม่มีใครคาดคิดว่าพนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างนราธรนั้นจะได้เงินเดือนสูงกว่าพนักงานโรงงานหรือที่เรียกง่ายๆว่า "สาวโรงงาน" สี่สิบถึงห้าสิบเท่าตัวและนายนราธรจบถึงวิศวะกรรมด้านความปลอดภัยจาก MIT[3] อเมริกา เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นไม่ว่างานอะไรในบริษัทอัศนีโลเคชัน ย่อมมีเกติ แทบทั้งนั้นขนาดแม่บ้านยังได้เงินเดือนราว 30-50 เหรียญต่อวัน (ราวๆ 900-1500 บาท) เลยทีเดียวดังนั้นผู้ที่จะมาทำงานในอัศนีโลเคชันนั้นจะต้องเป็นผู้มีความสามารถในระดับที่เรียกว่าสูงเลยทีเดียวดังนั้นจึงมีใบสมัครเข้าทำงานที่ อัศนีโลเคชันไม่ต่ำกว่าเดือนละห้าหมื่นใบซึ่งการเข้าทำงานต้องมีการสอบคัดเลือกเข้าวัด IQ วัดความสามารถ และลองงานประมาณ 3 เดือน เรียกได้ว่าสอบเข้ายากยิ่งว่าเข้าคณะแพทย์มหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐเลยทีเดียว ซึ่งระหว่างลองงานนั้นจะได้อยู่ที่บริษัทย่อยที่เรียกว่า อัศนีเซลล์โฟน ซึ่งอยู่ตึกเดียวกับ อัศนีโลเคชัน แต่คนละชั้น ซึ่งถึงจะเป็นบริษัทลูกแต่มูลค่าในตลาดหลักทรัพย์นั้นสูงเป็นอันดับที่ 5 เลยทีเดียว แน่นอนพรเทพก็เคยทำงานที่ อัศนีเซลล์โฟน มาก่อนเมื่อสัก 7-8 อาทิตย์ที่แล้ว เขาทำยอดขายได้สูงที่สุดในหมู่พนักงานด้วยกันเขาจึงได้เป็นผู้จัดการฝ่ายขายที่อัศนีเซลล์โฟนก่อนจะได้มาเป็นผู้จัดการฝ่ายขายที่อัศนีโลเคชัน ด้วยอายุเพียง 26
พรเทพนำรถของเขาไปจอดที่ตึกจอดรถของพนักงานระดับสูง ซึ่งให้พนักงานระดับรองผู้จัดการขึ้นไปจอดเท่านั้น พรเทพล็อกประตูรถและเดินไปที่ประตูทางเข้าตึก ทางเขาตึกเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมแปลกตาเพราะไม่ค่อยมีที่ไหนทำประตูแบบนี้มากนัก พรเทพนำหัวแม่มือวางบนแท่นตรวจสอบลายนิ้วมือ
"กรุณาแสดงตัว..." เสียงมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการตรวจสอบลายนิ้วมือดังขึ้น
"พรเทพ สัญญาณ" พรเทพบอกชื่อของเขาซึ่งเป็นรหัสผ่านในการเปิดประตู
"ขอบคุณคะ.ยินดีต้อนรับคะ คุณพรเทพ"

แล้วประตูเหล็กก็เปิดออกโดยเลือนจากข้างล่างขึ้นมาข้างบน
พรเทพค่อยๆเดินผ่านประตูเหล็กไปประตูจึงปิด ขณะนั้นพรเทพก็รีบเดินไปเพื่อตอกบัตรเข้าทำงานก่อนเวลา เข้าทำงาน ซึ่งนอกจากจะได้ลงเวลาแล้วยังจะสามารถเข้าไปในตัวสำนักงานที่อยู่ชั้นที่ 159 ได้อีกด้วย
"อ้าวสวัสดีคะคุณพรเทพ.เป็นไงบ้างคะคุณพรเทพ." เสียงผู้หญิงวัยกลางคนพูดขึ้น
"อ้าว สวัสดีครับคุณสุธาทิพย์."
"วันนี้มาทำงานเช้านะคะ" สุธาทิพย์พูดระหว่างกำลังกวาดพื้น
"ครับ."

สุธาทิพย์เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆที่ทำงานอยู่ใน อัศนีโลเคชันในตำแหน่งหัวหน้าแม่บ้าน ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนที่ทำงานอยุ่ในตำแหน่งนี้เพราะตามปกติแล้ว เรื่องความสะอาดหรือการทำความสะอาดจะให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในแผนกนั้นดูแลเองอยู่แล้ว เช่น โต๋ะทำงานเจ้าหน้าที่ก็ต้องดูแลของตัวเองแม่บ้านจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโต๋ะทำงานในบริษัทไม่ได้เป็นเหตุผลด้านความปลอดภัยที่นราธรตั้งไว้ หรือห้องน้ำ พนักงานหนึ่งคนจะมีห้องน้ำส่วนตัวหนึ่งห้อง หมายความว่าไม่ว่ายังไงห้องน้ำก็ไม่มีทางเต็มแน่นอน แต่การทำความสะอาดก็ต้องทำด้วยตัวเองเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาด หรือแม่บ้านมีหน้าที่ตรวจสอบความสะอาด หากไม่สะอาดสามารถรายงานไปยังหัวหน้าแผนกหรือสุธาทิพย์ได้เพื่อหักคะแนนความประพฤติต่อไป

"ผมไปก่อนนะครับ" พรเทพตัดบทแล้วรีบเดินออกมา
ในที่สุดหลังเดิมมาเกือบ 100 เมตรก็ถึงเครื่องตอกเวลาเข้าทำงาน เครื่องตอกเวลานั้นเป็นแท่นอาคาริคใสที่มีลำแสงสีแดงยิงมาจากข้างล่างอยู่หน้าประตูเหล็ก พรเทพค่อยๆเอาบัตรประจำตัวพนักงานวางบนเครื่องลำแสงสีแดงเปลี่ยนเป็นลำแสงสีเขียว และบนประตูเหล็กที่ข้อความขึ้นมาว่า "ยินดีต้อนรับคุณพรเทพ สัญญาณ กรุณาใส่รหัสผ่านคะ." พรเทพค่อยๆกดรหัสผ่านซึ่งเป็นปีเกิดของเขาลงไป ประตูเหล็กค่อยๆเปิดออก ใช่แล้วประตูเหล็กนี่คือลิพท์ที่จะขึ้นไปชั้นบนนั้นเองลิพท์ตัวนี้ไม่เหมือนลิพท์ตามห้างที่เข้าว่า "หากเกิดเหตุเพลิงไหม้ กรุณาอย่าใช้ลิพท์" แต่ที่นี่จะเขียนว่า "เกิดเหตุเพลิงไหม้ กรุณาใช้ลิพท์" เพราะเทคโนโลยีของบริษัท อัศนีโลเคชั่นซึ่งพัฒนาสายสลิงในการทนความร้อนระดับลาวาได้และตัวลิพท์ทำมาจากแพทินั่ม[4] หรือที่เรียกว่าทองคำขาว ทำให้มั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุเพลิงไหมจะขนคนทั้งบริษัทได้ทันเพราะมีลิพท์ถึง 16 ตัว ในบริษัท ขนาดของลิพท์แต่ละตัวนั้นสามารถบรรจุน้ำหนักได้สูงสุด 3 ตัน และนอกจากนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงในบริษัทจะมีลิพท์ส่วนตัวที่จะลงไปถึงอาคารจอดรถได้ทั้งนั้น

พรเทพกดชั้นที่ 159
"ทำไมไฟไม่ขึ้น" พรเทพกดเลข 159 ซ่ำซึ่งอีกครั้ง
"ลืมกดสแกนม่านตารึเปล่าคะ." เสียงผู้หญิงพูดจากข้างหลังพรเทพ
"ลืมไปอย่างไงเนี้ย." พรเทพอุธาน ออก
พรเทพใช้กุญแจเปิดช่องตั้งค่าของลิพท์และกดชั้น 159 อีกครั้งมีลำแสงเล็กๆสีแดง ยิงออกมาจากช่อง "ตั้งค่า" พรเทพค่อยๆเอาตาของตัวเองไปรับสงสีแดงดังกล่าว ในที่สุดไฟชั้นที่ 159 ก็ติด
"ลืมได้ยังไงละคะ ว่าบริษัทของเราต้องสแกนม่านตาต่อขึ้นชั้น 150-250 ถ้าใช้ลิพท์รวม"
"อ๋อใช่ผมลืมไป.คุณสุดาพรมาถึงนานแล้วเหรอครับ"
"ใช่คะ.วันนี้คุณธีรพงษ์สั่งงานไว้น่ะคะจริงๆแล้วกะเข้าทำงานสัก เที่ยงตรงด้วยซ่ำไป"
"เหรอครับ.แล้วเป็นไงบ้างครับพักนี้กำลังวิจัยอะไรกันอยู่"
"ตอนนี้กำลังพัฒนาระบบประชุมผ่านดาวเทียมโดยไม่ดีเลย์ ผ่านเทคโนโลยี 3G[5] น่ะคะ.
"แล้วเป็นยังไงบ้างครับ ราบลื่นดีรึเปล่า"
ไปทันที่สุดาพรจะตอบก็มาถึงชั้น 153 ซะแล้ว
"ถึงชั้นของดิฉันแล้วคะขอตัวก่อนนะคะ"
ชั้น 153 ชั้นนี้เป็นชั้นของแผนกวิจัยและพัฒนาระบบโทรศัพท์ถึงจะเกี่ยวกบัโทรศพท์น่าจะเป็นของ อัศนีเซลล์โฟน แต่จริงๆแล้วอยู่ อัศนีโลเคชัน เพราะทางอัศนีเซลล์โพนไม่มีแผนกวิจัย
ชั้น 154 เป็นชั้นแผนกวิจัยระบบดาวเทียวซึ่งดาวเทียมของอัศนีโลเคชั่นนั้นโครจรอยู่ทั่วโลกกว่า 50 ดวง ไม่ว่าจะเป็นดาวเทียวด้านการทหาร,ดาวเทียมด้านการสื่อสาร,ดาวเทียวด้านการคมนาคม ซึ่งล้วนแต่อยู่ในการดูแลของอัศนีโลเคชันแทบทั้งนั้น
ชั้น 159 เป็นชั้นของแผนกพรเทพ พรเทพค่อยๆก้าวเข้าไปแต่พรเทพค่อยๆก้าวออกจากลิพท์ไปและประตูลิพท์ปิดลง พรเทพเดินมาเรือยๆจนไม่มีทางเดินต่อแล้วเป็นผนังสีขาวมีเพียงแท่นอาคาริคสีขาวเท่านั้นพรเทพนำบัตรประจำตัวพนักงานวางอีกครั้งแล้วผนังสีขาวก็ยกขึ้น พรเทพเดินเข้าไปและผนังสีขาวก็ปิดลง
"สวัสดีครับหัวหน้าแผนก" เสียงชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่ตรงมุมห้องพูดขึ้น
"อ้าวชัยรัตน์ ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ" พรเทพถาม
"ยังไม่อยากกลับเลยครับ อยู่ที่บริษัทก็สบายดี ถ้าอยากหิวก็ลงไปชั้น 3 ถ้าเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวก็ลงไปชั้น 4 นวดตัว ฟรีอีกตั้งหากสวัสดิการของบริษัทนี้นี่สุดยอดจริง"
"สวัสดิการดีอย่าลืมทำงานให้ดีละ.ลูกค้าที่อเมริกา เป็นไงบ้าง"
"สักครู่ครับ. คุณโปรเพทเซอร์จอร์ท แจ้งเข้ามาว่าสินค้ามีความผิดปกติ"
"ไม่ใช่เรื่องในแผนกเรานี่? ส่งเรื่องไปให้แผนกอื่นสิ"
"ครับ." ชัยรัตน์ ค่อยๆนำเมาส์ไปคลิกที่ส่งเรื่องไปที่แผนกอื่น
"แล้วเรื่องการทำโฆษณาทางทีวีเป็นไงบ้าง."
"เรตติ่งอยู่ที่ 70-80 ครับ"
โฆษณาตัวที่ว่าเป็นโฆษณาที่แสดงถึงเทคโนโลยีชั้นสูงของอัศนีโลเคชัน แสดงถึงศักยภาพของบริษัทแม่และบริษัทลูก และแสดงถึงผลิตภันต์ว่ามีอะไรบ้างเช่น บริการด้านดาวเทียม บริการด้านโทรศัพท์ บริการด้านอาหาร หรือกระทั่งบริการร้านสะดวกซื้อ ภายในโฆษณาก็เอาดาราที่มีชื่อเสียง มาโฆษณา โดยไม่ต้องเสียค่าจ้างโฆษณาเลยเพราะว่าบริษัทเพลงที่พวกดารานั้นอยู่ก็อยู่ในตึก อัศนีโลเคชั่นแทบทั้งนั้น ถ้าตอนแรกบุคคลทั่วๆไปก็คงนึกว่าอัศนีโลเคชั่นคงให้บริการสำนักงานเช่าแต่จริงๆแล้วอัศนีโลเคชั่นเป็นบริษัทที่เป็นบริษัทลูกเท่านั้นอยู่ในตึกเดียวกันเพื่อความปลอดภัยของพนักงานและตัวประธานเอง ทุกคนคงคิดว่าบริษัทอัศนีโลเคชั่นเป็นบริษัทที่มีบริษัทร่วมเป็นร้อย แต่ที่จริงแล้วเป็นศูนย์ไม่มีเลย เพราะว่าการรวบอำนาจของบริษัทอัศนีโลเคชั่น เช่นถ้ามีบริษัทร่วมสัญญาหรือบริษัทที่มีท่าทางว่าจะเป็นพิษภัย อัศนีโลเคชั่นจะทุ่มเงินเพื่อซื้อบริษัทนั้นทันที ดังนั้นบริษัทอัศนีโลเคชันจึงครองอันดับหนึ่งในโซนเอเซียมาตลอด ซึ่งเร็วๆนี้น่าจะครองโซนอเมริกาได้ด้วยไม่ยากนัก เช่นบริษัทเพลงที่กำลังไปได้สวยอย่าง RMM ก็เป็นของบริษัทอัศนีโลเคชั่น ซึ่งชื่อใหม่คือ อัศนีมิวสิค ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น การผลิตเครื่อง MP3 อย่าง ไอ้ป๊อด ก็เป็นที่นิยมซึ่งพัฒนามาจากฝ่ายวิจัยของอัศนีโลเคชันนั้นเอง ซึ่งต่างจากเครื่องเล่น MP3 ทั่วๆไปคือไม่ทำให้สุขภาพของหูเสียจากการฟังนานๆและยังสามารถฟังเสียงจากภายนอกโดยที่ไม่ทำให้เนื้อหาของเพลงเสียหาย สามารถเล่นอินเตอร์เนตหรือแลกเปลียนเพลงได้ทุกที่ที่สัญญาณดาวเทียว อัศนีคมหนึ่งถึงสิบ เข้าถึง ถึงอย่างไรก็ตามเครื่องเล่น MP3 ไอ้ป๊อดของอัศนีโลเคชันก็ได้รับความนิยมมาก แต่ยังไม่ค่อยมีผู้ใช้งานมากนักเพราะว่าการผลิตที่มีต่ำคือเพียง 20,000 เครื่องต่อเดือนเท่านั้น เพราะทุกเครื่องต้องทำด้วยมือเท่านั้น ราคาของเครื่องไม่แพงนักอยู่ที่ 20,000 บาท ซึ่งภายใน MP3 ไอ้ป๊อดสามารถป้องกันไวรัสได้ด้วยถ้าโดยขโมยไปสามารถโทรแจ้งอัศนีเทคโนโลยีให้ตามหาได้ นอกจากนี้การเปิดเครื่องยังต้องใช้ลายนิ้วมือซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ถ้าไปเดินแถวย่านการค้าชื่อดังในกรุงเทพจะเห็นวัยรุ่นคล้องคอกันเต็มไปหมดแต่ก็ยังไม่มากแบบเครื่องเล่น MP3 บ้างยี่ห่อที่ผลิตแบบมักง่ายทำให้เกิดผลเสียต่อผู้ใช้ ซึ่งเร็วๆนี้อัศนีโลเคชันจะออกโทรศัพท์รุ่นใหม่ aPhone ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ ผสมระหว่าง GPS[6] 3G[5] Computer[7] ระบบกันน้ำ ระบบกันกระแท็ก หรือแม้นกะทั้ง TV[8] ซึ่งเป็นการรวมที่พลิกวงการโทรศัพท์เลยทีเดียวระบบเทคโนโลยีของอัศนีโลเคชั่นนี้ทำเพื่อเยาวชนอย่างชัดเจนเพราะเครื่องโทรศัพท์ aPhone นั้นสนนราคาอยู่ที่แค่ 15,000 บาท เท่านั้น ซึ่งผู้ที่เป็นนักเรียนสามารถซื้อด้วยราคาที่ถูกกว่าราคาท้องตลาดหากมาซื้ที่บริษัทแต่นำไปขายต่อไม่ได้เพราะระบบป้องกันของอัศนีโลเคชันคือ ถ้าแกะเท่ากับพัง ผู้บริหารอัศนีโลเคชั่น   คุณคฑาวุธออกมาพูดถึงเรื่อง aPhone ที่โรงแรมชื่อดังกลางกรุงเทพฯ ซึ่งทำให้หนังสือพิมพ์ลงโฆษณาหน้าหนึ่งถึงความสำเร็จดังกล่าว จะว่าไปแล้วเจ้าของบริษัทอัศนีโลเคชัน ชื่อจริงว่า นายอัศนี เปลี่ยนสกุล ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในเวลาขณะนี้ ซึ่งตามปกติแล้วตามรัฐธรรมนูญบอกไว้ว่า "ผู้ที่มีตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีจะไม่สามารถถือหุ้นได้" แต่ด้วยความสามารถพิเศษการเปลี่ยนมาตราบ้างมาตราไม่ใช่เรื่องยากมากนัก แต่ถึงกระนั้นก็มีม็อบซึ่งอิจฉาในความสามารถของอัศนีซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ชื่อดัง "จัดการเขา" ซึ่งบริหารงานโดยปัดติสมทิ ซึ่งอัศนีโลเคชันเคยจะซื้อบริษัทมาแล้วทีหนึ่งแต่เกิดเปลี่ยนใจเพราะด้วยความี่บริษัทดังกล่าวพูดถึงเรื่องไรสาระอย่างเช่น "เรื่องการเมือง" "เรื่องใครเป็นชู้กับแฟนใคร" ซึ่งไม่ใช่แบบที่เรียกว่าหนังสือพิมพ์คุณภาพแต่เป็นหนังสือพิมพ์เรียกร้องความสนใจ ทำให้อัศนีโลเคชันไม่สนใจบริษัทนี้อีกต่อไปและนายปัดติสมทิก็ขอช่อง 12/1 เพื่อขอเปิดช่องทีวีให้กับลูกชายของเขาเอง แต่นายธัช (ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทอัศนีโลเคชั่นด้านคมนาคม) ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีด้านการสื่อสารก็ปฎิเสทแทบจะเรียกว่าทันที จากนั้นไม่นานแนวหนังสือพิมพ์ก็เปลี่ยนแนวเป็นการโจมตีรัฐบาลซึ่งนำโดยนายอัศนีทันที ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย อย่าง "สนามบินหนองงูหางกระดิ่ง" ซึ่งเป็นเรื่องไร้สาระอย่าง "เครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิด BMX" เปิดม็อบประท้วงไล่ที่สนามเด็กเล่นห้างดังกลางเมือง ซึ่งนายปัดติสมทิได้รวมตัวกับพวก เจ้ามือหวยใต้ดินหรือพวกขายยาเสพติดมาเพื่อรวมตัวคนมาขับไล่ เพราะนายกรัฐมนตรีอัศนีขับไล่และตัดตอนพวกค้ายาเสพติดมาอย่างทุกวิธีจากที่ยาเสพติดเคยแพร่ระบาดเรียกได้ว่า "ทุกซอยก็หาซื้อยาเสพติดได้" ตอนนี้ค้าขายยากขึ้น และหวยใต้คิดรัฐบาลชุดนี้ก็ออกมาตราการหวยบนดินขึ้นแทนเป็น 4 ตัวและ 5 ตัวแทน ซึ่งนายปัดติสมทิและพวกใช้วิธีทุกอย่างเรียกความสนใจจากประชาชน ให้ประชาชนหลงเชื่อ ซึ่งทุกอย่างที่นาย ปัดติสมทิ พูดมาแทบไม่มีหลักฐานที่เป็นเรื่องเท็จจริงเลยแม้แต่ข้อเดียว
ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าถึงแบบนั้นนายอัศนีประกาศยุบสภาแทบจะทันทีด้วยเหตุผลง่ายๆ "ไม่อยากให้บ้านเมืองอยู่ในความไม่สงบหรือขาดความสามัคคี" แต่นายปัดติสมทิก็ไม่มีท่าทีที่จะยอมแพ้

ถึงอย่างไรก็ตามบริษัทอัศนีโลเคชันถึงแม้มีเรื่องแบบนี้ออกมาแต่ก็ยังทำให้หุ้นของตัวเองอยู่ในแดนบวกได้แทบตลอดเวลา


นายพรเทพกลับไปที่นั่งประจำของตัวเองค่อยๆเปิดดูรายงานที่ลูกน้องในแผนกนำมาส่งในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อเครียมวางแผนการขายสินค้า aPhone ซึ่งแทบไม่ต้องทำการตลาดก็สามารถขายได้อยู่แล้ว
"เอางี้ไหมครับ เราโฆษณาโดยใช้มิวสิควีดีโอ" ภาพพรเทพบนจอคอมพิวเตอร์ปรากฎขึ้น
"วิธีแบบนั้นมันเชยเกินไปคงไม่มีใครมาสนใจหรอก" พรเทพบอก
"แบบให้นางเอกขว้างโทรศัพท์ลงในทะเลเพราะได้ข้อความจาก แฟนเป็นไงครับ แบบเข้าใจผิดกันแล้วก็แฟนก็ไปเจอโทรศัพท์ aPhone ของเราในทะเลแล้วเก็บโทรศัพท์กลับไปให้เพราะระบบกันน้ำที่ความลึกกว่า 10 กิโลเมตรทำให้ข้อความและข้อมูลไม่หาย เป็นยังไงละครับซึ่งใช่ไหมล่ะครับ?" ชัยรัตรถามเพื่อขอความเห็น
"ใช้ได้งั้นเอาแบบนั้นละกัน" ในที่สุดพรเทพก็ยอม

เมื่อมิวสิควีดีโอตัวนี้ออกมาทำให้ aPhone ออกมามีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยทีเดียว แต่ไม่น่าเชื่อว่าในระบบ aPhone ถ้าไม่ใช่ผู้ผลิตหรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงในบริษัทจะไม่ทราบว่าถายในเครื่องมีการดักจับข้อมูลแล้วนำไปเก็บบนเครื่องเซิฟเวอร์ของอัศนีโลเคชั่นทันที

เป็นที่แน่นอนว่าการทำงานของอัศนีโลเคชันอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะการทำงานแบบเป็นทีมถึงแม้นไม่ได้เจอหน้ากันแต่ระบบที่ว่า LAN (โลคอนแอเรียเนตเวอก) เป็นระบบที่ช่วยให้งานเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว เพียงคลิกส่งที่หน้าจอก็สามารถทำให้งานที่ค้างคาให้แผนกอื่นทำก็ถูกส่งไปอย่างรวดเร็ว และด้วยความปลอดภัยระดับ 4096 bit SSL การเข้ารหัสที่มีกุญแจเข้ารหัสและถอดรหัสคนละดอกกันซึ่งเป็นลิขสิทธ์ลับของอัศนีโลเคชั่น ด้วยความปลอดภัยระดับนั้นจึงไม่เคยมีคนใดเจอะระบบ เซิฟเวอร์หลักของอัศนีโลเคชั่นได้เลยจากภายนอก และเพื่อการทำงานอย่างสบายใจพนักงานทุกคนสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ของบริษัท ด้วยคอมพิวเตอร์แบบพกพาหรือเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องไหนก็ได้ในตึก ไม่ว่าจะเป็นที่โรงอาหาร สปา ฟิสเนต หรือแม้กระทั่งห้องน้ำ สามารถทำงานได้ทุกที่ เพราะนอกจากระบบคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ทุกที่แล้วยังมีสายแลนให้ใชได้เกือบทุกที่ แต่ไม่มีอินเตอร์เนตไร้สายหรือที่เรียกกว่า "ไวเรส" ให้ใช้บริการด้วยสาเหตุด้านความปลอดภัย ถึงกระนั้นก็ตามบริษัทอัศนีโลเคชันไม่อนุญาติให้พนักงานออกนอกจากเกาะส่วนตัวของบริษัทจนกว่าจเลิกงาน แต่ถึงจะออกจากเกาะไม่ได้ในตึกนี้ก็มีครบแทบทุกอย่าง โรงพยาบาล ร้านอาหาร อาบอบนวด ดังนั้นไม่ค่อยมีพนักงานต่อต้านกฎข้อนี้สักเท่าไรนัก แต่อย่างไรก็ตามการพักผ่อนเป็นสิ่งที่จำเป็นจริงไหม?


หลังจากนั้นไม่นานคณะผู้บริหารได้เรียกหวัหน้าแผนกทั้งหมดมาประชุมเพื่อทำงานชิ้นใหญ่ที่สุดของบริษัทตั้งแต่บริษัทเคยตั้งมา นั้นคือการจัดตั้งสถานีทีวีช่อง ATV ซึ่งจริงๆแล้วอัศนีโลเคชันมีสถานีทีวีที่เป็นของตัวเองอยู่มากมายหลายช่องแต่ว่าไม่เคยมีช่อไหนที่ตั้งเองมีแต่เข้าไปเทคโอเวอร์มา การตั้งสถานีโทรทัศน์จึงเป็นงานใหม่สำหรับบริษัท
"งั้นเรามาเปิดประชุมเรื่องการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ในเกาะของเรากันนะครับ" เจ้าของบริษัทอัศนีโลเคชัน นายอัศนีพูดขึ้น
"งั้นเริ่มจากที่ตั้งก่อนนะครับ" นายคฑาวุธประธานริษัทพูดขึ้น
"ผมว่าน่าจะจัดตั้งที่ข้างนอกเพื่อภาะลักษณ์ที่ดีของบริษัทครับ"นายอโนชารองประธานบริษัทพูดขึ้น
"ผมว่าการตั้งไว้ข้างนอกเสี่ยงต่อการก่อการร้ายนะครับ" นายนราธร หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยพูดขึ้น
"ยิ่งการทำความสะอาดด้วยแล้ว อยู่ข้างในจะทำความสะอาดได้ง่ายกว่านะคะ" สุธาทิพย์พูดเพิ่มเติม

คงแปลกใจว่าทำไมพนักงานระดับล่าง แบบ พนักงานรักษาความปลอดภัยหรือแม่บ้านเข้าร่วมประชุมได้อย่างไรแต่จริงๆแล้วทั้งสองคนไม่ได้เป็นพนักงานระดับล่าง อย่างสุธาทิพย์เคยได้งานอย่าง "ทำความสะอาดสนามบินหนองงูหางกระดิ่ง" มาแล้ว และที่สำคัญเป็นนโยบายของเจ้าของบริษัทอีกด้วย

"คุณก็พูดได้สิคุณทำแค่นั้นนี่ แค่ออกจากเกาะไม่กี่เมตรไม่เป็นอะไรหรอก." นายอโนชาพูดขึ้น
"แต่ผมว่าด้านการตลาดแล้วทุกบริษัทในเครือของเราอยู่ในเกาะหมดเลย ถ้าให้บริษัทสักบริษัทนึงไปอยู่ภายนอกเนี้ยมันออกจะ..." พรเทพพูดขึ้น
"แต่สถานีที่ราเป็นเจ้าของอื่นก็อยู่บนบกนะครับ" นายอโนชาพูดแย้ง
"ผมก็เห็นด้วยกับคุณพรเทพนะครับ เพราะว่าการจัดตั้งภายในเกาะเดียวกันทำให้เราสามารถเชื่อมเครือข่ายใยแก้วได้ง่ายเพราะว่าดาวเทียมหลักของเราอยู่ที่นี่" นายธัชผู้จัดการแผนกด้านคมนาคม
"งั้นเอาอย่างนั้นนะ" เจ้าของบริษัทพูดขึ้น
"แต่ผมว่า..." นายอโนชายังไม่ยอมล้อเลิกการจัดตั้งบนบก
"ไม่มีแต่ครับคุณอโนชา" เจ้าของบริษัทพูดอีกครั้ง
"ตามใจ..." อโนชาพูด
"แล้วฝ่ายวิจัยว่าเราควรเอาละครแบบไหนลง" ประธานบริษัทนายคฑาวุธถาม
"จากการวิจัยนะครับผมว่าควรนำละครแนวๆเศร้าๆมาลงครับ" นายธีรพงษ์หัวหน้าและผู้จัดการแผนกด้านการวิจัยพูดขึ้น
"เอาเรื่องนี่ไหมล่ะครับ" นายธีรพงษ์นำรีโมตทีวีกดเปิดทีวีเพื่อเปิดดูที่ห้องประชุมหลัก
เป็นเรื่อเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเคยมีชีวิตที่สุขสบายดีมาตลอดในชีวิตพ่อแม่มีเงิน ใช้เงินแบบไม่ประหยัด จนวันนึงพ่อแม่เสียชีวิตลงต้องไปอยู่กับญาติใจร้าย ซึ่งเด็กผู้หญิงคนนี้ไม่เหลือสมบัติอีกแล้วญาติจึงให้เป็นคนใช้

"แล้วน้ำตาของหล่อนค่อยๆ ไหลอาบแก้มสีชมพูของเธอ และเมื่อน้ำตาของเธอหยดบนทุ่งข้าวสาลี บุ้ม! เกิดเป็นโกโก้คับ" เจ้าของบริษัทพูดติดตลก
"ท่านครับเราคุยเรื่องจริงจังกันอยู่" นายคฑาวุธ พนักงานที่นั่งประชุมอยู่หันมามองเจ้าของบริษัททันที
"เอาน่าๆเอาเครียดกันนักซิ."
"เอาเป็นว่าจบการประชุมนะครับ แล้วทุกคนทำตามหน้าที่ที่แจกไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ของทุกคนนะครับ" ประธานบริษัทพูดขึ้นและกดปุ่ม "ตัดการเชื่อมต่อ" จากนั้นภาพของทุกคนในจอภาพก็หายไป ห้องทั้งห้องก็สว่างขึ้น


guy852


ภายใต้มุมมืดในบริษัทห้องใดสักห้องหนึ่ง
"สวัสดีครับคุณ ปัติสมธิ ตอนนี้บริษัทอัศนีโลเคชัน จะจัดตั้งสถานีโทรทัศน์แล้วนะครับ"
"แล้วคุณจัดการเรื่องนั้นสำเร็จรึยัง?"
"ไม่ได้ครับ.พวกนั้นฉลาดกันเกินไป"
"งั้นไม่เป็นไร ดำเนินตามแผนต่อไปได้เลย"
"ส่งแผนงานที่จะสร้างสถานีโทรทัศน์มาให้ผมด้วย"
"ครับ.อย่าลืมตำแหน่งประธานบริษัทให้กับผมด้วยละกันครับ"
"ได้..."

ชายคนนั้นกดปุ่ม "ตัดการสือสาร" เพื่อเลิกการสือสารพร้อมรอบยิ้มเล็กๆที่เกิดบนหน้า และใส่แผ่น DVD แผ่นหนึ่งลงไปในเครื่องคอมพิวเตอร์
"เริ่มเลยดีกว่า"






















ณ ที่ห้องทำงานของแผนกขายชั้น 159
   นายจิระพงษ์ได้รับข้อความที่ส่งถึงเขา ซึ่งชื่อผู้ส่งคือ "หัวหน้าแผนก" เมื่อเขาเปิดมาพบรูป หัวหน้าแผนกนายพรเทพกับน้องสาวของเขาสุทธินันท์กำลังเดินจูงมือไปที่โรงแรมชื่อดัง
   สุทธินันท์เป็นหญิงสาวที่มีผมสีดำสลวย ปากอมชมพู่*************** ดังนั้นไม่แปลกที่พี่ชายอย่างจิระพงษ์จะหวงเป็นธรรมดา แล้วยิ่งเห็นภาพแบบนี้แล้วด้วยทำให้ยอมรับไม่ได้ นายจิระพงษ์สั่งพิมพ์รูปดังกล่าว
   นายจิระพงษ์เดินไปที่ห้องหัวหน้าแผนกและทุบโต๋ะเสียงดังจนคนในแผนกหันมามองกันเกือบหมด
   "นี่มันอะไรกัน! ครับหัวหน้า!" นายจิระพงษ์พูดขึ้นด้วยเสียงดังขึ้น
   นายพรเทพค่อยๆกดปุ่มสีฟ้าหรือที่เขียนว่า กั้นเสียง   
"เรื่องแบบนี้ทำไมหัวหน้าไม่บอกผม!" นายจิระพงษ์นำรูปที่พิมพ์ออกมาขว้างให้หน้าหัวหน้าแผนกของเขา
   "แบบนี้ ผมขอลาออก ครับ" นายจิระพงษ์พูดขึ้น
   "เรื่องของคุณ ผมพยายามแทบตายเพื่อเข้าบริษัทอยู่ๆจะลาออกก็เรื่องของคุณ นะเชิญเก็บของได้เลย!"
   "ผมทำแน่!" นายจิระพงษ์ออกไปจากห้อง

ผู้ไม่หวังดีที่อยู่ห้องมืดๆ ค่อยๆฉีกยิ้มที่มุมปาก แผนแรกสำเร็จ

นอกจากฝ่ายขายแล้วยังมี แผนกวิจัยที่มี ธีรพงษ์เป็นหัวหน้าไปด้วยคือคลิปวีดีโอที่ส่งไปทุกแผนก ที่ว่าก็คือ นายธีรพงษ์กับสุธาทิพย์ ฉากแรกเป็นฉากนายธีรพงษ์ถามสุธาทิพย์ว่า "สุธาทิพย์วันนี้คุณทำโอทีรึเปล่าครับ?"

ซึ่งเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกแผนกในบริษัทไม่เว้นแต่แผนกบริหารเองก็เช่นกัน ส่วนแผนกคมนาคมก็มีเรื่องของนายธัช เช่นกันคือคดีอื้อเชาเรื่องการซื้อขายหุ้มชิมคอป ซึ่งเกือบจะทำให้นายธัชหลุดออกจากเก้าอี้รัฐมนตรีสือสารในทันที

ตอนนี้บริษัท อัศนีโลเคชันถึงช่วงต่ำสุดเมื่อฝ่ายวิจัยไม่ส่งข้อมูลให้ฝ่ายขาย ยอดขายตกต่ำ ฝ่ายผลิตต้องหยุดเพราะฝ่ายขายไม่ส่งยอด

ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นงานที่ใหญ่หรือเล้กขนาดไหนก็ต้องพังหมด

ใช่!มันพังไม่เป็นท่า

นายอัศนี มองดูเรื่องแบบนี้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พล.อ เขมทัตผู้บัญชาการทหารบกรายงานเรื่องความไม่สงบในพื้นที่ภาคเหนือให้อัศนีฟังและถามว่าเราควรทำยังไงดี? ซึ่งอัศนีก็บอกว่าให้ใช้ดาวเทียวตรวจสอบไปก่อนเพราะว่าวันพรุ่งนี้ผมต้องไปอเมริการเพื่อพูดในงาน

เนื่องจากมีคนปล่อยข่าวว่าจะมีการก่อหฎบขึ้นซึ่งสำนักข่าวจึงไปสอบถามเขมทัตซึ่งได้ผลออกมาว่าไม่มีทางแน่นอน
และเมื่อนายอัศนีเดินทางออกไปอเมริกา

พล.อ เขมทัตยิ้มบางๆแล้วโทรศัพท์ไปหาใครสักคนหนึ่งแล้วบอกว่า "แผนหนึ่งสำเร็จแล้ว" พร้อมบอกตัวเองเบาๆว่า "สัจจะไม่มีในหมู่โจร"












วันรุ่งขึ้นนายอัศนี ก็เดินทางไปที่อเมริกาเพื่อสัมนากับ UN เรื่องเยาวชนและความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นระหว่างการประชุมสุดยอดเช่นนี้ไม่ใช่ของใคร ของนายกรัฐมนตรีอัศนี นี่เอง

"แย่แล้วครับท่าน" เสียงของนราธรที่ดูตืนเต้นโทรมาบอก
"มีอะไรคุณนราธรตอนนี้กลางดึกของประเทศไทยอยู่เลยนะ"
"เราโดนก่อกฎบครับ!"
อัศนีเดินลงมาจากแท่นพูดทันทีและ DNN เริ่มประการการก่อรัฐประหารของของ พล.อ.เขมทัต ที่เข้ามายกอำนาจประชาธิปไตยจากประชาชนไปด้วยอำนาจทหาร
"เรื่องนี้อยู่ในการคาดเดา แต่ไม่นึกว่าจะเร็วขนาดนี้"
"จัดการตามแผน A นะ"
"ให้ส่งไปเลยใช่ไหมครับ?"
"ใช่มารับเดียวนี้เลย"
นราธรส่งเครื่องบินคองคอร์ดมารับที่สนามบินนานาชาติอเมริการไปลงที่เกาะของบริษัทอัศนีโลเคชั่น ด้วยความเร็วของ เครื่องบินคองคอร์ดซึ่งมีความเร็วเหนือเสียงทำให้ถึงโดยใช้เวลาไม่ถึง 50 นาที ซึ่งตอนนี้ก็เห็นว่าทหารกำลังเดินทางมาถึงสะพานเข้าเกาะแล้ว

"ปิดสะพาน" นราธรสั่งทางวิทยุ
"ปิดเกาะ ด้วย" อัศนีสั่งเสริม
"ปิดเกาะ" นราธรสั่งทางวิทยุซ่ำอีกครั้ง
"สะพานและเกาะถูกปิดแล้ว" เสียงคอมพิวเตอร์ดังขึ้น
อัศนีหยิบไมโครโพนขึ้นมาพูดโดยใช้ลำโพงในบริษัทประกาศขึ้น
"ประกาศพนักงานทุกคน เราต้องร่วมมือกันเพื่อไล่กฎบออกไป"
แต่จะสำเร็จได้หรือ? ในเมื่อคนทั้งบริษัทแตกความสามัคคีกันแล้ว แบบนี้?
นายจิระพงษ์ยังไม่ทันออกมาจากบริษัทก็เจอเหตุการแบบนี้จึงกลับเข้าไปในตึก

เหตุการ์ณยังไม่จบแค่นั้นทหารบุคยึดสถานีโทรทัศน์ทุกช่องแล้วยกเว้น aTV ซึ่ง aTV คอยรายงานสถานะการที่เป็นจริงอยู่ตลอดแต่อยู่ๆ aTV ก็มีภาพว่าขณะนี้ aTV ถึงยึดโดย คณะกฎบในระบอกเผด็จการ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทำให้เกิดความงุงงงกับพนักงานมากและมาทราบทีหลังว่าโดนเจอะระบบ

"เป็นไปไม่ได้" นายนราธรพูดในวิทยุ
"มันเป็นไปแล้วครับ ตอนนี้ระบบถ่ายทอดสัญญาณโดนเจอะไปแล้วครับ" เจ้าหน้าที่สถานีทีวีพูดขึ้น
"นราธรเราไม่ได้ถูกเจอะจากภายนอกนะ เราโดนจากภายใน" อัศนีพูดขึ้น
"พระเจ้า! ใครกันละ" นราธรอุธานขึ้น
"คนนั้นไง"
"ครับ จัดการเลยไหม?"

อัศนีหยิบไมโครโพนขึ้น
"ประกาศจากคณะบริหาร ขอให้พนักงานทุกนค้นหาผู้เข้าควบคุมจากภายใน"

แต่ด้วยสภาวะความไม่มีสามัคคีเช่นนี้ในบริษัท ทำให้ทุกอย่างล้มเหลวหมดแล้ว มันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ทุกคนไม่แม้แต่กระทั่งมองหน้ากันเลยยด้วยซ่ำ

คณะกฎบในระบอกเผด็จการซึ่งนำโดย พล.อ.เขมทัต แถลงได้ประกาศฉบับที่หนึ่ง
นั้นคือริดรอนสิทธ์เสรีภาพของประชาชนในแทบจะทันที

"ท่านครับ ตอนนี้เราสามารถยึดทำเนียบได้แล้วครับ" พล.อ.เขมทัตพูดขึ้น
"แล้วการยึดเกาะละไปถึงไหนแล้ว"
"ถึงตอนนี้สายที่เราส่งไปอยู่จะสามารถยึดสถานี aTV ได้แล้วแต่คงไม่นานแล้วเรายังไม่สามารถยึดเกาะได้เลยครับ"
"งั้นใช้คำสั่งที่สองสิ ประกาศให้เปิดสะพานเกาะ"
"ครับ"
ประกาศฉบับที่สองก็ถูกประกาศนั้นคือการเรียกร้องให้ทำสะพานลงมิฉะนั้นจะนำทหารบุกทางน้ำ
ไม่มีการตอบกลับจากทางเกาะ...
อย่างไรก็ตาม ทางคณะกฎบในระบอกเผด็จการได้ประกาศให้ พล.อ.เป็นนายกรัฐมนตรไปแล้ว

อัศนีผู้กำลังจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ล่ะกำลังทำอะไรอยู่...?

พล.อ.เขมทัตสั่งให้บุกทางน้ำแล้ว...!

ทหารกว่า 3,000 นายขึ้นเรือยางมากเพื่อที่จะเข้าจูโจมในเกาะ

กว่าร้อยลำที่บุคคลมาพร้อมๆกัน

พนักงานกว่าหมื่นชีวิตโพล่หน้าออกมาดูที่หน้าต่าง นั้นรวมไปถึงอัศนี
อัศนี โทรหาใครบ้างคน...


การบุกเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
"พระเจ้า! ช่วยด้วย ช่วยเราด้วย ติ๊ด..." เสียงวิทยุที่ไปชุดแรกได้ขาดหายไป
"ช่วยด้วย! ขอกำ..."
"ช่วยเราด้วย!"

เสียงขอเหล่าทหารที่ขอความช่วยเหลือมา มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พล.อ.เขมทัตมองขึ้นบนฟ้า! พระเจ้า! เครื่องบิน F-16 ของอเมริการมาช่วยอัศนีรึนี่!

เปล่าไม่ใช่หรอกนั้นคือเครื่องบินของประเทศไทยที่ถูกอัศนีเก็บเอาไว้ในเกาะ
นอกจากนี่แล้ว ยังมีทหารอีกกว่าพนนายที่ประจำบนเกาะ

เปิดฉากยิงกันอย่างดุเดือน

พล.อ.เขมทัตโทรไปหาผู้อยู่เบื้องหลัง "ท่านจะทำยังไงดีครับ?"
"บุกด้วยสกรูบ้า"
"ทหารของพลเอกเยมทัตถึงที่บนเกาะแล้ว" เสียงนราธรดังผ่านลำโพงเข้ามา
"ขังไว้ในลิพท์" เสียงอัศนีดังขึ้น
ทหารเดินขึ้นไปบนลิพท์แล้วกดไปที่ชั้น 250 หรือชั้นของผู้บริหารนั้นเอง

แต่เมื่อลิพท์ไปถึงชั้นที่ 100 ลิพท์กลับหยุดไปเฉยๆ

"หมายความว่ายังไง? จะปล่อยให้เราขาดอากาศหายใจ?"
เมื่อประตูลิพท์เปิดออก ทหารก็กรูกันไปที่ผนังสีขาว
"ท่านครับ ที่นี่ไม่มีอะไรเลยนอกจากผนังสีขาว" ทหารรายงานผู้บังคับบัญชา
"สายของเราบอกว่านั้นเป็นประตูผ่าน ใช้เครื่องเจอะรหัส"
"ใช้เครื่องเจอะรหัส!" นายกองสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาใช้เครื่องเจอะรหัสเพื่อเข้าไปในห้องดังกล่าว
ตามหลักการแล้วการเจอะรหัส 2048 Bit เป็นเรื่องที่เรื่องที่เป็นไปได้ยากแต่อัศนีนี้ตั้งรหัสผ่านเหลือแค่ 2 Bit ทำให้เข้าห้องได้
"เข้าได้แล้วครับท่าน" เสียงทหารรายงานผ่านวิทยุ
"จัดการค้..." เสียงผู้บัคับบัญชาสั่งขาดหายไป

ไม่มีเหลือแล้วนายทหารที่อยู่บนชั้นหนึ่งร้อย ตอนนี้เหลือแต่เพียงกองเลือดและกองซากของศพทหารที่ควรจะทำเพื่อชาติ แต่กับตายเพราะคำสั่งงี่เง่าของคนที่มักใหญ่ใผ่สูง

"พระเจ้า คุณส่งทหารของผมไปตาย! คุณปัดติสมธิ!"
"นั้นเพราะคุณส่งไปเองต่างหาก"
"คุณต้องรับผิดชอบ"
"ก่อนหน้านั้นถล่มตึกนี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน"
"ให้สายของเราจัดการเลย"

ทางด้านสายของนายปัดติสมธิ เริ่มแผนต่ออีกครั้งหลังจากยุแหย่ให้หนักงานในบริษัทแตกกันแล้ว
"คุณไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลดังกล่าว" คอมพิวเตอร์ปรากฎข้อความสีแดงขึ้นที่หน้าจอ
"อะไรกัน!" นายอโนชาพยายามหยิบโทรศัพท์มาเพื่อรายงาน

ปัง! เสียงปืนที่ดังมาจากข้างหลังยิงไปที่โทรศัพท์ด้วยความแม่นย่ำ

"อะไรกันคุณ..." อโนชาค่อยๆหันไปพอ นราธรกำลังถือปืน
"ผมเป็นถึงรองผู้บริหารเชียวนะคุณโดนไล่ออกแน่"
"ส่วนผมเป็นเจ้าของกิจการ" นายอัศนีพูดขึ้น
"จับมันมัด" นราธรบอกพนักงานรักษาความปลอดภัย
"แล้วเอามันไปที่ห้องอาหาร"
"พนักงานทุกคน นี่คือคนที่ทรยศพวกเรา และปล่อยข่าวลือจนเราเสียความสามัคคี" พรเทพพูด นี่คือที่เราพบในเครื่องคอมพิวเตอร์ของอโนชา
ที่พบในเครื่องอโนชาคือรูปที่เป็นต้นฉบับก่อนตัดต่อและหลังตัดต่อ

ไม่มีใครรู้เลยว่าอโนชามีปืนอยู่ในกระเป๋า
"ผมคงต้องยอมรับผิดสินะ" อโนชาพูด
"แต่ผมคงไม่ตายคนเดียวแน่" อโนชาหยิบปืนที่ซ่อนไว้ยิงมาทางพรเทพ

"ปัง!"
"คุณพรเทพ!" จิระพงษ์วิ่งออกมากันให้พรเทพ และนายชัยรัตน์ก็นำปปืนที่เขาพกมายิงนายอโนชาที่หน้าผากเสียชีวิต
"จิระพงษ์ คุณเป็นอะไรไหม!?" พรเทพถาม พร้อมกำลังโอบจิระพงษ์เอาไว้
"ผมไม่เป็นไรหรอกครับ..." ถึงแม้ปากของจิระพงษ์จะบอกว่าไม่เป็นอะไรแต่ตัวของจิระพงษ์ค่อยๆเย็นขึ้นเรือยๆ
"ผมดีใจนะครับ.ที่หัวหน้าไม่ได้โกหกผม...ผม...." สุดท้ายจิระพงษ์ก็ค่อยๆหมดแรงไป มือของจิระพงษ์ ทิ้งดิ่งลงไปที่พื้น จิระพงษ์ไม่หายใจอีกแล้ว...นั้นคือสิ่งที่พนักงานที่นั้นทั้งหมดรู้...


"เอาละทุกคนเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าเป็นความผิดของมัน!" นราธรซากศพไร้วิญญาณของอโนชารองผู้บริหารอัศนีโลเคชันที่หวังจะเป็นผู้บริหาร

ทุกคนมองร่างไร้วิญญาณนั้นทั้งน้ำตาน้ำตาของพนักงานชายหรือหญิงก็ออกมาไปแพ้กันไม่ใช่เพราะเสียใจเรื่องที่จิระพงษ์ตายอย่างเดียวเท่านั้นแต่เพราะว่าความเข้าใจผิดที่ทุกคนทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องเพียงเพราะเรื่องแค่นี้!? ทุกคนพูดกันว่า "เพียงเพราะแค่นี้" น้ำตาของทุกคนค่อยๆไหลออกมาจากดวงตาแล้วผ่านแก้มและหยดไปที่ร่างที่ไม่หายใจแล้วของจิระพงษ์ เพียงเพราะความมักใหญ่ใผ่สูงของคนบ้างคนกลับทำให้ต้องเกิดเหตุการแบบนี้

"ไม่นะพี่จิระพงษ์! ไม่นะพี่จิระพงษ์! ไม่นะพี่จิระพงษ์!" เสียงพนักงานสาวอรุณโรจน์
อรุณโรจน์ทุบบน อกจิระพงษ์ "พี่จิระพงษ์พึ่งขอแต่งงานหนูไปไม่ใชเหรอคะ."
"ไหนบอกว่าจะมี ลูกตัวน้อยๆบ้านหลังเล็กๆด้วยกันยังไงละ"
"ไหนบอกว่าเราจะแต่งงานกันยังไงล่ะพี่ จิระพงษ์!"

ปฎิหารณ์ ก็เกิดขึ้นเมื่อการทุบอกของอรุณโรจน์คือการทำหน้าที่ปั้มหัวใจ หัวใจของจิระพงษ์กับมาเต้นอีกครั้ง

"ขอเลือด!" หัวหน้าพยาบาลอย่างอัญญาลักษณ์ออกคำสั่ง

จิระพงษ์กอดอรุณโรจน์ พร้อมเสียตบมือจากเพื่อพนักงานด้วยกัน
"กอดแบบนี้อรุณโรจน์นึกถึงสมัยเรียนนะคะ" อรุณโรจน์กระซิบของจิระพงษ์
"เหมือนยังไงเหรอ?" จิระพงษ์ทำหน้างง


ในที่สุดการเข้ามาก่อกฎบก็ทำไม่สำเร็จสถานี aTV ก็ยึดคืนมาได้แล้ว

ทุกคนในบริษัทพร้อมกันจับปืนเพื่อสู้ให้กับบริษัท หลังจากอ่านข้อความรู้ว่าทหารอยู่เบื้องหลังการกระทำในครั้งนี้
"ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้" เสียพนักงานชายพูดขึ้น

แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าพนักงานในบริษัทที่จบมาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจะออกมาต่อต้านทหารได้ขนาดนี้

"เราทำเพื่อประชาธิไตย!"


"เอาสะพานลงแล้วยึคอำนาจคืน"  นราธรออกคำสั่ง
ทหารและพนักงานแค่ไม่กี่พันคนออกกลับมายึดอำนาจคืนได้เพราะด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยกว่า นายปัดติสมธิและพลเอกเขมทัต ถูกตัดสินว่าเป็นกฎบ

สั่งประหารชีวิต!


ถึงทุกวันนี้บริษัท อัศนีโลเคชัน ก็ยังอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้และทุกคนยังระลึกถึง จิระพงษ์ (ผู้ที่ยังไม่ตาย) อยู่เสมอว่า

สามัคคีคือพลัง

guy852


barbies55

ตกลง โจทย์คืออะไรคะ
บทละคร นวนิยาย หรือเรื่องสั้น

เพราะลักษณะการเขียนแบบนี้มันออกแนวเรื่องสั้น แต่ตัวละครเยอะอย่างกะเพชรพระอุมา
บรรยายเหตุการณ์และคำพูดได้ดี แต่บางส่วน พี่คิดว่า มันไม่จำเป็นต้องใส่เข้ามา

เนื้อเรื่องแนวเสียดสี ที่สีไปทั่ว ครบถ้วนกระบวนความจริงๆ แต่ พออ่านไปอ่านมา มันรู้สึกในใจตะหงิดๆว่า อะไรของมันวะ
คือมันเยอะซะจน จับทางไม่ค่อยได้ ว่าประเด็นหลักๆคืออะไร
รับทำเทมเพลท รับโมเทมเพลทให้เข้ากับสคริปต์ต่างๆ


On the Internet, Never One Know You are a Dog.
ผ้าขี้ริ้วห่อทองย่อมเป็นทองฉันใด เอาทองเปลวมาห่อขี้ก็ยังเป็นขี้ฉันนั้น

guy852

อ้างถึงจาก: barbies55 ใน 24 ธันวาคม 2007, 18:19:54
ตกลง โจทย์คืออะไรคะ
บทละคร นวนิยาย หรือเรื่องสั้น

เพราะลักษณะการเขียนแบบนี้มันออกแนวเรื่องสั้น แต่ตัวละครเยอะอย่างกะเพชรพระอุมา
บรรยายเหตุการณ์และคำพูดได้ดี แต่บางส่วน พี่คิดว่า มันไม่จำเป็นต้องใส่เข้ามา

เนื้อเรื่องแนวเสียดสี ที่สีไปทั่ว ครบถ้วนกระบวนความจริงๆ แต่ พออ่านไปอ่านมา มันรู้สึกในใจตะหงิดๆว่า อะไรของมันวะ
คือมันเยอะซะจน จับทางไม่ค่อยได้ ว่าประเด็นหลักๆคืออะไร

เพชรพระอุมา เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรเหรอครับ
บทละครที่ถูกต้องเป็นแบบหนครับ

Madoo

อะจึ๊ย กลับมาอ่านต่อคับ แต่ไม่ิคิดว่าจะยาวขนาดนี้เล้ยยยย :o ป๊าดดดดดดๆๆๆๆ

barbies55

อ้างถึงจาก: guy852 ใน 24 ธันวาคม 2007, 18:27:00
อ้างถึงจาก: barbies55 ใน 24 ธันวาคม 2007, 18:19:54
ตกลง โจทย์คืออะไรคะ
บทละคร นวนิยาย หรือเรื่องสั้น

เพราะลักษณะการเขียนแบบนี้มันออกแนวเรื่องสั้น แต่ตัวละครเยอะอย่างกะเพชรพระอุมา
บรรยายเหตุการณ์และคำพูดได้ดี แต่บางส่วน พี่คิดว่า มันไม่จำเป็นต้องใส่เข้ามา

เนื้อเรื่องแนวเสียดสี ที่สีไปทั่ว ครบถ้วนกระบวนความจริงๆ แต่ พออ่านไปอ่านมา มันรู้สึกในใจตะหงิดๆว่า อะไรของมันวะ
คือมันเยอะซะจน จับทางไม่ค่อยได้ ว่าประเด็นหลักๆคืออะไร

เพชรพระอุมา เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรเหรอครับ
บทละครที่ถูกต้องเป็นแบบหนครับ

เพชรพระอุมาเป็นนวนิยายชื่อดังเรื่องนึงน่ะค่ะ มีตัวละครน่าจะถึงร้อย เหอๆ
บทละครที่ถูกต้องเหรอ อาจารย์เค้าสอนว่าไงอ่ะ พี่ถึงถามไงว่าตกลงอาจารย์ให้โจทย์มาแบบไหน
รับทำเทมเพลท รับโมเทมเพลทให้เข้ากับสคริปต์ต่างๆ


On the Internet, Never One Know You are a Dog.
ผ้าขี้ริ้วห่อทองย่อมเป็นทองฉันใด เอาทองเปลวมาห่อขี้ก็ยังเป็นขี้ฉันนั้น

guy852

อ้างถึงจาก: barbies55 ใน 24 ธันวาคม 2007, 18:46:06
อ้างถึงจาก: guy852 ใน 24 ธันวาคม 2007, 18:27:00
อ้างถึงจาก: barbies55 ใน 24 ธันวาคม 2007, 18:19:54
ตกลง โจทย์คืออะไรคะ
บทละคร นวนิยาย หรือเรื่องสั้น

เพราะลักษณะการเขียนแบบนี้มันออกแนวเรื่องสั้น แต่ตัวละครเยอะอย่างกะเพชรพระอุมา
บรรยายเหตุการณ์และคำพูดได้ดี แต่บางส่วน พี่คิดว่า มันไม่จำเป็นต้องใส่เข้ามา

เนื้อเรื่องแนวเสียดสี ที่สีไปทั่ว ครบถ้วนกระบวนความจริงๆ แต่ พออ่านไปอ่านมา มันรู้สึกในใจตะหงิดๆว่า อะไรของมันวะ
คือมันเยอะซะจน จับทางไม่ค่อยได้ ว่าประเด็นหลักๆคืออะไร

เพชรพระอุมา เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรเหรอครับ
บทละครที่ถูกต้องเป็นแบบหนครับ

เพชรพระอุมาเป็นนวนิยายชื่อดังเรื่องนึงน่ะค่ะ มีตัวละครน่าจะถึงร้อย เหอๆ
บทละครที่ถูกต้องเหรอ อาจารย์เค้าสอนว่าไงอ่ะ พี่ถึงถามไงว่าตกลงอาจารย์ให้โจทย์มาแบบไหน

คืออาจาร์ยเค้าสั่งให้แต่งเลยน่ะครับผมเลยไม่แน่ใจเพราะเรียนเรื่องเกี่ยวกับ...

จำไม่ได้แต่เกี่ยวกับมีพรามไปยุแย ทำให้เมืองแตกกันอ่ะครับ

อาจาร์ยเลยให้แต่งบทละคร

คุณป้าขา

ปัดติโถ  นึกว่าจะแต่งเรื่อง  โลลิ   ชาวเกย์  ตามสไตล์น้องกาย   :'(   อุตส่าห์พุ่งเข้ามาเต็มสตรีม!   >:(
[direct=https://www.ladyissue.com]แต่งหน้า[/direct]
[direct=https://woman.today]ชี้เป้าโปรโมชั่น[/direct]

redtor


guy852

อ้างถึงจาก: ป้าชลลี่ ใน 24 ธันวาคม 2007, 19:09:21
ปัดติโถ  นึกว่าจะแต่งเรื่อง  โลลิ   ชาวเกย์  ตามสไตล์น้องกาย   :'(   อุตส่าห์พุ่งเข้ามาเต็มสตรีม!   >:(

:o พี่ค่า T-T  :'(

ไม่ใช่ผมน้าต้องพี่โจ้ T-T

guy852

เฮ้อ มันเหมือนนิยายเกย์ตรงไหนเพื่อนๆอ่านแล้วบอกเงี้ย!