ผมไม่ใช่เทพครับ แต่รายได้ใกล้เคียงเทพ เห็นเทพมาโชว์หลายที ขอมั่ง อิอิ

เริ่มโดย iamlnw, 07 กันยายน 2010, 18:27:51

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

bouy22

สนใจทำธุรกิจ[direct=http://www.nongphojsin.com/]ไอศกรีมหนองโพ[/direct]คลิกเลย | ลงประกาศโฆษณา [direct=http://www.marukopost.com/]ประกาศฟรี[/direct] | [direct=http://www.uuppic.com/]เว็บฝากรูป[/direct] | [direct=http://www.jeedgame.com/]สคริปเกมแฟลช[/direct] |
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารออกซิเจนน้ำ [direct=http://www.adoxy-thai.com/]Adoxy[/direct]

immortal

[direct][/direct]

deksiam

โชว์ด้วยคนสิ

ปล.. เงินเข้าวันนี้ โอนออกไปเกือบหมดในวันเดียว

อุอุ

ninebookshop

ผมแปลงร่างกลับเป็นคนปกติแล้วครับ จะไม่โมโหแล้วครับ ถ้ามาทำอะไรแบบนี้อีก จะโทรไปหาแล้วครับ  :wanwan003:

tanawat30

บรรยายวิธีทำสมาธิล้วน ๆ  จ้า [direct=http://www.dhumma.net]ทำสมาธิกันโลด[/direct]

nongloma

ห้ามทำ link ไปเว็บที่มีการพนัน

Joantoro

อิจฉามากเลย แต่ก้อทำให้มีกำลังใจกลับมาฮึดสู้อีกครั้ง
[direct=http://www.fandigg.fanliverpool.com/pligg/]ฝากลิ้งค์ ที่ แฟนดิ๊ก[/direct]
[direct=http://www.joan-guide.blogspot.com]Joan Guide[/direct][direct=http://www.travel4thailand.wordpress.com]เที่ยวไทยกันเหอะ[/direct][direct=http://www.fanliverpool.blog.com]ประวัติสโมสรลิเวอร์พูล[/direct][direct=http://www.usarentalhouse.blogspot.com]USA Home for rent[/direct]

khonthai


ninebookshop

ทำไมบางคนถึงทุกข์ร้อน วิตกกังวล กระวนกระวาย ไม่สบายใจ ไม่ปลอดโปร่งอยู่เสมอ  

คำ ตอบง่ายมาก เพราะเขาแบกความคิดและความรู้สึกหลายอย่างเอาไว้ ไม่ปลดปล่อย ไม่ปรับเปลี่ยน จนกระทั่งมันกลายเป็นขยะหรือคราบสกปรกเกาะติดหัวใจ เวลามีอะไรมากระทบหรือสัมผัสกับความรู้สึก ก็จะมีคราบเปื้อนเหล่านี้เข้าไปเจือปน ความสดใสที่ควรจะมี จึงมีได้ไม่เต็มที่  

ทำไมเราจึงปล่อยให้ใจเป็น "ถังขยะ" ล่ะ  

คำ ตอบก็คือ เราไม่ค่อยรู้ตัวหรอก ว่าเราแอบทิ้งขยะลงไปในใจของเราเอง หรือมีใครทิ้งขยะลงมาในหัวใจของเราบ้าง ถ้าเราไม่หมั่นสำรวจ บางทีเราอาจมีขยะรกเรื้อหัวใจอยู่มากมายเลยก็ได้ อะไรบ้าง ที่เป็นขยะหัวใจ  

1. ความไม่พอใจ

มี หลายเรื่องเลยนะ ในชีวิต ที่เราไม่พึงพอใจ ถ้าจะแบ่งให้กว้างที่สุดเพื่อให้เห็นภาพ สิ่งที่ทำให้เราไม่พอใจมีอยู่ 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ไม่พอใจคนอื่น กับไม่พอใจตัวเอง ไม่พอใจคนอื่นเกิดได้มากกว่าความไม่พอใจในตัวเอง เพราะธรรมชาติของคน ย่อมรักตัวเองมากกว่าคนอื่น ย่อมโทษคนอื่นก่อนโทษตัวเอง ย่อมเห็นความผิดของคนอื่นได้ก่อนและได้ชัดกว่าความผิดของตนเอง  

ขณะ เดียวกันเราต่างก็รู้ว่า โลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ มีเกิน มีขาด จนกว่าจะค่อยๆ ปรับปรุงพัฒนาให้มีความพอดีได้ จึงจะเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมากที่สุด ฉะนั้น เราควรมองด้านดีของกันและกันให้มากกว่าด้านที่บกพร่อง  

ถ้าเราเริ่ม จากมองด้านดีของกันและกันแล้ว ความพึงพอใจ และความนับถือในกันและกันก็จะเกิด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างสรรค์...กว่าการจับผิดกัน แล้วนำไปสู่ความไม่พอใจ  


2. ความผิดหวัง  

2 สิ่งที่ไม่ควรตั้งความหวังไว้สูงนัก คือหวังว่าเรื่องบางเรื่อง เหตุการณ์บางเหตุการณ์ หรือคนบางคนในอดีตจะย้อนกลับมา กับหวังว่าอนาคตจะเป็นไปตามที่เราวาดหวังเสียทุกประการ อดีตเป็นสิ่งที่ยากจะเรียกหาให้ย้อนกลับคืนมาเป็นเหมือนเดิม ดีที่สุดคือใช้อดีตเป็นบทเรียน ให้สติ ให้เราเรียนรู้ทั้งโอกาสและความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้น เพื่อให้วันนี้และวันข้างหน้า ดีกว่าอดีตที่เคยเป็น  

ส่วน อนาคตย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย ไม่สามารถบังคับบงการให้เป็นไปตามความหวังของเราได้เสียทั้งหมด แต่พอจะคาดการณ์ได้ว่าน่าจะเป็นอย่างไร กระนั้นก็ตาม หากไม่เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ ก็อย่าได้ทุกข์ร้อนเสียใจ และปล่อยความคาดหวังบนความไม่แน่นอนแบบนี้ให้เป็นขยะรกอารมณ์  

3. ความอิจฉาริษยา  

ขยะอย่างหนึ่งที่รกใจคนที่สุด ก็คือความอิจฉาริษยาคนอื่น โดยไม่ทันเฉลียวว่า ทุกครั้งที่เราอิจฉาริษยาใครก็ตาม ความนับถือตัวเองของเราก็เสื่อมถอยลงไปด้วย เพราะการจะรู้สึกอิจฉาหรือริษยาใครนั้น ย่อมมีพื้นฐานมาจากความรู้สึกว่าเขาดีหรือได้ดีกว่าเรา เราจึงอิจฉาเขาเป็นพัลวัน  

จงหยุดอิจฉา แล้วมองให้เห็นว่า การที่คนอื่นได้ดีหรือมีดีกว่าเรานั้น เป็นสิ่งที่น่ายินดี ควรยินดีกับเขา และปรับเปลี่ยนโน้มน้าวตัวเองให้ทวีความดีดั่งที่เขามีจนเราอิจฉา  


4. ความยึดมั่นถือมั่น  


ขยะ ที่เพิ่มพูนความรกเรื้อรุงรังให้ใจได้เป็นอย่างดีอีกประการหนึ่งคือ ความยึดมั่นถือมั่น คิดว่านั่นก็คนของฉัน นี่ก็บ้านของฉัน รถของฉัน คนรักของฉัน ตำแหน่งของฉัน ฯลฯ จนไม่สามารถปล่อยวาง ?สิ่งนอกตัว? เหล่านั้นลงได้  


ส่วนใหญ่พบว่า จิตจะปรุงแต่งไปเอง ว่าสิ่งนี้ฉันรัก สิ่งนี้ฉันเป็นเจ้าของ ใครก็เอาไปจากฉันไม่ได้ พอไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ ก็ผูกพันหน่วงเหนี่ยว ยังคงเสียดาย เสียใจ และปรุงแต่งจิตเพิ่มเข้าไปว่าฉันนี้แสนทุกข์ระทม

ลองยอมรับ ความจริงดูบ้างไหม ว่าอะไรๆ ในโลกนี่ก็ไม่ใช่ของเราอย่างถาวรทั้งสิ้น แม้กระทั่งร่างกายของเรานี้ แท้ก็เป็นแค่ของยืมมา ใช้ได้ชาตินี้ชาติเดียว เดี๋ยวก็เสื่อม ก็แก่ ก็ป่วย ก็ตาย ต้องคืนร่างกายสังขารนี้สู่สภาพดิน น้ำ ลม ไฟ เน่าเปื่อยผุพังไป สิ้นความสวยความหล่อ ตลอดจนลาภยศสรรเสริญทั้งปวง  


5. ความกลัว  

ใจ หลายคน รุงรังไปด้วยความกลัว กลัวเขาจะไม่รัก กลัวเงินจะหมด กลัวฝนจะตก กลัวนายจ้างจะเลิกจ้าง กลัวเพื่อนร่วมงานจะได้ดีกว่า กลัวไม่ก้าวหน้า ไม่ได้โบนัส ฯลฯ  

กลัวไปทำไม เรื่องบางเรื่องเราตัดสินเองไม่ได้ อยู่นอกเหนือจากการควบคุม ซึ่งกลัวไปก็เท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นสักนิด บางเรื่องแทบไม่มีวันมาถึงในชีวิต ก็กลัวล่วงหน้า กลัวจนประสาทเสีย  

จง พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกคนและทุกสิ่งในชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งต้องเริ่มจากการทำแต่สิ่งที่ดี โปร่งใส ไม่เป็นแผลติดตัวที่ต้องปิดบังซ่อนเร้น และจงขจัดความกลัวออกไปจากใจ เพื่อให้เกิดความมั่นใจที่จะใช้ชีวิตของเราให้สมศักดิ์ศรี เพื่อที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อทำให้ชีวิตนี้ดีกว่าเดิม

6. ความอยาก  



จง "อยาก" ให้พอดีกับกำลังกาย กำลังทุน และกำลังสติปัญญาของตัวเอง อย่าอยากจนเกินกำลัง เพราะจะทำให้สิ้นกำลังได้ง่าย แล้วกลายเป็นคนพ่ายแพ้ อ่อนแอ หมดสิ้นความทะเยอทะยานอยากในชีวิต  

ความทะเยอทะยานอยาก เหมือนรถ แต่ใจเราคือคนขับ รถแล่นด้วยความเร็วกำลังดี เราก็ได้ประโยชน์ จอดอยู่เฉยๆ ก็นิ่งอยู่กับที่ แต่หากแล่นฉิวจนเกินควบคุม ก็อันตรายกับชีวิต ฉะนั้น ใจต้องเป็นนายของความทะเยอทะยานอยาก ขับเคลื่อนความทะเยอทะยานอยากโดยควบคุมได้  


ทำอย่างไรให้ใจสะอาด  

เริ่ม จากปล่อยวางสิ่งต่างๆ ลง อย่ายึดติดยึดถือให้มากนัก แล้วอยู่กับปัจจุบัน อะไรที่อยู่กับเรา เป็นของเรา ย่อมอยู่กับปัจจุบันของเราด้วย นั่นคือสิ่งจริงแท้แน่นอน การปล่อยวางสิ่งต่างๆ ลง เท่ากับการเทขยะทิ้ง การอยู่กับปัจจุบัน เท่ากับการปิดฝาถังขยะ ไม่เปิดรับขยะใหม่ๆ ให้ใจต้องสกปรกรกรุงรังอีก เพื่อมีเวลาทำความสะอาดหัวใจให้ผ่องใส เบิกบาน  

ใจ...แท้ จริงผ่องใสด้วยตัวของมันเอง แต่คนที่เป็นเจ้าของหัวใจต่างหาก ที่ชักนำสิ่งต่างๆ มาปะพอก จนใจนั้นหมดสภาพ ฟื้นหัวใจให้กลับไปผ่องใสดังเดิมกันเถิด ปัดฝุ่นและคราบเขม่าทั้งหลาย แล้วเปิดทางให้หัวใจได้หายใจ เต้น และรู้สึกด้วยตัวของมันเอง



อย่าไปบงการหัวใจมาก เพราะแทนที่จะเป็นหัวใจ มันจะกลายเป็นถังขยะแทน

:wanwan019: :wanwan019: :wanwan019: :wanwan019: :wanwan019: :wanwan019: :wanwan019: :wanwan019: :wanwan019: :wanwan019: :wanwan019:


beside

อ้างถึงจาก: ninebookshop ใน 07 กันยายน 2010, 21:37:42
ผมแปลงร่างกลับเป็นคนปกติแล้วครับ จะไม่โมโหแล้วครับ ถ้ามาทำอะไรแบบนี้อีก จะโทรไปหาแล้วครับ  :wanwan003:
บอร์ดใหม่ที่ท่านกำลังทำอยู่ได้สมาชิกเยอะยังครับ ออกนอกเรื่องนิดหนึ่ง  :wanwan004:
ถ้าเรามองว่า...วิกฤติจะมาพร้อมกับบทเรียนดี ๆ เสมอ ก็ไม่มีเหตุอันใดที่จะต้องทุกข์ใจเพราะวิกฤติ
ตรงกันข้าม ควรจะขอบคุณวิกฤติเสียด้วยซ้ำที่เกิดขึ้นมาแต่ละครั้ง ก็ช่วยทำให้เรารู้จัก สร้างภูมิคุ้มกัน
ให้แก่ชีวิต และการทำงานอย่างรอบคอบ แยบคาย และมีความเข้าใจโลกและชีวิตเพิ่มขึ้น อย่างยากที่
จะหาได้ในยามปกติ

"พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี"


numau109

อ้างถึงจาก: ninebookshop ใน 07 กันยายน 2010, 21:25:27
goo ว่าถ้า ?งึ เจ๋งจริงนะโชว์ทั้งใบเลยไม่ต้องปิดหรอกชื่อนะ ไปขึ้นเงินแล้วก็ถ่ายมาให้ดูด้วยสิ กล้าป่าว มาแหกปากอยู่ได้ว่า Goo ได้ Goo ได้ใกล้เคียงเทพ สมองแ..่งไม่พัฒนาเลย goo เห็นคนปกติและมีการศึกษาไม่มีใครเขา..ยำเหมือนคุณเลย เอามันซักไอดีสิ จะมาทำไมตั้งรายชื่อ บอร์ดเขาอยู่อย่างสงบสุขดีๆแท้ มาทำ..ยำอยู่ได้  ..ึงเนี่ยะ เ..ี้..ระ....ติ..าจริงๆ :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010: :wanwan010:


ปล.ถ้าไม่ใช้คนเดียวกับเมื่อเช้าที่มาโชว์แบบลอยๆ ว่าได้ 40000 ก็ขอโทษด้วยนะครับ MOD เห็นไม่สมควรลบกระทู้ผมทิ้งไปได้เลยครับ

ไม่ต้องลบหรอกครับ เพราะผมเห็นด้วยกะคุณเอ๋เลยน่ะ  :wanwan010:  

ถ้าลบ ก็ลบของผมด้วยนะ  :( :(

ninebookshop

อ้างถึงจาก: beside ใน 07 กันยายน 2010, 21:45:50
อ้างถึงจาก: ninebookshop ใน 07 กันยายน 2010, 21:37:42
ผมแปลงร่างกลับเป็นคนปกติแล้วครับ จะไม่โมโหแล้วครับ ถ้ามาทำอะไรแบบนี้อีก จะโทรไปหาแล้วครับ  :wanwan003:
บอร์ดใหม่ที่ท่านกำลังทำอยู่ได้สมาชิกเยอะยังครับ ออกนอกเรื่องนิดหนึ่ง  :wanwan004:

ยังไม่เสร็จเลย และยังไม่ได้โปรโมตเลยครับ ระบบด้านหลังยังไม่ได้ปรับอะไรเลย พยายามจะให้เสร็จภายในเดือนนี้แหละครับ หาคนมาช่วยอยู่สนใจไหมละ :wanwan019:


drlovecat

รูปโชว์ขนาดตั้ง 1.3MB
ถามคนโชว์เชคจริงๆ ว่าทำเว็บเป็นป่ะนี่???

iamsunfire

อ้างถึงทำไมบางคนถึงทุกข์ร้อน วิตกกังวล กระวนกระวาย ไม่สบายใจ ไม่ปลอดโปร่งอยู่เสมอ 

คำ ตอบง่ายมาก เพราะเขาแบกความคิดและความรู้สึกหลายอย่างเอาไว้ ไม่ปลดปล่อย ไม่ปรับเปลี่ยน จนกระทั่งมันกลายเป็นขยะหรือคราบสกปรกเกาะติดหัวใจ เวลามีอะไรมากระทบหรือสัมผัสกับความรู้สึก ก็จะมีคราบเปื้อนเหล่านี้เข้าไปเจือปน ความสดใสที่ควรจะมี จึงมีได้ไม่เต็มที่ 

ทำไมเราจึงปล่อยให้ใจเป็น "ถังขยะ" ล่ะ 

คำ ตอบก็คือ เราไม่ค่อยรู้ตัวหรอก ว่าเราแอบทิ้งขยะลงไปในใจของเราเอง หรือมีใครทิ้งขยะลงมาในหัวใจของเราบ้าง ถ้าเราไม่หมั่นสำรวจ บางทีเราอาจมีขยะรกเรื้อหัวใจอยู่มากมายเลยก็ได้ อะไรบ้าง ที่เป็นขยะหัวใจ 

1. ความไม่พอใจ

มี หลายเรื่องเลยนะ ในชีวิต ที่เราไม่พึงพอใจ ถ้าจะแบ่งให้กว้างที่สุดเพื่อให้เห็นภาพ สิ่งที่ทำให้เราไม่พอใจมีอยู่ 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ไม่พอใจคนอื่น กับไม่พอใจตัวเอง ไม่พอใจคนอื่นเกิดได้มากกว่าความไม่พอใจในตัวเอง เพราะธรรมชาติของคน ย่อมรักตัวเองมากกว่าคนอื่น ย่อมโทษคนอื่นก่อนโทษตัวเอง ย่อมเห็นความผิดของคนอื่นได้ก่อนและได้ชัดกว่าความผิดของตนเอง 

ขณะ เดียวกันเราต่างก็รู้ว่า โลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ มีเกิน มีขาด จนกว่าจะค่อยๆ ปรับปรุงพัฒนาให้มีความพอดีได้ จึงจะเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมากที่สุด ฉะนั้น เราควรมองด้านดีของกันและกันให้มากกว่าด้านที่บกพร่อง 

ถ้าเราเริ่ม จากมองด้านดีของกันและกันแล้ว ความพึงพอใจ และความนับถือในกันและกันก็จะเกิด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างสรรค์...กว่าการจับผิดกัน แล้วนำไปสู่ความไม่พอใจ 


2. ความผิดหวัง 

2 สิ่งที่ไม่ควรตั้งความหวังไว้สูงนัก คือหวังว่าเรื่องบางเรื่อง เหตุการณ์บางเหตุการณ์ หรือคนบางคนในอดีตจะย้อนกลับมา กับหวังว่าอนาคตจะเป็นไปตามที่เราวาดหวังเสียทุกประการ อดีตเป็นสิ่งที่ยากจะเรียกหาให้ย้อนกลับคืนมาเป็นเหมือนเดิม ดีที่สุดคือใช้อดีตเป็นบทเรียน ให้สติ ให้เราเรียนรู้ทั้งโอกาสและความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้น เพื่อให้วันนี้และวันข้างหน้า ดีกว่าอดีตที่เคยเป็น 

ส่วน อนาคตย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย ไม่สามารถบังคับบงการให้เป็นไปตามความหวังของเราได้เสียทั้งหมด แต่พอจะคาดการณ์ได้ว่าน่าจะเป็นอย่างไร กระนั้นก็ตาม หากไม่เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ ก็อย่าได้ทุกข์ร้อนเสียใจ และปล่อยความคาดหวังบนความไม่แน่นอนแบบนี้ให้เป็นขยะรกอารมณ์ 

3. ความอิจฉาริษยา 

ขยะ อย่างหนึ่งที่รกใจคนที่สุด ก็คือความอิจฉาริษยาคนอื่น โดยไม่ทันเฉลียวว่า ทุกครั้งที่เราอิจฉาริษยาใครก็ตาม ความนับถือตัวเองของเราก็เสื่อมถอยลงไปด้วย เพราะการจะรู้สึกอิจฉาหรือริษยาใครนั้น ย่อมมีพื้นฐานมาจากความรู้สึกว่าเขาดีหรือได้ดีกว่าเรา เราจึงอิจฉาเขาเป็นพัลวัน 

จงหยุดอิจฉา แล้วมองให้เห็นว่า การที่คนอื่นได้ดีหรือมีดีกว่าเรานั้น เป็นสิ่งที่น่ายินดี ควรยินดีกับเขา และปรับเปลี่ยนโน้มน้าวตัวเองให้ทวีความดีดั่งที่เขามีจนเราอิจฉา 


4. ความยึดมั่นถือมั่น 


ขยะ ที่เพิ่มพูนความรกเรื้อรุงรังให้ใจได้เป็นอย่างดีอีกประการหนึ่งคือ ความยึดมั่นถือมั่น คิดว่านั่นก็คนของฉัน นี่ก็บ้านของฉัน รถของฉัน คนรักของฉัน ตำแหน่งของฉัน ฯลฯ จนไม่สามารถปล่อยวาง ?สิ่งนอกตัว? เหล่านั้นลงได้ 


ส่วนใหญ่พบว่า จิตจะปรุงแต่งไปเอง ว่าสิ่งนี้ฉันรัก สิ่งนี้ฉันเป็นเจ้าของ ใครก็เอาไปจากฉันไม่ได้ พอไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ ก็ผูกพันหน่วงเหนี่ยว ยังคงเสียดาย เสียใจ และปรุงแต่งจิตเพิ่มเข้าไปว่าฉันนี้แสนทุกข์ระทม

ลองยอมรับ ความจริงดูบ้างไหม ว่าอะไรๆ ในโลกนี่ก็ไม่ใช่ของเราอย่างถาวรทั้งสิ้น แม้กระทั่งร่างกายของเรานี้ แท้ก็เป็นแค่ของยืมมา ใช้ได้ชาตินี้ชาติเดียว เดี๋ยวก็เสื่อม ก็แก่ ก็ป่วย ก็ตาย ต้องคืนร่างกายสังขารนี้สู่สภาพดิน น้ำ ลม ไฟ เน่าเปื่อยผุพังไป สิ้นความสวยความหล่อ ตลอดจนลาภยศสรรเสริญทั้งปวง 


5. ความกลัว 

ใจ หลายคน รุงรังไปด้วยความกลัว กลัวเขาจะไม่รัก กลัวเงินจะหมด กลัวฝนจะตก กลัวนายจ้างจะเลิกจ้าง กลัวเพื่อนร่วมงานจะได้ดีกว่า กลัวไม่ก้าวหน้า ไม่ได้โบนัส ฯลฯ 

กลัวไปทำไม เรื่องบางเรื่องเราตัดสินเองไม่ได้ อยู่นอกเหนือจากการควบคุม ซึ่งกลัวไปก็เท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นสักนิด บางเรื่องแทบไม่มีวันมาถึงในชีวิต ก็กลัวล่วงหน้า กลัวจนประสาทเสีย 

จง พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกคนและทุกสิ่งในชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งต้องเริ่มจากการทำแต่สิ่งที่ดี โปร่งใส ไม่เป็นแผลติดตัวที่ต้องปิดบังซ่อนเร้น และจงขจัดความกลัวออกไปจากใจ เพื่อให้เกิดความมั่นใจที่จะใช้ชีวิตของเราให้สมศักดิ์ศรี เพื่อที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อทำให้ชีวิตนี้ดีกว่าเดิม

6. ความอยาก 



จง "อยาก" ให้พอดีกับกำลังกาย กำลังทุน และกำลังสติปัญญาของตัวเอง อย่าอยากจนเกินกำลัง เพราะจะทำให้สิ้นกำลังได้ง่าย แล้วกลายเป็นคนพ่ายแพ้ อ่อนแอ หมดสิ้นความทะเยอทะยานอยากในชีวิต 

ความทะเยอทะยานอยาก เหมือนรถ แต่ใจเราคือคนขับ รถแล่นด้วยความเร็วกำลังดี เราก็ได้ประโยชน์ จอดอยู่เฉยๆ ก็นิ่งอยู่กับที่ แต่หากแล่นฉิวจนเกินควบคุม ก็อันตรายกับชีวิต ฉะนั้น ใจต้องเป็นนายของความทะเยอทะยานอยาก ขับเคลื่อนความทะเยอทะยานอยากโดยควบคุมได้ 


ทำอย่างไรให้ใจสะอาด 

เริ่ม จากปล่อยวางสิ่งต่างๆ ลง อย่ายึดติดยึดถือให้มากนัก แล้วอยู่กับปัจจุบัน อะไรที่อยู่กับเรา เป็นของเรา ย่อมอยู่กับปัจจุบันของเราด้วย นั่นคือสิ่งจริงแท้แน่นอน การปล่อยวางสิ่งต่างๆ ลง เท่ากับการเทขยะทิ้ง การอยู่กับปัจจุบัน เท่ากับการปิดฝาถังขยะ ไม่เปิดรับขยะใหม่ๆ ให้ใจต้องสกปรกรกรุงรังอีก เพื่อมีเวลาทำความสะอาดหัวใจให้ผ่องใส เบิกบาน 

ใจ...แท้ จริงผ่องใสด้วยตัวของมันเอง แต่คนที่เป็นเจ้าของหัวใจต่างหาก ที่ชักนำสิ่งต่างๆ มาปะพอก จนใจนั้นหมดสภาพ ฟื้นหัวใจให้กลับไปผ่องใสดังเดิมกันเถิด ปัดฝุ่นและคราบเขม่าทั้งหลาย แล้วเปิดทางให้หัวใจได้หายใจ เต้น และรู้สึกด้วยตัวของมันเอง



อย่าไปบงการหัวใจมาก เพราะแทนที่จะเป็นหัวใจ มันจะกลายเป็นถังขยะแทน

ยอดเยี่ยม

MaMa.Killer

รับโมฯ & แก้ไข และสร้าง Theme SMF, Wordpress และงานออกแบบ
Add Line Id : sodeclub

vuntex



tanawat30

ที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องบที่เรียกว่าการอวดตัวครับ  ลักษณะนี้ผ฿ู้มีจะต้องอวดสิ่งที่มีให้คนอื่นได้ดูหรือรู้  ถ้าไม่ได้อวดจะมีความกระวนกระวายใจ

จะต้องอวดให้ได้  เมื่ออวดไม่ได้ก็ดิ้นรนพยายามที่จะอวด  แล้วถ้าอยู่ในเว็บบอร์ดปลอมตัวง่าย  พวกนี้จึงไม่เข็ดที่จะอวด  เพราะถ้าตนไม่อวด

แทบจะบอกวาไปผูกคอตายดีกว่า  แท้จริงแล้วพวกนี้จะทนต่อเสียงตำหนิ  ก่่นด่าดูถูกให้ร้ายไม่ได้  หรือไม่อาจสู้กับแรงกดดันมหาศาลได้

ไม่ได้เป็นคนชอบให้คนอื่นด่าแต่ประการใด  แล้วคอยดูซิประเดี๋ยวก็มใาใหม่อีก  ถ้าเป็นคนละคนหรือถ้าเป็นของจริงประมาณแบบผมป่าน

นี้ออกมาลุยไปแล้ว  แต่ถ้าเงียบแบบนี้คืออาการทนไม่่ได้มากกว่า  แล้วพอถูกฉีกหน้ากากออกมาก็เงียบหายไปเลย  

น่าสงสารจริง ๆ  เพระผมเคยเป็นแบบนี้มาก่อน  รู้ว่ามันทรมานใจแค่ไหน  แล้วส่วนมากคนเหล่านี้จะเป็นคนมีปมด้อย  การทำแบบนี้เหมือน

การกินเหล้าย้อมใจ  ส่วนการหลอกขายของนั้นผมมองว่าเป็นผลพลอยได้  ถึงแม้ว่าจะได้เงินมาก็ตาม  แต่มันไม่ทำให้มีความสุขได้เท่า

การได้อวด
บรรยายวิธีทำสมาธิล้วน ๆ  จ้า [direct=http://www.dhumma.net]ทำสมาธิกันโลด[/direct]