ถ้าเรามี ไอเดียร์ดีๆ แต่มัน Big มากๆ จะเริ่มต้นยังไงดี

เริ่มโดย BlueDragon, 31 มกราคม 2015, 16:07:10

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

wear428

อ้างถึงจาก: h8 ใน 31 มกราคม 2015, 17:35:58

ทุกสิ่งเป็นไปได้เสมอ  :wanwan003: :wanwan003:

"ขุนเขาไม่ต้องสูงเด่น
เพียงมีเซียนสถิตก็เลื่องชื่อ

สายน้ำไม่ต้องลึกล้ำ
เพียงมีมังกรอาศัยก็ศักดิ์สิทธิ์

สุราไม่ต้องราคาแพง
ขอเพียงมีคนรู้ใจก็เปลี่ยนเป็นเลิศรส"
วาทะโกวเล้ง



ชอบๆ ครับ
เต็มที่ครับ จขกท หากอยากได้กำลังใจไปหาหนังเรื่อง Yes man มาดู


sajai

ລົງລາຍຊື່ອະສັງຫາລິມະຊັບຟຣີ. ລົງເຮືອນຂອງທ່ານສຳລັບຂາຍໄດ້ຟຣີ. ລົງທີ່ດິນຂອງທ່ານສຳລັບຂາຍໄດ້ຟຣີ. ລົງເຮືອນ ແລະ ທີ່ດິນຂອງທ່ານສຳລັບຂາຍໄດ້ຟຣີ.
ລົງລາຍຊື່ລົດຟຣີ. ລົງລົດຂອງທ່ານສຳລັບຂາຍໄດ້ຟຣີ. ລົງລົດຂອງທ່ານສຳລັບຂາຍໄດ້ຟຣີ.
ເວັບໄຊທ໌ລົງໂຄສະນາຈັດປະເພດຟຣີ. ລົງຟຣີ.
ລົງທີ່ພັກ, ຫໍພັກ, ແລະ ເຮືອນເຊົ່າຟຣີ. ລົງຫໍພັກຂອງທ່ານຟຣີ.
ລົງລາຍຊື່ວຽກຟຣີ. ລົງລາຍຊື່ວຽກຟຣີ.



natthavat

ผมเข้ามาอ่านเพราะมีความคิดเหมือนกันเลยครับ แต่ผิดที่คนละแนว ยังนั่งนึกๆ อยู่ว่าจะทำไปรูปแบบไหนอยู่เหมือนกัน  :wanwan012:

BlueDragon

อ้างถึงจาก: thananit ใน 31 มกราคม 2015, 16:36:09
ถ้าจะหาคนร่วมทุน ร่วมทีม แนะนำเขียน proposal รายละเอียดของโครงการในการนำเสนอค่ะ เช่น โครงการนี้มีวัตถุประสงค์อะไร, ทำเพื่ออะไร, ดีอย่างไร, กลุ่มเป้าหมายคือใคร, แนวทางการหารายได้จากโครงการจะมาจากแหล่งใด วิธีใด, ประมาณการกลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มลูกค้าของเรา ว่าจะมีกี่คนใน 1 ปี 2 ปี 3 ปี คาดการจะมีรายได้และการเติบโตเท่าไหร่ ฯลฯ
ลงรายละเอียด และวิเคราะห์ตลาด มองความเป็นไปได้ และประมาณการต้นทุนว่าต้องใช้เท่าไหร่
โครงการใหญ่ ต้องให้เวลาค่ะ คิด และลงมือทำ มันจะได้ไม่เป็นแค่ความฝัน เราจะได้รู้ว่า ตกลงมันทำได้หรือไม่ได้ น่ะค่ะ
proposal เสร็จ ก็ต้องวิ่งชน วิ่งนำเสนอค่ะ

JUST DO IT!!
:wanwan003:

ขอบคุณสำคัญข้อมูลค่ะ  :wanwan017:



อ้างถึงจาก: DePe ใน 31 มกราคม 2015, 17:43:30
ระบบ stock โกดังกลางหรือเปล่าครับ ผมเดาเอานะจากใครๆก็ค้าขายได้

แบบคุณ thananit เขียนไว้

ต้องเขียนแผนธุรกิจขึ้นมาก่อนครับ เอาความคิดมาเรียบเรียงเป็นโครงร่างและเสริมรายละเอียดทั้งหมดเข้าไป

จากนั้นถ้าจะหาทุนต้องมีตัว support ดีๆครับเช่นผู้มีประสบการณ์ในแต่ละด้านเป็นที่ปรึกษาหรือทีมงาน

จากนั้นเหลือวิ่งชนอย่างเดียว อยู่ที่ความตั้งใจครับ ไม่ถอดใจไปก่อนเดี๋ยวก็หาได้ทุน
ไม่ใช่ระบบ stock กลางค่ะ แต่เป็นระบบจัดการกลาง ตัดคนจัดการออก ให้เหลือเฉพาะ User กับระบบ ... ให้มัน Simple


อ้างถึงจาก: saparee ใน 01 กุมภาพันธ์ 2015, 01:42:39
ขอแสดงความเห็นในฐานะที่ตัวผมเองก็ทำ Tech-Startup มาแล้วประมาณ 1 ปีกว่าๆ (ตอนนี้ก็ยังคงทำอยู่และกำลังเติบโตในทิศทางที่ดีด้วย)

อย่าพยายามไปกังวลในเรื่องการวิ่งหาเงินทุน มันจะทำให้คุณหลงประเด็นและเสียเวลา โฟกัสกับไอเดียที่คุณจะทำครับ พยายามทำให้มันออกมาเป็นรูปเป็นร่างให้ได้มากที่สุด

จากที่อ่านที่คุณเจ้าของกระทู้ได้เขียนไว้ คาดว่ามีไอเดียที่ดี แต่ไม่มีทักษะเขียนโปรแกรม เลยเริ่มกังวลเรื่องทีมงานเป็นลำดับต่อมา แบบนี้หรือเปล่าครับ? (ถ้าผมเข้าใจผิดก็ขออภัยด้วยนะครับ ^^")

ผมคิดว่าการที่คุณคาดว่าต้องใช้ทีมงาน 7-8 คน ผมคิดว่าเป็นการเริ่มต้นทีมที่ใหญ่มากๆ และคิดว่าใช้คนมากเกินไปหน่อยด้วย (เว้นแต่ในการทำงานปัจุบันของคุณเป็นการทำงานร่วมกันกับทีมใหญ่ๆประมาณนี้อยู่แล้วเป็นประจำ)

ปกติแล้วส่วนใหญ่ Startup ควรจะเริ่มต้นที่ขนาด 3-4 คนกำลังดี (ของผมเริ่มเองคนเดียวตั้งแต่เริ่มยันเปิดบริษัท ไปหาทีมงานเอาข้างหน้า) ที่ผมบอกตัวเลขประมาณนี้ เพราะปัญหาการทำงานจะน้อยกว่า ปัญหาการมีความเห็นที่ขัดแย้งกันของคนในทีมก็จะน้อยกว่า(ลดน้ำหนักการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย) ถ้าว่าง่ายๆก็คือมากคนก็มากความ คนที่ทำหน้าที่เป็นหัวเรือต้องมีทักษะในการตัดสินใจและหนักแน่นในเรื่องพวกนี้พอสมควร

โดยเฉพาะเรื่องทักษะการพูดด้วยอีกอัน จะพูดอย่างไรให้คนฟัง(ที่เราไม่เห็นด้วยกับแนวคิด)ให้เขาไม่รู้สึกบาดหมางใจกัน หรือ จะพูดโน้มน้าวให้กำลังใจทีมงานอย่างไร จะพูดโน้มน้าวการปิดการขายอย่างไร จะพูดนำเสนอไอเดียของคุณให้นายทุนอย่างไรภายใน15วินาทีแรกที่เจอกัน เป็นต้น ตัวอย่างเหตุกาณ์พวกนี้คนเป็นหัวเรือแนะนำว่าต้องเชี่ยวเลยครับ

เมื่อซักครู่เพิ่งแค่หัวเรือครับ ที่ผมบอกว่าในความเป็นจริงไม่จำเป็นต้องใช้คนมากมายขนาดนั้น เพราะอย่างบริษัทของผม ถึงแม้ว่าเริ่มต้นด้วยตัวคนเดียว แต่งานออกแบบ งานโค้ดเยอะๆ หรือแม้แต่งานในส่วนอื่นๆที่ทำไม่ได้หรือคิดว่าจะใช้เวลาในการทำมาก พวกนี้ผมใช้วิธีจ้าง Outsourse เกือบทั้งหมดครับ พอเราใช้วิธีแบบนี้แล้วเลยทำให้ไม่ต้องใช้ทีมงานเยอะ ไม่ต้องจ้างกันยาวด้วย

เรื่องของทีมงานบางทีอาจหายากกว่าหาเงินทุนนะบางที เพราะไม่ใช่แค่หาคนที่มีความคิดคล้ายกับเราว่ายากแล้ว เราต้องได้คนที่พร้อมจะบ้าที่พร้อมจะลุยไปกับเรา อย่างน้อยๆก็ 6 เดือน กว่าตัว Product จะเข็นออกมาได้ (ผมใช้เวลา2เดือน) ซึ่งแน่นอนว่าระหว่างทาง ถ้าไม่มีทุนก็ต้องอยู่กันแบบไม่ได้รับผลตอบแทนอะไรกันเลย ทำเอามันส์กันล้วนๆ เรื่องผลประโยชน์ถ้าไม่คุยให้ชัดเจนกันตั้งแต่เริ่ม ย้ำว่าต้องคุยให้ชัดตั้งแต่เริ่ม ไม่ใช่แค่บอกว่าแบ่งกันคนละครึ่งๆ แต่ลงรายละเอียดมาเลย เช่น 60:40 เปอร์เซ็นจากรายได้ที่หักค่าใช้จ่ายแล้ว อะไรแบบนี้ (เว้นแต่จ้างเป็นแบบพนักงานประจำก็ว่าไปอีกเรื่อง)

ส่วนเรื่องการลงแข่งประกวดในสนามต่างๆนั้น (อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะครับ) สภาพเเวดล้อมในเมืองไทยยังไม่เหมาะเท่าไหร่ การวิ่งเอาไอเดียของคุณไปลงสนามแข่งต่างๆที่ไม่รู้ว่าจะชนะหรือเปล่า นอกจากจะเสี่ยงให้เกิดการขโมยไอเดียจากคู่แข่งแล้ว มันยังเป็นอะไรที่ทำให้เสียเวลาสุดๆไปเลย บางครั้งการแข่งขันแต่ละรอบมักจะมีทีมที่ทางผู้จัดคุยกันไว้อยู่แล้ว (ส่วนที่เหลือคือตัวประกอบ) ยิ่งถ้าพวกคุณรวมตัวกันมาหลวมๆ ไม่มีการจัดตั้งบริษัทกันมาก่อน ไม่มีผลงานอะไรมาก่อน จะไม่อยู่ในสายตาเท่าไหร่เลย ไม่เหมือนกับเมืองนอกที่เขาจะมองที่ไอเดียกันล้วนๆ มันเลยทำให้คุณเสียเวลาตรงนี้ เงินทุนในการชนะรางวัลแต่ละครั้งก็จัดได้กว่าน้อยมากสำหรับเอาไปทำ Starup ตัวอย่างเช่น รางวัลใหญ่สุดที่เห็นในตอนนี้คือเงินทุน1แสนบาท เปิดบริษัท หาเช่าออฟฟิศ หาเช่าที่ทำงาน เงินเดือนจ้างทีมงาน เผลอๆไม่เกิน3เดือนได้แยกย้ายกันหมดถ้าวางแผนได้ไม่ดี และกว่าคุณจะแข่งขันเสร็จเพื่อให้ได้เงินทุนก้อนนี้ จะต้องใช้เวลาหลายเดือนมากๆ แน่นอนว่าถ้าคุณเอาเวลาช่วงไปลงแข่งมาพัฒนาไอเดียของคุณ ในระยะเวลาเท่าๆกันคุณอาจจะทำเงินได้มากกว่ารางวัลชนะเลิศไปแล้วด้วย (เหมือนผม)

ฉะนั้น เรื่องเงินเดือนของทีมงาน ตัว CEO หรือ Founder แนะนำว่าตั้งเป็น 0 ไปเลย เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ครับ (ตกลงจะหวังจากเงินเดือน หรือหวังผลหลังจากไอเดียนี้มันเข็นออกมาแล้วหล่ะ นั่นแหละครับ หัวเรือเลยต้องอยู่รอดได้ด้วย PASSION ล้วนๆ 555+)

การทำ Startup ตอนตั้งต้นมันเหนื่อยแน่ๆครับ เพราะต้องทำคนเดียวหลายหน้าที่ในพร้อมๆกันเพื่อให้สัมพันธ์กับเงินทุนที่มี แต่ในทางกลับกันมันก็สนุกมากๆในช่วงนี้แหละ คนที่ทำหน้าที่เป็น Programmer ก็อาจจะต้องทำหน้าที่ทั้งพัฒนาระบบและเป็นฝ่าย Support ไปในเวลาเดียวกัน คนที่เป็นหัวเรือหรือ Founder ก็อาจจะต้องเป็นคนวางแผนการทำงานของทั้งทีม และต้องออกไปวิ่งขายด้วยในเวลาเดียวกัน เผลอๆต้องทำบัญชีด้วย ผมว่ามันสนุกมากๆเลย ฮาา


สรุปก็คือ อย่าพยายามเอาไอเดียของคุณไปไล่ถามคนอื่นว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่ เพราะแต่ละคนมีพื้นฐานความรู้และรู้ในแต่ละเรื่องไม่เท่ากัน ไม่งั้นคนอื่นเขาก็คิดได้เหมือนคนแล้วสิ ท่องจำไว้เลยครับ การที่คุณคิดไอเดียนี้ได้ แสดงว่าตัวคุณนี่แหละคือ Limited Edition คุณไม่จำเป็นต้องไปไล่ถามคนอื่นมากมายขนาดนั้น ถ้าอยากรู้ว่ามันจะ WORK หรือเปล่า? ลงมือทำแล้วลุยโลดดด ไปลุ้นกันเอาข้างหน้า แต่การทำ Startup มันไม่ใช่ไปลุ้นแบบเสี่ยงโชค แต่มันเป็นเกมที่ต้องลุ้นโดยอาศัยอยู่บนแนวคิดการทำธุรกิจ ว่าสิ่งที่คุณคิดมานั้น ตอบโจทย์คนอื่นได้มากแค่ไหน สิ่งที่คุณคิดช่วยให้คนอื่นมีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร มันอยู่ตรงนี้มากกว่าครับ ดังนั้น ไปเริ่มลงมือทำเลยครับ ไปเริ่มหาทีมงานที่คุณคิดว่าคุยภาษาเดียว แล้วเอาไอเดียไปคุยกับคนเหล่านั้น ถ้าพวกเขาสนใจก็ชวนมาลุยกันเลย ย้ำอีกทีว่าเสนอไอเดียแค่กับคนที่คุณอยากได้มาเป็นทีมงาน และให้เริ่มลงมือทำในทั้งๆที่ไม่พร้อมนั่นแหละครับ!!


เพิ่มเติมอีกนิด:
- การหานายทุนได้คือโชคดี เพราะพวกเขาเหล่านั้นมักจะมาพร้อมกับพี่เลี้ยงทางธุรกิจที่มีความรู้ความาสามารถที่หลากหลายกว่า แต่ก็แน่นอนว่าคุณควรจะมี Prototype ไปแสดงให้เขาเห็นจริงๆก่อน มากกว่าทีแต่ไอเดียแล้วเข้าไปพูดปากเปล่า
- อยากทำ Startup ไทยให้ดังไกล เรื่องการออกสื่อเป็นเรื่องจำเป็น (ผมพลาดตรงนี้) เมืองไทยกับเส้นสาย ไม่ว่ายังไงมันก็ยังต้องใช้ ถ้ามุมมองของคุณในเรื่องนี้เห็นต่างจากสังคม ว่าต้องการเน้นแค่คุณภาพหรือบริการ โดยไม่มีการสร้างภาพอะไรขึ้นมาเลย อันนี้คิดว่าอาจจะทำให้คุณอยู่ในวงการยากขึ้นอีกนิดหน่อย ><

ยังไงก็ผมขอเอาใจช่วยให้เข็นไอเดียนี้ออกมาได้เร็วๆ รอติดตามนะครับ
:wanwan013:  :wanwan013:  :wanwan013:

ขอบคุณค่ะ K.saparee ได้ตามผลงาน Tech-Startup เหมือนกันค่ะ อยากบอกว่ามันเจ๋งมาก  :wanwan020:

ส่วนข้อกังวลใจ ก็ตามที่ K.saparee วิเคราะห์มาเลยค่ะ คือเติบโตมาทางสาย Webmaster ในส่วนทักษะเขียนโปรแกรมพอได้ แต่ไม่แน่น พอที่จะลุยโปรเจคนี้คนเดียวได้
ตอนนี้เล็งๆ น้องอีกคนไว้ ซึ่งเข้าโตมาในสายโปรแกรมโดยตรง ซึ่งจะมีคอนเน็คชั่นทางนี้อยู่เยอะ แต่ยังไม่ได้เริ่มคุยไอเดียร์นีิกับน้องเค้า อยากมาแชร์ เพื่อดูแนวทางก่อนค่ะ ว่าจะเอาแนวไหนดี
ขอบสำหรับข้อมูลมากๆ ค่ะ ได้แนวทางการดำเนินการอีกแบบเลย แทนที่จะมองเรื่องทุนเป็นหลัก จริงๆ ก็เห็นด้วยที่ว่าทีมเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าทุน เพราะหากมีทีม และพร้อมลุยกัน ก็เหมือนมีทุนอยู่ในตัวแล้ว

:wanwan017:



**** ไม่นึกว่าจะมีคนสนใจ และให้คำแนะนำกันเยอะเลย
ขอบคุณมากๆ ค่ะ
:wanwan017: :wanwan017: :wanwan017:


BlueDragon

เคยมีความคิดบ้าๆ อีกแบบนะค่ะ

เคยคิดว่า ทั้งเมืองไทย เมืองนอก ปัจจุบันมันมี บริษัทรับซื้อไอเดียร์ หรือบริษัทที่เป็นคนกลาง ระหว่างคนที่มีไอเดียร์ดีๆ กับ คนที่มีทุน
ที่จะสามารถจับคู่กัน มาคลิ๊ก!! กันจนสามารถออกมาเป็นกิจการได้ แบบนีมีอยู่บ้างไหม

:-[ ... ไม่ได้เมาเหมือนเดิมนะค่ะ

แค่เจอปัญหา แล้วคิดว่ามันจะมีบ้างไหม ... บางทีอาจจะโลกแคบไปบ้าง
แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่า เพราะมีปัญหานี่ละ นวัฒตกรรม หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ต่างๆ เลยเกิดขึ้น ... เพราะคนคิด และทำ เพื่อจะตอบโจทย์ปัญหา

... เคยโดนด่าด้วย เคยโดนว่าด้วย ว่าเด็กๆ ขี้สงสัยนะมันดี มันน่ารัก ... แต่แก่แล้วอย่าสงสัยเยอะ
... แปลกใจอยู่ว่า แก่แล้วสงสัย มันผิดหรือไงนะ  :P

555+ ไม่ได้เมาเหมือนเดิมนะค่ะ   :wanwan019:

patcharapong

สุดยอดความคิดครับ :wanwan003: แต่ตอนนี้ต้องหาทุนและลงมือทำครับ  :P :P
[direct=http://www.fashionintrends.com][/direct]
[direct=http://www.fashionintrends.com]ขายส่งกระเป๋าแฟชั่น กระเป๋าขายส่ง ผลิตจากโรงงานไม่ผ่าน สำเพ็ง[/direct]

Solid Snake

ผมก็มีโปรเจ็คยักษ์ แต่สามารถทำคนเดียวได้ แล้วจ้างคนอื่นทำหน้าที่ต่างๆ มันใช้เวลามาก แต่ก็มั่นใจว่าไปได้แน่ๆ และกินยาวๆ (ตอนนี้มีแต่แผนในกระดาษ ยังไม่เริ่มซะที )
[direct=http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,428185]ขายโดเมน thaiyim.com+ไทยยิ้ม.com  5แสนบาท [/direct]

thaimarketpress

ของแบบนี้มันพูดยากนะครับ ณ ขณะนี้

อาจมี 1000 คนที่คิดเรื่องเดียวกับคุณ
อาจมี 100 คนที่ลงมือทำ
แต่สุดท้ายแล้วจะมีเพียง 1 คนเท่านั้นที่ทำสำเร็จ

ถ้าคิดจะหานักลงทุนมันต้องทำให้สำเร็จไปแล้วสัก 10-20% นะครับถ้าจะเอาแต่ความฝันไปขาย สิ่งที่ได้ก็จะมีแต่ความฝันเช่นกัน
หาซื้อเว็บไซต์มีรายได้แนวเว็บบอร์ด/ชมรม/คลับ ที่ไม่ผิดกฏหมาย งบ 100k ลองเสนอมานะครับ

nuonly

อ้างถึงจาก: thaimarketpress ใน 02 กุมภาพันธ์ 2015, 16:51:51
ของแบบนี้มันพูดยากนะครับ ณ ขณะนี้

อาจมี 1000 คนที่คิดเรื่องเดียวกับคุณ
อาจมี 100 คนที่ลงมือทำ
แต่สุดท้ายแล้วจะมีเพียง 1 คนเท่านั้นที่ทำสำเร็จ

ถ้าคิดจะหานักลงทุนมันต้องทำให้สำเร็จไปแล้วสัก 10-20% นะครับถ้าจะเอาแต่ความฝันไปขาย สิ่งที่ได้ก็จะมีแต่ความฝันเช่นกัน
เกริ่น ได้สุดยอดมากครับ ท่านคนนี้
[direct=https://www.duduang.in.th]ดูดวง[/direct][direct=https://www.duduang.in.th]duduang[/direct] [direct=https://www.ddbaanteedin.com]ขายที่ดิน[/direct] [direct=https://www.ddbaanteedin.com/]ขายบ้าน[/direct]

Maxio

อ้างถึงจาก: BlueDragon ใน 01 กุมภาพันธ์ 2015, 22:33:33
เคยมีความคิดบ้าๆ อีกแบบนะค่ะ

เคยคิดว่า ทั้งเมืองไทย เมืองนอก ปัจจุบันมันมี บริษัทรับซื้อไอเดียร์ หรือบริษัทที่เป็นคนกลาง ระหว่างคนที่มีไอเดียร์ดีๆ กับ คนที่มีทุน
ที่จะสามารถจับคู่กัน มาคลิ๊ก!! กันจนสามารถออกมาเป็นกิจการได้ แบบนีมีอยู่บ้างไหม

:-[ ... ไม่ได้เมาเหมือนเดิมนะค่ะ

แค่เจอปัญหา แล้วคิดว่ามันจะมีบ้างไหม ... บางทีอาจจะโลกแคบไปบ้าง
แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่า เพราะมีปัญหานี่ละ นวัฒตกรรม หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ต่างๆ เลยเกิดขึ้น ... เพราะคนคิด และทำ เพื่อจะตอบโจทย์ปัญหา

... เคยโดนด่าด้วย เคยโดนว่าด้วย ว่าเด็กๆ ขี้สงสัยนะมันดี มันน่ารัก ... แต่แก่แล้วอย่าสงสัยเยอะ
... แปลกใจอยู่ว่า แก่แล้วสงสัย มันผิดหรือไงนะ  :P

555+ ไม่ได้เมาเหมือนเดิมนะค่ะ   :wanwan019:
ในไทยไม่รู้นะครับ แต่เมืองนอกมีเยอะนะครับเท่าที่ผมติดตามอยู่ แต่จำชื่อไม่ค่อยได้ ที่นึกออกก็มีพวก angel.co, gust.com, cofounderslab

eyourhand

PM มาคุยมาแชร์กันได้ครับ ลุยด้วยกัน ไปเรื่อยๆ แต่ไม่หยุดครับ
[direct= https://www.facebook.com/share/1CS2KVrYoTgRKAKA/?mibextid=LQQJ4d]บริการรันบอทรายเดือนเพียง 1,000 บาท ด้วย 7days Crypto Spot Grid & Sell MT5 BOT เพื่อไม่พลาดทำกำไรสภาวะตลาดขาลง หรือ sideway down ขณะที่ตลาดขาขึ้น ก็ทำกำไรได้เช่นกัน ติดต่อหรือติดตามเพจ คลิ๊กลิ้งค์นี้ได้เลยครับ[/direct]

[direct=https://docs.google.com/document/d/1--EVqdmIBAU5EruKW7c1DWjS8xNdt1c4eYhocDR-L9w/edit]คู่มือ เงื่อนไขการเทรดของบอทครับ คลิ๊กที่นี่อ่านได้เลย[/direct]

VinZent

สนใจรับผมเป็นทีมงานมั้ย

ทำได้เกือนทุกอย่าง แต่ไม่ค่อยมีทุน  :wanwan031:


porclick

http://www.nia.or.th/nia/strategy/support-mechanism/ อะไรประมาณนี้ป่ะคับ

อีกทางเหลือคือเข้าหานักการเมืองครับ :wanwan016:

kidsza

อ้างถึงจาก: DePe ใน 31 มกราคม 2015, 17:43:30
ระบบ stock โกดังกลางหรือเปล่าครับ ผมเดาเอานะจากใครๆก็ค้าขายได้

แบบคุณ thananit เขียนไว้

ต้องเขียนแผนธุรกิจขึ้นมาก่อนครับ เอาความคิดมาเรียบเรียงเป็นโครงร่างและเสริมรายละเอียดทั้งหมดเข้าไป

จากนั้นถ้าจะหาทุนต้องมีตัว support ดีๆครับเช่นผู้มีประสบการณ์ในแต่ละด้านเป็นที่ปรึกษาหรือทีมงาน

จากนั้นเหลือวิ่งชนอย่างเดียว อยู่ที่ความตั้งใจครับ ไม่ถอดใจไปก่อนเดี๋ยวก็หาได้ทุน

ถ้าเป็นแบบนี้คิดเหมือนกันเลยค่ะ เห็นของต่างประเทศแล้วน่าสนใจ
เอาแบบมีสายพานวิ่งขึ้นรถเลยนะ  :wanwan019:
คิดอยากจะทำแต่เห็นว่า ใหญ่สุดๆเลยรอก่อนค่ะ


zidit

ไอเดียที่อยู่ในกระดาษ ก็ต้องเกิดจากการลงมือทำครับ ถึงจะเป็นตัวเงิน  :wanwan003: สู้ๆ ครับ

x-script

สิ่งที่ คนทั่วไปมักไม่ได้เจอคือ "โอกาส"

ถ้าคุณมั่นใจ ลองเขียน กำไรขาดทุน ดูครับ ว่าเดือนนึง จะทำกำไรจากส่วนไหนได้บ้าง

หลังหักค่าใช้จ่ายทุกส่วน เช่น ค่าพนักงาน ค่าสถานที่ ค่าไฟ ค่าโฆษณา

ถ้าหักแล้ว เป็นไปได้ ก็ลงมือทำเลยสิ^^ บางทีผลตอบรับอาจจะดีหรือไม่ดีก็ได้ อยู่ที่ชะตากรรมแล้วครับ