ถ้าเรามี ไอเดียร์ดีๆ แต่มัน Big มากๆ จะเริ่มต้นยังไงดี

เริ่มโดย BlueDragon, 31 มกราคม 2015, 16:07:10

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

wear428

อ้างถึงจาก: h8 ใน 31 มกราคม 2015, 17:35:58

ทุกสิ่งเป็นไปได้เสมอ  :wanwan003: :wanwan003:

"ขุนเขาไม่ต้องสูงเด่น
เพียงมีเซียนสถิตก็เลื่องชื่อ

สายน้ำไม่ต้องลึกล้ำ
เพียงมีมังกรอาศัยก็ศักดิ์สิทธิ์

สุราไม่ต้องราคาแพง
ขอเพียงมีคนรู้ใจก็เปลี่ยนเป็นเลิศรส"
วาทะโกวเล้ง



ชอบๆ ครับ
เต็มที่ครับ จขกท หากอยากได้กำลังใจไปหาหนังเรื่อง Yes man มาดู





natthavat

ผมเข้ามาอ่านเพราะมีความคิดเหมือนกันเลยครับ แต่ผิดที่คนละแนว ยังนั่งนึกๆ อยู่ว่าจะทำไปรูปแบบไหนอยู่เหมือนกัน  :wanwan012:

BlueDragon

อ้างถึงจาก: thananit ใน 31 มกราคม 2015, 16:36:09
ถ้าจะหาคนร่วมทุน ร่วมทีม แนะนำเขียน proposal รายละเอียดของโครงการในการนำเสนอค่ะ เช่น โครงการนี้มีวัตถุประสงค์อะไร, ทำเพื่ออะไร, ดีอย่างไร, กลุ่มเป้าหมายคือใคร, แนวทางการหารายได้จากโครงการจะมาจากแหล่งใด วิธีใด, ประมาณการกลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มลูกค้าของเรา ว่าจะมีกี่คนใน 1 ปี 2 ปี 3 ปี คาดการจะมีรายได้และการเติบโตเท่าไหร่ ฯลฯ
ลงรายละเอียด และวิเคราะห์ตลาด มองความเป็นไปได้ และประมาณการต้นทุนว่าต้องใช้เท่าไหร่
โครงการใหญ่ ต้องให้เวลาค่ะ คิด และลงมือทำ มันจะได้ไม่เป็นแค่ความฝัน เราจะได้รู้ว่า ตกลงมันทำได้หรือไม่ได้ น่ะค่ะ
proposal เสร็จ ก็ต้องวิ่งชน วิ่งนำเสนอค่ะ

JUST DO IT!!
:wanwan003:

ขอบคุณสำคัญข้อมูลค่ะ  :wanwan017:



อ้างถึงจาก: DePe ใน 31 มกราคม 2015, 17:43:30
ระบบ stock โกดังกลางหรือเปล่าครับ ผมเดาเอานะจากใครๆก็ค้าขายได้

แบบคุณ thananit เขียนไว้

ต้องเขียนแผนธุรกิจขึ้นมาก่อนครับ เอาความคิดมาเรียบเรียงเป็นโครงร่างและเสริมรายละเอียดทั้งหมดเข้าไป

จากนั้นถ้าจะหาทุนต้องมีตัว support ดีๆครับเช่นผู้มีประสบการณ์ในแต่ละด้านเป็นที่ปรึกษาหรือทีมงาน

จากนั้นเหลือวิ่งชนอย่างเดียว อยู่ที่ความตั้งใจครับ ไม่ถอดใจไปก่อนเดี๋ยวก็หาได้ทุน
ไม่ใช่ระบบ stock กลางค่ะ แต่เป็นระบบจัดการกลาง ตัดคนจัดการออก ให้เหลือเฉพาะ User กับระบบ ... ให้มัน Simple


อ้างถึงจาก: saparee ใน 01 กุมภาพันธ์ 2015, 01:42:39
ขอแสดงความเห็นในฐานะที่ตัวผมเองก็ทำ Tech-Startup มาแล้วประมาณ 1 ปีกว่าๆ (ตอนนี้ก็ยังคงทำอยู่และกำลังเติบโตในทิศทางที่ดีด้วย)

อย่าพยายามไปกังวลในเรื่องการวิ่งหาเงินทุน มันจะทำให้คุณหลงประเด็นและเสียเวลา โฟกัสกับไอเดียที่คุณจะทำครับ พยายามทำให้มันออกมาเป็นรูปเป็นร่างให้ได้มากที่สุด

จากที่อ่านที่คุณเจ้าของกระทู้ได้เขียนไว้ คาดว่ามีไอเดียที่ดี แต่ไม่มีทักษะเขียนโปรแกรม เลยเริ่มกังวลเรื่องทีมงานเป็นลำดับต่อมา แบบนี้หรือเปล่าครับ? (ถ้าผมเข้าใจผิดก็ขออภัยด้วยนะครับ ^^")

ผมคิดว่าการที่คุณคาดว่าต้องใช้ทีมงาน 7-8 คน ผมคิดว่าเป็นการเริ่มต้นทีมที่ใหญ่มากๆ และคิดว่าใช้คนมากเกินไปหน่อยด้วย (เว้นแต่ในการทำงานปัจุบันของคุณเป็นการทำงานร่วมกันกับทีมใหญ่ๆประมาณนี้อยู่แล้วเป็นประจำ)

ปกติแล้วส่วนใหญ่ Startup ควรจะเริ่มต้นที่ขนาด 3-4 คนกำลังดี (ของผมเริ่มเองคนเดียวตั้งแต่เริ่มยันเปิดบริษัท ไปหาทีมงานเอาข้างหน้า) ที่ผมบอกตัวเลขประมาณนี้ เพราะปัญหาการทำงานจะน้อยกว่า ปัญหาการมีความเห็นที่ขัดแย้งกันของคนในทีมก็จะน้อยกว่า(ลดน้ำหนักการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย) ถ้าว่าง่ายๆก็คือมากคนก็มากความ คนที่ทำหน้าที่เป็นหัวเรือต้องมีทักษะในการตัดสินใจและหนักแน่นในเรื่องพวกนี้พอสมควร

โดยเฉพาะเรื่องทักษะการพูดด้วยอีกอัน จะพูดอย่างไรให้คนฟัง(ที่เราไม่เห็นด้วยกับแนวคิด)ให้เขาไม่รู้สึกบาดหมางใจกัน หรือ จะพูดโน้มน้าวให้กำลังใจทีมงานอย่างไร จะพูดโน้มน้าวการปิดการขายอย่างไร จะพูดนำเสนอไอเดียของคุณให้นายทุนอย่างไรภายใน15วินาทีแรกที่เจอกัน เป็นต้น ตัวอย่างเหตุกาณ์พวกนี้คนเป็นหัวเรือแนะนำว่าต้องเชี่ยวเลยครับ

เมื่อซักครู่เพิ่งแค่หัวเรือครับ ที่ผมบอกว่าในความเป็นจริงไม่จำเป็นต้องใช้คนมากมายขนาดนั้น เพราะอย่างบริษัทของผม ถึงแม้ว่าเริ่มต้นด้วยตัวคนเดียว แต่งานออกแบบ งานโค้ดเยอะๆ หรือแม้แต่งานในส่วนอื่นๆที่ทำไม่ได้หรือคิดว่าจะใช้เวลาในการทำมาก พวกนี้ผมใช้วิธีจ้าง Outsourse เกือบทั้งหมดครับ พอเราใช้วิธีแบบนี้แล้วเลยทำให้ไม่ต้องใช้ทีมงานเยอะ ไม่ต้องจ้างกันยาวด้วย

เรื่องของทีมงานบางทีอาจหายากกว่าหาเงินทุนนะบางที เพราะไม่ใช่แค่หาคนที่มีความคิดคล้ายกับเราว่ายากแล้ว เราต้องได้คนที่พร้อมจะบ้าที่พร้อมจะลุยไปกับเรา อย่างน้อยๆก็ 6 เดือน กว่าตัว Product จะเข็นออกมาได้ (ผมใช้เวลา2เดือน) ซึ่งแน่นอนว่าระหว่างทาง ถ้าไม่มีทุนก็ต้องอยู่กันแบบไม่ได้รับผลตอบแทนอะไรกันเลย ทำเอามันส์กันล้วนๆ เรื่องผลประโยชน์ถ้าไม่คุยให้ชัดเจนกันตั้งแต่เริ่ม ย้ำว่าต้องคุยให้ชัดตั้งแต่เริ่ม ไม่ใช่แค่บอกว่าแบ่งกันคนละครึ่งๆ แต่ลงรายละเอียดมาเลย เช่น 60:40 เปอร์เซ็นจากรายได้ที่หักค่าใช้จ่ายแล้ว อะไรแบบนี้ (เว้นแต่จ้างเป็นแบบพนักงานประจำก็ว่าไปอีกเรื่อง)

ส่วนเรื่องการลงแข่งประกวดในสนามต่างๆนั้น (อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะครับ) สภาพเเวดล้อมในเมืองไทยยังไม่เหมาะเท่าไหร่ การวิ่งเอาไอเดียของคุณไปลงสนามแข่งต่างๆที่ไม่รู้ว่าจะชนะหรือเปล่า นอกจากจะเสี่ยงให้เกิดการขโมยไอเดียจากคู่แข่งแล้ว มันยังเป็นอะไรที่ทำให้เสียเวลาสุดๆไปเลย บางครั้งการแข่งขันแต่ละรอบมักจะมีทีมที่ทางผู้จัดคุยกันไว้อยู่แล้ว (ส่วนที่เหลือคือตัวประกอบ) ยิ่งถ้าพวกคุณรวมตัวกันมาหลวมๆ ไม่มีการจัดตั้งบริษัทกันมาก่อน ไม่มีผลงานอะไรมาก่อน จะไม่อยู่ในสายตาเท่าไหร่เลย ไม่เหมือนกับเมืองนอกที่เขาจะมองที่ไอเดียกันล้วนๆ มันเลยทำให้คุณเสียเวลาตรงนี้ เงินทุนในการชนะรางวัลแต่ละครั้งก็จัดได้กว่าน้อยมากสำหรับเอาไปทำ Starup ตัวอย่างเช่น รางวัลใหญ่สุดที่เห็นในตอนนี้คือเงินทุน1แสนบาท เปิดบริษัท หาเช่าออฟฟิศ หาเช่าที่ทำงาน เงินเดือนจ้างทีมงาน เผลอๆไม่เกิน3เดือนได้แยกย้ายกันหมดถ้าวางแผนได้ไม่ดี และกว่าคุณจะแข่งขันเสร็จเพื่อให้ได้เงินทุนก้อนนี้ จะต้องใช้เวลาหลายเดือนมากๆ แน่นอนว่าถ้าคุณเอาเวลาช่วงไปลงแข่งมาพัฒนาไอเดียของคุณ ในระยะเวลาเท่าๆกันคุณอาจจะทำเงินได้มากกว่ารางวัลชนะเลิศไปแล้วด้วย (เหมือนผม)

ฉะนั้น เรื่องเงินเดือนของทีมงาน ตัว CEO หรือ Founder แนะนำว่าตั้งเป็น 0 ไปเลย เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ครับ (ตกลงจะหวังจากเงินเดือน หรือหวังผลหลังจากไอเดียนี้มันเข็นออกมาแล้วหล่ะ นั่นแหละครับ หัวเรือเลยต้องอยู่รอดได้ด้วย PASSION ล้วนๆ 555+)

การทำ Startup ตอนตั้งต้นมันเหนื่อยแน่ๆครับ เพราะต้องทำคนเดียวหลายหน้าที่ในพร้อมๆกันเพื่อให้สัมพันธ์กับเงินทุนที่มี แต่ในทางกลับกันมันก็สนุกมากๆในช่วงนี้แหละ คนที่ทำหน้าที่เป็น Programmer ก็อาจจะต้องทำหน้าที่ทั้งพัฒนาระบบและเป็นฝ่าย Support ไปในเวลาเดียวกัน คนที่เป็นหัวเรือหรือ Founder ก็อาจจะต้องเป็นคนวางแผนการทำงานของทั้งทีม และต้องออกไปวิ่งขายด้วยในเวลาเดียวกัน เผลอๆต้องทำบัญชีด้วย ผมว่ามันสนุกมากๆเลย ฮาา


สรุปก็คือ อย่าพยายามเอาไอเดียของคุณไปไล่ถามคนอื่นว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่ เพราะแต่ละคนมีพื้นฐานความรู้และรู้ในแต่ละเรื่องไม่เท่ากัน ไม่งั้นคนอื่นเขาก็คิดได้เหมือนคนแล้วสิ ท่องจำไว้เลยครับ การที่คุณคิดไอเดียนี้ได้ แสดงว่าตัวคุณนี่แหละคือ Limited Edition คุณไม่จำเป็นต้องไปไล่ถามคนอื่นมากมายขนาดนั้น ถ้าอยากรู้ว่ามันจะ WORK หรือเปล่า? ลงมือทำแล้วลุยโลดดด ไปลุ้นกันเอาข้างหน้า แต่การทำ Startup มันไม่ใช่ไปลุ้นแบบเสี่ยงโชค แต่มันเป็นเกมที่ต้องลุ้นโดยอาศัยอยู่บนแนวคิดการทำธุรกิจ ว่าสิ่งที่คุณคิดมานั้น ตอบโจทย์คนอื่นได้มากแค่ไหน สิ่งที่คุณคิดช่วยให้คนอื่นมีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร มันอยู่ตรงนี้มากกว่าครับ ดังนั้น ไปเริ่มลงมือทำเลยครับ ไปเริ่มหาทีมงานที่คุณคิดว่าคุยภาษาเดียว แล้วเอาไอเดียไปคุยกับคนเหล่านั้น ถ้าพวกเขาสนใจก็ชวนมาลุยกันเลย ย้ำอีกทีว่าเสนอไอเดียแค่กับคนที่คุณอยากได้มาเป็นทีมงาน และให้เริ่มลงมือทำในทั้งๆที่ไม่พร้อมนั่นแหละครับ!!


เพิ่มเติมอีกนิด:
- การหานายทุนได้คือโชคดี เพราะพวกเขาเหล่านั้นมักจะมาพร้อมกับพี่เลี้ยงทางธุรกิจที่มีความรู้ความาสามารถที่หลากหลายกว่า แต่ก็แน่นอนว่าคุณควรจะมี Prototype ไปแสดงให้เขาเห็นจริงๆก่อน มากกว่าทีแต่ไอเดียแล้วเข้าไปพูดปากเปล่า
- อยากทำ Startup ไทยให้ดังไกล เรื่องการออกสื่อเป็นเรื่องจำเป็น (ผมพลาดตรงนี้) เมืองไทยกับเส้นสาย ไม่ว่ายังไงมันก็ยังต้องใช้ ถ้ามุมมองของคุณในเรื่องนี้เห็นต่างจากสังคม ว่าต้องการเน้นแค่คุณภาพหรือบริการ โดยไม่มีการสร้างภาพอะไรขึ้นมาเลย อันนี้คิดว่าอาจจะทำให้คุณอยู่ในวงการยากขึ้นอีกนิดหน่อย ><

ยังไงก็ผมขอเอาใจช่วยให้เข็นไอเดียนี้ออกมาได้เร็วๆ รอติดตามนะครับ
:wanwan013:  :wanwan013:  :wanwan013:

ขอบคุณค่ะ K.saparee ได้ตามผลงาน Tech-Startup เหมือนกันค่ะ อยากบอกว่ามันเจ๋งมาก  :wanwan020:

ส่วนข้อกังวลใจ ก็ตามที่ K.saparee วิเคราะห์มาเลยค่ะ คือเติบโตมาทางสาย Webmaster ในส่วนทักษะเขียนโปรแกรมพอได้ แต่ไม่แน่น พอที่จะลุยโปรเจคนี้คนเดียวได้
ตอนนี้เล็งๆ น้องอีกคนไว้ ซึ่งเข้าโตมาในสายโปรแกรมโดยตรง ซึ่งจะมีคอนเน็คชั่นทางนี้อยู่เยอะ แต่ยังไม่ได้เริ่มคุยไอเดียร์นีิกับน้องเค้า อยากมาแชร์ เพื่อดูแนวทางก่อนค่ะ ว่าจะเอาแนวไหนดี
ขอบสำหรับข้อมูลมากๆ ค่ะ ได้แนวทางการดำเนินการอีกแบบเลย แทนที่จะมองเรื่องทุนเป็นหลัก จริงๆ ก็เห็นด้วยที่ว่าทีมเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าทุน เพราะหากมีทีม และพร้อมลุยกัน ก็เหมือนมีทุนอยู่ในตัวแล้ว

:wanwan017:



**** ไม่นึกว่าจะมีคนสนใจ และให้คำแนะนำกันเยอะเลย
ขอบคุณมากๆ ค่ะ
:wanwan017: :wanwan017: :wanwan017:


BlueDragon

เคยมีความคิดบ้าๆ อีกแบบนะค่ะ

เคยคิดว่า ทั้งเมืองไทย เมืองนอก ปัจจุบันมันมี บริษัทรับซื้อไอเดียร์ หรือบริษัทที่เป็นคนกลาง ระหว่างคนที่มีไอเดียร์ดีๆ กับ คนที่มีทุน
ที่จะสามารถจับคู่กัน มาคลิ๊ก!! กันจนสามารถออกมาเป็นกิจการได้ แบบนีมีอยู่บ้างไหม

:-[ ... ไม่ได้เมาเหมือนเดิมนะค่ะ

แค่เจอปัญหา แล้วคิดว่ามันจะมีบ้างไหม ... บางทีอาจจะโลกแคบไปบ้าง
แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่า เพราะมีปัญหานี่ละ นวัฒตกรรม หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ต่างๆ เลยเกิดขึ้น ... เพราะคนคิด และทำ เพื่อจะตอบโจทย์ปัญหา

... เคยโดนด่าด้วย เคยโดนว่าด้วย ว่าเด็กๆ ขี้สงสัยนะมันดี มันน่ารัก ... แต่แก่แล้วอย่าสงสัยเยอะ
... แปลกใจอยู่ว่า แก่แล้วสงสัย มันผิดหรือไงนะ  :P

555+ ไม่ได้เมาเหมือนเดิมนะค่ะ   :wanwan019:

patcharapong

สุดยอดความคิดครับ :wanwan003: แต่ตอนนี้ต้องหาทุนและลงมือทำครับ  :P :P
[direct=http://www.fashionintrends.com][/direct]
[direct=http://www.fashionintrends.com]ขายส่งกระเป๋าแฟชั่น กระเป๋าขายส่ง ผลิตจากโรงงานไม่ผ่าน สำเพ็ง[/direct]

Solid Snake

ผมก็มีโปรเจ็คยักษ์ แต่สามารถทำคนเดียวได้ แล้วจ้างคนอื่นทำหน้าที่ต่างๆ มันใช้เวลามาก แต่ก็มั่นใจว่าไปได้แน่ๆ และกินยาวๆ (ตอนนี้มีแต่แผนในกระดาษ ยังไม่เริ่มซะที )
[direct=http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,428185]ขายโดเมน thaiyim.com+ไทยยิ้ม.com  5แสนบาท [/direct]

thaimarketpress

ของแบบนี้มันพูดยากนะครับ ณ ขณะนี้

อาจมี 1000 คนที่คิดเรื่องเดียวกับคุณ
อาจมี 100 คนที่ลงมือทำ
แต่สุดท้ายแล้วจะมีเพียง 1 คนเท่านั้นที่ทำสำเร็จ

ถ้าคิดจะหานักลงทุนมันต้องทำให้สำเร็จไปแล้วสัก 10-20% นะครับถ้าจะเอาแต่ความฝันไปขาย สิ่งที่ได้ก็จะมีแต่ความฝันเช่นกัน
หาซื้อเว็บไซต์มีรายได้แนวเว็บบอร์ด/ชมรม/คลับ ที่ไม่ผิดกฏหมาย งบ 100k ลองเสนอมานะครับ

nuonly

อ้างถึงจาก: thaimarketpress ใน 02 กุมภาพันธ์ 2015, 16:51:51
ของแบบนี้มันพูดยากนะครับ ณ ขณะนี้

อาจมี 1000 คนที่คิดเรื่องเดียวกับคุณ
อาจมี 100 คนที่ลงมือทำ
แต่สุดท้ายแล้วจะมีเพียง 1 คนเท่านั้นที่ทำสำเร็จ

ถ้าคิดจะหานักลงทุนมันต้องทำให้สำเร็จไปแล้วสัก 10-20% นะครับถ้าจะเอาแต่ความฝันไปขาย สิ่งที่ได้ก็จะมีแต่ความฝันเช่นกัน
เกริ่น ได้สุดยอดมากครับ ท่านคนนี้
[direct=https://www.duduang.in.th]ดูดวง[/direct][direct=https://www.duduang.in.th]duduang[/direct] [direct=https://www.ddbaanteedin.com]ขายที่ดิน[/direct] [direct=https://www.ddbaanteedin.com/]ขายบ้าน[/direct]

Maxio

อ้างถึงจาก: BlueDragon ใน 01 กุมภาพันธ์ 2015, 22:33:33
เคยมีความคิดบ้าๆ อีกแบบนะค่ะ

เคยคิดว่า ทั้งเมืองไทย เมืองนอก ปัจจุบันมันมี บริษัทรับซื้อไอเดียร์ หรือบริษัทที่เป็นคนกลาง ระหว่างคนที่มีไอเดียร์ดีๆ กับ คนที่มีทุน
ที่จะสามารถจับคู่กัน มาคลิ๊ก!! กันจนสามารถออกมาเป็นกิจการได้ แบบนีมีอยู่บ้างไหม

:-[ ... ไม่ได้เมาเหมือนเดิมนะค่ะ

แค่เจอปัญหา แล้วคิดว่ามันจะมีบ้างไหม ... บางทีอาจจะโลกแคบไปบ้าง
แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่า เพราะมีปัญหานี่ละ นวัฒตกรรม หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ต่างๆ เลยเกิดขึ้น ... เพราะคนคิด และทำ เพื่อจะตอบโจทย์ปัญหา

... เคยโดนด่าด้วย เคยโดนว่าด้วย ว่าเด็กๆ ขี้สงสัยนะมันดี มันน่ารัก ... แต่แก่แล้วอย่าสงสัยเยอะ
... แปลกใจอยู่ว่า แก่แล้วสงสัย มันผิดหรือไงนะ  :P

555+ ไม่ได้เมาเหมือนเดิมนะค่ะ   :wanwan019:
ในไทยไม่รู้นะครับ แต่เมืองนอกมีเยอะนะครับเท่าที่ผมติดตามอยู่ แต่จำชื่อไม่ค่อยได้ ที่นึกออกก็มีพวก angel.co, gust.com, cofounderslab

eyourhand

PM มาคุยมาแชร์กันได้ครับ ลุยด้วยกัน ไปเรื่อยๆ แต่ไม่หยุดครับ
[direct= https://www.facebook.com/share/1CS2KVrYoTgRKAKA/?mibextid=LQQJ4d]บริการรันบอทรายเดือนเพียง 1,000 บาท ด้วย 7days Crypto Spot Grid & Sell MT5 BOT เพื่อไม่พลาดทำกำไรสภาวะตลาดขาลง หรือ sideway down ขณะที่ตลาดขาขึ้น ก็ทำกำไรได้เช่นกัน ติดต่อหรือติดตามเพจ คลิ๊กลิ้งค์นี้ได้เลยครับ[/direct]

[direct=https://docs.google.com/document/d/1--EVqdmIBAU5EruKW7c1DWjS8xNdt1c4eYhocDR-L9w/edit]คู่มือ เงื่อนไขการเทรดของบอทครับ คลิ๊กที่นี่อ่านได้เลย[/direct]

VinZent

สนใจรับผมเป็นทีมงานมั้ย

ทำได้เกือนทุกอย่าง แต่ไม่ค่อยมีทุน  :wanwan031:


porclick

http://www.nia.or.th/nia/strategy/support-mechanism/ อะไรประมาณนี้ป่ะคับ

อีกทางเหลือคือเข้าหานักการเมืองครับ :wanwan016:

kidsza

อ้างถึงจาก: DePe ใน 31 มกราคม 2015, 17:43:30
ระบบ stock โกดังกลางหรือเปล่าครับ ผมเดาเอานะจากใครๆก็ค้าขายได้

แบบคุณ thananit เขียนไว้

ต้องเขียนแผนธุรกิจขึ้นมาก่อนครับ เอาความคิดมาเรียบเรียงเป็นโครงร่างและเสริมรายละเอียดทั้งหมดเข้าไป

จากนั้นถ้าจะหาทุนต้องมีตัว support ดีๆครับเช่นผู้มีประสบการณ์ในแต่ละด้านเป็นที่ปรึกษาหรือทีมงาน

จากนั้นเหลือวิ่งชนอย่างเดียว อยู่ที่ความตั้งใจครับ ไม่ถอดใจไปก่อนเดี๋ยวก็หาได้ทุน

ถ้าเป็นแบบนี้คิดเหมือนกันเลยค่ะ เห็นของต่างประเทศแล้วน่าสนใจ
เอาแบบมีสายพานวิ่งขึ้นรถเลยนะ  :wanwan019:
คิดอยากจะทำแต่เห็นว่า ใหญ่สุดๆเลยรอก่อนค่ะ


zidit

ไอเดียที่อยู่ในกระดาษ ก็ต้องเกิดจากการลงมือทำครับ ถึงจะเป็นตัวเงิน  :wanwan003: สู้ๆ ครับ

x-script

สิ่งที่ คนทั่วไปมักไม่ได้เจอคือ "โอกาส"

ถ้าคุณมั่นใจ ลองเขียน กำไรขาดทุน ดูครับ ว่าเดือนนึง จะทำกำไรจากส่วนไหนได้บ้าง

หลังหักค่าใช้จ่ายทุกส่วน เช่น ค่าพนักงาน ค่าสถานที่ ค่าไฟ ค่าโฆษณา

ถ้าหักแล้ว เป็นไปได้ ก็ลงมือทำเลยสิ^^ บางทีผลตอบรับอาจจะดีหรือไม่ดีก็ได้ อยู่ที่ชะตากรรมแล้วครับ