ลาก่อนไทยเสียว ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่มีว&#

เริ่มโดย wareerant, 15 สิงหาคม 2011, 11:17:51

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

T_BADBOY_II

#40
สมมุติและวิมุตติ  อ่า่นแล้วจะเข้าใจว่าทำไมโลกเราไม่มีอะไรที่แน่นอน

หลวงพ่อชา สุภัทโท
วัดหนองป่าพง อำเภอ วารินชำราบ
จังหวัด อุบลราชธานี


สิ่งทั้งหลายในโลกนี้ล้วนแต่เป็นสิ่งสมมุติ ที่เราสมมุติขึ้นมา เองทั้งสิ้น สมมุติแล้วก็หลงสมมุติของตัวเอง เลยไม่มีใครวาง มันเป็น ทิฐิ มันเป็นมานะ ความยึดมั่นถือมั่น

อันความยึดมั่นถือมั่นนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะจบได้ มันจบลงไม่ได้ สักที เป็นเรื่องวัฏฏสงสารที่ไหลไปไม่ขาด ไม่มีทางสิ้นสุด ทีนี้ถ้าเรารู้ จักสมมุติแล้ว ก็รู้จักวิมุตติ ครั้นรู้จักวิมุตติแล้ว ก็รู้จักสมมุติ ก็จะเป็น ผู้รู้จักธรรมะอันหมดสิ้นไป

ก็เหมือนเราทุกคนนี้แหละ แต่เดิมชื่อของเราก็ไม่มี คือตอน เกิดมาไม่มีชื่อ ที่มีชื่อขึ้นมาก็โดยสมมุติกันขึ้นมาเอง อาตมาพิจารณา ดูว่า เอ! สมมุตินี้ ถ้าไม่รู้จักมันจริงๆแล้ว มันก็เป็นโทษมาก ความจริง มันเป็นของเอามาใช้ให้เรารู้จักเรื่องราวเฉยๆ เท่านั้นก็พอ ให้รู้ว่าถ้าไม่ มีเรื่องสมมุตินี้ ก็ไม่มีเรื่องที่จะพูดกัน ไม่มีเรื่องที่จะบอกกัน ไม่มี ภาษาที่จะใช้กัน

เมื่อครั้งที่อาตมาไปต่างประเทศ อาตมาได้ไปเห็นพวกฝรั่งไป นั่งกรรมฐานกันอยู่เป็นแถว แล้วเวลาจะลุกขึ้นออกไป ไม่ว่าผู้หญิง หรือผู้ชายก็ตาม เห็นจับหัวกัน ผู้นั้นผู้นี้ไปเรื่อยๆ ก็เลยมาเห็นได้ว่า โอ! สมมุตินี้ถ้าไปตั้งลงไว้ที่ไหน ไปยึดมั่นหมายมั่นมัน ก็จะเกิดกิเลส อยู่ที่นั่น ถ้าเราวางสมมุติได้ ยอมมันแล้วก็สบาย

อย่างพวกนายพลนายพันทหารมาที่นี่ ก็เป็นผู้มียศฐา บรรดาศักดิ์ ครั้นมาถึงอาตมาแล้วก็พูดว่า "หลวงพ่อกรุณาจับหัวให้ ผมหน่อยครับ" นี่แสดงว่าถ้ายอมแล้วมันก็ไม่มีพิษอยู่ที่นั่น พอลูบหัว ให้ เขาดีใจด้วยซ้ำ แต่ถ้าไปลูบหัวเขาที่กลางถนนดูซิไม่เกิดเรื่องก็ลอง ดู นี่คือความยึดมั่นถือมั่นเอาไว้ ฉะนั้น อาตมาว่าการวางนี้มันสบาย จริงๆ เมื่อตั้งใจว่าเอาหัวมาให้อาตามลูบ ก็สมมุติลงว่าไม่เป็นอะไร แล้วก็ไม่เป็นอะไรจริงๆ ลูบอยู่เหมือนหัวเผือกหัวมัน แต่ถ้าเราลูบอยู่ กลางทาง ไม่ได้แน่นอน

นี่แหละเรื่องของการยอม การละ การวาง การปลง ทำได้แล้ว มันเบาอย่างนี้ ครั้นไปยึดที่ไหน มันก็เป็นภพที่นั่น เป็นชาติที่นั่น มีพิษ มีภัยขึ้นที่นั่น พระพุทธองค์ของเราท่านทรงสอนสมมุติ แล้วก็ทรงสอน ให้แก้สมมุติโดยถูกเรื่องของมัน ให้มันเห็นเป็นวิมุตติ อย่าไปยึดมั่น หรือถือมั่นมัน สิ่งที่มันเกิดมาในโลกนี้ก็เรื่องสมมุติทั้งนั้น มันจึงเป็น ขึ้นมา ครั้นเป็นขึ้นมาแล้ว และสมมุติแล้ว ก็อย่าไปหลงสมมุตินั้น ท่านว่ามันเป็นทุกข์ เรื่องสมมุติเรื่องบัญญัตินี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ถ้า คนไหนปล่อย คนไหนวางได้ มันก็หมดทุกข์

แต่เป็นกิริยาของโลกเรา เช่นว่า พ่อบุญมานี้เป็นนายอำเภอ เถ้าแก่แสงชัยไม่ได้เป็นนายอำเภอ แต่เป็นเพื่อนกันมาแต่ไหนแต่ไร แล้ว (หมายเหตุ 1) เมื่อพ่อบุญมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายอำเภอ ก็ เป็นสมมุติขึ้นมาแล้ว แต่ก็ให้รู้จักใช้สมมุติให้เหมาะสมสักหน่อย เพราะเรายังอยู่ในโลก ถ้าเถ้าแก่แสงชัยขึ้นไปหานายอำเภอที่ที่ทำงาน และเถ้าแก่แสงชัยไปจับหัวนายอำเภอมันก็ไม่ดี จะไปคิดว่าแต่ก่อน อยู่ด้วยกัน หามจักรเย็บผ้าด้วยกันจวนจะตายครั้งนั้น จะไปเล่นหัวให้ คนเห็นมันก็ไม่ถูกไม่ดี ต้องให้เกียรติกันสักหน่อย อย่างนี้ก็ควรปฏิบัติ ให้เหมาะสมตามสมมุติในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย จึงจะอยู่ด้วยกันด้วยดี ถึงจะเป็นเพื่อนกันมาแต่ครั้งไหนก็ตาม เขาเป็นนายอำเภอแล้ว ต้อง ยกย่องเขา เมื่อออกจากที่ทำงานมาถึงบ้านถึงเรือนแล้ว จึงจับหัวกัน ได้ไม่เป็นอะไร ก็จับหัวนายอำเภอนั่นแหละ แต่ไปจับอยู่ที่กลางศาลา คนเยอะๆก็อาจจะผิดแน่ นี่ก็เรียกว่าให้เกียรติกันอย่างนี้ ถ้ารู้จักใช้ อย่างนี้มันก็เกิดประโยชน์ ถึงแม้จะสนิทกันนานแค่ไหนก็ตาม พ่อบุญ มาก็คงจะต้องโกรธ หากว่าไปทำในหมู่คนมากๆ เพราะเป็นนาย อำเภอแล้ว นี่แหละมันก็เรื่องปฏิบัติ เท่านี้แหละโลกเรา ให้รู้จักกาล รู้ จักเวลา รู้จักบุคคล

ท่านจึงให้เป็นผู้ฉลาด สมมุติก็ให้รู้จัก วิมุตติก็ให้รู้จัก ให้รู้จัก ในคราวที่เราจะใช้ ถ้าเราใช้ให้ถูกต้อง มันก็ไม่เป็นอะไร ถ้าใช้ไม่ถูก ต้อง มันก็ผิด มันผิดอะไร มันผิดกิเลสของคนที่แหละ มันไม่ผิดอันอื่น หรอก เพราะคนเหล่านี้อยู่กับกิเลส มันก็เป็นกิเลสอยู่แล้ว นี่เรื่อง ปฏิบัติของสมมุติ ปฏิบัติเฉพาะในที่ประชุม ในบุคคล ในกาล ในเวลา ก็ใช้สมมุติบัญญัติอันนี้ได้ตามความเหมาะสม ก็เรียกว่าคนฉลาด ให้ เรารู้จักต้น รู้จักปลาย ทั้งที่เราอยู่ในสมมุตินี้แหละ มันทุกข์เพราะ ความไปยึดมั่นหมายมั่นมัน แต่ถ้ารู้จักสมมุติให้มันเป็น มันก็เป็นขึ้น มา เป็นขึ้นมาได้โดยฐานที่เราสมมุติ แต่มันค้นไปจริงๆแล้วไปจนถึง วิมุตติ มันก็ไม่มีอะไรเลย

อาตามเคยเล่าให้ฟังว่า พวกเราทั้งหลายที่มาบวชเป็นพระนี้ แต่ก่อนก็เป็นฆราวาส ก็สมมุติว่าเป็นฆราวาส มาบวช สมมุติให้เป็น พระ ก็เลยเป็นพระ แต่เป็นพระเณรเพียงสมมุติ พระแท้ๆยังไม่เป็น เป็นเพียงสมมุติ ยังไม่เป็นวิมุตติ นี่ถ้าหากว่าเรามาปฏิบัติให้จิตหลุด พ้นจากอาสวะทั้งหลายเหล่านี้เป็นขั้นๆไป ตั้งแต่ขั้นโสดา สกิทาคามี อนาคามี ไปจนถึงพระอรหันต์ นั้นเป็นเรื่องละกิเลสแล้ว แต่แม้เป็น พระอรหันต์แล้ว ก็ยังเป็นเรื่องสมมุติอยู่นั่นเอง คือสมมุติว่าเป็นพระ อรหันต์ อันนั้นเป็นพระแท้ ครั้งแรกก็สมมุติอย่างนี้ คือสมมุติว่าเป็น พระ แล้วก็จะละกิเลสเลยได้ไหม ก็ไม่ได้

เหมือนกันกับเกลือนี่แหละ สมมุติว่าเรากำดินทรายมาสักกำ หนึ่ง เอามาสมมุติว่าเป็นเกลือ มันเป็นเกลือไหมละ? ก็เป็นอยู่ แต่ เป็นเกลือโดยสมมุติ ไม่ใช่เกลือแท้ๆ จะเอาไปใส่แกงมันก็ไม่มี ประโยชน์ ถ้าจะว่าเป็นเกลือแท้ มันก็เปล่าทั้งนั้นแหละ นี่เรียกว่า สมมุติ ทำไมจึงสมมุติ? เพราะว่าเกลือไม่มีอยู่ที่นั่น มันมีแต่ดินทราย ถ้าเอาดินทรายมาสมมุติว่าเป็นเกลือ มันก็เป็นเกลือให้อยู่ เป็นเกลือ โดยฐานที่สมมุติ ไม่เป็นเกลือจริง คือมันก็ไม่เค็ม ใช้สำเร็จประโยชน์ ไม่ได้ มันสำเร็จประโยชน์ได้เป็นบางอย่าง คือในขั้นสมมุติ ไม่ใช่ในขั้น วิมุตติ

ชื่อว่าวิมุตตินั้น ก็สมมุตินี้แหละเรียกขึ้นมา แต่ว่าสิ่งทั้งหลาย เหล่านั้นมันหลุดพ้นจากสมมุติแล้ว หลุดไปแล้ว มันเป็นวิมุติแล้ว แต่ ก็ยังเอามาสมมุติให้เป็นวิมุตติอยู่อย่างนี้แหละ มันก็เป็นเรื่องเท่านี้ จะขาดสมมุติได้ไหม? ก็ไม่ได้ ถ้าขาดสมมุติแล้ว ก็จะไม่รู้จักการพูด จา ไม่รู้จักต้น ไม่รู้จักปลาย เลยไม่มีภาษาจะพูดกัน

ฉะนั้นสมมุตินี้ก็มีประโยชน์ คือประโยชน์ที่สมมุติขึ้นมาให้เรา ใช้กัน เช่นว่าคนทุกคนก็มีชื่อต่างกัน แต่ว่าเป็นคนเหมือนกัน ถ้าหาก ไม่มีการตั้งชื่อเรียกกัน ก็ไม่รู้ว่าพูดกันให้ถูกคนได้อย่างไร เช่นเรา อยากจะเรียกใครสักคนหนึ่ง เราก็เรียกว่า "คน คน" ก็ไม่มีใครมา มัน ก็ไม่สำเร็จประโยชน์ เพราะต่างก็เป็นคนด้วยกันทุกคน แต่ถ้าเราเรียก "จันทร์มานี่หน่อย" จันทร์ก็ต้องมา คนอื่นไม่ต้องมา มันสำเร็จ ประโยชน์อย่างนี้ ได้เรื่องได้ราว ฉะนั้นได้ข้อประพฤติปฏิบัติอันเกิด จากสมมุติอันนี้ก็ยังมีอยู่

ดังนั้นถ้าเข้าใจในเรื่องสมมุติ เรื่องวิมุตติให้ถูกต้อง มันก็ไปได้ สมมุตินี้ก็เกิดประโยชน์ได้เหมือนกัน แต่ความจริงแท้แล้วมันไม่มีอะไร อยู่ที่นั่น แม้ตลอดว่าคนก็ไม่มีอยู่ที่นั่น เป็นสภาวธรรมอันหนึ่งเท่านั้น เกิดมาด้วยเหตุด้วยปัจจัยของมัน เจริญเติบโตด้วยเหตุด้วยปัจจัยของ มัน ให้ตั้งอยู่ได้พอสมควรเท่านั้น อีกหน่อยมันก็บุบสลายไปเป็นธรรม ดา ใครจะห้ามก็ไม่ได้ จะปรับปรุงอะไรก็ไม่ได้ มันเป็นเพียงเท่านั้น อันนี้ก็เรียกว่าสมมุติ ถ้าไม่มีสมมุติก็ไม่มีเรื่องราว ไม่มีเรื่องที่จะปฏิบัติ ไม่มีเรื่องที่จะมีการมีงาน ไม่มีชื่อเสียง เลยไม่รู้จักภาษากัน ฉะนั้น สมมุติบัญญัติตั้งขึ้นมา เพื่อให้เป็นภาษา ให้ใช้กันสะดวก

เหมือนกับเงินนี่แหละ สมัยก่อนธนบัตรมันไม่มีหรอก มันก็ เป็นกระดาษอยู่ธรรมดา ไม่มีราคาอะไร ในสมัยต่อมาท่านว่าเงินอัฐ เงินตรามันเป็นก้อนวัตถุ เก็บรักษายาก ก็เลยเปลี่ยนเสีย เอาธนบัตร เอากระดาษนี้มาเปลี่ยนเป็นเงิน ก็เป็นเงินให้เราอยู่ ต่อไปนี้ ถ้ามีพระ ราชาองค์ใหม่เกิดขึ้นมา สมมุติไม่ชอบธนบัตรกระดาษ เอาขี้ครั่งก็ได้ มาทำให้มันเหลวแล้วมาพิมพ์เป็นก้อนๆ สมมุติว่าเป็นเงิน เราก็ใช้ ขี้ครั่งกันทั้งหมดทั่วประเทศ เป็นหนี้เป็นสินกันก็เพราะก้อนขี้ครั่งนี้ แหละ อย่าว่าแต่เพียงก้อนขี้ครั่งเลย เอาก้อนขี้ไก่มาแปรให้มันเป็น เงินมันก็เป็นได้ ทีนี้ขี้ไก่ก็จะกลายเป็นเงินไปหมด จะฆ่ากันแย่งกันก็ เพราะก้อนขี้ไก่ เรื่องของมันเป็นเรื่องแค่นี้

แม้เขาจะเปลี่ยนเป็นรูปใหม่มา ถ้าพร้อมกันสมมุติขึ้นแล้ว มันก็เป็นขึ้นมาได้ มันเป็นสมมุติอย่างนั้น อันนี้สิ่งที่ว่าเป็นเงินนั้นมัน เป็นอะไรก็ไม่รู้จัก เรื่องแร่ต่างๆที่ว่าเป็นเงินจริงๆแล้วจะเป็นเงินหรือ เปล่าก็ไม่รู้ เห็นแร่อันนั้นเป็นมาอย่างนั้นก็เอามาสมมุติมันขึ้นมา มัน ก็เป็น ถ้าพูดเรื่องโลกแล้วมันก็มีแค่นี้ สมมุติอะไรขึ้นมาแล้วมันก็เป็น เพราะมันอยู่กับสมมุติเหล่านี้ แต่ว่าจะเปลี่ยนให้เป็นวิมุตติ ให้คนรู้จัก วิมุตติอย่างจริงจังนั้นมันยาก

เรือนเรา บ้านเรา ข้าวของเงินทอง ลูกหลานเรา เหล่านี้ก็ สมมุติว่าลูกเรา เมียเรา พี่เรา น้องเรา อย่างนี้ เป็นฐานที่สมมุติกันขึ้น มาทั้งนั้น แต่ความจริงแล้วถ้าพูดตามธรรมะ ท่านว่าไม่ใช่ของเรา ก็ ฟังไม่ค่อยสบายหูสบายใจเท่าใด เรื่องของมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ถ้า ไม่สมมุติขึ้นมาก็ไม่มีราคา สมมุติว่าไม่มีราคาก็ไม่มีราคา สมมุติให้มี ราคาขึ้นมาก็มีราคาขึ้นมา มันก็เป็นเช่นนั้น ฉะนั้นสมมุตินี้ก็ดีอยู่ ถ้า เรารู้จักใช้มัน ให้รู้จักใช้มัน

อย่างสกลร่างกายของเรานี้ก็เหมือนกัน ไม่ใช่เราหรอก มัน เป็นของสมมุติ จริงๆแล้วจะหาตัวตนเราเขาแท้มันก็ไม่มี มีแต่ธรรม ธาตุอันหนึ่งเท่านี้แหละ มันเกิด แล้วก็ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ทุกอย่างมัน ก็เป็นอย่างนี้ ไม่มีเรื่องอะไรที่เป็นจริงเป็นจังของมัน แต่ว่าสมควรที่ เราจะต้องใช้มัน

อย่างว่า เรามีชีวิตอยู่ได้นี้เพราะอะไร? เพราะอาหารการกิน ของเราที่เป็นอยู่ ถ้าหากว่าชีวิตเราอยู่กับอาหารการกิน เป็นเครื่อง หล่อเลี้ยง เป็นปัจจัย จำเป็นเราก็ต้องใช้ ใช้สิ่งเหล่านี้ให้มันสำเร็จ ประโยชน์ในความเป็นอยู่ของเรา เหมือนกับที่พระพุทธเจ้าท่านทรง สอนพระ เริ่มต้นจริงๆท่านก็สอนเรื่องปัจจัยสี่ เรื่องจีวร เรื่อง บิณฑบาต (หมายเหตุ 2) เรื่องเสนาสะ เรื่องเภสัชยาบำบัดโรค ท่าน ให้พิจารณา ถ้าเราไม่ได้พิจารณาตอนเช้า ยามเย็นมันล่วงกาลมา แล้ว ก็ให้พิจารณาเรื่องอันนี้

ทำไมท่านจึงให้พิจารณาบ่อยๆ พิจารณาให้รู้จักว่า มันเป็น ปัจจัยสี่ เครื่องหล่อเลี้ยงร่างกายของเรา นักบวชก็ต้องมีผ้านุ่งห่ม อาหารการขบฉัน ยารักษาโรค มีที่อยู่อาศัย เมื่อเรามีชีวิตอยู่เราจะหนี จากสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ถ้าอาศัยสิ่งเหล่านี้เป็นอยู่ ท่านทั้งหลายจะได้ใช้ ของเหล่านี้จนตลอดชีวิตของท่าน แล้วท่านอย่าหลงนะ อย่าหลงสิ่ง เหล่านี้ มันเป็นเพียงเท่านี้ มีผลเพียงเท่านี้

เราจะต้องอาศัยสิ่งเหล่านี้ไปจึงอยู่ได้ ถ้าไม่อาศัยสิ่งใดสิ่ง หนึ่ง จะบำเพ็ญภาวนา จะสวดมนต์ทำวัตร จะนั่งพิจารณากรรมฐาน ก็จะสำเร็จประโยชน์ให้ท่านไม่ได้ ในเวลานี้จะต้องอาศัยสิ่งเหล่านี้อยู่ ฉะนั้นท่านทั้งหลายอย่าไปติดสิ่งเหล่านี้ อย่าไปหลงสมมุติอันนี้ อย่า ไปติดปัจจัยสี่อันนี้ มันเป็นปัจจัยให้ท่าน อยู่ไป อยู่ไป พอถึงคราวมัน ก็เลิกจากกันไป

ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องสมมุติ ก็ต้องรักษาให้มันอยู่ ถ้าไม่รักษา มันเป็นโทษ เช่นถ้วยใบหนึ่ง ในอนาคตมันจะต้องแตก แตกก็ช่างมัน แต่ขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ขอให้ท่านรักษาถ้วยใบนี้ไว้ให้ดี เพราะเป็น เครื่องใช้ของท่าน ถ้าถ้วยใบนี้แตกท่านก็ลำบาก แต่ถึงแม้ว่าจะแตกก็ ขอให้เป็นเรื่องสุดวิสัยที่มันแตกไป

ปัจจัยสี่ที่พระพุทธเจ้าท่านสอนให้พิจารณานี้ก็เหมือนกัน เป็นปัจจัยส่งเสริม เป็นเครื่องอาศัยของบรรพชิต ให้ท่านทั้งหลายรู้จัก มัน อย่าไปยึดมั่นหมายมั่นมัน จนเป็นก้อนกิเลสตัณหาเกิดขึ้นในดวง จิตดวงใจของท่าน จนเป็นทุกข์ เอาแค่ใช้ชีวิตให้มันเป็นประโยชน์เท่า นี้ก็พอแล้ว

เรื่องสมมุติกับวิมุตติ มันก็เกี่ยวข้องกันอย่างนี้เรื่อยไป ฉะนั้น ถ้าหากว่าใช้สมมุติอันนี้อยู่ อย่าไปวางอกวางใจว่ามันเป็นของจริง จริงโดยสมมุติเท่านั้น ถ้าเราไปยึดมั่นหมายมั่นก็เป็นทุกข์ขึ้นมา เพราะเราไม่รู้เรื่องอันนี้ตามเป็นจริง เรื่องมันจะถูกจะผิดก็เหมือนกัน บางคนเห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด เรื่องผิดเรื่องถูกไม่รู้ว่าเป็นของ ใคร ต่างคนต่างก็สมมุติขึ้นมาว่าถูกว่าผิดอย่างนี้แหละ เรื่องทุกเรื่องก็ ควรให้รู้

พระพุทธเจ้าท่านกลัวว่า มันจะเป็นทุกข์ ถ้าหากว่าถกเถียง กัน เรื่องทั้งหลายเหล่านี้มันจบไม่เป็น คนหนึ่งว่าถูกคนหนึ่งว่าผิด คน หนึ่งว่าผิดคนหนึ่งว่าถูก อย่างนี้ แต่ความจริงแล้ว เรื่องถูกเรื่องผิดนั้น น่ะเราไม่รู้จักเลย เอาแต่ว่าให้เรารู้จักใช้ให้มันสบาย ทำการงานให้ถูก ต้อง อย่าให้มันเบียดเบียนตนเอง และเบียดเบียนผู้อื่น ให้มันไป กลางๆไปอย่างนี้ มันก็สำเร็จประโยชน์ของเรา

รวมแล้วส่วนสมมุติก็ดี ส่วนวิมุติก็ดี ล้วนแต่เป็นธรรมะ แต่ว่า มันเป็นของยิ่งหย่อนกว่ากัน แต่มันก็เป็นไวพจน์ซึ่งกันและกัน เราจะ รับรองแน่นอนว่า อันนี้ให้เป็นอันนี้จริงๆอย่างนั้นไม่ได้ ฉะนั้น พระ พุทธเจ้าท่านจึงให้วางไว้ว่า "มันไม่แน่" ถึงจะชอบมากแค่ไหน ก็ให้รู้ ว่ามันไม่แน่นอน ถึงจะไม่ชอบมากแค่ไหน ก็ให้เข้าใจว่าอันนี้ไม่แน่ นอน มันก็ไม่แน่นอนอย่างนั้นจริงๆ แล้วปฏิบัติจนเป็นธรรมะ อดีตก็ ตาม อนาคตก็ตาม ปัจจุบันก็ตาม เรียกว่าปฏิบัติธรรมะ

แล้วที่มันจบก็คือที่มันไม่มีอะไร ที่มันละมันวางมันวาง มัน วางภาระที่มันจบ จะเปรียบเทียบให้ฟัง อย่างคนหนึ่งว่าธงมันเป็น อะไรจึงปลิวพริ้วไป คงเป็นเพราะมีลม อีกคนหนึ่งว่ามันเป็นเพราะมี ธงต่างหาก อย่างนี้ก็จบลงไม่ได้สักที เหมือนกันกับว่าไก่เกิดจากไข่ ไข่เกิดจากไก่อย่างนี้แหละ มันไม่มีหนทางจบ คือมันหมุนไป หมุนไป ตามวัฏฏะของมัน

ทุกสิ่งสารพัดนี้เรียกว่าสมมุติขึ้นมา มันเกิดจากสมมุติขึ้นมา ก็ให้รู้จักสมมุติ ให้รู้จักบัญญัติ ถ้ารู้จักสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ก็รู้จักเรื่อง อนิจจัง เรื่องทุกขัง เรื่องอนัตตา มันเป็นอารมณ์ตรงต่อพระนิพพาน เลยอันนี้

เช่นการแนะนำพร่ำสอนให้ความเข้าใจกับคนแต่ละคน นี้มัน ก็ยากอยู่ บางคนมีความคิดอย่างหนึ่ง พูดให้ฟังก็ว่าไม่ใช่ พูดความ จริงให้ฟังเท่าไร ก็ว่าไม่ใช่ ฉันเอาถูกของฉัน คุณเอาถูกของคุณ มันก็ ไม่มีทางจบ แล้วมันเป็นทุกข์ ก็ยังไม่วาง ก็ยังไม่ปล่อยมัน อาตมาเคยเล่าให้ฟังครั้งหนึ่งว่า คนสี่คนเดินเข้าไปในป่า ได้ ยินเสียงไก่ขัน "เอ๊ก อี้เอ้ก เอ้ก" ต่อกันไป คนหนึ่งก็เกิดปัญญาขึ้นมา ว่า เสียงขันนี้ใครว่าไก่ตัวผู้หรือว่าไก่ตัวเมีย สามคนรวมหัวกันว่าไก่ตัว เมีย ส่วนคนเดียวนั้นก็ว่าไก่ตัวผู้ขัน เถียงกันไปอยู่อย่างนี้แหละ ไม่ หยุด สามคนว่าไก่ตัวเมียขัน คนเดียวว่าไก่ตัวผู้ขัน "ไก่ตัวเมียจะขัน ได้อย่างไร?" "ก็มันมีปากนี่" สามคนตอบ คนคนเดียวนั้นเถียงจนร้อง ให้ ความจริงแล้วไก่ตัวผู้นั่นแหละขันจริงๆ ตามสมมุติของเขา แต่สาม คนนั้นว่าไม่ใช่ ว่าเป็นไก่ตัวเมีย เถียงกันไปจนร้องให้ เสียอกเสียใจ มาก ผลที่สุดแล้ว มันก็ผิดหมดทุกคนนั่นแหละ ที่ว่า ไก่ตัวผู้ ไก่ตัว เมีย ก็เป็นสมมุติเหมือนกัน

ถ้าไปถามไก่ว่า "เป็นตัวผู้หรือ" มันก็ไม่ตอบ "เป็นไก่ตัวเมีย หรือ" มันก็ไม่ให้เหตุผลว่าอย่างไร แต่แรกเคยสมมุติบัญญัติว่ารูป ลักษณะอย่างนี้เป็นไก่ตัวผู้ รูปลักษณะอย่างนั้นเป็นไก่ตัวเมีย รูป ลักษณะอย่างนี้เป็นไก่ตัวผู้มันต้องขันอย่างนี้ ตัวเมียต้องขันอย่างนั้น อันนี้มันเป็นสมมุติติดอยู่ในโลกเรานี้ ความเป็นจริงของมัน มันไม่มีไก่ ตัวผู้ตัวเมียหรอก ถ้าพูดตามความสมมุติในโลกก็ถูกตามคนเดียวนั้น แต่เพื่อนสามคนไม่เห็นด้วย เข่าว่าไม่ใช่ เถียงกันไปจนร้องให้ มันก็ไม่ เกิดประโยชน์อะไร มันก็เรื่องเพียงเท่านี้

ฉะนั้นพระพุทธเจ้าท่านจึงว่า อย่าไปยึดมั่นถือมั่นมัน ไม่ยึด มั่นถือมั่นทำไมจะปฏิบัติได้? ปฏิบัติไปเพราะความไม่ยึดมั่นถือมั่น นี่ จะเอาปัญญาแทนเข้าไปในที่นี้ยากลำบาก นี่เพราะที่ไม่ให้ยึดมันจึง เป็นของยาก มันต้องอาศัยปัญญาแหลมคมเข้าไปพิจารณา มันจึงไป กันได้ อนึ่ง ถ้าคิดไปแล้วเพื่อบรรเทาทุกข์ลงไป ไม่ว่าผู้มีน้อยหรือมี มากหรอก เป็นกับปัญญาของคน ก่อนที่มันจะทุกข์มันจะสุข มันจะ สบายหรือไม่สบาย มันจะล่วงทุกข์ทั้งหลายได้ เพราะปัญญาให้มัน เห็นตามเป็นจริงของมัน

ฉะนั้น พระพุทธเจ้าท่านให้อบรม ให้พิจารณา ให้ภาวนา ภาวนาก็คือ ให้พยายามแก้ปัญหาทั้งหลายเหล่านี้ให้ถูกต้องตามเรื่อง ของมัน เรื่องของมันเป็นอยู่อย่างนี้ คือเรื่องเกิด เรื่องแก่ เรื่องเจ็บ เรื่องตาย มันเป็นเรื่องของธรรมดา ธรรมดาแท้ๆ มันเป็นอยู่อย่างนี้ ของมัน ท่านจึงให้พิจารณาอยู่เรื่อยๆ ให้ภาวนาความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย บางคนไม่เข้าใจ ไม่รู้จะพิจารณามันไปทำไม เกิดก็รู้จักว่าเกิดอยู่ ตายก็รู้จักว่าตายอยู่นั่นแหละ (หมายเหตุ 3) มัน เป็นเรื่องธรรมดาเหลือเกิน มันเป็นเรื่องความจริงเหลือเกิน ถ้าหากว่าผู้ใดพิจารณาแล้วพิจารณาอีกอยู่อย่างนี้ มันก็เห็น เมื่อมันเห็น มันก็ค่อยแก้ไขไป ถึงหากว่ามันจะมีความยึดมั่นหมายมั่น อยู่ก็ดี ถ้าเรามีปัญญาเห็นว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา มันก็บรรเทาทุกข์ ไปได้ ฉะนั้นจงศึกษาธรรมเพื่อแก้ทุกข์

ในหลักพุทธศาสนานี้ก็ไม่มีอะไร มีแต่เรื่องทุกข์เกิด กับทุกข์ ดับ เรื่องทุกข์จะเกิด เรื่องทุกข์จะดับ เท่านั้น ท่านจึงจัดเป็นสัจจธรรม ถ้าไม่รู้ มันก็เป็นทุกข์ เรื่องจะเอาทิฐิมานะมาเถียงกันนี้ไม่มีวันจบ หรอก มันไม่จบ มันไม่สิ้น เรื่องที่จะให้จิตใจเราบรรเทาทุกข์สบายๆ นั้น เราก็ต้องพิจารณาดูเรื่องที่เราผ่านมา เรื่องปัจจุบันและอนาคตที่ มันเป็นไป เช่นว่าพูดถึงความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ทำ ยังไงมันจึงจะไม่ให้เป็นห่วงเป็นใยกัน ก็เป็นห่วงเป็นใยอยู่เหมือนกัน แต่ว่าถ้าหากบุคคลมาพิจารณา รู้เท่าตามความเป็นจริง ทุกข์ทั้ง หลายก็จะบรรเทาลงไป เพราะไม่ได้กอดทุกข์ไว้
รักที่สุดคือในหลวง  หวงที่สุดคือแผ่นดินไทย

WPDSign

สร้างบ้าน Modern [direct=https://casa-concept1.com/]แบบบ้านโมเดิร์น[/direct] มาแรง
» ต้องการสร้างบ้านดูแบบบ้านสวยๆ [direct=http://www.architect-bkk.com/แบบบ้านสองชั้น]แบบบ้านสองชั้น[/direct] ทุกสไลต์บริการ[direct=http://www.ideaican.com/]รับสร้างบ้าน[/direct] ใครฝันอย่างสร้างบ้านสไตล์รีสอร์ท มี[direct=https://แบบบ้านสไตล์รีสอร์ท.blogspot.com]แบบบ้านสไตล์รีสอร์ท[/direct]พร้อมก่อสร้าง ลงประกาศขายบ้านที่ [direct=http://www.classified108.com/]ลงประกาศ[/direct]

lalulalalulalala

.........ตามให้ทัน ตามให้ทัน

nineaom

รับปั่นอเมซอน เกรด A+ ราคาเว็บละ 500 ถูกม๊วกก Im มาเลยครับ
[direct=http://www.leadsmarket.com/?c=15&v1=12137][/direct]
ขาย Amazon Account ราคา 1500 บาท
[direct=http://bestgaminglaptopof2014.com]Best gaming laptop of 2014[/direct]

แอดมาเลย fb.com/Omsuperman

mamazab

ขอให้โชคดีและประสบผลสำเร็จในเส้นทางที่เลือกครับ
[direct=http://goo.gl/oSz6b]ฟรี 1,000 backlinks คุณภาพมี report ให้[/direct]


[direct=http://www.besttobuy.me.uk]'[/direct] | [direct=-ttp://www.pricedroplist.com]'[/direct] | [direct=-ttp://www.amazingpricedrop.com]'[/direct]

tum2550

ขอให้ประสบความสำเร็จครับ

ผมยังไม่เจอแนวทางตัวเองเลย  :-X
[/direct]

narintho

เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมชาติ อยู่้ ร่วม แยก จาก เป็นเพียงแค่ท่าที

โชคดีครับ

richers

ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็จในสิ่งที่เลือกครับ ไม่จำเป็นเสมอไปว่าจะต้องสำเร็จทาง im ครับ ยังไงผมเอาใจช่วยนะครับ

3didy

ผมเคยลองทำแอ้ดเซนอยู่พักนึง ตอนที่ยังใหม่ๆอยู่ ลองจนรู้ละว่า ไม่เหมาะกับตัวเอง ทำงานประจำได้เยอะกว่า ก็เลิกไป แต่ยังมีแวะเวียนเวบนั้นนี่บ้าง เพื่อโปรโมทเพลงที่ทำนะ
MVใหม่นางแบบสวยๆ-อนิเมชั่นผมครับ
https://www.youtube.com/watch?v=UxYAjv42q8M

http://www.facebook.com/kampon.tan

http://www.bandapp.com/k3nnyt4n


ตัวตุ่น

แหล่งรวม[direct=http://www.appandroidzone.com/]app android[/direct]มากมายไว้ที่นี่ สนุกสุดยอด[direct=http://xn--12ca0d8b3b5hd1d0b.net/]เกมส์เด็ก[/direct][direct=http://xn--12ca0d8b3b5hd1d0b.net/]เกมส์[/direct][direct=http://www.taradtruck.com/]รถสิบล้อมือสอง[/direct]
[direct=http://www.mgthailand.club/]mg club[/direct]

BaLanCeTeaM

ทำอะไรที่รัก ยากแค่ไหนก็ไม่เหนื่อย แต่ทำอะไรที่ไม่รัก ง่ายๆ ยังไม่อยากทำ สู้ๆ ครับ คุณอาจจะเลือกถูกแล้วก็ได้  :wanwan003:

wareerant

อยากจะบอกว่า ผมทำไม่สำเร็จเพราะผมไม่จริงจังกับมันครับ  ผมใช้แต่ของฟรีตลอด ไม่เคยซื้อโดเมนเลย โพสต์บทความ สินค้า ก็นาน ๆ ที

ไม่อยากให้คนที่ทำมานานหมดกำลังใจ ท่านทำจริงจังบรับรองว่าได้ครับ ไม่มากก็น้อย
[direct=[direct=https://cl.accesstrade.in.th/000bmy00031g]Web Hosting, Private Hosting, Email Hosting, Wordpress Hosting และ Shopup[/direct]
[direct=https://writer.dek-d.com/wareerant/writer/view.php?id=2124925]อ่านนิยายออนไลน์[/direct]
[direct=https://www.loadgame-pc.com]โหลดเกมส์ pc สเปคต่ํา ไฟล์เล็ก ไฟล์เดียว[/direct]
[direct=https://www.loadgame-free.com/]เว็บโหลดเกมส์ pc ฟรี เล่นได้ 100[/direct]
[direct=https://www.loadgame-pc.com]โหลดเกมส์ pc ฟรีไฟล์เดียวจบ[/direct]

perasak

Back link, Text Link Ads เพียง 500 บาทต่อปี เปลี่ยนคีย์ได้ฟรี


kasetthai

โชคดีครับ IM มันอาจจะไม่เหมาะกับจริตของท่านครับ ต้องมีทางอื่นที่ดีกว่า รออยู่แน่ๆ :wanwan003:
เป็ดที่พยายามทำตัวเป็นนกอินทรี

@StarexVIP

ถ้าคิดถึงก็กลับมาครับ ที่นี่ต้อนรับเสมอ

กลับไปนั่งทบทวนอะไร อาจจะมีไอเดียเด็ดๆ กลับมาใหม่ได้ครับ
สำหรับผมเคยอ่านหนังสือไปทำไป เหมือนทำในที่มืด พอเจอที่นี่ ๆ คือแสงสว่างให้เข้าใจอะไรมากขึ้นครับ
[direct=http://www.plcmitsubishi.in.th/]plc mitsubishi[/direct]

ayethai

อ้างถึงจาก: wareerant ใน 15 สิงหาคม 2011, 11:17:51
ปี 2548 ผมได้อ่าน Google Make Me Rich ของคุณตราวุธ เหลืองสมบูรณ์ เป็นจุดเริ่มต้นให้มายังบอร์ดนี้

บัดนี้คิดว่าถึงเวลาต้องจากกันแล้ว ทุกอย่างย่อมมีทางเดินของมัน "สิ่งใดเกิดขึ้นแล้วเป็นธรรมดา ย่อมตั้งอยู่ และดับไปเป็นธรรมดา"

ก่อนจากกัน ขออำนาจคุณพระศรีรัตนไตร พระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านนับถือ จงดลบันดาลให้ทุกคนทุกท่าน ประสบแต่ความสุขความเจริญ ทำ IM ให้ได้ดังประสงค์ รวยทุกคนเทอญ


ลาก่อน สวัสดีครับ

1tfa

คนสงขลา ด้วย ไม่น่าใจน้อย ลาจากกันไปเลยครับ
@@ รับเขียนสคิปด้วย java ตามที่ท่านต้องการ หรือ เว็บไซต์ หรือ Application ได้หมดครับ @@
                                 PM มาได้เลยนะครับ

การฟัง - การถาม ดีกว่า การดู การรู้ ดีกว่าเห็น การทำเป็น ดีกว่า ทุกอย่าง ฯ

kond

ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็จกับสิ่งที่กำลังจะไปทำนะครับ :wanwan003:
[direct=http://secure.hostgator.com/~affiliat/cgi-bin/affiliates/clickthru.cgi?id=thaians]ลดราคา HostGator เดือนแรก 9.95$ หรือจ่ายน้อยสุด 30 สตางค์ ด้วยคูปอง[/direct] "cheaplowprice"

คนไทยใยไม่ ปล่อยวาง...

oody58

สลัดจาก MLM มาทำ amazon ได้ 6 เดือน ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่รู้เพียงว่าถูกจริต...ถึงแม้รายได้ยังไม่สมดุลย์กับเงินทุนที่ลงไป..
[direct=http://www.etoro.com/A38370_TClick_SGet Etoro Life.aspx/]ทางด่วนสู่ความรวย[/direct]
[direct=http://www.sellhealth.com/ct/245892?r=3122/]สุขภาพดีมีรายได้[/direct]