[มือใหม่สุดๆๆ] ถ้าทำเว็บส่งออกสินค้าไปขายต่างประเทศ ควรทำไงบ้างครับ

เริ่มโดย บักเติ้ง!, 19 กันยายน 2010, 20:48:10

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

บักเติ้ง!

= = คำถามเกิดขึ้นทันทีครับ

คือตอนนี้สมัคร ebay ไม่ได้รอดูไปก่อนอะครับ เพราะรอ บัตร

เลยอยากถามว่า alibaba นี้เค้าขายกันเหมือน ebay หรือเปล่าครับ ขอบคุณมากครับ  :wanwan017:

ใครเอาวิดีโอสอน CPA ของ Peerfly ผมไปลงเว็บอื่นที่หลังก็บอกกันบ้างครับ ไม่ใช่อยากเอาไปลงก็เอาไป
มันไม่ได้เป็นของคุณนะครับ แบบนี้ใครเค้าอยากจะ เขียนบทความหรืออัดวิดีโอใหม่ๆ ให้คุณกันละ

Dr.Get

alibaba  ขายส่งครับ   แต่ต้องมีการจัดทำเอกสารต่างๆด้วยนะครับ   :wanwan020:

bossserver

 :wanwan003:

ผมก็เพิ่งจะสมัคร อีเบย์ ไปครับเพิ่งหัดเริ่มทำเหมือนกันตอนนี้กำลังฝึกทำเว็บไซต์อยู่ตั้งใจจะทำแบบส่งสินค้าหัตถกรรมบ้านเราไปขาย สู้ๆนะครับ แล้วมาแชร์กัน

maniacadsense

ขอแชร์ประสบการณ์ตรงของผมนะครับ อาจจะอ่านงง ๆ เพราะผมพิมพ์เลย ขี้เกียจมานั่งเกลา  :-[

ส่วนตัวทำเว็บขายต่างประเทศมาหลายปีแล้ว ขายกระเป๋าหนังครับ ทุกวันนี้มีออร์เดอร์สั่งมาเฉลี่ยวันละ 10 ใบ (ชิ้นนึงหักลบแล้วผมได้กำไรอย่างต่ำ 500 บาท) ยังไม่นับคู่ค้าที่ซื้อไปขายต่อ ที่มีมาประจำทุกเดือน ผมขอแบ่งการทำงานของผมดังนี้นะครับ

Website
หัวใจหลักของธุรกิจของผม เพราะเราไม่มีหน้าร้าน ลูกค้าไม่สามารถจะจับต้องสินค้าได้ก่อนตัดสินใจซื้อ ฉะนั้นต้องคิดให้ดีว่า ออกแบบยังไงให้สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้ ซึ่งการทำงานในส่วนนี้ผมแบ่งย่อยลงไปอีก

1. Design
ผมเคยทำงานออกแบบเ็ว็บไซต์ครับ พอตัดสินใจกระโดดมาจับสินค้าและสร้างเว็บส่วนตัว แรกเริ่มเลยออกแบบเว็บอย่างเทพครับ ใส่แฟลชอลังการ หน้าเว็บประกายวูบวาบ กะว่าลูกค้าเข้ามาต้องประัทับใจในฝีมือการออกแบบของผมแน่ ๆ  แต่ผมคิดผิด!!! ทำอยู่ปีแรก ไม่มีออร์เดอร์เลยครับ ตอนนั้นก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ทำไมไม่มาซื้อสินค้า ทั้ง ๆ ที่ราคาก็ไม่แพง (เรื่องการตั้งราคาขอข้ามก่อนไว้อ่านต่อด้านล่าง) คิดจนหัวแตก เลยตัดสินใจเปิดดูเว็บขายสินค้าของต่างประเทศ เว็บเหล่านี้ออกแบบง่าย ๆ ครับ สะอาดสะอ้าน มีการวางลิงค์เข้าหาสินค้าชัดเจน พูดง่าย ๆ เปิดมาปุ๊ปซื้อของได้ปั๊ป ไม่ต้องมานั่งดู Flash Intro หรือความหาทั้งเพจเพื่อจะเข้าไปดูโปรดักซ์ แต่สุดท้ายก็ยังไม่เจอ?!!? ผมจึงปรับปรุงรูปแบบเว็บใหม่ กว่าจะลงตัวทุกวันนี้ได้ ก็เปลี่ยนไปสองสามครั้งครับ และก็ยังคงคิดที่จะพัฒนาปรับปรุงมันอยู่ทุกวัน

2. Promote
มีเว็บแล้ว ต้องป่าวประกาศครับ ว่าเราขายอะไร ในที่นี้ผมทำอะไรบ้างมาดูกัน

1.1 SEO
ได้เว็บหน้าตาใหม่แต่งสูทผูกไทอย่างดีแล้ว แต่จำนวนออร์เดอร์ก็ยังไม่มาตามที่ผมคาดหวังไว้ เอาล่ะวา!! เกิดอะไรขึ้น เริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ที่มันไม่มีคนมาซื้อของ ๆ เรา อาจจะเป็นไปได้ว่า ๆไม่มีใครรู้ว่าเราทำเว็บนี้ขึ้นมา หรือเขาอาจจะค้นใน Search Engine ไม่เจอเว็บเราก็เป็นได้ เพราะได้คำตอบแล้ว ก็เริ่มศึกษา SEO แล้วล่้ะครับ และผมตั้งเป้าไว้ว่า จะโปรโมทเว็บโดยไม่ใช้ PPC เลย (ตอนนั้นไม่มีทุน) ผมใช้เวลาสามเดือน ทำให้เว็บติดอันดับต้นๆใน google จนได้ ซึ่งวิธีการ ผมก็หาอ่านเอาในเว็บนี่แหละครับ ซื้อหนังสือมาบ้าง ปรับออนเพจ ใส่คีย์เวิร์ดเดนซิตี้ กันสนุกมือ ซับมิต SB, SE กระจาย สุดท้ายก็สำเร็จดังตั้งใจไว้ครับ แต่ก็ยังไม่หยุดที่จะทำมันต่อไป

1.2 Classified Board
ตอนที่ยังรับงานออกแบบเว็บอย่างจริงจัง ผมใช้วิธีโพสต์ตามเว็บลงประกาศ โพสต์โปรโมทเว็บให้กับลูกค้า ซึ่งก็ได้ผลดีระดับนึงเลยครับ แต่ต้องไม่ลืมใส่ลิงค์ของเว็บลงไปด้วยนะ ทีนี้พอมาขายสินค้าเอง ก็ยังใช้วิชานี้ในการเรียกลูกค้าเข้าร้านอยู่ครับ แต่เปลี่ยนจากโพสต์ในเว็บลงประกาศในไทย ก็ไปหาเว็บของต่างประเทศแทน อยากได้ประเทศไหนก็ค้นประเทศนั้นเลย เช่น usa classified board, uk free classified เป็นต้น ทำลิสต์ไว้แยกเป็นประเทศ ผมจะมีเว็บดู Worldtime (หาไม่ยาก) เพื่อดูว่าขณะที่เราโพสต์อยู่เนี่ย ประเทศนั้น ๆ กี่โมงแล้ว ถ้าโพสต์ไปแล้ว เขาจะมาเห็นโฆษณาเรามั้ย เพราะประกาศฟรีทั้งหลายมันจะลงไปเร็วมา โพสต์ชั่วโมงสองชั่วโมง ประกาศของเราก็ถูกผลักจนหายไปเลย

1.3 Email Marketing
ในเว็บของผมจะมีหน้าสำหรับให้ผู้เยี่ยมชมสมัครเพื่อรับข่าวสารจากทางเว็บ ผมก็ใช้ช่องทางนี้แหละครับ โปรโมทสินค้าใหม่ หรืออาจจะมีจัดรายการโปรโมชั่นส่งเฉพาะผู้ที่สมัครรับข่าวสารจากทางเรา คิดกลยุทธ คิดการตลาดไปเรื่อย ๆ สนุกครับ

1.4 Social Network
อันนี้ผมเพิ่งลองได้ไม่นาน ก็เห็นว่าน่าจะไปได้ดีทีเดียว ผมเลือกใช้อยู่สองตัวคือ Facebook และ Twitter เอาไว้ส่งข่าวสาร พูดคุย รับฟังข้อติชม เพื่อเอามาพัฒนาสินค้าของเรา และเป็นการสร้าง CRM (Customer relationship management) ที่ง่ายและได้ผลดีระดับนึง

1.5 Trade site/B2B Marketplace
ตลาดกลางซื้อขายบนโลกออนไลน์ ก็มีความสำคัญนะครับ เว็บไซต์ดัง ๆ อย่าง Alibaba.com , globalsources.com, ec21.com, tradekeys.com ผมไม่พลาดที่จะไปสมัครและโพสต์โปรไฟล์ร้านเราไว้ เพื่อที่จะได้หาคู่ค้าธุรกิจมาซื้อส่งสินค้าของเรา เว็บเหล่านี้เขาให้เราลงภาพสินค้าด้วย อย่าพลาดโอกาสเชียวล่ะครับ

3. Contact
ช่องทางติดต่อครับ มีอะไรใส่ไปให้หมด อย่าไปกั๊ก ผมสังเกตุหลายเว็บไซต์ไม่ชอบลงที่อยู่กัน ไม่รู้ทำไม กลัวสรรพากรจะตามมาเจอรึเปล่า ฮา..... อย่าไปกลัวครับ เรามีที่อยู่ร้านชัดเจน ลูกค้าก็มั่นใจมากขึ้นเวลาจะจ่ายเงินให้กับเรา มีเบอร์โทรติดต่อได้ ก็ใส่ไป ผมเคยมีลูกค้าโทรมาหาตอนตีสาม โทรมาจากอังกฤษ ไอ้เราก็ง่วง ๆ แต่พอได้ยินตัวเลขออร์เดอร์เท่านั้น ตาสว่างเลย!! ที่สำคัญมาก ๆ นะครับ อีเมลล์ต้องตอบให้เราที่สุด!! อีเมลล์ก็เหมือนผักผลไม้ครับ เก็บไว้นาน ๆ จะเน่าจะเสียได้ ต้องรีบคว้ามาเคี้ยว เขาเขียนถึงเราแสดงว่าโอกาสที่เขาจะซื้อเราก็มีครึ่งนึงล่ะ แต่ถ้าเรามัวแต่รอเวลา ตอบช้า เขาก็ไปเว็บอื่น อย่าลืมนะครับ เราไม่ได้ทำเว็บไซต์อยู่คนเดียวในโลก

4. Marketing
ผมไม่มีชั้นเชิง ไม่มีกลยุทธอะไรมาก เน้นต่อยแบบมวยวัดเลย เอาสินค้าเรามาตั้งกลางโต๊ะและเริ่มวิเคราะห์เลย มันมีดีอะไร? ใครควรจะซื้อไปใช้ กลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มไหน พฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าเป็นยังไง เขาเล่นเน็ตบ่อยแค่ไหน เวลาไหน หรือสินค้านี้ขายได้เฉพาะช่วงเทศกาล เทศกาลอะไร ของ ๆ เรามีคู่แข่้งมั้ย ถ้ามีเขาขายเท่าไหร่ ทำไมเขาขายราคานั้น เราจะไปสู้เขาวิธีไหน คิดแล้วจดใส่กระดาษ จริง ๆ มันมีคำหรู ๆ อยู่คำนึงครับคือ SWOT (Strengths จุดแข็ง, Weaknesses จุดด้อย, Opportunities โอกาส, and Threats อุปสรรค) หาคำตอบจากมันให้เจอครับ แล้วจะสนุก!! เชื่อผม

5. Customer relationship management
"ความสัมพันธ์กับลูกค้า" เพราะเราไม่ต้องการให้ลูกค้าซื้อของ ๆ เรา แล้วหายไปเลย แน่นอนเราต้องการให้เขากลับมาที่ร้านเราอีกเพื่อมาซื้อซ้ำ ถ้าคุณทำอย่างนั้นได้ ผมว่าคุณเข้าใกล้ึความสำเร็จอีกขั้นแล้วครับ!! ผมจึงมีระบบ CRM ตัวนี้ ทำงานควบคู่กับการขายของผมไปด้วย ระบบของผมสามารถจดบันทึกรายชื่อลูกค้าได้ว่า เขามาซื้อวันเวลาไหนของปี ซื้อสินค้าประเภทไหนไป ตอนที่เขาซื้อ เขาส่งข้อความอะไรมาหาเรามั้ย เช่น ช่วยห่อของขวัญให้หน่อย เขียนการ์ดอวยพรวันเกิดให้หน่อย เป็นต้น  นั่นหมายความว่าลูกค้าคนนี้มีวันพิเศษที่เขามาซื้อสินค้ากับเรา ฉะนั้นในแต่ละปี พอใกล้วันพิเศษของลูกค้าคนนี้ ผมก็จะส่งอีเมลล์ไปอวยพรวันเกิด หรือส่งโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะลูกค้าคนนี้ เป็นต้น พอจะเห็นแนวทางแล้วใช่มั้ยครับ?

6. Price
การตั้งราคาสินค้า ผมก็ลุยถั่วอีกล่ะครับ บอกตรง ๆ ผมไม่ได้เรียนทางการตลาด หรือทางเศรษฐศาสตร์อะไรเทือกนี้เลย ผมเลยไม่มีระบบคำนวณราคาที่เป็นสูตรสวยหรู ผมเอาง่าย ๆ เลย ซื้อมาเท่าไหร่ บวกกำไรที่เราต้องการ (เคยอ่านเจอว่าบวกไปให้ไม่ต่ำกว่า 30% ของต้นทุนของ) และคำนวณค่าขนส่งให้ดี สินค้าแต่ละตัวค่าส่งไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก และช่องทางในการส่ง จะส่งแบบด่วน ส่งกับไปรษณ๊ย์หรือจะใช้บริการ courier อย่าง dhl, fedex ก็สุดแท้แต่ อย่างของผมส่งไปรษณีย์ครับ (แม้จะแอบด่าเขาอยู่บ่อยๆ  อิอิ) เพราะมันสะดวกครับ มีระบบคำนวณค่าส่งจากน้ำหนักในเว็บเขาอยู่แล้ว โดยแยกออกมาเป็นลิสต์ให้ดูเ้ลยว่าแต่ละประเภทค่าส่งเท่าไหร่ บอกใบ้นิดครับ ลูกค้ายุคนี้เขาชอบคำว่า Free Shipping มาก ๆ ครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็คงต้องบวกราคาค่าส่งลงในราคาสินค้าไปเลย (ย้ำ!! ว่าอย่าคำนวณพลาด)

7. Payment
ช่องทางรับเงิน ผมใช้ Paypal ครับ สะดวกดี แถมทุกวันนี้บ้านเรามีคนรับซื้อเงิน Paypal หลายคน ทำให้ Cash Flow ไม่สะดุดด้วย เพราะไม่ต้องรอเวลาโอนเงินเข้าธนาคารหลายวัน ซึ่งแน่นอนผมตั้งราคาสินค้า โดยเอาเรตที่แลกกับเพื่อน ๆ เป็นตัวตั้งครับ ถ้าวันไหนอยากได้เงินเยอะหน่อย ก็โอนเข้าธนาคาร ก็จะมีกำไรเพิ่มขึึ้นอีกนิด อิอิ

8. คิดไม่ออกแล้วครับ 5555 ไว้ค่อยมาต่ออีกแล้วกัน (ถ้ายังนึกออกว่าขาดเรื่องอะไรนะครับ)

ปล. ที่พิมพ์มายาวเหยียดนี่ ประสบการณ์ตรงครับ เจอทั้งอุปสรรค ทั้งกลีบกุหลาบมาเยอะ โดนหลอกก็มี (เคยเขียนไว้หลายปีแล้วในบอร์ดนี่แหละ) ส่งสินค้าแล้วเขายื่นขอคืนเงินก็มี เกิดจากความสะเพร่าของตัวเองบ้าง รู้เท่าไม่ถึงการณ์บ้าง แต่เหล่านั้นผมถือเป็นค่าครูครับ ซื้อบทเรียนไป สำคัญคือผมไม่ย่อท้อครับ มุ่งมั่น ตั้งเป้า เป้าหมายผมอยู่ไกล แต่ผมเริ่มเดินด้วยก้าวเล็ก ๆ ก่อนเสมอ ทำเว็บขายของค้าต่างประเทศต้องอดทนครับ และ !!ต้องอึดครับ!!  :wanwan003:

พิมพ์ผิดตกหล่นอะไรต้องขออภัยด้วยนะครับ ไม่ได้เกลา
Don't follow your dreams, lead them!
[direct=http://www.ladulfarm.com]เนื้อแดดเดียวอิสลาม[/direct] [direct=http://www.pressuregauge-vacuum.com/]ตัวแทนจำหน่าย Pressure Gauge คุณภาพ[/direct] [direct=http://www.facebook.com/ladulfarmfoods]เนื้อแปรรูปฮาลาลจากฟาร์มโคขุน[/direct] [direct=http://www.thaijoblistings.com]แหล่งหางานภูมิภาคเขต 7[/direct] [direct=http://www.thaihalaltrips.com/]Thai Halal Trips[/direct]

บักเติ้ง!

อ้างถึงจาก: Dr.Get ใน 21 กันยายน 2010, 07:08:06
alibaba  ขายส่งครับ   แต่ต้องมีการจัดทำเอกสารต่างๆด้วยนะครับ   :wanwan020:

เอกสารเกี่ยวกับอะไรครับผม  :wanwan003:

ใครเอาวิดีโอสอน CPA ของ Peerfly ผมไปลงเว็บอื่นที่หลังก็บอกกันบ้างครับ ไม่ใช่อยากเอาไปลงก็เอาไป
มันไม่ได้เป็นของคุณนะครับ แบบนี้ใครเค้าอยากจะ เขียนบทความหรืออัดวิดีโอใหม่ๆ ให้คุณกันละ

บักเติ้ง!

อ้างถึงจาก: maniacadsense ใน 21 กันยายน 2010, 08:59:43
ขอแชร์ประสบการณ์ตรงของผมนะครับ อาจจะอ่านงง ๆ เพราะผมพิมพ์เลย ขี้เกียจมานั่งเกลา  :-[

ส่วนตัวทำเว็บขายต่างประเทศมาหลายปีแล้ว ขายกระเป๋าหนังครับ ทุกวันนี้มีออร์เดอร์สั่งมาเฉลี่ยวันละ 10 ใบ (ชิ้นนึงหักลบแล้วผมได้กำไรอย่างต่ำ 500 บาท) ยังไม่นับคู่ค้าที่ซื้อไปขายต่อ ที่มีมาประจำทุกเดือน ผมขอแบ่งการทำงานของผมดังนี้นะครับ

Website
หัวใจหลักของธุรกิจของผม เพราะเราไม่มีหน้าร้าน ลูกค้าไม่สามารถจะจับต้องสินค้าได้ก่อนตัดสินใจซื้อ ฉะนั้นต้องคิดให้ดีว่า ออกแบบยังไงให้สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้ ซึ่งการทำงานในส่วนนี้ผมแบ่งย่อยลงไปอีก

1. Design
ผมเคยทำงานออกแบบเ็ว็บไซต์ครับ พอตัดสินใจกระโดดมาจับสินค้าและสร้างเว็บส่วนตัว แรกเริ่มเลยออกแบบเว็บอย่างเทพครับ ใส่แฟลชอลังการ หน้าเว็บประกายวูบวาบ กะว่าลูกค้าเข้ามาต้องประัทับใจในฝีมือการออกแบบของผมแน่ ๆ  แต่ผมคิดผิด!!! ทำอยู่ปีแรก ไม่มีออร์เดอร์เลยครับ ตอนนั้นก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ทำไมไม่มาซื้อสินค้า ทั้ง ๆ ที่ราคาก็ไม่แพง (เรื่องการตั้งราคาขอข้ามก่อนไว้อ่านต่อด้านล่าง) คิดจนหัวแตก เลยตัดสินใจเปิดดูเว็บขายสินค้าของต่างประเทศ เว็บเหล่านี้ออกแบบง่าย ๆ ครับ สะอาดสะอ้าน มีการวางลิงค์เข้าหาสินค้าชัดเจน พูดง่าย ๆ เปิดมาปุ๊ปซื้อของได้ปั๊ป ไม่ต้องมานั่งดู Flash Intro หรือความหาทั้งเพจเพื่อจะเข้าไปดูโปรดักซ์ แต่สุดท้ายก็ยังไม่เจอ?!!? ผมจึงปรับปรุงรูปแบบเว็บใหม่ กว่าจะลงตัวทุกวันนี้ได้ ก็เปลี่ยนไปสองสามครั้งครับ และก็ยังคงคิดที่จะพัฒนาปรับปรุงมันอยู่ทุกวัน

2. Promote
มีเว็บแล้ว ต้องป่าวประกาศครับ ว่าเราขายอะไร ในที่นี้ผมทำอะไรบ้างมาดูกัน

1.1 SEO
ได้เว็บหน้าตาใหม่แต่งสูทผูกไทอย่างดีแล้ว แต่จำนวนออร์เดอร์ก็ยังไม่มาตามที่ผมคาดหวังไว้ เอาล่ะวา!! เกิดอะไรขึ้น เริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ที่มันไม่มีคนมาซื้อของ ๆ เรา อาจจะเป็นไปได้ว่า ๆไม่มีใครรู้ว่าเราทำเว็บนี้ขึ้นมา หรือเขาอาจจะค้นใน Search Engine ไม่เจอเว็บเราก็เป็นได้ เพราะได้คำตอบแล้ว ก็เริ่มศึกษา SEO แล้วล่้ะครับ และผมตั้งเป้าไว้ว่า จะโปรโมทเว็บโดยไม่ใช้ PPC เลย (ตอนนั้นไม่มีทุน) ผมใช้เวลาสามเดือน ทำให้เว็บติดอันดับต้นๆใน google จนได้ ซึ่งวิธีการ ผมก็หาอ่านเอาในเว็บนี่แหละครับ ซื้อหนังสือมาบ้าง ปรับออนเพจ ใส่คีย์เวิร์ดเดนซิตี้ กันสนุกมือ ซับมิต SB, SE กระจาย สุดท้ายก็สำเร็จดังตั้งใจไว้ครับ แต่ก็ยังไม่หยุดที่จะทำมันต่อไป

1.2 Classified Board
ตอนที่ยังรับงานออกแบบเว็บอย่างจริงจัง ผมใช้วิธีโพสต์ตามเว็บลงประกาศ โพสต์โปรโมทเว็บให้กับลูกค้า ซึ่งก็ได้ผลดีระดับนึงเลยครับ แต่ต้องไม่ลืมใส่ลิงค์ของเว็บลงไปด้วยนะ ทีนี้พอมาขายสินค้าเอง ก็ยังใช้วิชานี้ในการเรียกลูกค้าเข้าร้านอยู่ครับ แต่เปลี่ยนจากโพสต์ในเว็บลงประกาศในไทย ก็ไปหาเว็บของต่างประเทศแทน อยากได้ประเทศไหนก็ค้นประเทศนั้นเลย เช่น usa classified board, uk free classified เป็นต้น ทำลิสต์ไว้แยกเป็นประเทศ ผมจะมีเว็บดู Worldtime (หาไม่ยาก) เพื่อดูว่าขณะที่เราโพสต์อยู่เนี่ย ประเทศนั้น ๆ กี่โมงแล้ว ถ้าโพสต์ไปแล้ว เขาจะมาเห็นโฆษณาเรามั้ย เพราะประกาศฟรีทั้งหลายมันจะลงไปเร็วมา โพสต์ชั่วโมงสองชั่วโมง ประกาศของเราก็ถูกผลักจนหายไปเลย

1.3 Email Marketing
ในเว็บของผมจะมีหน้าสำหรับให้ผู้เยี่ยมชมสมัครเพื่อรับข่าวสารจากทางเว็บ ผมก็ใช้ช่องทางนี้แหละครับ โปรโมทสินค้าใหม่ หรืออาจจะมีจัดรายการโปรโมชั่นส่งเฉพาะผู้ที่สมัครรับข่าวสารจากทางเรา คิดกลยุทธ คิดการตลาดไปเรื่อย ๆ สนุกครับ

1.4 Social Network
อันนี้ผมเพิ่งลองได้ไม่นาน ก็เห็นว่าน่าจะไปได้ดีทีเดียว ผมเลือกใช้อยู่สองตัวคือ Facebook และ Twitter เอาไว้ส่งข่าวสาร พูดคุย รับฟังข้อติชม เพื่อเอามาพัฒนาสินค้าของเรา และเป็นการสร้าง CRM (Customer relationship management) ที่ง่ายและได้ผลดีระดับนึง

1.5 Trade site/B2B Marketplace
ตลาดกลางซื้อขายบนโลกออนไลน์ ก็มีความสำคัญนะครับ เว็บไซต์ดัง ๆ อย่าง Alibaba.com , globalsources.com, ec21.com, tradekeys.com ผมไม่พลาดที่จะไปสมัครและโพสต์โปรไฟล์ร้านเราไว้ เพื่อที่จะได้หาคู่ค้าธุรกิจมาซื้อส่งสินค้าของเรา เว็บเหล่านี้เขาให้เราลงภาพสินค้าด้วย อย่าพลาดโอกาสเชียวล่ะครับ

3. Contact
ช่องทางติดต่อครับ มีอะไรใส่ไปให้หมด อย่าไปกั๊ก ผมสังเกตุหลายเว็บไซต์ไม่ชอบลงที่อยู่กัน ไม่รู้ทำไม กลัวสรรพากรจะตามมาเจอรึเปล่า ฮา..... อย่าไปกลัวครับ เรามีที่อยู่ร้านชัดเจน ลูกค้าก็มั่นใจมากขึ้นเวลาจะจ่ายเงินให้กับเรา มีเบอร์โทรติดต่อได้ ก็ใส่ไป ผมเคยมีลูกค้าโทรมาหาตอนตีสาม โทรมาจากอังกฤษ ไอ้เราก็ง่วง ๆ แต่พอได้ยินตัวเลขออร์เดอร์เท่านั้น ตาสว่างเลย!! ที่สำคัญมาก ๆ นะครับ อีเมลล์ต้องตอบให้เราที่สุด!! อีเมลล์ก็เหมือนผักผลไม้ครับ เก็บไว้นาน ๆ จะเน่าจะเสียได้ ต้องรีบคว้ามาเคี้ยว เขาเขียนถึงเราแสดงว่าโอกาสที่เขาจะซื้อเราก็มีครึ่งนึงล่ะ แต่ถ้าเรามัวแต่รอเวลา ตอบช้า เขาก็ไปเว็บอื่น อย่าลืมนะครับ เราไม่ได้ทำเว็บไซต์อยู่คนเดียวในโลก

4. Marketing
ผมไม่มีชั้นเชิง ไม่มีกลยุทธอะไรมาก เน้นต่อยแบบมวยวัดเลย เอาสินค้าเรามาตั้งกลางโต๊ะและเริ่มวิเคราะห์เลย มันมีดีอะไร? ใครควรจะซื้อไปใช้ กลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มไหน พฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าเป็นยังไง เขาเล่นเน็ตบ่อยแค่ไหน เวลาไหน หรือสินค้านี้ขายได้เฉพาะช่วงเทศกาล เทศกาลอะไร ของ ๆ เรามีคู่แข่้งมั้ย ถ้ามีเขาขายเท่าไหร่ ทำไมเขาขายราคานั้น เราจะไปสู้เขาวิธีไหน คิดแล้วจดใส่กระดาษ จริง ๆ มันมีคำหรู ๆ อยู่คำนึงครับคือ SWOT (Strengths จุดแข็ง, Weaknesses จุดด้อย, Opportunities โอกาส, and Threats อุปสรรค) หาคำตอบจากมันให้เจอครับ แล้วจะสนุก!! เชื่อผม

5. Customer relationship management
"ความสัมพันธ์กับลูกค้า" เพราะเราไม่ต้องการให้ลูกค้าซื้อของ ๆ เรา แล้วหายไปเลย แน่นอนเราต้องการให้เขากลับมาที่ร้านเราอีกเพื่อมาซื้อซ้ำ ถ้าคุณทำอย่างนั้นได้ ผมว่าคุณเข้าใกล้ึความสำเร็จอีกขั้นแล้วครับ!! ผมจึงมีระบบ CRM ตัวนี้ ทำงานควบคู่กับการขายของผมไปด้วย ระบบของผมสามารถจดบันทึกรายชื่อลูกค้าได้ว่า เขามาซื้อวันเวลาไหนของปี ซื้อสินค้าประเภทไหนไป ตอนที่เขาซื้อ เขาส่งข้อความอะไรมาหาเรามั้ย เช่น ช่วยห่อของขวัญให้หน่อย เขียนการ์ดอวยพรวันเกิดให้หน่อย เป็นต้น  นั่นหมายความว่าลูกค้าคนนี้มีวันพิเศษที่เขามาซื้อสินค้ากับเรา ฉะนั้นในแต่ละปี พอใกล้วันพิเศษของลูกค้าคนนี้ ผมก็จะส่งอีเมลล์ไปอวยพรวันเกิด หรือส่งโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะลูกค้าคนนี้ เป็นต้น พอจะเห็นแนวทางแล้วใช่มั้ยครับ?

6. Price
การตั้งราคาสินค้า ผมก็ลุยถั่วอีกล่ะครับ บอกตรง ๆ ผมไม่ได้เรียนทางการตลาด หรือทางเศรษฐศาสตร์อะไรเทือกนี้เลย ผมเลยไม่มีระบบคำนวณราคาที่เป็นสูตรสวยหรู ผมเอาง่าย ๆ เลย ซื้อมาเท่าไหร่ บวกกำไรที่เราต้องการ (เคยอ่านเจอว่าบวกไปให้ไม่ต่ำกว่า 30% ของต้นทุนของ) และคำนวณค่าขนส่งให้ดี สินค้าแต่ละตัวค่าส่งไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก และช่องทางในการส่ง จะส่งแบบด่วน ส่งกับไปรษณ๊ย์หรือจะใช้บริการ courier อย่าง dhl, fedex ก็สุดแท้แต่ อย่างของผมส่งไปรษณีย์ครับ (แม้จะแอบด่าเขาอยู่บ่อยๆ  อิอิ) เพราะมันสะดวกครับ มีระบบคำนวณค่าส่งจากน้ำหนักในเว็บเขาอยู่แล้ว โดยแยกออกมาเป็นลิสต์ให้ดูเ้ลยว่าแต่ละประเภทค่าส่งเท่าไหร่ บอกใบ้นิดครับ ลูกค้ายุคนี้เขาชอบคำว่า Free Shipping มาก ๆ ครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็คงต้องบวกราคาค่าส่งลงในราคาสินค้าไปเลย (ย้ำ!! ว่าอย่าคำนวณพลาด)

7. Payment
ช่องทางรับเงิน ผมใช้ Paypal ครับ สะดวกดี แถมทุกวันนี้บ้านเรามีคนรับซื้อเงิน Paypal หลายคน ทำให้ Cash Flow ไม่สะดุดด้วย เพราะไม่ต้องรอเวลาโอนเงินเข้าธนาคารหลายวัน ซึ่งแน่นอนผมตั้งราคาสินค้า โดยเอาเรตที่แลกกับเพื่อน ๆ เป็นตัวตั้งครับ ถ้าวันไหนอยากได้เงินเยอะหน่อย ก็โอนเข้าธนาคาร ก็จะมีกำไรเพิ่มขึึ้นอีกนิด อิอิ

8. คิดไม่ออกแล้วครับ 5555 ไว้ค่อยมาต่ออีกแล้วกัน (ถ้ายังนึกออกว่าขาดเรื่องอะไรนะครับ)

ปล. ที่พิมพ์มายาวเหยียดนี่ ประสบการณ์ตรงครับ เจอทั้งอุปสรรค ทั้งกลีบกุหลาบมาเยอะ โดนหลอกก็มี (เคยเขียนไว้หลายปีแล้วในบอร์ดนี่แหละ) ส่งสินค้าแล้วเขายื่นขอคืนเงินก็มี เกิดจากความสะเพร่าของตัวเองบ้าง รู้เท่าไม่ถึงการณ์บ้าง แต่เหล่านั้นผมถือเป็นค่าครูครับ ซื้อบทเรียนไป สำคัญคือผมไม่ย่อท้อครับ มุ่งมั่น ตั้งเป้า เป้าหมายผมอยู่ไกล แต่ผมเริ่มเดินด้วยก้าวเล็ก ๆ ก่อนเสมอ ทำเว็บขายของค้าต่างประเทศต้องอดทนครับ และ !!ต้องอึดครับ!!  :wanwan003:

พิมพ์ผิดตกหล่นอะไรต้องขออภัยด้วยนะครับ ไม่ได้เกลา

โอ้ ขอบคุณมากครับผม  :wanwan017:

ใครเอาวิดีโอสอน CPA ของ Peerfly ผมไปลงเว็บอื่นที่หลังก็บอกกันบ้างครับ ไม่ใช่อยากเอาไปลงก็เอาไป
มันไม่ได้เป็นของคุณนะครับ แบบนี้ใครเค้าอยากจะ เขียนบทความหรืออัดวิดีโอใหม่ๆ ให้คุณกันละ

jellyz

แม้ว่าไม่ได้ทำ แต่ก็ขอ +1 ให้กับความรู้ดีๆจากทั้งท่านทั้งหลาย รวมถึง เจ้าของกระทู้ ที่จุดประกายเรียกผู้รู้เข้ามา
I find that the harder I work the more luck I seem to have

บักเติ้ง!


ใครเอาวิดีโอสอน CPA ของ Peerfly ผมไปลงเว็บอื่นที่หลังก็บอกกันบ้างครับ ไม่ใช่อยากเอาไปลงก็เอาไป
มันไม่ได้เป็นของคุณนะครับ แบบนี้ใครเค้าอยากจะ เขียนบทความหรืออัดวิดีโอใหม่ๆ ให้คุณกันละ

Dr.Get



ลองซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านก่อนนะครับ  เพราะว่า alibaba  รายละเอียดค่อนข้างเยอะครับผม  หาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำนะครับ :wanwan020:

บักเติ้ง!


ใครเอาวิดีโอสอน CPA ของ Peerfly ผมไปลงเว็บอื่นที่หลังก็บอกกันบ้างครับ ไม่ใช่อยากเอาไปลงก็เอาไป
มันไม่ได้เป็นของคุณนะครับ แบบนี้ใครเค้าอยากจะ เขียนบทความหรืออัดวิดีโอใหม่ๆ ให้คุณกันละ

บักเติ้ง!

ถามต่อครับ คือ มีของเป้นการ์ด แต่ทำจากกระดาษ มีรูปลายไทยแปะอะครับ

ขาย 6 ดอล นี้แพงไปหรือเปล่าครับ  :wanwan044:

ใครเอาวิดีโอสอน CPA ของ Peerfly ผมไปลงเว็บอื่นที่หลังก็บอกกันบ้างครับ ไม่ใช่อยากเอาไปลงก็เอาไป
มันไม่ได้เป็นของคุณนะครับ แบบนี้ใครเค้าอยากจะ เขียนบทความหรืออัดวิดีโอใหม่ๆ ให้คุณกันละ

Laos-Airtickets

+1 กระทู้นี้เยี่ยมจริงๆครับ สนใจจะทำส่งออก ที่ alibaba พอดีเลยยยย  :wanwan017:  :wanwan011:


Free & Easy Package at Muangthong Hotel in Luang Prabang 7,500 THB (Twin room)with Lao Airlines
http://www.google.co.th/local/trader/listing/-/c49155ed8133ff55/_419cc70d89e7e38d_?state=EggaBHVzZXIgARoLCNX-z4nYvdXIxAE

360mins

เห็นว่ากระทู้มีประโยชน์ขอขุดขึ้นมาหน่อยนะครับ  ขอบคุณ คุณ maniacadsense มากครับ  :wanwan017:

Mr.Commerce

อ้างถึงจาก: maniacadsense ใน 21 กันยายน 2010, 08:59:43
ขอแชร์ประสบการณ์ตรงของผมนะครับ อาจจะอ่านงง ๆ เพราะผมพิมพ์เลย ขี้เกียจมานั่งเกลา  :-[

ส่วนตัวทำเว็บขายต่างประเทศมาหลายปีแล้ว ขายกระเป๋าหนังครับ ทุกวันนี้มีออร์เดอร์สั่งมาเฉลี่ยวันละ 10 ใบ (ชิ้นนึงหักลบแล้วผมได้กำไรอย่างต่ำ 500 บาท) ยังไม่นับคู่ค้าที่ซื้อไปขายต่อ ที่มีมาประจำทุกเดือน ผมขอแบ่งการทำงานของผมดังนี้นะครับ

Website
หัวใจหลักของธุรกิจของผม เพราะเราไม่มีหน้าร้าน ลูกค้าไม่สามารถจะจับต้องสินค้าได้ก่อนตัดสินใจซื้อ ฉะนั้นต้องคิดให้ดีว่า ออกแบบยังไงให้สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้ ซึ่งการทำงานในส่วนนี้ผมแบ่งย่อยลงไปอีก

1. Design
ผมเคยทำงานออกแบบเ็ว็บไซต์ครับ พอตัดสินใจกระโดดมาจับสินค้าและสร้างเว็บส่วนตัว แรกเริ่มเลยออกแบบเว็บอย่างเทพครับ ใส่แฟลชอลังการ หน้าเว็บประกายวูบวาบ กะว่าลูกค้าเข้ามาต้องประัทับใจในฝีมือการออกแบบของผมแน่ ๆ  แต่ผมคิดผิด!!! ทำอยู่ปีแรก ไม่มีออร์เดอร์เลยครับ ตอนนั้นก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ทำไมไม่มาซื้อสินค้า ทั้ง ๆ ที่ราคาก็ไม่แพง (เรื่องการตั้งราคาขอข้ามก่อนไว้อ่านต่อด้านล่าง) คิดจนหัวแตก เลยตัดสินใจเปิดดูเว็บขายสินค้าของต่างประเทศ เว็บเหล่านี้ออกแบบง่าย ๆ ครับ สะอาดสะอ้าน มีการวางลิงค์เข้าหาสินค้าชัดเจน พูดง่าย ๆ เปิดมาปุ๊ปซื้อของได้ปั๊ป ไม่ต้องมานั่งดู Flash Intro หรือความหาทั้งเพจเพื่อจะเข้าไปดูโปรดักซ์ แต่สุดท้ายก็ยังไม่เจอ?!!? ผมจึงปรับปรุงรูปแบบเว็บใหม่ กว่าจะลงตัวทุกวันนี้ได้ ก็เปลี่ยนไปสองสามครั้งครับ และก็ยังคงคิดที่จะพัฒนาปรับปรุงมันอยู่ทุกวัน

2. Promote
มีเว็บแล้ว ต้องป่าวประกาศครับ ว่าเราขายอะไร ในที่นี้ผมทำอะไรบ้างมาดูกัน

1.1 SEO
ได้เว็บหน้าตาใหม่แต่งสูทผูกไทอย่างดีแล้ว แต่จำนวนออร์เดอร์ก็ยังไม่มาตามที่ผมคาดหวังไว้ เอาล่ะวา!! เกิดอะไรขึ้น เริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ที่มันไม่มีคนมาซื้อของ ๆ เรา อาจจะเป็นไปได้ว่า ๆไม่มีใครรู้ว่าเราทำเว็บนี้ขึ้นมา หรือเขาอาจจะค้นใน Search Engine ไม่เจอเว็บเราก็เป็นได้ เพราะได้คำตอบแล้ว ก็เริ่มศึกษา SEO แล้วล่้ะครับ และผมตั้งเป้าไว้ว่า จะโปรโมทเว็บโดยไม่ใช้ PPC เลย (ตอนนั้นไม่มีทุน) ผมใช้เวลาสามเดือน ทำให้เว็บติดอันดับต้นๆใน google จนได้ ซึ่งวิธีการ ผมก็หาอ่านเอาในเว็บนี่แหละครับ ซื้อหนังสือมาบ้าง ปรับออนเพจ ใส่คีย์เวิร์ดเดนซิตี้ กันสนุกมือ ซับมิต SB, SE กระจาย สุดท้ายก็สำเร็จดังตั้งใจไว้ครับ แต่ก็ยังไม่หยุดที่จะทำมันต่อไป

1.2 Classified Board
ตอนที่ยังรับงานออกแบบเว็บอย่างจริงจัง ผมใช้วิธีโพสต์ตามเว็บลงประกาศ โพสต์โปรโมทเว็บให้กับลูกค้า ซึ่งก็ได้ผลดีระดับนึงเลยครับ แต่ต้องไม่ลืมใส่ลิงค์ของเว็บลงไปด้วยนะ ทีนี้พอมาขายสินค้าเอง ก็ยังใช้วิชานี้ในการเรียกลูกค้าเข้าร้านอยู่ครับ แต่เปลี่ยนจากโพสต์ในเว็บลงประกาศในไทย ก็ไปหาเว็บของต่างประเทศแทน อยากได้ประเทศไหนก็ค้นประเทศนั้นเลย เช่น usa classified board, uk free classified เป็นต้น ทำลิสต์ไว้แยกเป็นประเทศ ผมจะมีเว็บดู Worldtime (หาไม่ยาก) เพื่อดูว่าขณะที่เราโพสต์อยู่เนี่ย ประเทศนั้น ๆ กี่โมงแล้ว ถ้าโพสต์ไปแล้ว เขาจะมาเห็นโฆษณาเรามั้ย เพราะประกาศฟรีทั้งหลายมันจะลงไปเร็วมา โพสต์ชั่วโมงสองชั่วโมง ประกาศของเราก็ถูกผลักจนหายไปเลย

1.3 Email Marketing
ในเว็บของผมจะมีหน้าสำหรับให้ผู้เยี่ยมชมสมัครเพื่อรับข่าวสารจากทางเว็บ ผมก็ใช้ช่องทางนี้แหละครับ โปรโมทสินค้าใหม่ หรืออาจจะมีจัดรายการโปรโมชั่นส่งเฉพาะผู้ที่สมัครรับข่าวสารจากทางเรา คิดกลยุทธ คิดการตลาดไปเรื่อย ๆ สนุกครับ

1.4 Social Network
อันนี้ผมเพิ่งลองได้ไม่นาน ก็เห็นว่าน่าจะไปได้ดีทีเดียว ผมเลือกใช้อยู่สองตัวคือ Facebook และ Twitter เอาไว้ส่งข่าวสาร พูดคุย รับฟังข้อติชม เพื่อเอามาพัฒนาสินค้าของเรา และเป็นการสร้าง CRM (Customer relationship management) ที่ง่ายและได้ผลดีระดับนึง

1.5 Trade site/B2B Marketplace
ตลาดกลางซื้อขายบนโลกออนไลน์ ก็มีความสำคัญนะครับ เว็บไซต์ดัง ๆ อย่าง Alibaba.com , globalsources.com, ec21.com, tradekeys.com ผมไม่พลาดที่จะไปสมัครและโพสต์โปรไฟล์ร้านเราไว้ เพื่อที่จะได้หาคู่ค้าธุรกิจมาซื้อส่งสินค้าของเรา เว็บเหล่านี้เขาให้เราลงภาพสินค้าด้วย อย่าพลาดโอกาสเชียวล่ะครับ

3. Contact
ช่องทางติดต่อครับ มีอะไรใส่ไปให้หมด อย่าไปกั๊ก ผมสังเกตุหลายเว็บไซต์ไม่ชอบลงที่อยู่กัน ไม่รู้ทำไม กลัวสรรพากรจะตามมาเจอรึเปล่า ฮา..... อย่าไปกลัวครับ เรามีที่อยู่ร้านชัดเจน ลูกค้าก็มั่นใจมากขึ้นเวลาจะจ่ายเงินให้กับเรา มีเบอร์โทรติดต่อได้ ก็ใส่ไป ผมเคยมีลูกค้าโทรมาหาตอนตีสาม โทรมาจากอังกฤษ ไอ้เราก็ง่วง ๆ แต่พอได้ยินตัวเลขออร์เดอร์เท่านั้น ตาสว่างเลย!! ที่สำคัญมาก ๆ นะครับ อีเมลล์ต้องตอบให้เราที่สุด!! อีเมลล์ก็เหมือนผักผลไม้ครับ เก็บไว้นาน ๆ จะเน่าจะเสียได้ ต้องรีบคว้ามาเคี้ยว เขาเขียนถึงเราแสดงว่าโอกาสที่เขาจะซื้อเราก็มีครึ่งนึงล่ะ แต่ถ้าเรามัวแต่รอเวลา ตอบช้า เขาก็ไปเว็บอื่น อย่าลืมนะครับ เราไม่ได้ทำเว็บไซต์อยู่คนเดียวในโลก

4. Marketing
ผมไม่มีชั้นเชิง ไม่มีกลยุทธอะไรมาก เน้นต่อยแบบมวยวัดเลย เอาสินค้าเรามาตั้งกลางโต๊ะและเริ่มวิเคราะห์เลย มันมีดีอะไร? ใครควรจะซื้อไปใช้ กลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มไหน พฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าเป็นยังไง เขาเล่นเน็ตบ่อยแค่ไหน เวลาไหน หรือสินค้านี้ขายได้เฉพาะช่วงเทศกาล เทศกาลอะไร ของ ๆ เรามีคู่แข่้งมั้ย ถ้ามีเขาขายเท่าไหร่ ทำไมเขาขายราคานั้น เราจะไปสู้เขาวิธีไหน คิดแล้วจดใส่กระดาษ จริง ๆ มันมีคำหรู ๆ อยู่คำนึงครับคือ SWOT (Strengths จุดแข็ง, Weaknesses จุดด้อย, Opportunities โอกาส, and Threats อุปสรรค) หาคำตอบจากมันให้เจอครับ แล้วจะสนุก!! เชื่อผม

5. Customer relationship management
"ความสัมพันธ์กับลูกค้า" เพราะเราไม่ต้องการให้ลูกค้าซื้อของ ๆ เรา แล้วหายไปเลย แน่นอนเราต้องการให้เขากลับมาที่ร้านเราอีกเพื่อมาซื้อซ้ำ ถ้าคุณทำอย่างนั้นได้ ผมว่าคุณเข้าใกล้ึความสำเร็จอีกขั้นแล้วครับ!! ผมจึงมีระบบ CRM ตัวนี้ ทำงานควบคู่กับการขายของผมไปด้วย ระบบของผมสามารถจดบันทึกรายชื่อลูกค้าได้ว่า เขามาซื้อวันเวลาไหนของปี ซื้อสินค้าประเภทไหนไป ตอนที่เขาซื้อ เขาส่งข้อความอะไรมาหาเรามั้ย เช่น ช่วยห่อของขวัญให้หน่อย เขียนการ์ดอวยพรวันเกิดให้หน่อย เป็นต้น  นั่นหมายความว่าลูกค้าคนนี้มีวันพิเศษที่เขามาซื้อสินค้ากับเรา ฉะนั้นในแต่ละปี พอใกล้วันพิเศษของลูกค้าคนนี้ ผมก็จะส่งอีเมลล์ไปอวยพรวันเกิด หรือส่งโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะลูกค้าคนนี้ เป็นต้น พอจะเห็นแนวทางแล้วใช่มั้ยครับ?

6. Price
การตั้งราคาสินค้า ผมก็ลุยถั่วอีกล่ะครับ บอกตรง ๆ ผมไม่ได้เรียนทางการตลาด หรือทางเศรษฐศาสตร์อะไรเทือกนี้เลย ผมเลยไม่มีระบบคำนวณราคาที่เป็นสูตรสวยหรู ผมเอาง่าย ๆ เลย ซื้อมาเท่าไหร่ บวกกำไรที่เราต้องการ (เคยอ่านเจอว่าบวกไปให้ไม่ต่ำกว่า 30% ของต้นทุนของ) และคำนวณค่าขนส่งให้ดี สินค้าแต่ละตัวค่าส่งไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก และช่องทางในการส่ง จะส่งแบบด่วน ส่งกับไปรษณ๊ย์หรือจะใช้บริการ courier อย่าง dhl, fedex ก็สุดแท้แต่ อย่างของผมส่งไปรษณีย์ครับ (แม้จะแอบด่าเขาอยู่บ่อยๆ  อิอิ) เพราะมันสะดวกครับ มีระบบคำนวณค่าส่งจากน้ำหนักในเว็บเขาอยู่แล้ว โดยแยกออกมาเป็นลิสต์ให้ดูเ้ลยว่าแต่ละประเภทค่าส่งเท่าไหร่ บอกใบ้นิดครับ ลูกค้ายุคนี้เขาชอบคำว่า Free Shipping มาก ๆ ครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็คงต้องบวกราคาค่าส่งลงในราคาสินค้าไปเลย (ย้ำ!! ว่าอย่าคำนวณพลาด)

7. Payment
ช่องทางรับเงิน ผมใช้ Paypal ครับ สะดวกดี แถมทุกวันนี้บ้านเรามีคนรับซื้อเงิน Paypal หลายคน ทำให้ Cash Flow ไม่สะดุดด้วย เพราะไม่ต้องรอเวลาโอนเงินเข้าธนาคารหลายวัน ซึ่งแน่นอนผมตั้งราคาสินค้า โดยเอาเรตที่แลกกับเพื่อน ๆ เป็นตัวตั้งครับ ถ้าวันไหนอยากได้เงินเยอะหน่อย ก็โอนเข้าธนาคาร ก็จะมีกำไรเพิ่มขึึ้นอีกนิด อิอิ

8. คิดไม่ออกแล้วครับ 5555 ไว้ค่อยมาต่ออีกแล้วกัน (ถ้ายังนึกออกว่าขาดเรื่องอะไรนะครับ)

ปล. ที่พิมพ์มายาวเหยียดนี่ ประสบการณ์ตรงครับ เจอทั้งอุปสรรค ทั้งกลีบกุหลาบมาเยอะ โดนหลอกก็มี (เคยเขียนไว้หลายปีแล้วในบอร์ดนี่แหละ) ส่งสินค้าแล้วเขายื่นขอคืนเงินก็มี เกิดจากความสะเพร่าของตัวเองบ้าง รู้เท่าไม่ถึงการณ์บ้าง แต่เหล่านั้นผมถือเป็นค่าครูครับ ซื้อบทเรียนไป สำคัญคือผมไม่ย่อท้อครับ มุ่งมั่น ตั้งเป้า เป้าหมายผมอยู่ไกล แต่ผมเริ่มเดินด้วยก้าวเล็ก ๆ ก่อนเสมอ ทำเว็บขายของค้าต่างประเทศต้องอดทนครับ และ !!ต้องอึดครับ!!  :wanwan003:

พิมพ์ผิดตกหล่นอะไรต้องขออภัยด้วยนะครับ ไม่ได้เกลา
[/quoเราจะแก้ปัญหาลูกค้าโกงได้อย่างไงครับ  เช่น จ่าย paypal แล้วเอาเงินคืน 






เราจะแก้ปัญหาลูกค้าโกงได้อย่างไงครับ  เช่น จ่าย paypal แล้วเอาเงินคืน 

@StarexVIP

อ้างถึงจาก: maniacadsense ใน 21 กันยายน 2010, 08:59:43
ขอแชร์ประสบการณ์ตรงของผมนะครับ อาจจะอ่านงง ๆ เพราะผมพิมพ์เลย ขี้เกียจมานั่งเกลา  :-[

ส่วนตัวทำเว็บขายต่างประเทศมาหลายปีแล้ว ขายกระเป๋าหนังครับ ทุกวันนี้มีออร์เดอร์สั่งมาเฉลี่ยวันละ 10 ใบ (ชิ้นนึงหักลบแล้วผมได้กำไรอย่างต่ำ 500 บาท) ยังไม่นับคู่ค้าที่ซื้อไปขายต่อ ที่มีมาประจำทุกเดือน ผมขอแบ่งการทำงานของผมดังนี้นะครับ

Website
หัวใจหลักของธุรกิจของผม เพราะเราไม่มีหน้าร้าน ลูกค้าไม่สามารถจะจับต้องสินค้าได้ก่อนตัดสินใจซื้อ ฉะนั้นต้องคิดให้ดีว่า ออกแบบยังไงให้สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้ ซึ่งการทำงานในส่วนนี้ผมแบ่งย่อยลงไปอีก

1. Design
ผมเคยทำงานออกแบบเ็ว็บไซต์ครับ พอตัดสินใจกระโดดมาจับสินค้าและสร้างเว็บส่วนตัว แรกเริ่มเลยออกแบบเว็บอย่างเทพครับ ใส่แฟลชอลังการ หน้าเว็บประกายวูบวาบ กะว่าลูกค้าเข้ามาต้องประัทับใจในฝีมือการออกแบบของผมแน่ ๆ  แต่ผมคิดผิด!!! ทำอยู่ปีแรก ไม่มีออร์เดอร์เลยครับ ตอนนั้นก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ทำไมไม่มาซื้อสินค้า ทั้ง ๆ ที่ราคาก็ไม่แพง (เรื่องการตั้งราคาขอข้ามก่อนไว้อ่านต่อด้านล่าง) คิดจนหัวแตก เลยตัดสินใจเปิดดูเว็บขายสินค้าของต่างประเทศ เว็บเหล่านี้ออกแบบง่าย ๆ ครับ สะอาดสะอ้าน มีการวางลิงค์เข้าหาสินค้าชัดเจน พูดง่าย ๆ เปิดมาปุ๊ปซื้อของได้ปั๊ป ไม่ต้องมานั่งดู Flash Intro หรือความหาทั้งเพจเพื่อจะเข้าไปดูโปรดักซ์ แต่สุดท้ายก็ยังไม่เจอ?!!? ผมจึงปรับปรุงรูปแบบเว็บใหม่ กว่าจะลงตัวทุกวันนี้ได้ ก็เปลี่ยนไปสองสามครั้งครับ และก็ยังคงคิดที่จะพัฒนาปรับปรุงมันอยู่ทุกวัน

2. Promote
มีเว็บแล้ว ต้องป่าวประกาศครับ ว่าเราขายอะไร ในที่นี้ผมทำอะไรบ้างมาดูกัน

1.1 SEO
ได้เว็บหน้าตาใหม่แต่งสูทผูกไทอย่างดีแล้ว แต่จำนวนออร์เดอร์ก็ยังไม่มาตามที่ผมคาดหวังไว้ เอาล่ะวา!! เกิดอะไรขึ้น เริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ที่มันไม่มีคนมาซื้อของ ๆ เรา อาจจะเป็นไปได้ว่า ๆไม่มีใครรู้ว่าเราทำเว็บนี้ขึ้นมา หรือเขาอาจจะค้นใน Search Engine ไม่เจอเว็บเราก็เป็นได้ เพราะได้คำตอบแล้ว ก็เริ่มศึกษา SEO แล้วล่้ะครับ และผมตั้งเป้าไว้ว่า จะโปรโมทเว็บโดยไม่ใช้ PPC เลย (ตอนนั้นไม่มีทุน) ผมใช้เวลาสามเดือน ทำให้เว็บติดอันดับต้นๆใน google จนได้ ซึ่งวิธีการ ผมก็หาอ่านเอาในเว็บนี่แหละครับ ซื้อหนังสือมาบ้าง ปรับออนเพจ ใส่คีย์เวิร์ดเดนซิตี้ กันสนุกมือ ซับมิต SB, SE กระจาย สุดท้ายก็สำเร็จดังตั้งใจไว้ครับ แต่ก็ยังไม่หยุดที่จะทำมันต่อไป

1.2 Classified Board
ตอนที่ยังรับงานออกแบบเว็บอย่างจริงจัง ผมใช้วิธีโพสต์ตามเว็บลงประกาศ โพสต์โปรโมทเว็บให้กับลูกค้า ซึ่งก็ได้ผลดีระดับนึงเลยครับ แต่ต้องไม่ลืมใส่ลิงค์ของเว็บลงไปด้วยนะ ทีนี้พอมาขายสินค้าเอง ก็ยังใช้วิชานี้ในการเรียกลูกค้าเข้าร้านอยู่ครับ แต่เปลี่ยนจากโพสต์ในเว็บลงประกาศในไทย ก็ไปหาเว็บของต่างประเทศแทน อยากได้ประเทศไหนก็ค้นประเทศนั้นเลย เช่น usa classified board, uk free classified เป็นต้น ทำลิสต์ไว้แยกเป็นประเทศ ผมจะมีเว็บดู Worldtime (หาไม่ยาก) เพื่อดูว่าขณะที่เราโพสต์อยู่เนี่ย ประเทศนั้น ๆ กี่โมงแล้ว ถ้าโพสต์ไปแล้ว เขาจะมาเห็นโฆษณาเรามั้ย เพราะประกาศฟรีทั้งหลายมันจะลงไปเร็วมา โพสต์ชั่วโมงสองชั่วโมง ประกาศของเราก็ถูกผลักจนหายไปเลย

1.3 Email Marketing
ในเว็บของผมจะมีหน้าสำหรับให้ผู้เยี่ยมชมสมัครเพื่อรับข่าวสารจากทางเว็บ ผมก็ใช้ช่องทางนี้แหละครับ โปรโมทสินค้าใหม่ หรืออาจจะมีจัดรายการโปรโมชั่นส่งเฉพาะผู้ที่สมัครรับข่าวสารจากทางเรา คิดกลยุทธ คิดการตลาดไปเรื่อย ๆ สนุกครับ

1.4 Social Network
อันนี้ผมเพิ่งลองได้ไม่นาน ก็เห็นว่าน่าจะไปได้ดีทีเดียว ผมเลือกใช้อยู่สองตัวคือ Facebook และ Twitter เอาไว้ส่งข่าวสาร พูดคุย รับฟังข้อติชม เพื่อเอามาพัฒนาสินค้าของเรา และเป็นการสร้าง CRM (Customer relationship management) ที่ง่ายและได้ผลดีระดับนึง

1.5 Trade site/B2B Marketplace
ตลาดกลางซื้อขายบนโลกออนไลน์ ก็มีความสำคัญนะครับ เว็บไซต์ดัง ๆ อย่าง Alibaba.com , globalsources.com, ec21.com, tradekeys.com ผมไม่พลาดที่จะไปสมัครและโพสต์โปรไฟล์ร้านเราไว้ เพื่อที่จะได้หาคู่ค้าธุรกิจมาซื้อส่งสินค้าของเรา เว็บเหล่านี้เขาให้เราลงภาพสินค้าด้วย อย่าพลาดโอกาสเชียวล่ะครับ

3. Contact
ช่องทางติดต่อครับ มีอะไรใส่ไปให้หมด อย่าไปกั๊ก ผมสังเกตุหลายเว็บไซต์ไม่ชอบลงที่อยู่กัน ไม่รู้ทำไม กลัวสรรพากรจะตามมาเจอรึเปล่า ฮา..... อย่าไปกลัวครับ เรามีที่อยู่ร้านชัดเจน ลูกค้าก็มั่นใจมากขึ้นเวลาจะจ่ายเงินให้กับเรา มีเบอร์โทรติดต่อได้ ก็ใส่ไป ผมเคยมีลูกค้าโทรมาหาตอนตีสาม โทรมาจากอังกฤษ ไอ้เราก็ง่วง ๆ แต่พอได้ยินตัวเลขออร์เดอร์เท่านั้น ตาสว่างเลย!! ที่สำคัญมาก ๆ นะครับ อีเมลล์ต้องตอบให้เราที่สุด!! อีเมลล์ก็เหมือนผักผลไม้ครับ เก็บไว้นาน ๆ จะเน่าจะเสียได้ ต้องรีบคว้ามาเคี้ยว เขาเขียนถึงเราแสดงว่าโอกาสที่เขาจะซื้อเราก็มีครึ่งนึงล่ะ แต่ถ้าเรามัวแต่รอเวลา ตอบช้า เขาก็ไปเว็บอื่น อย่าลืมนะครับ เราไม่ได้ทำเว็บไซต์อยู่คนเดียวในโลก

4. Marketing
ผมไม่มีชั้นเชิง ไม่มีกลยุทธอะไรมาก เน้นต่อยแบบมวยวัดเลย เอาสินค้าเรามาตั้งกลางโต๊ะและเริ่มวิเคราะห์เลย มันมีดีอะไร? ใครควรจะซื้อไปใช้ กลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มไหน พฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าเป็นยังไง เขาเล่นเน็ตบ่อยแค่ไหน เวลาไหน หรือสินค้านี้ขายได้เฉพาะช่วงเทศกาล เทศกาลอะไร ของ ๆ เรามีคู่แข่้งมั้ย ถ้ามีเขาขายเท่าไหร่ ทำไมเขาขายราคานั้น เราจะไปสู้เขาวิธีไหน คิดแล้วจดใส่กระดาษ จริง ๆ มันมีคำหรู ๆ อยู่คำนึงครับคือ SWOT (Strengths จุดแข็ง, Weaknesses จุดด้อย, Opportunities โอกาส, and Threats อุปสรรค) หาคำตอบจากมันให้เจอครับ แล้วจะสนุก!! เชื่อผม

5. Customer relationship management
"ความสัมพันธ์กับลูกค้า" เพราะเราไม่ต้องการให้ลูกค้าซื้อของ ๆ เรา แล้วหายไปเลย แน่นอนเราต้องการให้เขากลับมาที่ร้านเราอีกเพื่อมาซื้อซ้ำ ถ้าคุณทำอย่างนั้นได้ ผมว่าคุณเข้าใกล้ึความสำเร็จอีกขั้นแล้วครับ!! ผมจึงมีระบบ CRM ตัวนี้ ทำงานควบคู่กับการขายของผมไปด้วย ระบบของผมสามารถจดบันทึกรายชื่อลูกค้าได้ว่า เขามาซื้อวันเวลาไหนของปี ซื้อสินค้าประเภทไหนไป ตอนที่เขาซื้อ เขาส่งข้อความอะไรมาหาเรามั้ย เช่น ช่วยห่อของขวัญให้หน่อย เขียนการ์ดอวยพรวันเกิดให้หน่อย เป็นต้น  นั่นหมายความว่าลูกค้าคนนี้มีวันพิเศษที่เขามาซื้อสินค้ากับเรา ฉะนั้นในแต่ละปี พอใกล้วันพิเศษของลูกค้าคนนี้ ผมก็จะส่งอีเมลล์ไปอวยพรวันเกิด หรือส่งโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะลูกค้าคนนี้ เป็นต้น พอจะเห็นแนวทางแล้วใช่มั้ยครับ?

6. Price
การตั้งราคาสินค้า ผมก็ลุยถั่วอีกล่ะครับ บอกตรง ๆ ผมไม่ได้เรียนทางการตลาด หรือทางเศรษฐศาสตร์อะไรเทือกนี้เลย ผมเลยไม่มีระบบคำนวณราคาที่เป็นสูตรสวยหรู ผมเอาง่าย ๆ เลย ซื้อมาเท่าไหร่ บวกกำไรที่เราต้องการ (เคยอ่านเจอว่าบวกไปให้ไม่ต่ำกว่า 30% ของต้นทุนของ) และคำนวณค่าขนส่งให้ดี สินค้าแต่ละตัวค่าส่งไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก และช่องทางในการส่ง จะส่งแบบด่วน ส่งกับไปรษณ๊ย์หรือจะใช้บริการ courier อย่าง dhl, fedex ก็สุดแท้แต่ อย่างของผมส่งไปรษณีย์ครับ (แม้จะแอบด่าเขาอยู่บ่อยๆ  อิอิ) เพราะมันสะดวกครับ มีระบบคำนวณค่าส่งจากน้ำหนักในเว็บเขาอยู่แล้ว โดยแยกออกมาเป็นลิสต์ให้ดูเ้ลยว่าแต่ละประเภทค่าส่งเท่าไหร่ บอกใบ้นิดครับ ลูกค้ายุคนี้เขาชอบคำว่า Free Shipping มาก ๆ ครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็คงต้องบวกราคาค่าส่งลงในราคาสินค้าไปเลย (ย้ำ!! ว่าอย่าคำนวณพลาด)

7. Payment
ช่องทางรับเงิน ผมใช้ Paypal ครับ สะดวกดี แถมทุกวันนี้บ้านเรามีคนรับซื้อเงิน Paypal หลายคน ทำให้ Cash Flow ไม่สะดุดด้วย เพราะไม่ต้องรอเวลาโอนเงินเข้าธนาคารหลายวัน ซึ่งแน่นอนผมตั้งราคาสินค้า โดยเอาเรตที่แลกกับเพื่อน ๆ เป็นตัวตั้งครับ ถ้าวันไหนอยากได้เงินเยอะหน่อย ก็โอนเข้าธนาคาร ก็จะมีกำไรเพิ่มขึึ้นอีกนิด อิอิ

8. คิดไม่ออกแล้วครับ 5555 ไว้ค่อยมาต่ออีกแล้วกัน (ถ้ายังนึกออกว่าขาดเรื่องอะไรนะครับ)

ปล. ที่พิมพ์มายาวเหยียดนี่ ประสบการณ์ตรงครับ เจอทั้งอุปสรรค ทั้งกลีบกุหลาบมาเยอะ โดนหลอกก็มี (เคยเขียนไว้หลายปีแล้วในบอร์ดนี่แหละ) ส่งสินค้าแล้วเขายื่นขอคืนเงินก็มี เกิดจากความสะเพร่าของตัวเองบ้าง รู้เท่าไม่ถึงการณ์บ้าง แต่เหล่านั้นผมถือเป็นค่าครูครับ ซื้อบทเรียนไป สำคัญคือผมไม่ย่อท้อครับ มุ่งมั่น ตั้งเป้า เป้าหมายผมอยู่ไกล แต่ผมเริ่มเดินด้วยก้าวเล็ก ๆ ก่อนเสมอ ทำเว็บขายของค้าต่างประเทศต้องอดทนครับ และ !!ต้องอึดครับ!!  :wanwan003:

พิมพ์ผิดตกหล่นอะไรต้องขออภัยด้วยนะครับ ไม่ได้เกลา

ชอบครับ +1
[direct=http://www.plcmitsubishi.in.th/]plc mitsubishi[/direct]

haward

GPS กรมขนส่งฯ รถตู้ รถบรรทุก รถพ่วงลากจูง รถขนส่งวัตถุอันตรา
[direct=https://www.cleversoftgps.com]GPS กรมขนส่งฯ รถตู้ รถบรรทุก รถพ่วงลากจูง รถขนส่งวัตถุอันตรา[/direct]


eyourhand

ชอบครับ +1

สำหรับซื้อขายกับต่างประเทศ ถ้าสินค้าไทย แล้ว เป็นโอกาสมากเลยครับที่จะต้องทำงานออนไลน์

ถ้าเราเป็น SME ขนาดกลาง ขนาดย่อมด้้วยแล้ว ต้องรีบปรับตัวเข้าหาออนไลน์ให้มากๆ และเร็วๆเข้าไว้ เพราะการเปิดตลาดของ ผู้ประกอบการรายใหญ่ กำลังจะมาเร็วๆนี้
ที่เราเรียกว่า AEC 2015 - การค้าเสรีอาเซียน จะเกิดการลงทุนของชาวต่างชาติ ที่สามารถเข้าถือหุ้นได้เต็มที่ และมีช่องทาง ไม่มีข้อผูดมัดมากมาย เค้าจะลงทุน แล้วบางที
knowledge / know how ของคนไทย จะถูกกลืนไปกันกับ ชาวต่างชาิติที่มาทำงาน อย่างเวียดนาม ก็จะแห่เข้ามาให้บ้านเราได้ เพราะภาษาเค้าดีกว่า

เรียกได้ว่า ถ้าความพร้อมเราน้อย นั่นคือปรับไม่ทันชาวบ้านเค้าหรอก ถ้าไม่นิ่งนอนใจ ผู้ประกอบการไทย สินค้าไทย ให้รีบทำงานออนไลน์ โปรโมท และขายในลักษณะ b2b , b2c โดยใช้อิสระของโลกออนไลน์ ความได้เปรียบนี้ ต้องสร้างความเชื่อมั่นโดยเริ่มจาก

1. การสร้างร้านค้าออนไลน์ ที่มีความเป็นสากล ใช้งานง่าย เข้าใจง่าย เป็นมาตราฐาน มีระบบการชำระเงินออนไลน์ อย่าง Credit card, Paypal, Google checkout  โดยให้มองหา CMS ด้าน E-Commerce อย่าง Magento เป็นต้น (ซึ่งมีข้อดีอยู่มาก ในทีนี้ไม่พูดถึง)
2. ศึกษาตลาดโดยการ ปรึกษากับทาง กรมส่งเสริมการส่งออก ว่าสินค้าชนิดเรา ประเทศที่เค้าต้องการมากวัดเป็นสถิติแล้ว กลุ่มประเทศไหน มีคู่แข่งมากน้อยเพียงใด
3. พยายามทำการโปรโมท ทั้งแบบฟรี และแบบเสียเงิน เพื่อนำเสนอ โปรดักส์ ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตา กลุ่มต่างชาิติ ที่จะมาเป็นลูกค้า รายย่อย รายใหญ่ ในอนาคต
4. ในกรณีขนส่งระหว่างประเทศ ในลักษณะเป็น carton หรือ pallet ผ่านทางเรือ ให้ปรึกษาทาง บริษัท ที่ทำงานเป็น ตัวแทน นำเข้า-ส่งออก (Freight Forwarder) จะมีให้คำแนะนำ ด้านการส่งใน term ต่างๆ Ex-work , FOB เป็นต้น รวมถึง ภาษีทางศุลกากร ต่างๆ
5. เมื่อพบเจอปัญหา ให้มาปรึกษาที่นี่ ห้อง E-Commerce ของ ThaiSEOBoard เพื่อแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ ต่างๆ จากคนที่เคยเจอมา

เท่านี้ก็เรียกว่าได้เปิดตลาดออนไลน์แล้ว และทุกอย่างย่อมมีอุปสรรค ปัญหา แน่นอน เริ่มต้นได้เลยดีกว่าครับ !!  :wanwan017:  :wanwan003:
[direct= https://www.facebook.com/share/1CS2KVrYoTgRKAKA/?mibextid=LQQJ4d]บริการรันบอทรายเดือนเพียง 1,000 บาท ด้วย 7days Crypto Spot Grid & Sell MT5 BOT เพื่อไม่พลาดทำกำไรสภาวะตลาดขาลง หรือ sideway down ขณะที่ตลาดขาขึ้น ก็ทำกำไรได้เช่นกัน ติดต่อหรือติดตามเพจ คลิ๊กลิ้งค์นี้ได้เลยครับ[/direct]

[direct=https://docs.google.com/document/d/1--EVqdmIBAU5EruKW7c1DWjS8xNdt1c4eYhocDR-L9w/edit]คู่มือ เงื่อนไขการเทรดของบอทครับ คลิ๊กที่นี่อ่านได้เลย[/direct]