[PRESTASHOP 1.3.1] New Theme + Search(Support Thai) + ฯลฯ แบบตัว install ครับ

เริ่มโดย kennn, 09 ธันวาคม 2009, 19:23:04

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

Takt

ทำเว็บขายเสี้อผ้าน่าจะมีกระเป๋ารวมอยู่เว็บเดียวกัน อาจจับเสื้อแฟชั่นถ่ายรูปให้เข้าชุดกับกระเป๋าดูน่าซื้อเหมือนกันค่ะ
หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว-ในบ้าน ถ้ามีสินค้าเกี่ยวกับอุปกรณ์เกี่ยวกับตกแต่งสวนอย่างพวกไฟสนามเล็กๆ หรือโป๊ะไฟ แบ่งหมวดเอาปุ๋ยมาขายพ่วงน่าจะได้นะ
ส่วนใบชาต่างๆ ทำอีกเว็บต่างหากดีกว่าค่ะ ทั้งชาจีน,ชาฝรั่ง, ชาสมุนไพรต่างๆ มันมีหลากหลายแบ่งหมวดย่อยได้เยอะค่ะ
ไม่มีความสำเร็จใดๆ ในโลกนี้ไ้ด้มาง่ายๆ แต่ก็ไม่มี"คนมุ่งมั่น"คนใดจะไม่พบความสำเร็จ
  [direct=http://www.cheapsbooking.com].[/direct][direct=..[/direct]

kennn

อ้างถึงจาก: ss_soda ใน 08 พฤษภาคม 2011, 08:55:12
ขอความเห็นและเหตุผลเพื่อนๆด้วยครับ ยกตัวอย่างอธิบายเอาแบบง่ายๆ คือว่า

หาก มีสินค้าที่จะเปิดเว็บฯขาย 5 ชนิด ( อนาคตจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ )
1.เสื้อผ้าแฟร์ชั่น มีสินค้า 30-50 รายการ
2.กระเป๋าผู้หญิง, กระเป๋าสตังค์ชาย  มีสินค้า 100+ รายการ
3.เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว&ในบ้าน เช่น เครื่องดูดฝุ่น, ไดล์เป่าผม มีสินค้า 20 รายการ
4.ปุ๋ยอินทรืพืช มีสินค้า 3-5 รายการ
5.ใบชาจีน, ชาเขียว , ชาอื่นๆ  มีสินค้า 20-30 รายการ

ทำเว็บฯร้านค้าออนไล์ลํกษณะไหน จะ Ok ที่สุด ครับ
1.ควรจะแยกเว็บฯไปเลย เสื้อผ้าแฟร์ชั่นดอทคอม, ชาดอทคอม ...
2.รวมไว้ในเว็บเดียว เช่น ของขายดอทคอม
2.1แล้วแยกหมวดหมู่สินค้าเอา
2.2ทำเป็น Sub Domain

เพื่อนๆคิดว่าแบบไหนมีลักษณะดีกว่า แบบไหนด้อยกว่า หรือแนวทางอื่นที่นอกเหนือจากข้างบนบ้างไหม ครับ
สินค้าประเภทที่ใกล้เคียงกันก็สามารถขายร่วมในเว็บเดียวกันได้ครับ โดยแบ่งหมวดหมู่ย่อยออกไป เช่น เครื่องสำอางค์กับเสื้อผ้าก็พอไปด้วยกันได้ แต่เครื่องสำอางค์กับเครื่องใช้ไฟฟ้าน่าจะแยกไปคนละเว็บครับ

ในความคิดผม ผมคิดว่ามันอยู่ที่คีย์ด้วยครับ ถ้าเราอยากได้อันดับที่ดีๆและครองตำแหน่งหน้าแรกในคีย์หลัก เราก็ควรทำเว็บย่อยๆออกไปครับ ยกตัวอย่าง เว็บคุณ ss_soda ขายแผ่น DVD และอยากขาย "เครื่องเล่น DVD" ด้วย ซึ่งก็คือ หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า จริงๆมันก็ดูเข้ากันอยู่นะครับ แต่การที่เราจะอยู่ตำแหน่งดีๆในคีย์ "เครื่องเล่น DVD" ถ้าคีย์นี้มีคู่แข่งที่ค่อนข้างแข็ง เราก็ควรจะเปิดเว็บย่อยไปเลยครับ จะทำให้เว็บเรามีผลพลอยได้ในคีย์ย่อยอื่นๆด้วยครับ แต่ถ้าวิเคราะห์คู่แข่งแล้วพบว่าคู่แข่งงั้นๆ เราก็เพิ่มเป็นหมวดหมู่ย่อยภายในเว็บขาย DVD นั้นเลยก็ได้ครับ แต่ถ้าหากพบว่าคู่แข่งแข็ง แล้วเรายังเพิ่มคีย์ "เครื่องเล่น DVD" เป็นหมวดหมู่ย่อย สินค้าเครื่องเล่น DVD ในเว็บก็จะเป็นแค่อุปกรณ์เสริมที่รอให้คนที่ค้นหาหนังเรื่องหนึ่งมาซื้อพ่วงเข้าไปด้วยแค่นั้นครับ

บางท่านอาจคิดว่า ก็เปิด Blog ฟรี แล้วยิงคีย์นั้นมาที่หมวดหมู่ย่อย "เครื่องเล่น DVD" ก็ได้ แบบนี้ก็ดีครับ แต่ได้กี่คีย์ หากทำหลายคีย์ต้องใช้กี่ Blog ถ้าเปิดอีกเว็บมีคีย์ในโดเมน เราจะเหนื่อยน้อยกว่ามากๆครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกอย่างต้องลองเองก่อนสักช่วงครับ คือ เปิดหมวดหมู่ย่อยภายในเว็บไปเลย จากนั้นก็ Track ข้อมูลเอาว่ามีผลตอบรับดีแค่ไหน อันดับในคีย์นั้นๆดีมัย ถ้าดีก็ทำไปเรื่อยๆเลยครับ และแนะนำว่าให้เปิดเว็บใหม่อีกเว็บไปเลย แต่ถ้าไม่ดีก็ต้องวิเคราะห์ว่าคีย์นั้นเว็บเราอยู่ที่เท่าไหร่ ดันขึ้นหรือไม่ ถ้าดันไม่ขึ้นแต่คิดว่ามันน่าจะทำกำไรได้ก็เสี่ยงเปิดเว็บใหม่ เช่าโดเมนมีคีย์นั้นๆ แล้วก็ลองดันคีย์นั้นๆดูใหม่ครับ

เพิ่มเติมเรื่องคีย์อีกนิดครับ เราก็ต้องแยกคีย์ก่อนครับว่า คีย์ไหนเป็นคีย์ที่น่าจะเป็นอุปกรณ์เสริม,สินค้าซื้อร่วมกันหรือไม่ ถ้าวิเคราะห์แล้วคีย์น่าจะเป็นอุปกรณ์เสริม,สินค้าซื้อร่วมกัน เราก็สร้างเป็นหมวดหมู่ย่อยในเว็บนั้นเลย เช่น เว็บขายปุ๋ย ลูกค้าก็อาจจะซื้อน้ำยาพ่นหญ้าเพิ่ม เราก็ไม่ต้องไปเปิดเว็บขายน้ำยาพ่นหญ้าใหม่ หรือ เว็บขาย DVD ลูกค้าแต่ละคนที่มาซื้อ DVD ก็คงมีเครื่องเล่น DVD อยู่แล้ว นานๆทีคงจะเปลี่ยนสักที ดังนั้นเราไปเปิดเป็นอีกเว็บเพื่อหาลูกค้าที่ต้องการเครื่องเล่น DVD เลยดีกว่า(แต่เราก็ยังคงเปิดหมวดหมู่ย่อยไว้เผื่อลูกค้าสักคนจะซื้อเครื่องเล่น DVD เนื่องจากยังมีความเข้ากันอยู่) แต่เราเปิดหมวดหมู่ขายแว่น 3 มิติ, กล่องเก็บ DVD, น้ำยาล้างแผ่น DVD ในเว็บขาย DVD แทน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมไม่ใช่นักวิเคราะห์ที่ดีเท่าไหร่ ข้อมูลที่ให้ไว้ด้านบนเป็นเพียงไอเดียในการต่อยอดเท่านั้น บางท่านเมื่อได้ศึกษาจริงๆอาจจะได้แนวทางที่ดีกว่าผมครับ
[direct=https://www.strikeprofx.com/th/]StrikeProFx โบรกเกอร์ Forex ฝาก-ถอนรวดเร็ว[/direct]
[direct=https://www.strikeprofx.com/]StrikeProFx Best Forex Broker Fast Deposit&Withdraw[/direct]

ss_soda

ขอบคุณ คุณ kennn ครับ
ผมก็คิดจะทำเป็นโดเมนย่อยตามคุณ kennn แนะนำครับ

Piscess


คิดว่าน่าจะ....

1.ควรจะแยกเว็บฯไปเลย เสื้อผ้าแฟร์ชั่นดอทคอม, ชาดอทคอม ...


Piscess

อ้างถึงจาก: natthakornpo ใน 03 พฤษภาคม 2011, 17:22:14
ขอถามหน่อยครับ เพิ่งหัดใช้ครับ



ต้องใส่คำสั่งอะไรเพิ่มครับ

ผมใช้ Version 1.3.1.1  ธีมธรรมดาครับ

รบกวนผู้รู้ด้วยนะครับ
:wanwan008:

เคยทำอยู่ค่ะ แต่จำไม่ได้ว่าตรงไหนแล้ว
เดี๋ยวไปดูแล้วมาตอบนะคะ


netstrom

ยังพอมีให้โหลดอยู่ไหมครับ พอดีผมติดตั้งเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดแล้วมันใช้ไม่ได้ครับ กำลังจะทำเวปขายของกับเขาบ้าง :wanwan031: :wanwan031:

~SolariS~

อ้างถึงจาก: ss_soda ใน 08 พฤษภาคม 2011, 08:55:12
ขอความเห็นและเหตุผลเพื่อนๆด้วยครับ ยกตัวอย่างอธิบายเอาแบบง่ายๆ คือว่า

หาก มีสินค้าที่จะเปิดเว็บฯขาย 5 ชนิด ( อนาคตจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ )
1.เสื้อผ้าแฟร์ชั่น มีสินค้า 30-50 รายการ
2.กระเป๋าผู้หญิง, กระเป๋าสตังค์ชาย  มีสินค้า 100+ รายการ
3.เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว&ในบ้าน เช่น เครื่องดูดฝุ่น, ไดล์เป่าผม มีสินค้า 20 รายการ
4.ปุ๋ยอินทรืพืช มีสินค้า 3-5 รายการ
5.ใบชาจีน, ชาเขียว , ชาอื่นๆ  มีสินค้า 20-30 รายการ

ทำเว็บฯร้านค้าออนไล์ลํกษณะไหน จะ Ok ที่สุด ครับ
1.ควรจะแยกเว็บฯไปเลย เสื้อผ้าแฟร์ชั่นดอทคอม, ชาดอทคอม ...
2.รวมไว้ในเว็บเดียว เช่น ของขายดอทคอม
2.1แล้วแยกหมวดหมู่สินค้าเอา
2.2ทำเป็น Sub Domain

เพื่อนๆคิดว่าแบบไหนมีลักษณะดีกว่า แบบไหนด้อยกว่า หรือแนวทางอื่นที่นอกเหนือจากข้างบนบ้างไหม ครับ
ถ้าเป็นผม ผมจะแยกไปเลยครับคนละโดเมน เพราะเล่น keyword ได้เต็มที่ครับ แต่ถ้าไม่อยากต่อโดเมนปีละเยอะๆ ก็ทำใน Sub ก็ได้ครับ

ส่วนตัวแล้วผมว่า ถ้าเป็นคนไม่ค่อยรู้เรื่อง internet เค้าจะจำแต่ domain ครับ เค้าจะไม่รู้ว่า sub ข้างหน้าคืออะไร ทำให้เวลาเค้าจะจำ มันจะลำบากกว่า อย่างเช่น เว็บขายกระเป๋าของท่านเกิดมีคนซื้อเยอะมาก แต่ดันเว็บ sub ของโดเมนหลัก ท่านว่าเวลาคนที่เข้ามาเค้าไปบอกต่อเพื่อนๆ เค้าจะบอกยังไงอ่ะครับ เพราะมันจะยาว (อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะครับ)

แต่ถ้าเน้นคนเข้าจาก search engine ก็แล้วแต่ครับ เพราะทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับการทำ seo

ขอบคุณครับ  :wanwan017:
[direct=http://www.amuaylek.com]เสื้อผ้าแฟชั่น พร้อมส่ง[/direct]
[direct=http://www.makeupintrend.com]ขายเครื่องสำอางค์[/direct]
[direct=http://www.facebook.com/amuaylekshop]เสื้อผ้าแฟชั่น พร้อมส่ง[/direct]
[direct=http://littledogcm.blogspot.com]ปอมเมอเรเนียน[/direct]

ss_soda


whitedevil

สินค้าภายในร้านเราสามารถกำหนดเองได้ไหมว่า สินค้าชนิดนี้ เป็น สินค้าใหม่ สินค้าขายดี สินค้าแนะนำ ถ้าได้ไปทำตรงไหนค่ะ ขอบคุณค่ะ

pisitkai

อยากทำเว็ปจองโรงแรม โดยใช้ PS
ไม่ต้องการให้มันแสดงตรงขั้นตอนจัดส่ง
อยากให้ข้ามไปขั้นตอนจ่ายเงินเลย
พอมีโครทราบบ้างครับ
แก้โค้ดตรงใหน?

ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ไก่

Piscess

อ้างถึงจาก: whitedevil ใน 13 พฤษภาคม 2011, 16:22:54
สินค้าภายในร้านเราสามารถกำหนดเองได้ไหมว่า สินค้าชนิดนี้ เป็น สินค้าใหม่ สินค้าขายดี สินค้าแนะนำ ถ้าได้ไปทำตรงไหนค่ะ ขอบคุณค่ะ

สินค้าแนะนำทำตรงไหนไม่แน่ใจค่ะ แต่เวบเราใช้วิธีสร้างหน้า CMS ขึ้นมาใหม่ แล้วใส่สินค้าแนะนำลงไปหน้านั้น
นานแล้ว ยังแนะนำได้แค่สามอย่างเอง  :-X

kennn

อ้างถึงจาก: whitedevil ใน 13 พฤษภาคม 2011, 16:22:54
สินค้าภายในร้านเราสามารถกำหนดเองได้ไหมว่า สินค้าชนิดนี้ เป็น สินค้าใหม่ สินค้าขายดี สินค้าแนะนำ ถ้าได้ไปทำตรงไหนค่ะ ขอบคุณค่ะ

กำหนดเองได้ครับ แต่ค่อนข้างยุ่งยากสักนิด ดูขั้นตอนดังนี้ครับ

สินค้าใหม่
เมื่อเราเพิ่มสินค้าเข้าร้านใหม่ สินค้านั้นๆก็ถือว่าเป็นสินค้าใหม่ครับ ช่วงระยะเวลาที่จะบอกว่าสินค้านี้เป็นสินค้าใหม่อยู่ที่เรากำหนดค่า จำนวนวันที่ต้องการ ให้แสดงเป็นสินค้าใหม่: ที่หน้า Back Office >> Preferences >> Products ปกติอยู่ที่ 20 วันมั้งครับ จำไม่ได้นะครับ และเมื่อเลย 20 วันไป แต่ยังต้องการแนะนำสินค้าตัวนั้นๆให้เป็นสินค้าใหม่ เราก็ใช้วิธีลบสินค้าตัวนั้นทิ้งไปก่อน แล้วก็สร้างสินค้าตัวนั้นขึ้นมาใหม่ครับ วิธีนี้ยุ่งยากน้อยสุดแล้วครับ

สินค้าแนะนำ
สินค้าแนะนำเราต้องใช้โมดูล home featured เข้ามาช่วยครับ โดยเราต้องเข้าใจหลักของการเพิ่มสินค้านิดหนึ่งก่อนครับ การเพิ่มสินค้าเราไม่จำเป็นต้องเข้าไปในแต่ละหมวดหมู่สินค้าแล้วค่อยทำการเพิ่มสินค้านะครับ เราสามารถเพิ่มสินค้าในหน้าแรกของ Catalog ได้เลย โดยคลิกที่ลิงค์ เพิ่มสินค้าใหม่ ถ้าเราต้องการให้สินค้าตัวนี้อยู่ในหมวดหมู่ไหน เราก็ใช้วิธีติ๊กเลือกหมวดหมู่ในการเพิ่มรายละเอียดสินค้าได้เลย และถ้าต้องการให้สินค้านั้นๆแสดงในหน้าแรกหรือ Featured Product เราก็ต้องติ๊กหมวดหมู่ Home ให้กับสินค้านั้นๆควบคู่ไปด้วยครับ และทุกครั้งที่เราทำการอัพเดทสินค้าตัวนั้นๆ สินค้าตัวนั้นๆก็จะมาแสดงอยู่ในลำดับที่หนึ่งครับ ดังนั้นสินค้าตัวไหนเพิ่มเข้าไปเป็นตัวสุดท้าย สินค้าตัวนั้นก็จะมาแสดงในลำดับที่หนึ่งใน Featured Product ครับ หรือถ้าต้องการแนะนำบางตัวก็ทำ Ads ขึ้นมาโดยใช้ Home text editor ช่วยในการทำเป็นโฆษณาครับ

สินค้าขายดี
ในการเปิดร้านใหม่เราก็คงยังไม่มีสินค้าขายดีมาโชว์ แต่ถ้าอยากมีขึ้นมาโชว์ ก็ให้เราสร้าง account แบบลูกค้าขึ้นมาสักหนึ่งบัญชีครับ จากนั้นก็ให้ทำการเลือกซื้อสินค้าที่เราต้องการจะโชว์เป็นสินค้าขายดี กี่รายการก็แล้วแต่เลยครับ ค่าปกติก็อยู่ที่ 10 รายการ แต่ถ้าเป็นตัวที่ผมทำมาแจกก็สามารถตั้งค่าได้ครับ(ย้อนกลับไปสักหน้าสองหน้าก็จะเจอตัวที่ผมแจก) แต่ละรายการกำหนดจำนวนให้ลดหลั่นกันไปครับ ต้องการให้สินค้าตัวไหนอยู่ลำดับที่หนึ่งก็ซื้อจำนวนมากหน่อย แล้วก็ลดจำนวนในแต่ละสินค้าลงมาเรื่อยๆเป็นลำดับครับ แล้วทำการสั่งซื้อจนจบขั้นตอน จากนั้นก็เข้าหลังร้านและไปเปลี่ยนสถานะ Order รายการสั่งซื้อนั้นให้เป็น "Delivery" หรือ "ชำระเงินแล้ว" แค่นี้หน้าร้านของเราก็จะมีสินค้าขายดีมาโชว์แล้วครับ
[direct=https://www.strikeprofx.com/th/]StrikeProFx โบรกเกอร์ Forex ฝาก-ถอนรวดเร็ว[/direct]
[direct=https://www.strikeprofx.com/]StrikeProFx Best Forex Broker Fast Deposit&Withdraw[/direct]

Piscess

ขอถามค่ะ
แรกๆตอนทำเวบใหม่ๆ สร้างหมวดหมู่แบบรวมสินค้าไว้เลย อย่างเช่นสินค้าขนาด 10 กรัม ก็รวมหลายชนิดไว้ในหมวดหมู่ 10 กรัม
หลังๆมานี่รู้สึกว่าลูกค้าจะหาชื่อสินค้าไม่ค่อยเจอ หรือมองไม่เห็นบล็อกแค็ตตาล็อกเลยก็มี  เพราะในแบรนด์มีสินค้าหลายตัวมาก
บางทีลูกค้าโทรมาถามก็ต้องบอกทางไปว่าเมนูอยู่ซ้ายมือนะคะ ชื่อนี้ คลิกเข้าไปค่ะแล้วจะเจอรายละเอียดสินค้าว่ามีตัวไหนบ้าง ( ซึ่งเป็นบ่อย )  :-X

จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขหมวดหมู่ใหม่ทั้งหมดก็เกรงว่าอันดับจะร่วง  :wanwan009:
อยากทราบว่ามีวิธีไหนบ้างที่เราจะเพิ่มชื่อสินค้าในบล็อกแค๊ตตาล็อกได้โดยไม่ต้องแก้ไขหมวดหมู่ใหม่ หรือย้ายไปย้ายมา

ถ้าจะใช้วิธีสร้างหมวดหมู่ใหม่มันจะทำให้หน้าเพจเพิ่มเยอะเกินไปมั้ยคะ ( คิดว่าหน้าเพจเกิน 100 ขึ้น google ก็อาจจะเซ็ง เวบนี้ทำไมมันข้อมูลเยอะแท้ )

สร้างหมวดหมู่ใหม่เพิ่มขึ้นโดยไม่ลบหมวดหมู่เดิม และใช้ชื่อสินค้าเป็นหลัก อาจจะทำให้ดูง่ายขึ้น
เช่น ครีมน้ำนม แล้วในหมวดหมู่ครีมน้ำนม พอเราคลิกเข้าไปก็จะเจอแต่ครีมน้ำนม 5 กรัม 10 กรัม 40 กรัม
ครีมน้ำผึ้ง ก็จะเจอแต่ครีมน้ำผึ้งอย่างเดียวน่ะค่ะ

คิดว่าแบบนี้จะดีมั้ยคะ

หรือว่าจะใส่ในบล็อกลิ้งค์ดีคะ ???


juon_one

[direct=http://www.iinzone.com/]โปรโมทเว็บไซต์ฟรี[/direct] ซับมิทฟรี !!! PR 2 Dofollow Links 100% บอทแรงๆ Index เร็วๆ มาดูด PR กันเถอะ !!!

[direct=https://domains.live.com/members/signup.aspx?domain=iinzone.com]Free Email ฟรี !!! อีเมล์ [email protected][/direct][direct=http://www.webincare.com/]รับทำเว็บไซต์[/direct][direct=http://www.webincare.com/]รับออกแบบเว็บไซต์[/direct][direct=http://www.191host.com/?refer_id=11358]191host hosting เร็ว แรง ราคาถูก !!![/direct]

kennn

อ้างถึงจาก: Piscess ใน 15 พฤษภาคม 2011, 01:47:01
ขอถามค่ะ
แรกๆตอนทำเวบใหม่ๆ สร้างหมวดหมู่แบบรวมสินค้าไว้เลย อย่างเช่นสินค้าขนาด 10 กรัม ก็รวมหลายชนิดไว้ในหมวดหมู่ 10 กรัม
หลังๆมานี่รู้สึกว่าลูกค้าจะหาชื่อสินค้าไม่ค่อยเจอ หรือมองไม่เห็นบล็อกแค็ตตาล็อกเลยก็มี  เพราะในแบรนด์มีสินค้าหลายตัวมาก
บางทีลูกค้าโทรมาถามก็ต้องบอกทางไปว่าเมนูอยู่ซ้ายมือนะคะ ชื่อนี้ คลิกเข้าไปค่ะแล้วจะเจอรายละเอียดสินค้าว่ามีตัวไหนบ้าง ( ซึ่งเป็นบ่อย )  :-X

จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขหมวดหมู่ใหม่ทั้งหมดก็เกรงว่าอันดับจะร่วง  :wanwan009:
อยากทราบว่ามีวิธีไหนบ้างที่เราจะเพิ่มชื่อสินค้าในบล็อกแค๊ตตาล็อกได้โดยไม่ต้องแก้ไขหมวดหมู่ใหม่ หรือย้ายไปย้ายมา

ถ้าจะใช้วิธีสร้างหมวดหมู่ใหม่มันจะทำให้หน้าเพจเพิ่มเยอะเกินไปมั้ยคะ ( คิดว่าหน้าเพจเกิน 100 ขึ้น google ก็อาจจะเซ็ง เวบนี้ทำไมมันข้อมูลเยอะแท้ )

สร้างหมวดหมู่ใหม่เพิ่มขึ้นโดยไม่ลบหมวดหมู่เดิม และใช้ชื่อสินค้าเป็นหลัก อาจจะทำให้ดูง่ายขึ้น
เช่น ครีมน้ำนม แล้วในหมวดหมู่ครีมน้ำนม พอเราคลิกเข้าไปก็จะเจอแต่ครีมน้ำนม 5 กรัม 10 กรัม 40 กรัม
ครีมน้ำผึ้ง ก็จะเจอแต่ครีมน้ำผึ้งอย่างเดียวน่ะค่ะ

คิดว่าแบบนี้จะดีมั้ยคะ

หรือว่าจะใส่ในบล็อกลิ้งค์ดีคะ ???



ผมเพิ่งสังเกตุเว็บคุณพีซเหมือนกันครับว่าทำหมวดหมู่ไว้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หลักการเพิ่มหมวดหมู่ก็มีนะครับ บางทีเราจะเพิ่มตามใจเราคิดไม่ได้ครับ ถ้าอยู่ในโลก ของ SEO เราต้องจำแนกสินค้าของเราออกมาก่อนครับว่าสินค้าของเรามีผลิตภัณฑ์ประเภทไหนบ้าง เช่น ทำความสะอาดหน้า, บำรุงหน้า, แต่งหน้า, ลดเลือนจุดด่างดำ (ที่กล่าวมาคือเบสิคของเว็บที่ขายเครื่องสำอางค์) แต่ในปัจจุบันมันต้องจำแนกยิ่งกว่าที่กล่าวมาอีกครับ เช่น ครีมบำรุงหน้ามาดามออร์แกนิก, สบู่มาดามออร์แกนิก และยังไม่เท่านี้นะครับ เราต้องวิเคราะห์หรือที่เค้าเรียกกันว่า Research คำที่เราเลือกมาด้วยครับ ว่ามีการค้นหาประมาณเท่าไหร่ คุ้มที่จะนำคำมาทำเป็นหมวดหมู่หรือชื่อสินค้าหรือไม่ ทุกอย่างต้องวิเคราะห์หมดครับ เช่น คำที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้ค้นหาอาจจะเป็นคำว่า "สบู่ Madame organic" เยอะกว่าคำว่า "สบู่มาดามออร์แกนิก" เราก็จะใช้คำว่า "สบู่ Madame organic" มาทำเป็นชื่อหมวดหมู่แทนครับ ลูกค้าส่วนใหญ่คงจะไม่ได้หาจากน้ำหนักของสินค้าแน่นอนครับ ดังนั้นคุณพีชคงต้องเสียเวลามานั่งแก้ไขข้อมูลในเว็บใหม่แล้วละครับ เพื่อการทำงานที่ง่ายขึ้นในอนาคตครับ

ส่วนเรื่องอันดับหลังจากการเปลี่ยนแปลงเว็บ ให้คิดแบบนี้ครับ เมื่อเราทำการวิเคราะห์คำที่นำมาใช้แล้วและพบว่าจำนวนการค้นหาดี จำนวนคนเข้าเว็บจะเยอะขึ้นครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จำนวนคนจะเยอะขึ้นหรือไม่ก็ต้องวิเคราะห์คู่แข่งด้วยครับ และคำที่นำมาใช้เป็นคำที่ตรงกลุ่มเป้าหมายในการซื้อหรือไม่ก็ต้องวิเคราะห์จาก Keyword จาก Stat ในร้านเราช่วยในการวิเคราะห์ด้วยอีกทีครับ (ชักจะเยอะนะเนี่ย..) คำเดิมคำไหนที่เราอยู่ในอันดับที่ดีและทำให้เราได้ลูกค้า เราก็เก็บคำนั้นไว้ด้วยครับ เราต้องไม่ลืมว่า เราสามารถเน้นอันดับของคำใดคำหนึ่งได้ครับ

คุณพีชคงหนักใจคำว่า "ครีมมาดาม" จะหล่นลงมาหลังจากเปลี่ยนแปลงหมวดหมู่ใช่มัยครับ ขอตอบว่าคงหล่นยากครับ ผมแนะนำว่าให้แก้ไขหมวดหมู่ใหม่ไปเลยครับ เพราะคำนี้เป็นคำหลักของเว็บในหน้าแรก และภายในหน้าแรกก็มีการโปรยคำนี้ไว้เยอะ ซึ่ง Google เข้าใจว่าเว็บนี้เน้นสินค้าตัวนี้แน่นอน

การเพิ่มหมวดหมู่ใหม่ หรือเพิ่มหมวดหมู่ใหม่โดยไม่ลบหมวดหมู่เดิม แนะนำว่าให้ดูจากที่เราจำแนกไว้ และดูจากหลักความจำเป็นครับ หากเพิ่มหมวดหมู่ใหม่ การแสดงตำแหน่งของสินค้าต้องมีตำแหน่งไม่ซ้ำกับตำแหน่งของสินค้าในหมวดหมู่อื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น เราสร้างหมวดหมู่ "สบู่มาดามออร์แกนิก" และ "Soap มาดามออร์แกนิก" (เราอาจจะอยากเพิ่มคำค้นหาให้กับเว็บจึงทำเช่นนี้) ซึ่งทั้ง 2 หมวดมีสินค้าและตำแหน่งเหมือนกันแน่นอน แบบนี้ Google ถือว่าเป็น Dulpicate Content นะครับ เพราะมีการเรียก 2 URL แต่เนื้อหาใน 2 หน้าเหมือนกัน

เพิ่มเติมให้อีกนิดครับ คุณพีชอาจจะใช้คำที่วิเคราะมาแล้วผสมกับน้ำหนักของสินค้าด้วยก็ได้ครับ เช่น ครีมบำรุงผิวมาดามออร์แกนิก 10g. หรือเราอาจจะตั้งชื่อหมวดหมู่แค่ "ครีมบำรุงผิวมาดามออร์แกนิก" แต่ในแต่ละรายละเอียดสินค้า เราตั้งค่า Arttibute เกี่ยวกับการเพิ่มน้ำหนักเข้าไปด้วยครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่ว่าเรารู้จักคำที่ลูกค้าใช้ค้นหาเยอะแค่ไหนครับ หากส่วนใหญ่ลูกค้าใช้คำว่า ครีมบำรุงผิวมาดามออร์แกนิก, สบู่มาดามออร์แกนิก, ครีมไข่มุกมาดามออร์แกนิก โดยที่ไม่มีคำที่เกี่ยวกับน้ำหนักเข้ามาเกี่ยวข้องในการค้นหาเลย เราก็ใช้ Arttibute ในตัวสินค้าแทนดีกว่า แต่ถ้าสินค้ายอดฮิตส่วนใหญ่ลูกค้าหาจากน้ำหนักด้วย เช่น "โปรตีนสาหร่าย 10g", ฯลฯ  ถ้ามีหลายคำที่เกี่ยวกับน้ำหนัก เราก็จำแนกหมวดหมู่แบบมีน้ำหนักไปด้วยเลยก็ได้ครับ 

และเพื่อเพิ่มการค้นหาให้ง่ายขึ้น เราควรใส่คำช่วยค้นหาให้แต่ละสินค้าในส่วนของ Tag และเปิดใช้งานโมดูล Tag ด้วยครับ เช่น สินค้าโปรตีนสาหร่าย 10g เราก็ใส่คำว่า "โปรตีนสาหร่าย 10g,ลดปัญหาสิว,ลดปัญหาฝ้า,ลดปัญหากระจุดด่างดำ,ใช้เวลากลางคืน,บำรุงผิวหน้า" เราไม่จำเป็นต้องใส่คำว่า "ครีมมาดาม" ให้กับคำใน Tag นะครับ เพราะส่วนนี้เป็นตัวช่วยในการค้นหาสินค้าในเว็บเท่านั้น ระบบ PS จะบล๊อคไม่ให้บอทเข้ามาเก็บข้อมูลในหน้าพวกนี้อยู่แล้วครับ ดังนั้น Tag จึงไม่มีผลในส่วนของ SEO และถึงเราจะอนุญาติให้บอทมาเก็บข้อมูล แต่มันจะทำให้เว็บเรามี Dulpicate Content เยอะครับ ดังนั้นใส่แค่คำสั้นๆได้ใจความก็พอครับ
[direct=https://www.strikeprofx.com/th/]StrikeProFx โบรกเกอร์ Forex ฝาก-ถอนรวดเร็ว[/direct]
[direct=https://www.strikeprofx.com/]StrikeProFx Best Forex Broker Fast Deposit&Withdraw[/direct]

Piscess

คุณเคนตอบได้แบบเข้าใจง่ายมากๆเลย เคลียร์และเข้าใจเลยค่ะ
คิดว่าแก้ไขชื่อหมวดหมู่ไปตามที่คุณเคนบอกดีกว่าค่ะ เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการใช้งานของลูกค้าที่เข้าเวบเรา
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ คุณเคน  :wanwan008: 

wern

[direct=http://www.thaipostweb.com/]ลงประกาศฟรี[/direct] :wanwan014:[direct=http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,21099.0.html/]ใส่ลายเซ็นอ่านซ่ะ[/direct] :wanwan010:
[direct=http://xn--12ct1au3b5dvb8a9ecr2fe.blogspot.com/]โดเมนเก่าๆมากมาย+PRติดมาด้วย[/direct]|[direct=http://xn--c3csp5ag3auu3g6dua6f.blogspot.com/]โดเมนสวยๆคลิ๊กเลย[/direct]
:wanwan005:
[direct=http://xn--72c0aajeiag3hbp0fba1hra1rh9d3bt1i.blogspot.com/]วิเคราะห์บอลออนไลน์[/direct]  ;)

heymansan


whitedevil


whitedevil

สอบถามเพิ่มเติมนะค่ะ module blockbestsellers ที่คุณ kennn แจก กำหนดรายการได้เต็มที่ 99 รายการ อยากได้ 100 รายการจะทำยังไงดีค่ะ แหะๆ ขอบคุณค่ะ