เกิดอะไรขึ้น... กับเด็กสาขาคอมของไทย.... หรือเป็นทุกสาขา

เริ่มโดย morizaki, 13 สิงหาคม 2009, 07:02:34

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

SHIINZ

ความรู้ในห้องเรียนมันค่อยข้างกว้าง ถ้าเรียนไปแล้วไม่ได้ใช้บ่อย ๆ หรือศึกษาเจาะจงไป ไม่มีทางเก่งหรอกครับ

พวกที่เก่ง ๆ เพราะเค้าสนใจจริง ๆ ถึงไม่ได้เรียนมาทางสายนี้แต่ก็ขวนขวายกันเอง

มีบทเรียนนอกห้องเรียนมากมาย ที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน + งาน

อย่างผมถ้าไม่ใช่เรื่อง website+photoshop แล้วไม่รู้เรื่องเหมือนกัน เพราะชอบอยู่แค่นี้ เลยสนใจศึกษาแค่นี้

ตอนนี้ก็เริ่มศึกษา VB แต่ก็ไม่เก่งซักที  :P
รับ[direct=http://www.unseengarden.com/]จัดสวน[/direct]ราคาถูกและเป็นกันเอง บริการ [direct=http://www.unseengarden.com/]จัดสวนสวย[/direct]ด้วยทีมงานมืออาชีพ εïз

treearmy001

 :-X  เอ่อคือว่าผมจบแค่ มอ6 ง่า คงไม่ว่ากันที่ไม่ออกความคิดเห็น  :P
[direct=http://sawaddeepap.lnwshop.com]เครื่องกรองน้ำ ro uv uf เครื่องหยอดเหรียญ[/direct]

@StarexVIP

อย่ามองอะไรแค่ด้านเดียวครับ  ::)

อย่างผมเอง เรียนภาษาจีนมา แล้วผมไม่ค่อยได้พูดกับคนจีนมาก ผ่านไป 1 ปีผมก็ลืม
ถ้าสมมุติผมไปเจอเหล่าซือ(อาจารย์) เขาคุยภาษาจีนกับผม ผมตอบไม่ได้ งั้นแสดงว่าผมมันไม่ได้เรื่องมากเลยหรือเปล่า

ผมว่าไม่ใช่ บางสิ่งบางอย่าง ถ้าเราเรียนมาแล้วไม่ได้ใช้ มันก็เลือนหายไปตามวัฎจักร เป็นสัจธรรมครับ

ผมว่าไม่ควรมองแบบเอาตนเองเป็นที่ตั้งครับ
ต้องมองหลายมุมครับ  ::) ::)
[direct=http://www.plcmitsubishi.in.th/]plc mitsubishi[/direct]

EleLight-

ตอนนี้เรียนสาขาจุลชีวะครับ

สืบเนื่องจากตอนแรกกะเข้าคอม แต่ดันมาติดชีวะ ตอนนี้เลยพยายามหาความรู้เพิ่มด้านคอม การทำเว็บ อิอิ

อนาคต จะได้สร้าง ไวรัสคอมพิวเตอร์แบบ Biotic มันสะเลย อิอิ
[direct=http://shop.tag47.com]รีวิวสินค้าออนไลน์[/direct]

ก้ามปู

อ้างถึงจาก: flashstep ใน 18 สิงหาคม 2009, 20:59:08
จะมีตัวเป้งๆ ไม่กี่คนในห้องครับ
นอกนั้น เข้าห้องเรียน ไม่เล่น dota ก็ msn กัน

ถูกกกก

อ้างถึงจาก: arwarin ใน 18 สิงหาคม 2009, 22:59:53
อย่ามองอะไรแค่ด้านเดียวครับ  ::)

อย่างผมเอง เรียนภาษาจีนมา แล้วผมไม่ค่อยได้พูดกับคนจีนมาก ผ่านไป 1 ปีผมก็ลืม
ถ้าสมมุติผมไปเจอเหล่าซือ(อาจารย์) เขาคุยภาษาจีนกับผม ผมตอบไม่ได้ งั้นแสดงว่าผมมันไม่ได้เรื่องมากเลยหรือเปล่า

ผมว่าไม่ใช่ บางสิ่งบางอย่าง ถ้าเราเรียนมาแล้วไม่ได้ใช้ มันก็เลือนหายไปตามวัฎจักร เป็นสัจธรรมครับ

ผมว่าไม่ควรมองแบบเอาตนเองเป็นที่ตั้งครับ
ต้องมองหลายมุมครับ  ::) ::)


คืออย่าพูดแบบนั้นดิครับ พื้นฐานการเขียนโปรแกรมเนี่ยมันต้องเทียบกับขับรถ รึไม่ก็กินข้าวนะครับ

ขับรถ -- ไม่ได้ขับนานพอมาขับมันก็ติดๆขัดๆ แต่มันก็ยังใช้ได้ใช่มั้ยหละ ขับได้ แต่อาจจะไม่คล่อง <-- สำหรับคนที่จะสมัครงานเป็นโปรแกรมเมอร์ แต่ก็ต้องได้ระดับนี้เป็นอย่างน้อยอ่ะครับ แต่ถ้าไม่ได้เลยนี่ก็ถือว่าเลวร้ายจริงๆนั่นแหละ

กินข้าว -- ????? <-- อันนี้ก็เวอร์ปาย  :P

ที่ผมจะบอกคือ จริงๆที่เจ้าของกระทู้เค้าพูดออกมาเนี่ย ค่อนข้างเจาะจงไปที่คนจะมาสมัครงานเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมนะครับ ซึ่งถ้าคนที่จะมาสมัครงานแบบนี้ ก็ควรที่จะต้องมีการทบทวนและการเตรียมตัวก่อนที่จะมาสมัครจริงมั้ยครับ

พื้นฐานเขียนโปรแกรมเขียนทุกวันๆ ละ 2 ชั่วโมง 1 เดือนก็พื้นฐานแน่นแล้วหละครับ แล้วยิ่งคนที่เคยเขียนมาก่อนหละ

แต่สิ่งที่แย่ที่สุดในกระทู้นี้ไม่ใช่ว่าเขียนไม่เป็น แต่มันแย่ตรงที่เค้าไม่คิดจะเตรียมตัวเพื่อจะมาสมัครงานต่างหาก ทั้งๆที่รู้อยู่ว่า ถ้ามาสมัครงานเกี่ยวกับการพัฒนาโปรแกรม ต้องมีการทดสอบพื้นฐานการเขียนโปรแกรมอย่างแน่นอน แต่เค้าไม่ทำ หรือบางคนไม่คิดที่จะเตรียมตัวด้วยซ้ำ

สิ่งนี้มันชี้วัดว่า คนที่เรียนจบไม่มีคุณภาพมากกว่าที่ คนจบคอมแล้วเขียนโปรแกรมไม่เป็นเยอะครับ

มันเกิดอะไรขึ้นกับนักศึกษา ที่วางแผนว่าจบมาจะทำงานด้านคอม จะเป็นโปรแกรมเมอร์ จะเป็นผู้ดูแลระบบ  ???

รู้ทั้งรู้ว่าจบมาแล้วต้องมาทำ ทำไมไม่เตรียมตัว รึว่าคิดว่าจบคอมมาแล้วจะไปขับแทกซี่ ไปเป็นผู้บริหาร ไปทำนา ไป....  ???

ยิ่งซ้ำใหญ่รู้ว่าจะไปสมัครเป็นโปรแกรมเมอร์ ทำไมไม่เตรียมตัวหละคร๊าบบบบบ :P :'(

อย่างคุณ arwarin ว่ามาหนะมันก็แค่เดินผ่านมาแล้วจะมาคุยกันจริงมั้ย แต่ถ้าคุณจะไปเมืองจีน หรือไปสมัครงานเกี่ยวกับภาษาจีน คุณจะไปทั้งๆที่ไม่เตรียมตัว และพูดไม่ได้หลงลืมรึเปล่าครับ  ???
ตอนนี้ผมไม่ค่อยว่างตอบอะไรใครนะครับ เพราะไม่ได้เข้าบอร์ดเลย

taro

ยาวแฮะ ไม่ได้อ่านครบทุกความเห็นนะครับ

แต่ผมว่ามันแล้วแต่มุมมอง และแล้วแต่คนด้วย
ผมจบตรีคอม ตอนจบมามีเพื่อนหลายๆคนที่ทำไรไม่เป็นเลย
แต่จบมา 3 - 4 ปีตอนนี้การงานก็ก้าวหน้า เงินเดือนเกินครึ่งแสนกันก็หลายคน

ส่วนผมเรียนต่อโทจนจบ ก็ถ้าความรู้ด้าน technical บอกได้เลยว่าไม่ต้องเรียนก็ได้
แต่ก็ได้อย่างอื่นมาแทนครับ จบมาตอนนี้ต๊อกต๋อยกว่าคนที่ผมทำการบ้านให้เค้าตอน ป ตรี อีก  :-\

ผมว่าคนจบตรี สิ่งที่พอบอกได้คือ เค้ามีความรับผิดชอบพอสมควรที่พาตัวเองจบมาได้
แต่ไม่ได้หมายความว่าคนไม่จบตรี ไม่มีความรับผิดชอบนะครับ

สำหรับเรื่อง มหาวิทยาลัย นั้น ผมว่าที่ไหนก็มีหัวกะทิครับ
อย่างออฟฟิศผมตอนนี้รับเด็ก ม ชื่อดังมา ยอมรับเลยครับว่าเห็นได้ชัด สอนง่าย
บางอย่างผมยังถามเค้าเลยด้วยซ้ำ  8)

โฮ่ย เมื่อย ไม่เคยพิมพ์ยาวขนาดนี้มาก่อน  :P
[direct=http://www.metastocktradingsystem.com/]Technical Trading using MetaStock[/direct]
[direct=http://www.thaispeculator.com/]เล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้น[/direct]
[direct=http://baby-jumpers-and-bouncers.blogspot.com/]Jumpers and Bumpers for Kids[/direct]
[direct=http://top-kids-toys.blogspot.com/]Find best toys for your kids[/direct]

@StarexVIP

ผมจะมองในมุมที่ว่า

นักศึกษาจบใหม่ก็คือนักศึกษาจบใหม่ คุณจะไปคาดหวังว่าเขาจะได้ดังใจคุณทุกอย่างไม่ได้
คุณต้องให้โอกาสเขา คุณต้องมองย้อนถึงตัวเองด้วยว่าคุณจบใหม่เป็นอย่างไร

อย่างผมมีนักศึกษาที่จบใหม่ ผ่านงานกับผมก็เยอะ มากกว่า 10 ปี
คุณต้องให้โอกาส ให้เขาได้มีโอกาสเรียนรู้ และแสดงศักยภาพเขาออกมา

คุณจะวัดเขา ในช่วงเวลาแค่สั้นๆไม่ได้ครับ
ของอย่างนี้มีเรียนก็มีลืม เราต้องมองที่ความตั้งใจ ความขยันด้วยครับ  ::)

ปล.แก้คำตกครับ

[direct=http://www.plcmitsubishi.in.th/]plc mitsubishi[/direct]

ravemaster

อ้างถึงจาก: ก้ามปู ใน 18 สิงหาคม 2009, 23:18:35
อ้างถึงจาก: flashstep ใน 18 สิงหาคม 2009, 20:59:08
จะมีตัวเป้งๆ ไม่กี่คนในห้องครับ
นอกนั้น เข้าห้องเรียน ไม่เล่น dota ก็ msn กัน

ถูกกกก

อ้างถึงจาก: arwarin ใน 18 สิงหาคม 2009, 22:59:53
อย่ามองอะไรแค่ด้านเดียวครับ  ::)

อย่างผมเอง เรียนภาษาจีนมา แล้วผมไม่ค่อยได้พูดกับคนจีนมาก ผ่านไป 1 ปีผมก็ลืม
ถ้าสมมุติผมไปเจอเหล่าซือ(อาจารย์) เขาคุยภาษาจีนกับผม ผมตอบไม่ได้ งั้นแสดงว่าผมมันไม่ได้เรื่องมากเลยหรือเปล่า

ผมว่าไม่ใช่ บางสิ่งบางอย่าง ถ้าเราเรียนมาแล้วไม่ได้ใช้ มันก็เลือนหายไปตามวัฎจักร เป็นสัจธรรมครับ

ผมว่าไม่ควรมองแบบเอาตนเองเป็นที่ตั้งครับ
ต้องมองหลายมุมครับ  ::) ::)


คืออย่าพูดแบบนั้นดิครับ พื้นฐานการเขียนโปรแกรมเนี่ยมันต้องเทียบกับขับรถ รึไม่ก็กินข้าวนะครับ

ขับรถ -- ไม่ได้ขับนานพอมาขับมันก็ติดๆขัดๆ แต่มันก็ยังใช้ได้ใช่มั้ยหละ ขับได้ แต่อาจจะไม่คล่อง <-- สำหรับคนที่จะสมัครงานเป็นโปรแกรมเมอร์ แต่ก็ต้องได้ระดับนี้เป็นอย่างน้อยอ่ะครับ แต่ถ้าไม่ได้เลยนี่ก็ถือว่าเลวร้ายจริงๆนั่นแหละ

กินข้าว -- ????? <-- อันนี้ก็เวอร์ปาย  :P

ที่ผมจะบอกคือ จริงๆที่เจ้าของกระทู้เค้าพูดออกมาเนี่ย ค่อนข้างเจาะจงไปที่คนจะมาสมัครงานเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมนะครับ ซึ่งถ้าคนที่จะมาสมัครงานแบบนี้ ก็ควรที่จะต้องมีการทบทวนและการเตรียมตัวก่อนที่จะมาสมัครจริงมั้ยครับ

พื้นฐานเขียนโปรแกรมเขียนทุกวันๆ ละ 2 ชั่วโมง 1 เดือนก็พื้นฐานแน่นแล้วหละครับ แล้วยิ่งคนที่เคยเขียนมาก่อนหละ

แต่สิ่งที่แย่ที่สุดในกระทู้นี้ไม่ใช่ว่าเขียนไม่เป็น แต่มันแย่ตรงที่เค้าไม่คิดจะเตรียมตัวเพื่อจะมาสมัครงานต่างหาก ทั้งๆที่รู้อยู่ว่า ถ้ามาสมัครงานเกี่ยวกับการพัฒนาโปรแกรม ต้องมีการทดสอบพื้นฐานการเขียนโปรแกรมอย่างแน่นอน แต่เค้าไม่ทำ หรือบางคนไม่คิดที่จะเตรียมตัวด้วยซ้ำ

สิ่งนี้มันชี้วัดว่า คนที่เรียนจบไม่มีคุณภาพมากกว่าที่ คนจบคอมแล้วเขียนโปรแกรมไม่เป็นเยอะครับ

มันเกิดอะไรขึ้นกับนักศึกษา ที่วางแผนว่าจบมาจะทำงานด้านคอม จะเป็นโปรแกรมเมอร์ จะเป็นผู้ดูแลระบบ  ???

รู้ทั้งรู้ว่าจบมาแล้วต้องมาทำ ทำไมไม่เตรียมตัว รึว่าคิดว่าจบคอมมาแล้วจะไปขับแทกซี่ ไปเป็นผู้บริหาร ไปทำนา ไป....  ???

ยิ่งซ้ำใหญ่รู้ว่าจะไปสมัครเป็นโปรแกรมเมอร์ ทำไมไม่เตรียมตัวหละคร๊าบบบบบ :P :'(

อย่างคุณ arwarin ว่ามาหนะมันก็แค่เดินผ่านมาแล้วจะมาคุยกันจริงมั้ย แต่ถ้าคุณจะไปเมืองจีน หรือไปสมัครงานเกี่ยวกับภาษาจีน คุณจะไปทั้งๆที่ไม่เตรียมตัว และพูดไม่ได้หลงลืมรึเปล่าครับ  ???


เห็นด้วยกับประเด็นเรื่องการเตรียมตัวเป็นอย่างยิ่ง

ตามอ่านมาคับทุด rep เลย สำหรับผม ผมมองว่า ความรู้หรือคุณภาพการศึกษาของสถาบัน ไม่สำคัญเท่าคุณภาพของคน ซึ่งในที่นี้ผมหมายถึง ความขวนขวาย อดทน ความรับผิดชอบ ซึ่งในตลาดแรงงานมันก็มีดีมีแย่อยู่ปะปนกัน อยู่ที่กระบวนการสรรหาคัดกรองด้วยส่วนนึง

แต่ อีกส่วนที่ผมว่าสำคัญไม่แพ้กัน คือ ตัวฝ่ายผู้จ้างเองก็ต้องดูด้วยว่า ตลาดแรงงานที่เราหาอยู่ในระดับไหน เพราะบางที สินค้า พรีเมียม พวก เก่งๆ เค้าก็ค่าตัวแพง โดนบริษัทชั้นนำเอาไปหมดแล้ว เราก็ต้องไปกรองหาพวกระดับกลางๆ อาจจะต้องมีสอนมั่ง เอาพวกที่มีความตั้งใจ ใจสู้ และเหมาะกับงานเข้ามา

แต่ถ้าพูดถึงภาพรวม ผมว่าคุณภาพคนในตลาดแรงงานปัจจุบันเราห่วยจิงๆ โดยเฉพาะเด็กสายคอมยุคหลังๆเนี่ย เน้นแต่งานสบายเงินเดือนดีเป็นหลัก หาพวกใจสู้ น้ำอดน้ำทน ยากเต็มที

ชอบประโยคนึงใน rep ไหนจำไม่ได้ละ ที่ฝรั่งเค้าบอกว่า "จ้างคนมาทำงาน ไม่ได้จ้างมาเรียน"
บ่นบ้าง เนื้อหาบ้างโดย Microsoft Dynamic AX Guru [direct=http://erprumour.blogspot.com/]บ่นความ ERP[/direct]

เสื้อผ้าแฟชั่น คุณภาพดี ตรวจของก่อนส่งทุกชิ้นกับ [direct=https://www.facebook.com/Lenebelleza/]Lene belleza[/direct]

นำเข้าสินค้าแบรนด์เนมแท้ มีสต๊อคอยู่ USA กับ [direct=https://www.facebook.com/Lenebelleza/]Lene belleza[/direct]

dojoubon


akeNAVY

ตอนนี้ ปี4 ถึงไม่ได้เรียนมาด้านคอม

แต่เมื่อมองระบบของการเรียน มหาลัย ในสายตาผม เมื่อมองไปยัง ปี1 /2 /3


มันสบายไป มันมีสิ่งเร้ามากไป ใครไม่แน่จริงๆ หลุดง่ายๆ

พอหลุด ก็ไปเลย ไม่เรียน ไม่อดทน ไม่ขวยขวาย
ไม่ทำความเข้าใจมัน

อยากรู้เหลือเกินหากเรามีสมาธิกับมันสัก 1 ปี ในสิ่งที่เราเรียน
ยังไง มันก็ต้องได้ มันได้แน่ๆ


แต่ก็ยากมาในปัจจุบัน ที่จะทำอย่างนั้น

เมื่อก่อนเสียใจ ที่เข้าเรียนคอม ไม่ได้ ดั่งที่ตั้งใจไว้ตอน ม ปลาย


แต่ตอนนี้ ไม่เสียใจเลย การทำอะไรที่ชอบและหาเอง มันจำดีกว่าการบังคับ



บริการเพิ่มคะแนนเว็บไซต์ DA , DR , บริการ Backlink คุณภาพ----> http://chaiyobacklink.com , Line@ : @chaiyobacklink

jiw

มาแสดงความคิดเห็นอีกรอบ ( จำไม่ได้เหมือนกันนะว่า โพสเก่าเขียนว่าไง )


อีกส่วนนึงนะ ผมมองว่า การศึกษาไทย ยังติดกับแบบเดิมๆอยู่ คือต้องให้อาจารย์ป้อนตลอด


พอเรียนสายคอมฯ ไม่ได้รับการป้อนเท่าที่ควร* เน้นนะครับว่า "เท่าที่ควร" ( ผมยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของคณะผมเท่านั้น )

เด็กที่จบ เลยรู้แค่ "พอสอบ" .. ซึ่งผมคิดว่า มันไม่พอหรอก ..


ท้ายที่สุด มันก็เลยกลายเป็นประเด็นของกระทู้นี้

ซึ่งผมยอมรับว่า ผมคือคนนึงที่รู้งูๆปลาๆ จบมาได้ด้วยเกรดใช้ได้เลย แต่มันไปหนักสายทฤษฏีมากๆ

ให้ผมเขียนจาวาฯ ฯลฯ แบบหนักๆ ผมก็ทำไม่ได้ -*- คิดแล้วเศร้านะ ตูจะจบไปเพื่ออะไร จบไปทำไม่ได้ เสียชื่อมหาลัยเปล่าๆ

และผมก็เลือกแล้วเหมือนกันว่า ในเมื่อตูทำแบบที่ว่าไม่ได้ ตูมาทำสายถนัดก็ยังดี คือ ทำเว็บๆๆๆๆ ถึงได้เงินไม่พอเก็บ แต่พอกินไปก่อน ก็ยังดี


-*-

ปล มาedit เพิ่ม .. อธิบายถึงเหตุผลของ การรับการป้อน .. สาเหตุที่พูดแบบนี้คือ บางอย่างเด็กที่ขยันเรียนรู้ด้วยตัวเอง จะทำได้ไม่มีปัญหา แต่ทางกลับกัน เด็กส่วนใหญ่ไม่เป็นแบบนี้ .. พวกเขารอรับจากอาจารย์มากกว่าการเรียนรู้เอง

ด้วยเหตุนี้คือปัญหาของเด็กสายนี้ .. แต่ขอกล่าวต่อไปว่า ทุกอย่างมันเริ่มต้นจาก ระบบการศึกษาไทย ที่มีพื้นแบบนี้ตั้งแต่เด็ก โตมาก็เลยเป็นแบบนี้



Kaeji

คิดจนเลิกคิดแล้วครับ  :wanwan023:
"Better to write for yourself and have no public, than to write for the public and have no self.", Cyril Connolly (1903–1974).

sporty

ชักจะยาวแฮะ........ทู้นี้  ขอแจม
เข้าใจว่า จกท. คงจะเหนื่อย ที่ต้องคอยสอนน้องๆ จบใหม่ ต้องหาวิธีบริหารจัดการต่อไป นะครับ

อยากให้คิดซักนิด รุ่นระดับเก่าๆ ซัก 10-20 ปี ก่อน  หรือรุ่นปัจจุบัน มันเหมือนกันนะนาย........จบมาแล้ว ส่วนใหญ่ใช่ว่าจะทำได้นะนาย ต้องอบรมต้องสอนกันก่อน ต้องจูนเครื่องก่อน  ถึงจะปล่อยให้ทำงานได้นะนาย ไม่งั้นงานพัง 3-4 เดือนเป็นอย่างน้อย นั่นล่ะเค้าถึงมีระยะเวลา ทดลองงาน Probation

ผมไม่ได้ทำงานด้านคอมฯ โดยตรง แต่ต่อให้จบเมืองนอกจาก USA มากินเงินเดือนแพงๆ  มันไม่ต่างกับจบ ป.ตรี บ้านเรา ต่างแค่ภาษานะครับ....ปล่อยให้มันทำงานไม่ได้เหมือนกันต้อง Probation กันก่อน เพราะบางทีไอ้ที่มันเรียนมาใช้ไม่ได้กับบ้านเรา....

ให้โอกาสน้องๆ กันซักนิด  เอาสายสามัญแล้วกันน่ะ ลองดูเราเรียนอะไรกัน
- ป.1-ม.6 เรียนเป็นจักรวาล แม ร่ง เรียนทุกวิชาในโลก ---สรุปไม่รู้อะไรเลย
- ป.ตรี แคบมาหน่อยแต่ก็กว้างเป็นทะเล---------รู้เป็นเป็ด
- ป.โท แคบมาอีก เริ่งเจาะลึก-----------กลายเป็นไก่
- ป.เอก แคบมาเรื่องเดียวเลย ศึกษามดก็จบได้......ก็ยังเป็นเด็ก จะเป็นGuruต้อง ฝึกงานก่อน

ไม่มีใครผิด มันเป็นเช่นนั่นเอง

สำหรับเด็กจบใหม่  ผมไม่ได้หวัง ว่าจะทำงานให้ได้เลย  หวังว่าพร้อมจะเรียนรู้ในสิ่งที่จะถ่ายทอดให้ได้หรือเปล่า และพอจะหาความรู้เพิ่มเติมเองได้บ้างเพื่อพัฒนาตัวเอง  วิชาการสอนกันได้......ไม่ยาก    ใครก็เรียนได้

แต่ที่สอนยาก คือ การใช้ชีวิตในสังคมจริงๆ ที่ไม่มีใครประคอง อันนี้ยากมาก บางคนทัศนคติหรือความอดทนไม่ได้ ก็ต้องถอยไป........หรือบางที มันทะเลาะกับแฟน มาทำงานไม่ได้ อันนี้อยากกระทืบมากกว่า........


อาจจะไม่เห็นด้วยกับ จกท. แต่ลึกๆ ก็เชียร์อยู่น่ะครับ เพราะคุณเป็นคนหนึ่งที่สอนคนด้วยกัน น่าภูมิใจ ที่สำคัญมีโอกาสใกล้ชิดเด็กๆ ด้วย

ผมพยายามโน้มน้าวให้ที่ทำงาน รับน้องๆ มาฝึกงาน แต่ไม่ยอมเชื่อผมซักที

แก่ๆ กันทั้งนั้น มีเด็กๆ มาบ้างจะได้กระชุ่มกระชวยหน่อย.......


ปล. ความรู้สึกนะครับ ถ้าสายอาชีพพอใช้ได้นะครับ เพราะเค้าไม่ออกทะเลตั้งแต่ ม.4 ยิ่งระดับ ปวส. เข้าขั้นใช้ได้พอๆ วิศวะ ป.ตรี หรือบางทีดีกว่า ถ้าให้เอาค้อนตอกตะปูแข่งกัน


UnzO

ไม่ได้อวดว่าผมเก่งกาจอะไรหรอกนะครับ ผมกับเพื่อนผมเถียงกับอาจารย์ทุกคาบอ่ะครับ ... เอาอะไรมาสอน... อ่านในหนังสือให้ฟัง... ผมบอก "ถ้าจะอ่านให้ฟัง ผมไปอ่านเองดีกว่าครับอาจารย์" คืออาจารย์บางคน... โ... กว่าผมอีกครับ  :-X


เค้าบอกว่า "Google มันเก็บเงินพวกที่ขึ้นอันดับ 1-3" ...   :-X ผมจับอาจารย์ฉีกหน้าตรงนั้นเลยอ่ะ ... ผมเอาเว็บให้ดูแล้วลองเซิทดู เว็บผมอยู่ที่ 1-3 นี่แหละ ผมบอกว่า ไม่เห็นกุเกิ้ลมันจะเรียกเก็บเงินจากผมเลย  ;D และแล้วอาจารย์ก็หน้าแหกกกกก (จริงๆ ผมไม่ชอบอาจารย์คนนี้ด้วย อวดรู้ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยรู้อะไรหรอก)


ที่ผมจะบอกหน่ะ คือ จะบอกว่าอาจารย์เก่งๆ หายากจริงๆ ครับ หาอาจารย์ที่พอจะปรึกษาอะไรได้ก็ไม่ค่อยมี ผมเป็นประเภทที่ช่างสงสัยด้วยสิ...


และอยากจะบอกเจ้าของกระทู้นิดนึงครับ ผมเข้าใจอารมณ์คุณนะครับ แต่คำพูดมันดูแรงและทำร้ายจิตใจคนที่เค้าตั้งใจและเก่งๆ หน่ะครับ มันดูเหมือนคุณไปเหมารวมเค้าหน่ะครับ  8)

ComSci'

ClickToBan


morizaki

ไม่ได้กลับมาดูกระทู้นี้ซักพัก โอ้.... :o ผมเป็นต้นชนวนเหรอครับเนี่ย...
ก่อนอื่นขออภัยนะครับ ที่กระทู้ไปโดนใจหลายคน :P

แต่ก็เหมือนที่หลายๆท่านพูดนะครับ
สิ่งที่ผมคิดคือผมก็ไม่ได้คาดหวังกับเด็กจบใหม่มาก ขนาดว่าไม่ต้องสอน
โดยปกติก็ต้องสอนพวกหลักการของงาน วิธีการเขียนโปรแกรมที่ดี เทคนิคต่างๆนาๆ
แต่ที่ผมเจอ....ผมต้องสอนใหม่ตั้งแต่พื้นฐาน :-X :-X ตั้งแต่การประกาศตัวแปร ว่ากันอย่างนั้น

ปล. อยากให้คนไทยพัฒนา ไม่ใช่เพียงแค่ในจินตนาการ หรือความฝัน
(*เหมือนจะให้ฟุตบอลไทยไปบอลโลกเลย ;D ;D ว่าเข้าไปนั่น.. ขออภัยครับ :P)

tamblink

เห็นด้วยเลย เรื่องอาจารย์อ่านหนังสือให้ฟัง...เซง เราก็อ่านเองได้ ตอนนี้เรียนอยู่หา อาจารย์เก่งๆ ที่จะถามเวลาสงสัยไม่เจอสักคน  คือเราก็เรียนสาขาคอมนะ แต่อยากจะบอกว่า ตอนเรียน ปวช. อยู่น่ะ มีอยู่วิชานึงเกี่ยวกับคอมนี่ล่ะ แต่ไม่ขอเอ่ย ตอนเรียนน่ะโง่โคตรไม่รู้เรื่องเลย แต่พอหาซื้อหนังสือมาอ่านเอง ทำไมมันรู้เรื่อง แถมเอามาใช้ได้จริงๆอีกด้วย
อยากจะบอกว่า บางทีการศึกษานอกห้องเรียนมันดีกว่าในห้องเรียนซะอีก ความจริงแล้วส่วนใหญ่มันก็อยู่ที่ตัวเราด้วย ว่าเราชอบอะไร แล้วเราก็ขวนขวายในสิ่งนั้นและลงมือทำมันไปเรื่อยๆ มันก็จะทำได้ดีเอง

ขัน

ผมคนนึงละ ชอบเถียงอาจารย์ ถ้าอะไรที่มันงี่เง่าจริงๆ
สมัยเรียนเลยได้ D-dog มา ตั้งหลายตัว สนทำไมกับเกรด

สมัครงานใครดูเกรดแล้วไม่รับก็ช่างเขาสิครับ บริษัทที่คัดคนแบบนั้นมันน่าภูมิใจตรงใหน เข้าไปก็โง่ลงเรื่อยๆ
อยู่บริษัทเล็กๆที่วิสัยทัศน์ดีๆ โตแบบก้าวกระโดด เงินเดือนก็จะกระโดดตามเองแหละครับ น่าภูมิใจกว่าตั้งเยอะ

ความคิดผม สำหรับคนที่จะสมัครงานน่ะครับ
::)
[direct=http://www.coolstylecase.com/listt.php?model=GPL&page=1]Phone Case[/direct]  [direct=http://www.designbykhan.com]Design by Khan[/direct] [direct=http://www.m-thong.com]ห้องเช่าเมืองทอง[/direct] [direct=http://www.thaidokudami.com]พลูคาวโดกุดามิ[/direct]

mars

เพื่อนผมคนนึงตอนเรียนด้วย จำได้ทุกคำสั่งของโปรแกรม แต่พอเจออะไรใหม่ ๆ ที่ต้องพลิกแพลง กลับทำไม่ได้

ส่วนอีกคน จำคำสั่งไม่ค่อยจะได้ แต่พอรู้ว่าใช้ยังไง ก็พลิกแพลงได้แบบที่ไม่มีใครทำได้ ทำเสร็จก่อนใคร ทำได้เทพกว่าใคร อาจเขียนโค้ด 1 บรรทัดในขณะที่คนข้างบนเขียน 10 บรรทัด


จำแม่น กับ ฉลาด อันไหนดีกว่ากัน?


ป.ล. จำแม่นก็เอาเกียตรนิยมไปกิน

flashstep

มันก็จริงครับเรื่องเกรดเรื่องสถาบันไม่สำคัญสำหรับ เรา
แต่บางบริษัทจะมองที่ตัวเกรด ตัวสถาบันก่อนเลย
เหมือนเครือ c...ไทย ที่รับแต่โลโก้....
สถาบันอื่นไปสมัครจะคัดแล้วคัดอีก แต่แบรนด์...เข้าไปนี่ บางทีเรียกเข้าสัมภาษณ์ก่อนคนที่นั่งรอเป็นชั่วโมงด้วยซ้ำ
ขายโดเมน jobskk.com สนใจ PM
[direct=http://www.horrorthai.com]เรื่องผี วิญญาณ ประสบการณ์สยอง[/direct]