เคยไหมครับ เวลาไม่มีเงินติดกระเป๋าสักบาทเดียว ความรู้สึกของคุณตอนนั้น

เริ่มโดย nuonly, 13 ธันวาคม 2015, 13:33:59

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

nuonly

 ตามหัวข้อเลยครับ ของผมนี่ มานั่งนึกกับตัวเอง ว่าทำไม ถึงไม่มีสักบาท เพราะผมทำอะไรที่... คนที่มีกินเขาไม่ทำกันครับ
[direct=https://www.duduang.in.th]ดูดวง[/direct][direct=https://www.duduang.in.th]duduang[/direct] [direct=https://www.ddbaanteedin.com]ขายที่ดิน[/direct] [direct=https://www.ddbaanteedin.com/]ขายบ้าน[/direct]

BIGALOW

ขอเล่าประสบการณ์ตัวเองครับ...

ช่วงที่เริ่มทำงานไปได้ไม่นาน ตอนนั้นก็สมัครบัตรเครดิต (ดันทำผ่านซะด้วย)

คราวนี้ก็บันเทิงเลยครับ .. ผมเที่ยว เล้าท์โคโยตี้ หนักมาก .. อาทิตย์นึงต้องมีไปประมาณ 3-4 วัน (หลังเลิกงาน)

บวกกับว่า ช่วงนั้นจีบผู้หญิงคนหนึ่ง (ทำงานที่เดียวกัน)  ก็ออกค่าใช้จ่ายให้เขาหมดเลย (เงินเดือนผมคนเดียว แต่ใช้กันสองคน)

พอเงินเดือนหมด ก็ใช้บัตรเครดิตหมุนต่อ ทั้งจีบหญิงด้วย ทั้งเที่ยวโคโยตี้ด้วย ค่าใช้จ่ายหนักมากๆ ช่วงนั้น ไปไหนมาไหน นั่งแท็กซี่ตลอด (ตอนนั้น ยังไม่มีรถ)

จนถึงจุดที่เรียกได้ว่า เงินหมด คือ หมดจริงๆ .. คือ ไม่สามารถนั่งรถมาทำงานได้ ต้องลาหยุด เพื่อประหยัดเงินเก็บไว้ซื้อข้าวประทังชีวิตอยู่กับบ้าน

เคยถึงขนาดว่า ถ้าวันไหนไปทำงาน ต้องสั่งข้าวเปล่า 5 บาท เพื่อมากินกับซอสแม็กกี้ และซอสพริก (ซึ่งมีอยู่ในตู้เย็นออฟฟิศอยู่แล้ว)

เจ้านายทนเห็นสภาพอนาถของผมไปได้ประมาณ 2 สัปดาห์ เค้าก็เริ่มทนไม่ไหว

ก็เลยเรียกผมไปอบรมเรื่องค่าใช้จ่ายเกินตัว พร้อมกับให้ความช่วยเหลือ ด้วยการที่เจ้านายจะเลี้ยงข้าวผมวันละ 2 มื้อ ทุกวัน (เช้า-กลางวัน โดยต้องรอกินข้าวพร้อมเจ้านาย)  เป็นระยะเวลา 1 เดือนเต็ม

หลังจากที่เจ้านายเลี้ยงข้าวผมครบ 1 เดือนแล้ว .. ประกอบกับว่า ช่วงนั้นก็มีน้องพนักงานหญิงคนนึง แม่เค้าจะทำอาหารมาให้เธอทานที่ทำงานทุกวัน

เค้าก็ไปเล่าให้แม่เขาฟังว่า ผมเนี่ย ชอบไปเที่ยวโคโยตี้ แถมยังจีบหญิงแล้วโดนหญิงหลอกเอาตังค์อีก (น้องคนที่ผมจีบโดนไล่ออกไปแล้ว)

แม่ของน้องที่ทำงานคนนั้น ท่านก็รู้สึกเวทนา สงสาร .. ท่านก็เลย ทำอาหารมาเผื่อผมด้วยทุกวันตอนเช้า (ทุกวันนี้ ผมยังซึ้งน้ำใจน้องเค้า กับแม่ของเค้ามาก ที่ต้องทำอาหารมาให้ผมทานทุกวัน)

บอกตรงๆ นะ .. โคตรอายเพื่อนที่ทำงานเลย อายเจ้านายด้วย .. ต้องให้เจ้านาย กับน้องผู้หญิงที่ทำงานเอาข้าวมาให้ (แต่โชคดีที่ว่า ทั้งเจ้านาย และเพื่อนพนักงานเค้าก็รู้เห็นเหตุการณ์หมด ก็เลยสงสาร ไม่มีใครว่าอะไร)

แต่ทำไงได้ ตอนนี้ บทมันจะไม่มีเหลือ มันก็ไม่เหลือเงินจริงๆ นะครับ .. เรียกได้ว่า จำไว้เป็นบทเรียนอย่างดีเลยครับ

หลังจากที่ได้รับความช่วยจากเจ้านาย และเพื่อนๆ ในบริษัท รวมถึงขอเงินจากพ่อ-แม่ด้วยเป็นบางครั้ง แต่ผมไม่ได้เล่าให้ฟังว่าทำไมถึงเงินหมด (ไม่กล้าเล่าให้ฟังจริงๆ บ้านแตกแน่ๆ) .. ผมก็หยุดใช้บัตรเครดิต หยุดเที่ยว (หญิงก็ไม่ได้จีบแล้ว)

พอได้เงินเดือนมา ก็ตั้งใจเก็บเงิน และค่อยๆ ผ่อนชำระบัตรขั้นต่ำไปเรื่อยๆ เป็นเวลากว่า 2 ปี กว่าจะจ่ายหนี้บัตรหมด พร้อมกับมีเงินเก็บอีกก้อนนึง พอเอาตัวรอดได้ .. หลังจากนั้น ผมถึงจะกลับมาใช้ชีวิตปกติ ด้วยเงินตัวเองอีกครั้ง
ห้ามใส่ link เว็บผิดกฎหมาย

dingdong8002

เคยครับ คือตอนนั้น เหลือตังค์ไม่กี่บาท แล้วพี่ที่ทำงานก็ชวนไปกินเลี้ยง(น่าจะวันเกิดเขา) เราก็บอกเขาว่าไม่มีตังค์นะ (เหลือไม่กี่บาทเอง) เราบอกว่าถ้ากลับเองไม่ถึงบ้านแน่นอน พี่เขาก็บอกเลิกแล้วจะไปส่งบ้าน เราก็อะๆ ไปก็ไป จนสรุปจบงาน ต้องกลับบ้านเอง ตอนนั้นน่าจะต่อรถ 2-3 ต่อ ตังค์ที่มีอยู่ก็ไปไม่ถึง แต่วันนั้นเป็นวันที่เงินเดือนออกพอดี แต่จะเข้าตอนประมาณ ตีสอง ก็นั่งรอป้ายรถเมย์รอตังค์เข้า ถึงได้กลับบ้าน  :wanwan024:   :wanwan001:
โฮสเจ้านี้ ดีและถูกที่สุดแล้ว ล่มยาก ไม่จุกจิก
แชร์โฮส เริ่มที่ 277บาท/ปี, VPS เริ่มที่ 290บาท/เดือน
เซิร์ฟเวอร์มีทั้ง TH,SG,US

สนใจ ▶︎ [direct=https://bitly.com/โฮสติ้งถูกและดีมีอยู่จริง]CLICK[/direct] ◀︎

osaii


kondam

ขอแนะนำ : :wanwan034:

1. จดโดเมน ต่ออายุ godaddy ลด 40% ถูกที่สุดในตอนนี้! [direct=http://bit.ly/2HhtxzY]คลิก[/direct]

2.จดโดเมน + private 8.88$ [namecheap]   [direct=http://bit.ly/2kuZoG4]คลิก[/direct]

3.แนะนำคลาวด์โฮสติ้งไทย ที่ผมใช้อยู่ [Thaidata]   [direct=https://goo.gl/Jvpgzs]คลิก[/direct]

nuonly

อ้างถึงจาก: BIGALOW ใน 13 ธันวาคม 2015, 15:12:34
ขอเล่าประสบการณ์ตัวเองครับ...

ช่วงที่เริ่มทำงานไปได้ไม่นาน ตอนนั้นก็สมัครบัตรเครดิต (ดันทำผ่านซะด้วย)

คราวนี้ก็บันเทิงเลยครับ .. ผมเที่ยว เล้าท์โคโยตี้ หนักมาก .. อาทิตย์นึงต้องมีไปประมาณ 3-4 วัน (หลังเลิกงาน)

บวกกับว่า ช่วงนั้นจีบผู้หญิงคนหนึ่ง (ทำงานที่เดียวกัน)  ก็ออกค่าใช้จ่ายให้เขาหมดเลย (เงินเดือนผมคนเดียว แต่ใช้กันสองคน)

พอเงินเดือนหมด ก็ใช้บัตรเครดิตหมุนต่อ ทั้งจีบหญิงด้วย ทั้งเที่ยวโคโยตี้ด้วย ค่าใช้จ่ายหนักมากๆ ช่วงนั้น ไปไหนมาไหน นั่งแท็กซี่ตลอด (ตอนนั้น ยังไม่มีรถ)

จนถึงจุดที่เรียกได้ว่า เงินหมด คือ หมดจริงๆ .. คือ ไม่สามารถนั่งรถมาทำงานได้ ต้องลาหยุด เพื่อประหยัดเงินเก็บไว้ซื้อข้าวประทังชีวิตอยู่กับบ้าน

เคยถึงขนาดว่า ถ้าวันไหนไปทำงาน ต้องสั่งข้าวเปล่า 5 บาท เพื่อมากินกับซอสแม็กกี้ และซอสพริก (ซึ่งมีอยู่ในตู้เย็นออฟฟิศอยู่แล้ว)

เจ้านายทนเห็นสภาพอนาถของผมไปได้ประมาณ 2 สัปดาห์ เค้าก็เริ่มทนไม่ไหว

ก็เลยเรียกผมไปอบรมเรื่องค่าใช้จ่ายเกินตัว พร้อมกับให้ความช่วยเหลือ ด้วยการที่เจ้านายจะเลี้ยงข้าวผมวันละ 2 มื้อ ทุกวัน (เช้า-กลางวัน โดยต้องรอกินข้าวพร้อมเจ้านาย)  เป็นระยะเวลา 1 เดือนเต็ม

หลังจากที่เจ้านายเลี้ยงข้าวผมครบ 1 เดือนแล้ว .. ประกอบกับว่า ช่วงนั้นก็มีน้องพนักงานหญิงคนนึง แม่เค้าจะทำอาหารมาให้เธอทานที่ทำงานทุกวัน

เค้าก็ไปเล่าให้แม่เขาฟังว่า ผมเนี่ย ชอบไปเที่ยวโคโยตี้ แถมยังจีบหญิงแล้วโดนหญิงหลอกเอาตังค์อีก (น้องคนที่ผมจีบโดนไล่ออกไปแล้ว)

แม่ของน้องที่ทำงานคนนั้น ท่านก็รู้สึกเวทนา สงสาร .. ท่านก็เลย ทำอาหารมาเผื่อผมด้วยทุกวันตอนเช้า (ทุกวันนี้ ผมยังซึ้งน้ำใจน้องเค้า กับแม่ของเค้ามาก ที่ต้องทำอาหารมาให้ผมทานทุกวัน)

บอกตรงๆ นะ .. โคตรอายเพื่อนที่ทำงานเลย อายเจ้านายด้วย .. ต้องให้เจ้านาย กับน้องผู้หญิงที่ทำงานเอาข้าวมาให้ (แต่โชคดีที่ว่า ทั้งเจ้านาย และเพื่อนพนักงานเค้าก็รู้เห็นเหตุการณ์หมด ก็เลยสงสาร ไม่มีใครว่าอะไร)

แต่ทำไงได้ ตอนนี้ บทมันจะไม่มีเหลือ มันก็ไม่เหลือเงินจริงๆ นะครับ .. เรียกได้ว่า จำไว้เป็นบทเรียนอย่างดีเลยครับ

หลังจากที่ได้รับความช่วยจากเจ้านาย และเพื่อนๆ ในบริษัท รวมถึงขอเงินจากพ่อ-แม่ด้วยเป็นบางครั้ง แต่ผมไม่ได้เล่าให้ฟังว่าทำไมถึงเงินหมด (ไม่กล้าเล่าให้ฟังจริงๆ บ้านแตกแน่ๆ) .. ผมก็หยุดใช้บัตรเครดิต หยุดเที่ยว (หญิงก็ไม่ได้จีบแล้ว)

พอได้เงินเดือนมา ก็ตั้งใจเก็บเงิน และค่อยๆ ผ่อนชำระบัตรขั้นต่ำไปเรื่อยๆ เป็นเวลากว่า 2 ปี กว่าจะจ่ายหนี้บัตรหมด พร้อมกับมีเงินเก็บอีกก้อนนึง พอเอาตัวรอดได้ .. หลังจากนั้น ผมถึงจะกลับมาใช้ชีวิตปกติ ด้วยเงินตัวเองอีกครั้ง
แหม ประเด็นตรงเงินที่ใช้นี่เหมือนผมเลยครับ
[direct=https://www.duduang.in.th]ดูดวง[/direct][direct=https://www.duduang.in.th]duduang[/direct] [direct=https://www.ddbaanteedin.com]ขายที่ดิน[/direct] [direct=https://www.ddbaanteedin.com/]ขายบ้าน[/direct]

BrainFreeze

หลายครั้งเลยครับ
ตอนสมัยเด็กๆ รถไอติมวอลเปิดเพลงผ่านมาทีไร ล้วงกะเป๋าแล้วตังค์ไม่มีมันช่าง  :wanwan031:
# จัดไป Promo Code ลด 11% : THAISEOBOARD
# [direct=https://www.hostatom.com]hostatom.com[/direct] |โฮสอะตอม - เว็บโฮสติ้งที่ Webmaster มืออาชีพไว้วางใจ
# [direct=https://www.hostatom.com/web-hosting]Web Hosting[/direct] | [direct=https://www.hostatom.com/cloud-vps]Cloud VPS[/direct] | [direct=https://www.hostatom.com/reseller-hosting]Reseller Hosting[/direct] | [direct=https://www.hostatom.com/domain-name]Domain Name[/direct]
# บริการ 24x7 | รับประกันความพอใจยินดีคืนเงิน | Uptime 99.9% | โทร : 0-2107-3466

DePe

เงินหมดใครก็คิดได้ครับ(ฮา) ประเด็นคือ คงความคิดความรู้สึกนั้นไว้ได้ตอนเงินมีและใช้จ่ายหรือเปล่า

ถ้าสายเที่ยว แนะนำให้เอามาเป็น passion ผลักดันการทำงานครับ อิอิ

ป๋าไม่พอไม่ต้องไปสายเล้าจ์ครับ ซื้อกินไปก่อน แบ่งเป็น % ครับ ได้ 5 แสนต่อเดือน เที่ยว 5 หมื่นก็โอเค ถ้าได้ห้าหมื่นต่อเดือน เที่ยวสองหมื่น แบบนี้เละ

แต่อย่างว่านะ ชีวิตคนเรามันก็ต้องมีผิดมีพลาดกันบ้าง อยู่ที่ใครจะเอามาเป็นประสบการณ์ หรือจะวนลูปเดิมก็แล้วแต่คนครับ
ขี้โม้ มีอยู่ 2 ประเภท
1.โม้ไปวันๆ
2.โม้แล้วดันทำได้จริง


holidaytours

ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์ครับ
:wanwan017:

อ้างถึงจาก: BIGALOW ใน 13 ธันวาคม 2015, 15:12:34
ขอเล่าประสบการณ์ตัวเองครับ...

ช่วงที่เริ่มทำงานไปได้ไม่นาน ตอนนั้นก็สมัครบัตรเครดิต (ดันทำผ่านซะด้วย)

คราวนี้ก็บันเทิงเลยครับ .. ผมเที่ยว เล้าท์โคโยตี้ หนักมาก .. อาทิตย์นึงต้องมีไปประมาณ 3-4 วัน (หลังเลิกงาน)

บวกกับว่า ช่วงนั้นจีบผู้หญิงคนหนึ่ง (ทำงานที่เดียวกัน)  ก็ออกค่าใช้จ่ายให้เขาหมดเลย (เงินเดือนผมคนเดียว แต่ใช้กันสองคน)

พอเงินเดือนหมด ก็ใช้บัตรเครดิตหมุนต่อ ทั้งจีบหญิงด้วย ทั้งเที่ยวโคโยตี้ด้วย ค่าใช้จ่ายหนักมากๆ ช่วงนั้น ไปไหนมาไหน นั่งแท็กซี่ตลอด (ตอนนั้น ยังไม่มีรถ)

จนถึงจุดที่เรียกได้ว่า เงินหมด คือ หมดจริงๆ .. คือ ไม่สามารถนั่งรถมาทำงานได้ ต้องลาหยุด เพื่อประหยัดเงินเก็บไว้ซื้อข้าวประทังชีวิตอยู่กับบ้าน

เคยถึงขนาดว่า ถ้าวันไหนไปทำงาน ต้องสั่งข้าวเปล่า 5 บาท เพื่อมากินกับซอสแม็กกี้ และซอสพริก (ซึ่งมีอยู่ในตู้เย็นออฟฟิศอยู่แล้ว)

เจ้านายทนเห็นสภาพอนาถของผมไปได้ประมาณ 2 สัปดาห์ เค้าก็เริ่มทนไม่ไหว

ก็เลยเรียกผมไปอบรมเรื่องค่าใช้จ่ายเกินตัว พร้อมกับให้ความช่วยเหลือ ด้วยการที่เจ้านายจะเลี้ยงข้าวผมวันละ 2 มื้อ ทุกวัน (เช้า-กลางวัน โดยต้องรอกินข้าวพร้อมเจ้านาย)  เป็นระยะเวลา 1 เดือนเต็ม

หลังจากที่เจ้านายเลี้ยงข้าวผมครบ 1 เดือนแล้ว .. ประกอบกับว่า ช่วงนั้นก็มีน้องพนักงานหญิงคนนึง แม่เค้าจะทำอาหารมาให้เธอทานที่ทำงานทุกวัน

เค้าก็ไปเล่าให้แม่เขาฟังว่า ผมเนี่ย ชอบไปเที่ยวโคโยตี้ แถมยังจีบหญิงแล้วโดนหญิงหลอกเอาตังค์อีก (น้องคนที่ผมจีบโดนไล่ออกไปแล้ว)

แม่ของน้องที่ทำงานคนนั้น ท่านก็รู้สึกเวทนา สงสาร .. ท่านก็เลย ทำอาหารมาเผื่อผมด้วยทุกวันตอนเช้า (ทุกวันนี้ ผมยังซึ้งน้ำใจน้องเค้า กับแม่ของเค้ามาก ที่ต้องทำอาหารมาให้ผมทานทุกวัน)

บอกตรงๆ นะ .. โคตรอายเพื่อนที่ทำงานเลย อายเจ้านายด้วย .. ต้องให้เจ้านาย กับน้องผู้หญิงที่ทำงานเอาข้าวมาให้ (แต่โชคดีที่ว่า ทั้งเจ้านาย และเพื่อนพนักงานเค้าก็รู้เห็นเหตุการณ์หมด ก็เลยสงสาร ไม่มีใครว่าอะไร)

แต่ทำไงได้ ตอนนี้ บทมันจะไม่มีเหลือ มันก็ไม่เหลือเงินจริงๆ นะครับ .. เรียกได้ว่า จำไว้เป็นบทเรียนอย่างดีเลยครับ

หลังจากที่ได้รับความช่วยจากเจ้านาย และเพื่อนๆ ในบริษัท รวมถึงขอเงินจากพ่อ-แม่ด้วยเป็นบางครั้ง แต่ผมไม่ได้เล่าให้ฟังว่าทำไมถึงเงินหมด (ไม่กล้าเล่าให้ฟังจริงๆ บ้านแตกแน่ๆ) .. ผมก็หยุดใช้บัตรเครดิต หยุดเที่ยว (หญิงก็ไม่ได้จีบแล้ว)

พอได้เงินเดือนมา ก็ตั้งใจเก็บเงิน และค่อยๆ ผ่อนชำระบัตรขั้นต่ำไปเรื่อยๆ เป็นเวลากว่า 2 ปี กว่าจะจ่ายหนี้บัตรหมด พร้อมกับมีเงินเก็บอีกก้อนนึง พอเอาตัวรอดได้ .. หลังจากนั้น ผมถึงจะกลับมาใช้ชีวิตปกติ ด้วยเงินตัวเองอีกครั้ง
[direct=http://www.bkkth.com/]bkkth.com[/direct]


nuonly

[direct=https://www.duduang.in.th]ดูดวง[/direct][direct=https://www.duduang.in.th]duduang[/direct] [direct=https://www.ddbaanteedin.com]ขายที่ดิน[/direct] [direct=https://www.ddbaanteedin.com/]ขายบ้าน[/direct]

Bes

✔แนะนำ Hosting และ VPS ราคาเริ่มต้น 277 บาทฟรี! SSL ซัพพอทคุยง่าย
https://client.hostsevenplus.com/aff.php?aff=396

virussman

สมัยเรียนมีครั้งนึง นั้งรถกลับบ้าน (สมัยนั้น สามบาทห้าสิบตัง) มีแค่นี้พอดี ขึ้นรถ เสือกลืมดูว่ามันเป็นรถเสริม สุดสายที่แฮ็ปปี้แลน   เดินตั้งแต่แฮ็ปปี้แลน  ยันลาดพร้าวซอย4  นึกถึงเวลานั้นแล้วน้ำตาจิไหล 555+
งดรับงาน

tanaiwirat

เคยลืมกระเป๋าตังค์และขึ้นรถเมล์ เครียดเหมือนกัน
คุยกับพี่กระเป๋า โชคดีเข้าใจ