แก้ปัญหาตัวเองได้ย่อมแก้ปัญหาเดียวกันให้ผู้อื่นได้ จุดกำเนิดของนิชมาร์เก็ตธุรกิจ

เริ่มโดย careeralive, 09 กุมภาพันธ์ 2014, 09:20:16

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

careeralive

หลักการปฏิบัติในภาวะฉุกเฉินบนเครื่องบินคือเมื่อหน้ากากอ็อกซิเจนถูกจ่ายออกมา คุณต้องเป็นผู้สวมมันก่อน ต้องสวมให้เป็นและให้ถูกต้องเสียก่อนจึงจะสวมให้แก่คนที่อยู่ข้างๆได้ กล่าวโดยนัยคือ คุณต้องแก้ปัญหาให้ตัวเองก่อนจึงจะแก้ปัญหาและช่วยเหลือผู้อื่นได้

ที่นี้มันเกี่ยวอย่างไรกับการทำธุรกิจ และธุรกิจอินเตอร์เน็ต? บ่อยครั้งที่เราจะสร้างธุรกิจอะไรขึ้นมาสักอย่างเราจะมองออกไปยังตลาดว่า ตลาดต้องการอะไร ซึ่งจะตามมาด้วยการทำวิจัยอันสลับซับซ้อนกินเวลาและงบประมาณมาก ทำให้หลายๆคนรู้สึกท้อใจกับระยะเวลาและความยากในการทำวิจัยตลาด

แต่หลายๆธุรกิจ รวมไปถึง ซอฟต์แวร์ และบล็อก ที่ประสบความสำเร็จในสินค้า, บริการ, และนิช ของตนเองกลับมีจุดเริ่มต้นบนหลักการเดียวกับการปฏิบัติตัวในภาวะฉุกเฉินบนเครื่องบิน นั่นคือ แก้ปัญหาของตัวเองได้แล้วจึงกลายมาสินค้าและบริการ และ Information product แก่ผู้อื่น

James Dyson ผู้พัฒนาเครื่องดูดฝุ่นรุ่นใหม่ระบบ Dual Cyclone ที่ดูดเข้าไปในถังเก็บฝุ่น เกิดจากประสบปัญหาการใช้เครื่องดูดฝุ่นรุ่นเก่าที่เป็นถุงเก็บฝุ่นที่มักสูญเสียกำลังการดูดจากการติดขัดอุดตันของฝุ่นที่ปากถุง เมื่อประสบและรู้ปัญหากับตัวเอง เขาจึงรู้ใจตัวเองว่าต้องการอะไร การใช้งานเครื่องดูดฝุ่นแบบไหนและพัฒนาแบบนั้นขึ้นมา ซึ่งเมื่อเขาประสบปัญหานั้นๆ คนอื่นก็ประสบปัญหาเดียวกันเช่นกัน และสินค้าที่พัฒนาก็สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ (จากหนังสือ REwork)

Vic Firth เป็นมือกลองให้วง Symphony Orchestra และเขาไม่ค่อยพอใจกับไม้กลองตามท้องตลาด เขาจึงทำไม้กลองขึ้นเอง ทำไปขายไปกระทั่งวันหนึ่งเขาทำชุดไม้กลองตกลงพื้นและสัมผัสได้ถึงโทนเสียงที่แตกต่างกันของไม้กลองเหล่านั้น เขาจึงเริ่มศึกษาถึงผลของพลังเสียงไม้กลองจาก ระดับความชื้น ขนาด และน้ำหนัก และทำการผลิตไม้กลองให้แม็ทช์กันเป็นคู่ๆ โดยปัจจุบันโรงงานผลิตไม้กลองของ Vic Firth ครองส่วนแบ่งตลาดไม้กลองถึง 62% (จากหนังสือ REwork)

Drew Houston เจ้าของ Drop Box คิดค้นโปรแกรมนี้ขึ้นใช้เองด้วยเหตุผลเพราะเขาเป็นคนชอบลืม USB แต่ภายหลังเขาเห็นว่าโปรแกรมนี้มันน่าจะมีประโยชน์กับคนอื่น เขาจึงประกาศตัวโปรแกรม Drop Box อย่างเป็นทางการในงาน Tech Crunch Annual Conference 2008 ตอนนั้น Drew H. มีอายุเพียง 25 ปีเท่านั้น จวบจนปัจจุบัน, ปี 2013, Drew H. มีอายุครบ 30 ปีเต็มด้วยทรัพย์สินสุทธิ 12,000 ล้านบาท และได้รับโหวตเป็นนักธุรกิจไฟแรงรุ่นอายุไม่เกิน 30 จาก Business Week ในอเมริกา

หรือกรณีผมเอง ประสบการณ์ตรงๆเลยคือเมื่อหลายปีก่อน ผมมีความรู้ผมมีคอนเทนต์ที่อยากจะเผยแพร่แต่ผมเอาความรู้ออกมาเขียนขายไม่ได้เพราะไม่สามารถผ่านเข้าระบบสำนักพิมพ์ (Traditional publishing)เพื่อทำหนังสือออกมาเป็นเล่มๆ ผมก็หาวิธีอื่น เริ่มจากเขียนเว็บบอร์ด เว็บบล็อก จนเกิดคนติดตาม จากนั้นก็ทำเป็นอีบุีกและขายได้... นี่คือตัวอย่างของ ปัญหา ที่ผมสามารถ แก้ไข และ หาทางออกให้ตัวเองได้แล้ว

ต่อมาเมื่อผมเข้าไปดูตามอินเตอร์เน็ตก็พบว่ามีคนจำนวนมากอยากเขียนหนังสือแต่ติดปัญหาเดียวกันคือติดที่สำนักพิมพ์ ในขณะที่คนที่จะให้คำแนะนำเรื่องการเขียนและขายอีบุ๊กนั้นแทบไม่มีเลย ส่วนมากข้อมูลที่หาได้ตามอินเตอร์เน็ตจะเป็นการถกเถียงที่ไม่ได้ประโยชน์ เช่น อีบุ๊กทำลายวงการสำนักพิมพ์จริงหริอไม่, อีบุ๊กขายไม่ได้หรอก คนไทยไม่อ่านอีบุ๊ก, นี่มันเมืองไทยไม่ใช่เมืองนอก ขายไม่ได้หรอก, เขียนอีบุ๊กถูกก็อปปี้ง่าย ฯลฯ ซึ่งผมเห็นแล้วก็เซ็งแทนคนที่กำลังมีปัญหาแบบที่ผมเคยมี เพราะเอาแต่วิเคราะห์ทฤษฏี ทฤษฏี แล้วก็ทฤษฏี ในขณะที่คนปฏิบัติจริงเขาทำขายกันได้เป็นแสนๆกันอยู่.. ใช่ครับ ผ่านมา 10 เดือน ยอดขายอีบุ๊กของผมคนเดียวก็สะสมแตะ 1.5 แสนบาท Passive income ไปแล้ว... +25% จากเมื่อสิ้นปี 2013 ผมก็เลยตัดสินใจเอา ปัญหา และ ประเด็น เหล่านี้มาบรรจุเป็น Niche site EpicWriterr.com เพื่อสอนเรื่องการเขียนและขายอีบุ๊ก โดยเฉพาะ ซึ่งผมยังไม่ได้ถึงกับมุ่งเน้นเรื่องการทำเงินมากนัก แต่โปรดักท์ของเว็บก็สามารถขายได้เรื่อยๆ รวมไปถึงมีคนเริ่มสอบถามว่าจะมีคอร์สสอนเป็นนักเขียนหรือไม่ ซึ่งเหล่านี้เป็น Feedback ที่ทำให้ผมเห็นโอกาสดีๆ

บางครั้งการวิเคราะห์ตลาดออกไปไกลๆเพื่อสร้างสินค้าและบริการอาจคล้ายการคลำทางในที่มืดที่คุณต้องเริ่มคิดจากศูนย์ ในขณะที่การสร้างสินค้าและบริการจากที่มาจากปัญหาใกล้ๆตัวที่คุณประสบและอยากจะสร้างระบบการทำงานใหม่ที่ดีกว่าเดิมขึ้นมาช่วยให้ธุรกิจ หรือบล็อกของคุณเริ่มจาก 50 หรือ 100 เพราะมีคนที่ประสบปัญหาเดียวกันเป็นตลาดรองรับอยู่แล้วเกือบจะทันทีในบางนิช

saparee

เห็นด้วยกับแนวคิดรูปแบบนี้มากๆครับ

การหานิชของธุรกิจแบบนี้ ผมว่ามันง่ายกว่าการหา keyword ว่าตอนนี้นี้คนหรือตลาดอื่นกำหลังหาคำว่าอะไรกันเสียอีก
เพราะไม่ต้องหา content หรือเขียนอะไรจากที่ไม่ได้สนใจหรือไม่ถนัด
มาเปลี่ยนเป็น Passion ในสิ่งที่จะทำ และเริ่มทำจากสิ่งที่สนใจ แล้วทีนี้ที่เหลือก็เป็นเรื่องง่ายและสนุก

สินค้าของผมเองในตอนนี้ก็เกิดจากปัญหาส่วนตัว และแนวคิดที่ว่าคนอื่นก็ต้องเจอปัญหาแบบนี้เหมือนกัน แล้วจากนั้นผมก็ศึกษาต่อยอดพัฒนามาเรื่อยๆ จากใช้เองจนวันนี้เป็น Product ออกมาเช่นกันครับ ^ ^

Meaw-IE

[direct=https://bait.rmutsb.ac.th/]คณะบริหารธุรกิจ[/direct] [direct=https://fea.rmutsb.ac.th/]คณะวิศวะฯ มทร.สุวรรณภูมิ[/direct] [direct=https://suphanburi.rmutsb.ac.th/]กบส สุพรรณบุรี[/direct]
[direct=https://bait-rus.blogspot.com/2025/06/2568_18.html]bait blog[/direct]

wear428

ธุรกิจผมเริ่มมาจาก แนวคิดนี้ครับ และธุรกิจตัวใหม่ก็ต่อยอดไปจากปัญหา ของผมเช่นกัน


kankab13

ยอดครับผมต้องหันมาสำรวจตัวเองใหม่แล้วเพื่อหาจุดที่พอจะต่อยอดได้ :wanwan003:
[direct=http://oveshop.us]oveshop[/direct][direct=http://oska.site]oska[/direct][direct=http://easyouttool.tk//]tk[/direct][direct=http://berngudon.com/]เบิ่งอุดร[/direct][direct=http://hakpenguin.com/]hk[/direct]







welovebabyclothes

เสื้อผ้าเด็กราคาโรงงาน อยากขายเสื้อผ้าเด็ก ต้นทุนต่ำกำไรงาม คลิ๊กเลย => [direct=http://www.welovebabyclothes.com]เสื้อผ้าเด็ก[/direct]

fangbif

มันจริงนะคะ เราเขียนเล่นๆ เน้นเป็นผู้ให้ เพราะก่อนหน้าที่เราจะรู้ เราก็เป็นคนไม่รู้มาก่อน อยากช่วยประหยัดเวลาให้คนอื่นแค่นั้น ยังมีคนติดต่อมาให้เราแก้ปัญหาให้ (ซึ่งความสามารถเราก็ยังไม่สามารถแก้ไขให้เขาได้ ได้แต่ให้คำแนะนำไปเท่านั้น) หรือบางเว็บงานเขียนเหมือนกันยังมีคนอยากร่วมทำธุรกิจด้วยเลย

zidit

ส่วนตัวผมชอบแนวทาง startup ของ dropbox มากเลยครับ เรื่องที่ refer เพื่อน แล้วเราได้ space เพิ่ม ทำให้โตไวมากๆ

coolsweet

[direct=http://www.daisukimag.com]รีวิวเกม[/direct]
[direct=http://www.daisukimag.com]รีวิวภาพยนตร์[/direct]
[direct=http://www.daisukimag.com]รีวิวอนิเมะ[/direct]
[direct=http://www.daisukimag.com/game/]Game[/direct]
[direct=http://www.daisukimag.com/game/]yokai saga[/direct]