นิสิตจุฬาโดดตึกฆ่าตัวตาย

เริ่มโดย Rapture, 09 มิถุนายน 2008, 17:14:03

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

geddd

อ้างถึงจาก: ป้าชลลี่ ใน 09 มิถุนายน 2008, 22:09:57

ปัญหาคือจะเดินเข้าไปโรงพยาบาลไหน   ราคาเท่าไหร่ (จนนนนนน!)
พอไปหน้าประชาสัมพันธ์  จะต้องบอกว่า  มาพบจิตแพทย์ค่ะ  พยาบาลก็จะถามว่า  มีอาการอย่างไร  ช่วยเขียนอาการคร่าวๆ 
คนที่ตอบพยาบาลได้ว่ามีอาการอย่างไร คือคนที่ยังมีสติ อยู่นะ คงไม่ถึงกับฆ่าตัวตาย   คนที่ฆ่าตัวตายก็คือคนที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเปลี่ยนไป   :'( :'(



ปัญหาคือจะเดินเข้าไปโรงพยาบาลไหน   ราคาเท่าไหร่ (จนนนนนน!)
- ไปโรงพยาบาลของ มหาวิทยาลัยได้ค่ะ หรือ หน่วยอนามัยอ่ะค่ะ  (เคยไปใช้บริการตอนยังเรียนอยู่)
- ถ้าทำงานแล้ว ใช้ประกันสังคม หรือ ประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ค่ะ 

พอไปหน้าประชาสัมพันธ์  จะต้องบอกว่า  มาพบจิตแพทย์ค่ะ  พยาบาลก็จะถามว่า  มีอาการอย่างไร  ช่วยเขียนอาการคร่าวๆ  คนที่ตอบพยาบาลได้ว่ามีอาการอย่างไร คือคนที่ยังมีสติ อยู่นะ คงไม่ถึงกับฆ่าตัวตาย   คนที่ฆ่าตัวตายก็คือคนที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเปลี่ยนไป   
- ญาติ หรือ คนใกล้ชิดพาไปก็ได้ค่ะ ถ้าพบอาการผิดปกติไป เช่น พูดถึงตัวเองในแง่ร้าย เบื่อชีวิต ซึม เศร้า มีพฤติกรรมแปลกไปจกปกติ หรือบอกว่าจะฆ่าตัวตาย ....ไปถึงแล้วบอกพยาบาลว่า มาพบจิตแพทย์ ไม่ต้องบอกอาการละเอียดก็ได้ค่ะ แล้วคุยกับคุณหมอในรายละเอียดต่อไปได้เลยค่ะ

When the rain stops, the sky clears and a rainbow appears. Our troubles pass and life is beautiful and bright again.

ต่อ

อ้างถึงจาก: ravemaster ใน 09 มิถุนายน 2008, 17:53:47
บ้าขนาดหนัก...  ขนาดเอาน้ำราดมด มดยังตะกุยตะกายหนีตายเลย

พูดซะเห็นภาพเลยครับ
[direct=http://ซ่อมคอมพิวเตอร์ชลบุรี.blogspot.com]ซ่อมคอมนอกสถานที่ ชลบุรี[/direct]
[direct=http://www.brothercomputer.com]รับซ่อมคอมพิวเตอร์ อมตะนคร ชลบุรี[/direct]
[direct=http://bit999.blogspot.com/]เทคนิคการใช้งานคอมพิวเตอร์[/direct]
[direct=https://www.facebook.com/brother.chonburi]ซ่อมคอมพิวเตอร์ ชลบุรี[/direct]
[direct=https://www.youtube.com/channel/UCvQrsQ7G-z8ZwgkzzsV8IJA]พาลูกเที่ยว ข้าวหอม ข้าวตัง[/direct]

MiithRanDir

การเรียนไม่ใช่ทุึกสิ่งทุกอย่างของชีวิต
บางคนเรียนจบ แค่ ป.4 เป็นเสี่ยเป็นเศรษฐีเยอะแยะ

ถือมาชดใช้กรรมไปละกัน
[direct=https://www.มังกรฟ้าเชิญมารวย.com]ล็อตเตอรี่ออนไลน์[/direct]

journey


เฮ้อ! – อาจารย์เอแบคสาว อดีตดาวคณะเศรษฐศาสตร์จุฬา กระโดดตึกดับชีวิตเพื่อให้คนรักหนุ่มเห็นใจ

    เรื่องนี้เป็นข่าวดังด้วยหลายปัจจัยครับ ประการแรกสาวผู้ตายสวยระดับนางแบบ ประการที่สองขับเบนซ์สปอร์ตขึ้นมาถึงชั้น ๑๐ ของตึกเอ็มไพร์ทาวเออร์ ประการที่สามเป็นถึงลูกสาวเศรษฐีใหญ่ แถมเรียนจบเกียรตินิยม และกำลังสอนอยู่ในมหาวิทยาลัยดังอีกต่างหาก เรียกว่าชีวิตนางเอกนิยายขนานแท้ ทุกคนที่ทราบประวัติผู้ตายถึงกับอึ้งกันไปหมด

    คุณคงนึกไม่ออกว่าที่ผ่านมาเคยมีนักประพันธ์ท่านไหน เขียนให้นางเอกที่มีพร้อมทุกสิ่งทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และคุณสมบัติกระโดดตึกฆ่าตัวตาย อย่างมากก็แค่ให้พยายามแต่ไม่สำเร็จ พระเอกมาช่วยทัน หรือคิดได้เอง เปลี่ยนใจเสียก่อนในวินาทีสุดท้าย

    ทว่าชีวิตจริงเป็นสิ่งเปราะบางนัก และนางเอกในโลกความจริงก็ทำสำเร็จโดยไม่มีใครหน้าไหนมาช่วยทัน แม้กระทั่งตัวของเธอเอง!

    แน่นอนว่าการตายพร้อมไดอารี่สีแดงข้างกายนั้น หมายถึงการจงใจสื่อสารถึงคนรัก และบีบคั้นเขาด้วยการเป็นข่าวดัง ไม่แคร์ด้วยว่าคนทั้งโลกจะเห็นสภาพศพเธอน่าอเนจอนาถเพียงใด

    ข้อความในไดอารี่ ทำให้จับใจความได้ว่าสาเหตุของการปลิดชีพตนเอง ก็คือเพื่อให้คนรักหนุ่มเห็นว่านี่ไม่ใช่การสร้างภาพ เพราะคงไม่มีใครลงทุนสร้างภาพด้วยการทิ้งชีวิตทั้งชีวิตอย่างนี้ ส่วนสภาพร่างกายก็ชวนให้คนพบเห็นสลดสมใจเธอ เพราะจากที่เคยงามสมส่วนดึงดูดสายตาไปทั้งร่าง กลายเป็นแขนขาหักผิดรูป แถมไม่สิ้นลมทันที แต่ไปทนพิษบาดแผลไม่ไหวหลังจากเจ้าหน้าที่พยายามพาส่งโรงพยาบาลแต่ไม่ทันการณ์

    คนส่วนใหญ่งุนงง ไม่เข้าใจว่าเหตุผลกลใดในโลกมีน้ำหนักพอจะทำให้เธอยอมทิ้งชีวิตที่น่าอิจฉาเห็นปานนี้ ซ้ำร้ายชาวเว็บที่ด่วนตัดสินคนอื่นก็ด่าเธอไล่หลังต่างๆนานา ซึ่งก็ได้รับการตอบโต้จากผู้ใกล้ชิดของเธอทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนพ้องน้องพี่หรือลูกศิษย์ลูกหา ต่างพากันชี้ว่าเธอเป็นที่รัก มีคุณงามความดี ไม่ใช่บุคคลที่สมควรได้รับการด่าทอให้เสียหายจากคนเพิ่งรู้จักเธอสั้นๆผ่านสื่อข่าวแต่อย่างใดเลย

    ชีวิตคนทั่วไปเต็มไปด้วยความขาด แต่ชีวิตของเธอคนนี้อาจจะมากด้วยความเกิน จึงไม่เป็นที่เข้าใจโดยง่าย ว่าทำไมถึงไม่รู้จักเสียดายชีวิต...

    ความจริงก็คือ เพราะมีทุกอย่างนั่นแหละ จึงพร้อมจะเป็นทุกข์ได้สาหัสกว่าคนอื่น!

    คนกว่าค่อนโลกทุกข์เพราะกระหายสุขที่ยังไม่เคยได้ลิ้มรส แค่ข้าวอร่อยสักมื้อ แค่เสื้อผ้าดีๆสักชุด หรือแค่ความรักความอบอุ่นจากใครสักคน ตั้งแต่เกิดจนตายอาจไม่มีสิทธิ์รู้จัก จึงแสวงหาและรอคอยเรื่อยไป ทว่าเธอคนนี้รู้จักข้าวอร่อยและเสื้อผ้าดีๆมาตั้งแต่เกิด แถมมีทุกอย่างที่คนๆหนึ่งพึงอยากได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา ความสามารถ ตลอดจนกระทั่งบุคคลที่ทำให้รู้สึกแสนรัก

    และจากคำให้การของเธอในไดอารี่ ความรักฉันหญิงชายก็เป็นยอดสุดของความสุขสำหรับเธอ เป็นบทสรุปว่าชีวิตเธอพรั่งพร้อมทุกสิ่งไปทำไม แต่เมื่อความรักของเธอหายไป ชีวิตก็ได้ข้อสรุปใหม่เป็นทุกข์ที่ไม่อาจทนเช่นกัน!

    คนเราถ้ายังไม่เคยได้ก็ยังอยากอยู่ต่อจนกว่าจะได้ แต่เมื่อได้แล้วเสียไปอย่างไม่อาจได้คืน ก็เหมือนไม่รู้จะอยู่ต่อไปทำไม นี่จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจเธอผู้ด่วนจากไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แต่ขณะเดียวกันเธอก็สอนให้โลกรู้ เป็นครูสำหรับสาวอีกหลายๆคนที่ยังหลงฝันว่ายอดสุดของชีวิตคือการมีครบสูตร ทั้งสวย รวย เก่ง และแฟนหล่อ

    มันไม่ใช่เลย วิบากด้านดีอาจหยิบยื่นทุกสิ่งให้กับคนๆหนึ่ง แต่นั่นก็เป็นการหลอกลวงอีกครั้ง ไม่ต่างจากที่กำลังหลอกคนอื่นทั้งโลกอยู่เดี๋ยวนี้ ทุกคนต้องได้อะไรถูกใจมาสักอย่าง เพื่อให้หลงนึกว่ามี เพื่อให้สำคัญผิดว่าสิ่งนั้นเป็นที่รัก เพื่อให้เกิดอุปาทานถือมั่นว่าตนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ทั้งที่ต้องเสียสิ่งนั้นไปให้กับกฎแห่งความแตกพัง จะช้าหรือเร็วเท่านั้น

    หากใครมีชีวิตเพื่อเรียนรู้ว่าชีวิตเป็นสิ่งลวงใจให้ยึด ไม่ใช่ของจริงให้ควรถือมั่น ก็จะไม่เลือก 'ฆ่าตัวตาย' แต่จะหันมา 'ฆ่าอุปาทาน' แทน เพื่อพบสุขอีกแบบที่คาดไม่ถึง และทำได้จริงก่อนสิ้นชีวิตครับ


ขอขอบคุณ ธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ ๐๔๒ พฤหัสบดีที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑

journey


เด็กหลายคนสมัยนี้ เกิดมาในยุคที่ไม่ต้องลำบากเหมือนยุคปู่ย่าตาทวดแล้ว
พ่อแม่ที่มีกำลังก็สรรหาและทุ่มเทในสิ่งที่ "คิด" ว่าดีที่สุดให้กับลูกกันอย่างเต็มที่

พาไปเรียนพิเศษ หัดให้เล่นดนตรี หัดให้ร้องเล่นเต้นรำ มีทักษะในศิลปะแขนงต่างๆ
เรียนว่ายน้ำ เรียนภาษาที่สอง ภาษาที่สาม ราวกับจะปั้นให้เกิดมาเก่งกล้าสารพัดวิทยายุทธ์

และเขาก็อาจเติบโตขึ้นมาอย่างเพียบพร้อมด้วยวิชาความรู้ และมากด้วยความสามารถ
แต่อีกด้านหนึ่งก็คือ เขาอาจไม่รู้เลยว่า การกระทำอย่างไร จะพาชีวิตเขาไปสู่ความมืด
การกระทำอย่างไร จะพาชีวิตเขาไปสู่ความสว่าง และที่สำคัญ เมื่อมีความทุกข์
เขาอาจไม่รู้เลยว่า จะพาตัวเองออกจากกับดักของทุกข์ที่จมอยู่นั้นได้อย่างไร

เราจึงเห็นเด็กเก่ง ที่ยังซึมเศร้า เครียด ฆ่าตัวตาย ก่อเรื่องราว อาละวาดเอาแต่ใจได้ทั่วไป

พ่อแม่อาจได้ชื่อว่าปูพื้นฐานความรู้ให้ลูกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็จะนับว่าน่าเสียดายยิ่ง...
หากเขาไม่มีพื้นฐานความเข้าใจ ในการพาตัวเองให้เป็นอิสระจากทุกข์ได้เลย

และนั่นคือวิชาที่สำคัญที่สุดที่เขาควรได้เรียนรู้ให้สมกับการได้เกิดมาเป็นมนุษย์
เพราะสิ่งที่เป็นความสุขอย่างที่สุด ไม่มีสิ่งใดที่จะเทียบได้กับใจที่เป็นอิสระ
และใจที่ไม่เป็นทุกข์เพราะอำนาจของกิเลสที่มองไม่เห็น แต่จ่อรอเล่นงานเราอยู่ทั้งชีวิต

satansatan

ความคิดชั่ววูบ มีกันทุกคน แต่จะส่งผลต่อการกระทำมากแค่ไหน จะสีสติมายับยั้งได้ขนาดไหน

ทุกคนคงเคยเป็นกันทั้งนั้น

- เศร้า เสียใจ => ประชด
- จน เครียนด => กินเหล้า

โดยแต่ละเรื่องที่ทำ ก็ไม่ค่อยส่งผลดีทั้งนั้น แต่ผลเสียจะอยู่ในระดับไหนแค่ไหนเอง

- แฟนไม่สนใจ => หาใหม่
- แฟนไม่สนใจ => งอน 1 วิ (เป็นไปได้เหรอ)
- แฟนไม่สนใจ => งอน 1 วัน
- แฟนไม่สนใจ => งอน หลาย วัน
- แฟนไม่สนใจ => เลิก (อย่างโหด)
- แฟนไม่สนใจ => ฆ่าตัวตาย
ทุกคนคิดทั้งนั้นแหละ แต่จะคิดลึกแค่ไหนขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง และเขาจะยับยั้งไม่ทำตามความคิดของตัวเองระดับ ขึ้นอยู่กับสติของเขา

ประโยคธรรมะกื๊บเก๋ "ไม่มีใครผิดหรอก มันเป็นโทษของวัฏฏะ"

catz001


ChickenVRs

เห็นอย่างนี้แล้วว...โดดมั่งดีก่า  :'(

edit:แก้คำผิด

Mr.Fortuner

คนที่น่าสงสารที่สุดคือ พ่อแม่

mixture

เกรดผม 2 กว่า โดดตึกไม่พอ คงต้องโดดเหว  :P
[direct=http://moomak.wordpress.com]จิ[/direct]

Saethao

ไม่น่าเลย ผู้สาว

เรียนเก่ง  แต่ขาด EQ