กรรมฐานแก้กรรมได้อย่างไร ?

เริ่มโดย forest60, 07 มิถุนายน 2011, 14:11:19

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

pjumpod

ปุจฉา 2 ข้อ เปิดรับทุกความคิดเห็นครับ
ผมอยากรุ้เหมือนกันครับ
[direct=https://play.google.com/store/apps/details?id=com.pjumpod.a2048]เกม 2048[/direct],[direct=https://www.facebook.com/Muangthai.sriracha/]lสนใจประกันชีวิต ประกันสุขภาพ โรคร้ายแรงติดต่อที่นี้[/direct]

tanawat30

อ้างถึงจาก: pjumpod ใน 07 มิถุนายน 2011, 15:30:17
ปุจฉา ยังเปิดรับอยุ่ครับ  :wanwan004:
ผมเองก็ไม่รุ้ครับ อยากได้ความเห็นของคนหลายๆคนครับ

ส่วนตัวผมคิดว่า ท่านคิดว่าผลกรรมนี้ขัดขวางการนิพพานของท่าน เพราะ ถ้ายังมีกรรมอยุ่ ท่านจะไม่เข้าสู้ นิพพาน ดังนั้น ท่านไม่อยากเวียนว่ายตายเกิดอีก
จึงยอมให้สิ้นกรรมเสียแต่ชาตินี้ ไม่เหาะหนีไปไหน เมื่อสิ้นกรรม ท่านจึงเข้าสู่นิพพาน
กรรมไม่ได้เลื่อนไปไหน ถ้าไม่ชาตินี้ ก็จะไปชาติหน้า และ ถ้าต่อไปชาติหน้า แปลว่า การนิพพานก็จะช้าลง

ปุจฉาอีกข้อได้ไหมครับ

ปรินิพพานกับ นิพพาน ต่างกันตรงไหน หรือต่างกันแค่ เป็นการนิพพานของใคร?  :wanwan016:

เรามักตีความว่ากรรมนั้นเป็นบาปกรรมหรืออกุศลกรรมเป็นหลักแล้วแทบจะเป็นมุมนั้นมุมเดียวด้วย 

แท้จริงแล้วกรรมยังทำไปแบบกลาง ๆ  หรือทำในสภาวะนิพพาน  และกรรมที่เป็นกรรมดีหรือกุศล
 
กรรมด้วย  ถ้าแปลเรื่องกรรมว่าเป็นบาปกรรมอย่างเดียวไม่ได้คำตอบ  ฉะนั้นคำว่าสิ้นกรรมคือสิ้นบาป

และอกุศลทั้งปวง  แล้วถ้าจะให้ถึงนิพพานต้องสิ้นกรรมดีหรือกุศลกรรมด้วย  คำว่าสิ้นนี้คือสิ้นในผล

หรือวิบากไม่ได้สิ้นในเหตุหรือตัวกรรมนะครับ

นิพพานกับปรินิพพาน  ต่างกันที่ปรินิพพานคือการตายออกจากร่าง  แต่นิพพานเเฉย ๆ  ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติ

ได้ตั้งแต่ปัจจุบัน  เรียกว่าอุปปาทิเสสนิพพาน  นี่แหล่ะครับทำให้ผมประจักษ์แจ้งในเรื่องนี้ด้วยตนเอง
บรรยายวิธีทำสมาธิล้วน ๆ  จ้า [direct=http://www.dhumma.net]ทำสมาธิกันโลด[/direct]

pjumpod

ถ้าผมไปตั้งปุจฉาแบบในกระทู้นี้ ในสำนักของ พระ หรือแม่ชีที่รับแก้กรรม
( ถ่ายเอกสารแบ้ง 100 มาแก้กรรม หรือ ยอมมีอะไรกับเด็ก ถือเป็นการแก้กรรม)
ผมจะโดนเล่นยังไงบ้างเนี้ย
[direct=https://play.google.com/store/apps/details?id=com.pjumpod.a2048]เกม 2048[/direct],[direct=https://www.facebook.com/Muangthai.sriracha/]lสนใจประกันชีวิต ประกันสุขภาพ โรคร้ายแรงติดต่อที่นี้[/direct]

pjumpod

ถ้าการนั่งวิปัสสนา กับ การทำบุญ จะได้กรรมดี แล้วทำยังไงถึงจะสิ้นกรรมดีละ? กรรมดีอะไรบ้างที่ไม่มีวิบากกรรมครับ?

อ้างถึงจาก: tanawat30 ใน 07 มิถุนายน 2011, 15:41:55
อ้างถึงจาก: pjumpod ใน 07 มิถุนายน 2011, 15:30:17
ปุจฉา ยังเปิดรับอยุ่ครับ  :wanwan004:
ผมเองก็ไม่รุ้ครับ อยากได้ความเห็นของคนหลายๆคนครับ

ส่วนตัวผมคิดว่า ท่านคิดว่าผลกรรมนี้ขัดขวางการนิพพานของท่าน เพราะ ถ้ายังมีกรรมอยุ่ ท่านจะไม่เข้าสู้ นิพพาน ดังนั้น ท่านไม่อยากเวียนว่ายตายเกิดอีก
จึงยอมให้สิ้นกรรมเสียแต่ชาตินี้ ไม่เหาะหนีไปไหน เมื่อสิ้นกรรม ท่านจึงเข้าสู่นิพพาน
กรรมไม่ได้เลื่อนไปไหน ถ้าไม่ชาตินี้ ก็จะไปชาติหน้า และ ถ้าต่อไปชาติหน้า แปลว่า การนิพพานก็จะช้าลง

ปุจฉาอีกข้อได้ไหมครับ

ปรินิพพานกับ นิพพาน ต่างกันตรงไหน หรือต่างกันแค่ เป็นการนิพพานของใคร?  :wanwan016:

เรามักตีความว่ากรรมนั้นเป็นบาปกรรมหรืออกุศลกรรมเป็นหลักแล้วแทบจะเป็นมุมนั้นมุมเดียวด้วย 

แท้จริงแล้วกรรมยังทำไปแบบกลาง ๆ  หรือทำในสภาวะนิพพาน  และกรรมที่เป็นกรรมดีหรือกุศล
 
กรรมด้วย  ถ้าแปลเรื่องกรรมว่าเป็นบาปกรรมอย่างเดียวไม่ได้คำตอบ  ฉะนั้นคำว่าสิ้นกรรมคือสิ้นบาป

และอกุศลทั้งปวง  แล้วถ้าจะให้ถึงนิพพานต้องสิ้นกรรมดีหรือกุศลกรรมด้วย  คำว่าสิ้นนี้คือสิ้นในผล

หรือวิบากไม่ได้สิ้นในเหตุหรือตัวกรรมนะครับ

นิพพานกับปรินิพพาน  ต่างกันที่ปรินิพพานคือการตายออกจากร่าง  แต่นิพพานเเฉย ๆ  ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติ

ได้ตั้งแต่ปัจจุบัน  เรียกว่าอุปปาทิเสสนิพพาน  นี่แหล่ะครับทำให้ผมประจักษ์แจ้งในเรื่องนี้ด้วยตนเอง
[direct=https://play.google.com/store/apps/details?id=com.pjumpod.a2048]เกม 2048[/direct],[direct=https://www.facebook.com/Muangthai.sriracha/]lสนใจประกันชีวิต ประกันสุขภาพ โรคร้ายแรงติดต่อที่นี้[/direct]

forest60

#24
นิพพาน หมายถึง สภาพที่ดับกิเลสและกองทุกข์แล้ว ภาวะที่เป็นสุขสูงสุด เพราะไร้ทุกข์ เป็นอิสรภาพสมบูรณ์

ปรินิพพาน แปลว่า การดับรอบ ความปราศจากกิเลสที่ร้อยรัด คือ การดับสนิท ดับด้วยไม่เหลือแห่งกิเลสและกองทุกข์ มีความหมายเดียวกับคำว่า นิพพาน

บางครั้งใช้หมายถึง อนุปาทิเสนนิพพาน แปลว่า การดับกิเลสพร้อมทั้งเบญจขันธ์ ("อนุปาทิเสสนิพพาน" คู่กับ "สอุปาทิเสสนิพพาน" ซึ่งแปลว่าดับกิเลสแต่ยังดำรงชีวิตอยู่)

ปรินิพพาน นิยมใช้หมายถึง การดับขันธ์ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น ส่วนของพระอรหันตสาวกที่เหลือนิยมใช้ นิพพาน เฉย ๆ ทั้งนี้ นัยว่าเพื่อเป็นการยกย่องพระพุทธเจ้า แต่ในภาษามคธใช้เหมือนกันทั้งสองศัพท์ คือ ใช้สลับกันก็มี

ปรินิพพาน สำหรับพระพุทธเจ้านิยมเพิ่มคำว่า "เสด็จดับขันธ์" หรือ "เสด็จดับขันธ" ไว้หน้าด้วย เช่นใช้ว่า "พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานที่สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา"
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อ้างอิงจาก  พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ. ๙ ราชบัณฑิต พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุด คำวัด, วัดราชโอรสาราม กรุงเทพฯ พ.ศ. 2548

tanawat30

อ้างถึงจาก: pjumpod ใน 07 มิถุนายน 2011, 15:43:13
ถ้าผมไปตั้งปุจฉาแบบในกระทู้นี้ ในสำนักของ พระ หรือแม่ชีที่รับแก้กรรม
( ถ่ายเอกสารแบ้ง 100 มาแก้กรรม หรือ ยอมมีอะไรกับเด็ก ถือเป็นการแก้กรรม)
ผมจะโดนเล่นยังไงบ้างเนี้ย

ผมได้ถกเถียงกันในนี้แล้วเป็นประเด็นดราม่าในนี้และที่อื่นไว้เยอะแล้ว  ในเมื่อกรรมนั้นต้องประกอบด้วยเจตนาของผู้ก่อ

ถ้าตนเองมั่นใจว่าตนเองก่ออย่างไรก็นั่นแหล่ะผลที่ตนได้รับจะเป็นอย่างนั้น  ส่วนผลที่ผู้อื่นได้รับเป็นอย่างไรนั้น

ย่อมมีผลให้เกิดเป็นการสร้างกรรมน้อยมากหรือแทบไม่มีเลยก็ว่าได้

ผมขอยกตัวอย่างนะครับ  ถ้าผมอยุ่ในบ้านร่วมกันกับสมาชิกอีก 5 คน  คือ ก ข ค ง จ

ต่อมาของนาย ค.  หายประจำ  แล้ว ก. ข. ง. จ.  ร่วมมือกันแล้วเพ่งโทษว่าผม

ไปขโมยของจากนาย ค.  เช่นนี้แล้วถ้าผลที่นาย ค.  ได้รับ  แล้วทุกคนในบ้ายน

กล่าวโทษผมทุกคนเลยทั้ง ๆ  ที่ผมไม่ได้เป็นคนขโมย  แล้วเมื่อไหร่ผมจะหมดกรรมล่ะครับ

ก็ในเมื่อนาย ค.  ของก็หายเรื่อย ๆ  แล้วทุกคนก็เพ่งโทษแต่ผมคนเดียว  ต่อมาเมื่อทุก

คนลงมติแล้วว่าจะไล่ผมออกจากบ้าน  หลังจากนั้นนาย ค.  ไม่เคยมีของหายอีกเลย
บรรยายวิธีทำสมาธิล้วน ๆ  จ้า [direct=http://www.dhumma.net]ทำสมาธิกันโลด[/direct]

pjumpod

อ้างถึงจาก: forest60 ใน 07 มิถุนายน 2011, 15:47:24
นิพพาน หมายถึง สภาพที่ดับกิเลสและกองทุกข์แล้ว ภาวะที่เป็นสุขสูงสุด เพราะไร้ทุกข์ เป็นอิสรภาพสมบูรณ์

ปรินิพพาน แปลว่า การดับรอบ ความปราศจากกิเลสที่ร้อยรัด คือ การดับสนิท ดับด้วยไม่เหลือแห่งกิเลสและกองทุกข์ มีความหมายเดียวกับคำว่า นิพพาน
ก็ยังงงอยุ่ดี คือทั้งสองก็ตัดซึ่งกิเลสและทุกข์ทั้งคู่
อ้างถึงจาก: forest60 ใน 07 มิถุนายน 2011, 15:47:24
ปรินิพพาน นิยมใช้หมายถึง การดับขันธ์ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น ส่วนของพระอรหันตสาวกที่เหลือนิยมใช้ นิพพาน เฉย ๆ ทั้งนี้ นัยว่าเพื่อเป็นการยกย่องพระพุทธเจ้า แต่ในภาษามคธใช้เหมือนกันทั้งสองศัพท์ คือ ใช้สลับกันก็มี
อันนี้เข้าใจเลย
[direct=https://play.google.com/store/apps/details?id=com.pjumpod.a2048]เกม 2048[/direct],[direct=https://www.facebook.com/Muangthai.sriracha/]lสนใจประกันชีวิต ประกันสุขภาพ โรคร้ายแรงติดต่อที่นี้[/direct]

tanawat30

#27
อ้างถึงถ้าการนั่งวิปัสสนา กับ การทำบุญ จะได้กรรมดี แล้วทำยังไงถึงจะสิ้นกรรมดีละ? กรรมดีอะไรบ้างที่ไม่มีวิบากกรรมครับ?

กรรมดีทั้งหลายจะส่งผลเป็นอโหสิโดยอัตโนมัติ  แล้วหลังจากนั้นกรรมดีึททุกกรรมที่ก่อจะส่งผลดีและส่งผลเป็นอโหสิเรียงกันไปโดยอัตโนมัติเสมอ

เพราะถ้ากรรมดีนั้นยังส่งผลดีต่อตนอยู่  ย่อมเกิดการยินยอมพร้อมใจของผุ้ที่ต้องการให้ผลดีนั้นส่งผลถึงตน  ผมอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ  ว่าถ้ามี

คนเอาเงินมาบริจาคให้ผมทุกวัน  ผลนั้นย่อมทำให้ผุ้นั้นเสียทรัพย์ซึ่งไม่ดีกับเขาแต่ดีกับผมที่ทำให้ผมได้ทรัพย์นั้นมา  แต่เมื่อใดก็ตามกรรมดีนั้น

ส่งผลเป็นอโหสิแล้ว  คนที่เขาบริจาคทรัพย์ให้ผมก็จะเฉย ๆ  ไม่อยากบริจาคทรัพย์นั้นให้่ผมอีก  เป็นการยุติการสร้างกรรมระหว่างกัน  ระหว่าง

ผุ้บริจาคกับผม  ส่วนกรรมว่างเปล่านั้นหากใครสามารถสร้างได้จะไม่เป็นการก่อกรรมไว้กับใครอีกเลย  เนื่องจากความว่างเปล่าทำเฉฮพาะตน

แล้วเกิดผลต่อตนเท่านั้น  ฉะนั้นกรรมทุกกรรมไม่ว่าดีหรือไม่ดีต้องทำให้ผลของกรรมทุกกรรมส่งผลเป็นอโหสิให้ได้  นั่นจึงจะเข้าถึงนิพพานได้

ผมอธิบายอีกนิดหนึ่ง  การตายของพระพุทธเจ้าเรียกว่าการดับขันธ์ปรินิพพาน  แต่การตายของพระอรหันต์เรียกว่าการปรินิพพานนะครับ

เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิด
บรรยายวิธีทำสมาธิล้วน ๆ  จ้า [direct=http://www.dhumma.net]ทำสมาธิกันโลด[/direct]

KonRaiNamJai

#28
อ่าสนทนาธรรม แจมด้วย.. :wanwan004:

ผมจำได้ว่าเคยอ่านเจอว่า "พวกเธอจงอย่าสงสัยในพระธรรม"..

แต่ปัจจุบันผมเห็นมากมายที่เข้าไม่ถึงหรือเข้าไปได้บ่างส่วนแล้วตั้งประเด่นถามกันมากมาย..

ผมเชื่อว่า ท้าพวกท่านปัฏิบัติ ถึง ฌาน 4 ก็คงจะเลิกสงสัย และจะเลิกตอบคำถามพวกที่ยังสงสัยอยู่ด้วย..

ผมเองก็บวชเพราะมีข้อสงสัยในพระธรรมมาตั้งแต่เด็ก(คุณย่าพาไปวัดทุกอาทิตย์)มีเรื่องราวต่างๆมากมายและเก็บมาสงสัย...

เพราะงั้นเมื่อถึงเวลาบวชผมเลยพายามศึกษามันดูว่าพระธรรมจริงๆคืออะไร..

ที่ผมสรุปได้มามันคือ ธรรมชาติของทุกสรรพสิ่ง..กฏของทุกอย่างที่ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป

..แต่ว่า สิ่งอื่นนั้นไม่สามารถเข้าถึงแก่นแท้ของหลักธรรมนี่ได้

นอกจากมนุษย์เท่านั้น...และมนุษย์ นั้นก็เป็นเหตุที่จะทำให้เกิดวัฒจักรของกฏแห่งกรรมขึ้นมาเองอีกตะหาก

หลังจากผมหมดข้อสงสัยในสิ่งที่ตัวเองสงสัยมาตลอด ผมก็เคยมาคิดในสิ่งที่พวกท่านๆกำลังพูดกันอยู่

คือเรื่องราวในพุทธประวัติหรือเรื่องราวของสาวกต่าง..

ผมคิดนานเหมือนกันว่า เหตุ ปัจจัย และ ผล ของเรื่องราวทีเกิดนั้นมันเป็นมาเช่นไร..เนื่องจากผมเองก็มนุษยธรรมดาไม่ได้มีอะไรต่างจากคนทั่วๆไป

แต่หลังจากคิดพิจราณาแล้ว ถึงมาเข้าใจว่า ...สาเหตุที่บุคลต่างในพุทธประวันติเป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า...

ต้องเกิดมาทำเช่นนั้น..อย่าเผิ่ง งงนะครับ..คือ..ผมพูดถูกแล้ว เกิดมาเป็นเช่นนั้น...เพื่อ..ในเรื่องราวทั้งหมด สืบทอดต่อมานถึงปัจจุบัณ..

ท้าพวกท่านศึกษามากๆจริงๆจะรู้ว่า แทบททุกๆสิ่งที่เกิดในพุทธประวัตินั้น พระพุทธเจ้า รุ่นก่อนๆนั้นก็จะมีเรื่องราวๆที่แทบ จะเป็นแบบอย่างเดียวกันหมด..

นั้นหมายความว่า บุคลอื่นๆในเรื่องราวๆต่างๆนั้นก็เช่นกัน นั้นคือยุคที่คนเหล่านั้นจะต้องเกิดมาทำเรื่องนั้นๆในยุคนั้นๆพอดี..

คงเคยอ่านเจอนะครับ ว่ามีสาวกบ่างท่านก็อยากเป็น อย่างท่านอนาถปิณฑิกเศรษฐี คนพวกนี่ก็ต้องสะสมบุญอยู่มากเพื่อที่จะได้เกิดมาทำอย่างท่านอนาถปิณฑิกเศรษฐี

ในยุคที่มีพระพุทธเจ้า..หรือแม้นแต่ อัครสาวก ทั้งสองท่าน ก็มีหลายท่านปราถนาจะเป็นเช่นนั้น...ซึ่งก็จะมีเพียง 2ท่านเท่านั้นที่จะเป็นได้ในหนึ่งๆยุคของพระพุทธเจ้า..

-------------------------------------------
เอาเท่านั้นนะ...ผมก็แค่อยากสรุปว่า จะไปสงสัยทำไมครับ... เอาสิ่งที่ควรทำมาทำสิครับ...ลอง ปัฏิบัติ กันจริงๆดูสิครับ..

ของพวกนี่มันรู้ด้วยตนครับ...ทำถึงที่ผมบอกเชื่อว่าคุณจะหมดสงสัยและก็จะไม่ตั้งคำถาม หรือตอบคำถามคนอื่นด้วยแน่ๆ..

ผมไม่ถึงครับไม่ต้องสงสัย :P..แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าถึงไหนพูดไปจะว่าอวดตนบาปกรรมเข้าตัวเอง..

..คนที่เข้าถึงเรื่องพวกนี่จะได้ความรู้บ่างอย่างที่ อธิบายไม่ได้ด้วยภาษาที่มีอยู่..ไม่สามารถนำเสนอได้ด้วยวิธีปัจจุบัน..ทั้งๆที่รู้ก็ยังไม่วาย

มีคนที่พายามจะแสดงออกมาให้คนอื่นรับรู้สุดท้าย ก็ไม่สามารถสื่อให้คนอื่นเข้าใจได้ ก็จะกลายเป็น ทำให้คนมองว่าศาสนามันเสื่อมลง

ทั้งๆที่น่าจะรู้อยู่แล้ว..ว่าคนเรามันรับอะไรได้ไม่เหมือนกัน ตราบใดที่ไม่ถึงเวลาที่เค้าจะรับก็แสดงว่า บุญไม่พอหรือยังต้องรับกรรมอื่นอยู่

เลยไม่สามารถเข้างถึงเรื่องพวกนี่ได้ เพราะท้ามาถึงบุญมันจะมากแล้วจะทำให้กรรมเก่านั้นเบาลง หรือบ่างทีจะอโหสิกรรมลงได้

เจ้ากรรมเก่าเค้าเลยยังไม่ปล่อยให้มาทางนี่...เชื่อไม่เชื่อก็ส่วนบุคคลนะ. :P

.......
....
..
เท่านี่ละกัน ใว้มีประเด่นน่าสนใจค่อยติดตามอ่านกันต่อ  :wanwan017:

..แค่ศีล 5ทำได้กันหรือป่าวมาพูดถึงเรื่องนิพาณ :wanwan016:



tanawat30

อ่านความเห็นของคุณ KonRaiNamJai ผมเองในฐานะนักปฏิบัติก็ได้คำตอบนั้นด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมทุกชั่วขณะนี่แหล่ะ

ผมไม่เคยสงสัยในคำสอนในพุทธธรรมนานแล้ว  แต่สิ่งที่ผมให้ความสำคัญคือสิ่งที่ปรากฏอยุ่ในพระไตรปิฦฎกนั้น

รวมทั้งสิ่งที่พระทั้งหลายท่านสอนอยุ่ในปัจจุบันนี้ถูกต้องจริงหรือไม่  ถ้าถูกจริงทำไมสภาพสังคมจึงเป็นอย่างทุกวันนี้ล่ะ

เมื่อผมปฏิบัติอย่างตั้งใจจริง  ผมประจักษ์แจ้งเลยว่า  คำสอนนี้ถูกต้องแล้วคำสอนนั้นต้องรือทิ้งแล้วไปหาคำตอบที่ถูกค้อง

มาใส่แทน  นี่เป็นเรื่องยากล่ะครับ  เพราะคนเราไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงหรือกลัวการเปลี่ยนแปลง  ผมเองก็ต้องทำใจ

แล้วเมื่อผมนำผลที่ได้เหล่านั้นมาเผยแพร่  ซึ่งคำตอบเหล่านั้นได้มาจากประสบการณ์ล้วน ๆ  ผลที่เกิดตามมาเกิดคาด

คือการถูกถล่มจากหลาย ๆ  ความเห็นยับเลยครับ

ผมจึงเข้าใจว่าคำสอนหลาย ๆ  คำสอนผมยังปฏิบัติตามไม่ได้เลย  เมื่อปฏิบัติตามแล้วผลที่ได้ไม่ออกมาตามนั้นดิ

แล้วร้ายไปกว่านั้นบางทียิ่งปฏิบัติผลที่ได้ยิ่งให้ผลตรงข้ามเสียด้วย  นี่แหล่ะที่ว่าทำไมคนที่ปฏิบัติได้จริงจึงไม่ค่อย

อยากจะเผยแพร่เท่าไหร่  เพราะทำไปมันก็เจ็บตัวล่ะครับ  เนื่องจากอยู่ดีไม่ว่าดีไปชวนคนอื่นทะเลาะไปเสียแบบนั้น

แล้วหากมีแต่คนคิดแต่เอาตัวรอด  คนทั่วไปก็ยังนำคำสอนเหล่านั้นมาใช้  ผิดบ้างถูกบ้างแล้วท้ายสุดไม่มีใครได้อะไร

จากการทำเช่นนั้นเลย  เมื่อคำสอนใดไม่ถูกต้องปฏิบัติไปก็ไร้ผล  หรือได้ผลมาแต่ไม่รุ้ตัวว่าผลที่ได้มาจากคำสอนเหล่านั้น

แต่ให้สังเกตให้ดี ๆ  คำสอนเหล่านั้นขัดแย้งกับหลักธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง  ยิ่งปฏิบัติยิ่งก่อทุกข์ให้กับตนมากขึ้น

เรื่องของเรื่องมันก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ
บรรยายวิธีทำสมาธิล้วน ๆ  จ้า [direct=http://www.dhumma.net]ทำสมาธิกันโลด[/direct]

The Rock

ไปนิพพานดิ จะได้ไม่ต้องแก้กรรม

KonRaiNamJai

งืม...ถือว่าสนทนาธรรมกันนะครับ..ไม่ได้ว่าหาเรื่องกันนะ..

พระพุทธองค์ก็ไม่ได้แสดงธรรมแล้วมีคนชอบไปหมดครับ..

และก็ไม่ได้มีทุกคนที่แสดงธรรมครั้งเดียวแล้วจะเข้าใจได้เลย..

....สาเหตุพูดแบบง่ายๆ มันไม่ถึงเวลาที่เค้าจะเข้าถึงทางนี่

เพราะงั้นไม่จำเป็น ต้องไป หาวิธีอธิบายอะไรให้คนอื่นๆเข้าใจหรอกครับ..มันจะเหนื่อยตัวเองครับ..

แถมทำไปแล้วเค้าไม่ชอบนั้นก็คือว่าไปรบกวนคนอื่น สร้างกรรมต่อกันเองอีก..

ผมคิดว่า คำว่าปล่อยวาง ยังใช้ได้เสมอนะครับ....ทุกๆคนที่เราพบเจอในชีวิตนั้นเป็นแคเสี้ยวหนึ่งๆเป็นทางผ่านของชีวิต..

จาก เกิด แก่ เจ็บตาย..ท้าเราไม่ไปผูกอะไรกับแต่ละคนที่พบเจอ เราก็จะไม่สร้างกรรมใหม่ต่อคนนั้นๆ..

ผมคิดว่า เพราะว่าคงเป็นห่วงคนอื่นๆและอยากให้เข้าใจในสิ่งที่มันดีก็เลยพายามที่จะทำเช่นนั้น..

...คนเราจะ ประสพความสำเร็จ ก็ต่อเมื่อ มี3 อย่างครบ ถูกที่ ถูกคน ถูกเวลา..

ถูกที่ ถูกคน ไม่ถูกเวลา ก็ทำอะไรไม่ได้

ถูกที่ ถูกเวลา ไม่ถูกคน ก็ทำอะไรไม่ได้

ผิดที่ แต่แรก ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว...

ท้าคิดว่า ตัวคุณ เลือก คน หรือ สถานที่ ถูกแล้ว ก็เหลือแค่เวลาละครับ

หรือเลือกผิดหาคนที่ไม่คิดจะมาทางธรรม เอามาพูด มันก็เท่านั้นละครับ..

.ยาวแล้วแฮะเท่านี่น่อ ผมว่าคุณสรุปเองได้อยู่แล้วละ..ขอในเจริญในธรรมนะครับ :wanwan017:

...ผมเองก็ไม่ได้ปัฏบัติอะไรมากหรอกครับความรู้ที่ได้มากจากช่วงบวชทั้งนั้นละ...ตอนนี่ก็ต้องหาความรู้ทางโลกเพื่อทำงานหาเงินละครับ

คงตัดทางนี่ได้ยากเพราะผมก็มีห่วงเยอะ  :wanwan031:

Legolas

[direct=imblogideas.blogspot.com][/direct]
[direct=https://bit.ly/3A3xBjx]

[direct=https://bit.ly/39Rn6Xu]ตอนนี้มีโปร $29.99 Creative Fabrica ถูกที่สุดสำหรับทำ POD,KDP[/direct]
ขาย License wp theme 5 ธีมจา่ก Themeforest Newspaper, KALLYAS, Puzzle, Valenti, Jarida ราคาถูกมาก pm มาได้เลยครับ
รับทำ vdo avartar สำหรับนำเสนอ aff ต่างประเท

koblee

ผมไม่เคยสนกรรมเก่า ทำกรรมใหม่ให้ดีขึ้นพอ  :wanwan020:

tanawat30

อ้างถึงจาก: KonRaiNamJai ใน 07 มิถุนายน 2011, 17:24:03
งืม...ถือว่าสนทนาธรรมกันนะครับ..ไม่ได้ว่าหาเรื่องกันนะ..

พระพุทธองค์ก็ไม่ได้แสดงธรรมแล้วมีคนชอบไปหมดครับ..

และก็ไม่ได้มีทุกคนที่แสดงธรรมครั้งเดียวแล้วจะเข้าใจได้เลย..

....สาเหตุพูดแบบง่ายๆ มันไม่ถึงเวลาที่เค้าจะเข้าถึงทางนี่

เพราะงั้นไม่จำเป็น ต้องไป หาวิธีอธิบายอะไรให้คนอื่นๆเข้าใจหรอกครับ..มันจะเหนื่อยตัวเองครับ..

แถมทำไปแล้วเค้าไม่ชอบนั้นก็คือว่าไปรบกวนคนอื่น สร้างกรรมต่อกันเองอีก..

ผมคิดว่า คำว่าปล่อยวาง ยังใช้ได้เสมอนะครับ....ทุกๆคนที่เราพบเจอในชีวิตนั้นเป็นแคเสี้ยวหนึ่งๆเป็นทางผ่านของชีวิต..

จาก เกิด แก่ เจ็บตาย..ท้าเราไม่ไปผูกอะไรกับแต่ละคนที่พบเจอ เราก็จะไม่สร้างกรรมใหม่ต่อคนนั้นๆ..

ผมคิดว่า เพราะว่าคงเป็นห่วงคนอื่นๆและอยากให้เข้าใจในสิ่งที่มันดีก็เลยพายามที่จะทำเช่นนั้น..

...คนเราจะ ประสพความสำเร็จ ก็ต่อเมื่อ มี3 อย่างครบ ถูกที่ ถูกคน ถูกเวลา..

ถูกที่ ถูกคน ไม่ถูกเวลา ก็ทำอะไรไม่ได้

ถูกที่ ถูกเวลา ไม่ถูกคน ก็ทำอะไรไม่ได้

ผิดที่ แต่แรก ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว...

ท้าคิดว่า ตัวคุณ เลือก คน หรือ สถานที่ ถูกแล้ว ก็เหลือแค่เวลาละครับ

หรือเลือกผิดหาคนที่ไม่คิดจะมาทางธรรม เอามาพูด มันก็เท่านั้นละครับ..

.ยาวแล้วแฮะเท่านี่น่อ ผมว่าคุณสรุปเองได้อยู่แล้วละ..ขอในเจริญในธรรมนะครับ :wanwan017:

...ผมเองก็ไม่ได้ปัฏบัติอะไรมากหรอกครับความรู้ที่ได้มากจากช่วงบวชทั้งนั้นละ...ตอนนี่ก็ต้องหาความรู้ทางโลกเพื่อทำงานหาเงินละครับ

คงตัดทางนี่ได้ยากเพราะผมก็มีห่วงเยอะ  :wanwan031:


ยิ่งอ่านผมยิ่งชอบแหะ  เดี๋ยวนี้เวลาที่ผมแสดงความเห็นในเรื่องเกี่ยวกับธรรมะจะเป็นไปเพื่อการหาความรุ้และพัฒนาความรู้

ที่ตนมีมากกว่า  เดี๋ยวนี้ผมแทบไม่ได้สอนใครแล้วนอกจากสอนตนเอง  หลังจากนั้นก็เอาสิ่งที่รู้มาทั้งหมดไปเขียนลงเว็บ

ใครเข้าเว็บไปอ่านแล้วเข้าถึงได้ก็จะถูกที่ถูกคนถูกเวลาไปเองโดยที่ผมไม่ต้องเลือก  มีน้อยมากที่ผมเดินไปเลือกเอง

แต่เวลาเลือกอยุ่ดี ๆ  จะมีความคิดแวบเข้ามาว่าให้ไปคุยกับคนนั้นซิ  ผมถึงจะเดินเข้าไปคุยนอกนั้นก็เฉย ๆ  แล้วครับ

ส่วนที่ผมเล่าใน rep  บนก็เป็นเสี้ยงหนึ่งในประสบการณ์ของผมเอง  แล้วประสบการณ์ที่ผมมีทั้งหมดท้ายสุดจะย้อน

กลับมาสอนตัวเองว่าควรทำอย่างไร
บรรยายวิธีทำสมาธิล้วน ๆ  จ้า [direct=http://www.dhumma.net]ทำสมาธิกันโลด[/direct]

wareerant

โพสต์ยาว ๆ ทั้งนั้นอ่านแล้วตาลาย สรุปเลยแล้วกันว่า

"กล้าทำ ก็ต้องกล้ารับ ทำไรไว้ ยืดอกยอมรับอย่างลูกผู้ชาย และลูกผู้หญิง ก้เท่านั้น"
[direct=[direct=https://cl.accesstrade.in.th/000bmy00031g]Web Hosting, Private Hosting, Email Hosting, Wordpress Hosting และ Shopup[/direct]
[direct=https://writer.dek-d.com/wareerant/writer/view.php?id=2124925]อ่านนิยายออนไลน์[/direct]
[direct=https://www.loadgame-pc.com]โหลดเกมส์ pc สเปคต่ํา ไฟล์เล็ก ไฟล์เดียว[/direct]
[direct=https://www.loadgame-free.com/]เว็บโหลดเกมส์ pc ฟรี เล่นได้ 100[/direct]
[direct=https://www.loadgame-pc.com]โหลดเกมส์ pc ฟรีไฟล์เดียวจบ[/direct]

tanawat30

#36
อ้างถึงจาก: wareerant ใน 07 มิถุนายน 2011, 17:58:44
โพสต์ยาว ๆ ทั้งนั้นอ่านแล้วตาลาย สรุปเลยแล้วกันว่า

"กล้าทำ ก็ต้องกล้ารับ ทำไรไว้ ยืดอกยอมรับอย่างลูกผู้ชาย และลูกผู้หญิง ก้เท่านั้น"

รายละเอียดมันเยอะครับทำไงได้  ว่าแล้วผมเข้าห้องน้ำไปปัสาวะดีกว่า   :wanwan004:

แก้ใส่คำว่าผมก่อน  เดี๋ยวเป็นเรื่องอีกอิอิ
บรรยายวิธีทำสมาธิล้วน ๆ  จ้า [direct=http://www.dhumma.net]ทำสมาธิกันโลด[/direct]

GuayTiew

ผมว่าแก้ได้ ถ้ามองออกว่ามันคืออะไร มันก็จะสงผลดีให้เราแน่นอน


อะไรที่สงผลดีกับเราและไม่เดือดร้อนคนอื่นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผมไม่คิดมาก5555

tanawat30

อ้างถึงจาก: GuayTiew ใน 07 มิถุนายน 2011, 18:15:41
ผมว่าแก้ได้ ถ้ามองออกว่ามันคืออะไร มันก็จะสงผลดีให้เราแน่นอน


อะไรที่สงผลดีกับเราและไม่เดือดร้อนคนอื่นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผมไม่คิดมาก5555

ครับแก้ได้  แต่ต้องแยกให้ออกระหว่าง กรรมหรือเหตุ  และวิบากคืผล  ครับ  เหตุหรือกรรมนั้นแก้ไม่ได้  แต่ผลนี่้จะให้ส่งอย่างไรล่ะ

ก็ต้องขึ้นกับว่า  ผลในอดีตรวมทั้งอดีตชาติด้วยส่งผลมาถึงปัจจุบัน  เหตุปัจจุบันส่งผลให้ไปเกิดในอนาคต  แล้วว่าไปด้วยเรื่องของกรรมแล้ว

ผลเกิดก่อนเหตุอยุ่แล้ว  เนื่องจากอดีตเกิดก่อนปัจจุบัน  แล้วปัจจุบันเกิดก่อนอนาคต 
บรรยายวิธีทำสมาธิล้วน ๆ  จ้า [direct=http://www.dhumma.net]ทำสมาธิกันโลด[/direct]