ใครกำลังใจตกต้องอ่านครับ

เริ่มโดย tn-internet, 04 พฤศจิกายน 2010, 15:38:42

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

tn-internet


ได้อ่านแสงไฟในเศษฟืน เรื่องราวชีวิตจริงของหญิงชราสู้ชีวิต ทำให้นึกถึงคนใกล้ๆตัว เราบ้าง
ลุงปราโมชย์ ชายชรา อายุ 59 ปี ที่ชีวิตใกล้วัยเกษียณ แต่ในความจริงแทนที่จะได้ใช้ ชีวิตพักผ่อนในปั้นปลาย อยู่กับลูกหลานอย่างมีความสุข
ไม่อาจทำเช่นนั้นได้..ทุกวันที่เรามาทำงานที่อาปีโก้ ระยอง ภาพที่เห็นจนชินตา คือลุงที่ดูแลสวน อยู่กลางแดดเปรี้ยงๆ
ที่แม้แต่คนหนุ่มสาวอย่างเรายังทนแทบไม่ไหว แต่ลุงยังคงทำงาน พร้อมใบหน้าที่ยิ้มแย้มเหมือนว่างานที่แกทำสำคัญกว่า
ความลำบากของร่างกาย ทำให้น้องคนหนึ่ง ( น้องชิต ) อดที่จะเข้าไปพูดคุยกับแกไม่ได้
จากการถามเรื่องราว ทำให้เราได้รับรู้ว่า ความลำบากที่เคยเห็นจาก Forward mail ที่ผ่านๆมาอยู่ใกล้เราแค่นี้เอง
เราได้รู้ว่าชิวิตของลุงนั้นต้องอยู่อย่างลำบากในเพิงสังกะสีเก่าๆ ขนาด 3 X 3 เมตร ที่สร้างขึ้นชั่วคราวของแคมป์คนงาน
ไม่ต่างจากกองขยะ ที่ทั้งอุดอู้ สกปรก และหากวันไหนฝนตก จากสภาพที่เห็น " บ้าน " ที่แกอยู่ไม่สามารถกั้นฝนอะไรได้เลย
แต่ลุงก็ต้องทนอยู่ต่อไป เพราะคำตอบจากปาก ด้วยเสียงสั่นเครือ.." ล! ุงไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน "
ลุงมี 3 ชีวิตที่ต้องหาเลี้ยงป้าที่ป่วยด้วยโรคเก๊าต์ ด้วยความที่ไม่มีเงิน เมื่อโรครุมเร้าไม่อาจพาไปรักษา
จนอาการ ป่วยเรื้อรังจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
ต้องนอนป่วย จนหลานสาว อายุไม่ถึง 10 ขวบดี ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน เพื่อมาดูแลย่าของตน
ส่วนหลานคนเล็ก ก็ถึงวัยเข้าโรงเรียน แต่ด้วยความขัดสนทำให้ไม่สามารถไปโรงเรียนได้
ด้วยการที่อาศัยอยู่ที่แคมป์คนงาน ลุงทำงานเพียงคนเดียว แต่มี 3 คนที่ต้องดูแล ทำให้มีคำเสียดสีจากคนงานแคมป์เดียวกัน
ว่า ทำงานคนเดียว กินใช้น้ำ ไฟ ตั้ง 3 คน แต่ลุงก็ต้องก้มหน้ารับและไม่อาจตอบโต้ คำนินทา เสียดสี จากเพื่อนร่วมแคมป์
ด้วยกลัวว่าหากต้องย้ายไป ป้าและหลานต้องลำบากยิ่งกว่านี้..และที่สำคัญ จะไปอยู่ที่ไหน?
สัปดาห์ก่อนนู้น เรากับน้องๆได้มีโอกาสไปดูสภาพที่อยู่ของลุง
ตอนนั่งรถไปก็คุยกับลุงไป
ลุงบอกว่าที่จริงมีลูกถึง 6 คน แต่เมื่อเติบโตมีครอบครัวก็ไม่มีใครกลับมาเหลียวแล
หลายปีก่อนลูกชายที่หายไปนานกลับมา พร้อมเด็กน้อย 2 คนและบอกลุงว่าได้เลิกกับแฟน
จึงมาหาลุงเพื่อขออาศัยชั่วคราว พร้อมฝากลูกไว้.! .จากนั้นก็ได้หายไป และไม่เคยกลับมาดูแล หรือแม้แต่ส่งเงินมาให้ลูกอีกเลย
แต่ลุงรักหลาน 2 คนนี้มากถึงกับบอกว่าลุงตายไม่เป็นไร แต่ขอให้หลานกินอิ่มท้องก็พอ..
วันนั้นพี่นิดซื้อขนมให้ลุงตอนเที่ยง พอตอนเย็นยังเห็นห่อขนมอยู่
พี่นิด : ลุง ไม่กินล่ะ..ไม่ชอบเหรอ
ลุง : ลุงเก็บไว้ให้หลาน..เค้าไม่ค่อยได้กิน..เก็บไว้ไห้เค้าคงดีใจ ทำเอาคนซื้อให้น้ำตาซึม ...
.......เห็นในรถเงียบ ชิต เลยทำลายความงียบ
ชิต : ลุง..เมื่อเช้านี้กินข้าวกะอะไร
ลุง : กินกับแกง
ชิต : แล้วตอนเที่ยงล่ะ
ลุง : .....( เงียบ ) ..ลุงกินมื้อเดียว..ลุงไม่มีตังค์ ตอนเช้ายืม รปภ. 10 บาท เลยซื้อแกงได้ถุงเดียวเลยกิน มื้อเดียว
..คราวนี้ทั้งรถเงียบเลย....
ชิต...ทำลายความงียบ.. .อีกรอบ
ชิต : แล้วเย็นนี้จะกินกับอะไร
ลุง: ( ยิ้ม ...ยกถุงผักบุ้งที่เก็บหลังโรงงานให้ดู ) นี่ไง..ลุงเก็บมาเยอะ..กินกับน้ำพริก
พี่นิดตาแดงๆ.. จะร้องไห้...
ภาพแรกที่เราเห็นเมื่อลงรถ เห็นหลานสาวพยุงป้ากินข้าวอยู่ใน " บ้าน "
ป้ากินข้าวเปล่ากับน้ำ คือ น้ำจริงๆ ..น้ำเปล่าที่เราดื่มเนี่ยแหละ แต่ป้าเทใส่ถ้วย
เหมือนกับข้าว แล้วก็เอาข้าวเปล่าคลุกน้ำในถ้วยกิน
ชิตเอายามาให้ ! ลุงกับป้าอ่านหนังสือไม่ออก ต้องเรียกหลานที่จบป.3 ครึ่งมาช่วยจำ
ป้าร้องไห้จนเราจะร้องตาม...
หลานเอ้ย...ตั้งใจทำงานนะลูก..อย่าให้ต้องมีชีวิตเหมือนยาย ( แกแทนตัวเองว่ายาย..)
วันนั้นเรากลับมาพร้อมกับความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในใจ..และคิดว่า พอมีทางไหนที่จะช่วยลุงได้
แม้เพียงความช่วยเหลือเล็กๆ แต่มันคือ คุณค่าที่ยิ่งใหญ่ ที่ได้ให้กับชายชราคนหนึ่ง พร้อมกับอีก 3 ชีวิตที่ต้องดูแล

เราส่งเมลล์นี้มา ด้วยความที่อยากช่วยเหลือลุง แต่ไม่รู้จะช่วยด้วยวิธีไหน
อยากให้เพื่อนๆช่วยForward mail นี้ต่อกันไปเรื่อยๆ
เผื่อว่าคนที่อยู่แถวอมตะซิตี้ ระยอง หรืออาจห่างไกลกว่านั้นแต่มีใจที่จะช่วยเหลือ 4 ชีวิตที่กำลังลำบาก
ถ้าเพื่อนไม่ได้ผ่านไปก็ช่วยForward mail นี้ต่อๆกันไปที
ถือว่าเป็นการทำบุญเท่าที่เราทำได้ เผื่อว่าวันหนึ่ง
จะมีใครสักคนที่จะเข้ามาช่วยเหลือ

ลุงปราโมชย์ ให้เป็นอยู่ในสภาพที่ดีกว่านี้....

building

อ่านแล้วน้ำตาซึม  :'( น่าสงสารเนอะ
แม้ยามจนทนสู้รู้กินเกลือ อย่าไปเถือเนื้อมิตรปลิดทรัพย์สิน สัญชาติเสือไม่ง้อขอใครกิน ถึงหิวดิ้นเสาะหาเพื่อเลี้ยงตัว

[direct=http://phuketserviced.blogspot.com/].[/direct]