“พจน์” รับไล่ “ฟิล์ม” ไปตายเหตุแนะนำอะไรก็ไม่ทำ จวกผัวตัวจริงของ “แอนนี่” คือ..

เริ่มโดย bigbossbear, 04 ตุลาคม 2010, 19:00:05

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

bigbossbear



หลังจากที่โดน "เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์" ดับเครื่องชนเปิดปูมว่า "แอนนี่ บรู๊ค" เกี่ยวข้องกับผู้ชาย 4 คนและเรียกร้องเงินขณะตนเองท้อง โดย 2 ใน 4 ก็คือ "ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์" และ "จุ๊น กิตติคุณ สัมฤทธิ์พันธุ์สุข" โดยมี "สมรักษ์ ณรงค์วิชัย" ผู้บริหารช่อง 3 ต้นสังกัดจุ๊นเป็นผู้คอนเฟิร์มว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความจริง จนกลายเป็นประเด็นร้อนแรงโดนด่าว่า "รังแกผู้หญิง" ส่งผลให้หน่วยงานองค์กรต่างๆ ดาหน้าออกมาปกป้องแอนนี่ แม้ว่าภายหลังสมรักษ์จะออกมายอมรับข้อมูลที่เฮียฮ้อพูดนั้นจะเป็นความจริงก็ตาม
     
      ด้าน แอนนี่ หลังจากถูกแฉก็เก็บตัวเงียบ ท่ามกลางกระแสข่าวว่า เจ้าตัวกำลังจะออกหนังสือแฉฟิล์ม โดยได้ค่าตัวนับแสน นี่ยังไม่รวมค่าตัวพรีเซ็นเตอร์อีกหลายล้าน ที่มูลนิธิเพื่อนหญิงเปิดเผยว่า แอนนี่กำลังจะเซ็นสัญญาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้ายี่ห้อหนึ่ง ทางด้านฟิล์มนั้นก็เก็บตัวเงียบเช่นกัน มีแต่ "นางโคมมนต์ ทองมั่ง" แม่ ของฟิล์มออกมาแถลงข่าวเปิดเผยความในใจวอนให้แอนนี่ยอมตรวจดีเอ็นเอเพื่อความ กระจ่างของสังคม อย่าทำให้เกิดตราบาปกับฟิล์มและลูกไปตลอดชีวิต
     
      หลังจากนั้น เมื่อเช้าวันที่ 4 ตุลาคม ก็มีข่าวว่า ฟิล์มทานยานอนหลับเกินขนาดจนต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล BNH ย่านสาทร ท่ามกลางกระแสข่าวว่า ซูเปอร์สตาร์คนดังอาจจะฆ่าตัวตาย เพราะกลุ้มใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยผู้จัดการของฟิล์มได้เปิดเผยผ่านรายการ "เช้าดูวู๊ดดี้" คืนก่อนเกิดเหตุฟิล์มได้พูดคุยกับ "พจน์ อานนท์" เป็นคนสุดท้าย
     
      เวลา 11.30 น.ที่ผ่านมา พจน์ อานนท์ ก็ได้เดินทางมาเยี่ยมฟิล์มที่โรงพยาบาล และได้เปิดแถลงข่าวอย่างอัดอั้นตันใจว่า สังคมไม่ฟังฟิล์มเลยมีแต่เห็นใจแม่กับลูก พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า....
     
      "จริงๆ ผมคุยกับฟิล์มตั้งแต่ตอนทุ่มก็คุยวางคุยวางพอประมาณ 5 ทุ่ม ฟิล์มก็บอกว่าพี่ผมจะทำยังไงดีตอนนี้มันเป็นเรื่องใหญ่โตไปใหญ่แล้ว ผมก็บอกว่าคุณก็ไอ้นั่นเอง ดูสิขนาดเฮียผู้บริหารองค์กรใหญ่ๆ สองคนออกมาเละหมดแล้ว รวมทั้งผมเอง ผมก็บอกว่า ผมไม่ช่วยฟิล์มแล้วไม่เสนอดีกว่า ฟิล์มก็บอกว่าแล้วผมจะทำยังไง ตอนนี้เฮียตัดงานผมหมดแล้วผมจะทำยังไงอีกต่อไป ผมก็ยังพูดเล่นกับมันว่า ก็ไปช่วยแม่ทำผมก็แล้วกัน คุยไปคุยมาผมก็เลยบอกว่า ฟิล์มพี่มีวิธีพี่เคยคุยกับทนายความมาแล้ว"
     
      "คือ ฟิล์มเนี่ยสามารถฟ้องหมิ่นประมาทแอนนี่ได้กรณีที่มาว่า ฟิล์มเป็นพ่อของเด็กในท้อง แต่ความจริงมันยังไม่ใช่อย่างนั้น ต้องตรวจดีเอ็นเอให้ศาลบังคับให้ตรวจดีเอ็นเอ ฟิล์มก็จะบอกว่าไม่เอาหรอกพี่เดี๋ยวสังคมก็จะบอกว่า ผมรังแกผู้หญิงอีก หาว่าผมทำร้ายผู้หญิงอีก อีกอย่างหนึ่งผมสงสารเด็ก"
     
      "ผมก็เลยบอกว่างั้น คุณก็ไปบวช ฟิล์มก็บอกว่า ถ้าผมบวชมันก็เหมือนกับว่าผมหนีความจริง เดี๋ยวคนก็จะหาว่าเอาผ้าเหลืองมาปิดบังความจริงอีก ผมก็เลยโมโหก็เลยบอกว่า งั้นคุณก็ตายคุณก็ไปตายมันจะได้จบๆ เพราะตอนนี้มันเละไปหมดแล้ว ขนาดเฮียฮ้อกับพี่สมรักษ์ผู้บริหารระดับใหญ่คนยังไม่เชื่อเลย"
     
      "ผมไม่เข้าใจว่าสังคมนี้ทำไมห่วงแต่แม่ทำไมไม่ห่วงพ่อกันบ้าง ก็ออกมาอ้างว่าผู้หญิงเป็นแม่ท้อง 9 เดือนอุ้มท้องเหนื่อย แล้วพ่อล่ะอันนี้ผมหมายถึงคนทั่วไปนะครับ พ่อทำงานเหนื่อยแทบตายเพื่อจะต้องเลี้ยงลูกตลอดชีวิต ผมก็บอกว่า สังคมมันเป็นอะไรไปผมก็บอกกับฟิล์ม ผมก็คุยไปคุยมาหลายเรื่องและก็วางหูไป"
     
      "แล้วเขาก็โทร.กลับมาอีก ผมก็ถามว่าคุณจะเอายังไง มันก็บอกว่า ผมทำอะไรไม่ถูก ผมก็บอกว่าฟิล์มตั้งสติให้ดีๆ นะเพราะตอนนี้สังคมเขามองว่า คุณเป็นคนผิด ผมก็เล่าให้มันฟังว่า ขนาดเฮียเขาออกมาพูดว่ามี 4 คนน่ะ ขนาดเฮียเขาออกมาพูดสังคมยังไม่เชื่อเลยหาว่าใส่ร้าย หาว่าพ่อให้หาแพะ ผม ก็อยากจะวอนสังคมวอนพี่ๆ นักข่าวว่า ไอ้ 4 คนที่ตามหากันอยู่ไม่ต้องออกไปตามหาแล้ว เพราะมันไม่มีหมาตัวไหนออกมารับหรอก ไม่มีหมาตัวไหนออกมารับว่าทำหรอก มีแต่ไอ้ฟิล์มคนเดียวนี่แหละที่รับว่าทำ ผมว่าไปหาความจริงดีกว่าอันไหนโกหกอันไหนจริง เฮียโกหกหรืออีกฝ่ายโกหก"
     
      เผยถึงภาวะของ "ฟิล์ม" ก่อนจะกินยานอนหลับ และถูกส่งไปยังโรงพยาบาล
      "เมื่อตอนบ่ายมันโทรมาถามหายานอนหลับก่อน มันถามพี่พจน์มียานอนหลับไหม ผมบอกผมไม่ใช่หมอจะไปมีได้ยังไง พอบอกไม่มีซักพักก็โทรมาอีก คือมันซึมน่ะลักษณะที่เราได้ยินคือมันทำอะไรไม่ถูก คือไอ้ฟิล์มมันกลายเป็นไอ้ฟักไปแล้ว มันถูกคำพิพากษาของสังคมว่าเป็นคนชั่วไปแล้ว"
     
      "ตอนนั้นผมก็บอกว่า งั้นคุณก็ไปตายซะ ถ้าคุณไม่ทำคุณก็ตายทั้งเป็นแบบนี่แหละไอ้ฟิล์ม ลูกคุณก็จะเป็นตราบาปติดตัวตลอดไปเพราะผู้หญิงไม่ยอมตรวจดีเอ็นเอ ฟิล์มมันก็เงียบไปและสุดท้ายมันก็บอกว่า พี่พจน์ครับ ผมรักพี่พจน์นะครับแล้วมันก็วางหู ผมก็เอ๊ะมันจะมารักอะไรผม มันไม่เคยพูดกับเราแบบนี้มันจะมารักอะไรผมตอนนี้ ผมพึ่งด่ามันหยกๆ เสียงมันเศร้าๆ ก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้"
     
      "คือ ผมโมโหนะครับสังคมมันเอาซะผมเละ เอาซะเฮียฮ้อเละ ผู้บริหารช่อง 3 อีกคนก็เละ จริงๆ เรื่องทั้งหมดเนี่ยมันไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริงไง ถ้ามันไม่มีกะเทยปากเป็นอัมพาตสองตัวออกมา เรื่องมันก็คงไม่ถึงขนาดนี้ไง ผมคิดว่าพวกเรา(สื่อมวลชน)ช่วยกันหาดีกว่าว่าใครโกหก เพราะว่าที่ผมพูดความจริงออกไปไม่รู้ใครจะเชื่อไหม แต่เวลาคนอื่นพูดโกหกทำไมสังคมเชื่อ"
     
      "คือ เราอย่าไปมองสิว่า เพศแม่เป็นเพศที่อ่อนแอ เพศพ่อก็สำคัญด้วยถ้าไม่มีเพศพ่อเนี่ยลูกจะออกมาได้ไหม ก็ต้องเห็นใจพ่อด้วย จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องของคนสองคน องค์กรสตรีอะไรเนี่ยคำก็จะฟ้องสองคำก็จะฟ้อง ผมว่าคุณเอาทั้งสองมาประสานกันให้เขาคุยกันมันไม่ดีกว่าเหรอ ไม่ใช่เดี๋ยวจะฟ้องเฮียฮ้อเดี๋ยวจะฟ้องคนโน้น คุณไม่คิดเหรอว่า เมื่อความจริงมันเปิดเผยออกมาหน้าแหกนะ"
     
      "ความจริงมันอยู่ที่ศาลตัดสิน และเขาต้องมีหลักฐานแล้วเขาถึงกล้าออกมาพูด เฮียฮ้อไม่ใช่เด็กๆ นะ ที่ผมสงสารมันเพราะว่าเฮียฮ้อไม่เอามันแล้ว ซึ่งตรงนี้เฮียฮ้อเขามีสิทธิ์เพราะฟิล์มเป็นเด็กในสังกัด แต่ไอ้พวกที่ออกมาว่าเด็กผมสำส่อนพวกนี้ไม่มีสิทธิ์ เฮียฮ้อเขาไม่ช่วยฟิล์มหรอก เพราะขายเทปฟิล์มก็รู้ๆ กันอยู่ว่ามันไม่ได้ขายดีหรอก ก็ยังมาว่าช่วยเพราะผลประโยชน์"
     
      "ผมไม่เข้าใจว่าผู้หญิงมันทำผิดทำเลวไม่ได้หรือไง อัน นี้ผมยกตัวอย่างให้ฟังนะ สมมติมีผู้หญิงคนหนึ่งขายตัวอยู่ 3 หมื่นบาท แล้วเราไปเที่ยวแล้วอยู่ๆ ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าท้องแล้วคุณต้องรับผิดชอบ เขาก็ต้องพิสูจน์ดีเอ็นเอถูกต้องไหมว่าใช่ลูกของเขาหรือเปล่า ถ้ามันไม่ใช่เขาก็ต้องเลี้ยงเด็กคนนี้ไปตลอดชีวิตเหรอ อันนี้คือการสมมติขึ้นมานะ"
     
      "ฟิล์มมันก็ต้องตรวจดีเอ็นเอ ไง ผมไม่เข้าใจว่าทำไมสังคมถึงไม่เข้าใจฝ่ายชายบ้าง ผู้หญิงทำอะไรก็ถูกเหรอ ผู้หญิงทำผิดทำเลวก็มีนะ เพราะฉะนั้นก็ต้องเห็นใจฝ่ายชายด้วย คงเป็นเพราะบ้านเรามันไม่มีมูลนิธิผู้ชายหรือยังไงก็ไม่รู้เนอะ"
     
      "แล้วที่เขาบอกว่า ผู้ใหญ่รังแกเด็กมันไม่ใช่ ตอนที่เขาออกรายการตีสิบเขาก็บอกว่า เขาอายุ 30 แล้วนะ เขาพร้อมที่จะมีลูก แต่ตอนนี้คนที่ถูกรังแกคือไอ้ฟิล์ม ไอ้ฟิล์มมันอายุ 25 เอง มันเด็กที่สุดแล้วในจำนวนที่ออกมาเป็นข่าวทั้งหมด แล้วที่ผมออกมา พูดเนี่ย ผมพูดในฐานะที่เป็นคนเอามันเข้ามาในวงการและผมก็คุยกับมันตลอด คุยๆ จนมันจะฆ่าตัวตาย คุยแบบไม่รู้จะคุยยังไงแล้ว คุยจนผมไม่ได้ทำงานเลย หนังเหนิงก็ไม่ได้กำกับเป็นห่วงแต่มัน"
     
      "ผมอยากให้สังคมเข้าใจมันบ้าง มันก็พูดแต่ส่งสารผู้หญิงสงสารเด็ก ผมก็เอ้าฟิล์มแล้วคุณจะยังไง ถ้าไปตรวจดีเอ็นเอแล้วเป็นลูกคุณล่ะ ถ้าใช่ลูกผมก็จะเลี้ยงเป็นอย่างดีเลย เพราะเด็กน่ารักมาก แต่ถ้าไม่ใช่ลูกฟิล์มเขาก็บอกว่า เขาก็จะเลี้ยง คือ มันก็จะเลี้ยงอ่ะ ผู้ชาย 4 คนที่เฮียพูดมีมันคนเดียวนี่แหละออกมายอมรับ คนอื่นไม่มีใครยอมรับเลย เต๋า (สมชาย เข็มกลัด) ไม่ต้องไปสัมภาษณ์กันหรอกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ไปหาความจริงกับสองคนนี้ดีกว่าใครพูดความจริงใครพูดโกหก ลองไปดูอีกะเทยปากเป็นอัมพาตว่ามันพูดอะไร เราก็ไม่อยากพูดเพราะเคยได้ยินมาบ้าง"
     
      เผย "จิ๊ก เนาวรัตน์" ผู้ที่ให้ยาคลายเครียดกับ "ฟิล์ม" เป็นห่วงฟิล์มมาก
      "พี่จิ๊กเขาเป็นห่วงฟิล์ม และเขาก็โทร.มาคุยกับผมบ่อยว่าจะช่วยฟิล์มยังไงได้บ้าง ผมก็บอกว่า เฮียฮ้อยังช่วยอะไรไม่ได้เลยขนาดเขามีหลักฐานอยู่แล้วเขายังทำอะไรไม่ได้เลย เพราะว่าคนเราถ้าไม่ยอมรับอะไรซักอย่างเนี่ย จะไปบีบคอมันก็ไม่ได้จะให้มันมารับก็ไม่ได้ มีแต่ไอ้ฟิล์มนี่แหละที่ออกมารับคนเดียว ตอนนี้ผมก็อยากให้มันไปแจ้งความ ถ้ามันตื่นขึ้นมาเนี่ยจะลากมันไปแจ้งความ ถ้ามันไม่ไปก็จะลากมันไปเอง"
     
      "ฟิล์มต้องฟ้อง ถ้าเขาไม่ตรวจดีเอ็นเอสังคมก็ยังคิดว่าเป็นลูกฟิล์มอยู่ เป็นจนตายไปเลยเหรอ เพราะเขาไม่ยอมตรวจ ลองคิดดูสิทำไมไม่ยอมตรวจ ถ้ามีความมั่นใจมากทำไมไม่ตรวจ แล้วก็บอกว่าดีเอ็นเออยู่บนหน้าน้องแล้ว หน้าอะไรแล้วเด็กคนที่หน้าเหมือนทักษิณล่ะ ต้องเป็นลูกทักษิณเหรอ"
     
      "ผมก็อยากจะบอกสังคมว่า เห็นใจมันเถอะครับฟิล์มมันพึ่งอายุ 25 เอง อย่าสงสารแต่เพศแม่เพราะเพศพ่อก็ลำบากต้องหาเลี้ยง แม่คลอดลูกออกมาก็เลี้ยงลูกแต่พ่อก็ลำบากต้องหาเงินเลี้ยงเมียเลี้ยงลูก เหมือนกัน มันก็ต้องเห็นใจเพศพ่อด้วยไม่ใช่เห็นใจแต่เพศแม่ ระหว่างเรื่องสองคนเนี่ยเขามีอะไรกันเนี่ยมันก็เป็นเรื่องของทั้สองคน ผมก็ยังพูดกับฟิล์มเลยว่า ไอ้ฟิล์มถ้าผมอยู่วันที่คุณมีอะไรกันน่ะ ผมจะไปห้ามเลย จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวแบบนี้"
     
      "แล้วหนังสือพิมพ์ก็มาบอกอีกว่า พจน์ อานนท์ เป็นกุนซือเฮียฮ้อ ผมเนี่ยนะเป็นกุนซือ ผมไม่เคยคุยกับเฮียฮ้อพึ่งจะเคยคุยครั้งเดียวว่า ให้เฮียทำใจดีๆ ไว้สังคมมันก็เป็นแบบนี้ความจริงมันต้องอยู่ได้ ตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะยังไง ถามว่า ฟิล์มตั้งใจจะฆ่าตัวตายหรือเปล่า คงต้องไปถามเขาเอง แต่ผม ว่าเขาคงทำอะไรไม่ถูกเพราะสังคมก็รุมอัด เฮียฮ้อก็ไม่ให้งาน ผมก็บอกว่าผมไม่เอาแล้ว คือไปรุมมันคนเดียว คือเห็นใจแต่ฝ่ายหญิง ทำไมไม่เห็นใจทั้งสองฝ่าย เพราะตอนที่เขามีอะไรกันพวกเราไม่รู้เรื่องเลยนะ"

ที่มา

http://manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9530000139164
[direct=http://goo.gl/zNCxI]★★ HOSTGATOR ลด 25%ทุกแพลน ใช้โค้ด 25offsavegator ด่วน!! คลิกเลย ★★
[/direct]

bohub

[direct=http://lamphunclub.com/]ลำพูนคลับ[/direct] [direct=http://lamphunclub.com/?action=kitsitemap]Sitemap[/direct] [direct=http://lamphunclub.com/?action=kitsitemap;xml]Sitemap XML[/direct] [direct=http://kampaengpet.com/]กําแพงเพชร[/direct]


มายองเนสจัง


lamerryroom

เอาข้อมูลมาให้อีกนิด ย้ำนะคะฟังแทคมา อันนี้เป็นคำพูดของแทคค่ะ ฟิล์มเค้าไม่ทานไรเลยคล้ายๆซึมเศร้า

และแทคมาระบายว่า..ได้รู้ว่าเพื่อนอยู่ไหน...ทำอะไร...ทานอะไร...เป็นยังไงแค่นี้ก็ดีแล้ว..แค่ได้ยินเสียงเพื่อน...ผมก็ดีใจ...

ปล เราไม่ได้อยู่ข้างใคร จริงๆเราเห็นใจฝ่ายหญิง และ น้องก็น่ารักเเหลือเกิน แค่เอาคำพูดของเพื่อนมาพูดให้ฟังอีกทีค่ะ :wanwan008:


ต่อ

[direct=http://ซ่อมคอมพิวเตอร์ชลบุรี.blogspot.com]ซ่อมคอมนอกสถานที่ ชลบุรี[/direct]
[direct=http://www.brothercomputer.com]รับซ่อมคอมพิวเตอร์ อมตะนคร ชลบุรี[/direct]
[direct=http://bit999.blogspot.com/]เทคนิคการใช้งานคอมพิวเตอร์[/direct]
[direct=https://www.facebook.com/brother.chonburi]ซ่อมคอมพิวเตอร์ ชลบุรี[/direct]
[direct=https://www.youtube.com/channel/UCvQrsQ7G-z8ZwgkzzsV8IJA]พาลูกเที่ยว ข้าวหอม ข้าวตัง[/direct]

~สายลม~

ที่มูลนิธิเพื่อนหญิงเปิดเผยว่า แอนนี่กำลังจะเซ็นสัญญาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้ายี่ห้อหนึ่ง


ถ้าไม่ตรวจก็ดังต่อไป รับทรัพย์ไปเรื่อยๆ

ผมว่าเหตุผลที่ว่าไม่ตรวจเพราะ  กลัวฟิล์มแย่งลุกไปคงไม่ใช่แล้วล่ะ

หลังๆชักแปลกๆไปเรื่อยๆ
[direct=http://www.one.in.th]ขายรายชื่ออีเมล์[/direct]รายชื่ออีเมล์คนไทย คุณภาพ ใช้งานได้จริง จากฐานข้อมูลการสมัครสมาชิกเว็บไซต์และบริการ ไม่ได้ใช้โปรแกรมดูด
เคสกันน้ำ Samsung Galaxy note 4 เคสกันน้ำ note 4 [direct=http://www.case2sea.com/note-4-waterproof]เคสกันน้ำ note 4[/direct]
[direct=http://www.lifeproofthai.com]lifeproof[/direct] เคสกันน้ำ lifeproof

GoogleBot


เปิดซิงตลาดใหม่ prosperent.com คล้าย Viglink

รับซื้อ PayPal รับเยอะ สอบถามเรทล่าสุดได้ PM มาได้เลยตรับ


deksiam

ยาวกันไป


เมื่อไรจะตรวจกันไปให้รู้แล้วรู้รอด เรื่องคนสองคน กลายเป็นเรื่องคนทั้งประเทศ


แม่ค้าแถวบ้าน ก็พูดๆกันอยู่นั่น ติดตามกันไป

avatar


bonanza


RICHEST

[direct=https://shop.line.me/@003drmkc/product/1000250714]ขมิ้นชัน กรีนเคอมิน[/direct]  [direct= https://ตับแข็ง.com]ตับแข็งระยะสุดท้าย[/direct]   [direct=https://green-curmin.com/]green curmin[/direct] [direct=https://macunox.8b.io/]macunox[/direct]  [direct=https://xn--12ca1dua8bccr6axy3bp9wwc.com/]รักษากรดไหลย้อน[/direct]


sakko51150


Synchronize

เนื้อหาความรู้น่าสนใจ ใหม่ๆ
[direct=https://develop.un-no.com/w3/docs/clear-float-in-div]เทคนิคการแก้ไขปัญหาจากการ float ซ้อน float แล้ว clear[/direct]

[direct=https://service.un-no.com/unbbz]ทำเว็บได้ด้วยตัวเองฟรี ด้วยระบบเว็บสำเร็จรูป unbbz , เว็บธรรมดา , เว็บบอร์ด , เว็บขายของ ทำได้หมดเลย[/direct]

Hope_game02

เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องของคนสองคน ทำไมเวลามีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นทุกคนต้องไปรุมให้ความสนใจขนาดนี้ มันใช่เรื่องของเรามั้ย ?
ไปสร้างความกดดันให้เค้าเปล่าๆ เอาเวลาไปทำมาหากินอย่างอื่นดีกว่า ส่วนแอนนี่ ถ้าไม่ยอมตรวจ DNA ผมว่า ฟิล์มก็ฟ้องไปเลย ให้ศาลสั่งตรวจ ผลมันจะเป็นยังไงก็อีกเรื่อง
ถ้าตรงฟิล์มก็รับเป็นพ่ออยู่แล้ว ก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่ถ้าไม่ตรงขึ้นมา ลองคิดดูแอนนี่จะถูกมองว่าเป็นผู้หญิงยังไง ?
ถ้าไม่ยอมตรวจขนาดนี้มันก็ต้องมีอะไรเบื้องลึกเบื้องหลังแน่ๆ คนทั่วๆไปเค้าก็คิดกันได้ แล้วที่บอกว่า ไม่ต้องตรวจ DNA เพราะ DNA อยู่บนหน้าน้องเค้าอยู่แล้ว
ไม่ทราบว่าใช้อวัยวะส่วนไหนมองเหรอ ถึงได้เห็น DNA อยู่บนหน้าเด็กอ่ะ ? เอาอะไรมาพิสูจน์ นอกจากใช้วิธีทางการแพทย์ฮะ !!!!!!!!!  :wanwan014:



thailovesong