เมนูหลัก

ทำMLMรวยกว่า Google Adsense?

เริ่มโดย thaipic, 18 สิงหาคม 2007, 14:55:34

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

whitebmw

ที่ผมพิมพ์ไป ก่อนหน้า มีแต่ข้อดี ส่วนข้อเสียมันก็มีครับ ใช่ว่าจะดีทั้งหมด ตัวอย่างเช่น ถ้าเกิดผู้บริหารในบริษัทที่เราทำด้วยเปลี่ยนชุด ก็ต้องคอยลุ้นกันละครับว่า จะไปในทางที่ดีหรือไม่ดี

artspeedz

มันไม่เกี่ยวว่าอาชีพไหนรวยกว่าหรอก อย่างทำแอมเวย์ถ้าอยู่ตัวแล้วมันไม่ต้องทำไรเหมือนกัน
มีเครื่องบินส่วนตัวมารับไปทั่วโลกครับ  อยู่ที่ว่าใครขยันมากกว่ากัน

แต่แอมเวย์รวยจริงครับแล้วต่อไปถึงลูกหลานด้วยเป็นมรดก ต้องไปอ่านแผนธุรกิจดูครับ
แต่ผมก็ไม่ชอบหรอก เพราะขายไม่เป็น

ไม่ก็ไปขับ F1 ดิ ปีละ 800 ล้าน กับเตะบอลวีคละ 9 ล้าน

sniperth2


ถ้ารู้จะแล้วเข้าใจอย่างท่องแท้ทั้งสองธุรกิจ ไม่ว่า MLM หรือ Internet Marketing มันก็ทำเงินได้มหาศาลทั้งนั้นแหละครับ

:) MLM แต่ถ้าคุณไปดู plan ของธุรกิจมันจริงๆ มันเป็นธุรกิจที่ดีมาก ระบบเยี่ยม แต่ที่โดนต่อต้าน
เพราะบางคนที่เข้าไปร่วม "คิดจะเอาแต่เงินง่ายๆ" ไม่สนใจระบบ ไม่สนใจแบบแผน ไม่คิดจะพัฒนาการ
ขายของตัวเอง พอหนักๆเข้าบางทีก็หลอกลวง ยัดเยียดคนรอบข้างจนเข้าระอา..

:) Internet Marketing (PPC, Affiliate) ถ้าคุณตั้งใจจริงที่จะศึกษา มองว่ามันเป็นธุรกิจ พยายาม
สร้าง Internet Asset ในธุรกิจนี้ ไม่ว่าจะเป็น เวบคุณภาพ, blog ทีี่มีประโยชน์, email list ของผู้ที่เป็น
prospect จริง, Real Quality Links ถ้าคุณทำหมดทุกอย่าง ปริมาณ traffic และรายได้ของคุณก็
มีไม่จำกัดเหมือนกัน ต่อให้อนาคต Google เจ๊ง คุณก็ยังเปลียน traffic ไปสู่รายได้จาก provider รายอื่นๆได้

แต่ก็เหมือน MLM เช่นกัน... บางคนเข้ามาีร่วม Adsense เพราะ "อยากได้่เงินง่ายๆ" คลิ๊กเองมั่ง,
ผลัดกันคลิ๊กมั่ง, แปะ Ads เวบ XXX, เล่นสคิป...... (ไม่กล้าพูดเดี๋ยวโดนแบน) ซึ่งทั้งๆที่ก็รู้ว่ามันผิดกฎนะ
มันจะโดนแบนนะก็ยังทำเพราะต้องการเงินง่ายๆ...

สิ่งที่แย่ทีสุดที่ผมเห็นไม่ใช่ว่า เพราะ Account คุณจะโดนแบนหรอกครับ... แต่คุณกำลังเสียเวลาเปล่า
พอโดนแบนคุณก็เริ่มต้นใหม่... ได้เงิน.. แล้วก็โดนแบนอีก... วนไปๆมาๆ ไม่มีความก้าวหน้า ไม่มีการ
พัฒนาการ (เหมือนกรณี MLM เป๊ะๆ)

ดังนั้น ถ้าคุณชอบ MLM  ก็จงเรียนรู้ที่จะเป็นนักขายมือฉมัง สร้างเครือข่ายธุรกิจของคุณเอง

แต่ถ้าคุณชอบ Internet Marketing ก็ศึกษาและจงเรียนรู้ว่า Adsense เป็นแค่เครื่องมืออันหนึ่งของเรา
ไม่ใช่ธุรกิจของเรา ธุรกิจจริงๆของคุณคือการสะสม Internet Asset แล้วเปลี่ยนมันเป็นเงินโดยอาศัีย
Adsense, CJ, Amazon ฯลฯ

วิชาการน่าดู จะมีคนอ่านเข้าใจมั๊ยเนี่ย  :P

Steve

อ้างถึงจาก: whitebmw ใน 20 สิงหาคม 2007, 14:58:47
อ้างถึงจาก: Steve ใน 18 สิงหาคม 2007, 23:48:06
MLM Amway แผนการตลาดดีจิงครับ แต่เอามาใส่โลกความจิงแล้วลวงโลกมั่กๆ
ที่บอกหยุดทำแล้วมีเงินเข้าตลอด เอาจิงๆผมว่านับเป็นรายหัวได้เลย มีไม่กี่คนเองครับ
ที่สามารถเป็นแบบนั้นได้ ...

แต่พวกที่ได้เงินเยอะๆใน Amway เดือนเป็นล้านๆมีจิงๆ ผมเชื่อนะ
แต่พวกนี้หยุดทำ Amway ไม่ได้หรอก อย่างน้อยๆพวกนี้ต้องจัดประชุม
จัดงานแสดงสินค้า จัดสัมนา ไปตลอดชีวืต พูดง่ายๆคือ ต้องผูกพันไปกับแอมเวย์จนลมหายใจเฮือกสุดท้าย

น่ากลัวนะผมว่าธุรกิจแบบนี้ ผมไม่เอาด้วยคนแน่นอน

ขายฝันสุดๆ แบบขายหวย พรุ่งนี้รวยๆ แนวเดียวกันเลย

ถ้าคุณทำจนติดลมบนจริงๆ ทีมงานคุณทำงานด้วยตนเองได้แล้ว ไม่ต้องพึ่งพาคุณอีก (ดาวไลน์ 20 คนที่ติดตัวเรา) 1 เดือน จัดประชุม 1 ครั้ง ครั้งละ 3 ชั่วโมง หรือแล้วแต่คุณจะบริหารเอง นอกจากนั้นก็เอาเวลาไปทำอย่างอื่นครับ

หรือถ้าคุณคิดว่าพอแล้ว ไม่อยากทำแอมเวย์ต่อแล้ว คุณก็ขายรหัส วิธีการขายรหัสเค้าคิดกันแบบนี้ครับ

สมมติว่ารายได้จากแอมเวย์เดือนละ 1,000,000 บาท รายได้พวกนี้เค้าจะถือว่าเป็นทรัพย์สิน(อ้างอิงจากหนังสือเงินสี่ด้านของโรเบิร์ต คิโยซากิ)

ทรัพย์สินนี้เค้าจะเปรียบเหมือนกับเงินต้นที่เราฝากไว้ในธนาคาร สมมติว่าตอนนี้ธนาคารมีดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ 3% ต่อปี คุณก็ลองคิดดูว่า คุณจะต้องฝากเงินเท่าไหร่ ถึงจะได้ดอกเบี้ย 12,000,000 บาทต่อปี (เอารายได้รายเดือน มาคูณ 12 เพราะคิดเป็นปี)

ลองคิดูสิครับ

เท่ากับ 400,000,000 บาทครับ (คิดผิดขออภัย)

นั่นก็เท่ากับว่า รหัสแอมเวย์ของคุณตอนนี้มีมูลค่าเท่ากับ 400,000,000 บาท

เพราะฉนั้นถ้าใครต้องการจะซื้อรหัสของคุณ เค้าจะต้องซื้อในราคา 400,000,000 บาท

คนที่ซื้อรหัสแอมเวย์มีเยอะแยะถมเถไปครับ ตัวอย่างเช่น เจ้าของบริษัทศรีไทย ที่ผลิดซอส(ขอไม่เอ่ยชื่อ) ซื้อมาจาก... (ซื้อมาเท่าไหร่ผมจำไม่ได้ และถ้าชื่อผิดก็ขออภัยครับ) พอซื้อมา ก็มาบริหารงานต่อ เหมือนกับเทคโอเวอร์

ก็ลองคิดดูแล้วกันครับว่า คนที่เค้าขายรหัสเค้า จะเอาเงิน 400,000,000 บาท ไปทำอะไร เป็นผม ผมก็เอาไปฝากธนาคารกินดอกครับ หรือจะเอาไปซื้อหุ้น ก็แล้วแต่ หรือจะอยู่อย่างพอเพียงแบบปู่เย็นก็ได้

ส่วนคนที่ซื้อรหัสไป ก็เอาไปบริหารสายงานต่อไป และเค้าก็ยังได้รับรายได้เดือนละ 1,000,000 บาท เหมือนเดิม และยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เพราะว่าสายงานมันจะโตขึ้นเรื่อยๆๆๆๆๆ

หรือมีอีกทางออก ถ้าเกิดว่าคุณเบื่อแล้ว ไม่อยากจะมีชีวิตที่เกี่ยวกับแอมเวย์แล้ว คุณก็ยกให้ลูกหลาน หรือว่าใครก็ได้ เหมือนกับยกบริษัทให้กับลูกบริหารต่อ

และถ้าทีมงานคุณเก่งจริงๆ ไม่ต้องพึ่งพาคุณหรือลูกของคุณที่คุณยกรหัสให้เป็นมรดก คุณก็แค่สอนให้ลูกคุณไปซื้อของในแอมเวย์ทุกเดือนๆ เพื่อรักษากติกาที่บริษัทกำหนดว่าต้องมียอดขั้นต่ำเท่าไหร่ๆต่อเดือน หรือถ้าขี้เกียจไป ก็ฝากใครไปซื้อก็ได้ครับ โดยฝากรหัสให้เค้าไปซื้อให้ ถ้ากลัวเค้าโกง ก็เช็คยอดในเน็ตก็ได้ครับ แค่นี้ลูกคุณก็ยังรับรายได้เดือนละ 1,000,000 เหมือนเดิม

ป้าผมเค้าได้เดือนละ 700,000 แต่เค้าไม่ได้ทำแอมเวย์ ทำของบริษัทอื่น เค้าก็มีแผนแบบนี้ครับ

พอได้เดือนละ 1,000,000 (ซึ่งไม่น่าจะเกินปลายปี 51) เค้าจะคิดอีกทีว่า จะทำต่อ หรือว่าจะยกรหัสให้ลูก หรือว่าจะขายรหัสดี เค้าก็ไม่อยากจะต้องทำ MLM ไปจนลมหายใจเฮือกสุดท้ายเหมือนกันครับ

หลักฐานก็อยู่ในนิตยาสาร Leader Time ปีที่ 7 ฉบับที่ 80 เดือนกรกณาคม 2550 หน้าที่ 1 คนที่มีรายได้รวมทั้งหมด 19,875,903.00 บาท (นับตั้งแต่ปี 2000 จนถึง พฤษภาคม 2007)

... ที่พิมพ์มาทั้งหมด แค่อยากให้เข้าใจ MLM แค่นั้นเอง ส่วนใครจะคิดยังไงก็ไม่ว่ากันครับ


เรื่อง Amway พูดแล้วจะยาวครับ แผ่นการตลาดจิงๆของ Amway กินหัวคิวครับ
ถ้าไปฟังแค่แผนการตลาดเริ่มต้น มันสวยหรูขายผันสุดๆ
ลองไปฟังแผนการตลาดตอนที่ 2  แผ่นรายได้ทางที่ 2-10 อันนี้ยิ่งขายฝันสุดๆมากๆ

ถ้าคุณสนิทๆกับพวกบรรดาเพชร พลอย มงกุฏ พวกนั้น ให้เค้าชำแหละ แผนการตลาดให้ดูสิครับ
มันจะมีเงินหมดเม็ดซ่อนอยู่ เค้าเรียกว่าเงิน bonus ส่วนนึงจะ pass up ส่งต่อขึ้นไปให้อัพไลน์
แต่พวกนี้เค้าจะพูดสวยๆว่าเหมือนกำไรเป็นทอดๆแบบช่องทางร้านค้าปลีก ค้าส่งทั่วไป
แต่จิงๆมันคือ การกินหัวคิวกันเห็นๆแต่เป็นการกินแบบถูกต้องตามทฤษฏีและตัวบทกฏหมาย

พวกเพชรในแอมเวย์ที่หยุดทำได้น่าจะมีไม่กี่คน
แต่พวกเพชรในแอมเวย์ หยุดทำไม่ได้มีเยอะแยะ ตัวเองหยุดทำปุ๊บยอดตก
ตัวเองได้ตั๋วไปเมืองนอกจากแอมเวย์ ไปกลับมายอดตก
วันๆพวกนี้ไม่ทำอะไร ลากสาวกตัวเองเข้าประชุม คนไหนอยากเลิก
ค่อยให้กำลังใจ บอกอีกหน่อยรวย มีบ้าน มีรถ พรุ่งนี้รวย แต่วันนี้อดทนก่อน ขายฝันสุดๆ

เรื่องที่ผมบอกมานี้ผมรู้จิงมากๆ ญาติผมเป็นดีดี พอรู้แผนแบบชำแหละก้อเลิกทำ
เพื่อนของญาติผมไปอลาสก้า กับ ฝรั่งเศสมาแล้ว ก้อตอนนี้เลิกทำ

สรุปคือ แอมเวย์เป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามทฤษฏีและตัวบทกฏหมาย แต่หมกเม็ดไปด้วยอะไรมากมาย
ในแผนการตลาด ธุรกิจแบบนี้ไม่น่าทำครับ ไม่โปร่งใสอย่างแรง

ปล ผมเคยได้ยินเพชร เล่าว่า แผนการตลาดจิงๆ ที่ชำแหละออกมา มันยังมีแผนการได้ระดับสูงอีก
ซึ่งเค้าไม่บอก ไม่รู้คืออาราย มันเป็นสูตรคำนวณเลยนะครับ เงินล้วนๆ หมกเม็ดสุดๆ

ปล สินค้าแอมเวย์ต้นทุนต่ำมากกกกกกกก
ยุคที่ผมไปฟัง ถ้าจำไม่ผิด ราคาสมาชิกกับราคาทุนคนทำธุรกิจ  ที่ลดจากป้ายไป 30% เลย
เช่น ราคาเต็ม 100 บาท
พวกสมัครสมาขิกกับพวกขายแอมเวย์ ซื้อได้ 70 บาท
พวกเพชรทั้งหลาย ซื้อต่ำกว่า 70 อีกไม่รู้เท่าไหร่

whitebmw

#44
อธิบายแผนการตลาดแอมเวย์ให้ดูหน่อยได้มั๊ยครับ ผมจะได้ดูว่าเค้ามีแผนกินหัวคิวยังไง ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องแผนของแอมเวย์เท่าไหร่ เพราะที่ผมดูๆมา มันน่าจะเป็นค่าบริหารสายงาน ที่บริษัทเค้าให้กับสมาชิกระดับสูง ซึ่งไม่ใช่การที่สมาชิกระดับล่างๆ โดนหักเงินไปให้กับพวกเพชรทั้งหลาย แต่เงินที่เอามาให้กับพวกเพชร มาจากกำไรการซื้อสินค้าของสมาชิกครับ ซึ่งถ้าสมาชิกข้างล่าง ถูกหักเงินแล้วเอาไปให้กับพวกเพชร อันนี้ต้องฟ้องแล้วล่ะครับ เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ครับ

และที่พวกเพชรได้เงินค่าบริหารสายงาน เพราะว่าบริษัทจะยกย่องสมาชิกระดับสูงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เพราะเค้าถือว่าเป็นผู้บริหารของบริษัท ถ้าไม่มีพวกเพชรทั้งหลาย บริษัทอยู่ไม่ได้ครับ และพวกสมาชิกระดับสูงจะถูกจับตามองมากๆ ถ้าเพชรคนใดคนนึงย้ายไปอยู่บริษัทอื่น ก็แสดงว่ามันจะต้องมีอะไรแน่ๆ เช่น บริษัทไม่ดีพอ บริษัทจ่ายน้อย

และก็พวกดาวไลน์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ๆ หรือว่าเข้ามานานแล้ว (สำหรับคนที่เข้าใจจริงๆ ย้ำนะครับว่า เข้าใจจริงๆ) เค้าจะถือว่าพวกเพชรเหล่านั้นเป็นผู้มีพระคุณครับ กราบเท้ามาแล้วก็หลายคน เพราะเพชรพวกนี้ ทำให้ชีวิตพวกเค้าเปลี่ยน

เพชรเป็นเหมือนผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่กำหนดรายได้ของบริษัท ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัท คุณจะให้เงินเดือนกับคนที่เป็นหัวหอกในการเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท หรือพนักงานธรรมดามากกว่ากันครับ

แต่ที่ผมรู้คร่าวๆ คำว่า "กินหัวคิว" เค้าใช้กับ "แชร์ลูกโซ่" ก็คือว่า เอาเงินคนใหม่ที่มาสมัคร เอาไปให้คนเก่า และพวกนี้ค่าสมัครจะแพงมากๆๆๆๆๆๆๆๆ และสินค้าก็จะห่วย หรืออาจจะไม่มีสินค้าเลย อย่างที่บริษัทแป้งตรา... ที่ดังๆ ที่ใช้พรีเซ็นเตอร์เป็นนักร้องดังในเมืองไทยเคยทำมาแล้ว แล้วก็โดนฟ้องไป

ตัวอย่างเช่น ค่าสมัคร 10,000 บาท ได้แป้ง 10 กระป๋อง แล้วเงิน 10,000 บาทนั้น ก็เอาไปให้อัฟไลน์ชั้นที่ 1 2 3 4 ไปตามลำดับ แล้วก็ให้คนใหม่ที่เข้ามาไปหาดาวไลน์เพิ่ม อันนี้กินหัวคิวชัดๆครับ

แต่จะว่าไป ก็ต่างคนต่างจิตใจต่างความคิด และผมพร้อมยอมรับความคิดของทุกคน แล้วก็คิดว่าดีแล้วที่ต่างคนต่างความคิด เพราะถ้าทุกคนเห็นว่า MLM ดี แล้วทุกคนหันมาทำ MLM กันหมด ต่อไปคงจะไม่มีหมอมารักษาคนไข้ ไม่มีคุณครูที่คอยให้วิชาความรู้กับทุกคน

- คนพิการที่ถูกปฏิเสธจากการไปสมัครงานหลายต่อหลายที่
- จากคนที่ไม่มีความหวัง
- จากคนที่พ่อกำลังจะตายเพราะไม่มีเงินมารักษาโรคร้ายให้พ่อ
- จากที่เป็นหนี้หลายล้านจนโดนขู่ฆ่าคนที่เค้ารัก
- จากลูกชาวนาจนๆ ที่คนส่วนมากในสังคมดูถูก
- จากคุณตาที่ต้องเลี้ยงหลานหลายคน เงินซื้อข้าวให้หลานก็ไม่มี ต้องไปเอาข้าวจากที่เค้ากินเหลือบนรถทัวร์มาให้หลานๆกินกัน

แต่บังเอิญได้มาเจอกับเพชรหลายๆคน ที่คนข้างนอกมองว่าพวกนี้เป็นพวกหลอกลวงชาวบ้าน(รวมทั้งผมเมื่อหลายปีก่อน) ทำให้ชีวิตพวกเค้าเปลี่ยนไป ทำให้คนพิการไม่ต้องเป็นเป็นส่วนเกินของสังคมเหมือนที่พวกเค้าเคยรู้สึก ทำให้มีหวังในการสู้ชีวิต ทำให้พ่อหายจากโรคที่ต้องใช้เงินรักษาสูงๆ ทำให้คนที่เค้ารักไม่ต้องโดนฆ่าเพราะเป็นหนี้ ทำให้ลูกชาวนาจนๆที่ถูกดูถูกว่าต่ำต้อย มีคนนับหน้าถือตา ทำให้คุณตาที่ไม่มีแรงจะไปทำงานหนักๆเอาเงินมาซื้อข้าวให้หลาน มีเงินซื้อข้าวให้หลานไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ ถึงมันจะไม่ใช่เงินมากมายก็เหอะ

คนเหล่านี้ เค้าเคยฝันเอาไว้ว่าจะต้องเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ที่อื่นให้เค้าไม่ได้ แต่ฝันเค้าเป็นจริงเพราะเค้าอดทนทำให้สิ่งที่คนอื่นมองว่าไม่ดี ถ้าจะใช้้คำว่า MLM เป็นธุรกิจขายฝัน จะใจร้ายไปรึเปล่าครับ เพราะฝันมันจับต้องไม่ได้ แต่ก็มีหลายคนที่เค้าทำให้ดูแล้วว่า มันทำให้จริง ไม่ใช่แค่ขายฝัน ถ้าไม่มีความฝันหรือความหวัง แล้วจะมีนักฟุตบอลเก่งๆให้เราดูเหรอครับ เพราะพวกนี้เค้าก็เคยฝันจะเป็นนักบอลเก่งๆกันทั้งนั้น ถ้า Steven Gerrard ไม่ฝันอยากเป็นนักบอลอาชีพ ทุกวันนี้จะมี Stevie G เหรอครับ

ทั้งหมดนี้เป็นแค่เศษเสี้ยวของด้านดี อีกด้านหนึ่งของ MLM ที่หลายๆมองเพียงผ่านๆ แล้วก็สรุปว่าไม่ดี

... แค่อยากให้เข้าใจ MLM ในด้านบวกบ้าง จากที่เคยเห็นแต่ด้านลบมามากแล้ว

whitebmw

#45
อ้างถึงจาก: Steve ใน 21 สิงหาคม 2007, 00:05:17
เรื่อง Amway พูดแล้วจะยาวครับ แผ่นการตลาดจิงๆของ Amway กินหัวคิวครับ
ถ้าไปฟังแค่แผนการตลาดเริ่มต้น มันสวยหรูขายผันสุดๆ
ลองไปฟังแผนการตลาดตอนที่ 2  แผ่นรายได้ทางที่ 2-10 อันนี้ยิ่งขายฝันสุดๆมากๆ

ถ้าคิดว่าเป็นการกินหัวคิว ฟ้องเลยครับ market share จะได้เปิดโอกาสมากขึ้น

อ้างถึงจาก: Steve ใน 21 สิงหาคม 2007, 00:05:17
พวกเพชรในแอมเวย์ที่หยุดทำได้น่าจะมีไม่กี่คน
แต่พวกเพชรในแอมเวย์ หยุดทำไม่ได้มีเยอะแยะ ตัวเองหยุดทำปุ๊บยอดตก
ตัวเองได้ตั๋วไปเมืองนอกจากแอมเวย์ ไปกลับมายอดตก
วันๆพวกนี้ไม่ทำอะไร ลากสาวกตัวเองเข้าประชุม คนไหนอยากเลิก
ค่อยให้กำลังใจ บอกอีกหน่อยรวย มีบ้าน มีรถ พรุ่งนี้รวย แต่วันนี้อดทนก่อน ขายฝันสุดๆ

ก็สายงานเค้ายังไม่ติดลมบนครับ ใช่ว่าเพชรจะหยุดได้ทุกคนซะเมื่อไหร่ พอติดลมบนแล้วจะหยุดหรือไม่หยุด ก็แล้วแต่ครับ

อ้างถึงจาก: Steve ใน 21 สิงหาคม 2007, 00:05:17
เรื่องที่ผมบอกมานี้ผมรู้จิงมากๆ ญาติผมเป็นดีดี พอรู้แผนแบบชำแหละก้อเลิกทำ
เพื่อนของญาติผมไปอลาสก้า กับ ฝรั่งเศสมาแล้ว ก้อตอนนี้เลิกทำ

เป็นเรื่องปกติครับ บางทีอาจจะไม่ใช่เค้า หรือเค้าไม่ชอบก็ได้ อย่างที่ผมพิมพ์ไปแล้ว ถ้าทุกคนเห็นว่าแอมเวย์ดีด้วยกันทุกคน ต่อไปคงไม่มีหมอคอยรักษาคนไข้แล้วครับ ออกมาทำแอมเวย์กันหมด

ถ้าอย่างนั้น คนที่เป็นหมอ แล้วเลิกเป็นหมอ ก็แสดงว่าอาชีพหมอไม่ดีสิครับ เพราะเค้าเลิกทำ พอมีคนไปถาม เค้าอาจจะตอบว่า เครียด เจอแต่คนไข้ แต่จริงๆแล้วเค้าอาจจะมีเหตุผลอื่นก็ได้นี่ครับ เช่น อกหักจากพยาบาลอะไรทำนองนี้ แต่พูดไม่ได้

ถ้างั้นคนที่เป็นครู แล้วอยู่ดีๆเลิกเป็นครู ก็แสดงว่าอาชีพครูไม่ดีสิครับ
ถ้างั้นคนที่เป็นวิศวะ แล้วอยู่ดีๆเลิกเป็นวิศวะ ก็แสดงว่าอาชีพวิศวะไม่ดีสิครับ

อ้างถึงจาก: Steve ใน 21 สิงหาคม 2007, 00:05:17
สรุปคือ แอมเวย์เป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามทฤษฏีและตัวบทกฏหมาย แต่หมกเม็ดไปด้วยอะไรมากมาย
ในแผนการตลาด ธุรกิจแบบนี้ไม่น่าทำครับ ไม่โปร่งใสอย่างแรง

ถ้าหมกเม็ดจริงๆ พวกหมอ นักธุรกิจ วิศวะ ดอกเตอร์ คงจะมองเห็นการหมกเม็ดนี่แล้วล่ะัครับ แล้วก็เลิกทำไปในที่สุด

อ้างถึงจาก: Steve ใน 21 สิงหาคม 2007, 00:05:17
ปล สินค้าแอมเวย์ต้นทุนต่ำมากกกกกกกก
ยุคที่ผมไปฟัง ถ้าจำไม่ผิด ราคาสมาชิกกับราคาทุนคนทำธุรกิจ  ที่ลดจากป้ายไป 30% เลย
เช่น ราคาเต็ม 100 บาท
พวกสมัครสมาขิกกับพวกขายแอมเวย์ ซื้อได้ 70 บาท
พวกเพชรทั้งหลาย ซื้อต่ำกว่า 70 อีกไม่รู้เท่าไหร่

ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องแอนตี้ โออิชิ แล้วล่ะครับ เพราะว่าคุณตันโออิชิ เอาเปรียบลูกค้า เพราะต้นทุนขวดละแค่ 3 บาทเอง แล้วเอามาขายตั้ง 20 บาท กำไรหลายร้อยเปอร์เซ็นเลย

แล้วก็อย่างที่บอกไปครับ เพชรเป็นผู้บริหารของแอมเวย์ บริษัทต้องพึ่งเพชร แค่นี้ผมว่ายังน้อยไปด้วยครับถ้าจริงๆน่ะ

... แค่อยากให้เข้าใจ MLM ในด้านบวกบ้าง จากที่เคยเห็นแต่ด้านลบมามากแล้ว

kazama

ทะเลาะกันอีกคู่แล้ว  :-X

คันมือ อยากพิมพ์ยิก ๆ มาหลายวันแล้ว

ภาพพจน์แอมเวย์  ก็ต้องยอมรับว่า  ไม่ค่อยดีในสายตาคนนอกบางกลุ่ม  เพราะคนที่ทำธุรกิจกับแอมเวย์มุ่งหวังเรื่องเงินมากไป   ไม่ดีขนาดไหน  ก็ถึงขนาดที่  ที่อเมริกาเองเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีชื่อ แอมเวย์   (ซึ่งดำเนินนโยบายผิดมาก ๆ  ไม่นานคงเปลี่ยนกลับมาใช้แอมเวย์เหมือนเดิม)

ผมเองพูดได้ทั้งข้อดี  ข้อเสียแอมเวย์แบบลึกมาก ๆ ฟ่ะ   แต่เขียนมากไม่ได้  เดี๋ยวจะเข้าตัว  :D :D :D

พูดมากไปแล้ว  ;D ;D ;D
[direct=http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,335195.0.html]**** link ****[/direct]


[direct=http://wordthai.com]wordpress[/direct]  [direct=http://codex.wordthai.com]คู่มือเวิร์ดเพรส[/direct][direct=http://thaika.com]Thaika[/direct] [direct=http://blog.wordthai.com]รักคนอ่าน[/direct]

ก้ามปู

เฮ้อเถียงกันไปได้ ในโลกนี้มีสินค้าชนิดไหนที่ไม่ค่าการตลาดบ้างหละ

มันต้องมีครับ แล้ว MLM เค้าต้องการลดค่าการตลาด แต่เอามาจ่ายให้สมาชิกแทน

อันนี้มันผิดตรงไหน หมกเม็ดเหรอ

เอางี้ถ้าคุณเปิดร้านขายของชำ คุณรับของมาราคา 15 บาท คุณขาย 20 บาท แต่คุณไม่บอกลูกค้าว่าต้นทุนคุณเท่าไหร่ อันนี้ก้เรียกว่าหมกเม็ดด้วยรึเปล่าคับ

เฮ้อ ยิ่งคิดยิ่งเศร้า คนเราจะให้เอาแต่ค่าวัสดุ แต่ไม่อยากให้ค่าแรง ค่าความคิดค่าวิจัย

ที่ว่าเอาเปรียบที่สุดก็คงจะเป้นวินโดวครับ ราคาแผ่นเปล่าห้าบาท เกรดดีหน่อยสิบห้าบาท ดันเอามาขาย 5000
โหยหมกเม็ดๆ ผมรู้นะว่าแผ่นเปล่าราคาถูก น่าน แบบนี้พอไหวมั้ยครับ

งั้นวันนึงถ้าผมอยากได้สคริปปั่นของทุกคน ผมจะขอซื้อในราคาแผ่นเปล่าได้มั้ยครับ โดนถีบพอดี  ;D
ตอนนี้ผมไม่ค่อยว่างตอบอะไรใครนะครับ เพราะไม่ได้เข้าบอร์ดเลย

tanut

ทำอะไรก็ทำไปเถอะครับ ถ้าไม่เดือดร้อนใคร
ขอบคุณสำหรับทุก Thanks ครับ

[direct=http://astore.amazon.com/bakugan.battle.brawlers-20]bakugan battle brawlers[/direct]
[direct=http://astore.amazon.co.uk/fly.london.shoe-21]fly london shoe[/direct]
[direct=http://astore.amazon.fr/casio.montres.pour.tous-21]casio montres pour tous[/direct]
[direct=http://www.facebook.com/BennieAliceShop]baby shirt[/direct]
[direct=http://benniealice.lnwshop.com]kid shirt[/direct]

BabyLove

 :-\  นึกว่าจบไปแล้วนะเนี่ย นี่ยังเถียงกันไม่เลิกอีกน้อ



ไม่รู้จะสร้าง ข้อโต้แย้ง กันไปมาเพื่ออะไร ???

ใครอยากชนะ เดี๋ยวผมให้ ถ้วยทอง ก็ได้อ่ะ หรือให้ทั้งสองฝ่ายเลยก็ได้



เอาความอยากชนะ มาเป็นแรงผลักตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบดีกว่าครับ

เพราะไม่ว่างานไหนมันก็อาชีพ งานไหนก็งานที่ทำรายได้ให้ด้วยกันทั้งนั้นครับ

คนที่ไม่เคยทำ adsense มันก็ไม่เคยเข้าใจว่า adsense มันคืออะไร ได้เงินยังไง มาจากไหน ทำไปทำไม

คนที่ไม่เคยทำ MLM ก็ไม่เข้าใจหรือเข้าใจอย่างลึกซื้ง(ก็ได้) ว่า มันไม่ดี มันแย่ มันหลอกลวง มันต้มคน

ลองหยุดคิดนิ่ง ๆ อย่างเป็นกลาง ๆ ดูครับ ว่า ไอ้สองอันนี้มันแตกต่างกันตรงไหน ไม่ได้แตกต่างเลย

เพียงแค่ว่า คุณมีความรู้สึกชอบอันไหน ก็ทำอย่างนั้น เพราะทั้งสองทาง มันสร้างรายได้ให้คุณด้วยกันทั้งคู่แหล่ะ

ดี หรือ ไม่ดี พวกคุณทั้งหลายเรียนจบปริญญากันแล้วทั้งนั้น คิดเอาเอง ไม่ต้องใช้คนอื่นมาชักจูงความคิดหรอกครับ



ถ้าวันนึงมีคนมาบอกว่า ไอ้พวกทำ Adsense แม่่งงี่เง่า เอาแต่นั่งหน้าคอมจนจะเป็นง่อยอยู่แล้ว ไม่พูดกับใคร ยิ้มบ้าอยู่คนเดียว  :D หรือ

มีคนมาบอกว่า mlm ที่คุณทำอยู่ มัน ห่วยแตก ฟ่ะ หลอกลวงทั้งเพ มันก็แค่สร้างภาพ สร้างฝัน แล้วหลอกให้คนไปทำงานกับมัน  :(

คุณจะรู้สึกอย่างไร มันก็ต้องเสียใจและอยากตอบโต้ ให้มันรู้สึกนึกซะบ้าง ด้วยกันทั้งนั้น  ::)



คำถามของผมคือ แล้วจะมานั่ง วิเคราะห์ วิจารณ์ อาชีพของแต่ละคนกันไปทำไม

ทำไมไม่คิดจะให้เกียรติกับอาชีพของผู้อื่นบ้าง และ เคยให้เกียรติอาชีพของคุณที่ทำอยู่บ้างหรือเปล่า (อยากให้ใครมาหยามไหมล่ะ)

เคยถามตัวเองไหมว่าได้ทำในหน้าที่ที่คุณรับผิดชอบดีแล้วหรือยัง


เราเริ่มจากตัวเราได้ครับ แค่ไม่คิดจะไป ดูถูก อาชีพของใครก็ตาม เราก็จะไม่โดนดูถูกจากคนอื่น ๆ เช่นกัน  :'(

ใจเขา ใจเราครับ แล้วก็เลิกคิดเรื่องอื่นซักที ทำส่วนที่คุณต้องทำซะ

Let's do it.  8)

Favorites Link : [direct=https://www.hisopromotion.com]โปรโมชั่น[/direct] [direct=https://www.thailandcompanydirectory.com/]บริษัท[/direct]  [direct=https://www.ethailandlaw.com/]กฏหมาย[/direct] [direct=https://www.imaxcreator.com]wordpress[/direct] [direct=https://www.bethailand.com]ไทย[/direct]

whitebmw

กลายเป็นเรื่องใหญ่ไปซะงั้น :P :P

ขอโทษทุกคนด้วยครับ พอดีแค่อยากให้เข้าใจ แบบว่าการตอบข้อโต้แย้งผมทำประจำ ก็เลยลืมตัวอธิบายไปน่ะ

อย่าโกรธกันเลยนะครับ :-*

bubbleball

ิผมว่ามันไม่กินหัวคิวนะ เพราะไม่ได้เอาเงินจากส่วนสมาชิกมาจ่าย   

ถ้าพูดถึง mlm ถ้าไม่ดีแล้วทำไม google ยังให้ค่า refer จำนวนมากถ้าทำให้คน 25 คนได้ 100 ดอล แล้วคุณจะได้โบนัสจ่ายปีนึงหนึ่งครั้ง  มันก็คือๆกันแหละครับ

ส่วนเลิกได้เลิกไม่ได้ มันอยู่ที่ระบบที่คุณใช้  ก็เหมือนคุณทำเว็บแบบปั่นแล้วโดนแบน มันก็ต้องทำต่อไปเรื่อยๆ  แต่ถ้าคุณทำเว็บแบบมีระบบ แล้วมีคนต่อยอดให้ มีคนเอา adsense ไปแปะได้เรื่อยๆโดยไม่โดนแบนได้ มันก็กินไปได้เรื่อยๆนั่นแหละครับ  หรือบางคนที่เขารวยแล้วเขาอาจจะไม่อยากเลิก จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่

ยังไงก็เอาความไม่สำเร็จมาเป็นข้อเรียนรู้ครับ อย่าเอามาบังตาว่ามันเป็นอย่างงั้นอย่างงี้  ถ้าคุณฟังคนสำเร็จคุณจะได้เรียนรู้ความสำเร็จ แต่ถ้าคุณเรียนรู้จากคนไม่สำเร็จ คุณก็จะได้มุมมองว่าทำไมถึงไม่สำเร็จ

ระบบบางอย่างอาจจะเวิรก์แต่ที่ไม่เวิรก์คือคน แต่มันจะดีกว่าถ้ามันเวิรก์ทั้งระบบและคน

โซวบักท้ง

อ้างถึงจาก: sniperth2 ใน 20 สิงหาคม 2007, 16:35:10

ถ้ารู้จะแล้วเข้าใจอย่างท่องแท้ทั้งสองธุรกิจ ไม่ว่า MLM หรือ Internet Marketing มันก็ทำเงินได้มหาศาลทั้งนั้นแหละครับ

:) MLM แต่ถ้าคุณไปดู plan ของธุรกิจมันจริงๆ มันเป็นธุรกิจที่ดีมาก ระบบเยี่ยม แต่ที่โดนต่อต้าน
เพราะบางคนที่เข้าไปร่วม "คิดจะเอาแต่เงินง่ายๆ" ไม่สนใจระบบ ไม่สนใจแบบแผน ไม่คิดจะพัฒนาการ
ขายของตัวเอง พอหนักๆเข้าบางทีก็หลอกลวง ยัดเยียดคนรอบข้างจนเข้าระอา..

:) Internet Marketing (PPC, Affiliate) ถ้าคุณตั้งใจจริงที่จะศึกษา มองว่ามันเป็นธุรกิจ พยายาม
สร้าง Internet Asset ในธุรกิจนี้ ไม่ว่าจะเป็น เวบคุณภาพ, blog ทีี่มีประโยชน์, email list ของผู้ที่เป็น
prospect จริง, Real Quality Links ถ้าคุณทำหมดทุกอย่าง ปริมาณ traffic และรายได้ของคุณก็
มีไม่จำกัดเหมือนกัน ต่อให้อนาคต Google เจ๊ง คุณก็ยังเปลียน traffic ไปสู่รายได้จาก provider รายอื่นๆได้

แต่ก็เหมือน MLM เช่นกัน... บางคนเข้ามาีร่วม Adsense เพราะ "อยากได้่เงินง่ายๆ" คลิ๊กเองมั่ง,
ผลัดกันคลิ๊กมั่ง, แปะ Ads เวบ XXX, เล่นสคิป...... (ไม่กล้าพูดเดี๋ยวโดนแบน) ซึ่งทั้งๆที่ก็รู้ว่ามันผิดกฎนะ
มันจะโดนแบนนะก็ยังทำเพราะต้องการเงินง่ายๆ...

สิ่งที่แย่ทีสุดที่ผมเห็นไม่ใช่ว่า เพราะ Account คุณจะโดนแบนหรอกครับ... แต่คุณกำลังเสียเวลาเปล่า
พอโดนแบนคุณก็เริ่มต้นใหม่... ได้เงิน.. แล้วก็โดนแบนอีก... วนไปๆมาๆ ไม่มีความก้าวหน้า ไม่มีการ
พัฒนาการ (เหมือนกรณี MLM เป๊ะๆ)

ดังนั้น ถ้าคุณชอบ MLM  ก็จงเรียนรู้ที่จะเป็นนักขายมือฉมัง สร้างเครือข่ายธุรกิจของคุณเอง

แต่ถ้าคุณชอบ Internet Marketing ก็ศึกษาและจงเรียนรู้ว่า Adsense เป็นแค่เครื่องมืออันหนึ่งของเรา
ไม่ใช่ธุรกิจของเรา ธุรกิจจริงๆของคุณคือการสะสม Internet Asset แล้วเปลี่ยนมันเป็นเงินโดยอาศัีย
Adsense, CJ, Amazon ฯลฯ

วิชาการน่าดู จะมีคนอ่านเข้าใจมั๊ยเนี่ย  :P


ความเห็นเยี่ยมมากครับ .......  :) :) :)
เมื่อแอดออนไลน์ กลายเป็นเรื่องยิ้มๆ
Adyim.com( http://www.adyim.com )
[direct=http://www.thaiseoboard.com]seo[/direct] | [direct=http://www.adyim.com]โปรโมทเว็บ[/direct] | [direct=http://www.adyim.com]โปรโมทเว็บไซต์[/direct] | [direct=http://www.adyim.com]โฆษณาเว็บ[/direct]

e-business

อ้างถึงจาก: BabyLove ใน 21 สิงหาคม 2007, 15:00:52
:-\  นึกว่าจบไปแล้วนะเนี่ย นี่ยังเถียงกันไม่เลิกอีกน้อ



ไม่รู้จะสร้าง ข้อโต้แย้ง กันไปมาเพื่ออะไร ???

ใครอยากชนะ เดี๋ยวผมให้ ถ้วยทอง ก็ได้อ่ะ หรือให้ทั้งสองฝ่ายเลยก็ได้



เอาความอยากชนะ มาเป็นแรงผลักตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบดีกว่าครับ

เพราะไม่ว่างานไหนมันก็อาชีพ งานไหนก็งานที่ทำรายได้ให้ด้วยกันทั้งนั้นครับ

คนที่ไม่เคยทำ adsense มันก็ไม่เคยเข้าใจว่า adsense มันคืออะไร ได้เงินยังไง มาจากไหน ทำไปทำไม

คนที่ไม่เคยทำ MLM ก็ไม่เข้าใจหรือเข้าใจอย่างลึกซื้ง(ก็ได้) ว่า มันไม่ดี มันแย่ มันหลอกลวง มันต้มคน

ลองหยุดคิดนิ่ง ๆ อย่างเป็นกลาง ๆ ดูครับ ว่า ไอ้สองอันนี้มันแตกต่างกันตรงไหน ไม่ได้แตกต่างเลย

เพียงแค่ว่า คุณมีความรู้สึกชอบอันไหน ก็ทำอย่างนั้น เพราะทั้งสองทาง มันสร้างรายได้ให้คุณด้วยกันทั้งคู่แหล่ะ

ดี หรือ ไม่ดี พวกคุณทั้งหลายเรียนจบปริญญากันแล้วทั้งนั้น คิดเอาเอง ไม่ต้องใช้คนอื่นมาชักจูงความคิดหรอกครับ



ถ้าวันนึงมีคนมาบอกว่า ไอ้พวกทำ Adsense แม่่งงี่เง่า เอาแต่นั่งหน้าคอมจนจะเป็นง่อยอยู่แล้ว ไม่พูดกับใคร ยิ้มบ้าอยู่คนเดียว  :D หรือ

มีคนมาบอกว่า mlm ที่คุณทำอยู่ มัน ห่วยแตก ฟ่ะ หลอกลวงทั้งเพ มันก็แค่สร้างภาพ สร้างฝัน แล้วหลอกให้คนไปทำงานกับมัน  :(

คุณจะรู้สึกอย่างไร มันก็ต้องเสียใจและอยากตอบโต้ ให้มันรู้สึกนึกซะบ้าง ด้วยกันทั้งนั้น  ::)



คำถามของผมคือ แล้วจะมานั่ง วิเคราะห์ วิจารณ์ อาชีพของแต่ละคนกันไปทำไม

ทำไมไม่คิดจะให้เกียรติกับอาชีพของผู้อื่นบ้าง และ เคยให้เกียรติอาชีพของคุณที่ทำอยู่บ้างหรือเปล่า (อยากให้ใครมาหยามไหมล่ะ)

เคยถามตัวเองไหมว่าได้ทำในหน้าที่ที่คุณรับผิดชอบดีแล้วหรือยัง


เราเริ่มจากตัวเราได้ครับ แค่ไม่คิดจะไป ดูถูก อาชีพของใครก็ตาม เราก็จะไม่โดนดูถูกจากคนอื่น ๆ เช่นกัน  :'(

ใจเขา ใจเราครับ แล้วก็เลิกคิดเรื่องอื่นซักที ทำส่วนที่คุณต้องทำซะ

Let's do it.  8)



เห็นด้วยครับป๋าเจมส์  ;)
คูปอง Facebook (มูลค่า $50) เพียงใบละ 259-299 บาท

EThaiZone

อยู่ที่คนครับ ทุกอย่างอยู่ที่คน ภายนอกมันไม่ผิด แต่ผิดที่คน

ยกตัวอย่างแค่แนวคิดหรือคำพูด

สมมุติมีคนหนึ่งด่าคนหนึ่งว่า "โง่เหมือนหมา"
นี้ก็เพราะคนเป็นคนทำ หมาไม่เกี่ยว จริงปะครับ ?

แล้ววันนี้ ผมดูขำกลิ้งลิงกะหมาตะกี้
เจมส์คุงที่เป็นหมา กดชัตเตอร์กล้องได้
นั้นก็เพราะคนสอนมัน จริงไหมครับ ?

ทุกอย่างอยู่ที่คน ระบบ MLM เนี่ย จริงๆ มันก็คือ การระดมบุคคล
ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาอย่างระบบอื่น ง่ายๆ มันคือปฎิกิริยาลูกโซ่ที่เกิดกับคน

แต่คนเนี่ยแหละที่ทำให้ระบบมันเหลว

adsense ก็เหมือนกัน ระบบของมันดั่งเดิมแค่รายได้เสริม
แต่คนก็เป็นคนทำให้ระบบมันเน่า หลอกให้คลิก บอกให้คลิก

สรุป มันผิดที่คน ผมเองเมื่อก่อนก็ตั้งแง่กะ mlm เหมือนกัน
แค่ถ้ามามอง มันคือการระดมการค้าในระดับรากหญ้าเลย

มันผิดที่คนทั้งนั้น ลองดูสิ ถ้ามีคนบอกว่า กินของamway แล้วเหาะได้
amway ไม่ผิด แต่ผิดที่คน เท่านั้นเอง

ปล. ผมอยากพยายามเน้นว่าคน เพราะมีคนบางจำพวกที่มันน่าจะคิดได้บ้าง ว่าที่ทำมัน ใช่แล้วเหรอ ?
ผมเองก็คนๆ หนึ่งเหมือนกัน

AffiliateSuccess

#55
ระบบMLM หรือ NETWORK MARKETING ของแท้ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่น่ะครับ...ระบบมันดี(เปิดใจแล้วลองศึกษาระบบมันเองแล้วคุณก็จะเข้าใจ)ครับ ที่ไม่ดีเพราะตัวบุคคลมากกว่า...เมื่อก่อนผมก็รังเกียจธุรกิจนี่ เพราะอะไรเหรอครับ เพราะ ฟังจากคนอื่น แล้วบุคคลนั้นก็เป็นคนที่ล้มเหลวจากธุรกิจนี้ หรือไม่ก็โดนหลอกลวง จากบุคคล(ไม่ดี)ที่ทำธุรกิจนี้ ... :)
 *Link Removed* , *Link Removed* , *Link Removed*

Steve

เถียงแบบนั้นไงครับ ที่เค้าเรียกว่าเถียงแบบแอมเวย์ คนเค้าถึงหนีกัน
ผมไม่มาตามทะเลาะด้วยหรอกครับ เพราะผมไม่ได้จะชวนพวกทำแอมเวย์ให้เลิกทำ
แค่บอกว่าแอมเวย์มันไม่ดีเฉยๆ ไม่ได้บอก MLM ไม่ดี
และก้อไม่ได้บอกหมอ วิศวะ หรือ โออิชิ บราๆๆๆๆๆ แบบนั้น


thaipic

ผมเปิดกระทู้ไม่ได้ให้เถียงกันนะครับ ประเด็นที่ผมสงสัยแค่มีน้องชายคนหนึงเคยทำ adsense อยู่ดีๆ ไปทำ mlm แล้วไม่สนใจ adsense เลย ผมเลยแปลกใจว่ามันรายได้ดีขนาดนั้นเลยเหรอ

ตามที่หลายท่านสรุปมาพอเข้าใจว่าแล้วแค่ความถนัดของแต่ละคน น้องคนที่ผมพูดถึงเขาอาจจะถนัดงานพวกนี้มากกว่า adsense(แต่มันก็เก่งนะ adsense น่ะน่าเสียดายวิชามาร เอ้ยวิชามัน)

ขอโทษ admin ด้วยนะครับที่ทำให้สมาชิกทะเลาะกัน  :P

[email protected]

#58
เคยอ่านหนังสือเล่มนึง มีเรื่องเล่าดีๆ ที่เล่าต่อกันมาว่า

มีเด็กนักเรียน 2 คน ทะเลาะกัน ต่างคนก็ต่างคิดว่า " ฉันถูก "

พออาจารย์มาได้ยิน
อาจารย์จึงคิดแผนให้ลูกศิษย์ทั้ง 2 คน ไปยืนที่หน้าชั้น

ลูกศิษย์คนแรก ยืนที่ฝั่งขวา ลูกศิษย์คนที่2 ยืนอยู่ฝั่งซ้าย
จากนั้น อาจารย์ได้ดึงผ้าที่คลุมสิ่งของที่ตั้งไว้กลางโต๊ะออก

สิ่งที่ปรากฎตรงหน้าคือ .. . ก้อนหินก้อนใหญ่
แล้วอาจารย์ก็ถามลูกศิษย์ทั้งสองว่า " ก้อนหินก้อนนี้มีสีอะไร "

ลูกศิษย์คนแรกตอบ "สีดำ"
ลูกศิษย์คนที่2ตอบ " สีขาว"

เมื่อคำตอบไม่ตรงกันอย่างนี้

เด็กนักเรียน 2 คนก็ตั้งท่าจะทะเลาะกันอีก

"จะเป็นสีดำได้ยังไง ก็ฉันเห็นสีขาว"
"จะเป็นสีขาวได้ยังไง ก็ฉันเห็นสีดำ"

อาจารย์จึงสั่งให้ทั้ง 2 คน สลับที่กันยืน

ใช่แล้วล่ะ ก้อนหินก้อนเดียวกันนี้

ถูกทาสีขาวไว้ด้านหนึ่ง แล้วทาสีดำไว้อีกด้านหนึ่ง

ทั้งคำตอบสีดำและสีขาว จึงต่างก็เป็นคำตอบที่ถูก
แล้วแต่ว่า ... ใครจะยืนมองอยู่ฝั่งไหน

EThaiZone

เดียว admin หายไปคน เหลือแค่ 2 ขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ  :(

:D :D :D