Joomla กับ wordpress ถ้าเอามาทำ Ads อันไหนดีกว่ากันหรอครับ

เริ่มโดย ชาตินี้ขอแค่ 1000 ล้าน พอ, 29 สิงหาคม 2010, 19:36:41

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

ชาตินี้ขอแค่ 1000 ล้าน พอ

ขอประสบการณ์ผู้ที่ทำ ads ว่า Joomla กับ wordpress อันไหนนำมาทำ ads ได้ดีกว่ากัน

ขอบคุณจ้า

smapan

ไม่ต่างกันครับ เพราะ เครื่องมือ อยู่ที่คนใช้ครับ
[direct=http://cp.siamhostweb.com/cart.php?gid=1]จูมล่าโฮส สยามโฮสเว็บ[/direct] [direct=http://www.modty.com]modty.com[/direct]
[direct=http://www.apartment.in.th]รวมที่พัก เช่ารายวัน ที่พักเช่ารายเดือนมากที่สุดแจ่มจริง[/direct]
***Tel 083-757-1515 ติดปัญหา Joomla ตรงไหนรับปรึกษาฟรี โทรมาเถอะครับ ถ้าตอบได้ช่วยแน่นอน ไม่มีกั้ก. ***

LifeGood

ประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ ผมว่า wordpress กินขาด แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเอามาทำอะไร  :P
รับงาน PHP Programming ฟรีแลนซ์ จากโปรแกรมเมอร์ประสบการณ์กว่า 8 ปี ชำนาญเฟรมเวิร์ค CI ปรับแต่งได้ทุก CMS รับทั้งงานเล็กและงานใหญ่ในราคาเพื่อนฝูง รับทีละงาน ไม่พอกหางหมู เสร็จตรงเวลาแน่นอน แจ้งความคืบหน้าและอัพเดทความคืบหน้าของงานทุก 3 วัน สนใจ PM มาครับ!!!

คนเดินทางไกล

ต้องการ รวดเร็ว wordpress
ต้องการแบบ สุดยอด Joomla

Jacker007

ถ้าเอาเนื้อหาแบบเป็นทางการ joomla เลยครับธีม สวยๆเพียบปรับแต่งโมดูลได้ตามใจ วาง ads ตรงไหนก็ได้
wp เร็วก็จริงครับแต่ธีมยังแบ่งได้น้อยกว่าจูมล่า
joomla ให้แสดงแบบ บล๊อคก็ได้ถ้าต้องการ
[direct=http://imgtab.net/main/view_user_gallery/rogerplus/0]My Gallery รวมรูปภาพดารา ของฉัน[/direct]
[direct=http://c1d82a55.linkbucks.com]แจกหนังสือ 117 อาชีพเกษตรกรรมทางเลือก[/direct]
[direct=http://japanpub.blogspot.com/]Blog 18[/direct]

sugar


perfectxp


jaras

ถ้าคุณต้องการทำเว็บเพื่อขาย ads เช่น banner ในตำแหน่งหน้าเว็บ, แทรก banner ในบทความ, กำหนดให้ป้ายมันเปิดปิดหน้าไหนก็ได้เพื่ออัพราคา เช่น ป้ายนี้แสดงเฉพาะหน้าหมวดอาหาร อีกป้าย (ตำแหน่งเดียวกัน) แสดงในหมวดคอมพิวเตอร์ ... Joomla คือคำตอบครับ แม้ว่า Wordpress จะทำได้ แต่การมานั่งจัดการกับ banner แบบลงรายละเอียดแบบทีละหมวด ทีละหน้า Wordpress ทำได้ยากครับ ซึ่ง Joomla มีระบบ (component และ module รวมถึง plugin แทรก module ในบทความ) มาให้พร้อม ทำให้คุณบริหารจัดการป้่ายโฆษณาต่างๆ ได้ง่ายและประัหยัดเวลา นอกจากนั้น ในระบบป้าย banner ของ joomla ยังมีส่วนของการบันทึกรายละเอียดของลูกค้า เช่น เบอร์โทร email และการตั้งให้ป้ายนี้ปิดตัววันไหน (ป้ายหมดอายุ) ซึ่งเหมาะกับการทำเว็บเพื่อขาย ads มากครับ

Joomla มี component เีกี่ยวกับการจัดการ banner เยอะพอสมควร มีให้เลือกเยอะครับ ลองหาดู (ตัวที่มีมาพร้อมใน script ยังบริหารจัดการได้ไม่เต็มที่) ยิ่งหากคุณต้องการให้ลูกค้าของคุณ login เข้ามาเพื่อแก้ไขป้่าย, เติมเงินเพื่อต่ออายุป้าย, ดูสถิติป้ายโฆษณา Joomla (Component แบบนี้ชื่อว่า iJoomla Ad Agency แต่เป็นแบบเสียเงินนะครับ แต่แลกกับระบบที่คุณปล่อยให้ลูกค้าจัดการป้ายได้ตลอด 24 ชม. ดูสถิติได้ตลอด ก็ไม่แพงหรอกครับ ราคาก็ $99.99 คำนวนแล้วก็ประมาณ 3200 บาท เก็บค่าป้ายไม่กี่รายก็คืนทุนแล้วครับ)

หรือหากไม่ต้องการแบบเสียเงิน ก็มีเยอะบานตะไท เพียงแต่ไม่มีระบบให้ลูกค้า login เข้ามา ฟรีๆ ดีๆ ก็มีให้เลือกเยอะ เช่น FlexBanner

มาดูข้อดีข้อเสียของ Joomla เมื่อเทียบกับ Wordpress เฉพาะการวาง Ads นะครับ
ข้อเสียของการลง Ads ผ่าน ระบบ Joomla  
1. คุณไม่สามารถแทรก Ads คั่นกลางระหว่าง Post ในหน้า Frontpage หรือหน้า Blog ได้ครับ (ซึ่ง Wordpress ทำได้ดีในจุดนี้ โดยใช้ plugin Adsman หรือตัวอื่น)
2. การจะแทรกตำแหน่้งโฆษณาัฝั่งลงในบทความ คุณต้องใช้คำสั่งเรียกโมดูลขึ้นมาในบทความเลย คือ {loadposition ชื่อโมดูล} ซึ่งถ้าเป็น Wordpress จะมี Plugin ช่วย และสามารถกำหนดให้มันแสดงที่ส่วนบน ส่วนกลาง หรือส่วนท้ายของบทความ... แต่............. เนื่องจาก Joomla เป็นการใช้คำสั่งเรียกโมดูล คุณจึงสามารถเปิดและปิดโมดูลนั้นได้ง่ายๆ  และกำหนดจุดที่จะให้ Module นั้นแสดงในบทความได้ตรงความต้องการ ซึ่ง Wordpress นั้นจะแสดงแค่ด้านบน กึ่งกลาง (วัดจากตัวอักษรทั้งหมดในบทความนั้น) และส่วนท้าย ทำให้หากคุณใช้ Joomla คุณเลือกตำแหน่งได้สบายๆ

ข้อเสียของการลง Ads ผ่านระบบ Wordpress
1. กำหนดวันหมดอายุ, ขายแบบ CPM ฯลฯ ไม่ได้ ใส่ได้แค่ code และกำหนดตำแหน่ง (ซ้าย กลาง ขวา) เท่านั้น หากอยากได้ตำแหน่งที่หลากหลาย คุณต้องไปแก้ไขใน theme
2. การจะให้ plugin ทำงาน คุณอาจจะต้องแก้ไข theme บ้าง (บางครั้ง)
3. ตำแหน่งในการแทรกป้ายโฆษณา ถ้าคุณให้ป้ายโฆษณาแสดงผลผ่าน widget ก็จะได้แค่ ซ้าย กลาง ขวา ในขณะที่ Joomla นั้น คุณใช้คำสั่งเรียกโมดูลขึ้นมา จะแทรกตรงไหนก็ได้ และสามารถกำหนดตำแหน่งโมดูลเพิ่มเติมได้อีกสารพัด สังเกตได้จาก template joomla ที่เป็นแบบขาย จะแบ่งหน้าเว็บออกเป็นกล่องๆ แต่ละกล่องก็ใส่ป้ายโฆษณาที่แตกต่างกันลงไปได้ ซึ่งจุดนี้ หากคุณไม่ใช้เซียน wordpress จริงๆ ทำไม่ได้ครับ เพราะต้องมาโม theme กันเยอะพอควร
4. ไม่มีระบบให้ลูกค้า login เข้ามาดูสถิติ (Joomla มีแต่เป็น component แบบเสียเงิน)
5. Wordpress ไม่มีระบบ หลาย theme ใน 1 เว็บ เช่น หน้าหมวดคอมพิวเตอร์ กับหน้าหมวดอาหาร ถ้าเป็น wordpress theme จะต้องใช้อันเดียวกัน แต่ถ้าเป็น Joomla คุณเลือกได้เลยว่า หมวดไหนอยากได้ template ไหน ซึ่งแต่ละ template คุณยังวางจุดเพื่อขาย ads ได้แตกต่างกันอีก ทำให้อัพราคาได้แตกต่างกัน จุดนี้ถือว่าเป็นจุดอ่อนมากของ wordpress เพราะไม่สามารถทำหลาย theme ในเว็บเดียวได้ Joomla กินขาดตรงนี้ครับ ยิ่งคุณออกแบบ template เองได้ คุณก็สามารถออกแบบ template ให้แต่ละหมวดมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน แล้วป้ายโฆษณาอาจจะมีขนาดหรือจุดที่แตกต่างกันก็ได้ครับ เหมือนอย่างเว็บ sanook.com ที่หน้าแรกกับหน้าในจะไม่เหมือนกัน ป้ายโฆษณาก็เก็บราคาไม่เท่ากัน เนื้อหาในแต่ละหมวด ก็ออกแบบหน้า template ไม่เหมือนกันครับ
[direct=http://www.babytrick.com]อัจฉริยะของลูก เริ่มต้นจากทารกในครรภ์[/direct]
[direct=http://touratthai.com]Travel & Tour in Thailand information[/direct]
[direct=http://iaddyou.com]The center of the good story on the internet world[/direct]

ชาตินี้ขอแค่ 1000 ล้าน พอ


numau109


yogolas101

[direct=]..[/direct]

johunna

ขอเก็บไว้ก่อนนะครับ
เดี่ยวกลับมาอ่าน อิอิ
:wanwan017: