smart card สามารถอะไรได้เยอะกว่าคนส่วนใหญ่คิดครับ โดยเฉพาะเมื่อมีการทำเป็นระบบ network ซึ่งทำให้แต่ละบัตรมีความสามารถขึ้นได้อย่างมหาศาลทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและเศรษฐศาสตร์ ผมเคยทำและศึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยีพวกนี้มาก่อน แต่นักการเมืองปัจจุบันไทยไม่มี vision เลยคิดว่าเป็นแค่บัตรใบหนึ่ง จริงๆแล้วการทำบัตรใหม่สามารถทำได้ฟรีด้วยซ้ำไปในทางปฏิบัติ มันมีทางออกอยู่แล้วในการศึกษาความเป็นไปได้โครงการตั้งแต่แรก
เคยอยู่ สน.บท. เปล่าครับ ถ้าเคยอยู่ก็ศิษย์สำนักเดียวกัน ถ้ามีอะไรดีๆ เรื่องนี้ ก็ pm มาได้ครับ ผมจะเอาไปให้เพื่อนผมที่ สน.บท. ตอนนี้เป็น ผอ. แล้ว เผื่อมีประโยชน์
1. ผมเคยเขียนเป็นวิชาการเรื่อง บัตรประชาชนไว้ตอนรับราชการ ทีกระทรวงนี้ ไม่ได้แย้งอะไรกับท่านที่ผมอ้างน่ะครับ การทำบัตรฟรีไม่ฟรี ตามเทคนิค ทำได้ครับ เพราะข้าราชการต้องทำตามนโยบาย แต่นั้นมอง มิติเดียว เพราะลักษณะนิสัยคนไทย ทำแบบไม่เสียเงินจะเสียงบประมาณมากกว่าแน่นอนครับ เพราะความรับผิดชอบต่อประชาชน ของประชาชนยังไม่มากพอ
2. เรื่องสมาร์ทการ์ด ความจริงไมได้มากจากนักการเมืองหรอกครับ จุดแรกมาจากสำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย ทำเป็นแผนพัฒนาเรื่องนี้ไว้ แต่เมื่อสมัยมีการแยกกระทรวงใหม่ ก็มีบางกระทรวงที่แยกใหม่จะเอาบัตรประชาชนไปทำเอง ก็หยิบเรื่องนี้ไปทำ แต่สุดท้ายงานก็อยู่ที่เดิม แต่นโยบายเปลี่ยน แต่ถ้าปล่อยให้มันตามระบบ ตามการพัฒนาของแผนที่วางไว้ ปัญหาคงไม่เกิดแบบนี้หรอกครับ
3. เรื่อง smart card นักการเมืองคนแรกที่นำไปโปรโมทเขาก็รู้น่ะครับว่าประโยชน์เรื่องนี้คืออะไร แต่ประเทศไทยขาด unity policy ก็ขาดนโยบายหลักหรือแผนแม่แบบ เช่นแผน 100 ปีของญี่ปุ่น
จึงได้เกิดนโยบายตามใจฉัน ตามใจพรรค ส่วนเรื่องเชื่อมข้อมูล เช่นภาษี ใบขับขี่ บัตรรักษาพยาบาล จึงไม่ได้เกิดสักที เพราะการยอมรับระหว่างราชการกระทรวงต่างๆไม่มี
ปล. ขอโทษด้วยครับ อาจเป็นราชการนิดหนึ่งปนการเมืองหน่อยๆ แต่ไม่อยากให้มีความเข้าใจผิดเริองบัตรประชาชนครับ