ใครทำเว็บขายของ แล้วมีของพร้อมส่งมั่งครับ

เริ่มโดย myhometown, 03 มีนาคม 2010, 22:53:55

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

whitecross

อ้างถึงจาก: นายสยาม ใน 04 มีนาคม 2010, 16:09:07
+ 1 สำหรับทั้งคนตั้งกระทู้ และคนตอบ  :wanwan017:


ถ้าบวก 1 ให้ภาพดิสเพลคุณ จะดูน่าเกลียดไหมครับ  :wanwan004:
บริการออกแบบเว็บไซต์ / PSD 2 HTML / Tableless Generation / W3C Validation / Graphic Design
ติดต่อสอบถามข้อมูลต่างๆทางอีเมล์ได้เลยครับผม...

busabasm

เคยคิดจะทำแบบที่เจ้าของกระทู้ทำอยู่เหมือนกันค่ะ
แต่ว่าไม่ทำ เพราะว่ามันเหมือนเอาธุรกิจเราไปฝากไว้ในมือของ supplier
ของเราใช้ระบบ stock สินค้าทุกชิ้น
ถ้าขายหมด ถึงแม้จะรู้ว่ายังมีของที่ supplier อยู่
เราก็จะปัดให้ของหมด ตามที่สต็อคเราเป็นจริง
ไม่ได้อ้างอิงกับที่ตัว supplier
เพราะว่าทำแบบนั้น มันเหนื่อย ควบคุมอะไรไม่ค่อยได้
OK เรารู้ว่า cash flow จะดีกว่า
แต่มันไม่ค่อยคุ้มกับค่าเสียเวลา ที่ต้องไปสั่งสต็อคทีละชุด ทีละชุด เวลาขายได้
และระบบมันไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ
คือถ้าของมันหมด เราก็ขายตัวอื่นต่อ ก็เท่านั้นเอง
และถ้าเราพร้อมจะสั่งเข้ามาใหม่เมื่อไหร่ เราก็ค่อยไปซื้อ
เท่านี้เราก็ไม่เสีย supplier ไม่เสียเวลาอันมีค่าของเรา ในการไปสั่งทีละนิด ทีละนิด
และของในสต็อค ก็จะหมดไปเรื่อยๆ เร็วดีด้วยค่ะ

myhometown

ขอบคุณคุณ whitecross มากๆๆ จริงๆ ครับ ตอบได้ clear และเห็นภาพชัดเจนเข้าใจง่าย
ปล.สำหรับผมวนลูปครับ เริ่มต้นแรกๆ ก็จับ supplier ที่รู้จักกันร้านใกล้บ้าน คุยกันง่าย
ขายแบบว่าโทรมาถามผมก่อน ถ้ามีของค่อยโอนเงิน

ต่อมาเงินหนาก็ตุนของเก็บไว้ขาย แต่ดันเป็นสินค้าแฟชั่นตุนอย่างละชิ้นสองชิ้นกว่าจะไล่ของเก่าหมดได้ ของใหม่ก็ออกมาเรื่อยๆ
คนก็เปลี่ยนใจกันไปหมด ทำให้ cash flow ไม่สนุกสนาน
แถมพอitem มีมากกว่า 3000 items งานหลักคือรับออเดอร์ ส่งของแล้วก็นับ stock

สิ้นเดือนก็ต้องสรุปกันทีว่าของพร้อมทำ โปรโมชั่นอะไรเท่าไหร่
นับผิดนับถูกนับใหม่ items ละไม่เกิน 20 ชิ้นนะครับ

สุดท้ายก็เหนื่อยครับเบื่อมากไม่ค่อยได้ไปไหน จ้างเด็กมาก็แบบว่า ป.ตรีไม่ทำครับ งานแพ็คของส่งของ
นับสต๊อก..คุมลำบาก นับ stock ก็ไว้ใจไม่ได้ ต้องหาคนมา re-check ซึ่งก็ผิดเสมอ
แน่นอนว่าผมตั้งบทลงโทษไว้อีกแหละว่าถ้านับผิด จากยอดสั่งซื้อ และยอดส่งเนี่ย ต้องรับผิดชอบด้วย
เพราะคุมอยุ่คนเดียว

ตอนหลังผมก็เบื่อการทำงานกับคนหลายคนอ่ะครับ เดี๋ยวขาด ลา มาสาย
แต่ก็พยายามทำความเข้าใจว่าคนเราก็มีชีวิตส่วนตัวมีธุระ แต่แบบว่างานเขาแบบเหมือนไม่ต้องเคร่งเรื่องเวลานัก
แต่ว่าตอนผมจ้างผมก็นับแล้วว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน เดือนนึงราคานี้รับได้มั้ย
ลูกจ้างก็มักจะโอเค พอทำงานไป เราใจดีก็เละเทะ
เราเข้มงวดก็หนีหายไปเลย

วุ่นวายอ่ะครับ ผมเลยไม่อยากคุม stock ให้มากมายนัก

ปล.ว่าแต่ว่าใครมี stock หรือหน้าร้านที่ปล่อยของได้เยอะมีของหมุนเวียนเสมอๆ
ต่อให้หมดก็สั่งใหม่ได้ในไม่กี่วันหรือเครือข่ายเยอะๆ มั่งอ่ะครับ

tosteng

กระทู้นี้ดูดีมีความรู้ดีครับ ชอบๆๆ

   ** ส่วนของผม มีสต๊อกอยู่แล้วครับพร้อมส่งทันที (แต่จำนวนสต๊อกจะเก็บไม่เยอะนะครับ เพื่อลดต้นทุนเรื่องสินค้าคงคลัง)
 

mr_wat

ของผมก็ได้เว็บคู่ค้าที่ใจดีครับ แต่บางอย่างเราก็ต้องกัดฟันเพื่อซื้อของมา Stock ครับ
ถือคติที่ว่าเราขายได้เขาก็ขายได้ เพิ่งทำเหมือนกันครับธุรกิจประเภทนี้ ต้องอดทน ต้องเหนื่อย อย่างผมทำงานประจำด้วย
สู้ต่อไปครับ
คอนดอม2มีดอทคอม ถุงยางอนามัยชนิดพิเศษ และ กระป๋องหรรษา Tenga ต้องที่ http://www.condom2me.com
ขายปลีกและขายส่ง

recycle

แล้วสำหรับผู้เริ่มต้นใหม่ล่ะครับ คิดไม่ออกเลย ไม่รู้จะเริ่มต้นยังงัย อะไร(สินค้า) อย่างไร เพราะถ้าผู้ที่ทำอยู่แล้วก็จะรู้ไปเองว่าจะสต็อกอย่างไร แต่อย่างว่าครับ ทุกอย่างต้องมีการเริ่มต้น แต่ผมก็อยากรู้ประสบการณ์ท่านอื่นครับ ต้องโยนหินถามทางไปเรื่อย ๆ

puiiz_zz

แนะนำให้ stock ไว้นะคะ โดยส่วนตัว สต๊อกทุกตัวคะ
เนื่องจาก ลูกค้าโทรมาถ้าของไม่มีหรือต้องรอ เค้าก็จะไม่รอ แล้วก็เสียลูกค้าไป
ส่วนน้อยมากที่เค้าจะยอมรอ


ของแบบนี้ มันต้องแลกกัน กับการลงทุนคะ

ลงทุน ลงทุน = กำไร กำไร

idea

ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยกันออกความเห็น +1

whitecross

หน้าร้านผม เสื้อผ้าแฟชั่นผู้ชาย มีสินค้ากว่า 1500 รายการ ไม่ต้องรอขายหมด รับของใหม่มาเรื่อยๆ

เน้นไปรับของเองจาก Factory ที่ต่างประเทศ หรือบางครังไม่สะดวกก็สั่งคาร์โก้มาส่ง บางทีคาร์โก้ก็ใส่เกินมา

ก็จำใจขาย เพราะเราขายสินค้าแฟชั่นผู้ชาย เน้นที่ใส่แล้วไม่ตกยุค อย่างพวกเสื้อลายๆ ไม่เน้นมาก

ที่เน้นส่วนมากคือ เอาที่ใส่เที่ยวได้ และใส่เที่ยวผับ เที่ยวกลงคืนได้ เน้นแนวคล้ายๆกอล์ฟไมค์ หรือแนวเกาหลี

เพราะแนวพวกนี้ตราบใดที่นักร้อง หรือยังรับอิทธิพลค่านิยมเข้ามา รับรองอย่างต่ำๆก็ 2-3 ปี ถึงจะซา

เคยลองขายบนอินเตอร์เนตขายได้ 20-30 ชิ้นเอง แต่หน้าร้านขายไปกว่า 2,000 ชิ้น เป็นเพราะว่าเสื้อผ้าผู้ชาย

อย่างที่ท่านข้างบนพูดไว้ คือ ผู้ชายจะไม่สั่งของทางอินเตอร์เนต เพราะคิดว่ายุ่งยาก สู้ไปดูสินค้าเองเลยดีกว่า

แถมไปดูแล้วเผื่เจออย่างอื่นก็จะได้ซื้อเพิ่มเลย ปัจจุบันก็มีลูกค้าประจำหลายร้อยราย จนตอนนี้เริ่มอยู่ตัวแล้ว



ส่วนโปรโมชั่นนั้น แนะนำว่าให้มีเดือนละครั้ง ครั้งละ 2-3 วันก็พอครับ เป็นช่วงเซลล์ เอาของเก่าหรือแฟชั่นที่เริ่มหมดยุค

เอามาขายแบบลดราคา เช่น ปกติราคา 300 แต่รับมาเยอะเลยได้ส่วนลดเหลือ 270 หน้าร้านขาย 390 เราก็ลดเหลือ 300

ยังไงก็ได้กำไร แถมขายออกเยอะด้วย เพราะเน้นช่วงที่คนเงินออกกันมาจัดโปรโมชั่น แต่อย่าไปจัดตอนวันที่ 1-5 ละครับ

ต้องจัดช่วงวันที่ 7-10 เพราะคนจะใช้เงินจ่ายค่าต่างๆจนเหลือเงินคงที่แล้ว ออกกระจายเลย แบบเซลล์ทีไรของใหม่ไม่สนเลย



ปล. ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับงานขายสินค้าของแต่ละท่านว่าบริการดีไหม เป็นกันเองไหม ร้านดูน่าเข้าไหม หรือเว็บไซต์น่าเชื่อไหม

***ถ้าใครจะเริ่มธุรกิจส่วนตัว ขายตามตลาดนัดบอกผมได้นะ มีอะไรแนะนำ เฉพาะขายต่างจังหวัดนะครับ ไม่ใช่ กทม.
บริการออกแบบเว็บไซต์ / PSD 2 HTML / Tableless Generation / W3C Validation / Graphic Design
ติดต่อสอบถามข้อมูลต่างๆทางอีเมล์ได้เลยครับผม...

หนึ่งสุดหล่อ

ประสบการณ์ล้วนๆเลย +1 ไปเลยครับ

อยากถามคุณ whitecross นิดนึงเรื่องของการหาลูกค้าใหม่ หากร้านเพิ่งเปิด มี strategy อะไรแนะนำไหมครับ

smallville

ร้านเรามีทั้งของพร้อมส่งและสต๊อกของSupplier

ของออกใหม่เราจะสั่งมาสต๊อคไว้เลยค่ะ ส่วนของเก่ารอเช็คSupplier

ใช้บริการSupplierหลากหลายมากค่ะ ทั้งรับตรงจากฝ่ายจัดจำหน่ายและยี่ปั้ว

ใช้วิธีเฉลี่ยกำไรกันค่ะ เพื่อจะได้ีของส่งให้ลูกค้า

ขายของควรมีสต๊อคค่ะ เพราะ ขายออนไลน์ การจัดส่งไว คือทางที่เราจะได้ลูกค้าเรื่อยๆ

ถ้าส่งช้า ลูกค้าก็ตีจากได้ง่าย

whitecross

อ้างถึงจาก: หนึ่งสุดหล่อ ใน 05 มีนาคม 2010, 10:13:40
ประสบการณ์ล้วนๆเลย +1 ไปเลยครับ

อยากถามคุณ whitecross นิดนึงเรื่องของการหาลูกค้าใหม่ หากร้านเพิ่งเปิด มี strategy อะไรแนะนำไหมครับ

Strategy แปล เป็นภาษาไทยให้ผมได้ไหมเอ่ย

ถ้าไม่แปลเดี๋ยวผมจะเข้าใจว่าเป็นการวางแผนการตลาดนะครับ  :wanwan044: หรือว่าใช่หว่า
บริการออกแบบเว็บไซต์ / PSD 2 HTML / Tableless Generation / W3C Validation / Graphic Design
ติดต่อสอบถามข้อมูลต่างๆทางอีเมล์ได้เลยครับผม...

หนึ่งสุดหล่อ

อ้างถึงจาก: whitecross ใน 07 มีนาคม 2010, 15:41:02
อ้างถึงจาก: หนึ่งสุดหล่อ ใน 05 มีนาคม 2010, 10:13:40
ประสบการณ์ล้วนๆเลย +1 ไปเลยครับ

อยากถามคุณ whitecross นิดนึงเรื่องของการหาลูกค้าใหม่ หากร้านเพิ่งเปิด มี strategy อะไรแนะนำไหมครับ

Strategy แปล เป็นภาษาไทยให้ผมได้ไหมเอ่ย

ถ้าไม่แปลเดี๋ยวผมจะเข้าใจว่าเป็นการวางแผนการตลาดนะครับ  :wanwan044: หรือว่าใช่หว่า

กลยุทธ์ครับ
:wanwan017:

tangkui

กระทู้นี้ดีอะได้ความรู้ คุณ whitecross ภูมิความรู้มีหลายด้านเก่งจังเลย

whitecross

@หนึ่งสุดหล่อ

กลยุทธ์ทางการตลาดเวลาเปิดร้านใหม่เดี๋ยวคืนนี้ เวลาประมาณ 1-2 ทุ่ม ผมจะมาอธิบายให้ครับ แต่ใช้วิจารณญาณด้วยนะครับ
เพราะแต่ละคนอาจจะได้ผลไม่เหมือนกันครับ ตอนนี้ขอตัวดีไซน์เว็บส่งให้โปรแกรมเมอร์ก่อนครับ

@tangkui

ขอบคุณครับ อย่าบอกนะว่าไปไล่อ่านคำตอบผมทุกกระทู้เลย...เจอกระทู้ปล่อยงูไหมเนี่ย กำลังไปปล่อยงูที่กระทู้จระเข้เลย  :wanwan004:
บริการออกแบบเว็บไซต์ / PSD 2 HTML / Tableless Generation / W3C Validation / Graphic Design
ติดต่อสอบถามข้อมูลต่างๆทางอีเมล์ได้เลยครับผม...

Halogen

อ้างถึงจาก: whitecross ใน 04 มีนาคม 2010, 15:10:52
ก่อนอื่นขอตั้งตัวแปรก่อนนะครับ

$Supplier = Factory;

เนื่องจากแนวคิดที่ว่าด้วยเรื่องของ Factory นั้น ใช้วิธีของท่านข้างบนนั้นก็ดีครับ แต่จะเหมาะในกรณีของคนที่ยังหาร้านประจำไม่ได้
หรือเรียกว่ามือใหม่ในวงการ ที่ยังไม่ทราบว่าคนอื่นเค้ารับของจากไหนกัน เลยอาจจะต้องไปรับมาจากหลายๆที่นั่นเอง

แต่ในส่วนที่ผมแนะนำนั้นก็จะเป็นอีกกรณีหนึ่ง คือกรณีของผู้ที่รู้จักแหล่งของ Factory ว่าคนอื่นเค้าไปเอาสินค้ามาจากไหนกัน
เช่น ถ้าจะขายรองเท้า สำหรับคนที่ค้าขายมานานหรือรู้จักเส้นทางเดินสินค้า คงไม่ไปรับสินค้ามาจากร้านที่วางขายอยู่แล้วแน่ๆ
ถ้าให้พูดให้ชัดเจน นั่นก็ คือ ถ้าผมจะขายรองเท้าบาสเกตบอล ผมคงไม่ไปรับรองเท้าจากร้านขายส่งรองเท้าในจีน หรือฮ่องกง
แต่ผมคงไปรับจากศูนย์หรือโรงงาน (Factory) รับรองว่า รับสินค้าจากที่เดียวก็ไม่ต้องกลัวเจ๊ง เพราะมีโอกาสน้อยมาครับ

พูดถึง Factory ที่ลูกค้าผมเค้าไปรับสินค้ากันบ้างดีกว่า ...

Factory Nike Original USA
Factory Nike Original Hongkong
Factory Nike & Other AAA (Chaina)
Factory Onistuga Tiger AAA (Chaina)

จะเห็นจากตัวอย่างว่า ส่วนใหญ่เป้นรองเท้า และแบรนด์ดังเสียด้วย (Nike) จากเหตุผลที่ผมบอกไว้ว่ารับของจาก Factory เดียวไม่เจ๊งแน่
เพราะอะไร เพราะว่าค่านิยมของแบรนด์นั้นๆ นั่นเป้นเหตุที่ทำไมบริษัท Nike ถึงไม่เจ๊งทั้งที่มีบริษัทอื่นให้เราซื้อรองเท้ามากมาย
แต่เป็นเพราะว่าคนอื่นขายได้ ของเค้าก็ขายได้ ความนิยมและคุณสมบัติอื่นๆต่างกัน ทำให้เจาะตลาดได้ โดยไม่เจ๊ง ถ้าคุณมองภาพตามไป
จะเห็นคำตอบแล้วว่าทำไมรับสินค้าจาก Factory เดียว แล้วไม่เจ๊ง นั่นก็ คือ ดูกระแสนิยม อะไรที่คนนิยมกันมานาน ยังไงก็ยังคงนิยมต่อไป ถึงจะรับจาก Factory เดียว เราก็อยู่ได้ แต่ถ้าอยากเพิ่มยอดก็ต้องหาสินค้าอื่นๆมาเพิ่มยอด โดยดูทิศทางตลาดเสมอๆ

สุดท้ายอยากฝากสินค้าที่ไม่มีวันตายเอาไว้ให้บางส่วนครับ...

Levis
Nike
Sony
Nokia
Product Fake AAA
***ตลาดสินค้าเหล่านี้ ต่อให้นำสินค้ามาเก็บสต๊อคไว้ที่ร้าน ยังไงก็ขายออกอยู่ดี ช่วงนี้รองเท้ารุ่นเก่าๆขายดีมาก

ส่วนสินค้าที่คนนิยมและติดตลาดตอนนี้...

Onistuga Tiger AAA
Basketball Shoes All Brand
Fashion Girl (Korea)
Toy and Gift Shop (Japan)
iPhone
Blackberry
***ตลาดที่สำรวจมานั้นมีการซื้อขายทุกวัน เช่น รองเท้า Onistuga Tiger พ่อค้าคนหนึ่งขายได้เดือนละกว่า 300 คู่ กำไรคู่ละ 500-1000


ปล. อาจจะมีบางที่ บางส่วนที่พิมพ์ไม่หมด ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่าขัดๆ หรือบกพร่องอย่างไร ต้องขออภัยด้วย ... ความรู้มีไว้แบ่งกัน  :wanwan017:


ขอบคุณมากครับผม

สำหรับ จขกท ถ้าคิดจะจับเสือมือเปล่า โดยไม่ stock สินค้า ก็ต้องทำใจ รับส่วนนี้ไว้ด้วยครับ

:wanwan007:

LuPangBig


หนึ่งสุดหล่อ

อ้างถึงจาก: whitecross ใน 07 มีนาคม 2010, 16:20:44
@หนึ่งสุดหล่อ

กลยุทธ์ทางการตลาดเวลาเปิดร้านใหม่เดี๋ยวคืนนี้ เวลาประมาณ 1-2 ทุ่ม ผมจะมาอธิบายให้ครับ แต่ใช้วิจารณญาณด้วยนะครับ
เพราะแต่ละคนอาจจะได้ผลไม่เหมือนกันครับ ตอนนี้ขอตัวดีไซน์เว็บส่งให้โปรแกรมเมอร์ก่อนครับ


รออยู่นะครับ
:wanwan017:

namasjung

ผมจะมีสินค้าขายดี ไว้กับบ้านอย่างน้อย 1 ชิ้นเสมอครับ เพราะถือ concept ส่งเร็วลูกค้าอุ่นใจครับ  :wanwan016:

nopponx1

อ้างถึงจาก: whitecross ใน 05 มีนาคม 2010, 09:17:33
หน้าร้านผม เสื้อผ้าแฟชั่นผู้ชาย มีสินค้ากว่า 1500 รายการ ไม่ต้องรอขายหมด รับของใหม่มาเรื่อยๆ

เน้นไปรับของเองจาก Factory ที่ต่างประเทศ หรือบางครังไม่สะดวกก็สั่งคาร์โก้มาส่ง บางทีคาร์โก้ก็ใส่เกินมา

ก็จำใจขาย เพราะเราขายสินค้าแฟชั่นผู้ชาย เน้นที่ใส่แล้วไม่ตกยุค อย่างพวกเสื้อลายๆ ไม่เน้นมาก

ที่เน้นส่วนมากคือ เอาที่ใส่เที่ยวได้ และใส่เที่ยวผับ เที่ยวกลงคืนได้ เน้นแนวคล้ายๆกอล์ฟไมค์ หรือแนวเกาหลี

เพราะแนวพวกนี้ตราบใดที่นักร้อง หรือยังรับอิทธิพลค่านิยมเข้ามา รับรองอย่างต่ำๆก็ 2-3 ปี ถึงจะซา

เคยลองขายบนอินเตอร์เนตขายได้ 20-30 ชิ้นเอง แต่หน้าร้านขายไปกว่า 2,000 ชิ้น เป็นเพราะว่าเสื้อผ้าผู้ชาย

อย่างที่ท่านข้างบนพูดไว้ คือ ผู้ชายจะไม่สั่งของทางอินเตอร์เนต เพราะคิดว่ายุ่งยาก สู้ไปดูสินค้าเองเลยดีกว่า

แถมไปดูแล้วเผื่เจออย่างอื่นก็จะได้ซื้อเพิ่มเลย ปัจจุบันก็มีลูกค้าประจำหลายร้อยราย จนตอนนี้เริ่มอยู่ตัวแล้ว



ส่วนโปรโมชั่นนั้น แนะนำว่าให้มีเดือนละครั้ง ครั้งละ 2-3 วันก็พอครับ เป็นช่วงเซลล์ เอาของเก่าหรือแฟชั่นที่เริ่มหมดยุค

เอามาขายแบบลดราคา เช่น ปกติราคา 300 แต่รับมาเยอะเลยได้ส่วนลดเหลือ 270 หน้าร้านขาย 390 เราก็ลดเหลือ 300

ยังไงก็ได้กำไร แถมขายออกเยอะด้วย เพราะเน้นช่วงที่คนเงินออกกันมาจัดโปรโมชั่น แต่อย่าไปจัดตอนวันที่ 1-5 ละครับ

ต้องจัดช่วงวันที่ 7-10 เพราะคนจะใช้เงินจ่ายค่าต่างๆจนเหลือเงินคงที่แล้ว ออกกระจายเลย แบบเซลล์ทีไรของใหม่ไม่สนเลย



ปล. ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับงานขายสินค้าของแต่ละท่านว่าบริการดีไหม เป็นกันเองไหม ร้านดูน่าเข้าไหม หรือเว็บไซต์น่าเชื่อไหม

***ถ้าใครจะเริ่มธุรกิจส่วนตัว ขายตามตลาดนัดบอกผมได้นะ มีอะไรแนะนำ เฉพาะขายต่างจังหวัดนะครับ ไม่ใช่ กทม.

อยากได้คำแนะนำครับ ขายชลบุรีครับ
[direct=http://www.ocean28.com]ซื้อ-ขาย ความรู้ ปลาสวยงาม[/direct]
[direct=http://www.tmodz.com]เกม ดารา วาไรตี้[/direct]