เมนู

แสดงโพสต์

ส่วนนี้ให้คุณดูโพสต์ทั้งหมดของสมาชิกท่านนี้ (เฉพาะโพสต์ในส่วนที่คุณมีสิทธิ์เข้าถึง)

เมนู แสดงโพสต์

ข้อความ - SingThong

#1
โปรแกรมหลายตัว เช่น พวก NET CAfe
แต่จริงๆ ผมไม่แนะนำครับ  ผมว่าใช้พูดคุย  ซื้อใจกันด้วยใจดีกว่า
การจ้องจับผิด มีแต่ไม่สบายใจทั้ง  2 ฝ่าย /
พูดคุย ใครอยากทำงานก็ให้ทำ ใครไม่อยากทำก็กลับบ้านไป WIN WIN
#2
อ้างถึงจาก: neoleoygry ใน 03 สิงหาคม 2018, 09:04:56
ถ้าผมจะฝึกเขียนโปรแกรมทันไหมครับ ตอนนี้ก็วัยทำงานแล้ว แต่มีความสนใจในเรื่องโปรแกรมและโค๊ดต่างๆ แต่ไม่มีความรู้เลย อยากจะทราบว่าถ้าจะศึกษาโปรแกรมอย่างจริงจังต้องเริ่มที่ตรงไหนก่อนครับ

ความเห็นผม การศึกษาเพื่อให้เกิดความรู้ บ้าง ก็ ทันอยู่ครับ
แต่ถ้าจะศึกษาเพื่อใช้ประกอบอาชีพ แบบให้เก่งเลย ผมว่าอย่าเสียเวลาเลยครับ
เอาประสบการการทำงานของเรามาบริหารงานบริหารทีม และหาทีมงานที่เขาเก่งๆ มาร่วมงานดีกว่า
#3
สงสัยมีผมคนเดียวที่ไม่ชอบโลโก้
ผมว่าไม่เข้ากับ Concept  ของ Super move 

ผมคิดว่าบริการนี้ไม่ได้บิรการส่งของจุกๆ จิกๆ 
ต้องเป้นการเกี่ยวเคลื่อนย้าย ขนาดใหญ่  1 คันรถ ต่อ  1 จุดหมาย ต่อ   1 เที่ยว

Concept การบริการคือ แบบนี้ใช่ใหมครับ
#4
ไม่ติดใจอะไรครับ
แค่ สงสัยว่าทำไมเลือก xyz
ถามเผื่อเป็นไอเดีย หันไปที่ xyz บ้าง
:wanwan012:
#5
สำหรับผมไม่มีใครเป็นพระเจ้ตั้งแต่แรกแล้วครับ
มีแต่การแลกเปลี่ยน
สำหรับคนขาย >> ถ้าเราอยากขายและอยากให้คนอื่นมาซื้อก็ต้องนอบน้อม และ พูดความจริง
สำหรับคนซื้อ  >> ถ้าของใช่ ราคาโดน คนขายนิสัยดี ยังไงก็ซื้อ
#6
อ้างถึงจาก: QuickSk8er ใน 04 กรกฎาคม 2018, 19:06:37
ขอถามแบบโง่ๆเลยนะครับ เรื่อง ssl พอดีเพิ่งจะกลับมาทำเว็บใหม่
ssl ซื้อที่จดโดเมน หรือ host ครับ เพราะเห็น name.com ก็มีขาย hostgator ก็แถมฟรี

ขอบคุณครับ


ผมสงสัยสัยจัง ทำไมหลายๆ คนชอบ ตั้งคำถามและนำคำถามด้วยคำแบบนี้

"ขอถามแบบโง่ๆเลยนะครับ"


การตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ ไม่ใช่ความโง่ นะครับ
แต่เป็นความฉลาดที่รู้จักถามในส่ิงที่ตัวเองไม่รู้ ...
#8
คนไทย ฝีมือ ความรู้ ไม่แพ้ชาติใดในโลก
ปัญหาเดียวที่คนไทยไปไม่รอด
เพราะ เร่งรีบเก็บประโยชน์เข้าตัว

เป็นกำลังใจให้ ผู้พัฒนา ให้พัฒนาต่อไปให้คนไทยได้ใช้ของไทย ให้ใช้กันฟรีๆ
แบบยาวๆ แบบไม่มีกั๊ก ไม่มีแอบแฟง

แล้วค่อยไปเก็บผลประโยชน๋จากช่องทางอื่นแทน


#9
โอ....แม่เจ้า  ช่างงามแท้ๆๆ
#10


ฝึกไปเรื่อยๆ ครับ เป็นกำลังใจให้


/////////////////////////////////////////

นึกถึงเมื่อ 18 ปีก่อน
#11
อ้างถึงจาก: tenzamak ใน 28 ตุลาคม 2016, 15:01:49
อ้างถึงจาก: yinki3z ใน 28 ตุลาคม 2016, 15:00:53
ควรออกเป็นใบอะไรให้เขาไปเบิกได้คะ

เท่าที่ค้าขายกับบริษัทมา ไม่เคยเจอเคสขอใบเสร็จก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียวครับ

ใบเสนอราคาเท่านั้น ที่พนักงานต้องไปยื่นให้บัญชี


การขายกับบริษัทมีหลายแบบครับ
แล้วแต่ว่า แต่ละ บริษัทถูกว่างระบบบัญ๙ีมาอย่างไร

- บางบริษัท ส่งของ เก็บเงิน
- บางบริษัท รับเช็ค
- บางบริษัท วางบิล
   - บางบริษัทวางบิลใช้ สำเนาใบกำกับ
   - บางบริษัทวางบิลใช้ สำเนาใบเสร็๗ด้วย
   - บางบริษัทวางบิลใช้ ต้นฉบับใบเสร็จครับ
  มีมากว่านี้อีก .... อยู่ที่การวางระบบบัญชี ขแงแต่ละ บริษํท


#12
อ้างถึงจาก: tenzamak ใน 28 ตุลาคม 2016, 16:44:29
อ้างถึงจาก: yinki3z ใน 28 ตุลาคม 2016, 15:49:47
อ้างถึงจาก: tenzamak ใน 28 ตุลาคม 2016, 15:01:49
อ้างถึงจาก: yinki3z ใน 28 ตุลาคม 2016, 15:00:53
ควรออกเป็นใบอะไรให้เขาไปเบิกได้คะ

เท่าที่ค้าขายกับบริษัทมา ไม่เคยเจอเคสขอใบเสร็จก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียวครับ

ใบเสนอราคาเท่านั้น ที่พนักงานต้องไปยื่นให้บัญชี

แล้วพวกนี้มันต้องมี Vat อะไรไหมคะ

ใบเสร็จ ใบเสนอราคา ไม่เกี่ยวกับ vat ครับ  ถ้าเราไม่ได้จด vat ก็ออก vat ไม่ได้ อย่าใส่vat ไปมั่วๆนะครับ

ปกติแล้วบริษัทจะหัก ณ ที่จ่าย 3 เปอร์เซน กรณีซื้อของเกิน 1000บาทแค่นั้นครับ


เท่าที่ทราบ ค่้าสินค้าไม่ต้องหัก 3% นะครับ

ที่หัก ณ ที่จ่าย น่าจะเป้นพวกจ้าทำของ ค่าโฆษณา ค่านายหน้า ค่าขนส่ง ค่าเช่า ประมาณนั้นมากกว่า
อัตราการหัก แตกต่างกัน  2-3-5-10 % แล่้วแต่ ประเภทรายได้ที่มา
#13
อ้างถึงจาก: fox4 ใน 29 ตุลาคม 2016, 01:35:33
ถ้าไม่มัน่นใจลองใช้ ขั้นตอนง่ายๆตามนี้ก็ได้นะครับ

1.ไปสมัครเว็บทำบัญชีชื่อดัง https://flowaccount.com/ แบบฟรีก็พอครับ สมัครง่ายล็อกอินผ่านเฟสหรืออีเมล์ไปเลย

2.ทำ ใบเสนอราคา ส่งให้ลูกค้า

3.ลูกค้าชำระเงินก็ปรับค่าจากใบเสนอราคา > วางบิล > ใบเสร็จ

ผมก็งูๆปลาๆเรื่องนี้ แต่แนะนำตามที่ตัวเองเคยทำครับ ถ้าเน้นสะดวกหน่อยก็ค้นหา invoice online ทำเอาก็ได้หรือจะใช้โปรแกรมออฟฟิศก็แล้วแต่สะดวกครับ



อันนี้ มาโฆษณาหรือครับ ไม่เกี่ยวกับขั้นตอนง่ายๆ ที่ จขกท ถามเลย

///////////////////////////////////////////////

ผมอธิบายให้ตามต้นกระทู้ ตามนี้นะครับ

ขั้นตอน   ที่ต้องทำ
1 ให้ผู้ขาย ขอเอกสารบริษัท จากผู้ซือ เช่น ภพ20 หนังรับรอง แผนที่ นามบัตร คนติดต่อ
   (ถ้าเขากล้าให้ แปลว่ามั่นใจระดับหนึ่ง)
2. ทำใบเสนอราคา ให้ผู้ซื้อลงนามกลับมา  พร้อมประทับตราบริษัท
   (ถ้าเขากล้า มั่นใจอีกระดับหนึ่ง)
 
3. กรณีที่ถามว่า.... ออกใบเสร็จได้ใหม (คนขายไมไ่ด้ จด VAT  แปลว่าออกใบกำกับภาษีไมไ่ด้ )
  การออกใบเสร็จ ใบรับเงินชั่วคราว สามารถทำได้่  แต่จะไม่มีผลถ้าไม่มีคนเซ็นรับเงิน
  ดังนั้น การออกใบเสร็จ บอกลูกค้าว่า ให้ได้เฉพาะสำเนา และสำเนา ระบุว่า ยังไมไ่ด้รับการชำระเงิน
  ถ้าพิมพ์จากอคม จาก excel หรือะไรก้แล้วแต่ให้ พิมพ์ลงใปที่หัวบิลด้วยว่า    "สำเนา"
  และด้านล่างให้เพิ่มข้อความไปอีกก็ได้ว่า ใบเสร็จรับเงิน/ ใบรับเงิน จะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้รับชำระเงินเรียบร้อยแล้ว
  ((สำเนาใบเสร็จ แนบใบเสนอราคา แนบเอกสารผู้ขาย สามารถทำเบิกเงินทดรองจ่ายจากบัญชีได้ครับ))
  ใบเสร็จ/ใบรับเงินจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีคนรับเงินลงนามแล้ว
  เมื่อได้รับเงินโอนแล้ว ลงนาม ใบเสร็จส่งให้เขาทางไปรษณ๊ย์
   
 

 และ เช่นกัน ผู้ขายเอง ต้องแสดงความสุจริตใจ ให้เอกสารที่เกี่ยวข้องในการซื้อขายให้ก้ับผู้ซื้อด้วย
   เช่น ชื่อที่อยู่ สำเนาบัตร หรืออื่นๆ

   ต้องเข้าใจว่า การเอาเงินบริษัทออกมาซื้อของจากผู้ขายที่ไม่ได้อยู่ในระบบ บริษํท ถือเป้นความเสี่ยงเช่นกัน
  และ ขั้นตอยของบริษัททที่จดทะเบียน การเอาเงินออกจากระบบบัญชีได้ เอกสารต้องชัดเจน ครบถ้วน

เข้าใจทั้ง 2 ฝ่าย // มองในมุมการค้าขาย
ส่วน การเจรจา จริง เท็จ หรือ อย่างไร อันนีั้น ไม่เกี่ยวครับ
   

///
   
 

#14
คิดว่า แผนของ 7-11 จะครอบคลุมได้ตามตัวเมืองมากว่า
โดย(คิดเอาเองว่า) คนส่งต้องส่งได้ที่ 7-11  และ คนรับก็ ต้องรับที่ 7-11  (มั้ง)
ไม่น่าจะส่งถึงบ้าน
#15
ค่า Freight ไม่ได้คิดโดยศุลการครับ คิดตามที่เราแสดงจริง
แต่ ค่า Freight จะถูกนำมารวมกับค่าสินค้า เพื่อ แล้วคูณด้วย พิกัดภาษีนำเข้าตามชนิดสินค้านั้นๆ  + VAT 7%

ถ้าทำอย่างถูกต้อง สำแดงถูกต้อง สินค้าแต่ละชนิืดจะมีพิกัดภาษีต่างกัน คำนวนทีละตัวสินค้า
แต่ถ้าใช้บริการพวก Shopping หรือ พวก DHL หรือ TNT หรือ อื่น กลุ่มเหล่านี้เขามีเคสพิเศษถ้านำ้หนักไม่ถึงที่กำหนด ตามเงือนไขของแต่ละที่(เขาคิดเหมารวม)
รายละเอียดมันค่อนข้างเยอะครับ ต้องดูเป็นกรณี เอา อะไรเข้ามา เข้าเท่าใหร่ เข้าเมื่อใหร่ เข้าทางใหน เรือ อากาศหรือ อื่นๆ
ลักษณะการแพคกิ้ง ขนาด โดยรวม ทุกอย่างมีผลกับ ค่าขนส่ง ส่วนนี้คือส่วนที่ผกผัน
เช่น กล่อง 50X50X50 CM  เรทเท่ากับ  500 บาท แต่ถ้า 300X10X10 Cm. ราคาขนส่งจะเป็น 950 เป็นต้น(สมมุต)

รายละเอียดมันค่อนข้างเยอะครับ

ถ้ากลัวยุ่งยากปรึกษา ผู้ให้บริการตรงดีกว่าครับ เขาให้คำตอบได้ดีว่า

ผมไม่มันใจข้อมูลที่ผมพูดจะถูกต้องทั้งหมดใหม แต่ใกล้เคียงครับ
ปรึกษาผู้ให้บริษณเฉพาะทางดีที่สุด ปรึกษาเขาไม่คิดเงินหรอกครับ
 
#16
อ้างถึงจาก: x-script ใน 22 ตุลาคม 2016, 16:12:29
อ้างถึงจาก: คนเสี่ยว ใน 22 ตุลาคม 2016, 13:39:26
พอดีผมรับสินค้าจากอเมริกามาขายครับ แต่ตอนนี้เป็นช่วงทดลองครับ รับมาที 10-20 กิโล พอมาถึงไทยโดนภาษีนำเข้าเกือบทุกรอบ (สั่งมา3-4ครั้งครับ)  :'(

ซึ่งผมคิดว่าคงสั่งมาขายอีก คือผมอยากผ่านตรงนี้ไปหรือเสียให้น้อยกว่านี้ พี่ๆที่มีประสบการณ์ช่วยแนะนำหรือสอนผมหน่อยได้ไหมครับ อย่างน้อยโดนลดลงกว่านี้หน่อยก็ยังดีครับ

ปล.ผมไม่ได้ฝากซื้อจากเว็บที่รับซื้อสั่งสินค้าต่างประเทศนะครับ เพราะผมเข้าใจเรื่องการส่งไปโกดัง usa แล้วส่งมาไทยแล้ว แต่มันติดตรงเคลียภาษีนำเข้านี้แหละครับ ยังไงขอคำชี้แนะด้วยนะครับ

:wanwan017: :wanwan017: :wanwan017:

ถ้าจะเสียตามพิกัด น่าจะเสียแต่ละรอบไม่เท่า่กัน ราคา เปนการประเมินแต่ละรอบ ไม่เท่ากันซักรอบ  - -" ภาษีนำเข้าจะราคาแกว่ง

พิกัดภาษีไม่น่าจะแกว่่งครับ คิดกี่ % ก็ คิดตามนั้น ยกเว้นมีประกาศพิกัดใหม่
สิ่งที่แกว่งคือ อัตราแลกเปลี่ยน และค่าขนส่ง

#17
พิกัดภาษีมันลดไมไ่ด้หรอกครับ ถ้าคุณทำถูกต้องตามกระบวนการ
พิกัดมัน แน่นอนตายตัว ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่เสี่ยง

ยกเว้นคุณอยากเดินทางสายเทา เอาความเสี่ยงมาเป็นกำไรในธุรกิจ
#18
ไม่จำเป้นครับ
ใช้อยู่ 6 โดเมน
#20
อ้างถึงจาก: mloving2014 ใน 28 เมษายน 2016, 11:16:15
บางวันคนเราก็อาจจะเดินเหยียบขี้หมาบ้างครับ ก็แค่ไปล้าง ไม่ต้องไปติดใจอะไร

อย่าเสียเวลาก้มเก็บเหรียญบาทที่ตกพื้นครับ  

ลูกค้าที่ดีๆ คุยง่ายๆ สบายใจ มีอีกเยอะ  อย่ายึดติดหรือให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มนี้  เอาเวลาไปหาลูกค้าใหม่ ส่งมอบสิ่งที่ดีให้ ให้กับคนที่คู่ควรครับ

คนที่ทำให้เราไม่คิดลบ ไม่หดหู่ ให้เราสบายใจ ให้พลังด้านบวก แล้วเราก็จะมีแค่เรื่องบวกๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ลูกค้าที่เรื่องมาก  ที่ทำให้คุณไม่สบายใจ  ปวดหัว คือคนพาลครับ ควรหลีกเลี่ยง  ถ้าคุณไม่หลีกเลี่ยงก้เหมือนคุณคบคนพาล แล้วคนพาลพวกนั้นก็จะนำเรื่องไม่สบายใจ หรือเรื่องร้ายๆมาให้คุณอยู่เรื่อยๆ  ลูกค้ากลุ่มนี้ส่วนมากเป็น มนุษย์ลุง มนุษย์ป้า หรือคนที่ไม่ค่อยมีความรู้ หัวหมอ

ทำไมบอกว่าควรหลีกเลี่ยงและไม่คบหาหรือซื้อขายด้วย  คุณลองคิดดูนะ เขาเรื่องมากตั้งแต่ก่อนจะซื้อแล้ว หลังจากซื้อของไป เขาจะเรื่องมากแค่ไหนและทำให้คุณต้องจิตตกอีกแค่ไหน เช่น ชอบตำหนิสินค้าเพื่อขอราคาลด   ซื้อไปแล้วใช้ไม่เป็น โวยวาย ใช้ยาก ไม่อ่านคู่มือ ใช้แล้วไม่ได้ดังใจที่เขาคิด หลังจากนั้นคุณก็จะได้รับคำด่า คำตะคอก คำตำหนิ กลับมาสารพัด คุณต้องไปช่วยแก้ปัญหาให้เขาอีก ก็คือต้องเข้าไปหมกมุ่นกับกลุ่มพวกนี้อีกนาน กลุ่มที่ทำให้คุณจิตตก ถ้าคุณจิตตก ไม่มีพลังบวก ไม่มีความสุขในแต่ละวัน แล้วการค้าของคุณจะเจริญงอกงามได้ไง

จำไว้นะครับ กลุ่มคนที่ทำให้คุณจิตตก ไม่สบายใจ เรื่องมาก มันก็จะทำให้คุณจิดตก ไม่สบายใจ ไปเรื่อยๆ และเพิ่มเข้าไปอีก ไม่ใช่ว่าได้ขายเขาไปแล้วจะจบเลย มีความเสี่ยงที่ปัยหาจากคนพวกนั้นจะตามมาอีกเยอะแยะ


การทำงานบริการ หรือแม้แต่การขายของที่ต้องเจอลูกค้ารายย่อย มันต้องเจอคนพวกนี้หรือพวกอื่นๆทุกรูปแบบอยู่แล้ว คุณคงเป็นพ่อค้ามือใหม่

มีทางเลือกสองทางคือง้อ ยอม และเก็บทุกเม็ด เห็นเงินเป็นพระเจ้า

อีกทางคือทำงานแบบสบายใจ เลือกคน ทำงานแล้วมีความสุข เห็นความสุขคือเป้าหมายชีวิต

สำหรับผมผู้ไม่เคยง้อลูกค้า จะไล่ไปซื้อร้านอื่นอย่างสุภาพ ไม่ก็เน้นย้ำไปเลยว่าเรามีระบบแบบนี้เท่านั้น



ท่านนี้อาจจะเป็นมืออาชีพประสบความสำเร็จในการขาย ขอชมเชย
แต่สำหรับเจ้าของกระทู้ ผมขอบังอาจะแนะนำนะครับ ไม่ควรตามคำแนะนำนี้เลย
เพราะ กลุ่มลูกค้าเราคนละกลุ่มกัน และ ความต้องการขายของเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ความพอใจของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ถ้าอยากประสบความสำเร็จทำยอดขายได้ดี
อยากขายได้เรื่อยๆ ต่อเนื่อง และ คิดว่าจะยึดอาชีพนี้ต่อไป ให้ทำตรงข้ามครับ
-   เงินทุกบาท กำไรทุกเม็ด ยอดขายทุกยอด ต้องเก็บ ปิดการขายให้ได้ อย่าดูถูกเงิน 1 บาท
-   ลูกค้าคุยยาก ยิ่งต้องให้ความสนใจ ทำให้เขายอมรับให้ได้ เพราะคนกลุ่มนี้ รักใครแล้วรักนาน
-   คิดลบหรือคิดบวกมันอยู่ที่เรา ไม่ได้อยู่ที่คำพูดลูกค้า ต่อให้พูดดี ถ้าเราคิดลบ มันก็ลบ
-   ลูกค้าเรื่องมากไม่ใช่คนพาล คบลูกค้าเรื่องมากไม่ไช่คบคนพาล แต่ คบแล้วอาจจะขายได้มีกำไร
-   และที่สำคัญ คนที่เรื่องมาก มักจะพูดมาก ถ้าพูดมาก แสดงว่าเรามีโอกาสได้ FeedBack ที่ดีหากเราบริการดี
-   ต้องเข้าใจว่า เมื่อลูกค้ามาหาเราแล้ว เราปิดการขาย ย่อมง่ายกว่าไปแสวงหาลูกค้าใหม่ เพราะเขาเข้ามาแปลว่าเขาสนใจแล้ว