เมนู

แสดงโพสต์

ส่วนนี้ให้คุณดูโพสต์ทั้งหมดของสมาชิกท่านนี้ (เฉพาะโพสต์ในส่วนที่คุณมีสิทธิ์เข้าถึง)

เมนู แสดงโพสต์

ข้อความ - SEOlism

#1
พื้นหลังส่วนหัว น่าจะใส่สีทึบ อย่าปล่อยภาพแบ็กกราวมาทำให้ดูรกๆแบบนั้น เพราะเวลาดูแล้วจะตาลาย ถ้าอยากโชซืแบกกราว ก้อสร้างภาพ ที่เกินขอบด้านข้างดีกว่านะครับ
#2
คนไทยเข้าไหนตายหมู่ ทำไรเงียบไม่เปน  :wanwan004:
#3
หิว มาม่า แวะมาดูด้วยคนจิ เหนโพสขายบริการนี้นานละ :wanwan004:
#4
อ้างถึงจาก: nopchan ใน 25 พฤษภาคม 2014, 13:47:58
การขายของในเฟส  ปัจจุบันไม่ได้พึ่งจำนวน like กันแล้วถึง like เยอะ แต่คนเห็น 1% มันได้อะไรขึ้นมาบ้าง ต้องไปพึ่งการลงโฆษณาด้วย ads เท่านั้นแล้ว ณ ปัจจุบัน

แต่การโฆษณา ads ในเฟสบุค ไม่สามารถประเมินจากการลงเพียง 200 - 300 บาทได้แล้ว เพราะอย่าลืมว่ายอดเงิน 200 - 300 บาทมีคนเห็น ads แค่กี่คน ถึงจะบิดแบบ cpc ก็ได้เพียงไม่เกิน สองถึงสามพันคนเองที่เห็นโฆษณา และอาจมีคนคลิกดูสักร้อยกว่าคนถึงสามร้อยคน แล้วถ้าสามร้อยสี่ร้อยคนนั้นไม่ซื้อล่ะ เราก็ขาดทุน

แต่ถ้าเปลียนวิธีมองใหม่

สมมุติว่า ลองเปรียบเทียบกันดูระห่าง สองกรณีว่าจะเลือกแบบไหน

นาย ก.

ลงโฆษณาให้คนสามารถมองเห็นโฆษณา 1000 คนต่อวัน มี CTR 4% เท่ากับ 40 คลิก บิดที่ 0.7-0.8 ต่อคลิก วันหนึ่งจ่ายค่า 30 บาทถึง 100 บาท ถ้าจาก 40 คลิกขายได้สัก 0.5% ถึง 1% ก็จะเป็นโอกาสในการขายได้เป็นไม่ถึง 1 คน ก็จะเป็นกรณี อาจขายได้บ้าง ไม่ได้บ้าง สมมุติขายได้ 1 ชิ้น 300-500 บาท ก็ได้กำไรสัก 50 - 100 บาท บางวันขายไม่ได้ ก็จ่ายค่าโฆษณาฟรี

นาย ข.
ลงโฆษณาให้คนสามารถมองเห็นโฆษณา 200,000 คนต่อวัน มี CTR 4%  เท่ากับ 4,000 click บิดที่สัก 0.7 - 0.8 ต่อคลิกเท่ากับวันนั้นจ่ายค่าโฆษณา 3200 บาท ถ้าจาก 4000 คลิกขายได้สัก 0.5% ถึง 1%  ก็จะได้ประมาณ 20 คน เฉลี่ยขายได้ต่อคน 500 บาท ก็ได้ประมาณ 10000 บาทต่อวัน หักต้นทุนและโฆษณาแล้วอาจได้กำไรสัก 1000 - 2000 บาทต่อวันจากการลงโฆษณาไปวันละสามพันกว่าบาทต่อวัน

นาย ค.
ลงโฆษณาให้คนสามารถมองเห็นโฆษณา 1,000,000 คนต่อวัน มี CTR 4%  เท่ากับ 40,000 click บิดที่สัก 0.7 - 0.8 ต่อคลิกเท่ากับวันนั้นจ่ายค่าโฆษณา 32,000 บาท ถ้าจาก 40,000 คลิกขายได้สัก 0.5% ถึง 1%  ก็จะได้ประมาณ 160 คน เฉลี่ยขายได้ต่อคน 500 บาท ก็ได้ประมาณ 80000 บาทต่อวัน หักต้นทุนและโฆษณาแล้วอาจได้กำไรสัก 10000 - 20000 บาทต่อวันจากการลงโฆษณาไปวันละสามหมื่นบาทต่อวัน

แต่ถ้าจะขายได้ 0.5% หรือไม่ขึ้นกับสินค้า และ ตัวคุณเองด้วย  ** ข้างบนเป็นการเปรียบเทียบจากค่าความเป็นไปได้เท่านั้น สินค้าแต่ละตัวย่อมแตกต่างกัน แต่ถ้าพยายามขายให้ได้ 0.5% คุณก็อาจกำไรแล้วเท่านั้นเอง

*** ลองวางแผนการโฆษณากันดูครับ  อันนี้เป็นเพียงตัวอย่าง จริง ๆ นอกจากปริมาณการลงโฆษณา แล้วยังมีเรื่องเนื้อหาโฆษณา ความหน้าสนใจของโฆษณา ตัวสินค้า กำไรจากตัวสินค้า และอื่น ๆ ที่เป็นตัวแปรองค์ประกอบอีกเยอะ ฉะนั้นต้องพิจารณาจากอะไรต่ออะไรอีกหลาย ๆ ด้านประกอบด้วยไม่ใช่ปริมาณโฆษณาเพียงอย่างเดียว

** โชคดีกับการขายสินค้าบนเฟสครับ

Edit : ลืมบอก ว่า ต้องลงโฆษณาด้วยกลุ่มเป้าหมายแบบ custom audiences หากสินค้านั้นเฉพาะกลุ่ม ไม่งั้น 0.5% ก็ได้ไม่ถึงแต่ถ้าสินค้าในชีวิตประจำวัน แค่เลือกเพศ เลือกอายุก็พอ อันนี้ขึ้นกับว่าสินค้าเป็นของกลุ่มไหน

แล้วหลายคนมองว่า โฆษณามีค่าใช้จ่ายเยอะจัง แต่ถ้าอยากประสบความสำเร็จในการขายของออนไลน์ วิธีคิดคือ ยอดขาย-ต้นทุนขาย = กำไร
ให้มองที่ผลตอบแทนครับ อย่ามองที่ค่าใช้จ่าย ยกตัวอย่าง เครื่องดื่มชายี่ห้อนึง เพิ่มเงินโฆษณาด้วยการแจกรถ 10 คันละ 10 ล้าน ลงทุน 100 ล้าน แต่ผลกำไรเพิ่มขึ้น 3000 ล้าน เค้าถึงได้จัดแล้วจัดอีกไงครับ
#5
อ้างถึงจาก: tonrvs21 ใน 25 พฤษภาคม 2014, 10:35:16
อ้างถึงจาก: SEOlism ใน 25 พฤษภาคม 2014, 10:14:13
:wanwan044:ขอเม้าด้วยคน

อยากแสดงความเห็นเรื่อง การลงโฆษณากับเฟสบุ๊คครับ ส่วนว่าจะขายได้มากน้อย บอกไม่ได้ครับ คือ...
1. ถ้าลงโฆษณาแบบทำเอง ไม่ได้เจาะเข้าใกล้กลุ่มผู้มุ่งหวังพอ โอกาสที่ยอดขายจะเกิดก็น้อยตามไปด้วย
อธิบายเพิ่ม เนื่องจากเฟสบุ๊ค ให้เราสามารถกำหนดกลุ่มผู้มุ่งหวังได้ก็จริงอยู่ แต่ผมถือว่ายังกว้างไปสำหรับ คนขายของโดยเฉพาะคนที่อยู่ใน thaiseoboard แห่งนี้ เพราะเราจะได้แค่กลุ่มคนที่เราคิดว่าน่าจะเป็นลูกค้า หรือบ้างก้อคิดว่าได้ไลค์คุณภาพ แต่สำหรับผม มันไม่ได้การันตีว่ามันคุ้มค่าการลงทุนที่สุดแล้ว เพราะอย่าลืมว่าบางคนที่กดไลค์ อาจชอบสินค้า หรือสนใจสินค้า แต่ยังไม่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้า เราก็จะได้ไลค์เท่านั้น และรอว่าวันหน้าเค้าจะซื้อสินค้าของเรา

2. การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของผมให้มาก ถึงมากที่สุด สามารถทำได้โดยแนวทางคร่าวๆประมาณนี้ครับ
การใช้โปรแกรมเก็บไอดีผู้ใช้โดยตรง โดยเข้าไปค้นหาเพจที่มีสินค้าประมาณเดียวกับสินค้าของเรา และมียอดไลค์เยอะๆ พร้อมยอด talking about เยอะๆด้วย อย่างน้อยที่สุด 10%ของยอดไลค์ เพราะนั่นแสดงว่าแฟนเพจนั้นๆมีกลุ่มลูกค้าจริงๆ ไม่ได้ปั๊มไลค์ หรือเค้าทำโฆษณามาแล้ว กลุ่มผู้มุ่งหวังได้ถูกคัดสรรมาแล้ว เราไม่ต้องไปทำซ้ำสเตปนี้ แต่ให้เก็บไอดีของคนที่ไลค์เพจนี้ทั้งหมด แล้วใช้เป็นข้อมูลในการโฆษณาต่อไป เราจะได้กลุ่มคนที่สนใจสินค้าจริง แต่ถ้าอยากเน้นยอดขายเลย อ่านข้อ 3.

3. นอกจากวิธีในข้อ2.แล้ว ถ้าอยากเข้าใกล้ลูกค้ายิ่งกว่านั้น ให้คุณเลือกเก็บเฉพาะคนที่มีการคอมเม้นหรือกดไลค์โพสต่างๆของเพจในข้อ2. แล้วเอารายชื่อเหล่านั้นไปโฆษณา ความน่าจะเป็น และโอกาสซื้อจะเพิ่มขึ้น ต้นุนเราจะลดลง

อันนี้เป็นแนวคิดของผมนะครับ ผิดพลาดประการใดขออภัยมานะที่นี้ FB/วิธีขายของออนไลน์

สนใจแนวทางที่ 2 กับ 3 ครับ แต่ไอดีที่ได้มาจะโปรโมทยังไงครับ แนะนำด้วยครับ กลัวหาว่าเป็นสแปม

* ผมเห็นคนในบอร์ดนี้ขาย โปรแกรมเก็บไอดีผู้ใช้ที่ผมพูดถึง หาเอาเอง แต่แนวทางคือ
เมื่อคุณได้ไอดีเหล่านั้นมาแล้ว ให้ลงโฆษณาด้วยกลุ่มเป้าหมายแบบ custom audiences
จะเป็นการเลือกแสดงโฆษณาเฉพาะไอดีเหล่านั้น โดยไม่กระจายไปนอกเหนือจากนี้ครับ
ฉะนั้น จึงไม่ได้เป็นการแสปม เพียงแต่เป็นการเจาะเข้าหากลุ่มเป้าหมายให้แคบเข้าไปอีก

จากวิธีคิดแบบเดียวกับคุณnopchan ผลที่ได้จากการลงโฆษณาด้วยกลุ่มเป้าหมายแบบ custom audiences จะดีมากๆครับ

** อีกอย่างที่อยากให้นึกถึงคือ เฟสบุ๊คปรับการแสดงผลลดลงจนน่าใจหายเพราะต้องการให้เจ้าของเพจลงโฆษณา
แน่นอน0.1% มันน้อยมาก ฉะนั้นไม่ว่าเพจคุณจะมีไลค์เยอะแค่ไหน ก้อเหนได้แค่นั้น สนใจ talkong about ดีกว่า เพราะมันแสดงว่ามีคนสนใจและเข้าถึงเพจแค่ไหน
ดังนั้น การโฆษณาเพื่อให้คนเห็นเท่ากัน ผลที่ได้จึงต่างกันมาก

*** อีกข้อ ผมขอแนะนำว่าการจะโฆษณาเพื่อขายสินค้า อย่าโฆษณาแบบเพิ่มไลค์ แต่ให้โฆษณา Post Page Engagement เพื่อยิงลิงค์สินค้าไปที่หน้าขายโดยตรง
และถ้าผู้ใช้พอใจคุณจะได้ไลค์ด้วย โดยไม่จ้องโฆษณาเพื่อเพิ่มไลค์
แต่ถ้าคุณจะโฆษณา Post Page Engagement คุณต้องเตรียมโพสให้สมบูรณ์ พร้อมใช้โฆษณาด้วย ศึกษาจากคู่มือของเฟสบุ๊คก่อนจะดีกว่า เพราะมันจะกำหนดขนาดรูป จำนวนตัวอักษร และรูปแบบที่แตกต่างกันด้วย
#6
 :wanwan044:ขอเม้าด้วยคน

อยากแสดงความเห็นเรื่อง การลงโฆษณากับเฟสบุ๊คครับ ส่วนว่าจะขายได้มากน้อย บอกไม่ได้ครับ คือ...
1. ถ้าลงโฆษณาแบบทำเอง ไม่ได้เจาะเข้าใกล้กลุ่มผู้มุ่งหวังพอ โอกาสที่ยอดขายจะเกิดก็น้อยตามไปด้วย
อธิบายเพิ่ม เนื่องจากเฟสบุ๊ค ให้เราสามารถกำหนดกลุ่มผู้มุ่งหวังได้ก็จริงอยู่ แต่ผมถือว่ายังกว้างไปสำหรับ คนขายของโดยเฉพาะคนที่อยู่ใน thaiseoboard แห่งนี้ เพราะเราจะได้แค่กลุ่มคนที่เราคิดว่าน่าจะเป็นลูกค้า หรือบ้างก้อคิดว่าได้ไลค์คุณภาพ แต่สำหรับผม มันไม่ได้การันตีว่ามันคุ้มค่าการลงทุนที่สุดแล้ว เพราะอย่าลืมว่าบางคนที่กดไลค์ อาจชอบสินค้า หรือสนใจสินค้า แต่ยังไม่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้า เราก็จะได้ไลค์เท่านั้น และรอว่าวันหน้าเค้าจะซื้อสินค้าของเรา

2. การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของผมให้มาก ถึงมากที่สุด สามารถทำได้โดยแนวทางคร่าวๆประมาณนี้ครับ
การใช้โปรแกรมเก็บไอดีผู้ใช้โดยตรง โดยเข้าไปค้นหาเพจที่มีสินค้าประมาณเดียวกับสินค้าของเรา และมียอดไลค์เยอะๆ พร้อมยอด talking about เยอะๆด้วย อย่างน้อยที่สุด 10%ของยอดไลค์ เพราะนั่นแสดงว่าแฟนเพจนั้นๆมีกลุ่มลูกค้าจริงๆ ไม่ได้ปั๊มไลค์ หรือเค้าทำโฆษณามาแล้ว กลุ่มผู้มุ่งหวังได้ถูกคัดสรรมาแล้ว เราไม่ต้องไปทำซ้ำสเตปนี้ แต่ให้เก็บไอดีของคนที่ไลค์เพจนี้ทั้งหมด แล้วใช้เป็นข้อมูลในการโฆษณาต่อไป เราจะได้กลุ่มคนที่สนใจสินค้าจริง แต่ถ้าอยากเน้นยอดขายเลย อ่านข้อ 3.

3. นอกจากวิธีในข้อ2.แล้ว ถ้าอยากเข้าใกล้ลูกค้ายิ่งกว่านั้น ให้คุณเลือกเก็บเฉพาะคนที่มีการคอมเม้นหรือกดไลค์โพสต่างๆของเพจในข้อ2. แล้วเอารายชื่อเหล่านั้นไปโฆษณา ความน่าจะเป็น และโอกาสซื้อจะเพิ่มขึ้น ต้นุนเราจะลดลง

อันนี้เป็นแนวคิดของผมนะครับ ผิดพลาดประการใดขออภัยมานะที่นี้ FB/วิธีขายของออนไลน์
#7
เครียด 2ปี ที่ทำบล็อคมา เองเขียนบทความใหม่เองทั้งหมด ใหม่100% ภาพก็ทำใหม่เอง มีรายได้ Adsense ทุกเดือน อยู่ดีดี มันบล็อคซะงั้น ถึงกำหมดกำลังใจเลยที่ ทำดีก็เท่านั้น ขาวก็เท่านั้น
#8
ถ้าคิดว่ามันไม่ปกติ ให้แจ้งที่ Google ด่วนๆ
#9
ไม่อยากเชื่อเลย ผมว่าลด50 เยอะแล้ว เจดลด80  ถึงกับอึ้งเลยผม ไปไม่ถูก เจ้าเล็กตายแน่ๆ
:wanwan031:
#10
เตรียมรับมือได้เลยครับ ตอนนี้ เซ็นทรัน เซเว่น บิ๊กซี โลตัส และเจ้าใหญ่ๆอีกหลายเจ้า กำลัง เตรียมเอาสินค้าออพไลน์มาออนไลน์แล้ว ปรับกลยุทธกันเถอะเรา
:wanwan044:
#11
ขออนุญาติ แนะนำ http://thaiimblog.blogspot.com/2013/07/google-adsense.html

ถ้าเกินกว่านี้ ผ่านยากจริงๆครับ
#13
อ้างถึงจาก: adjobb ใน 15 กุมภาพันธ์ 2014, 09:32:34
ต้องดูตัวอย่างครับ รายละเอียดน้อย...

คือมันยังไม่เคยมีครับ อยากให้ทำใหม่ โดยระบบหลักๆคล้าย เว็บลงประกาศทั่วไปครับ แต่เอาระบบแยกจังหวัดออก ดู Dealfish  เป็นตัวอย่างได้ครับ รูปลักษณะหน้าร้าน เรียบ ดูดี รายละเอียดคิดว่าไม่เยอะเท่าไหร่ครับ เอาเป็นว่า ถ้าสร้างธีมใหม่ให้ผมคนเดวราคาเท่าไหร่
#14
ผมอยากได้ธีม สำหรับ wordpress  ไว้ทำเว็บประกาศขายสินค้าของเราเอง คล้าย Dealfish แต่ปรับเปลี่ยน เพิ่มและเอาออกบางส่วน เช่น มีระยะเวลาแสดงประกาศ แค่ 7 วัน หลังจากนั้น ให้ปิดการแสดง และรายละเอียดอื่นๆด้วยครับ ราคาน่าจะสักเท่าไหร่ดีครับ หรือใครมีอะไรแนะนำ รบกวนด้วยครับ
#15
ตัวอย่าง
นาฬิกาเรือนนี้ HUGO BOSS ORANGE BY MOVADO Black Rubber Strap Mens Watch รุ่น 1512604
ร้านค้าของไทยขาย 8790 บาท แต่ของที่นี่ ขาย 3990 บาทเองครับ
#16
สินค้าเฉพาะสมาชิกครับ แต่ลดจิง ลองเช็คดูแล้ว แล้วสินค้ามันจำกัดครับ เช่น จำกัดจำนวน แค่ไม่กี่ชิ้น หมดแล้ว ต้องรอรอบใหม่ บริษัทที่ขาย เค้าใหญ่ครับ ขายทั่วโลกด้วยครับ เป็นบริษัทที่ผมซื้อหุ้นไว้ด้วยเลยรู้จัก ผมเลยตามดูกิจการของบริษัทนี้ เลยเห็นว่าเค้าทำไรบ้าง แต่น่าสนใจดี ติดปัญหาคือ ถ้าเราจะซื้อมาขาย ต้องซื้อเลย แล้วมาขายเอง เพราะเค้ายังไม่มีระบบตัวแทนอะไร
#17
ขอดูรายละเอียดหน้าเว็บ แฟนเพจ สินค้าหน่อย ครับ เผื่อมีไรช่วยได้มั่ง เห็นใจเพื่อนในนี้ทุกคน ถ้าพอช่วยไรดีผมยินดีครับ
สู้ๆนะครับ :wanwan003:
#18
คือสงสัยเหมือนกันครับว่า ถ้าผมหาสินค้าแบรนด์ ของแท้ๆ มาขายลด สัก 40-50%  ตลาดจะเป็นไงครับ
เพราะผมเองก้อไม่แน่ใจ คนไทย ซื้อของแบรนด์จริงๆ แค่ไหน แล้ว มันจะดูลดเยอะไปมะคับ

มีขอแนะนำ เชิญครับ
#19
เหมือนจะไล่ลบ  Acc. ที่ไม่แอคทีฟด้วยนะเนี้ย โดนอีก
#20
ถ้าได้จิง ผมจะขาย 2 Acc. เลย รอคอนเฟิม จิงๆก่อนนะว่าได้จิง เพราะ ไม่ค่อยได้ทำละ