เมนู

แสดงโพสต์

ส่วนนี้ให้คุณดูโพสต์ทั้งหมดของสมาชิกท่านนี้ (เฉพาะโพสต์ในส่วนที่คุณมีสิทธิ์เข้าถึง)

เมนู แสดงโพสต์

ข้อความ - kerorodo

#1
Cafe / "เรียนสาขาไหนดีคับ"
12 มกราคม 2015, 01:42:13
   คือผมชอบทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตชอบมาแต่เด็กชอบงานอิสระไม่ชอบเป็นลูกน้องใคร ตอนนี้ก็ทำเว็ปอยู่คับตอนนี้ทำขายสินค้านำเข้า อยากจะเรียนต่อ ระดับ ปวส สาขา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ การตลาด และภาษาต่างประเทศ(อังกฤษ) แต่ยังตัดสินใจไม่ได้เดือนกุมภาพันธ์ เข้าเปิดรับสมัครแล้ว ช่วยแนะนำหน่อยคับ สาขาไหนเหมาะกับงานที่ผมทำที่สุด แต่เ่าที่ผมดูใน pantip คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ที่ผมคิวว่าจะเรียนอันดับแรก เห็นบอกสาขานี้ไม่ดีเป็นครึ่งๆกลางๆไม่เจาะจง





หรือจะเรียนในกรุงเทพดีคับมีวิชาสำหรับทำเว็ปโดยเฉพาะ มีให้เลือกเรียน คอมพิวเตอร์ธุรกิจสาขาย่อย 1.สาขาสร้างเว็ป จาก html,javascript 2.ด้านกราฟฟิกดีไซ 3.Photoshop แต่มี่เรียนอยู่ไกล์มากผมอยู่อยุธยาหางจากวิทยาลัย 70 กิโลเมตร ไปกลับไม่ไหว อาจจะต้องไปพักโรงแรมแถวนั้นแต่คงมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ผมเรียนภาคพิเศษนะคับ และก็แม่เสียแล้ว ส่วนพ่อก็เลิกกันแต่ผมยังเด็ก ตอนนี้อายุ 18 อยู่กับน้องสองคนและผมก็ทำงานเข้ากะด้วยกะละสองอาทิตย์สลับกัน
#2
พิมเสร็จกด enter  เลยคับ
#3
เจอปัญหานี้พอดีเดียวลองก่อนนะคับเดียวมาบอกผล
ผมลองแล้วคับ เปลียนพาสใหม่ก็ยังไม่สามารถตังเงินได้ เอาคูปองออกตัดได้คับผม
#4
    กำลังคิดวางอนาคตของตัวเองและครอบครัวซึ่งเหลื่อน้องสาวเพียงคนเดียว  เพราะแม่ก็พึ่งเสียไปได้อาทิตย์กว่าๆ ส่วนพ่อนนั้นเลิกกับแม่ตั้งแต่เราเกิดแล้วแม่เลี้ยงดูเราจนโตด้วยตัวคนเดียว มาตลอด แม่ทำงานหนังทุกวันเพื่อให้เราสองคนอยู่ดีกินดีมีความสุข แม่ไม่ค่อยมีเวลาให้เราเท่าไหรนักเพราะท่านทำงานตลอดกลับมาตอนดึกผมและน้องก็เข้านอนแล้ว ซึ่งไม่ค่อยได้คุยกันหรือไม่มีเวลาสั่งสอนลูกซักเท่าไหร เมื่อก่อนไม่ค่อยเข้าใจแม่เลย เพราะเมื่อก่อนค้อนข้างเริ่มเกเรช่วงเข้ามหาวิทยลัย ทำตัวดีมาตลอดเมื่อช่วงเข้าวิทยาลัยอยากได้นู้อยากได้นี้ ซึ่งเราไม่มีแบบเข้าเห็นเพื่อนมีโทรศัพท์เราก็ไม่มีเพื่อนมีรถเราก็ไม่มี จึงน้อยใจบ่อยครั้งและทะเลาะกับแม่บ่อยครั้งมาก ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อเราทำผิดก็จะโดนตีซึ่งเป็นเรื่องปกติของลูกผู้ชายอาจจะโดนหนักหน่อยเพราะครอบครั้ว ค่อนข้างเป็นตระกูลผู้ดีเก่าจึงโดนพวกเข็มขัดไม้หน้าสาม เราจึงไม่ค่อยเข้าใจแม่นักเพราะเป็นวัยรุ่นอารมณ์เสียง่าย หลังจากนั้นแม่ทำงานหนักแล้วก็เรียนไปด้วย เมื่อถึงปีสุดท้ายแม่ป่วยหนังเป็นมะเร็ง พอรู้ตัวก็ระยะที่ 3 แล้ว แม่ป่าวหนักรักษาตัวทุกวันที่โรงพยาบาลแถวบ้านทุกวัน และที่กรุงเทพทุกอาทิตย์ แต่อาการก็ดีขึ้นไม่มากนัก ช่วงนี้ผมจึงเริ่มหางานทำวุฒเพียงม.3 บ้านอยู่ไม่ไกลจากนิคนอุสาหกรรม จึงมีโรงงานเยอะมากๆแต่กว่าจะได้งานก็ไม่ง่ายเหมือนกันเพราะผมยังไม่ได้เกณฑ์ทหาร หลังจากสมัครสิบกว่าบริษัทไปสอบหลายที่จนในที่สุดมาได้งานจากซับ งานอาจจะหนักหน่อยเพราะบริษัทอยู่คนละจังหวัด เรามาทำงานประจำบริษัทนี้ซึ่งเป็น QC ตรวจสอบงานทำเบาะรถยนต์ หลังจากไม่นานแม่ป่าวหนักจนไม่ไหวหายใจไม่ออกเพราะท้องบวมตับและไตไม่ทำงาน เพราะถูกมะเร็งดันและหายใจก็ไม่ออก ช่วงตีหนึ่งผมจึงพาแม่ไปหาหมอ แม่อาการหนักมากจนจะไม่ไหว หมอบอกเป็นระยะสุดท้ายแล้ว แต่ว่าตัวแม่เองกับน้องยังไม่รู้เพราะญาติๆบอกยังไม่ต้องบอกเจ้าตัวซึ่งรู้กันสองคนคือผมและป้า ผมจึงทำใจไว้แล้ว ช่วงก่อนหน้านั้นแม่จบปริญญาตรี พอดี แต่ถึงเวลาไปรับปริญญาไปไม่ไหวและหัวโล้น ผมก็ไม่มีเพราะโดนรังสีฉายแสง คีโม ไป แม่ก็ทรุดหนักจนได้ ส่วนน้องก็เรียนอย่างเดียว ผมก็ทำงานเข้ากะสลับกันอย่างละสองอาทิตย์ ผมคอยมาเฝ้าแม่สลับกันกับป้า แม่อยู่โรงพยาบาลนอนตลอดไม่ได้ขยับเลยเพราะมะเร็งกินกระดูกด้วยเดินไม่ได้แขนขาไม่มีแรง หลังจากนั้นประมานสี่อาทิตย์เป็นวันสุดท้ายที่อยู่กับแม่ ซึ่งเมื่อเวลา6โมงเช้าผมตื่นทำธุระส่วนตัว ช่วง7โมงพยาบาลมาเช็ดตัวให้แม่ปกติ แม่ก็ปกติดีผมเข้ามานอนอ่านหนังสือในห้องเพื่อรอป้ามาเปลียนกะกันเพราะผมต้องไปทำงานต่อ ผมเห็นมองไปที่แม่เห็นแม่นอนหลับสบายผมก็ดีใจ เพราะปกติแม่จะปวดและร้องตลอดหายใจก็ไม่ออก แม่นอนหลับไปผมก็ไม่ได้แอะใจอะไรถึงเวลาป้าโทรมาว่าจะมาถึงแล้วเวลาประมาณ 8 โมงกว่า ซึ่งอาจจะสายหน่อยวันนี้เพราะรอป้า เมื่อป้ามาถึงแล้วกำลังหาที่จอดรถ ผมจึงเตรียมตัวกลับซึงเดินมาถึงที่รถแล้วไม่ได้ห่วงแม่ซักเท่าไหรเห็นแม่หลับสบาย จึงไปที่รถ แล้วจากหนังก็ลืมกระเป๋าจึงเดินขึ้นไปเอากระเป๋าและแล้วก็เห็นพยาบาลวิ่งหาญาติว่าญาติไปไหนผมเดินขึ้นมาจึงได้รู้ว่าแม่เสียไปแล้ว ซึ่งตัวผมเองก็ไม่รู้ว่าแม่ไปตอนไหน แต่เห็นแม่หลับแล้วยิ้มผมก็สบายใจ ผมยังคิดว่าการที่ผมลืมกระเป๋าแม่อาจจะ ทำให้เราเอะใจหรือป่าวนะจึงเดินกลับขึ้นมาอีกที

เดียวผมกลับมาเขียนต่อคับเพราะต้องไปทำงานแล้วเข้ากะดึกซะด้วย
#5
ขอบคุณคับเดียวไปลองก่อน ดียังไงเดียวมารีวิวอีกที :wanwan017:
#6
เริ่มตอน 18 คับ ตอนนี้ 24 แล้ว รู้จักรมา 6 ปีแล้ว ดู youtube เห็นคนคุยกันในคอมเม้นเลยไทยเสียว มันคือไรหว่า เลยเข้ามาดูมีขุมทรัพย์ อยู้ด้านในเลยติดตามมาตลอด
#7
อ้างถึงจาก: BrainFreeze ใน 23 มิถุนายน 2014, 15:48:44
ทำงานหนัง เป็นยังไง ครับ

ทำงานเป็น QC คับ ตรวจสอบงานแบบ 100% งานแบาะรถคับเช็กงาน งานเป็นหล็กเช็กพวกครีบครบสนิมอื่นๆ ตาไว้ไม่พอ เหนื่อยตรงยกลังหนี้ละคับลังละ 30-50 โล

มองอีกตัว Banner แบนเนอร์โปรตีน คับผมชักเริ่มปวดแขนกับหลังและสะโพก อีกปีเดียวจบ ป.ตรีได้หางานอื่นทำ ตอนนี้ทำ im เงินยังไม่พอใช่คับ
#8
    ผมเป็นคนทำงานประจำเป็นงานหนัง ใช้แรงมากสลับเข้ากะดึก อย่างละสองอาทิตย์ รู้สึกอ่อนเพลีย เลยอยากหาอาหารเสริมมาทาน เท่าที่ผมลองหาดูก็เจอวิตตามินรวม ตัวที่ผมสนใจคือ

Centrum multivitamin 365 เม็ดเพราะประหยัดดี


ท่านทานตัวไหนกันบ้างช่วยแนะนำหน่อยคับ เพราะอาหารดีๆหาทานไม่ได้เลยตอนเข้ากะดึก หรือท่านไหนขายตัวข้างบนก็แนะนำมาได้คับแบบ 360 เม็ด :wanwan008: ในไทยหาซื้อได้แต่แบบ 30 เม็ดเอง
#9
ของด้วยคับผมมือใหม่หัดใช้คับผม :wanwan031:
#11
ตามรูปเลยคับ หาโค้ตแนวนี้ไม่เจอเลย

#12
ใครทราบเว็ปสอนใช้ Visual Basic บ้างคับ มีการคุยสอบถามคุยกันตลอด :wanwan017:
#13
อ้างถึงจาก: Blackdarkside ใน 11 เมษายน 2014, 22:29:52
อ้างถึงจาก: kerorodo ใน 11 เมษายน 2014, 08:31:08
ขอบคุณคับแต่ว่ามันเอาไว้ทำไรหว่า

ไว้ถอนพาสเวิร์ดไฟล์ pdf ที่ติดพาสเวิร์ดครับ แต่ตอนนี้ถ้าจะโหลดฟรีหมดแล้วน่ะ

แต่ผมกดใส่เมล์ไปละผมยังทันกดไว้ก่อนแล้วค่อยมาดูทีหลัง แต่ถ้าไม่มีมีที่ใส่ไว้ตอนแรกจะไม่ได้ Registration code
#14
ขอบคุณคับแต่ว่ามันเอาไว้ทำไรหว่า
#15
ผมดูได้ปกตินะ เขา backup ไว้ตามในเฟสเลยคับ
#16
ผมใช้ตัวนี้คับ ลองใช้ดูนะคับว่าได้หรือป่าวของผมรูปก็ไม่ขึ้นลองตัวนี้แล้วได้เลยแต่รูปจะเท่าขนาดจริงตลอดนะคับต้องระวังรูปไม่เท่ากันแล้ว blogger ไม่สาย

ปลักอินชื่อ Default Thumbnail Plus
#17
อ้างถึงจาก: TheFaceBook ใน 02 เมษายน 2014, 21:16:07
ใช้ได้ครับ คิดว่าอยากจะทำแต่ไม่กล้าทำยิ่งช่วงนี้ ICT ไล่บล็อกเต็มเลย  :P

ใช้เลยคับผมเริมโดนเก็บเรื่อยๆ ตอนนี้ลบหมดเหลือแต่ดูการตูนแล้วเอาไฟล์ ที่โพสเก็บไว้ โพส blogger ฟรีเอา
#18
จองไว้อ่านบ้างเห็นเขาจองก็ยากจอง
#19
Cafe / Re: ไป..ญี่ปุ่น...ไปทำอะไร...???
22 กุมภาพันธ์ 2014, 21:37:19
หาสาว มีบริการใหม่ นอนกับสาว เป็นคืน คืนละ 3000-5000 ไม่มความสัมพันธ์ มากกว่านั้น กอดได้หนุนตักได้ อิอิ :wanwan016: แค่นี้ก็หายเหนื่อยกับงานที่ผ่านมาเหมือนแบตเต็ม
#20
ครั้งหนึ่งช่วงวัยรุ่นผมเคยทะเลาะกับที่บ้านรุนแรงจนถึงขั้นหนีออกจากบ้าน เอาจริงๆแล้วจะเรียกว่าผมหนีออกจากบ้านก็ไม่เต็มปากเต็มคำ ผมทะเลาะกับที่บ้านหนัก ก็ตามประสาวัยรุ่นวัยคะนอง จนพ่อทนไม่ไหวเอ่ยปากไล่ผมเพราะเอาผมไม่อยู่แล้ว เค้าบอกจะไม่ส่งผมเรียนแล้ว ผมจำคำนั้นของพ่อแม่นมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เค้าไล่ผม "จะไปทำงาน ไปเป็นขี้ข้าไปเป็นขอทานอะไรก็เรื่องของมึง เลี้ยงให้ได้ดีเสือกไม่ได้ดี มึงก็ไปตามทางของมึงแล้วกัน"

ด้วยความทะนงตัว ความหยิ่งผยอง ความคะนองในวัยรุ่นของผม เด็กวัยยังไม่บรรลุนิติภาวะคนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองแน่ซะเต็มประดา คิดว่าตัวเองปีกกล้าขาแข็งแล้ว ตัดสินใจเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าออกจากบ้าน หัวจิตหัวใจความรู้สึกของพ่อแม่เรื่องเรียนเรื่องภาระอื่นๆสารพัดถูกตัดออกไปจากหัวหมดสิ้น คิดอยู่อย่างเดียวว่ากูจะไป กูไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว จะไปไหน ไปทำอะไร ไม่มีอะไรในหัวทั้งสิ้น รู้แค่กูต้องไป ... แล้วผมก็ไป

เงินติดตัวมีอยู่ 160 บาท บุหรี่กรองทิพย์ไม่ถึงครึ่งซอง ผมจำวันนั้นแม่นมาก ยืนมึนงงสับสนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ พยายามจับต้นชนปลายว่าจะเอายังไงดี ตัดสินใจไปหาเพื่อนสนิทหวังว่าใช้บ้านมันเป็นที่พึ่งหลับนอนได้ซักระยะก็ยังดี แต่ตอนนั้นเพื่อนๆกลุ่มเดียวกันมีปัญหาเหมือนกันหมดจากเรื่องที่พวกเราก่อไว้ เพื่อนผมบอกว่าสถานการณ์บ้านมันก็น่ากังวล เคราะห์ดีที่เพื่อนคนนี้มีทางบ้านมีเงิน มันให้ผมยืมมาสามพันบาท ผมเอาไปเปิดห้องเช่าราคาถูกโกโรโกโสเดือนละแปดร้อย กว้างคูณยาวด้านละไม่เกินสี่เมตร ห้องน้ำรวม ผมวางเงินมัดจำล่วงหน้าหนึ่งเดือน รวมจ่ายไปพันหก เหลือติดตัวพันกว่าบาท

ช่วงนี้ก็เป็นอีกช่วงหนึ่งในฉากบัดซบของชีวิตผม เงินมีเท่านั้นแต่ก็ไม่คิดจะทำอะไร เพื่อนขโมยเหล้าขาวมานั่งดื่มกันไปวันๆ ริลองดมกาวครั้งแรกในชีวิตก็ที่นี่ ชีวิตผมแม่งสวะเต็มตัว

เงินเริ่มร่อยหรอ ทะนงตัวหยิ่งไม่กลับบ้าน สุดท้ายโดนไล่ออกจากห้องเช่าเพราะไม่มีตังค์จ่าย ผมเริ่มกลายเป็นเด็กเร่ร่อน นอนบ้านคนโน้นทีคนนี้ที เกรงใจเค้าไม่มีที่ไปก็ออกไปหานอนตามศาลาวัดบ้าง สวนสาธารณะบ้าง อยากดูดบุหรี่ไม่มีเงินซื้อต้องไปหยิบก้นกรองที่เค้าเสียบทิ้งเอาไว้ตามที่เขี่ยบุหรี่ในห้างเอามาดูด นั่นยังดี เก็บจากพื้นผมก็เคย คุณไม่เห็นสายตาคนที่มองมาในวันนั้นคุณแม่งไม่มีวันเข้าใจและรับรู้ได้ถึงความอายนี้หรอก

บางคนอาจคิดว่าแม่งนิยาย แต่ผมแค่อยากจะบอกว่าชีวิตคนเราบางทีแม่งก็น้ำเน่ายิ่งกว่าละครอีก เพียงแต่คุณอาจไม่เคยประสบมัน มันก็เลยกลายเป็นแค่ฉากหนึ่งในละครหลังข่าว บ้านผมในช่วงนั้นไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเงิน ครอบครัวอบอุ่นดี แต่ที่ผมเป็นแบบนั้นเพราะตัวผมเอง มาจากการกระทำของตัวเองทั้งสิ้น

ไม่รู้วันคืนผ่านไปเท่าไหร่แล้ว ผมเปลี่ยนที่นอนไปเรื่อย โดยมากจะเป็นวัด หิวก็ไปกินข้าววัด ตกบ่ายก็รับจ้างไปทั่ว ล้างจานบ้าง ช่วยเค้าตั้งแผงเก็บแผงขายของบ้าง แต่ก็ได้ไม่กี่สิบบาท พอซื้อข้าวที่อยากกินได้บ้างเมื่อเบื่อข้าววัด ชีวิตผมไถลไปไหนก็ไม่รู้ ผมนั่งรถไฟไปต่างจังหวัด ผมไม่รู้ว่าจะทำอะไร ผมเบื่อกรุงเทพผมก็ไป ไปทะเลนอนเอาริมหาด จนสุดท้ายผมไปเป็นเด็กอยู่ร้านให้เช่าจักรยานปั่นที่หาดชะอำ ได้เงินวันละหกสิบบาท แต่เค้าใจดีมีข้าวให้ผมกินมีที่นอนให้ผมนอน ที่นอนก็ตรงเพิงให้เช่าจักรยานริมฟุตบาทถนนชะอำนั่นแหละ เป็นเตียงผ้าใบอันนึงนอนตรงนั้น ตกดึกหลังจากเอาโซ่คล้องรถเสร็จก็ปิดผ้าใบกั้นนอน ก็ได้เป็นส่วนตัวในระดับหนึ่งนะ

ที่เพิงข้างๆจะมีพี่คนนึง เค้าบอกว่ามาจากอุดร เค้าทำเหมือนผม เป็นลูกจ้างร้านจักรยานเหมือนกัน พี่เค้าเหมือนเป็นเพื่อนคนเดียวของผม ตลอดระยะเวลาเกือบเดือนที่อยู่ที่นั่นก็มีเค้านี่แหละที่ชอบเอายาเส้นมาให้ผมดูดยังชีพ แล้ววันนั้น วันที่ผมตัดสินใจกลับบ้าน นั่นก็เพราะพี่คนนี้

"มึงเหงามั้ย"
"เหงาสิพี่"
"ออกจากบ้านมานานแค่ไหนแล้ว"
"น่าจะสี่ห้าเดือนได้แล้วนะพี่"
"คิดถึงบ้านรึเปล่า"
"คิดถึง"
"คิดถึงแล้วทำไมไม่กลับบ้าน"
"ผมไม่รู้ว่าพ่อแม่เค้ายังอยากให้ผมกลับไปอีกรึเปล่า"
"มึงรู้มั้ยว่าทำไมกูถึงมาอยู่ที่นี่"
"ไม่รู้ครับ"
"เพราะกูไม่มีทั้งบ้านและไม่มีใครให้คิดถึงไง พ่อแม่กูตายหมดแล้ว คนแบบมึงนี่ยังน่าอิจฉากว่ากูอีกนะ อย่างน้อยก็ยังมีพ่อแม่ให้คิดถึง"

................ ผมน้ำตาไหลออกมาเองโดยไม่รู้ตัว

เช้าวันนั้นผมลาเฮียเจ้าของร้าน ผมบอกเค้าว่าผมจะกลับบ้านแล้ว เฮียให้ค่ารถผมมาสามร้อย ผมเดินไปขอบคุณพี่ที่เพิงข้างๆ เค้าถามผมว่าทำไมถึงจะกลับ เมื่อวานยังไม่มีวี่แวว ผมบอกกับเค้ากลับไปสั้นๆ ... "ผมคิดถึงพ่อว่ะพี่"

ใกล้ถึงบ้าน ผมไม่รู้จะทำตัวยังไง ไม่รู้จะเอ่ยคำพูดอะไร ไม่รู้ต้องทำหน้าแบบไหน เค้าจะด่าผมรึเปล่า จะยอมให้ผมเข้าบ้านมั้ย สารพัดคำถามในหัวผมมังประดังเข้ามาเต็มสมองไปหมด แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้คำตอบ ผมก็เดินมาถึงหน้าบ้าน

ผมเปิดประตูบ้านเข้าไป พ่อแม่ผมกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ เค้าหันมาหาผม แล้วคำแรกที่เค้าพูดคือ ..... "หิวมั้ย กินข้าวมารึยัง มากินข้าวมา"

ไม่รู้ว่าความหยิ่งทะนงทุกอย่างมันหายไปไหนจนหมดสิ้น ผมร้องไห้ออกมาแบบไม่มีอะไรต้องหยิ่งหรืออายอีกแล้ว ทุกอย่างที่ผมกังวลและหัวมาตลอดเวลาไม่ต้องหาคำตอบอะไรอีกแล้ว ทุกอย่างมันหายไปหมด รับรู้ได้เพียงอย่างเดียวถึงความรู้สึกที่ว่าเค้าห่วงผมขนาดไหน

ผมมารู้ตอนหลังว่า แรกๆที่ผมหายไป พ่อแม่ผมก็รู้ว่าผมเช่าห้องอยู่ที่ไหน แม่ผมจะมาตามแต่พ่อผมบอกว่าดัดนิสัยมันบ้าง จนสุดท้ายผมโดนไล่ออกจากห้องเช่านั้นผมก็เตลิดไปเรื่อย ไปนู่นไปนี่ไม่มีหลักแหล่ง มือถืออะไรก็ไม่มีในสมัยนั้น จนเค้าไม่รู้ว่าผมหายไปไหนอีก พ่อกับแม่ผมพยายามตามหามาตลอด ไปบ้านเพื่อนทุกคน โทรหาทุกเบอร์ที่รู้ แต่ก็หาผมไม่เจอจนไม่รู้จะทำยังไงจึงได้แต่รอ รอ และรอ

ผมเล่าเรื่องนี้ให้ฟังเพราะมีสองสิ่งอยู่ในหัวผมตอนเขียนเรื่องนี้ เรื่องแรกคือวันนี้มีญาติคนนึงเป็นลูกพี่ลูกน้องโทรมาหาผมจากนิวซีแลนด์ เค้าไปทำงานที่นั่น โทรมาพูดคุยทั่วไปแล้วก็ดันเอ่ยกับผมว่า "คิดถึงบ้านจัง" ความรู้สึกคิดถึงบ้านของผมในวันนั้นเลยพุ่งขึ้นมาจากที่มันจมหายไปจนเกือบลืม กับอีกเรื่องนึงคือ มีน้องคนนึงส่งข้อความส่วนตัวมาหาผม ก็ปรึกษาปัญหาชีวิตทั่วไป แล้วก็บอกว่า ทะเลาะกับที่บ้านหนัก อยากออกจากบ้านไปเผชิญชีวิตด้วยลำแข้งตัวเอง ไม่อยากอยู่กับครอบครัวอีกแล้ว ไม่อยากจะแบมือขอเงินเค้าเรียนอีกแล้ว เมื่อบวกกันสองเรื่องจึงออกเป็นเรื่องนี้ของผมขึ้นมา

ผมไม่เคยห้ามคนที่จะทำงานส่งตัวเองเรียนเลย ผมออกจะส่งเสริมและชื่นชมด้วยซ้ำที่เด็กคนนั้นเป็นคนเก่ง ทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองส่งตัวเองเรียนได้ แต่คุณจะมั่นใจขนาดไหนว่าความรู้สึกที่คุณออกจากบ้านมามันคือความรู้สึกนั้นจริงๆ ความรู้สึกที่อยากจะยืนด้วยลำแข้งตัวเองจริงๆ หรือเพียงเพราะกำลังประชดพ่อแม่ หรือมีอคติอะไรในจิตใจอยู่กันแน่ ถ้าความรู้สึกนั้นมันทำเพียงเพราะประชด ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจหรือความอยากยืนด้วยลำแข้งตัวเองจริงๆ คุณทำไม่ได้หรอก

หน้าที่คุณคือเรียนหนังสือ คุณทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ผมอาจจะพูดได้ว่าสำหรับเด็กๆหลายคนคุณยังไม่มีปัญญาไปทำอะไรได้ด้วยตัวเองมากมายนักหรอก สุดท้ายคนที่ต้องพึ่งก็คือพ่อแม่ ต่อให้เราไม่ผิดผมก็แนะนำให้ทนครับ ทนไปให้ถึงที่สุด เพราะผมพูดได้เลย ชีวิตที่มีพ่อแม่คอยซัพพอร์ทมันคือชีวิตที่สบายที่สุดแล้ว ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเกาะเค้าแดกไปตลอดชีวิต เพียงแต่มันยังไม่ใช่วัยที่คุณจะทำ คุณทำหน้าที่คุณไป แล้ววันนึงสิ่งที่เค้ามอบให้คุณนี่แหละมันจะทำให้คุณยืนได้เองในวันข้างหน้า เพียงแต่มันยังไม่ใช่ตอนนี้ ยัง และ อย่าทำ ...

by เสด็จพ่ออนันดา

ปล.เป็นเรื่องเตือนใจซึ่งตอนนี้ผมก็เป็น เกือบหลวมตัวแล้วดีนะเจอบทความดีๆ :P