จับเข้าไปนะไมโครซอฟท์
ตอนนี้เห็นว่า ศธ. กำลังพยายามเซ็นข้อตกลงเรื่องการใช้ Open Source และจะลามไปถึง หลักสูตรการเรียนการสอนทั้งประถมศึกษา และมัธยมศึกษา
บอกเลย ว่าถ้าไม่หยุดไปยุ่งกับสถานศึกษานะ ภายใน 12 ปี ยอดการใช้ ซอฟท์แวร์จากไมโครซอฟท์ ในไทยน่าจะตกลงต่ำกว่า 80%
คุณกำลังเดิมเกมผิด เหมือนกับยุคหนึ่งของ Autodesk
ตอนนี้ในเฉพาะในจังหวัดผม โรงเรียนใหญ่ ๆ ประมาณ 2 โรงแล้ว ที่เปลี่ยนทั้งหมดเป็น Open Source ที่รู้เพราะคุยกับ ผอ. โรงเรียนนั้น ๆ เลย
ตอนนี้ยังไม่แน่นะครับ เรื่องของหลักสูตร เพราะดู ๆ แล้ว Open Source เดี๋ยวนี้ สวยไม่แพ้ของ Microsoft ใช้ง่าย แทนงานได้แทบทุกงานที่ Microsoft ให้ได้อีกต่างหาก
จริงๆ Microsoft ก็ให้ราคาสถานศึกษาพิเศษอยู่แล้ว แต่ปัญหากลับไปอยู่ที่สถานศึกษากลับไม่ขวนขวาย หาวิธีซื้อราคาพิเศษเอง อันนี้เป็นสิทธิ์ของเข้าก็ว่าเขาไม่ได้ครับ
สำหรับ OpenSource ถ้ามีทางนี้ไปได้ ก็ไม่เถอะครับ ผมว่าทาง Microsoft เค้าไม่ว่าอะไรหรอก เค้ามีตลาดของเค้า...ตลาดสถานศึกษากลับเป็นตลาดที่เค้าได้กำไรน้อยซะด้วยซ้ำไป
ตลาด Microsoft หลักๆ อยู่ที่ภาคธุรกิจมากกว่าครับ อ้อ...ตลาดสถานศึกษา ผมว่าดีไม่ดี ใช้ Google App ก็ดีครับ ถูก ดี ใช้ด้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ
ผมเข้าใจว่าราคาถูก แต่ได้ไปเห็นสภาพความเป็นจริงไหม เรื่องงบประมาณของโรงเรียนแต่ละโรงเรียน ผมเข้าไปช่วยซ่อมคอมยังไม่อยากเอาเิงินเลย คอมแต่ละเครื่องก็แทบจะใช้งานไม่ได้ละ ทางรัฐก็ไม่ได้จัดสรรเงินส่วนนี้มาให้แล้วจะให้โรงเรียนทำยังไง เอาเงินที่จะชื้อกระดาษ หนังสือ หรือของใช้ต่างๆ ในการสอนไปซื้อ หนึ่งปีเงินทั้งโรงเรียนจะพอหรือเปล่ายังไม่รู้
ผมจึงบอกไงครับว่า ถ้าไป Open Source ได้ ก็ไปเลยครับ ไม่ต้องร้องโวยวายว่าไม่มีเงิน คือ ถ้าไม่มีเงินก็มีทางเลือกเยอะแยะครับ ไม่ต้องง้อ Microsoft เลย ในวงการ Open Source เมืองไทย ก็ไม่ใช่ว่าล้าหลัง หลายโรงเรียนใช้ Open Source ทั้งระบบแล้ว โดยอย่างที่รู้กันว่าใช้ Open Source แล้วไม่ต้องใช้เงินซักบาทครับ อยากให้คิดไปทางนี้ด้วยครับ อย่าโทษแต่ Microsoft เขาเลย
เมื่อก่อน Open Source OS ก็ยังไม่เจ๋งเท่าทุกวันนี้ แต่ตอนนี้ ทางเลือกมันมี ไม่จำเป็นต้องไปง้อ Microsoft แล้ว เห็นภาพกันอยู่นี่ Ubuntu ก็ดูแพรวพราว สวยงามกว่า xp อีกเป็นไหน ๆ ถ้า ศธ พลิกกระดานได้ ผมฟันธงเลย Microsoft ตายแน่ ๆ ในเมืองไทย อย่างช้าสุด 12 ปี
จริงอยู่ ตอนนี้มันเป็นโอกาสของ Microsoft ที่จะกอบโกย แต่ถ้าเป็นอะไร ๆ ที่มากเกินไป เคยติดไหม ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ผมกำลังพยายามบอกคุณเรื่องของโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว
และจะบอกว่า จริง ๆ แล้วหลักสูตรวิชาคอมพิวเตอร์เนี่ย มันไม่มีการกำหนดทิศทางออกมาจาก ศธ ตั้งแต่ต้น ศธ ให้โรงเรียนกำหนดหลักสูตรเนื้อหาเอง ทีนี้มองดูไปที่แนวทางหลักสูตรนะ ถ้าโรงเรียนโน้นใช้ Open Source โรงเรียนนี้ใช้ Windows เอาแบบ 50:50 เลย คุณคิดว่าตลาดแรงงาน จะวุ่นวายขนาดไหน ทางโรงเรียนแต่ละโรง เค๊าก็ต้องคิดถึงจุดนี้ก่อนเขียนแผนการสอน ตามแนวทางหลักสูตรที่คิดว่าเป็นกลาง และให้ประโยชน์สูงสุดกับนักเรียน ซึ่งก็ต้อง Microsoft เพราะมันนิยม นักเรียนจบออกไป ทำมาหากินกับคอมพิวเตอร์ได้เพราะมันนิยม ตรงนี้สิ ที่ต้องคิดหนัก ๆ
และบอกเลย ถ้า Microsoft ไม่ยอมปล่อย ก็เท่ากับไม่สนับสนุนในเรื่องการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมา คุณก็บอกว่า มี License สำหรับสถานศึกษาในราคาพิเศษ แต่หลายคนก็บอกนี่ครับ ว่างบประมาณมีจำกัด บางโรงเรียนอาหารกลางวันเด็ก ยังต้องจัดงบพิเศษลงไปสนับสนุนเลย มองถึงเรื่องการศึกษาของลูกหลานบ้างสิคุณ ไม่ใช่มองแต่เรื่องของผลประโยชน์
บางเรื่องมันไม่ใช่แค่ 0 กับ 1 มันละเอียดอ่อนกว่านั้นมาก คิดให้ดี ๆ ครับ มันเป็นโอกาสทางการศึกษา และมาตรฐานการศึกษาของลูกหลานเราด้วยนะ
ทุกอย่างมันเป็นวัฏจักรครับ มีรุ่งเรืองก็ต้องมีร่วงโรย ไม่แน่นะ Microsoft อาจจะกำลังติดกับความคิดตัวเอง อาจจะเป็นก้าวแรกที่ทำลายอนาคตของตัวเองก็ได้ ใครจะไปรู้ IBM ที่เคยเป็นคู่แข่ง ยังต้องตัดอวัยวะขายให้จีนเลย
ทุกอย่างมีเหตุ มีผลในตัวของมัน ตั้งแต่เรื่องของการใช้ของละเมิดลิขสิทธิ์ตามโรงเรียน จนไปถึงปัจจุบันและอนาคตของ Microsoft นะ มันมีความสัมพันธ์กันอยู่ คุณดูให้ออกด้วย