ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ThaiSEOBoard.comความรู้ทั่วไปE-commerceสอบเรื่องการหา niche market ครับ
หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: สอบเรื่องการหา niche market ครับ  (อ่าน 2446 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
krite2010
สมุนแก๊งเสียว
*

พลังน้ำใจ: 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 979



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 05 กรกฎาคม 2012, 21:18:54 »

คือ เห็นเว็บนอก หาด้วย 3 P's นั้น แต่ละตัวหมายความว่าอย่างไร แนะนำหน่อยครับ แล้วนอกจาก การทำ Keyword Research ด้วย Market samurai แล้ว มีวิธีอื่น ที่จะหา profitable niche market แนะนำด้วย ขอบคุณครับ
ปล. 3 P's ที่ว่า คือ Passion   Pain  Problem ซึ่งแต่ละตัวมีความหมายอย่างไร idea อย่างไร แนะนำด้วย และมีความเกี่ยวข้องกับ Relevance   Traffic   Competition และ Commercial Value อย่างไร แนะนำด้วย ขอบคุณ
บันทึกการเข้า
surattapi
คนรักเสียว
*

พลังน้ำใจ: 4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 168



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 05 กรกฎาคม 2012, 23:06:10 »

ตาม
บันทึกการเข้า

ชอบกด Like  ใช่กด Thanks
mwpitb1
คนรักเสียว
*

พลังน้ำใจ: 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 114



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 06 กรกฎาคม 2012, 00:15:07 »

อยากรู้ด้วยคนจ้า
บันทึกการเข้า
Hanma
Verified Seller
เจ้าพ่อบอร์ดเสียว
*

พลังน้ำใจ: 283
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,343



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 06 กรกฎาคม 2012, 00:36:18 »

คือ เห็นเว็บนอก หาด้วย 3 P's นั้น แต่ละตัวหมายความว่าอย่างไร แนะนำหน่อยครับ แล้วนอกจาก การทำ Keyword Research ด้วย Market samurai แล้ว มีวิธีอื่น ที่จะหา profitable niche market แนะนำด้วย ขอบคุณครับ
ปล. 3 P's ที่ว่า คือ Passion   Pain  Problem ซึ่งแต่ละตัวมีความหมายอย่างไร idea อย่างไร แนะนำด้วย และมีความเกี่ยวข้องกับ Relevance   Traffic   Competition และ Commercial Value อย่างไร แนะนำด้วย ขอบคุณ

ตามหลักของ 3 P คือ เน้นตอบสนองความต้องการของตลาด

Passion = ความหมายคือ ความปราถนาอย่างรุนแรง อยากได้ อยากมี  ยกตัวอย่างประมาณตลาดพวก make money, brand name, สินค้าฟุ่มเฟือยทั้งหลาย ครับ

Pain = ตลาดพวกความเจ็บป่วย ซึ่งเกี่ยวกับด้านสุขภาพ ส่วนใหญ่คนจะต้องสนใจตัวเอง จะนิ่งดูดายไม่ได้ สมมติเกิดอาการปวดเข่าขึ้นมา หรือเจ็บหลัง หรือมีตุ่มๆเป็นมะเร็งอีะเปล่า
อะไรประมาณนี้ต้องหาทางออก หาทางแก้ไข

Problem = พวกปัญหาต่างๆ ที่แบบว่าเราต้องสนองวิธีการแก้ไขปัญหาให้พวกเขาเหล่านั้น สมมติ อกหัก, ปัญหาคอมเสีย, ปัญหาน้องหมาอึเรี่ยราด เราก็ต้องมีหน้าที่ไปแก้ไขปัญหาให้เขา


การแก้ไขในการตลาดก็จะไปเสนอสินค้าหรือบริการที่ไปตอบสนองต่อ 3 P พวกนั้นได้

ตลาด Passion มันหากินได้ตลอดอยู่แล้ว เพราะคนมีความโลภแต่บางทีอาจเป็น trend ไป ขึ้นอยู่กับการจับสินค้า
ตลาด Pain Megatrend เริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นเพราะอนาคตคนแก่มากขึ้น ความเจ็บป่วยมากขึ้นแนวโน้มระยะยาวน่าจะดี
ตลาด Problem ขึ้นอยู่กับว่าเราถนัดแก้ปัญหาให้เขาด้านไหน เรารู้จริงด้านไหน

Competition และ Commercial Value

ก็แล้วแต่เราจะหยิบจับสินค้าอะไรมา Niche จึงเริ่มจากหยิบ 3 P แล้วมาซอยย่อยๆๆ จนดูว่าเราพอสู้กับคู่แข่งได้ มีส่วนแบ่งทางการตลาดได้ ยังไม่แข่งกันดุเดือด
Competition และ Commercial Value จึงแล้วแต่ว่าเราหยิบสินค้าอะไรขึ้นมาทำนั่นเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 กรกฎาคม 2012, 00:39:25 โดย Hanma » บันทึกการเข้า

►► บันทึกการทำ Amazon Affiliate ด้วย Nichesite
กลุ่ม Amazon Affiliate Thailand https://www.facebook.com/groups/1866661123572353/
(สงวนสิทธิ์รับเฉพาะคนใช้ account facebook จริงเท่านั้น)
Hanma
Verified Seller
เจ้าพ่อบอร์ดเสียว
*

พลังน้ำใจ: 283
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,343



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 06 กรกฎาคม 2012, 00:47:39 »

อ้างถึง
Keyword Research ด้วย Market samurai

โปรแกรม มันดูไม่ได้นะครับ ว่าคนจะซื้อสินค้าหรือบริการรึเปล่า ต่อให้คน searh เยอะ คู่แข่งต่ำ แต่ไม่มีคนซื้อสินค้าก็เท่านั้นอ่ะ มันดูได้แค่คน search เท่าไหร่ คู่แข่งเป็นไง
(แถมโปรแกรมนี้สำหรับผมมันช้าเกินไปด้วยซ้ำ)

ถ้า niche บางทีอาจเจอคำ คนค้นหาน้อยมาก แต่กำลังซื้อมหาศาล ไร้คู่แแข่งก็ได้ หลักการง่ายๆคือให้สมมติถึงตัวเราเองว่าเราจะซื้อสินค้าไหมถ้าเรา search คำพวกนั้น
บันทึกการเข้า

►► บันทึกการทำ Amazon Affiliate ด้วย Nichesite
กลุ่ม Amazon Affiliate Thailand https://www.facebook.com/groups/1866661123572353/
(สงวนสิทธิ์รับเฉพาะคนใช้ account facebook จริงเท่านั้น)
DePe
สมุนแก๊งเสียว
*

พลังน้ำใจ: 251
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 669



ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: 06 กรกฎาคม 2012, 01:08:35 »

คิดมากไปป่าวครับ เห็นศํพท์แล้ว งง เลย  Tongue
บันทึกการเข้า

ขี้โม้ มีอยู่ 2 ประเภท
1.โม้ไปวันๆ
2.โม้แล้วดันทำได้จริง
krite2010
สมุนแก๊งเสียว
*

พลังน้ำใจ: 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 979



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: 06 กรกฎาคม 2012, 07:22:37 »

ขอบคุณมากๆ ครับ และเพิ่มเติมอีกนิดครับ
1. ทาง เว็บนอกนั้น เขาให้ความสำคัญกับ Relevance   Traffic เป็น 40% และ22% ที่จะประสบความสำเร็จนั้น ที่ทั้งหมดเป็นก็เป็นเพียงส่วนของการคิดที่เป็น idea ในการหาตลาด ส่วนต่อไปของขั้นตอนก็คือ
     - นำจากข้อ 1 ไปวิเคราะห์หา ใน Amazon.com , Clickbank และ อื่นๆ แล้วเลือกมา 10-20 keyword เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนที่ 2 คือ Keyword Research
2. Keyword Research ครับ เพื่อหา Niche Profitable Keyword ซึ่งเขาใช้ Market Samurai ซึ่งเป็น version ล่าสุดครับ แต่ก็ไม่เคยใช้ เจ้าโปรแกรมตัวนี้ ว่า version เก่า หรือ ตัวล่าสุดดีหรือไม่อย่างไร เพราะผมเป็นมือใหม่จริงๆ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะหาด้วย Keyword Suggestion tool ซึ่งมีวิธีใช้อย่างไร เพื่อหา Niche Profitable Niche พอแนะนำบ้างหรือไม่ สอนหน่อยครับ ขอบคุณ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 กรกฎาคม 2012, 07:25:58 โดย krite2010 » บันทึกการเข้า
Hanma
Verified Seller
เจ้าพ่อบอร์ดเสียว
*

พลังน้ำใจ: 283
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,343



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 06 กรกฎาคม 2012, 08:04:53 »

ขอบคุณมากๆ ครับ และเพิ่มเติมอีกนิดครับ
1. ทาง เว็บนอกนั้น เขาให้ความสำคัญกับ Relevance   Traffic เป็น 40% และ22% ที่จะประสบความสำเร็จนั้น ที่ทั้งหมดเป็นก็เป็นเพียงส่วนของการคิดที่เป็น idea ในการหาตลาด ส่วนต่อไปของขั้นตอนก็คือ
     - นำจากข้อ 1 ไปวิเคราะห์หา ใน Amazon.com , Clickbank และ อื่นๆ แล้วเลือกมา 10-20 keyword เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนที่ 2 คือ Keyword Research
2. Keyword Research ครับ เพื่อหา Niche Profitable Keyword ซึ่งเขาใช้ Market Samurai ซึ่งเป็น version ล่าสุดครับ แต่ก็ไม่เคยใช้ เจ้าโปรแกรมตัวนี้ ว่า version เก่า หรือ ตัวล่าสุดดีหรือไม่อย่างไร เพราะผมเป็นมือใหม่จริงๆ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะหาด้วย Keyword Suggestion tool ซึ่งมีวิธีใช้อย่างไร เพื่อหา Niche Profitable Niche พอแนะนำบ้างหรือไม่ สอนหน่อยครับ ขอบคุณ



ไม่บังอาจสอนครับ แค่แชร์ๆกันเผื่อจะได้เสริมๆข้อมูลกันครับ

1. ก็สามารถประยุกต์ได้หลายวิธีครับ เช่น จากชื่อสินค้าที่นิยมมาเป็น keyword หรือ เอา keyword ที่เป็นปัญหา 3 P แล้วโยงความสัมพันธ์เกี่ยวกับสินค้า
2. Market Samurai  ซึ่งหลักๆเน้นไปทางเอาไว้วิเคราะห์ความแข็งแกร่งของคู่แข่งครับ จริงๆถ้าศึกษาเพิ่มเติมว่าอะไรเป็นตัวชี้วัดความแข็งของคู่แข่งได้บ้างก็จะทราบได้โดยไม่ต้องพึ่งโปรแกรม
หรือสามารถหาโปรแกรมอื่นที่ดีกว่าได้ (เช่น website เฉพาะสำหรับวิเคราะห์คู่แข่งที่ใช้ api จากผู้ให้บริการ เอามาวิเคราะห์ข้อมูล)

ถ้าอยากรู้ว่า keyword ที่เราเลือกมันขายได้จริงรึเปล่า ทำ Landing Page แล้วทดสอบ keyword จาก adword ว่าขายได้จริงไหม

วิธีหาจาก  Keyword Suggestion tool เพื่อดูว่าคู่แข่งแข็งไหมคิดว่าไม่มีเพราะมันเอาไว้แตก keyword อย่างเดียวไม่สามารถวิเคราะห์ระดับลึกได้

เพราะฉะนั้นก็ต้องรู้ก่อนว่าปัจจัยในการชีวัดมีอะไรบ้าง แล้วเอา keyword ไปเข้า tools ที่เหมาะสม  ถ้าเน้นง่ายๆแบบเบสิคก็ดูแค่ allintitle: อันน้อยๆแสดงว่าไม่แข็งมาก
จริงๆแล้วแค่ดูคร่าวๆ ดูจริงๆ ให้ดูคู่แข่งหน้าแรกแล้ววิเคราะห์ระดับลึก

- domain age
- pr
- traffic
- social proof

- authority rank
- content word count
- keyword in title, image, density, metadescription
- lsi
- link age
- relevant website content

มีเยอะแยะ แต่หลักๆคงตัวหนา (เดาเอง )

แต่ก็แค่นั้น เราต้องหา keyword ที่เป็น buying keyword ให้เจอ ลองศึกษาคำพวกนี้ดูครับว่ามีลักษณะอย่างไร? หาดูในเวปฝรั่งจะบอกละเอียด
หรือหา E-book เกี่ยวกับเรื่องนี้ในพวก WSO ของ warriorforum.com ครับผม

บันทึกการเข้า

►► บันทึกการทำ Amazon Affiliate ด้วย Nichesite
กลุ่ม Amazon Affiliate Thailand https://www.facebook.com/groups/1866661123572353/
(สงวนสิทธิ์รับเฉพาะคนใช้ account facebook จริงเท่านั้น)
muay5157
คนรักเสียว
*

พลังน้ำใจ: 23
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 176



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 06 กรกฎาคม 2012, 08:30:59 »

หวาวมันมีเรื่อง 3 p แบบนี้ด้วยผมพึ่งรู้   nich ของผมหมายถึง สินค้าที่นานๆเราจะคิดถึงทีนึง   แต่พอถึงเวลามันต้องซื้อ    เช่นลายเซ็นต์ผมเป็นต้น


ปล. บิลเกตเคยสอนไว้ว่า   หลักของการบริหาร     คืออย่ารู้เรื่องบริหาร   แต่ให้ลองทำสิ่งที่คิดออกดู   เพราะถ้าทุกคนทำตามตำรา มันก็คงไม่มี google facebook apple เกิดขึ้นมาตอนแรกหรอกผมว่านะ  ซึ่งผมลองดูแล้ว ก็โอเค อิอิ  wanwan013
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 กรกฎาคม 2012, 08:32:43 โดย muay5157 » บันทึกการเข้า

mesati.com ประกาศงานศพออนไลน์ เว็บไซต์งานศพ และ
พวงหรีด ที่ไฮเทคที่สุดในประเทศ (รางวัลจาก TICTA AWARDS 2011)

|ตู้สาขาโทรศัพท์
|กล้องวงจรปิด
Hanma
Verified Seller
เจ้าพ่อบอร์ดเสียว
*

พลังน้ำใจ: 283
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,343



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 06 กรกฎาคม 2012, 09:05:47 »

หวาวมันมีเรื่อง 3 p แบบนี้ด้วยผมพึ่งรู้   nich ของผมหมายถึง สินค้าที่นานๆเราจะคิดถึงทีนึง   แต่พอถึงเวลามันต้องซื้อ    เช่นลายเซ็นต์ผมเป็นต้น


ปล. บิลเกตเคยสอนไว้ว่า   หลักของการบริหาร     คืออย่ารู้เรื่องบริหาร   แต่ให้ลองทำสิ่งที่คิดออกดู   เพราะถ้าทุกคนทำตามตำรา มันก็คงไม่มี google facebook apple เกิดขึ้นมาตอนแรกหรอกผมว่านะ  ซึ่งผมลองดูแล้ว ก็โอเค อิอิ  wanwan013

ของท่านเยี่ยมเลยครับ อันนี้เรียกโคตร niche เพราะมาจากความคิดสร้างสรรค์จริงๆ
บันทึกการเข้า

►► บันทึกการทำ Amazon Affiliate ด้วย Nichesite
กลุ่ม Amazon Affiliate Thailand https://www.facebook.com/groups/1866661123572353/
(สงวนสิทธิ์รับเฉพาะคนใช้ account facebook จริงเท่านั้น)
adsene5438
Global Moderator
เจ้าพ่อบอร์ดเสียว
*****

พลังน้ำใจ: 3852
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,763



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 06 กรกฎาคม 2012, 09:19:15 »

คือ เห็นเว็บนอก หาด้วย 3 P's นั้น แต่ละตัวหมายความว่าอย่างไร แนะนำหน่อยครับ แล้วนอกจาก การทำ Keyword Research ด้วย Market samurai แล้ว มีวิธีอื่น ที่จะหา profitable niche market แนะนำด้วย ขอบคุณครับ
ปล. 3 P's ที่ว่า คือ Passion   Pain  Problem ซึ่งแต่ละตัวมีความหมายอย่างไร idea อย่างไร แนะนำด้วย และมีความเกี่ยวข้องกับ Relevance   Traffic   Competition และ Commercial Value อย่างไร แนะนำด้วย ขอบคุณ

ตามหลักของ 3 P คือ เน้นตอบสนองความต้องการของตลาด

Passion = ความหมายคือ ความปราถนาอย่างรุนแรง อยากได้ อยากมี  ยกตัวอย่างประมาณตลาดพวก make money, brand name, สินค้าฟุ่มเฟือยทั้งหลาย ครับ

Pain = ตลาดพวกความเจ็บป่วย ซึ่งเกี่ยวกับด้านสุขภาพ ส่วนใหญ่คนจะต้องสนใจตัวเอง จะนิ่งดูดายไม่ได้ สมมติเกิดอาการปวดเข่าขึ้นมา หรือเจ็บหลัง หรือมีตุ่มๆเป็นมะเร็งอีะเปล่า
อะไรประมาณนี้ต้องหาทางออก หาทางแก้ไข

Problem = พวกปัญหาต่างๆ ที่แบบว่าเราต้องสนองวิธีการแก้ไขปัญหาให้พวกเขาเหล่านั้น สมมติ อกหัก, ปัญหาคอมเสีย, ปัญหาน้องหมาอึเรี่ยราด เราก็ต้องมีหน้าที่ไปแก้ไขปัญหาให้เขา


การแก้ไขในการตลาดก็จะไปเสนอสินค้าหรือบริการที่ไปตอบสนองต่อ 3 P พวกนั้นได้

ตลาด Passion มันหากินได้ตลอดอยู่แล้ว เพราะคนมีความโลภแต่บางทีอาจเป็น trend ไป ขึ้นอยู่กับการจับสินค้า
ตลาด Pain Megatrend เริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นเพราะอนาคตคนแก่มากขึ้น ความเจ็บป่วยมากขึ้นแนวโน้มระยะยาวน่าจะดี
ตลาด Problem ขึ้นอยู่กับว่าเราถนัดแก้ปัญหาให้เขาด้านไหน เรารู้จริงด้านไหน

Competition และ Commercial Value

ก็แล้วแต่เราจะหยิบจับสินค้าอะไรมา Niche จึงเริ่มจากหยิบ 3 P แล้วมาซอยย่อยๆๆ จนดูว่าเราพอสู้กับคู่แข่งได้ มีส่วนแบ่งทางการตลาดได้ ยังไม่แข่งกันดุเดือด
Competition และ Commercial Value จึงแล้วแต่ว่าเราหยิบสินค้าอะไรขึ้นมาทำนั่นเอง

เยี่ยมมากเลยครับ

สำหรับผมถ้าจะหา niche market แล้ว เพียงแค่ดูจากปริมาณการหาของคีย์เวริด ครับ ดูความต้องการ,การแก้ปัญหาหรือตลาดใหม่ๆที่กำลังจะเกิด ยกตัวอย่างเช่น เรื่องอ้วน นะครับต้องการลดน้ำหนัก มันก็จะมีคำว่า how to lose weight fast คนหามากที่สุด แสดงว่า คนต้องการลดน้ำหนักมากๆๆๆ เลย เราก็เพียงดูว่า อะไรตอบสนองเขาได้ครับ เช่นยาลดความอ้วน เทคนิคลดความอ้วน หรือแม้แต่โปรแกรมลดความอ้วน หรือ พวก ipad 4,5,6 ซึ่งคนอยากรู้มากๆๆๆๆ อยากได้มากๆๆๆๆ พวกนี้ เลยครับ อิอิอิอิ ผมมั่วนะ

แต่อีกอย่างหนึ่ง ที่ให้คิดนะครับ คือ เมื่อเกิดตลาดพวกนี้ขึ้นมาแล้วนะครับ ตลาดข้างเคียงก็จะเติบโต ขึ้นมาด้วยเช่นกัน เช่น ipad สิ่งที่จะตามมาคือ แผ่นกันลาย หรือสายไฟ ดังนั้นลองไปดูว่าอะไรที่จะตามมาด้วย ผมขายสายไฟได้มาหาศาลเลยนะ เราลองดูดิ ว่าอะไรดี เช่นเสื้อผ้าสูท ดังมากๆ สิ่งที่จะต้องตามมาเมื่อใส่สูท คือ เนคไท นะครับ สิ่งนี้ก็ขายดี ประมาณนี้ครับ

ผมโม้นะ ไปละ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์