รบกวนเพื่อนๆสมาชิกไทยเสียวทุกท่านช่วยกันแชร์เรื่องนี้หน่อยนะครับ(หลานผมเอง)

เริ่มโดย builderinfos.com, 14 ตุลาคม 2013, 23:29:23

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

builderinfos.com

หัวอกแม่
ลูกสาวอายุ 15 ปีตาย
ขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามม.41
กลับไม่ได้รับการอนุมัติ ชีวิตเด็กไม่มีค่าเลยหรือคะ?

คำวินิจฉัยไม่อนุมัติ:

10 กันยายน 2556 จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร /กลุ่มงานประกันสุขภาพ ลงนามโดยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร วินิจฉัยไม่อนุมัติดังนี้

"ตามที่ท่านได้ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น โดยแจ้งว่าเด็กหญิงนนธิชา อรรถานนท์ บุตรสาว เข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลมุกดาหาร เนื่องจากป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก และเสียชีวิต ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี คณะอนุกรรมการพิจารณาคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น จังหวัดมุกดาหาร ได้พิจารณาคำร้องของผู้ยื่นคำร้อง คำชี้แจงของแพทย์ผู้เกี่ยวข้อง และสำเนาเวชระเบียนผู้ป่วย เห็นว่า แม้การวินิจฉัยโรคของแพทย์ในระยะแรกจะยังไม่ชัดเจนว่าป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก แต่แนวทางการรักษาพยาบาลไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากแนวทางการรักษาโรคไข้เลือดออกแต่อย่างใด ผู้ป่วยได้รับการรักษาโดยให้เลือด 4 ยูนิต และการรักษาอื่นๆ อันแสดงถึงโรงพยาบาลได้ให้การรักษาตามมาตรฐานแล้ว แต่เนื่องจากผู้ป่วยมีโรคประจำตัว คือโรคโลหิตจากทาลัสซีเมีย (A2A Bart's H disease) ทำให้การแตกตัวของเม็ดเลือดออกจากเซลล์ มีความรุนแรงและเป็นไปอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยจึงมีอาการช็อกและเสียชีวิต ซึ่งเป็นไปตามพยาธิสภาพและแทรกซ้อนจากโรคประจำตัวของผู้ป่วย จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ การขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น คณะอนุกรรมการฯ จึงมีมติไม่อนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น"


ขอเท็จจริงฝ่ายแม่:

เย็นวันที่ 28 มิ.ย.56 (ไปคลินิกครั้งที่ 1)
ลูกสาวดิฉัน ด.ญ.นนธิชา อรรถานนท์ (น้องฟร้อง) อายุ 15 ปีมี ไข้ จึงพาไปรักษาที่คลินิกแพทย์หญิงxxx หมอบอกว่าสงสัยจะเป็นไข้เลือดออก หรืออาจจะเป็นโรคธาลัสซีเมีย หมอสั่งให้ยาลดไข้ ยาแก้อักเสบ ให้กลับไปพักที่บ้านดูอาการ และนัดไปพบวันจันทร์ที่ 1 กรกฏาคม 2556

วันจันทร์ที่ 1 กค.56 (ไปคลินิกครั้งที่ 2 และไปรพ.มุกดาหารครั้งที่ 1)
ลูกสาวไปโรงเรียน ช่วงเช้าอาการไข้ยังทรงตัว เมื่อกลับจากโรงเรียนดิฉันเห็นว่าลูกยังมีไข้ จึงพากลับไปคลีนิคแพทย์หญิงxxxเป็นครั้งที่ 2 หมอบอกว่าลูกตัวเหลือง ถามดิฉันว่าเป็นโรคธาลัสซีเมียหรือไม่ หรือมีญาติเป็นโรคนี้หรือไม่ ดิฉันตอบว่าไม่มี หมอจึงทำใบส่งตัวให้ไปรพ.มุกดาหาร เมื่อไปถึงหมอตรวจดูอาการ แล้วให้นอนรพ.พร้อมให้เลือด

ลูกเข้ารักษาตัวที่รพ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 1-4 กรกฎาคม โดยมีพญ.xxxเป็นเจ้าของไข้ และใช้สิทธิบัตรทอง พญ.xxxอนุญาตให้กลับบ้าน พร้อมนัดฟังผลเลือดในวันที่ 5 สิงหาคม 2556 (ดิฉันไม่ทราบมาก่อนว่าลูกสาวเป็นโลหิตจาง เพราะไม่เคยปรากฏอาการ)

เช้าวันที่ 5 ก.ค.56
ลูกสาวไปโรงเรียนปกติ พอบ่ายสามโมงเริ่มมีไข้ จึงขอยาพาราจากคุณครูประจำชั้น เมื่อเลิกเรียนกลับถึงบ้านบอกกับดิฉันว่าไข้ขึ้น ดิฉันให้ลูกทานข้าวและให้ยาพารา และดูอาการลูก

จนกระทั่งเช้าวันที่ 6 ก.ค.56 (ไปคลินิกครั้งที่ 3)
ลูกสาว มีไข้อยู่ตลอดและตัวร้อนมาก จึงตัดสินใจพาไปพบพญ.xxx ที่คลินิกเป็นครั้งที่ 3 หมอตรวจอาการแล้ว ก็ให้ยาพาราและยาแก้อักเสบกลับไปทานที่บ้าน และนัดดูอาการเข้าวันที่จันทร์ที่ 8 ก.ค.56 อีกครั้ง

เช้าวันที่ 8 ก.ค.56 (ไปคลินิกครั้งที่ 4 และไปรพ.มุกดาหารครั้งที่ 2 เพิ่งมีการเจาะเลือด)
อาการของลูกสาวยังไม่ดีขึ้น จึงพาลูกไปพบ พญ.xxx เป็นครั้งที่ 4 หมอบกว่าต้องไปนอนที่รพ.มุกดาหาร จึงเขียนใบส่งตัวให้

เมื่อดิฉันพาลูกไปที่รพ.มุกดาหารเป็นครั้งที่ 2 ใช้สิทธิบัตรทอง และมีพญ.xxx เป็นเจ้าของไข้เช่นเดิม ประมาณ 11 โมงกว่า ๆ ถูกส่งตัวไปอยู่ตึกเด็กห้องรวม ดิฉันกลับไปที่ทำงาน ลูกสาวโทรแจ้งว่าหมอให้ย้ายไปห้องพิเศษ ดิฉันไม่คิดว่าลูกจะอาการหนัก แต่เมื่อขึ้นไปอยู่ตึกพิเศษลูกสาวไข้ขึ้นตัวร้อนตลอด 2 วัน จนกระทั่งพยาบาลบอกว่าหากไข้ไม่ลดกลัวว่าเด็กจะช็อค รักษาไม่ทัน จึงส่งตัวลูกกลับลงมาที่ตึกเด็กห้องรวมเช่นเดิม

ในช่วงสายวันพุธที่ 10 กค.56
ตอนพักเที่ยง คุณยายที่ไปเฝ้าไข้หลาน บอกหมอเจ้าของไข้ว่า ขอย้ายหลาน ไปรักษาที่รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี แพทย์หญิงxxx บอกว่าไม่ต้องไปหรอกยายเดี๋ยวก็หาย และได้ส่งตัวลูกสาว ไปเอ๊กซเรย์ปอด จึงทราบผลว่าน้ำท่วมปอดแล้ว

จนกระทั่งเช้าวันที่12 กค.56
พญ.อีกคน เข้ามาตรวจดูรายงานพยาบาล และแจ้งดิฉันว่า จะต้องย้ายลูกสาวเข้าอยู่ห้องไอ ซี ยู ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และเมื่อเห็นหน้าดิฉัน ลูกสาวบอกว่า แม่หนูไม่ไหวแล้ว พาหนูไปที ดิฉันจึงเรียกพยาบาล เมื่อมาดู จึงได้โทรศัพท์ตามหมอเวรห้อง ไอ ซี ยู แต่ไม่สามารถติดต่อได้

เวลาผ่านไปประมาณ 20 นาที พญ.อีกคน เข้ามาดูอาการ วัดการเต้นของหัวใจ ความดัน ให้ดิฉันออกจากห้อง แต่ดิฉันขอยืนหน้าม่านกั้นห้อง เพราะห่วงลูก ผ่านไปประมาณ 5 นาที ได้ยินเสียง ลูกสาวอาเจียนเหมือนมีอะไร สอดเข้าไปทางปาก

ผ่านไปเกือบ 10 นาที พญ.อีกคน ให้ดิฉันเข้าไปดูลูก พบว่ามีสายยางและท่อดูของเสียออกมา ทราบว่าไตลูกไม่ทำงาน ไม่สามารถขับของเสียออกมาได้ ดิแฉันถามหมอว่าจะส่งตัวได้มั้ย ได้รับคำตอบว่าไม่ได้ความดันลูกสาวต่ำ กลัวจะไปไม่ถึงรพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี (ระยะเวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงเศษ)

ดิฉันถามว่าแล้วมีรพ.ไหนที่สามารถรักษาได้และใกล้ที่สุด พญ.อีกคนตอบว่าไม่มี มีที่รพ.ลสรรพสิทธิประสงค์ที่เดียวที่ใกล้ที่สุด หากฟอกไตผ่านหน้าท้องจะช่วยขับของเสียออกมาได้ ดิฉันได้ยินพยาบาลคุยกับหมอว่า เลือดไม่พอ มีเพียง 5 ยูนิตเท่านั้น

ผ่านไปสักพัก พญ.อีกคนบอกดิฉันว่า จะต้องส่งตัวไปรพ.สรรพสิทธิประสงค์ เนื่องจากที่นี่อุปกรณ์ไม่ครบ และไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ดิฉันตอบว่ายังไงก็ได้ขอให้ลูกได้รับการรักษา จากนั้นก็รอรถพยาบาล รอ พญ.อีกคนเขียนรายละเอียด จนเวลา 16.55 น. รถออกจากรพ.มุกดาหาร ไปถึงโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เวลา 18.55 นาฬิกา

เวลา 19.00 นาฬิกา (รพ.สรรพสิทธิประสงค์)
เข้าห้องฉุกเฉิน หมอห้องฉุกเฉินแจ้งว่า "คุณแม่ทำใจน่ะครับ อาการน้องหนักมาก" รอประมาณ 30 นาที ลูกถูกส่งเข้าห้อง ไอ ซี ยู หมอคนหนึ่งวิ่งออกมาถามว่า ใครเป็นญาติผู้ป่วย อาการน้องหนักมาก ตอนนี้ให้อาจารย์หมอมาช่วยดู และจะช่วยสุดความสามารถ

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง อาจารย์หมอเรียกดิฉันและยายเข้าไปถามเกี่ยวว่าอาการก่อนมาที่นี่ทราบไหมว่าน้องเป็นอะไร เหตุผลในการส่งตัวมาที่นี่คืออะไร และบอกว่าหากปั๊มหัวใจผ่านไปแล้ว ครึ่งชั่วโมงลูกสาวไม่มีการตอบสนองกลับมาก็ต้องปล่อย

นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของอาจาร์ยหมอ ดิฉันจึงได้เดินออกมา สักพักดิฉันได้เดินเข้าไปเห็นนักศึกษาแพทย์ยืนดูและช่วยปั้มหัวใจลูก ดิฉันเดินสวนกับอาจาร์ยหมอ เห็นในมือของท่านถือเข็มที่เจาะเลือดลูกสาวดิฉัน

ลูกสาวดิฉันเสียชีวิตเมื่อเวลา 20.40 น. หนังสือรับรองการตายของรพ.ระบุว่าลูกเป็น "ไข้เลือดออก และช็อคชนิดรุนแรง"

การดำเนินการ
วันที่ 19 ก.ค. ดิฉันไปขอพบ ผอ.รพ.มุกดาหาร แต่ได้พบรอง ผอ.ทั้งสามฝ่ายและ พญ.xxxเจ้าของไข้ บอกว่าว่าติดใจเรื่องการรักษา ว่าทำไมไม่ยอมส่งตัว และน้ำท่วมปอด ทำไมไม่เจาะน้ำออก ทางรพ. ให้เหตุผลว่าการรักษาเป็นไปตามมาตรฐานของการรักษาโรคนี้แล้ว และแนะนำให้ดิฉัน ไปยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ตามมาตรา 41 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2556 ที่สำนักงานสาธารณสุขจ.มุกดาหาร แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ

9 ตุลาคม 2556
เรื่อง ขออุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการ
เรียน คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์
สิ่งที่แนบมาด้วย
1. หนังสือที่ มห 0032/2427 ลงวันที่ 10 กันยายน 2556
2. ลำดับเหตุการณ์ของ ด.ญ.นนธิชา อรรถานนท์

ตามหนังสือที่แนบมาด้วย ดิฉันไม่อาจยอมรับคำวินิจฉัยเบื้องต้นของคณะอนุกรรมการได้ จึงขอส่งลำดับเหตุการณ์ของลูกสาวดิฉัน มาให้ท่านได้พิจารณาใหม่ ว่าลูกสาวของดิฉันได้ไปรักษาและอยู่ในความดูแลของพญ.xxx ทั้งที่คลินิกส่วนตัว 4 ครั้ง (จ่ายเงินเอง) และถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลมุกดาหาร ใช้สิทธิบัตรทอง โดยมีพญ.xxx เป็นเจ้าของไข้ทั้ง 2 ครั้ง

ตลอดเวลาที่ลูกสาวดิฉันอยู่ในความดูแลของพญ.xxxนั้นได้รับการยืนยันว่าลูกสาวดิฉันเป็นโรคธาลัสซีเมีย ไม่ได้เป็นโรคไข้เลือดออก แสดงว่าไม่มีการตรวจให้ชัดเจนว่าเด็กเป็นไข้เลือดออก และยังอนุญาตให้ลูกสาวดิฉันกลับบ้าน ทำให้ดิฉันเชื่อโดยสุจริตใจว่าลูกสาวดิฉันอาการดีขึ้นจากโรคธาลัสซีเมียแล้ว โดยไม่คาดคิดว่าลูกสาวของดิฉันจะต้องเสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออก จนกระทั่งลูกสาวดิฉันมีอาการทุรดหนักขึ้น และได้ไปพบ พญ.xxx ที่คลินิกอีกครั้ง โดย พญ.xxx ก็ยังไม่บอกว่าลูกสาวดิฉันเป็นไข้เลือดออก โดยให้ยาแก้ไข้และแก้อักเสบ แล้วให้กลับบ้าน อีก 2 วัน (เสาร์-อาทิตย์) และนัดดิฉันไปพบในเช้าวันที่ 8 กรกฏาคม 2556 เมื่อดิฉันได้พาลูกสาวไปที่คลินิกตามวันนัด พญ.xxxจึงรีบให้เข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลมุกดาหาร ดิฉันเิ่พิ่งเห็นมีการเจาะเลือดตอนไปที่รพ.มุกดาหารครั้งที่ 2 เท่านั้น ทั้งที่ขณะนั้นในจ.มุกดาหารมีไข้เลือดออกระบาดอย่างหนัก และเมื่อญาติร้องขอให้ส่งตัวไปรพ.สรรพสิทธิ์ประสงค์ พญ.xxx ก็บอกว่า "ไม่ต้องไปหรอก เดี๋ยวก็หาย" และไม่ส่งตัวลูกดิฉันโดยด่วนแต่อย่างใด กว่าจะส่งตัวก็ล่าช้าเกินรักษาชีวิตลูกสาวดิฉันไว้ได้ โดยให้เหตุผลว่าเลือดไม่พอ และไม่มีผู้เชี่ยวชาญ ในการฟอกไตทางหน้าท้อง ดังนั้นดิฉันเชื่อว่าลูกสาวดิฉันต้องเสียชีวิตลง เนื่องจากการวินิจฉัยที่ผิดพลาดและส่งตัวล่าช้า

จึงเรียนมาเพื่อขอท่านได้โปรดพิจารณาอนุมัติเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ตามมาตรา 41 ให้ดิฉันเต็มจำนวน 4 แสนบาท เพื่อเยียวยาความสูญเสียอันใหญ่หลวงที่ประเมินค่ามิได้ในครั้งนี้ให้กับดิฉันด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง
ขอแสดงความนับถือย่างสูง

(นางสาวจุฑามาศ อุณาศรี)
มารดา ด.ญ.นนธิชา อรรถานนท์


จะครบ 100 วัน ในวันที่ 20 ตุลาคาม 2556

ช่วยกันแชร์ด้วยนะครับ ขอร้อง ครับ


potatosnack

น่าเห็นใจมากครับ ... ช่วยแชร์ให้แล้วนะครับ

ขอแสดงความเสียใจกับญาติๆของน้องด้วยนะครับ ขอให้น้องไปสู่สุขติครับ

BrainFreeze

# จัดไป Promo Code ลด 11% : THAISEOBOARD
# [direct=https://www.hostatom.com]hostatom.com[/direct] |โฮสอะตอม - เว็บโฮสติ้งที่ Webmaster มืออาชีพไว้วางใจ
# [direct=https://www.hostatom.com/web-hosting]Web Hosting[/direct] | [direct=https://www.hostatom.com/cloud-vps]Cloud VPS[/direct] | [direct=https://www.hostatom.com/reseller-hosting]Reseller Hosting[/direct] | [direct=https://www.hostatom.com/domain-name]Domain Name[/direct]
# บริการ 24x7 | รับประกันความพอใจยินดีคืนเงิน | Uptime 99.9% | โทร : 0-2107-3466

peetnawapol


builderinfos.com