แบ่งปันแนวทางการทำเว็บ brand

เริ่มโดย bubbleball, 11 เมษายน 2012, 13:17:06

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

bubbleball

เนื่องจากตะกี้โพสต์ตอบกระทู้หนึ่งไป แต่ถูกล๊อกไว้ เพราะเจ้าของกระทู้มีดราม่ากับคู่กรณี เลยเปิดเป็นกระทู้ใหม่แทนละกัน

ใครมีอะไรจะแชร์หรือแบ่งกันก็ลองดูนะครับ (จะต่างกับกระทู้คุณ maidai เพราะเน้นที่แนวคิดมากกว่าเรื่อง seo)

1. การเลือกทำเว็บ

1.1. เป็นงานอดิเรกของตัวเอง -->ทำบ่อย, ชอบโดยส่วนตัว
1.2. เป็นงานอดิเรกของผู้อื่น -->ไม่ได้ทำ แต่มีหลายๆคนชอบทำ
1.3. ทั้งสองข้อ

2.การค้นหาข้อมูล
2.1. ข้อมูลจากตัวเอง -->รีวิว, วิเคราะห์, แสดงความคิดเห็นหรือทรรศนะ
2.2. หาข้อมูลเพิ่ม --> เจาะลึกประวัติ, ลงลึกในรายละเอียด
2.3. ทั้งสองข้อ

3. การอัพเดทเนื้อหา
3.1. อัพเดทเนื้อหาเอง --> ตาม 2.1,2.2
3.2. คนอื่นอัพเดทเนื้อหาให้ --> ว่าจ้างทีมงาน, สร้างคอมมิวนิตี้และการมีส่วนร่วมจากสมาชิก, จัดกิจกรรมนำร่อง
3.3. ทั้งสองข้อ

สำหรับผมเลือกทำเว็บตาม 1.3, 2.3, 3.3 ครับ

ปรับเปลี่ยนหัวข้อเพื่อความเหมาะสมกับห้องใหม่

bubbleball

เมื่อคุณทำเว็บ

สิ่งแรกที่คุณต้องดูคือ เนื้อหา (content)

เนื้อหาแบ่งออกเป็น  บทความ, ภาพนิ่ง, สื่อเคลื่อนไหว

ถ้าเป็นบทความ ดูว่าเขียนเองได้ไหม
ถ้าเป็นภาพนิ่ง ต้องถ่ายเองไหม , หาซื้อได้หรือไม่ , มีของฟรีนำมาใช้ได้เลยหรือเปล่า
ถ้าเป็นสื่อเคลื่อนไหว เช่น animation, video ก็กรณีเดียวกับภาพนิ่ง

สิ่งที่คุณต้องคำนึงคือ ข้อมูลเหล่านี้ จะต้องสามารถสร้างขึ้นมาได้เรื่อยๆ เพื่ออัพเดทเว็บได้ตลอด

หากคุณจะทำการรีวิว  คุณต้องดูว่า สิ่งที่คุณจะรีวิวนั้น
1. คุณใช้เองอยู่แล้วหรือไม่
2. ขอจากบริษัทมาได้หรือไม่
3. สามารถทำได้เลย โดยไม่ต้องตรงกับเงื่อนไข 2 ข้อแรก

จากข้อที่แล้ว เราจะต้องจำแนกว่าผลิตภัณฑ์ คืออะไร
1. เป็นสื่อ หรือข้อมูลข่าวสาร
2. เป็นสินค้าผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้

ถ้าเป็นสื่อหรือข้อมูลข่าวสาร เงื่อนไขข้อจำกัดของคุณจะลดน้อยลง
แต่ถ้าเป็นสินค้า คุณจะต้องถามว่า คุณใช้เองอยู่แล้ว หรือ ขอจากบริษัทมาได้หรือไม่ (ถ้าไม่ได้อยู่ในสองข้อนี้ จะเป็นการนั่งเทียนเขียนหรือคุณต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมรวบรวมเยอะ และต้องเขียนให้เนียนๆ)

ถ้าคุณทำเว็บเชิงข้อมูลเนื้อหา ความรู้ ที่เป็นประโยชน์ ก็พิจารณาไปตามผลิตภัณฑ์นั้นๆอีกที

สุดท้าย
การวิเคราะห์กิจกรรม ต่อ เนื้อหาของคุณ
เมื่อคุณมีเนื้อหา คุณจะต้องเลือกดูว่า สามารถสร้างกิจกรรมอะไรกับเนื้อหาของคุณได้บ้าง

อาทิเช่น รูปภาพ  รูปภาพนี้นำไปใช้ในลักษณะใด นำไปตกแต่ง, นำไปวิพากวิจาาณ์ แสดงความคิดเห็น, การถูกนำไปบอกต่อ เพื่อสร้างทราฟฟิคกลับมายังเว็บ

หรือบทความ อ่านแล้วเกิดการถกประเด็นต่อหรือไม่ หรือ อ่านแล้วได้ความรู้ก็จบไป หรือ ถูกนำไปแชร์ต่อเพราะน่าสนใจ

WPDSign

ลงชื่อเดี่ยวมาอ่าน
ผมเริ่มเปลี่ยนแนวคิดแล้วเหมือนกัน

thank ครับ
สร้างบ้าน Modern [direct=https://casa-concept1.com/]แบบบ้านโมเดิร์น[/direct] มาแรง
» ต้องการสร้างบ้านดูแบบบ้านสวยๆ [direct=http://www.architect-bkk.com/แบบบ้านสองชั้น]แบบบ้านสองชั้น[/direct] ทุกสไลต์บริการ[direct=http://www.ideaican.com/]รับสร้างบ้าน[/direct] ใครฝันอย่างสร้างบ้านสไตล์รีสอร์ท มี[direct=https://แบบบ้านสไตล์รีสอร์ท.blogspot.com]แบบบ้านสไตล์รีสอร์ท[/direct]พร้อมก่อสร้าง ลงประกาศขายบ้านที่ [direct=http://www.classified108.com/]ลงประกาศ[/direct]

WP newbie

อ้างถึงจาก: bubbleball ใน 11 เมษายน 2012, 13:18:02
เมื่อคุณทำเว็บ

สิ่งแรกที่คุณต้องดูคือ เนื้อหา (content)

เนื้อหาแบ่งออกเป็น  บทความ, ภาพนิ่ง, สื่อเคลื่อนไหว

ถ้าเป็นบทความ ดูว่าเขียนเองได้ไหม
ถ้าเป็นภาพนิ่ง ต้องถ่ายเองไหม , หาซื้อได้หรือไม่ , มีของฟรีนำมาใช้ได้เลยหรือเปล่า
ถ้าเป็นสื่อเคลื่อนไหว เช่น animation, video ก็กรณีเดียวกับภาพนิ่ง

สิ่งที่คุณต้องคำนึงคือ ข้อมูลเหล่านี้ จะต้องสามารถสร้างขึ้นมาได้เรื่อยๆ เพื่ออัพเดทเว็บได้ตลอด

หากคุณจะทำการรีวิว  คุณต้องดูว่า สิ่งที่คุณจะรีวิวนั้น
1. คุณใช้เองอยู่แล้วหรือไม่
2. ขอจากบริษัทมาได้หรือไม่
3. สามารถทำได้เลย โดยไม่ต้องตรงกับเงื่อนไข 2 ข้อแรก

จากข้อที่แล้ว เราจะต้องจำแนกว่าผลิตภัณฑ์ คืออะไร
1. เป็นสื่อ หรือข้อมูลข่าวสาร
2. เป็นสินค้าผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้

ถ้าเป็นสื่อหรือข้อมูลข่าวสาร เงื่อนไขข้อจำกัดของคุณจะลดน้อยลง
แต่ถ้าเป็นสินค้า คุณจะต้องถามว่า คุณใช้เองอยู่แล้ว หรือ ขอจากบริษัทมาได้หรือไม่ (ถ้าไม่ได้อยู่ในสองข้อนี้ จะเป็นการนั่งเทียนเขียนหรือคุณต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมรวบรวมเยอะ และต้องเขียนให้เนียนๆ)

ถ้าคุณทำเว็บเชิงข้อมูลเนื้อหา ความรู้ ที่เป็นประโยชน์ ก็พิจารณาไปตามผลิตภัณฑ์นั้นๆอีกที

สุดท้าย
การวิเคราะห์กิจกรรม ต่อ เนื้อหาของคุณ
เมื่อคุณมีเนื้อหา คุณจะต้องเลือกดูว่า สามารถสร้างกิจกรรมอะไรกับเนื้อหาของคุณได้บ้าง

อาทิเช่น รูปภาพ  รูปภาพนี้นำไปใช้ในลักษณะใด นำไปตกแต่ง, นำไปวิพากวิจาาณ์ แสดงความคิดเห็น, การถูกนำไปบอกต่อ เพื่อสร้างทราฟฟิคกลับมายังเว็บ

หรือบทความ อ่านแล้วเกิดการถกประเด็นต่อหรือไม่ หรือ อ่านแล้วได้ความรู้ก็จบไป หรือ ถูกนำไปแชร์ต่อเพราะน่าสนใจ


ขอบคุณครับ  :wanwan017:

tdelphi


jhinseehongtae

รวมศูนย์บริการด้านรถยนต์ [direct=http://www.thaiservicecar.com]รถมือสอง[/direct]  [direct=http://www.thaiservicecar.com]ร้านล้างรถ[/direct] [direct=http://www.bcd-construction.com/]รับเหมาก่อสร้าง[/direct] [direct=http://xn---2014-w6q4jkda2f8l.com/]บอลโลก2014[/direct]

Irsaro

[direct=https://www.hs3lzx.com/qrcode/]qr code[/direct]

maidai

มาเจิมรออ่านครับ  :wanwan017: เด๋วค่อยกลับมาโพส

smile_yim

เยี่ยมมากครับ
แจกแจงเป็นหัวข้อได้ตรงประเด็นมากครับ

bubbleball

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันก็ได้ครับ จริงๆผมก็เพิ่งตอบไปสองโพสต์แค่นั้นเองในกระทู้นั้น อิๆ

หรือถ้ามีข้อสงสัย ว่าควรจะทำอะไรยังไง ก็ตั้งคำถามไว้ เพื่อให้มีการคุยกันในหัวข้อใหม่ๆ

MD.18

กำลังจะตอบ กระทู้เมื่อกี้ โดนล๊อค แล้วว *  *

การทำเว็บคง ต้องได้ไอเดีย แปลกๆเข้าไปรวมอยู่ในไอเดีย แบบปกติ ด้วยนะ เพราะถ้าเราต่างแบบหลุดโลกเราก็คงเข้าใจคนเดียว เราควรจะสร้างความต่างให้เป็นเอกลักษณ์ที่น่าจดจำ เพราะการสร้างความน่าจดจำให้ลูกค้านั้น ถือเป็น สิ่งที่การตลาดต้องการ เมื่อผู้บริโภครับรู้และจดจำและกลับมาใช้งานใหม่ มันจะเกิดความ ภัคดีต่อแบรนด์ เว็บเรา

ไม่ว่าจะเป็น เว็บประเภทไหน เราลองจับสักแนวมาพลิกซ้ายๆ ขวาๆ หน้าๆ หลังๆ ลองมองต่างมุม แล้วเราอาจจะเห็น จุดที่เป็นโอกาสของเรา เพราะผมเชื่อเสมอว่า "ไอเดียเรา ย่อม ดีกว่าไอเดียคนอื่น เสมอ"  เพราะสิ่งที่น้อยที่สุดคือเราได้คิดเอง ได้พัฒนาแนวความคิดเอง 

ยกตัวอย่างละกัน เอาเป็นเว็บ แนวขายรูปภาพละกัน  ปกติก็จะต้องเป็นนักถ่ายภาพมาขาย ใช่ไหม  แต่ผมคิดว่าปัจจุบัน เรื่องลิขสิทธิ์รูปภาพ เป็นที่น่าจับตามองมากที่สุด เพราะใช้รูปคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้ามาทำเว็บ อาจจะไม่เป็นผลดี  งั้นเราลอง ทำเว็บสำหรับขายรูปขึ้นมา  โดยหลักการคือ ซื้อขายรูป โดยใช้โซเซี่ยลเป็นตัวขับเคลื่อนการให้คนส่งรูปมาขายเพื่อให้มากพอ สำหรับความต้องการของเว็บมาสเตอร์ที่จะมีสูงขึ้นในอนาคต  แต่ปัญหาของเว็บขายรูปคือ  มาตรฐานที่สูง รูปที่ผ่านจะต้องใช้กล้องและความสามารถในการถ่ายด้วย  เราลองทำแบบไม่เหมือนใคร คือ เป็น เว็บที่ ขายรูปทุกชนิด ถ่ายจากอุปกรณ์ใดก็ได้แต่ก็ต้องกำหนดขนาดให้เหมาะสม และเน้นราคาถูก  รูปทุกรูปมันจะมีความหมายในตัวเราเอง และทำเป็นแอพผ่านเฟสบุ๊ค ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องง่าย เมื่อถ่ายรูปเสร็จก็นำมาขายที่ แอพ เรา  ราคารูปละ 5 บาท 10 บาท ก็โอเคละ

ยิ่งพวกรูปแฟชั่น หรือ นางแบบต่างๆอ่ะ  ถ่ายมา ขายได้แน่นอน   กลัวจะยาววววว   :P  เดี๋ยวคนไม่อ่านกัน

หนึ่งแนวทางครับ  ขอบคุณครับ  :wanwan017:

ปล.ถ้ามีใครอยากได้ไอเดียอีก เดี๋ยวช่วยแชร์ครับ
ติดต่อทางเมล์ [email protected] by ทวีศักดิ์  line : 0862600055
[direct=https://imd18.com] [/direct]
คิวงานว่าง !!

WP newbie

อ้างถึงสุดท้าย
การวิเคราะห์กิจกรรม ต่อ เนื้อหาของคุณ
เมื่อคุณมีเนื้อหา คุณจะต้องเลือกดูว่า สามารถสร้างกิจกรรมอะไรกับเนื้อหาของคุณได้บ้าง

อาทิ เช่น รูปภาพ  รูปภาพนี้นำไปใช้ในลักษณะใด นำไปตกแต่ง, นำไปวิพากวิจาาณ์ แสดงความคิดเห็น, การถูกนำไปบอกต่อ เพื่อสร้างทราฟฟิคกลับมายังเว็บ

หรือบทความ อ่านแล้วเกิดการถกประเด็นต่อหรือไม่ หรือ อ่านแล้วได้ความรู้ก็จบไป หรือ ถูกนำไปแชร์ต่อเพราะน่าสนใจ

การถูกนำไปแชร์นี่หมายถึง ให้คนอื่นแชร์เนื้อหาของเราอย่างเดียวรึเปล่าครับ พี่บอล ถ้าเราแชร์เอง (ไปโพสตามบอร์ด ประกาศ) นี่พี่บอลคิดว่าไงครับ


bubbleball

อ้างถึงจาก: WP newbie ใน 11 เมษายน 2012, 13:42:22
อ้างถึงสุดท้าย
การวิเคราะห์กิจกรรม ต่อ เนื้อหาของคุณ
เมื่อคุณมีเนื้อหา คุณจะต้องเลือกดูว่า สามารถสร้างกิจกรรมอะไรกับเนื้อหาของคุณได้บ้าง

อาทิ เช่น รูปภาพ  รูปภาพนี้นำไปใช้ในลักษณะใด นำไปตกแต่ง, นำไปวิพากวิจาาณ์ แสดงความคิดเห็น, การถูกนำไปบอกต่อ เพื่อสร้างทราฟฟิคกลับมายังเว็บ

หรือบทความ อ่านแล้วเกิดการถกประเด็นต่อหรือไม่ หรือ อ่านแล้วได้ความรู้ก็จบไป หรือ ถูกนำไปแชร์ต่อเพราะน่าสนใจ

การถูกนำไปแชร์นี่หมายถึง ให้คนอื่นแชร์เนื้อหาของเราอย่างเดียวรึเปล่าครับ พี่บอล ถ้าเราแชร์เอง (ไปโพสตามบอร์ด ประกาศ) นี่พี่บอลคิดว่าไงครับ

ถ้าเราแชร์เองผมมองว่า นั่นเรากำลังทำ seo หรือหาทราฟฟิคเพิ่มมากกว่าอ่ะครับ ในที่นี้หมายถึงตัวสมาชิกแชร์ของเขาเอง ฉะนั้นเราจะต้องโฟกัสในเนื้อหาของเราเองว่ามันน่าสนใจไหม

bubbleball

การจำแนกประเภทของผลิตภัณฑ์หรือเนื้อหา จากความชื่นชอบของตัวสมาชิก

มักจะมีคำถามเกิดขึ้นบ่อยครั้งว่า จะทำเว็บวาไรตี้ดี หรือเป็นแนวเฉพาะเจาะจง ไปเลยดี

พอพูดถึงคำว่าวาไรตี้ คนก็จะคิดว่า ทำเว็บกว้างๆแบบ บันเทิง ละคร ดูหนัง อะไรแบบนี้
ส่วนเว็บแนวเฉพาะเจาะจง ก็เช่น หยิบมาสักเรื่องที่เราสนใจ แล้วใส่ใจรายละเอียดแบบลึกๆ

แต่จริงๆแล้ว คุณสามารถทำเว็บสายเฉพาะทางหรือเจาะจง ให้เป็นวาไรตี้ได้ครับ

บางคนนึกไม่ออก ก็เลยลองไปทำเว็บของตัวเองให้เป็นแบบคอนเซปต์เฉพาะทางแต่แตกสายย่อยออกมาเฉยๆ โดยไม่มองจุดร่วมที่ซ้ำซ้อนกันอยู่

ผมจะยกตัวอย่างเช่น

ผมเปิดเว็บขึ้นมาสักตัว เช่นเว็บฟังเพลง ผมเปิดบอร์ดขึ้นมา แล้วก็แตกออกมาเป็นห้องย่อยๆ เช่น  ฟังเพลงร็อค ฟังเพลงป๊อป ฟังเพลงแจ๊ส ซึ่งโอเคคุณทำได้นะครับไม่ผิด แต่คุณจะทำแบบนี้ก็ต่อเมื่อสมาชิกของคุณมีจำนวนมาก และมากพอจนจะแยกออกมาเป็นสายย่อยๆแบบนี้ได้ เพราะบางทีคุณต้องดูด้วยว่า คนฟังเพลง ก็ฟังเพลงได้หลายๆแนว บางทีเขาก็ไม่จำเป็นต้องเข้าห้องแยกไปเลย

แต่การทำเว็บเฉพาะทาง ให้เป็นวาไรตี้ในมุมมองของผมก็คือ

การหานิยามคอนเซปต์ หรือเป็นแบรนด์ขึ้นมา เพื่อให้รู้ว่า เว็บของคุณอยู่ในความสนใจของคนกลุ่มไหน แล้วก็แยกให้เป็นวาไรตี้จากสิ่งที่เขาชื่นชอบ

ผมจะยกตัวอย่างเช่น ผมเปิดเว็บขึ้นมาเกี่ยวกับ otaku
ทีแรกผมอาจจะโฟกัส ของกลุ่มคนอ่านการ์ตูนก่อน เสร็จแล้วผมก็จะดุว่า ในกลุ่มสายนี้ เขามีงานอดิเรกความชื่นชอบแนวอื่นไหม เช่นคนนี้ชอบคอสเพลย์ คนนี้ชอบเล่นเกม  ฉะนั้นผมก็ค่อยแยกย่อยออกมาเป็นกลุ่มเฉพาะเจาะจงอีกที

ฉะนั้นผมแยกสายย่อยด้วยความชื่นชอบที่ต่างออกไปของเขา หรืองานอดิเรกของเขา แต่ไม่ใช่การแยกย่อยด้วยประเภทของสื่อที่เขารับฟังคนละประเภท นะครับ

จะเห็นว่า เราเพิ่มกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ภายใต้คอนเซปต์เดียวกันได้ ทำให้มันเป็นวาไรตี้ได้เช่นกัน เพียงแต่คุณต้องหาอะไรสักอย่างมาเป็นจุดร่วม หรือนิยามขึ้นมาเอง แล้วผลักดันให้มันเป็นแบรนด์ที่เข้าใจได้ว่า คนเข้าเว็บนี้คือคนที่่เข้ามาทำอะไร

ผมเห็นหลายๆคนชอบพลาดเรื่องนี้ เปิดห้องทีเยอะๆ แยกยิบย่อยมาเกินไป ซึ่งบางทีการแยกยิบย่อยมาเกินไปแต่แรกจะทำให้เว็บคุณเป็นแค่เว็บจับฉ่ายที่ขาดเอกลักษณ์ครับ โดยเฉพาะการแยกประเภทที่มีความซ้ำซ้อนในตัวเนื้อหาด้วยแล้ว

ถ้าคุณจะเปิดห้องกลอนหล่ะก็ ให้แน่ใจว่าสมาชิกคุณชอบแต่งกลอน หรือมีกระทู้เกี่ยวกับแต่งกลอนขึ้นมา คุณก็ค่อยเปิดห้องเพื่อรองรับคนกลุ่มนั้น ดีกว่าการเปิดขึ้นมาเฉยๆโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะมีคนสนใจจริงๆหรือเปล่า ฉะนั้นเอาแค่พอให้ตรงคอนเซปต์ของเว็บโดยเบื้องต้นครับ ไม่งั้นคนจะโพสต์เพียงแค่เพราะโพสต์ให้ตรงหมวดหมู่ แต่ไอ้การแบ่งหมวดหมู่นั้น ทำให้คนอยู่แบบกระจายตัว และไม่คุยหรือทำความรู้จักกันในช่วงเริ่มต้น

บางทีบางเว็บก็จับจุดร่วมด้วยกลุ่มคนที่อยู่จังหวัดเดียวกันครับ

saikanojo


caremine

ขอบคุณมากเลยครับ ผมก็กำลังจะแยกห้องยิบย่อยแต่ก็กำลังมองว่าจะแยกดีไหมหรือควรดูก่อนว่ามันควรแยกเพราะอะไร

เพราะการแยกห้องผมเห็นได้เลยถึงความต่างในการเข้าอ่านห้องนั้น ๆ คนแทบไม่มี
[direct=http://www.playdn.com/]Dragon nest[/direct] [direct=http://www.playdn.com/]DN[/direct]

bubbleball

การแตกเนื้อหามากเกินไป บางทีจะทำให้คุณสโคปเนื้อหาที่จะอัพเดทไม่ได้ในเบื้องต้น และเพิ่มปริมาณงานมากเกินไปครับผมว่า

คือถ้าเว็บคุณไม่มีเนื้อหานำร่อง ก็จะไม่มีคนติดตาม มันก็ยากที่คุณจะดันคนเข้ามาในบอร์ดให้มาคุยกันเอง

แต่มันก็มีข้อยกเว้นสำหรับเว็บบางประเภท อย่างเช่นเว็บอ่านการ์ตูน เพราะอันนี้มันมีคนที่ติดตามอยู่แล้ว หาข้อมูลได้ง่าย แต่ก็เสี่ยงเรื่องผิดลิขสิทธิ์อยู่สักหน่อย

jiw


maxmail

ยังอ่านไม่จบ เดี๋ยวมาอ่านต่อ ขอบคุณครับ