เมนู

แสดงโพสต์

ส่วนนี้ให้คุณดูโพสต์ทั้งหมดของสมาชิกท่านนี้ (เฉพาะโพสต์ในส่วนที่คุณมีสิทธิ์เข้าถึง)

เมนู แสดงโพสต์

หัวข้อ - stjames

#136

ถ้าพูดถึงเรื่องของเทรนด์ต่างๆ แน่นอนว่ามันมักจะมีการเปลี่ยนไปอยู่เรื่อยๆ โดยวันนี้เราจะมาพูดถึงเทรนด์การออกแบบเว็บไซต์ในปี 2018 ที่นักออกแบบไม่ควรพลาด จะได้เรียนรู้และทำความเข้าใจกันว่าเทรนด์ในการออกแบบมีอะไรน่าสนใจบ้าง เพื่อที่จะได้นำไปปรับใช้ ทำให้เว็บไซต์มีความสวยงาม ตามเทรนด์ และตอบโจทย์การใช้งานกับลูกค้าได้อย่างดีนั่นเอง

1. Responsive Mobile First


ในปัจจุบันเทรนด์การเข้าเว็บไซต์ผ่านหน้าจอมือถือมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยขอยกให้เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องนึกถึง ขนาดที่ Google เองก็ยังหันมาให้ความสำคัญกับการออกแบบเว็บไซต์สำหรับมือถือมากขึ้น ฉะนั้นเราควรจะใส่ใจกับการใช้งานบนมือถือให้มาก เน้นเรื่องคุณภาพของหน้าเว็บสำหรับมือถือ รวมถึงการใช้ AMP (Accerelated Mobile Page) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการโหลดหน้าเว็บให้เร็วยิ่งขึ้น

2. ให้ความสำคัญกับหน้าแรก Landing Page


หน้า Landing Page เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะจะเป็นสิ่งแรกที่ผู้ชมจะเห็น คุณจะต้องทำให้คุณโดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่น จะต้องจูงใจให้ผู้เข้าชมอยู่เว็บไซต์ของคุณให้นานที่สุดและเกิดความสนใจในบริการและสินค้าของคุณ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของคุณอย่างใดอย่างหนึ่ง

3. สีสันสดใส โดดเด่น โดนใจทุกเพศทุกวัย


หลายๆ คนอาจจะคิดว่าต้องเป็นสีทึมๆ เท่านั้นถึงจะดูเป็นกลาง แต่หารู้ไม่ว่าสีสันสดใสนี่แหละ คือความลับของการออกแบบเว็บไซต์ให้โดดเด้ง และดูสนุก แต่ในปีนี้ยังไม่มีใครออกมาพูดถึงอย่างเต็มที่ว่าจะเป็นสีโทนไหน แนวไหน อาจจะเป็นเพราะเว็บดีไซน์มีการปรับตัวให้เข้ากับความชอบของลูกค้า หรือสินค้านั้นๆ ค่อนข้างสูง แต่สิ่งที่หลายสำนักพูดตรงกันคือ สีนั้นต้องสดใสขึ้น และหนักแน่น บวกกับการไล่สี ไม่ว่าจะเป็นการไล่สีพื้นหลัง หรือ Overlay บนรูปภาพก็ตาม

4. Parallax Scrolling Website


เว็บไซต์ประเภท Parallax Scrolling หรือที่บางคนเรียกสั้นๆ ว่า Parallax เป็นเว็บที่จะทำให้ผู้ใช้ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเว็บได้มากที่สุด เพราะเราสามารถเล่าเรื่องราวต่างๆไปตามการเคลื่อนที่ของเมาส์ โดยการใช้เทคนิคของการ Scroll Mouse / Trackpad ทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้ความสนใจกับเรื่องราวที่เราต้องการนำเสนอมากขึ้น และรู้สึกสนุกไปกับการท่องเว็บไซต์ ซึ่งเป็นการดึงดูดให้ผู้พบเห็นเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้มากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างเว็บไซต์ http://www.fareastmarble.com/

5. Typography ตัวอักษรใหญ่ๆ เด่นๆ


ตัวอักษรบนเว็บไซต์นั้นเป็นแหล่งที่ให้ข้อมูลกับผู้ใช้ได้ดีเป็นอันดับต้นๆ เพราะอ่านแล้วเข้าใจแบบไม่ต้องตีความ ในยุคปัจบันที่ทุกคนพากันนำเสนอข้อมูลให้กับผู้ใช้ ผ่านตัวอักษร คนที่ปรับตัวและทำให้ผู้ใช้อยากเสพข้อมูลผ่านตัวอักษรที่สวยงามและไม่รู้สึกถูกยัดเยียดได้ คือคนที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง การวางตัวอักษรที่ใหญ่ และหนักแน่นสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็วและแนบเนียน อีกทั้งตัวอักษรที่ใหญ่ และหนักแน่นจะแสดงถึง Mood & Tone ของเว็บไซต์ รวมถึงตัวตนของเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี

ตัวอย่างเว็บไซต์ https://www.apple.com/th/

6. งาน Animation ของมันต้องมี


การออกแบบ Animation บนเว็บไซต์ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ Gif animation, SVG, CSS หรือ APNG เป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้บ่อยบนเว็บไซต์ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทย หรือต่างประเทศ ซึ่งเทรนด์นี้ก็ยังเป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลาย เพื่อดึงดูดความสนใจ หรือเพื่อเน้นส่วนต่างๆ ในเว็บไซต์ แต่ไม่ควรใส่ภาพกราฟิกเคลื่อนไหวมากเกินไป อาจจะก่อให้เกิดความสับสนต่อผู้ใช้งานได้ ดังนั้นเราจึงควรใช้แต่พอดีเน้นในส่วนที่ต้องการเน้นเท่านั้น

7. โฟกัสกับการจัดวาง Layout


ในปี 2018 การออกแบบ Grid Layout จะมีความหลากหลายมากขึ้น เน้นการออกแบบสไตล์ง่ายๆ ที่ใช้พื้นที่สีขาว เรียกว่า Negative Space จะทำให้ตัวคอนเทนต์โดดเด่น และง่ายต่อการอ่าน เทรนด์การออกแบบรูปแบบนี้ยังถนอมดวงตา และทำให้ผู้อ่านใช้เวลาอยู่ในเว็บไซต์ของคุณนานขึ้นอีกด้วย

8. MENU ไม่ต้องอยู่ด้านบนเสมอไป


สำหรับการออกแบบ Tab menu หรือ Navigation Patterns ไม่จำเป็นต้องยึดติดว่าเมนูจะต้องอยู่ด้านบนของเว็บไซต์เสมอไป อาจจะอยู่ทางด้านซ้ายหรือด้านขวา หรืออาจจะซ่อนอยู่ ขอเพียงแค่ผู้ใช้สามารถเห็นได้ชัดเจนและง่ายต่อการใช้งานเท่านั้นพอ

9. สร้างเอกลักษณ์โดยใช้รูปภาพจริง


ปัจจุบันมีเว็บไซต์แจกรูปฟรีเยอะมาก แน่นอนว่าการใส่รูปในเว็ปไซต์ทำให้เว็ปไซต์น่าดึงดูดมากขึ้น แต่การที่ใช้รูปที่ซ้ำกับคนอื่น บางทีก็ส่งผลเสียเช่นกัน เพราะฉะนั้นการใช้รูปที่แตกต่างจากคนอื่น รูปภาพที่ใช้ในการตกแต่งบนเว็บไซต์ ควรจะมุ่งเน้นไปที่รูปถ่ายจริง รูปที่ถ่ายเอง หรือรูปภาพที่ดูเป็นธรรมชาติ มากกว่าการใช้รูปที่เป็นกราฟฟิคหรือ Mock up เพื่อให้ผู้ชมเว็บรู้สึกว่าเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้แบบจริงๆ การหารูปที่มีเอกลักษณ์นอกจากทำให้เว็ปไซต์น่าดึงดูดมากขึ้น ยังสามารถแสดงถึง mood and tone ของสินค้าเราได้อีกด้วย

ตัวอย่างเว็บไซต์ http://www.bkforklift.com/

10. ใช้วีดีโอเรียกความสนใจ


ในเมื่อรูปภาพสามารถแทนคำพูดได้พันคำ แล้ววีดีโอจะสามารถแทนคำพูดได้กี่หมื่นคำ เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าวีดิโอมาแรงจริงๆ ในงานเว็บดีไซน์ช่วงนี้ เพราะนอกจากผู้ใช้จะชอบดูแล้ว ยังมีผลการทดสอบว่า Conversion Rate วีดิโอสูงอีกด้วย นอกจากวีดีโอจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกับการดูรูปนิ่ง ๆ แล้ว วีดีโอก็สามารถช่วยเราเพิ่ม Page Duration ให้กับเว็บไซต์ได้ และยังช่วยในเรื่อง SEO ของเราอีกด้วย

ตัวอย่างเว็บไซต์  http://www.kokchangsafari.com/




ที่มา http://www.atimedesign.com/webdesign/10-trend-web-2018/
#137

Google ประกาศเตรียมปิดบริการย่อชื่อ URL ยอดนิยมอย่าง Goo.gl โดยเว็บไซต์ goo.gl จะเตรียมปิดให้บริการในวันที่ 13 เมษายนนี้ แต่สำหรับผู้ใช้ที่ลงทะเบียนสมัครบริการไว้จะยังคงสามารถใช้บริการ Goo.gl ได้จนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2562 รวมถึงสามารถดูข้อมูล URL Analytics และดาวน์โหลดรายงานได้ หลังจากนั้นระบบของ goo.gl จะหยุดให้บริการอย่างเป็นทางการ

โดยทาง Google ได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่ต้องปิดให้บริการ Goo.gl นั้นก็เพื่อผลักดันให้หันไปใช้ Firebase Dynamic Links (FDL) ซึ่งเป็น URL อัจฉริยะ ที่ช่วยให้สามารถส่งผู้ใช้ไปยัง Location ต่างๆ บน iOS, Android หรือ Web App ได้อย่างง่ายดาย

แต่ถึงแม้ว่า Google จะปิดให้บริการ Goo.gl ไปแล้วแต่ URL ที่เคยถูกย่อไว้อยู่จะยังคงใช้งานได้ตามปกติ เพื่อนๆ สายย่อที่อยากใช้บริการลักษณะนี้ทดแทนก็ลองไปใช้ https://bitly.com ดูก็ได้นะครับ






ที่มา http://www.atimedesign.com/webdesign/url-google/
#138

หลังจากมีกรณีข่าวฉาวที่ Facebook กับ Cambridge Analytica ทำข้อมูลผู้ใช้หลุดกว่า 50 ล้านบัญชีในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นประเด็นเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ที่มีบริษัทนำข้อมูลผู้ใช้งาน Facebook ไปทำแคมเปญหาเสียงทางการเมืองในสหรัฐฯ ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นถกเถียงครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ทั้งในแง่ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานและในแง่การเมืองสหรัฐ ซึ่งสร้างผลกระทบเกี่ยวกับความเชื่อมั่นอยู่มาก มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นาๆ รวมไปถึง Elon Musk นั้นจัดการลบเพจของ SpaceX และ Tesla ทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว

โดยก่อนหน้านี้ Mark Zuckerberg ก็ได้ออกมาพูดแล้ว แต่ทั้งนี้กระแสด้านลบก็ยังคงไม่หายไป ล่าสุดทาง Facebook เลยลงโฆษณาเต็มหน้าในหนังสือพิมพ์ของสหรัฐฯ และอังกฤษ ทั้ง Washington Post, New York Times, Wall Street Journal และหนังสือพิมพ์อังกฤษอีก 6 ราย โดยมีข้อความว่า "เรามีหน้าที่ในการปกป้องข้อมูลของคุณ ถ้าเราทำไม่ได้ เราก็ไม่สมควรได้รับผิดชอบในหน้าที่นี้" และต้องขอโทษที่ไม่จัดการอะไรได้เร็วกว่านี้ และให้คำมั่นสัญญาว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก โดย Facebook ได้ดำเนินการระงับแอปพลิเคชั่นที่เก็บข้อมูลผู้ใช้ และจำกัดข้อมูลที่แอพภายนอกจะเข้าถึงได้เรียบร้อยแล้ว



ที่มา http://www.atimedesign.com/webdesign/facebook-cambridge-analytica/
#139

หลังจากที่ เงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เป็นที่รู้จักในฐานะสินทรัพย์บนระบบออนไลน์ หลายคนก็เริ่มสนใจการลงทุนในเงินดิจิทัล ทั้งที่แนวคิดดั้งเดิมของเงินดิจิทัลคือการนำมาใช้งานได้จริง สามารถใช้ซื้อขายสินค้าในระบบออนไลน์ได้ แต่แนวคิดดั้งเดิมดูเหมือนจะเป็นไม่ได้ เมื่อไม่มีสถาบันการเงินที่ใดในโลกยอมรับเงินดิจทัลเป็นสกุลเงินที่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย

แต่แนวความคิดดั้งเดิมนั้นกำลังจะกลับมา เมื่อ บริษัท บาทฟินเทค เตรียมแผนระดมทุน Initial Coin Offering (ICO) ด้วยการออกเหรียญ Token จำนวน 300 ล้านเหรียญในมูลค่าเริ่มต้นที่ 3 บาทต่อเหรียญโดยการระดมทุนครั้งนี้เพื่อนำไปพัฒนาระบบ "ไทยบาทดิจิทัล" ซึ่งเป็นระบบการชำระเงินดิจิทัลผ่านเทคโนโลยี Blockchain และระบบดังกล่าวจะอยู่ในแพลตฟอร์มการซื้อขายออนไลน์ โดยจะเปิดซื้อขายในรอบ Pre-Sale ในวันที่30 มีนาคมนี้และจะเริ่มขายจริงตั้งแต่ 30 เมษายนเป็นต้นไป

นั่นหมายถึงหากระบบไทยบาทดิจิทัลทำได้สำเร็จ จะสามารถนำเงินดิจิทัลไปซื้อขายสินค้าออนไลน์ได้เช่นเดียวกับเงินในบัญชีธนาคารบัตรเครดิตหรือใน e-Wallet โดยผ่านเทคโนโลยี Blockchain ที่อธิบายคร่าวๆ ได้ว่า เมื่อผู้ซื้อโอนเงินไปที่ผู้ขายผ่าน e-Wallet ระบบเงินของผู้ซื้อจะถูกหักจากบัญชีและขึ้นสถานะรอการยืนยันที่บัญชีผู้ขาย ลักษณะคล้ายกับเช็คที่ต้องรอเคลียริ่ง เมื่อผู้ซื้อได้รับสินค้าตรงตามที่ตกลง ระบบไทยบาทดิจิทัลจะโอนเงินเข้าบัญชีผู้ขายโดยสมบูรณ์ แต่ถ้าเกิดข้อผิดพลาดในการทำการซื้อขาย ระบบก็ะทำการคืนเงินให้กับผู้ซื้อโดยอัตโนมัติ

เนื่องจากยอดการเติบโตของ e-Commerce ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มิจฉาชีพสบช่องว่างก่อปัญหาหลอกลวงมากกว่า 30% ของยอดรายการซื้อขาย e-Commerce และเป็นปัญหาหลักที่ขัดขวางการเติบโตของ e-Commerce ขณะที่การซื้อขายส่วนใหญ่มีมูลค่าต่อบิลไม่สูงมากนัก จึงไม่คุ้มกับการฟ้องร้องทางกฎหมาย

การนำเทคโนโลยี Blockchain เข้ามาใช้ในระบบไทยบาทดิจิทัล ช่วยให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมจำนวนมาก จากเดิมที่การใช้บัตรเครดิตและ PayPal ผู้ขายจะถูกหักค่าธรรมเนียม 2%-6% ในทุกธุรกรรม โดยบริษัทที่ออกบัตรเครดิตได้ส่วนแบ่ง 4% และให้คืนผู้ใช้บัตร 1% โดยระบบไทยบาทดิจิทัลจะคิดค่าธรรมเนียมเพียง 0.1% และจะเข้ามาจัดการความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

คาดการณ์ว่าในปี 2561 จะมีการใช้ระบบไทยบาทดิจิทัลประมาณ 5% ของมูลค่า e-Commerce ในประเทศไทยหรือประมาณ 70,000 ล้านบาท และระบบไทยบาทดิจิทัลจะช่วยลดปัญหาการหลอกลวงใน e-Commerce ลดลงถึง 100% นอกจากนี้ยังคาดว่าภายใน 5ปีจะมีการใช้ระบบไทยบาทดิจิทัลครอบคลุม 50% ของตลาดทั้งหมด

ไม่เพียงเท่านี้ บาทฟินเทคยังได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับAdvice ผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที รวมถึงการขายสินค้าไอทีผ่าน e-Commerce ใน Advice Online ซึ่งจะนำระบบไทยบาทดิจิทัลเข้ามาช่วยในเรื่องระบบการชำระเงิน นอกจากนี้ยังเป้นครั้งแรกที่จะนำเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) มาซื้อขายสินค้าในระบบ

ที่มา https://www.marketingoops.com/news/biz-news/bahtfintech-funds-ico/
#140
ถ้าพูดถึง Copyright แล้วคนส่วนใหญ่ก็คงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี กับสัญลักษณ์วงกลมแล้วมีตัว C อยู่ข้างใน หรือที่เรารู้จักกันในนามลิขสิทธิ์ โดยลิขสิทธิ์เป็นกฏหมายที่จะคุ้มครองผู้คิดค้นให้ได้รับสิทธิในการใช้งาน และการจำหน่าย ที่เป็นสิทธิแต่ผู้เดียวที่กฎหมายรับรองให้ผู้สร้างสรรค์กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ตนได้ทำขึ้น อันได้แก่ สิทธิที่จะทำซ้ำ ดัดแปลง หรือนำออกโฆษณา ไม่ว่าในรูปลักษณะอย่างใดหรือวิธีใด รวมทั้งอนุญาตให้ผู้อื่นนำงานนั้นไปทำเช่นว่านั้นด้วย


ส่วนที่เราจะมาทำความรู้กันในวันนี้ นั่นก็คือ Copyleft หรือที่เรียกง่ายๆ ว่าลิขสิทธิ์ซ้าย แค่เห็นก็น่าจะเดาได้ไม่ยากว่าเป็นคำที่จงใจล้อเลียนกับคำว่า Copyright แม้แต่สัญลักษณ์ยังคล้ายกัน แค่กลับด้านของตัวอักษร "C" เท่านั้นเอง ซึ่ง Copyleft นั้นหมายถึงกลุ่มของสัญญาอนุญาต ของสิ่งต่าง ๆ รวมทั้ง ซอฟต์แวร์ เอกสาร เพลง ศิลปะ โดยอ้างอิงตามกฎหมายลิขสิทธิ์เป็น แนวเปรียบเทียบ ในการจำกัดสิทธิในการคัดลอกงาน และเผยแพร่งาน หรือพูดง่ายๆ ว่า Copyleft เป็นสัญลักษณ์ที่มอบเสรีภาพให้ทุกคน สามารถคัดลอก ดัดแปลง ปรับปรุง และจำหน่ายงานได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องยังคงรักษาเสรีภาพเดียวกันนี้ในงานที่ดัดแปลงแก้ไขมา

ซึ่งลักษณะพิเศษของ copyleft ก็คือ การที่เจ้าของลิขสิทธิ์ยอมสละสิทธิบางอย่างที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์ และอนุญาตให้ผู้อื่นนำผลงานสร้างสรรค์ของตนไปใช้งานได้ในระดับต่างๆ ได้แก่ อนุญาตให้ใช้ซ้ำ อนุญาตให้ใช้ซ้ำและแก้ไขได้ สามารถใช้ซ้ำในงานที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ และ สามารถใช้ซ้ำในงานที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์และแก้ไขได้ ดังนั้น Copyleft ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับ Copyright โดยสิ้นเชิง แต่เป็นความพยายามเสนอทางเลือกที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์ในสังคมมากกว่าระบบลิขสิทธิ์แบบเดิม
#141

ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ เมื่อผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คุณ วิรไท สันติประภพ ออกมาเปิดเผยถึงการดำเนินโครงการสร้างเหรียญ Cryptocurrency เป็นของตัวเองโดยได้รับความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ด้วยกันในประเทศอีก 5 แห่ง บนเทคโนโลยี Blockchain ภายใต้ชื่อโครงการ "อินทนนท์" (คาดว่ามาจากยอดดอยที่สูงที่สุดของไทย) ในงาน Bangkok Fintech Fair 2018 ที่เพิ่งผ่านมานี้


ทั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยลดต้นทุนในด้านการเงินอย่างเช่นผู้ตรวจสอบที่เป็นตัวกลาง และรวมถึงการดูแลรักษาเงินสดอีกด้วย ซึ่งเหรียญคริปโตบาทนี้จะนำมาใช้เพื่อการทำธุรกรรมระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ในประเทศ

โดยเหรียญดังกล่าวจะใช้เทคโนโลยี Blockchain มาช่วยเก็บข้อมูลธุรกรรมเหมือนๆ กับ Bitcoin และสกุล Cryptocurrency อื่นๆ แต่รายงานก็ไม่ได้เปิดเผยว่าเหรียญที่ว่านี้สามารถที่จะขุดได้หรือไม่ สามารถนำไปเทรดหรือซื้อขายบนกระดานเทรดเหรียญคริปโตทั่วไปได้หรือเปล่า และจะรันอยู่บน Blokchain สาธารณะหรือส่วนตัวก็ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด

แต่ทางแบงค์ชาติคอนเฟิร์มว่าสกุลเงินดังกล่าวจะไม่นำมาใช้กับประชาชนทั่วไปในตอนนี้อย่างแน่นอน โดยทาง ธปท. มั่นใจว่าเป็นระบบที่มีความปลอดภัยสูงสุด แถมยังช่วยให้การทำธุรกรรมการเงินระหว่างธนาคารพาณิชย์ใช้ระยะเวลาน้อยลง และยังสะดวกสามารถทำธุรกรรมการเงินระหว่างธนาคารพาณิชย์ได้ตลอด 24 ชม.


เครดิต http://www.atimedesign.com/webdesign/crypto-bath-thailand/
#142

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดกระแสวิพากย์วิจารณ์กันอย่างยกใหญ่ เพราะอยู่ๆ Facebook ก็แนะนำวิดีโอโป๊ การล่วงละเมิดเด็กขึ้นมาในช่องค้นหา โดยมีผู้ใช้งาน Facebook ได้โพสต์ในทวิตเตอร์ว่าเวลาพิมพ์ที่ช่องค้นหาบน Facebook ว่า "Video of" แต่ผลการค้นหาดันไปเจอคลิปการร่วมเพศมาให้ ซึ่งทำให้ Facebook ได้ออกมายอมรับว่ามันเป็นข้อผิดพลาดโดยกล่าวว่า ไม่มีได้มีเจตนาที่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้


อย่างไรก็ตาม ทาง Facebook ได้ออกมาขอโทษแล้วพร้อมบอกว่าทางบริษัทกำลังหาต้นตอว่าทำไมข้อความเหล่านั้นถึงปรากฏให้เห็นได้ และได้ลบการแนะนำวิดีโอจากการค้นหาออกไปแล้ว และกำลังพัฒนาคุณภาพในการแสดงคำค้นแนะนำให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งข้อความคำค้นที่โชว์ให้เห็นก็เป็นสิ่งที่มาจากการค้นหาของผู้ใช้งานนั่นเอง เพราะ Facebook ไม่อนุญาตให้มีภาพที่เกี่ยวกับเรื่องทางเพศเด็ดขาด และพยายามที่จะกำจัดเนื้อหาเหล่านี้ออกจากแพลตฟอร์มของตนเองให้มากที่สุด

#143

นักวิจัยด้านความปลอดภัย Troy Mursch ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของสคริปต์ขุดเหมืองประเภท crypto-jacking ที่กำลังลุกลามบนเว็บไซต์มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจากการใช้เครื่องมือค้นหารหัส PublicWWW ในการสแกนเว็บไซต์นั้นปรากฎว่าพบเว็บไซต์ที่ถูกฝังมัลแวร์ประเภทนี้ถึง 48,953 ราย ในจำนวนนี้ WordPress อย่างเดียวก็โดนไปถึง 7,368 เว็บไซต์

โดยจากการวิจัยได้พบว่า "Coinhive" เป็นสคริปต์ในการขุดที่เจอมากที่สุด ซึ่งมีทั้งหมดเกือบ 40,000 เว็บไซต์ที่ติดไวรัส คิดเป็น 81% จากที่บันทึกไว้ทั้งหมด ในขณะที่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วพบอยู่ที่ 30,000 เว็บไซต์ ซึ่งเพิ่มขี้นมาอย่างมาก ยังไงเพื่อนๆ ก็เตรียมตัวหาวิธีป้องกันเอาไว้ให้ดีนะจ๊ะ โดยส่วนตัวผู้เขียนนั้นใช้ส่วนเสริมของ Nocoin ก็โอเคอยู่นะ




ที่มา http://www.atimedesign.com/webdesign/wordpress-crypto/
#144

เนื่องจากทุกวันที่ 10 มีนาคมของทุกๆ ปี จะเป็นวันครบรอบของมาริโอ โดยอ้างอิงจากวันที่แบบอเมริกาที่เขียนว่า Mar10 ที่ดูอีกนัยนึงจะกลายเป็นคำว่า มาริโอ ได้เหมือนกัน ซึ่งในปีนี้ Google ก็ได้ร่วมมือกับทาง Nintendo เพื่อนำมาริโอมาใช้นำทางใน Google Maps เพื่อเป็นการฉลองวันมาริโอเป็นเวลา 1 สัปดาห์


โดยการเรียกใช้มาริโอมานำทางให้นั้น ก่อนอื่นจะต้องอัปเดตแอปพลิเคชั่น Google Mapsเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดก่อน จากนั้นก็คลิกที่ไอคอน "?" สีเหลืองที่ด้านล่างขวาของแอปฯ จากนั้นก็จะเห็นข้อความเปิดใช้งาน Matio Time! เพื่อให้มาริโอเป็นผู้นำทางให้คุณ


เมื่อเปิดใช้งานแล้วจะพบว่าลูกศรนำทางถูกเปลี่ยนมาเป็นมาริโอแทน โดยมีระยะเวลาในการฉลองถึงวันที่ 17 มีนาคมนี้เท่านั้น อีกทั้ง Google ยังเชิญชวนให้ทุกคนแชร์ภาพนำทาง พร้อมแฮชแท็ก #MarioMaps เพื่อร่วมฉลองด้วย แต่ก่อนที่คุณจะแชร์นั้นต้องระมัดระวังถึงสถานที่ๆจะแชร์ด้วย อย่าเผลอแชร์จากตำแหน่งส่วนตัวเด็ดขาด เพราะอาจจะไม่ปลอดภัยต่อตัวเองได้

#145
มีงานวิจัยเปิดเผยว่าข่าวปลอมบน Twitter มีโอกาสแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่าข่าวจริงมาก โดยเฉพาะข่าวเรื่องการเมือง โดยนักวิจัยได้ทำการเก็บข้อมูลจาก Twitter เป็นระยะเวลา 12 ปีตั้งแต่เริ่มต้น จากนั้นก็ดึงทวีตเกี่ยวกับข่าวที่ได้รับการยืนยันว่าจริงหรือเท็จจากเว็บไซต์ตรวจสอบความจริงอย่าง PolitiFact, Snopes, และอื่นๆ อีกหลายเจ้า ซึ่งจะได้ข้อมูล 126,000 โดยคน 3 ล้านคน และข่าวที่มีการแชร์ 4.5 ล้านครั้ง


ซึ่งจากการผลศึกษาพบว่า ข่าวจริงนั้นนานๆ ครั้งจะกระจายออกไปได้เกินหนึ่งพันคน แต่ว่าข่าวปลอมนั้นการกระจายออกไปให้ถึงหนึ่งหมื่นคน แต่เป็นเรื่องปกติมากซึ่งไม่ใช่เพราะว่าบัญชีที่ทวีตข่าวปลอมนั้นมีอิทธิพลใดๆ หรือมีคนติดตามจำนวนมาก แต่ว่าผู้คนมักจะชอบแชร์อะไรที่ดูน่าสนใจและดูใหม่ โดยเฉพาะข่าวด้านการเมือง

โดยทางด้านนักวิจัยได้ให้ความเห็นว่า Social media อย่าง Twitter และ Facebook ควรจะมีการทำฟังก์ชั่นว่าแหล่งข่าวมีการเผยแพร่ข้อเท็จจริงมากน้อยแค่ไหน หรือควรปรับอัลกอริทึมเพื่อช่วยลดการกระจายของข่าวปลอมให้มากกว่านี้


ที่มา http://www.atimedesign.com/webdesign/twitter-fake-news/
#146
วันนี้เราเขียนบทความ และก็ได้ประชาสัมพันธ์บทความไปหลายๆ แห่ง ซึ่งได้พบว่ายอดวิวใน wordpress กลายเป็น 0 (สำหรับธีมที่โชว์ยอดวิวนะครับ) เปรียบเทียบกับ google analytics มันคนละเรื่อง ก็เลยตั้งข้อสงสัยว่าเราทำอะไรไปหว่า ก็นึกออกได้ว่าเมื่อสองวันก่อนลงปลั๊กอิน Breeze เพื่อที่จะทำให้เว็บไซต์เร็วขึ้น ก็เลยลองทำการปิดมัน ปรากฏว่ามารีเฟรชบทความอีกครั้งยอดวิวมาและ

ปล. ของฟรีย่อมมีบั๊ก
#147

จริงอยู่ที่ว่าการทำ Content Marketing นั้นไม่มีหลักตายตัว แต่นักการตลาดส่วนใหญ่มักคิดและเข้าใจว่าการทำ Content นั้นต้องสั้นๆ ถึงจะได้ผลตอบรับที่ดี เพราะคนอ่านไม่ชอบเนื้อหาหรือบทความที่เยอะๆ ยาวๆ แต่บางทีความเยอะยาวนั้นก็อาจจะทำให้เนื้อหาเข้าขั้นดีกว่าก็ได้ โดยเฉพาะบทความที่มีเนื้อหายาวอาจจะทำประสิทธิภาพดีกว่าเนื่องจากมีการแชร์ต่อมากกว่าบนโซเชียลมีเดีย



ซึ่งจากการสำรวจยังว่าความยาวของเนื้อหาโดยเฉลี่ยของผลการค้นหา 10 อันดับแรก นั้นอยู่ที่ระดับมากกว่า 2,000 คำ แต่ความยาวของเนื้อหานั้นต้องมีคุณภาพด้วย ซึ่งจาก Infographic ด้านล่างได้บอก 6 ขั้นตอนสำคัญในการสร้างคอนเทนท์ที่มีแนวโน้มประสบความสำเร็จเอาไว้ มีอะไรไปดูกันเลย


1. ระบุเป้าหมายสำหรับเนื้อหาของคุณอย่างชัดเจน




2. กำหนดขอบเขตว่าบทความนี้จะเปิดเฉพาะผู้สมัครสมาชิกหรือเปิดกว้างให้ทุกคน




3. เลือกหัวข้อที่จะให้คุณค่ากับผู้ชมของคุณ




4. ตัดสินใจว่าใครจะเขียนเนื้อหา เขียนเองหรือจ้างทีมภายนอก




5. เพิ่มประสิทธิภาพคอนเทนท์ของคุณหรือเพิ่มสาระที่ยังขาดไป




6. สร้างกลยุทธ์การส่งเสริมคอนเทนท์ให้ครอบคลุมและสร้างสรรค์



#148

ปัจจุบันการตลาดออนไลน์โตเร็วเป็นอย่างมาก และยังมีพ่อค้าแม่ค้าหลายๆคนที่ยังลองผิดลองถูกอยู่กับการขายบน Social Media หลายๆ คนเพจมียอดไลค์เยอะ แต่ยอดขายน้อยเพราะมีแต่ไลค์ขยะ หลายๆ คนเสียเงินปั้มไลค์ไปหลายบาทแต่กลับไม่มียอดขาย การลงโฆษณาบน Social Media ให้ประสบความสำเร็จนั้นประกอบด้วยหลายๆ ปัจจัย วันนี้เราจึงรวบรวม 7 ข้อที่นักการตลาดไม่ควรทำ ถ้าไม่อยากให้เงินของคุณเสียไปฟรีๆ

1. นักการตลาดขี้มโน

ในการลงทุนทุกครั้งย่อมมีความเสี่ยง เพราะฉะนั้นเราต้องศึกษาหาข้อมูลก่อนทุกครั้ง ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และเมื่อเราข้อมูลมาแล้วก็ต้องนำมา คิด วิเคราะห์ แล้วนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับเรา ไม่ใช่มานั่งคิดเอง มโนเอง ว่าแบบที่จะทำยอดขายให้เราได้พุ่งกระฉูด ตัววัดว่ามากหรือน้อย มันก็สะท้อนออกมาในตัวเลขข้อมูล Report ที่เราลงโฆษณาไป ถ้าเราเชื่อความคิดตัวเองแบบไม่ลืมหูลืมตา ก็เป็นเครื่องยืนยันได้เลยว่าเราก็เหมือนคนหลงทาง เอาเงินไปลงทุนโฆษณากับสิ่งที่ไม่คุ้มค่าอยู่ ทำให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์

2. นักการตลาดชอบทดลอง

เวลาที่เราทำโฆษณาไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของ ตัวอักษร, ภาพ หรือ Video เราไม่มีทางรู้ก่อนเลยว่าลูกค้าจะชอบชิ้นงานหรือไม่ หัวใจของมันก็คือหมั่นทดลอง จดจำ และไม่ล้มเลิกที่จะเรียนรู้พฤติกรรมของคนไปเรื่อยๆ ถ้าเราลงโฆษณาแบบที่ 1 แล้วคนไม่ชอบ เราก็แค่ทดลองแบบที่ 2 3 4 5 ไปเรื่อยๆ ทำให้เมื่อเราลองครบทุกอย่างแล้ว เราก็จะรู้สูตรสำเร็จว่าอะไรดี ไม่ดี แต่แน่นอนวิธีนี้ต้องอาศัยความอดทน เสียเวลา และเสียค่าใช้จ่ายเป็นอย่างมากจนกว่าจะประสบความสำเร็จ สู้คุณเอาเวลาไปบริหารงาน และไปจ้างคนมีประสบการณ์มาทำน่าจะดีกว่า

3. นักการตลาดใจป้ำ

เป็นการนำเงินก้อนใหญ่ไปลงโฆษณาแบบไม่สนใจ Target หรือ Traffic อะไรเลย เพราะเห็นว่าโลก Online มีลูกค้าอยู่เยอะ เลยจะโยกเงินจากสื่อ Offline ทั้งหมดมาลงใน Online กะจะยิง Mass แต่หารู้ไม่ว่า วิธีนี้เป็นวิธีการผลาญเงินที่เร็วไวมาก เพราะวิธีการคิดเงินในโลก Online มันไม่เหมือนกับใน Offline สมมุติใน Facebook, Google คนแค่เห็นโฆษณาเราผ่านๆ หรือคนไปคลิกโฆษณาของเรา นักโฆษณาก็เสียเงินเลยทันที ไม่เหมือนกับใน Offline ที่เราซื้อช่วงเวลาได้แน่นอน ราคาจ่ายต่อนาทีที่โฆษณาเราแสดงก็มีเรทราคาแน่นอน ดังนั้น ใครจะเข้ามาลงโฆษณาบนโลก Online ไม่ว่าจะเงินมาก เงินน้อย ต้องศึกษาเรื่องการทำ Targeting ไว้ให้ดีก่อนทั้งนั้น

4. นักการตลาดหว่านเสน่ห์

หลายๆ คนจะรู้ว่าแต่ก่อนตอนลงโฆษณาบน TV เราเลือกได้แค่ว่า จะลงโฆษณาขนม ของเล่น วันเสาร์อาทิตย์ ตอนเช้า เพราะเด็กๆ ดูเยอะ จะลงโฆษณาสินค้าช่วงมีละครทีวี ให้แม่บ้านดูกัน แต่ในโลก Online เราสามารถเลือกอายุ หรือเพศ ได้เลยว่า จะลงไปที่เด็กอายุ 13-20 ปี หรือลงไปที่เพศชาย หรือหญิงเท่านั้นก็ได้ ทำให้นักการตลาดเกิดอาการ แบ่งเงินหลายก้อน ลงไปในหลายกลุ่ม Target ที่สามารถ Customize ขึ้นมาได้ เลยจะส่งผลให้เม็ดเงินโดนกระจายมากเกินไป โฆษณาก็ไม่ค่อยแสดงผลได้อย่างเต็มที่ การแบ่ง Target แบ่งได้ แต่อย่าซอยย่อยซะจนเหลือเงินไม่พอกับการลงโฆษณาของเรา

5. นักการตลาดคิดว่า Online ก็เหมือนกับ Offline

เมื่อ Technology มันพัฒนาขึ้น พฤติกรรมคนจากที่ดู TV ฟังวิทยุ ก็ย้ายไปท่อง Internet เล่นเว็บไซต์  Mobile App แทน ระบบโฆษณาใน Facebook, Google หรือที่อื่นๆ ก็มีการพัฒนาขึ้นมาเช่นกัน ทำให้เรามี Tools ต่างๆที่ช่วยให้เราลงโฆษณาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการที่จะใช้ Tools เหล่านั้นต้องได้รับความร่วมมือจากทั้ง นักทำ SEO, IT และ Programmer เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งสุดท้ายก็ส่งผลทำให้ยอดขายของเราเติบโตไปด้วย

6. นักการตลาดไม่รู้จักลูกค้า

ก่อนที่จะมีการโฆษณาใดๆ กลุ่มเป้าหมายคือสิ่งที่ควรจะได้รับการพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ เราต้องจำกัดกลุ่มลูกค้าลงไปให้ชัดเจน ไม่ใช่แค่รู้ว่า เป็น ชาย หรือ หญิง อายุเท่านั้น แต่ต้องลงลึกไปถึงความสนใจของลูกค้าของเราด้วย อาจจะเกิดจากการวิจัย การหาข้อมูล หรือเทคนิคง่ายๆคือ ให้ลงโฆษณาไปหลายๆ กลุ่มลูกค้าเลย เอาสิ่งที่เราคิดว่าเกี่ยว แบ่งเพศ แบ่งช่วงอายุ เช่น เราอยากรู้ว่า สินค้านี้ ชาย หรือ หญิงที่สนใจกันแน่ ก็แยกลงโฆษณา 2 ตัวแบบเหมือนกันไปเลยครับ แล้วดูว่า 1 วันที่ผ่านมา ผลตอบรับเป็นอย่างไร ถ้าต้นทุนต่อคลิ๊กถูกแสดงว่าโดนแน่นอน ก็ยกเลิกโฆษณาตัวที่มีต้นทุนแพงทิ้งไป ง่ายๆ แค่นี้แถมได้ประหยัดตังด้วย

7. นักการตลาดคอนเทนท์ห่วย

นอกจากเราจะรู้กลุ่มเป้าหมายแล้ว คอนเทนท์หรือบทความที่ต้องการสื่อสาร ก็ต้องดีด้วย มันต้องโดนใจตั้งแต่แรกคนจึงจะคลิ๊กเข้ามา ไม่งั้นมันจะมีคนเข้ามาสนใจได้อย่างไร รูปภาพต้องสวย ต้องสื่อ ต้องน่าค้นหา หรือให้คิดว่าลูกค้าเห็นแล้วมันจะดีต่อเขาอย่างไร เขาถึงจะเข้ามาดู และที่สำคัญการใช้ VDO ในการลงโฆษณาเป็นสิ่งที่ได้ผลตอบรับมากที่สุด และมีต้นทุนที่ถูกกว่าอีกด้วย


ที่มา http://www.atimedesign.com/webdesign/7-ads-social-media/
#149


:wanwan013: มาดูเครื่องขุดเฉพาะทางโดยไม่ต้องใช้การ์ดจอ และมาดูกันว่ากำไรในการขุด bitcoin ว่าปีนึงจะได้เท่าไร

คลิป https://www.youtube.com/watch?v=H_TDdf2lmtQ
#150

ใช่ค่ะ! คุณไม่ได้อ่านผิดแต่อย่างใด กับเรื่องที่ Google ยื่นขอจดสิทธิบัตรแผ่นสอดใส่ในกล่องบรรจุไข่ เพื่อช่วยป้องกันไข่แตกในระหว่างการขนส่ง โดยแผ่นสอดนั้นจะมีรูปร่างเป็นโดมขนาดเล็กหลายใบเรียงต่อกันคล้ายๆ การเชื่อมกันของโมเลกุล อาจจะทำจากเยื่อกระดาษ, พลาสติก, โฟม หรือวัสดุชนิดอื่นที่มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นใกล้เคียงกัน


โดยรายละเอียดในเอกสารขอจดสิทธิบัตรดังกล่าว ได้มีการอธิบายการใช้งานแผ่นสอดนี้ว่าใช้เพื่อวางครอบด้านบนของไข่ที่ถูกบรรจุเรียงในกล่องแล้วก่อนการพับปิดฝากล่อง ซึ่งแผ่นสอดนี้จะทำหน้าที่ประคองผิวด้านบนของไข่ ช่วยดูดซับแรงกดและแรงกระแทกที่ทำจากด้านบนของกล่องในขณะการจัดส่งไข่ไปให้ลูกค้า และช่วยประคองให้ไข่แต่ละฟองคงอยู่ในตำแหน่งของตัวเอง ลดโอกาสที่ไข่ในกล่องเดียวกันจะกระแทกกันเองแล้วเกิดความเสียหาย


อย่างไรก็ตามหลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าทำไมอยู่ดีๆ Google ถึงได้มาขอจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ที่เอาไว้ใส่ไข่นี้ เพราะ Google เป็นบริษัทเกี่ยวกับไอที ซึ่งก็มีการคาดเดากันว่าการขอจดสิทธิบัตรนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการพยายามพัฒนารูปแบบการจัดส่งสินค้าของ Google Express ก็ได้ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ กูเกิลต้องมีการพัฒนาอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับอุปกรณ์ไอทีออกมาอีกแน่นอน


แหล่งข่าว http://www.atimedesign.com/webdesign/google-egg-cartoon-insert/
#151

คนทำ Content หรือ Content Writer ถือกำเนิดมาจากวงการทำ Content Marketing ที่กำลังเป็นที่นิยมมากในการทำการตลาดในตอนนี้ องค์กรต่างๆ และเอเจนซี่ส่วนใหญ่ก็หันมาทำ Content Marketing กันอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ยังรวมถึงการทำ Facebook Page หรือเว็บไซต์ต่างๆ เพิ่มขึ้นอีกมากมาย

Content Writer หรือเรียกได้ว่า Content Creator ในยุคนี้นั้น มีส่วนสำคัญอย่างมากในการสร้างสรรค์ Content ออกมาให้ได้ผลตาม Content Marketing ที่วางไว้ โดยปัจจุบัน Content Marketing ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บทความ คลิปวีดีโอ infographic รูปภาพ โฆษณา และอีกมากมาย ชนิดที่ว่าแทบจะทุกแบรนด์จะต้องมีเว็บไซต์ หรือแฟนเพจที่มี Content เป็นของตัวเอง แต่อยากให้คุณแน่ใจว่าคุณมีความเป็นคนทำ Content ที่สุดยอด หรือสามารถสร้างสรรค์งานดี ๆ ออกมาได้มากแค่ไหน หรือกลายเป็นว่าคุณได้คนทำ Content แย่ๆ ออกมาอีกหนึ่งคน และนี่คือ 5 วิธีดูนักเขียนสันดานดี!

1. เข้าใจจุดประสงค์ มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่เขียน ฝึกฝนตนเองอยู่เป็นประจำ
ก่อนอื่นก็ต้องเข้าใจถึงจุดประสงค์ของ content ที่จะทำก่อนว่า ต้องการให้ผู้อ่านได้อะไรจาก content นั้นบ้าง จากนั้นก็จะสามารถจำกัดข้อมูล หรือเนื้อหา ที่ต้องการนำเสนอได้อย่างชัดเจน และเล่าเรื่องเหล่านั้นให้ผู้อ่าน โดยห้ามคิดเด็ดขาดว่า "ผู้อ่านรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว" เพราะไม่มีทางเลยที่ทุกคนจะรู้ และเข้าใจ เหมือนที่เรารู้ และก็ต้องหมั่นฝึกฝนตนเองอยู่เป็นประจำด้วย

2. ติดตามข่าวสาร หรือติดตามผลงานของคนที่มีฝีมืออยู่ตลอด
นอกจากความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่เขียนแล้ว ในยุคที่ความสดใหม่ เข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้ข่าวเลย บทความนั้นอาจต้องมีความทันสมัย พ่วงกับกระแส เหตุการณ์บ้านเมือง ที่กำลังอินเทรนด์อยู่ใน ณ ขณะนั้นด้วย

3. เป็นนักเล่าเรื่องที่ดี เขียนตามโจทย์ ไม่เขียนตามใจ
การเขียน content อาจเรียกอีกอย่างได้ว่า "เป็นนักเล่าเรื่อง" เพราะฉะนั้นเราก็ต้องออกแบบเรื่องราวของเราแล้วล่ะว่า เราจะเล่าเรื่องอย่างไร เริ่มจากตรงไหน ใจความสำคัญอยู่ตรงไหน และสรุปเมื่อไหร่ อาจออกแบบตามสไตล์ของตัวเองก็ได้ แต่ต้องระวังไม่ให้ผิดคอนเซ็ปต์ ต้องควบคุมระดับภาษาให้อยู่ในระดับ ชนิดที่ว่า "เขียนให้ผู้อื่นอ่าน" เป็นหลัก

4. ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อ่าน
ในยุคที่เต็มไปด้วยความดราม่า กับ comment ของข่าวในโซเชียลมีเดียที่ถือว่ามีอิทธิพลต่อ content ในทุกรูปแบบ นักเขียนเองก็ต้องมีภูมิคุ้มกันในระดับหนึ่ง และพร้อมที่จะเผชิญ แยกแยะ สิ่งเหล่านั้นให้ออก ว่าอันไหนควรเก็บมาแก้ไข หรืออันไหนเป็นการกลั่นแกล้ง แต่ไม่ใช่รับฟังความเห็นใครเลย และ ไม่ควรลงไปร่วมดราม่าไปกับ comment ด้านลบเป็นอันขาด

5. มีความละเอียด รอบคอบ
ตัวอักษรของนักเขียน ก็เหมือนเป็นหน้าตาของผลงานของเรานั่นเอง เพราะฉะนั้นถ้ามันผิดพลาดไป ก็เท่ากับความน่าเชื่อถือ และความเป็นมืออาชีพของเราจะลดลงทันที ใช้เวลาสักนิดในการตรวจทานอีกสักครั้ง เพื่อแก้คำผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยที่เราไม่ได้ทันสังเกต



credit http://www.atimedesign.com/webdesign/5-sandan/
#152

หลังจากที่ Google ได้ทำข้อตกลงกับ Getty Images นั้นทำให้กูเกิ้ลต้องตัดสินใจลบปุ่ม "View image" ออกจากผลการค้นหาในส่วนของการค้นหารูปภาพ เพื่อป้องการในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์

แต่วันนี้เรามีวิธีนำปุ่มนั้นกลับมาให้เพื่อนๆ ได้ชื่นใจกันอีกครั้ง เพียงแค่ติดตั้งส่วนขยายของเบราว์เซอร์นี้ใน Chrome เราก็จะเห็นปุ่ม View image กลับมาเหมือนเดิมในผลการค้นหารูปภาพที่เราคุ้นเคย


คลิ๊กเพื่อดาวน์โหลดส่วนเสริม https://chrome.google.com/webstore/search/view%20image?hl=th
#153

ตอนนี้ทาง Google ได้เริ่มทำการปิดกั้นโฆษณาที่ก่อความรำคาญให้กับผู้ใช้แบบ AutoBlock เป็นที่เรียบร้อย โดยกูเกิ้ลมีความต้องการให้ผู้ใช้เข้าถึงเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง รวมไปถึงประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้ในการใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างราบรื่น

โดยการบล็อกโฆษณาครั้งนี้ เป็นผลมาจากการเข้าร่วมกลุ่ม Coalition for Better Ads ที่เป็นมาตรฐานโฆษณาออนไลน์ที่ได้รับการยอมรับ ซึ่ง Google Chrome จะทำการคัดกรองโฆษณา ถ้าหากพบว่าโฆษณาในเว็บไซต์นั้นเข้าข่ายตามที่ระบบกำหนดว่าเป็นโฆษณาที่น่ารำคาญ โฆษณานั้นจะถูกระงับการแสดงผลทันที และผู้ลงโฆษณานั้นจะต้องแก้ไข และส่งรายงานเพื่อให้ตรวจสอบต่อไปเพื่อจะทำการปลดบล็อกโฆษณาของเว็บไซต์นั้น

8 มาตรการโฆษณาออนไลน์ของ The Coalition for Better Ads มีดังนี้

1 ห้ามใส่โฆษณาแบบ "Pop-up Ads" โฆษณาที่เด้งขึ้นมาจากหน้าเว็บไซต์
2 ห้ามทำโฆษณาแบบเต็มหน้าจอ "Prestitial Ads"
3 อย่าใช้โฆษณาแบบที่ขึ้นมาเต็มหน้าจอและมีตัวเลขนับถอยหลัง "Countdown Screens Ads"
4 อย่าใช้วิดีโอแบบเล่นพร้อมเสียงอัตโนมัติ "Start Playing Ads"
5 ห้ามทำโฆษณาที่ติดตามการกระทำของผู้ใช้ในเว็บไซต์ "Large Sticky Ads"
6 อย่าใส่โฆษณาที่กินพื้นที่หน้าจอมากกว่า 30% "Density Higher Than 30% Ads"
7 ห้ามใช้โฆษณาที่มีภาพเคลื่อนไหวแบบกระพริบ "Flashing Animated Ads"
8 ห้ามทำโฆษณาเต็มหน้าจอแบบเลื่อนตาม "Full-screen scroll over Ads"

ถึงแม้ฟังก์ชั่น AutoBlock จะส่งผลกระทบต่อโฆษณาบนแพลตฟอร์มของ Google แต่ประสบการณ์ของผู้ใช้งานเป็นสิ่งสำคัญกว่าเมื่อเทียบกับค่าโฆษณาที่กูเกิ้ลอาจต้องยอมสูญเสีย ซึ่งผู้ลงโฆษณากับกูเกิ้ลในรูปแบบอย่าง AdSense, DoubleClick และ Remarketing ก็คงต้องยิ้มต้องสู้กันไป

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=VrVuryo39Zc


ที่มา http://www.atimedesign.com/webdesign/chrome-run-adsblocked/
#154

ปัจจุบันนี้ความนิยมในการขุดเหมืองคริปโต จำเป็นต้องใช้พลังงานมหาศาลเพื่อใช้ในการประมวลผล อันนี้ยกตัวอย่างในประเทศไอซ์แลนด์ที่มีประชากรจำนวน 340,000 คน (โคตรน้อยเลย) มีการใช้พลังงานจากการขุดเหมืองคริปโตใกล้แซงการใช้พลังงานจากภาคครัวเรือนอย่างเห็นได้ชัด

ตอนนี้ประเทศไอซ์แลนด์เป็นดินแดนแห่งการขุดเหมืองคริปโต เพราะว่าด้วยสภาวะในประเทศของเขานั้นมีอากาศที่เย็นมาก ทำให้การระบายความร้อนของพวกซีพียู หรือการ์ดจอนั้นทำงานได้ดี (ใครอยากเทพเชิญไปขั้วโลกเหนือ) แถมพลังงานนั้นราคาถูกกว่าประเทศอื่น ใครสนใจก็ย้ายมาตั้งรกรากถิ่นฐานเพื่อทำฟาร์มได้ที่นี่เลย

แต่อย่าได้นิ่งนอนใจ เพราะได้มีการคาดการณ์ว่าชาวเหมืองในประเทศไอซ์แลนด์ จะใช้พลังงานในปี 2018 เพิ่มจากปีก่อนถึง 100 เมกะวัตต์ต่อปี ซึ่งเป็นเรื่องน่าตกใจเพราะมันมากกว่าการใช้พลังงานในภาคครัวเรือนทั่วประเทศเสียอีก แถมเหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นแค่ 4 เดือนก่อนเท่านั้นเอง และตอนนี้ก็มีการเสนอยื่นเรื่องในการเก็บภาษีธุรกิจเหมืองคริปโตแล้ว

อีกหน่อยนอกจากพลังงานไฟฟ้าที่ต้องขับเคลื่อนการ์ดจอ หรือซีพียู อาจคงต้องใช้พลังงานอื่นเพื่อทดแทน อย่างน้ำมัน พลังงานแสงอาทิตย์ หรือใช้ถังแก๊สกันเลยทีเดียว


ที่มา http://www.atimedesign.com/webdesign/iceland-crypto/
#155

หลังจากที่องค์กรสิทธิผู้บริโภคของเยอรมันได้ยื่นฟ้องเรื่อง Facebook ละเมิดกฎการป้องกันข้อมูลส่วนตัวด้วยการตั้งค่าให้ผู้ใช้ระบุชื่อนามสกุลจริงเป็นค่าเริ่มต้น ศาลเยอรมันได้ทำการตัดสินแล้วว่า Facebook ละเมิดกฎการป้องกันข้อมูลส่วนตัวจริง


เนื่องจากกฎหมายการป้องกันข้อมูลของเยอรมันระบุว่า ข้อมูลส่วนตัวของบุคคลนั้นเฟสบุ๊คสามารถบันทึก และนำไปใช้ภายใต้ข้อตกลงระหว่างผู้ใช้แต่ละบุคคล แต่การที่ Facebook บังคับให้ผู้ใช้ต้องให้ชื่อจริงเป็นค่าเริ่มต้นนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะผู้ใช้ไม่ได้รู้เลยว่าข้อมูลจะถูกนำไปใช้อย่างไร นอกจากนี้ยังห้ามการขอดูเอกสารยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการด้วย


ทางด้าน Facebook เองก็เปิดเผยว่าจะยื่นอุทธรณ์ในขั้นตอนต่อไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว Facebook ก็มีการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวที่ละเมิดกฎอยู่ไม่น้อยเลย อย่างเช่น การแชร์ข้อมูลตำแหน่งกับคู่สนทนา หรือการสร้างโปรไฟล์ให้บุคคลภายนอกสามารถค้นหาข้อมูลได้ การใช้ชื่อจริงโดยการที่ Facebook เปิดให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ฟรีนั้น จริงๆ แล้วสิ่งที่ผู้ใช้ต้องจ่ายมันเป็นข้อมูลต่างหาก
#156

สำนักข่าว Bloomberg ได้มีการเปิดเผยออกมาว่า Google เตรียมเปิดตัว Pixel3 ที่มาพร้อมกับติ่งสุดฮิตแบบ iPhoneX และยังมีการพัฒนาซอฟท์แวร์ให้เหมาะสมกับการมีติ่งที่ว่านี้มากขึ้นด้วย

ซึ่งในตอนแรกที่มีการเปิดตัว iPhoneX ที่มาพร้อมกับติ่งด้านบนนั้นคนส่วนใหญ่มองว่าติ่งนี้ทำให้ iPhoneX นั้นไม่สวยและดูน่าเกลียด แต่ทำไมตอนนี้ถึงมีข่าวว่าหลายๆ ค่ายได้เริ่มทำติ่งตาม iPhone X กันหมดแล้ว ทั้ง google, Huawei, sumsung, LG และผู้ผลิตสมาร์ทโฟนสัญชาติจีนอื่นๆ ด้วย

แสดงให้เห็นว่าปี 2018 มีแนวโน้มที่ดีไซน์ติ่งนี้จะกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่แบรนด์ต่างๆ จะรับไปใช้ต่อๆ กันอย่างกว้างขวางเพื่อตอบโจทย์เทรนด์หน้าจอไร้ขอบ ส่งผลให้ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันจะต้องพร้อมปรับตัวให้เข้ากับติ่งนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ไอ้เจ้าติ่งนี้ก็อาจจะเป็นเพียงดีไซน์ฉาบฉวยที่ฮิตกันแค่ช่วงเวลาสั่นๆ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่จะยอมรับได้มากน้อยแค่ไหน ต้องมาดูกันต่อไป

ปล. ลงเรื่องที่เกี่ยวกับ Google หวังว่าคงไม่โดนย้ายอีกนะครับ  :wanwan044:
#157

เป็นที่ฮือฮาอย่างมากเมื่อนักแสดงฮอลีวูดชื่อดัง "Jim Carrey" ผู้ถือหุ้น Facebook ได้ประกาศจะขายหุ้น Facebook โดยเขาได้โพสต์ภาพวาด มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ที่เป็นฝีมือของเขาเองลงบนทวิตเตอร์ พร้อมกับข้อความที่ประกาศว่าเขาจะขายหุ้น Facebook ทิ้ง พร้อมจะลบบัญชีแฟนเพจที่มีคนติดตามกว่า 5 ล้านคน แถมในโพสต์ดังกล่าวยังมีการติดแฮชแทค #unfriendfacebook ด้วย แต่ก็ไม่ได้ระบุอย่างเป็นทางการว่าจะขายหุ้นเมื่อไร และจะขายที่ราคาเท่าไร

Jim Carrey หรือที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักเขาในเรื่อง The Mask หน้ากากเทวดา หรือในบทสุดยอดจอมวายร้าย Riddler ในเรื่อง Batman ได้เผยเหตุผลถึงเรื่องดังกล่าวว่าเขาไม่ชอบที่ Facebook ได้รับประโยชน์จากการแทรกแซงของรัสเซียในการเลือกตั้งสหรัฐปี 2016 ที่มีการสนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเขาได้บอกต่อว่า เราต้องจัดการในเรื่องการกำกับดูแลเฟสบุ๊คให้มากกว่านี้ การแทรกแซงที่มีต่อ Facebook ควรต้องมีการจัดการอย่างมีความรับผิดชอบ อีกทั้งเขายังแนะนำและเชิญชวนให้นักลงทุนรายอื่นๆ ที่ถือหุ้นของ Facebook ทำแบบเดียวกับเขาด้วย
#158

มาลองดูกันซักตั้ง เมื่อ Chrome เตรียมเปลี่ยนให้เจ้าของเว็บไซต์ทุกรายให้ใช้งาน HTTPS แทน HTTP แล้ว โดยกูเกิลประกาศว่า Chrome 68 ซึ่งมีกำหนดออกมาในเดือนกรกฎาคมปีนี้ จะขึ้นแสดงข้อความว่าเว็บนี้ "ไม่ปลอดภัย" สำหรับเว็บไซต์ทั่วไปที่ใช้ HTTP


โดยที่ผ่านมา Google ได้มีการบังคับทางอ้อมในหลายๆ ครั้ง (สังเกตุได้จากข่าว) เพื่อให้เว็บไซต์ต่างๆ ปรับปรุงเว็บไซต์ให้เป็น HTTPS ทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น ทั้งนี้กูเกิลยังเผยสถิติว่าทราฟิก 68% จาก Android และ Windows ตอนนี้เป็น HTTPS ส่วน 78% บน Chrome OS และ Mac เป็น HTTPS และนอกจากนี้ 81 เว็บไซต์ใน 100 เว็บอันดับสูงสุดนั้นก็ใช้ HTTPS เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


แอบยัดเยียดอยู่นะจ๊ะแต่เธอไม่รู้บ้างเลย
แอบส่งไปทีละนิดแต่ดูเธอช่างเฉยเมย
เอาหละเตรียมใจไว้หน่อยมันจะหัวก้อยต้องเปลี่ยนกัน
Yeah Yeah Yeah

:P
#159
อยากรู้ว่าเว็บไซต์ thaiseoboard ในปีนี้จะไปในทิศทางไหนบ้างครับ เพราะเห็นเว็บไซต์ก็ไม่ขยับขยาย ไม่พัฒนามานานมากแล้วครับ น่าจะมีการรีแบรนด์หรือมีอะไรใหม่ๆ ขึ้นบ้างนะครับ เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ หรือคนรุ่นใหม่ครับ
:P
#160

มีการยืนยันแล้วว่าสาว BNK48 กำลังจะมีภาพยนตร์ของตัวเองออกฉายกลางปีนี้ หลายคนฟันธงเลยว่าโปรเจ็กต์นี้จะถูกโปรโมทด้วยกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลชนิดเข้มข้น แซงหน้าเกินภาพยนตร์ไทยทุกเรื่องในประวัติศาสตร์ แต่ความต่างคืองบการตลาดที่อาจจะไม่ต้องใช้เยอะ เพราะเหล่าโอตะนั้นเต็มใจส่งต่อเรื่องราวของ "กัปตันสาว" แห่ง BNK48 อยู่แล้ว

1 ใน 3 กลยุทธ์ที่เชื่อว่าจะถูกใช้เพื่อกระตุ้นกระแสให้ผู้คนอยากชมภาพยนตร์ของ BNK48 คือการแย้มเบื้องหลังของภาพยนตร์นี้

จริงอยู่ที่การเปิดเผยภาพหรือวิดีโอเบื้องหลังการถ่ายทำนั้นเป็นเรื่องปกติของการตลาดภาพยนตร์ส่วนใหญ่ แต่กรณีของภาพยนตร์สารคดี BNK48 ที่กำกับโดยผู้กำกับดัง "เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์" นั้นไม่ธรรมดา เพราะมีแต่แฟนคลับรอชมและส่งต่อเป็นกองทัพ เบื้องต้นคาดว่ามีจำนวนไม่น้อยกว่า 2.4 แสนคน ซึ่งเป็นจำนวน subscriber ที่ BNK48 มีบน YouTube ในขณะนี้

กลยุทธ์ที่ 2 คือลีลาการนำเสนอของ "เต๋อ นวพล" ผู้กำกับดังรายนี้ไม่ได้โดดเด่นเรื่องการเล่าเรื่องผ่านภาพยนตร์เท่านั้น แต่ยังมีฝีมือกินขาดเรื่องการนำเสนอบนโซเชียล ซึ่ง "ขายของ" ได้แนบเนียนและผู้อ่านไม่รังเกียจที่จะอุดหนุนเต๋อ

สิ่งที่พิสูจน์เรื่องนี้ได้จากกรณีภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเต๋อ DIE TOMORROW ได้รับสิทธิ์เพิ่มรอบฉายต่ออีก 1 สัปดาห์เมื่อ "เจนนิษฐ์ BNK48" ส่งข้อความบอกโลกออนไลน์ว่าอยากชมแต่ยังไม่ได้ชม ยังมีเรื่องราวผลงานการเขียนของเต๋อใน aday ซึ่งเต๋อใช้พื้นที่โซเชียลบอกเล่าเรื่องราวกับแฟนคลับได้อย่างสมดุลย์ลงตัว

เมื่อมีการประกาศชื่อเต๋อในฐานะผู้กำกับ โอตะหลายคนพอใจและบอกว่าดีใจมากที่แผนการสร้างภาพยนตร์นี้ทำให้ไอดอล 2 วงการได้มาพบกัน

สำหรับโปรเจ็กต์นี้ จะทำภายใต้บริษัท Salmon Film กำกับโดย เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ซึ่งจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ในเดือนมิถุนายนนี้

กลยุทธ์ที่ 3 หนีไม่พ้น Meme หรือภาพไวรัลล้อเลียนและสร้างกระแสที่จะถูกส่งต่อโดยกองกำลัง "โอนิ" "โอตะ" หรืออีกหลายชื่อที่หมายถึงมหาชนแฟนคลับ BNK48 คนกลุ่มนี้เป็นเบื้องหลังที่ทำให้ยอดชมมิวสิควิดีโอเพลง "คุ้กกี้เสี่ยงทาย" ทะลุหลัก 30 ล้านวิวแล้ว ทั้งที่เพิ่งโพสต์เมื่อ 18 พย. 2017 ซึ่งเชื่อพลังของสาวกกลุ่มนี้จะยังเหนียวแน่น ไม่หายไปไหนในช่วงที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายแน่นอน

ที่เหลือก็ลุ้นว่า แบรนด์ไหนจะแย่งกันเป็นสปอนเซอร์ได้ก่อนเท่านั้นเอง


ที่มา http://thumbsup.in.th/2018/02/bnk48-film/
#161

คนเราส่วนใหญ่ย่อมต้องผ่านการมีความรักความสัมพันธ์กันเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะกุ๊กกิ๊กแบบแฟนฉัน หรือจริงจังขั้นแต่งงาน แต่ในทุกๆ ความสัมพันธ์เมื่อถึงวันที่ต้องจบลงย่อมเจ็บปวดเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นฝ่ายถูกทิ้ง อกหักรักคุด ถูกบอกเลิก ล้วนต้องเคยทำอะไรไร้สาระ เพ้อเจ้อ ด้อยค่า และน่าสมเพช มาก่อนทั้งนั้น วันนี้เราจึงรวบรวม 10 ข้อห้าม!! ที่ห้ามทำบนโซเชียลเมื่อพึ่งเลิกกับแฟนมาฝากกันค่ะ

1. ห้ามทำตัวน่าสงสาร เรียกร้องความสนใจบนโลกออนไลน์

การโพสต์ว่าตัวเองโง่มาก ถูกเมิน หรือถูกหักหลังเพียงเพื่อต้องการให้เพื่อนๆ และผู้ติดตามสนใจหรือสงสารนั้นดูไม่เข้าท่าเอาเสียเลย รู้ไหมว่าคุณกำลังทำให้ตัวเองดูโง่ ที่สำคัญแน่ใจได้อย่างไรว่าคนที่ช่วยปลอบประโลมและให้กำลังใจคุณจะไม่แอบไปพูดนินทาลับหลัง ดังนั้นต่อให้คุณรู้สึกท้อแท้มากแค่ไหนก็ไม่ควรโพสต์สิ่งที่จะทำให้คุณดูเหมือนอดีตแฟนที่น่าสมเพชเหลือเกิน

2. ห้ามตั้งสเตตัสระบายลงโซเชียล
การโพสต์ระบายลงโซเชียลมันเป็นการแสดงความเป็นตัวตนของเราในอีกทางหนึ่ง ยิ่งเป็นการแสดงอารมณ์อย่างรุนแรง มันจะทำให้คนภายนอกมองเราในทางที่ไม่ดี โดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเราเป็นคนอย่างไร ที่แย่ไปกว่านั้นมันอาจเป็นการรบกวน ทำให้คนอื่นเกิดความรำคาญได้ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น หากแฟนเก่ามาเห็นโพสต์ของเราก็มีแต่เสียกับเสีย เพราะมันอาจทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองตกเป็นจำเลยในเรื่องนี้ และอาจจะมองหน้ากันไม่ติดไปเลย

3. ห้ามแอบส่องเขาเด็ดขาด
เมื่อเราได้ตัดสินใจลงไปแล้ว ก็ควรจะทำให้ได้อย่างเด็ดขาด ส่องไปก็มีแต่จะเจ็บไปเปล่าๆ ทางที่ดีก็ควรจะบล็อก หรืออันเฟรนด์กันไปเลย และที่สำคัญเมื่อบล็อกแล้วก็ไม่ควรส่องเฟซบุ๊คของเพื่อนหรือคนในครอบครัวของเขาด้วยเช่นกัน ซึ่งในช่วงแรกก็อาจจะลำบากหน่อยแต่สักพักทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นเอง

4. ห้ามส่งข้อความคุกคาม หรือข่มขู่
การส่งข้อความเพื่อคุกคาม หรือข่มขู่แฟนเก่านั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ดีไม่ดีคุณอาจจะโดนแจ้งข้อห้าหรือฟ้องร้องได้เลย ดังนั้นโปรดใช้ความระมัดระวัง และคิดก่อนที่จะทำสิ่งที่วู่วามลงไปก่อนเสมอ

5. ห้ามระรานแฟนใหม่ หรือมือที่ 3
หากการเลิกราของคุณเกิดจากบุคคลที่ 3 หรือเมื่อแฟนคุณไปมีแฟนใหม่แล้ว เชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะรู้สึกโกรธแค้นมากเป็นอย่างยิ่ง แต่การไประรานบุคคลที่ 3 นั้นไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก การไประรานความสัมพันธ์ของคนอื่น นอกจากจะไม่ดีในสายตาของคนคู่นั้นแล้ว คุณจะยังดูไม่ดีในสายตาของคนรอบข้างด้วย ที่สำคัญมันเป็นพฤติกรรมที่ทำให้เราดูไม่แพงเป็นอย่างยิ่ง

6. ห้ามเอาเรื่องราวของแฟนเก่าไปด่าทอในโลกออนไลน์
การโพสต์ถึงเขาแย่ๆ บนสื่อโซเชียลไม่ได้มีประโยชน์อะไร แถมยังไม่ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นด้วย และคุณต่างหากที่ดูเหมือนเป็นพวกขี้แพ้ชวนตี ดังนั้นคุณควรโพสต์เกี่ยวกับการเดินทางสู่ชีวิตโสดของตัวเองดีกว่า และอย่าไปพาดพิงถึงการเลิกราแย่ๆ ที่ผ่านมา วิธีนี้จะทำให้คุณรู้สึกแข้มแข็งและมีพลังมากขึ้น ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีเขาในชีวิตก็ตาม

7. ห้ามเปลี่ยนสถานะความสัมพันธ์ของคุณเป็น "ซับซ้อน"
จงเผชิญหน้ากับมัน ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นและเดินทางต่อ มันอาจจะเป็นเรื่องยากในตอนแรก แต่คุณก็ไม่ควรโกหกตัวเองเพื่อลดทอนความรุนแรงลง ความจริงคือยิ่งคุณยอมรับความจริงว่าตัวเองโสดได้เร็วเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเดินหน้าต่อไปได้เร็วเท่านั้น ดังนั้นจงเปลี่ยนสถานะความสัมพันธ์เป็น "โสด" แทนที่จะเป็น "ซับซ้อน" จะดีกว่า

8. ห้ามรีบหาคนใหม่มาดามใจเพื่อประชดแฟนเก่า
การรีบหาคนใหม่มาดามใจเพื่อประชดแฟนเก่านั้น เป็นการกระทำที่ลดคุณค่าในตัวของคุณลงไปมาก นอกจากแฟนเก่าคุณจะไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว คุณและแฟนใหม่ก็ต้องเจ็บด้วย เพราะไม่ว่าแฟนคนใหม่ของคุณจะดีสักแค่ไหน แต่ถ้าหากว่าคุณยังคิดถึงคนเก่าๆ มันก็ไม่ได้ช่วยให้สภาพจิตใจของคุณดีขึ้นมาหรอก มันยิ่งจะเป็นการทรมานกว่าเดิมด้วยซ้ำ ทางที่ดีควรให้เวลากับตัวเอง หาความสุขให้ตัวเองก่อน เพราะถ้ามีคุณมีความสุขจริงๆ คุณจะเจอสิ่งที่ดีๆ เอง

9. ห้ามพร่ำเพ้อพรรณนาถึงแฟนเก่า
เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ผ่านอารมณ์ เศร้าโศก เสียใจ โกรธแค้น ประชดประชันมาหมดแล้ว ภาวะต่อมาก็คือ ความเหงาและคิดถึง คุณก็อาจจะส่งข้อความพร่ำเพ้อ พรรณนาไปหาแฟนเก่าของคุณ โดยเฉพาะเวลาเมา เนื่องจากพอแอลกอฮอล์เข้าร่าง สาวๆ จะมีความกล้า ถือโอกาสชุลมุนส่งไลน์หาแฟนเก่ากันทุกราย แต่การส่งข้อความไปบรรทัดสองบรรทัด ณ ตอนมึนเมานั้น มันง่ายนะคะ แต่ถ้าเขาตอบมาไม่ได้ดั่งใจ หรือไม่ตอบ คุณก็อาจจะเศร้าหนักเข้าไปอีก ดังนั้นหากไม่ได้มีธุระที่ต้องติดต่อกันแล้ว คุณควรจะลบเบอร์โทรหรือบล็อคเขาไปเลย

10. ห้ามแกล้งทำเป็นเข้มแข็ง
มีคนไม่น้อยเลยที่พออกหัก ถูกทิ้ง เลิกกับแฟน ก็ลุกขึ้นมาแต่งเนื้อแต่งตัว เปลี่ยนลุค ตัดผมสั้น บลาๆ แล้วโพสลงโซเชียล เพื่อแสดงให้เห็นว่าฉันไม่เป็นไร ฉันเข้มแข็ง และที่สำคัญคือเพื่อให้แฟนเก่าเสียดาย พฤติกรรมเยี่ยงนี้สะท้อนให้เห็นว่าคุณยังขังตัวเองอยู่ในความสัมพันธ์เก่าๆ จริงๆ แล้ว การลุกขึ้นมาปฏิวัติการแต่งตัวและเล่นโซเชียลก็ถือดีกว่าการนั่งอมทุกข์เก็บตัว แต่เราต้องทำมาจากความรู้สึกจริงๆ จิตใจต้องสดชื่นเบิกบานจริงๆ ด้วย ไม่ใช่ลุกขึ้นมาแต่งสวย แต่ตายังคงเศร้าอยู่แบบนั้น
#162
"เอ็มม่า วัตสัน" นักแสดงหญิงที่ถูกนำไปตัดต่อใส่ภาพยนตร์ 18+ มากที่สุด

ก็นับว่า Twitter เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มของโซเชียลที่มีผู้ใช้งานในต่างประเทศมากๆ ไม่แพ้ facebook หรือ IG เลย ซึ่งที่ผ่านมา twitter ก็ค่อนข้างเปิดกว้างกับคอนเทนท์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะหยาบคาย ติดเรท 18+ อะไรก็ตาม แต่มาวันนี้ Twitter ได้ประกาศลบวิดีโอโป๊ประเภทตัดต่อเอาหน้าดารา หรือบุคคลมีชื่อเสียงมาใช้ และจะทำการแบนแอคเค้าท์ที่แชร์วิดีโอรูปแบบดังกล่าวด้วย

โดยทาง Twitter ให้เหตุผลว่าการแชร์คอนเทนท์ดังกล่าว เป็นการกระทำละเมิดกฎของทวิตเตอร์ ที่ห้ามการแชร์สื่อที่ไม่ได้รับการยินยอมของบุคคลในสื่อนั้นๆ รวมทั้งรูปที่มีการตัดต่อด้วย ซึ่งนอกจาก Twitter แล้ว ก็ยังมี Pornhub และ เว็บไซต์ Gfycat ก็ประกาศแบนเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน เพื่อการสร้างสังคมที่ดีให้กับแพลตฟอร์มของตัวเอง

#163

ก็นับว่า Twitter เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มของโซเชียลที่มีผู้ใช้งานในต่างประเทศมากๆ ไม่แพ้ facebook หรือ IG เลย ซึ่งที่ผ่านมา twitter ก็ค่อนข้างเปิดกว้างกับคอนเทนท์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะหยาบคาย ติดเรท 18+ อะไรก็ตาม แต่มาวันนี้ Twitter ได้ประกาศลบวิดีโอโป๊ประเภทตัดต่อเอาหน้าดารา หรือบุคคลมีชื่อเสียงมาใช้ และจะทำการแบนแอคเค้าท์ที่แชร์วิดีโอรูปแบบดังกล่าวด้วย

"เอ็มม่า วัตสัน" นักแสดงหญิงที่ถูกนำไปตัดต่อใส่ภาพยนตร์ 18+ มากที่สุด

โดยทาง Twitter ให้เหตุผลว่าการแชร์คอนเทนท์ดังกล่าว เป็นการกระทำละเมิดกฎของทวิตเตอร์ ที่ห้ามการแชร์สื่อที่ไม่ได้รับการยินยอมของบุคคลในสื่อนั้นๆ รวมทั้งรูปที่มีการตัดต่อด้วย ซึ่งนอกจาก Twitter แล้ว ก็ยังมี Pornhub และ เว็บไซต์ Gfycat ก็ประกาศแบนเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน เพื่อการสร้างสังคมที่ดีให้กับแพลตฟอร์มของตัวเอง



ที่มา http://www.atimedesign.com/webdesign/twitter-deepfakes/
#164

อีซิม หรือ "embedded Sim" อาจจะเป็นเรื่องใหม่ของคนไทย แต่มันคือนวัตกรรมใหม่ของ Google ซิมการ์ดที่ถูกออกแบบพัฒนามาเพื่อฆ่าระบบการให้บริการแบบเดิมๆ

ตอนนี้ดูเหมือนว่าเป้าหมายของกูเกิ้ลมันไม่ใช่แค่ซิมในสมาร์ทโฟน Pixel2 ของกูเกิ้ลอย่างเดียว แต่ Google กำลังจะเชื่อมต่อโลกทั้งใบ ที่เครือข่ายมือถืออย่าง true, ais และ dtac ในไทยที่เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงจะต้องติดตามดูให้ดี เพราะ Google ได้ตัดสินใจทำเครือข่ายมือถือของตัวเองขึ้นมาในชื่อว่า Google Fi เพื่อที่จะช่วยให้การใช้งานมือถือของเรานั้นอิสระเสรียิ่งขึ้น ลืมสิ่งเดิมๆ ที่เราเคยรู้จักเกี่ยวกับเครือข่ายมือถือไปเลย

โดยซิมการ์ดที่ใช้ต้องเป็นซิมพิเศษสำหรับ Google Fi โดยเฉพาะ ซึ่งความสามารถที่พิเศษของซิมตัวนี้นั้นก็คือ เมื่อเราเดินทางไปยังสถานที่ใดที่หนึ่ง (สมมุติอยู่ต่างประเทศ) ตัวซิ่มจะรายงานให้ทราบได้เลยว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน และจะทำการค้นหาเครือข่ายที่สถานที่นั้นมาให้เราได้ทราบและเปิดบริการผ่าน Google Account ได้เลยทันที พูดง่ายๆ ก็คือใช้คลื่นมือถือข้ามเครือข่ายได้โดยไม่ต้องไปที่ศูนย์


และนี่คือจุดเปลี่ยนของผู้ให้บริการโทรศัพท์แบบดั้งเดิมที่ตอนนี้ทั้งค่าย Google และ Apple นั้นเลือกใช้ eSim ลงบนอุปกรณ์ตัวเองเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งตอนแรกที่ฟังข่าวมามันช่างดูเหลือเชื่อ แต่ตอนนี้ได้เปิดให้ใช้งานจริงไปแล้วที่สหรัฐอเมริกา ด้วยระบบ Google Fi บริการเครือข่ายมือถือแห่งอนาคต ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม Google ทำให้ทุกคนสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยเครือข่ายอื่นอีกเลย

นี่อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อ eSim เข้ามามีบทบาท เหล่าผู้ให้บริการโทรศัพท์จะปรับตัวอย่างไร และถ้าเกิดแผนการ "อีซิม" ของ google สำเร็จขึ้นมา โลกจะเปลี่ยนไปขนาดไหน ต้องติดตามกันดู

ดูคลิป https://www.youtube.com/watch?v=xfFHnBQ6nQg


ที่มา http://www.atimedesign.com/webdesign/esim/
#165


ในอดีตการที่เราจะทำ HTTPS นั้นเป็นเรื่องที่ยาก อาจจะต้องมีโปรแกรมเมอร์ที่เชี่ยวชาญมาติดตั้งให้ และยังต้องเสียเงินเยอะเพื่อซื้อ Certificate มา แต่ในปัจจุบันนี้ การทำ HTTPS กลายเป็นมาตรฐานของเว็บไซต์ทั่วโลก มีการแจกฟรี แถมเอามาใช้ได้ง่ายๆ ไม่ได้ยุ่งยาก ซับซ้อนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว วันนี้เลยขอมานำเสนอวิธีง่ายๆ ที่เราสามารถใช้เสกโดเมนของเราให้ใช้งาน HTTPS ได้ในไม่กี่ขั้นตอน และ SSL Certificate ที่ได้ยังเป็นของแท้ ไม่ใช่ Self-Signed สามารถใช้งานได้จริง ที่สำคัญ เปิดให้ใช้ฟรีด้วย

เรามาดูขั้นตอนการเซ็ต HTTPS กันเลยดีกว่า

1. เริ่มด้วยการไปที่เว็บ cloudflare.com แล้วสมัครสมาชิกเพื่อเข้าใช้งาน แล้วคลิก Add Site แล้วใส่ url เว็บเรา แล้วคลิก Scan DNS Recordds



2. Cloudflare จะทำการแสกนโดเมนเรา เมื่อแสกนเสร็จเรียบร้อย ระบบจะแสดงค่าที่ scan ขึ้นมา แต่จะไม่ใช่ IP จริง เนื่องจากค่าเมล (MX) Cloudflare จะ Bypass ไปที่ IP จริงแทน เสร็จแล้วให้คลิกที่ Continue



3. เสร็จแล้วตรงนี้ให้เลือก Package ตัวฟรี แล้วคลิกที่ Continue





4. เข้า Cloudflare แล้วไปแท็บ Crypto แล้วเลือกเป็น Flexible SSL



5. เสร็จแล้วก็รอไปเรื่อย ๆ จนกว่ามันจะขึ้นว่า Active Certificate สีเขียวด้านล่าง ซึ่งไม่สามารถระบุเวลาได้ ให้ตรวจสอบดูบ่อย ๆ หากขึ้นเขียวแล้ว แปลว่า SSL มาพร้อมแล้ว ก็เริ่มใช้ได้เลย

แต่สำหรับใครที่ใช้ WordPress นั้นยังไม่เสร็จเพียงเท่านี้ มีขั้นตอนอีกนิดหน่อยที่ต้องทำคือ ติดตั้งปลั๊กอิน WordPress 2 ตัว
1. Cloudflare – ติดตั้งแล้วเปิดใช้งาน จะต้อง Log In ด้วย Username / API Key ของ Cloudflare ก่อน
2. Cloudflare Flexible SSL – ตัวนี้ติดตั้งแล้วเปิดไว้เฉย ๆ ไม่ต้องตั้งค่าอะไร
เสร็จแล้วไปเปลี่ยนจาก http:// เป็น https:// ในเมนู General Settings ตรงช่อง WordPress Address กับ Site Address



6. ส่วนเว็บไซต์ธรรมดาที่ไม่ใช่ WordPress นั้น แนะนำให้ตั้งค่าเพิ่มเติมเพื่อบังคับให้เว็บเราเปิดด้วย HTTPS ตลอดเวลา โดยไปที่แท็บ Page Rules ใน Cloudflare แล้วกดปุ่ม Create New Rules จากนั้นกรอกตามด้านล่าง



7. แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย เว็บไซต์ของเราก็จะกลายเป็น HTTPS แล้ว ซึ่งขั้นตอนในการทำก็ง่ายมาก ใช้เวลาก็ไม่นานด้วย ถ้าไม่นับตอนรอ Name Server อัพเดท กับรอ SSL Certificate

แต่การมี Cloudflare มาคั่น ทำให้เวลาเรา update ข้อมูล ก็ต้องไปสั่งเคลียร์ข้อมูลใน cloudflare ทุกครั้ง ดังนั้นเพื่อความสะดวก ควรลงปลั๊กอิน https://wordpress.org/plugins/cloudflare/ ที่จะคอยเคลียร์ข้อมูลให้อัตโนมัติ

หรือกรณีใช้ระบบแคช ก็อาจจะใช้ตัว WP-Rocket https://wp-rocket.me/ มันก็จะสั่งเคลียร์ cache ทั้งใน server เรา และที่ cloudflare อัตโนมัติได้เลย



เครดิต http://www.atimedesign.com/webdesign/how-to-make-https-cloudflare/
#166

หลายๆ คนก็คงจะเคยเจอกับปัญหาที่โฆษณา reminder ads หรือภาษานักการตลาดคือ Remarketing ที่เวลาเรากดเข้าไปดูข้อมูลอะไรซักเว็บนึง แล้วโฆษณาจากเว็บไซต์นั้นๆ ก็จะตามหลอกหลอนเราไปทุกที่ แม้ในกรณีที่เข้าไปดูเฉยๆ แต่มันก็สร้างความรำคาญให้กับเราอยู่บ่อยๆ


แต่วันนี้เรามีวิธีการที่จะบล็อกโฆษณาจากเว็บไซต์เหล่านี้ได้แล้ว เพราะ Google อนุญาตให้ผู้ใช้ปิดการทำงานของ reminder ads ในเครือข่ายโฆษณาของ Google ได้ โดยเข้าไปที่เมนู Ads Settings บน Google เลื่อนลงมาจนเจอเมนู การปรับเปลี่ยนโฆษณาในแบบของคุณ จากนั้นกดปิดประเภทโฆษณาที่ไม่อยากให้ขึ้นเตือน หรือจะปิดทั้งหมดเลยก็ได้ แต่ถ้าอยากที่จะเปิดกลับมาใช้งานเหมือนเดิมก็สามารถทำได้ / สำหรับคนที่หาทางเข้าไม่เจอก็เข้าไป set ได้ที่นี่โดยตรงเลยจ้า https://adssettings.google.com/authenticated


แถม Google ยังเพิ่มฟีเจอร์ใน Mute This Ad เพื่อให้สามารถกดปิดโฆษณาผ่านมือถือได้ด้วย ซึ่งมีผลกับการใช้งานบนคอมพิวเตอร์ด้วย แค่นี้เราก็ไม่ต้องมารำคาญใจกับโฆษณาที่คอยตามหลอกหลอนเราไปทุกที่แล้ว


ที่มา: http://www.atimedesign.com/webdesign/howto-blog-remarketing/
#167

เทพแห่งการขุดรายใหญ่ที่กว้านซื้อ Graphic Card จนไม่เหลือเผื่อแผ่ให้ชาวโลก

ในยุคสมัยนี้ความต้องการในการทำเหมือง "Cryptocurrency" ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนกราฟิกการ์ดทั่วโลก แม้ตอนนี้ถ้าคุณอยากได้การ์ดจอดีๆสักตัว คุณก็ต้องซื้อมันในราคาที่แพงขึ้น หรือแม้แต่ถ้าคุณมีเงินก็อาจซื้อไม่ได้ เพราะมันไม่มีของ

และก็เป็นไปอย่างที่เห็น ณ ปัจจุบันนี้ว่าสิ่งที่ทำให้การ์ดจอขาดตลาดนั้น เพราะในการซื้อการ์ดจอสมัยนี้ไม่ได้ปกติเหมือนสมัยก่อน หลายคนเขาซื้อการ์ดจอไปขุดเหมืองกัน และเขาไม่ได้ซื้อแค่ตัวเดียว แต่เขาซื้อทีเป็นล็อต เอามาเรียงกันเป็นตับจัดหนักกันเต็มที่ (ไม่นับเจ้าใหญ่ที่กว้านซื้อทำกันเป็นโกดัง) มาถึงตอนนี้เมื่อความต้องการสูงก็เกิดอาการของขาด ราคาอุปกรณ์ในการผลิต Graphic Card ก็เลยพุ่งสูงขึ้นตาม อันนี้ต้องบอกก่อนว่าเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต แต่ปีนี้รอบนี้หนักสุด เพราะคนแห่กันไปขุดเหมือง Crypto กันด้วยจอบดิจิตอล ด้วยกราฟฟิกการ์ดอันทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นค่าย AMD หรือ Nvidia ที่เป็นรุ่นที่คนนิยมมากที่สุดในการทำเหมือง

เอาตัวอย่างง่ายๆ เมื่อปีที่แล้ว ผู้จัดคอมมาร์ท ยิ้มเลยเมื่องานนี้การ์ดจอขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะกระแสบิทคอยน์ราคากำลังพุ่ง ทำให้มีคนมารอเข้าคิวก่อนงานต่อคิวกันเพื่อจะซื้อการ์ดจอสำหรับนำไปขุดเหมือง ที่ถึงแม้มันจะมีความเสี่ยง แต่ก็มีคนไม่น้อยเลยที่สนใจหันมาทางด้านนี้เพื่อรวยทางลัด อันนี้ก็ต้องจับตาดูงานคอมมาร์ทในเดือนมีนาคมที่ใกล้จะถึงนี้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมหรืออาจมากกว่าเดิมหรือไม่


กราฟฟิกการ์ดของเขานั้น.. ระดับเทพทั้งนั้น

ต้องบอกไว้ก่อนว่าตอนนี้สกุลเงินดิจิตอลที่พวกเขาขุดกันนั้นไม่ได้มีแค่ "Bitcoin" อย่างที่ทุกคนเข้าใจนะครับ มันยังมีสกุลเงิน Ethereum, Monero, Litecoin และอื่นๆ อีกมากมาย ซ้ำตอนนี้มันยังทำให้บรรยากาศในโลกดิจิตอลนั้นแย่ลง อย่างแรกก็เรื่องการขาดแคลนการ์ดจอดีๆ ที่ต้องมาใช้งาน ไม่ว่าในส่วนของในวงการณ์เกมเมอร์ วงการกราฟฟิกดีไซน์ และวงการณ์อื่นๆ ต้องพลอยเดือดร้อนกันไปด้วย ซึ่งในหลายเดือนมานี้เว็บไซต์หลายๆ เว็บไซต์โดนโจมตีด้วยการฝังสคริปขุดเงินดิจิตอลเป็นจำนวนมาก และล่าสุดแม้แต่โฆษณาบน Youtube ก็โดนด้วย บางเว็บที่มีคนเยี่ยมชมมากๆ ก็ฝังสคริปในเว็บตัวเองเลยเพื่อไปขุดชาวบ้าน ถ้าให้คาดการณ์ต่อไปในอนาคตก็คงไม่แคล้วจะลุกลามบานปลายไปในอีกหลายแพลตฟอร์มเป็นแน่แท้

โดยสรุปแล้วผู้เขียนอยากจะบอกว่า ณ ขณะนี้ คนที่ใช้จอบดิจิตอลทั้งหลายนั้นไม่เพียงแค่ขุดอยู่แค่เหมืองของเขา หรือแค่ที่บ้านเขา แต่มันยังระบาดไปถึงเรื่องการขาดแคลนการ์ดจอ รวมถึงการขุดที่ละเมิดสิทธิผู้อื่นอีกในหลายๆ ทางอย่างอย่างเช่นความพยายามฝังสคริปในหน้าเว็บไซต์เพื่อไปขุดบนเครื่องของผู้อื่นอีกด้วย

ระดับฟาร์มเล็กๆ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?time_continue=37&v=OxTJgQlLJhE

ระดับโรงงาน
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?time_continue=54&v=em2RdmAZvqA
#168
คือมันมีแอพ หรือซอฟแวร์อะไรไหมครับที่มันสามารถป้องการการขุดเหมือง Cryto น่ะครับ คือคนที่ซื้อการ์ดจอไปขุด หรือเช่าเครื่องขุดก็เคยเห็นมา เขาก็ขุดในส่วนของเขาในที่ของเขา ไม่มีการฝังสคริปตามเว็บไซต์เพื่อมาทำให้ CPU เราช้าจนทำงานไม่ได้ หรืออาจจะเจ๊ง ตอนนี้ที่รู้จักก็มีแค่ NoCoin แค่ตัวเดียว รบกวนด้วยนะครับเพื่อนๆ

ขุดแค่ที่บ้านพอนะจ๊ะ ไม่ต้องมาเผื่อพี่ พี่ขอร้องงง
#170


ณ ปัจจุบันนี้การมีความรู้ในภาษาย่อมได้เปรียบกว่าคนอื่นในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเรื่องการเรียน การทำงาน แม้กระทั่งการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งเมื่อเราอยู่ในยุคที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยแบบนี้ การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศเหล่าก็ดูจะเป็นเรื่องง่ายๆ ไปแล้ว เพราะได้โลกได้ถือกำเนิดแอพพลิเคชั่น "Scanner & Translator" ที่เป็นแอพฯ แปลภาษาได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่ถ่ายรูปก็สามารถแปลคำศัพท์ภาษาต่างๆ ได้เลย โดยเปิดให้ดาวน์โหลดฟรี แต่อาจจะมีโฆษณากวนใจนิดหน่อย

ส่วนวิธีการใช้งานแอพ Scanner & Translator ก็ง่ายๆ เพียงแค่เปิดแอพฯ ขึ้นมาก็จะพบหน้าตาของกล้องถ่ายรูป ให้เราทำการกดถ่ายรูปเอกสาร หรือข้อความต่างๆ ที่เราต้องการแปลภาษา หรือจะเลือกรูปจากไฟล์ในอัลบั้มก็ได้เช่นกัน



ต่อมาก็ให้ทำการปรับรูปให้อยู่ในทิศทางที่โอเค เพื่อให้แอพฯ สามารถแปลข้อความได้ถูกต้อง ซึ่งวิธีการนี้อาจะต้องตัดรูปให้ดี และจัดระเบียบภาพที่ถ่ายให้เรียบร้อยเพื่อความแม่นยำ อีกทั้งยังสามารถปรับสีของรูปได้อีกด้วย



เมื่อปรับรูปภาพเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็กดปุ่ม OCR ด้านขวามือล่าง เพื่อเข้าสู่หน้าการแปลภาษาได้เลย โดยแอพจำทำการแปลงข้อความในรูปภาพเป็นข้อความมาให้ จากนั้นให้เราแบ่งวรรคและตัดคำที่ไม่ใช้ออก หรือแก้ไขบางคำที่แอพฯ อาจจะแปลงรูปภาพออกมาเป็นข้อความที่คลาดเคลื่อนที่เกิดจากรูปภาพที่ไม่คมชัดนั่นเอง




และเมื่อเราแก้ข้อความเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถกดเลือกภาษาที่ต้องการแปลได้เลย โดยมีภาษาให้เลือกเยอะมาก แต่ต้องบอกก่อนว่าคุณภาพในการแปลออกมานั้นไม่ได้เพอร์เฟกต์ 100 % จัดอยู่ในระดับปานกลาง แต่ก็สามารถช่วยให้เราสะดวกและประหยัดเวลาได้เยอะทีเดียว และยังมีฟังก์ชั่นกดฟังการออกเสียงได้ด้วย และที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือ มันสามารถทำการคัดลอกข้อความได้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเราสามารถถ่ายรูปข้อความและคัดลอกออกไปได้เลย โดยที่ไม่ต้องพิมพ์ให้เสียเวลา แถมส่งอีเมลได้ด้วย สุดยอดไปเลย
#171

วันนี้เรามีเทคนิคในการป้องกันเว็บไซต์ฝัง script ที่แอบเข้ามาขุดบิทคอย ซึ่งมันจะทำให้ดึงทรัพยากรจากคอมพิวเตอร์ไป และทำให้เครื่องของเรานั้นช้าลง โดยหลังจากลองลงโปรแกรมนี้ไปแล้วเวิร์คมาก

โปรแกรมตัวนี้มีชื่อว่า "No Coin" เป็นส่วนขยายที่สามารถติดตั้งบน Browser ที่จะช่วยปิดกั้นการขุดของเว็บไซต์ที่มีการฝังสคิป ทำให้เครื่องของเราทำงานหนัก (บางรายอาจถึงพัง) โดยเพื่อนๆ สามารถติดตั้ง No Coin นี้ได้บน Chrome แล้ว ดาวน์โหลดที่นี่ https://chrome.google.com/webstore/detail/no-coin-block-miners-on-t/gojamcfopckidlocpkbelmpjcgmbgjcl


หลายคนก็ไม่ได้คิดอะไรกับการที่แอบนำเอา CPU ของเรามาขุดเหรียญ ซึ่งในการขุดเหรียญ Crypto นั้นเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการหารายได้ ซึ่งเป็นกลวิธีสำหรับเว็บไซต์ปัจจุบันที่เริ่มนำมาใช้ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยพอใจกับกับการที่ไม่ได้บอกกันก่อน

"ตัวอย่างที่ดีมีการแจ้งเตือนก่อนแต่ % ก็หนักอยู่"



credit http://www.atimedesign.com/webdesign/nocoin-crypto/
#172

ปกติเวลาเราเดินไปซื้อการ์ดจอในร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ มันก็จะมีให้เลือกหลากหลายทั้งเอาไว้ใช้ในการทำงานปกติ หรือใช้ทำงานทางด้านกราฟฟิก ไม่ก็เอาไว้เล่นเกมส์ ก็ต้องเอาอย่างแรงๆ

แต่เดี๋ยวนี้ความต้องการในการทำเหมือง Cryptocurrency ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนกราฟิกการ์ดทั่วโลก เพราะตอนนี้ถ้าคุณเดินไปที่ร้านค้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แถวๆ บ้านคุณ จะพบแต่ชั้นวางขายโล่งๆ ไร้การ์ดจอที่คุณต้องการเอามาทำเหมือง และถ้าคุณอยากได้การ์ดจอดีๆ ซักตัวจริงๆ ก็ต้องซื้อมันในราคาที่แพงมาก หรือแม้แต่ถ้าคุณมีเงินก็ซื้อไม่ได้ เพราะไม่มีของ

"ของขาด"


ยกตัวอย่างในเคสนึง ลูกค้าจะเข้าไปซื้อกราฟิกการ์ดที่ Best Buy (ร้านคอมในต่างประเทศ) ปรากฏว่าเจอตู้ที่ขายกราฟิกการ์ดสำหรับเกมถูกล็อคไว้ และพบว่าการ์ดจอแต่ละตัวนั้นมีราคาแพงมากอย่าง AMD Radeon RX 580 และ Nvidia GeForce GTX 1080 ที่เป็นรุ่นที่เจ๋งสุดในการขุดเหมือง Cryptocurrency ซึ่งหมดสต๊อกไปซะงั้น แต่สิ่งเหลืออยู่คือกราฟิกการ์ดระดับต่ำ ที่ไม่เหมาะสำหรับการทำเหมือง

-----------------------------------------------------------

ให้กำลังเพื่อนๆ ด้วยเพลงนี้ครับ Superman (It's Not Easy)

I can't stand to fly
I'm not that naive
I'm just out to find
The better part of me

ฉันทนที่โบยบินต่อไปไม่ได้แล้ว
ฉันไม่ได้ซื่อขนาดนั้นนะ
ฉันแค่ออกมาเพื่อตามหา
ตัวฉันที่ดีกว่า

I'm more than a bird, I'm more than a plane
I'm more than some pretty face beside a train
And it's not easy to be me

ฉันเป็นมากกว่านก มากกว่าเครื่องบิน
เป็นมากกว่าคนหน้าตาดีๆในรถไฟ
และมันไม่ง่ายหรอกนะ ที่จะมาเป็นอย่างฉัน

I wish that I could cry
Fall upon my knees
Find a way to lie
'Bout a home I'll never see

ฉันหวังว่าฉันจะร้องไห้ออกมาได้
ทรุดลง
หาหนทางที่จะโกหก
เกี่ยวกับบ้านที่ฉันไม่มีวันจะได้เห็น

It may sound absurd but don't be naive
Even heroes have the right to bleed
I may be disturbed but won't you concede
Even heroes have the right to dream?
And it's not easy to be me

มันอาจจะฟังดูไร้สาระ แต่อย่าซื่อเกินไป
แม้แต่ฮีโร่ก็ยังเลือดไหลได้
อาจจะขัดใจซักหน่อย แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันถูกใช่มั้ยล่ะ
แม้แต่ฮีโร่ก็มีสิทธิ์ที่จะฝันไม่ใช่เหรอ?
และมันไม่ง่ายหรอกนะ ที่จะมาเป็นอย่างฉัน

Up up and away away from me
Well it's all right
You can all sleep sound tonight
I'm not crazy or anything

สูงขึ้นไป และห่างไกลจากฉัน
ไม่เป็นไรหรอก
ทุกๆคนจะนอนหลับอย่างสบายได้ในคืนนี้
ฉันไม่ได้บ้าหรืออะไรทั้งนั้น

I can't stand to fly
I'm not that naive
Men weren't meant to ride
With clouds between their knees

ฉันทนที่โบยบินต่อไปไม่ได้แล้ว
ฉันไม่ได้ซื่อขนาดนั้นนะ
คนเราไม่เกิดมาเพื่อที่ขึ้นขี่
ก้อนเมฆที่อยู่ระหว่างเข่าทั้งสอง

I'm only a man in a silly red sheet
Digging for Cryptonite on this one way street
Only a man in a funny red sheet
Looking for special things inside of me

ฉันก็เป็นแค่ผู้ชายคนนึงในผ้าคลุมโง่ๆสีแดง
ขุดหาคริปโตไนต์บนถนนวันเวย์นี้
แค่ผู้ชายคนนึงในเสื้อคลุมตลกๆสีแดง
ตามหาสิ่งที่พิเศษในตัวฉัน

Inside of me, inside of me, yeah
Inside of me, inside of me

ภายในตัวฉัน

I'm only a man in a funny red sheet
I'm only a man looking for a dream
I'm only a man in a funny red sheet
And it's not easy, it's not easy to be me

ฉันก็เป็นแค่ผู้ชายคนนึงในผ้าคลุมโง่ๆสีแดง
แค่ผู้ชายคนนึงที่ตามหาความฝัน
ฉันก็เป็นแค่ผู้ชายคนนึงในผ้าคลุมโง่ๆสีแดง
มันไม่ง่ายหรอกนะ ที่จะมาเป็นอย่างฉัน

ฟังเพลงคลิ๊ก https://www.youtube.com/watch?time_continue=206&v=GRz4FY0ZcwI



เครดิต http://www.atimedesign.com/webdesign/graphics-card-crypto/
#173

Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์ที่ถูกยกย่องว่ารายงานเกี่ยวกับบริษัทแอปเปิ้ลที่แม่นยำที่สุดในโลก ได้ออกมารายงานว่า iPhone X จะมีการลดคำสั่งซื้อลงเนื่องจากมีความต้องการที่ต่ำมากในตลาด โดยเฉพาะในเรื่องการออกแบบของตัวผลิตภัณฑ์

ซึ่งจากรายงานนั้น Apple จะทำการจัดส่ง iPhone X ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ 18 ล้านเครื่อง ซึ่งจัดว่าเป็นยอดที่ต่ำมากของไอโฟนอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีนนั้นมีผลกระทบหนักสุดในเรื่องของราคาที่สูง และนวัตกรรมที่น่าสนใจมีน้อยเกินไป รวมถึงระบบเซ็นเซอร์ในตัวอุปกรณ์ที่เคยเป็นข่าวเมื่อปีที่แล้วว่าสามารถทำการปลดล็อก iPhone X ได้ทั้งที่เป็นคนละคน อีกทั้งในเรื่องการดีไซน์มีติ่งบนหัวด้านบนที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่ามีพื้นที่ใช้งานน้อยกว่า iPhone 8 Plus

อย่างไรก็ตาม iPhone นั้นจะมีการเปิดตัว 3 รุ่นใหม่ในปี 2561 และ iPhoneX จะถึงจุดสิ้นสุดลง หลังจากในช่วงที่ผ่านมา iPhone X ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจในวงการสมาร์ทโฟนเป็นอย่างมาก ทั้งนวัตกรรมปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า และ Animoji






ที่มา http://www.atimedesign.com/webdesign/iphonex-end/
#174
นับวันยิ่งจะกลายเป็นบิลลี่เข้มไปทุกทีแล้ว สำหรับการลงโฆษณาของ google เนื่องจากมีรายงานจากแหล่งข่าวของมะกันว่า Google กำลังเตรียมเพิ่มระบบตรวจสอบวิดีโอบน YouTube เพื่อให้ผู้ลงโฆษณารายใหญ่สามารถมั่นใจได้ว่า โฆษณาของตัวเองจะไม่ปรากฏบนวิดีโอที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม


โดยทีมงานที่จะเข้ามาทำการตรวจสอบดังกล่าวนั้น มีการเปิดเผยมาว่า Google จะจ้างพนักงานราวๆ 10,000 คน ร่วมกับ AI เพื่อช่วยให้การสกรีนเนื้อหาในวิดีโอเป็นไปอย่างเข้มข้น และระเอียดรอบคอบ และจะถูกตั้งค่าสถานะวิดีโอเป็นส่วนหนึ่งของช่อง Google Preferred ที่อยู่บน YouTube เพื่อสำหรับขายให้กับผู้ลงโฆษณาในราคาสูงระดับพรีเมี่ยม

ซึ่งสำหรับการตรวจสอบทั้งหมดนี้ ก็เพื่อแก้ปัญหาความกังวลสำหรับวิดีโอที่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หรือน่ารังเกียจปรากฏอยู่ในเนื้อหาของแบรนด์นั่นเอง




เครดิต http://www.atimedesign.com/webdesign/google-ads-on-youtube/
#175

Google Search จะทำการจัดอันดับการค้นหาสำหรับอุปกรณ์พกพาโดยใช้ความเร็วของหน้าเว็บเป็นปัจจัยในการคำนวณ ที่เรียกว่า "Speed Update" ซึ่งวิธีการจัดอันดับผลการค้นหาแบบใหม่นี้จะมีผลเฉพาะหน้าเว็บไซต์ประเภทที่โหลดช้า เช่น รูปใหญ่ วีดีโอใหญ่ หรือในกรณีใดๆก็ตาม


อย่างไรก็ตาม Keyword หรือคำที่ใช้ค้นหาก็ยังถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด ดังนั้นแม้ว่าหน้าเว็บไซต์เราจะโหลดช้ายังไง แต่ถ้าเว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพ มีหน้าเว็บไซต์ที่ดี และคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้งาน ก็ยังสามารถอยู่ในอันดับสูงได้เช่นกัน

ทั้งนี้ Developer สามารถใช้งานเครื่องมือตรวจสอบความเร็วของเว็บไซต์ได้อย่าง PageSpeed Insights ของ Google และเครื่องมื่ออื่นๆ เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของเว็บไซต์ของคุณ โดยการจัดอันดับการค้นหาดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป


ที่มา http://www.atimedesign.com/webdesign/google-speed-update/
#176
เป็นคนเล่นหวยก็ไม่เคยถูก mlm ก็ไปไม่ไหว เล่นหุ้นก็เจ๊ง Forex ก็ไม่เป็นท่า ถ้าจะมาเอาดีทาง bitcoin นี่จะดีไหมครับ  :P
#177

ใครที่กำลังสร้างเว็บด้วย WordPress ระบบจัดการเนื้อหาหรือ CMS อันดับ 1 ของโลกไม่ควรพลาดงาน Wordcamp Bangkok 2018 ที่จัดเนื้อหาเน้นๆ ทุกด้านทั้งสายพัฒนาหรือสายผลิตเนื้อหา โดยงานจัดขึ้นวันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2018 นี้ที่มหาวิทยาลัยสยาม อัดแน่นเนื้อหากันทั้งวัน!

WordCamp เป็นงานสัมมนาของ WordPress ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีความสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับ WordPress ได้มาพบปะ และทำกิจกรรมร่วมกัน สำหรับงาน WordCamp Bangkok 2018 ถือเป็น WordCamp ครั้งที่ 4 ที่จัดขึ้นในประเทศไทย

เนื้อหาในงานจะแยกเป็น 3 Track ที่จัดคู่ขนานกันไป ทำให้ผู้ร่วมงานสามารถเลือกเข้าฟังเรื่องที่ตัวเองสนใจได้ โดยตารางงาน Wordcamp Bangkok 2018 วันที่ 18 ก.พ. มีดังนี้

ถ้าคุณเป็นผู้ใช้ WordPress สายนักพัฒนา คุณอาจจะสนใจหัวข้อ เจาะลึก Child Theme อย่างไรให้ดี โดยคุณ Jasdaporn Chaitan หรือ Cache ยังไงให้เร็วประดุจฟ้าแลบ โดยคุณ Dom Charoeyos

ถ้าคุณเป็นผู้ใช้ WordPress สายสร้างเนื้อหา ก็อาจจะสนใจหัวข้อ แนวทางการสร้าง Thought Leadership ให้กับแบรนด์ผ่านการเขียน Blog โดยคุณ Jakrapong Kongmalai หรือ WordPress กับเว็บคอนเทนต์ จากโลกเก่าสู่สื่อใหม่ โดยคุณ Warong Lupaiboon

และถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้น อยากใช้ WordPress สร้างเว็บกับเค้าบ้าง ก็มีหัวข้อที่น่าสนใจอย่าง จริงหรือไม่ที่ใครๆ ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress ได้ มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ โดยคุณ Jatupon Rattanapanop หรือ ประสบการณ์ใช้งาน WordPress จากคนทำ Blog ที่ต้องเอามาแชร์ โดยคุณ Naret Tiyawatwittaya


อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beartai.com/news/it-thai-news/216810
#178

Search Console ชื่อเดิม Webmaster Tools เป็นบริการฟรีจาก Google ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถตรวจสอบและรักษาให้เว็บไซต์ปรากฏในผลการค้นหาของ Google ซึ่งอัพเดทแล้วในเวอร์ชันใหม่ เพื่อช่วยให้คนที่ทำ SEO และผู้ลงโฆษณาสามารถนำเสนอแคมเปญดิจิตอลผ่านอัลกอริธึมที่ซับซ้อนได้ดีขึ้น

Search Console เวอร์ชันใหม่นี้จะให้ข้อมูลย้อนหลัง 16 เดือน คนที่ทำ SEO หรือ ลงโฆษณา Adwords สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและจัดทำเป็นตารางเปรียบเทียบในปีต่อปีได้ อีกทั้งยังมีการเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลในผลการค้นหาโดยวิเคราะห์ผ่านรายงาน Index Coverage, สถานะ Accelerated Mobile Pages (AMP) ร่วมด้วย




แหล่งที่มา http://www.atimedesign.com/webdesign/new-search-console/
#179

มีรายงานข่าวที่จีนพบ 12 แอพหาคู่ที่ถูกปิดเพราะพบการทุจริตในแอพ และถูกฟ้องร้องในข้อหาหลอกลวงผู้บริโภคให้จ่ายเงินเพื่อแชทคุยกับสาวสวย แต่ความจริงแล้วผู้หญิงออนไลน์ที่พวกเขาแชทอยู่นั้นเธอไม่ใช่คน!

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เนื่องจากแอพที่ใช้หาคู่ดังกล่าวมีการอ้างว่าลูกค้าสามารถแชทกับสาวสวยผ่านทางออนไลน์ได้ในราคา 200 หยวน แต่ลูกค้ามาพบในตอนหลังว่าตัวเองกำลังคุยกับชะนีปัญญาประดิษฐ์แทน โดยสำนักข่าว New Express ได้รายงานถึงแอพที่มีการหลอกลวงนั้น มีที่มาจากการที่ลูกค้าต้องจ่ายเงินเพื่อดูคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่อง Sex แต่พวกเขาไม่สามารถโหลดและดูคลิปได้ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าสอบสวน


โดยเจ้าหน้าที่จีนในมณฑลกวางตุ้งได้กล่าวว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับลูกค้าหลายแสนรายและพบว่ามีการทุจริตจำนวนมากกว่า 1 พันล้านหยวน (154 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ซึ่งมีผู้ต้องสงสัยกว่า 600 รายที่ถูกจับกุม และยังพบหลักฐานว่าแอพพลิเคชันหาคู่ดังกล่าวให้ผู้บริโภคนั้นจ่ายค่า VIP ในราคา 200 หยวนในการแชทกับสาวสวยจริงๆ แต่แอพเหล่านั้นใช้ AI เข้ามาคุยแทน (ประหยัดดีนะ)



ที่มา http://www.atimedesign.com/webdesign/chinese-ai-chat-app/
#180

อย่างที่เราทราบกันดีว่าในการทำเว็บไซต์นั้นถูกสร้างขึ้น และมีการพัฒนามากว่า 20 กว่าปีแล้ว ก็ต้องมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีที่พัฒนาไปเช่นกัน ซึ่งหลายๆ เว็บไซต์ที่สร้างมานานก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปจนจำเมื่อตอนครั้งแรกไม่ได้เลย

วันนี้เราจึงมาแนะนำ WayBack Machine เว็บไซต์ที่สามารถพาเราย้อนกลับไปดูถึงการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปของเว็บไซต์ต่างๆ ได้ โดยสามารถย้อนไปตั้งแต่เว็บนั้นเริ่มก่อตั้ง มีการพัฒนาไปอย่างไร รวมถึงยังทำให้เราเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในการพัฒนาเว็บไซต์อีกด้วย

โดยเจ้า WayBack Machine เป็นเว็บไซต์ที่บันทึกและเก็บรวบรวมข้อมูลของเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งจัดทำโดยไม่แสวงหาผลกำไร วัตถุประสงค์คือ ตั้งใจให้นักวิจัย นักประวัติศาสตร์ นักวิชาการ ผู้พิการ และบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงประวัติศาสตร์ของเว็บไซต์ได้

ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูได้ผ่านทางเว็บไซต์ https://web.archive.org/ แล้วใส่ที่อยู่ url เว็บไซต์ที่ต้องการลงไป ก็จะแสดงหน้าเว็บและบทความเก่าๆ ให้เราได้ชมอีกครั้ง และยังสามารถย้อนเวลาไปยังปีไหนก็ได้อีกด้วย


ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 20 กว่าปีที่แล้ว





เครดิต https://boxzaweb.com/wayback-machine-website/