เมนู

แสดงโพสต์

ส่วนนี้ให้คุณดูโพสต์ทั้งหมดของสมาชิกท่านนี้ (เฉพาะโพสต์ในส่วนที่คุณมีสิทธิ์เข้าถึง)

เมนู แสดงโพสต์

หัวข้อ - washiravit

#1
ผมเป็นคนหนึ่งที่อยากจะมีชีวิตที่ดี และจำได้ว่า สังคม Thaiseoboard คือหนึ่งในสังคมที่ยอดเยี่ยมมากๆ ผมได้ความรู้และแนวทางจากในนี้เยอะมากๆ

ตอนนี้ผมไม่ได้รวย ไม่ได้เป็นเศรษฐี ไม่ได้มีชีวิตหรูหรา เป็นเพียงคนธรรมดา ฐานะปานกลาง ที่มีบ้าน มีรถ มีการลงทุนที่พอเลี้ยงตัวเองได้

เลยอยากจะกลับมาแบ่งปันประสบการณ์ให้ฟังครับ ว่า 10 กว่าปีที่สิงบอร์ดนี้ ชีวิตผมมันเปลี่ยนไปเยอะพอตัวเลยนะ

จาก นักศึกษา มาเป็นพนักงานประจำ และก้าวเข้าสู่ อืม จะเรียกว่าอะไรดีล่ะ

ผู้ประกอบการก็ไม่ใช่ เจ้าของธุรกิจก็ไม่ใช่ เอาเป็นคำเดิมที่ผมชอบ คือคำว่า นายตัวเอง

ถึงแม้จะเป็นนายตัวเอง แต่ก็ต้องทำงานด้วย "นโยบาย" ของคนอื่นอีกที

เวลาลูกค้าจ้างงาน ก็ต้องทำงานใต้กฏลูกค้า

ทำ Youtube Facebook Tiktok ก็ต้องทำภายใต้กฏพวกเขาเหมือนกัน

ดังนั้น จะเรียกว่า นายตัวเองที่มีอิสระก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก

เอาเป็น คนที่หาเงินได้ โดยได้ใช้ชีวิตในแบบที่คาดหวังเอาไว้

คือ ตื่นนอนไม่ต้องเป็นเวลา อยู่กับบ้านแบบคนชอบเก็บตัว ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวไม่สุงสิงกับใคร

และควบคุมรายจ่ายของตัวเองในระดับที่เหลือเงินลงทุนได้

จุดเริ่มต้นทั้งหมด มันคือ Thaiseoboard จริงๆครับ

ผมเริ่มต้นทำงานจากอินเตอร์เน็ต เป็น Freelance ก็หาเงินได้บ้าง ไม่ได้รวย แต่ก็อยู่ในสถานะพอเอาตัวรอดได้

ชีวิตมาตั้งหลักได้จริงๆ ตอนที่ Youtube ตัดสินใจเปิดสำนักงานในไทย

และผมเริ่มต้นทำข่องเนื้อหาเกี่ยวกับการเงินและนายตัวเอง

รายได้จาก Youtube ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ เพราะช่องของผม ยอดวิวไม่ได้สูงมากนัก

แต่สิ่งที่ได้จริงๆ คือ รายได้จากผู้สนับสนุนรายการอย่างสปอนเซอร์ครับ

นั่นเป็นครั้งแรก ที่ผมสามารถหาเงินได้แสนต้นๆต่อเดือน

พอผมมีทักษะเรื่องการสร้าง Content

ผมเลยไปชวนแฟน ชวนรุ่นพี่ ที่ไม่เก่งเทคโนโลยีเลย มาทำคลิปวีดีโอ โดยผมจะอาสาทำงานบนคอมพิวเตอร์ให้

ทั้งสมัคร ตัดต่อ ออกแบบหน้าปกคลิป และจัดสรรระบบหลังบ้าน  

แลกกับพวกเขาจะต้องสร้างเนื้อหาด้วยตัวเอง

โดยมีข้อตกลงคือ รายได้ต้อง 50 - 50

นั่นก็ทำให้ผมมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก แม้จะเหนื่อยมากขึ้นก็ตาม

และพอ Facebook เปิดให้สร้างรายได้จากวีดีโอ

ตอนแรกทุกคนกลัวกันหมดว่าอาชีพ Youtube ของตัวเองจะจบสิ้น

แต่เอาเข้าจริง กลายเป็นว่า Youtuber ทุกคนที่เอาคลิปวีดีโอมาลง Facebook ด้วย

รายได้คูณสอง กลายเป็นมีรายได้ 2 ทาง โดยทำงานแค่ครั้งเดียว

ผมทราบดีว่าเงินหามา ถ้าไม่บริหาร มันจะหมดไปอย่างรวดเร็ว

ผมเลยพยายามอ่านหนังสือและฟังคลิปเรื่องการเงินอย่างหนัก

เพื่อเตือนสติตัวเอง ว่า มีคนมากมายที่มีรายได้สูง แต่พอเวลาผ่านไป กลับตั้งตัวไม่ได้เลย

แถมยังต้องเอาสิ่งที่ซื้อมาขายทิ้งในราคาที่หายไปเกินครึ่งเพื่อหมุนเงินให้ทัน

เพียงเพราะคิดว่า ตัวเองจะมีรายได้กระหน่ำกระเป๋าตังค์ตลอดไป

ผมขี้ขลาดเกินกว่าจะกล้าหาญทำอะไรแบบนั้น

ผมเลยแบ่งเงินเอาไปลงทุน เอาไปซื้อหุ้น กองทุนรวม และอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า

DCA ไปเรื่อยๆ ไม่รีบ ไม่ร้อน ไม่แข่งกับใคร

พอทองลงก็เอาเงินเก็บซื้อ ผมสามารถทำเงินได้ถึง 60,000 บาทภายใน 1 เดือนโดยไม่เหนื่อย (ต้นทุนน่าจะประมาณ 4 แสนบาท จำไม่ได้)

แค่ซื้อทองตอนราคาลง และขายตอนราคาขึ้น เหนื่อยตรงหาที่จอดรถเวลาไปร้านทอง

แต่การเก็งกำไรคงไม่เหมาะกับผมเท่าไหร่ ผมเลยทำมันแค่ 2 - 3 ครั้งเท่านั้น

ผมทำซ้ำด้วยหลักพื้นฐานง่ายๆ คือ ทำงาน เก็บเงิน ลงทุน

ช่วงแรกๆก็ไม่ค่อยมีอะไรต่าง

แต่ตอนหลังๆ พอผ่านไป 7 ปี 10 ปี

พอร์ตก็เริ่มใหญ่ขึ้น เริ่มปันผลเดือนหนึ่งหลักหมื่นบาท - สองหมื่นบาท

พอบวกกับรายได้ที่ยังไม่หยุดทำงาน มันก็พอหายเหนื่อยเลยครับ กับเวลาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา (อาจจะมากกว่า 10 ปีด้วยซ้ำที่สิงในกลุ่มนี้)

เพื่อความสงบสุขของชีวิต ผมซ่อนโพสต์เพื่อนในโซเชี่ยลทั้งหมดที่ประกาศว่าตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างไรบ้าง

ใครซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อของแพงๆ ผมหลับหู หลับตา และหลับปาก เอ้ย ปิดปาก ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

ไม่ใช่เพราะไม่ได้อยากพัฒนาตัวเองหรอกนะครับ แต่ผมคิดว่า ตอนนี้ผมก็มีความสุขดีอยู่แล้ว

จะหาเรื่องให้เหนื่อยหาเงินมากขึ้นแล้วกระวนกระวายใจทำไม

ผมคิดว่าถ้าจะมีความสุข ควรต้องหาเรื่องชมตัวเองให้ได้ทุกวัน

และการเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ว่าเรายังทำงานหนักไม่พอ ขยันไม่พอ

อาจจะไม่ใช่ไลฟ์สไตล์ที่ผมคาดหวัง

เราไม่ใช่รถยนต์ที่ขอเเค่เติมน้ำมัน ก็วิ่งได้ตลอดเวลาโดยไม่พัก

การทำงานน้ำมันมันก็สำคัญนะ แต่น้ำเย็นมันก็สำคัญกับความสงบสุขเหมือนกัน

ตอนนี้ผมอายุเกือบจะ 40 ปีแล้ว ความฝันของผมเพียงอย่างเดียวคือ

ขอให้ชีวิตสงบสุขอย่างนี้ตลอดไป แม้มันจะเป็นไปได้ยากก็ตาม

แต่ก็หวังว่า เพื่อนๆทุกคนที่อยู่ในบอร์ดนี้ จะเจอเส้นทางที่ตัวเองชอบ

และมุ่งมั่นเดินบนถนนที่ตัวเองเลือกอย่างสุดความสามารถนะครับ

นี่คงเป็นโพสต์แรกในรอบสิบปีกระมั้ง และน่าจะเป็นโพสต์สุดท้ายแล้วด้วย

ขอให้มีความสุขมากๆเลยนะครับ

ผมรักบอร์ดนี้ แม้มันจะผ่านมานมนานแล้วก็ตาม
#2
ผมอยากจะมีรายได้จาก Adsense ที่ติดบนเว็บไซต์เพื่อที่จะเอาเงินไปทำตามความฝันวันละ 2000 ได้อย่างสบายใจครับ ถ้าผมทีเป้าหมายที่วันละ 2000 บาท ผมควรจะต้องมีคนเข้าต่อวันประมาณกี่คนเหรอครับ ขอบคุณมากๆครับ
#3
อยากจะติด Adsense ในเว็บไซต์แต่กลัวเรื่องการถูกแบนครับ
ผมจึงอยากเรียนถามว่าเว็บไซต์ของผม ควรจะต้องระวังอะไรบ้างสำหรับการติด Adsense ครับ
เพราะในอดีตเคยถูกแบนมาก่อน เลยทำให้กังวลกลัวจะถูกแบนอีกครั้ง

www.Startyourway.com

ปัจจุบันนี้มีคนเข้าเฉลี่ย 2-3 พันคนต่อวัน
ขอบคุณมากๆครับผม
#4
ถ้าเราแคปหน้าจอมาโชว์ว่าเราทำเงินได้เท่าไหร่จาก YouTube หรือ Adsense อย่างนี้ถือว่าเราทำผิดกฏหรือเปล่าครับ ขอบคุณครับ
#5
Wordpress ช่องคอมเม้นท์หายไปดื้อๆ มีใครเป็นบ้างครับ...???
ของผมจู่ๆก็หายไปเลยทั้งสองเว็บแบบงงๆ ไม่ทราบว่ามีใครเป็นบ้างไหมครับ
#6
Css คำสั่งอะไร ที่ทำให้ยกเลิก Effect ก่อนหน้าครับ T-T

สมมุติผมมี Div สองตัว

<div id="aaa">
     <div id ="bbb">
     </div>
</div>

คำสั่งของ aaa จะมีอิทธิพลถึง bbb ทั้งหมด เช่น font-size - font-family ใช่ไหมครับ
ถ้าผมอยากให้ div bbb อยู่ใน div aaa แต่ไม่ให้ div bbb รับค่าอะไรจาก div aaa เลย
จะต้องเขียนโค๊ะอย่างไรครับ

ขอบคุณจ้า
#7


แนวทางการเล่นไพ่ทาโรต์ให้ประสบความสำเร็จ

สุดยอดของจอมยุทธ์ที่สามารถกลายเป็นจ้าวแห่งยุทธจักร คือจอมยุทธ์ที่ร่ำเรียนวิชาสุดยอดจากทุกสำนัก แล้วทิ้งมันให้หมดเพื่อที่จะสร้างแนวทางวิทยายุทธ์ของตัวเอง การเล่นไพ่ทาโรต์ก็เช่นนั้น เราต้องร่ำเรียนจากครูบาอาจารย์หลายๆคน แล้วก็ริ้อทิ้งเพื่อสร้างแนวทางการเล่นไพ่ไพ่ทาโรต์ของตัวเอง

หนังสือไพ่ทาโรต์ที่มีตามท้องตลาดส่วนใหญ่เน้นการท่องจำ บางเล่มอาจจะมีแตกแผกพิศดารไปบ้าง อาจจะมีไพ่กลับหรือไม่กลับหัวตามแนวทาง แต่โดยรวมคุณต้องเป็นคนตัดสินใจเอาเองว่าคุณชอบและต้องการจะศึกษาไพ่ทาโรต์อย่างไร
เพราะไพ่จะกลายเป็นเครื่องมือในสไตล์คุณ

ถ้าให้พูดง่ายๆ ไพ่ทาโรต์จะเป็นอย่างไรมันขึ้นอยู่กับความเชื่อ ความคิด มุมมองต่อชีวิต รวมไปถึงบุคลิกของผู้ใช้ ยกตัวอย่างเช่นถ้าคนที่ใช้เป็นคนที่มีความชอบทางด้านจิตแพทย์ จิตวิทยา ไพ่จะกลายเป็นเครื่องมือรูปแบบหนึ่ง ถ้าคนที่ใช้มีความชอบเกี่ยวกับคุณไสย ไพ่ทาโรต์ก็จะกลายเป็นเครื่องมืออีกรูปแบบหนึ่ง

ดังนั้นไพ่ทาโรต์จึงไม่มีรูปแบบตายตัว ไม่มีการเรียนรู้แบบจบหลักสูตร

ก่อนอื่นผมขอจำแนกวิธีการเรียนไพ่ทาโรต์ 3 รูปแบบก่อนนะครับ โดยแต่ละประเภทนั้นถือเป็นรูปแบบหลักสูตรที่สามารถหาดูหลักสูตรได้ใน internet จาก google ทั่วไป โดยแบ่งเป็น 3 วิธีดังนี้

1. เน้นท่องจำ
การเน้นท่องจำนั้นก็เหมือนเรียนจากหนังสือเลยครับ แต่ถ้าเรียนกับครูบาอาจารย์เราอาจจะได้วามหมายเพิ่มเติมที่ละเอียดกว่าตามที่หนังสือว่าไว้ การอ่านไพ่แนวนี้จะอิงวิธีการศึกษาจากตำราเป็นหลัก บางครั้งอาจจะมีเรื่องการผสมความหมายหรือเคล็ดลับเข้ามาเกี่ยว แต่ข้อเสียคือเมื่อเจอหนังสือหรือครูบาอาจารย์ที่นิยามความหมายที่แตกต่างกันอาจจะสับสนได้ ดังนั้นการศึกษาไพ่ด้วยวิธีนี้ควรจะจำกัดการเรียนรู้เป็นสำนักไปเลยเพื่อป้องกันความสับสน

2. เน้นจินตนาการ
การเน้นจินตนาการนั้นเป็นที่นิยมในต่างประเทศมาก โดย Tarot Reader จะไม่พยายามท่องจำความหมายจากหนังสือเลย เน้นใช้การจินตนาการล้วนๆ เช่นเมื่อหงายไพ่ขึ้นมา เขาจะถามจินตนาการตัวเองว่าไพ่กำลังบอกอะไร ตัวละครในไพ่กำลังทำอะไร แล้วอธิบายออกมาเป็นคำพูดให้สอดคล้องกับคำถาม วิธีการนี้เหมาะสำหรับคนที่ใช้ชอบจินตนาการ แต่ข้อเสียคือถ้าจินตนาการแบบไม่รู้จุดหมายอาจจะหลุดจากเรื่องที่ใช้ถามไพ่ก็ได้

3. เน้นความรู้สึก
การเน้นความรู้สึกนั้นเป็นการอ่านไพ่โดยไม่สนความหมาย ไม่สนจินตนาการ แต่จะใส่ใจเพียงสิ่งที่ปรากฏเข้ามาในใจเป็นสิ่งแรก ยกตัวอย่างเช่นเมื่อคุณถูกหมากัด คุณต้องรู้สึกเจ็บ ตามมาด้วยตกใจ แล้วค่อยเกิดความคิดถามหาเหตุผล รวมไปถึงเลือกที่จะโกรธแล้วเหยียบหรือเตะตอบ ตรงรู้สึกเจ็บกับตกใจนั่นแหละที่ Tarot Reader สไตล์นี้จะหยิบจับมาอธิบาย

ทั้งสามแนวทางเป็นแนวทางหลักๆที่เห็นได้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแต่ละแนวทางไม่มีใครการันตีได้ว่าแนวทางไหนดีที่สุด เพราะแต่ละแนวทางก็มีความเหมาะสมกับแต่ละคน หรือไม่แน่ถ้าคุณลองเล่นไพ่ Tarot คุณอาจจะค้นพบแนวทางที่ 4 ที่เป็นแนวทางของคุณเองก็ได้
สิ่งที่ต้องมีก่อนเริ่มต้น

หลังจากที่คุณอยากจะเล่นไพ่ Tarot สิ่งที่คุณต้องมีคือสำรับไพ่ครับ ถ้าคุณรวยผมขอแนะนำให้ซื้อไพ่หลายๆสำรับเก็บไว้ แต่ถ้าคุณไม่อยากเสียเงินเยอะ ขอแนะนำให้ซื้อไพ่ที่หน้าตาแปลกๆครับจากต่างประเทศครับ ใช้ไพ่ของคนไทยก็ได้ แต่ซื้อมาแล้วหนังสือเอาขึ้นหึ้งไปเลย ถ้าอ่านก็อ่านผ่านๆอย่าไปซีเรียสมาก มิเช่นนั้นคุณอาจจะท่องจำความหมายแล้วติดกรอบของความหมายนั้นไปตลอดกาล

ไพ่ทาโรต์ในท้องตลาดมีทั้งหมด 3 รูปแบบ




Lesson one เริ่มต้นกับ Tarot
Posted by Vittarot on 24 สิงหาคม 2556 under Tarot Lesson    Edit

Untitled-1

แนวทางการเล่นไพ่ทาโรต์ให้ประสบความสำเร็จ

สุดยอดของจอมยุทธ์ที่สามารถกลายเป็นจ้าวแห่งยุทธจักร คือจอมยุทธ์ที่ร่ำเรียนวิชาสุดยอดจากทุกสำนัก แล้วทิ้งมันให้หมดเพื่อที่จะสร้างแนวทางวิทยายุทธ์ของตัวเอง การเล่นไพ่ทาโรต์ก็เช่นนั้น เราต้องร่ำเรียนจากครูบาอาจารย์หลายๆคน แล้วก็ริ้อทิ้งเพื่อสร้างแนวทางการเล่นไพ่ไพ่ทาโรต์ของตัวเอง

หนังสือไพ่ทาโรต์ที่มีตามท้องตลาดส่วนใหญ่เน้นการท่องจำ บางเล่มอาจจะมีแตกแผกพิศดารไปบ้าง อาจจะมีไพ่กลับหรือไม่กลับหัวตามแนวทาง แต่โดยรวมคุณต้องเป็นคนตัดสินใจเอาเองว่าคุณชอบและต้องการจะศึกษาไพ่ทาโรต์อย่างไร
เพราะไพ่จะกลายเป็นเครื่องมือในสไตล์คุณ

ถ้าให้พูดง่ายๆ ไพ่ทาโรต์จะเป็นอย่างไรมันขึ้นอยู่กับความเชื่อ ความคิด มุมมองต่อชีวิต รวมไปถึงบุคลิกของผู้ใช้ ยกตัวอย่างเช่นถ้าคนที่ใช้เป็นคนที่มีความชอบทางด้านจิตแพทย์ จิตวิทยา ไพ่จะกลายเป็นเครื่องมือรูปแบบหนึ่ง ถ้าคนที่ใช้มีความชอบเกี่ยวกับคุณไสย ไพ่ทาโรต์ก็จะกลายเป็นเครื่องมืออีกรูปแบบหนึ่ง

ดังนั้นไพ่ทาโรต์จึงไม่มีรูปแบบตายตัว ไม่มีการเรียนรู้แบบจบหลักสูตร

ก่อนอื่นผมขอจำแนกวิธีการเรียนไพ่ทาโรต์ 3 รูปแบบก่อนนะครับ โดยแต่ละประเภทนั้นถือเป็นรูปแบบหลักสูตรที่สามารถหาดูหลักสูตรได้ใน internet จาก google ทั่วไป โดยแบ่งเป็น 3 วิธีดังนี้

1. เน้นท่องจำ
การเน้นท่องจำนั้นก็เหมือนเรียนจากหนังสือเลยครับ แต่ถ้าเรียนกับครูบาอาจารย์เราอาจจะได้วามหมายเพิ่มเติมที่ละเอียดกว่าตามที่หนังสือว่าไว้ การอ่านไพ่แนวนี้จะอิงวิธีการศึกษาจากตำราเป็นหลัก บางครั้งอาจจะมีเรื่องการผสมความหมายหรือเคล็ดลับเข้ามาเกี่ยว แต่ข้อเสียคือเมื่อเจอหนังสือหรือครูบาอาจารย์ที่นิยามความหมายที่แตกต่างกันอาจจะสับสนได้ ดังนั้นการศึกษาไพ่ด้วยวิธีนี้ควรจะจำกัดการเรียนรู้เป็นสำนักไปเลยเพื่อป้องกันความสับสน

2. เน้นจินตนาการ
การเน้นจินตนาการนั้นเป็นที่นิยมในต่างประเทศมาก โดย Tarot Reader จะไม่พยายามท่องจำความหมายจากหนังสือเลย เน้นใช้การจินตนาการล้วนๆ เช่นเมื่อหงายไพ่ขึ้นมา เขาจะถามจินตนาการตัวเองว่าไพ่กำลังบอกอะไร ตัวละครในไพ่กำลังทำอะไร แล้วอธิบายออกมาเป็นคำพูดให้สอดคล้องกับคำถาม วิธีการนี้เหมาะสำหรับคนที่ใช้ชอบจินตนาการ แต่ข้อเสียคือถ้าจินตนาการแบบไม่รู้จุดหมายอาจจะหลุดจากเรื่องที่ใช้ถามไพ่ก็ได้

3. เน้นความรู้สึก
การเน้นความรู้สึกนั้นเป็นการอ่านไพ่โดยไม่สนความหมาย ไม่สนจินตนาการ แต่จะใส่ใจเพียงสิ่งที่ปรากฏเข้ามาในใจเป็นสิ่งแรก ยกตัวอย่างเช่นเมื่อคุณถูกหมากัด คุณต้องรู้สึกเจ็บ ตามมาด้วยตกใจ แล้วค่อยเกิดความคิดถามหาเหตุผล รวมไปถึงเลือกที่จะโกรธแล้วเหยียบหรือเตะตอบ ตรงรู้สึกเจ็บกับตกใจนั่นแหละที่ Tarot Reader สไตล์นี้จะหยิบจับมาอธิบาย

ทั้งสามแนวทางเป็นแนวทางหลักๆที่เห็นได้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแต่ละแนวทางไม่มีใครการันตีได้ว่าแนวทางไหนดีที่สุด เพราะแต่ละแนวทางก็มีความเหมาะสมกับแต่ละคน หรือไม่แน่ถ้าคุณลองเล่นไพ่ Tarot คุณอาจจะค้นพบแนวทางที่ 4 ที่เป็นแนวทางของคุณเองก็ได้
สิ่งที่ต้องมีก่อนเริ่มต้น

หลังจากที่คุณอยากจะเล่นไพ่ Tarot สิ่งที่คุณต้องมีคือสำรับไพ่ครับ ถ้าคุณรวยผมขอแนะนำให้ซื้อไพ่หลายๆสำรับเก็บไว้ แต่ถ้าคุณไม่อยากเสียเงินเยอะ ขอแนะนำให้ซื้อไพ่ที่หน้าตาแปลกๆครับจากต่างประเทศครับ ใช้ไพ่ของคนไทยก็ได้ แต่ซื้อมาแล้วหนังสือเอาขึ้นหึ้งไปเลย ถ้าอ่านก็อ่านผ่านๆอย่าไปซีเรียสมาก มิเช่นนั้นคุณอาจจะท่องจำความหมายแล้วติดกรอบของความหมายนั้นไปตลอดกาล

ไพ่ทาโรต์ในท้องตลาดมีทั้งหมด 3 รูปแบบ



1. ไพ่ที่อิงการออกแบบจาก Rider Waite
ถ้าคุณคุ้นตากับไพ่ยิปซีที่มีวางขายตามร้านหนังสือหรือไพ่ที่แถมจากหนังสือของอาจารย์ขุนทอง อัสนี นั่นแหละครับคือไพ่ชุดที่ผมได้กล่าวไป การออกแบบไพ่ประเภทนี้จะอิงรูปแบบและคุณลักษณะคล้ายชุด Rider waite เลย อาจจะเปลี่ยนลายเส้นตามสไสต์ของศิลปิน แต่โดยรวมการออกแบบจะดูออกเลยว่ามีต้นแบบมาจากไหน



2. ไพ่ที่ไม่อิงการออกแบบจาก Rider Waite
ไพ่ประเภทนี้จะหลุดออกจากการออกแบบจากต้นแบบเลย วิธีการเล่าเรื่องของไพ่แต่ละใบอาจจะไม่คล้ายกัน เรียกได้ว่าไพ่ชื่อเดียวกันแต่รูปบนหน้าไพ่อาจจะเป็นอารมณ์ที่ตรงข้ามเลยก็ได้ สำรับไพ่ประเภทนี้เหมาะมากที่จะใช้สำหรับการเริ่มต้น หรือใครที่เคยเริ่มต้นการจากท่องจำและต้องการจะเปลี่ยนวิธีทำนาย ไพ่ประเภทนี้ช่วยให้คุณหลุดกรอบได้เยอะเลย



3. ไพ่ที่เป็นสัญลักษณ์ล้วนๆ
ไพ่ประเภทนี้ถ้าให้พูดถึงการออกแบบอาจจะค้นหาคอนเซ็ปไม่เจอเลย บางสำรับซื้อมาแล้ว พอแกะดูอาจจะเกาหัวแกร็กๆเพราะดูไม่เป็นภาพเลยก็ได้ ไพ่ประเภทนี้ผมก็จนปัญญาที่จะอ่านเหมือนกัน บางสำรับภาพดูเป็นนามธรรม แต่ก็พอรับรู้เรื่องราวผ่านไพ่ได้บ้าง แต่ถ้าใช้ความจำท่องจำจากหนังสือก็พอได้อยู่สำหรับคนที่ไม่ถนัดครับ

การเลือกไพ่ทาโรต์ในเบื้องต้นขอให้เลือกจากภาพรสนิยมของเรา เพราะไพ่ทาโรต์ราคาไม่ได้ถูก เฉลี่ยแล้วสำรับละหลายร้อย บางสำรับขึ้นหลักหมื่น ถ้าเลือกไพ่แล้วไม่ชอบศิลปะบนหน้าไพ่อาจจะร้องไห้ที่ซื้อมาผิดใจ และเลิกเล่นไพ่ Tarot ได้

เล่นไพ่ Tarot แล้วได้ประโยชน์อะไร?

    + เสริมสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง Tarot เป็นเสมือนกระจกเพื่อส่องใจตัวเองเวลาต้องพบกับความไม่แน่ใจ
    + สามารถใช้เป็นกิจกรรม หรือใช้เวลาเพื่อนเกิดปัญหาชีวิตได้ เพราะคนไทยเชื่อถือวิชาลึกลับมากกว่าจิตแพทย์
    + ใช้ประกอบการตัดสินใจ โดยใช้ไพ่ Tarot จำลองสถานการณ์ต่างๆตามคำถามที่เราตั้งขึ้น
    + เวลาว่างสามารถใช้เพื่อฝึกจิตใจ รวมไปถึงสามารถเปลี่ยนทัศนคติได้
    + ใช้ไพ่ Tarot เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาบุคลิกภาพ
    + ประกอบอาชีพเสริม

ทั้งหมดที่กล่าวมา อาจจะมีบางข้อที่คุณสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกับไพ่ Tarot รับประกันว่าถ้ากด Like และคอยติดตามข่าวสารที่ผมจะอัพเดต รับรองว่าถึงบางอ้อแน่ครับ
ไพ่ Tarot ไม่ได้ทำให้คุณเหนือกว่าคนอื่น

ถ้าคุณอยากเล่นไพ่ Tarot แล้วกลายเป็นผู้วิเศษ มีญาณทิพย์ มองเห็นอดีตชาติ รู้อนาคตอย่างแม่นยำจนทำให้คนอื่น อึ้ง ทึ่ง เสียว ผมแนะนำให้ไปติดต่อเดวิค คอปเปอร์ฟิลล์ หรือใบเตย สั้นเสมอหูดีกว่าครับ การเรียนรู้ไพ่ Tarot ขอให้ตั้งเป้าก่อนว่าการเรียนรู้ทั้งหมด ไม่ได้ทำให้คุณกลายเป็นคนที่เหนือกว่าคนอื่น ไพ่ Tarot ไม่ได้ทำให้คุณกลายเป็น X-Men ทั้งหมดที่คุณเรียนเพียงเพื่อให้คุณเป็นคนธรรมดาที่ใช้ไพ่ Tarot เป็นเท่านั้น

หลายๆครั้งที่เราเจอปัญหาชีวิตและเราไม่รู้ว่าเราจะเลือกไปทางซ้ายหรือขวา หรือหลายๆครั้งที่เรามีความปรารถนาอยากจะทำอะไรซักอย่างรวมไปถึงความมั่นใจ อยากจีบสาว อยากเป็นนักร้อง อยากเป็นนักเขียน แต่ความกลัวคอยบดบังความฝัน ไพ่ Tarot สามารถให้แนวทาง กำลังใจ รวมไปถึงมุมมองที่คุณอาจจะมองไม่เห็นเวลาเกิดปัญหาด้วยก็ได้

ดังนั้นสำหรับคนที่เล่นไพ่ Tarot เป็น คุณจะไม่ได้อะไรมากไปกว่าเพื่อนที่เข้าใจคุณ อยู่ข้างคุณ คอยปลุกคุณให้ฮึกเหิม ปลอบโยนยามคุณอ่อนล้า คุยกับคุณยามคุณเหงา โดยไม่เกี่ยงว่าคุณเป็นใคร มีต้นทุนชีวิตเท่าไหร่เพิ่มขึ้นอีก 1 คน

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ อย่าลืมไลท์ที่ https://www.facebook.com/vittarot นะครับ

www.vittarot.com
#8


5 ข้อดีของการไม่เชื่อเรื่องดวงชะตา

ตั้งแต่เล็กจนโตใครกล้าปฏิเสธว่าสังคมเราไม่เชื่อเรื่องดวงชะตา ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์หรือแม้แต่ลูกอมยังมีคำพยากรณ์สอดไส้เอาไว้เพื่อชูโรงและเป็นตัวเลือกสำหรับสร้างจุดขาย กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เราอ่านคำทำนายตามราศีแล้วนั่งเฝ้ารอสิ่งดีๆตามที่ผู้ทำนายเขียนเอาไว้ รอเท่าไหร่มันก็ไม่นานจนกระทั่งผู้ทำนายออกปักษ์ใหม่อีกแล้ว กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เราไปหาหมอดูด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาว่าจะทำอะไรซักอย่างตามฝันแต่หมอดูทักว่าอย่าทำเลย ทำไปก็มีแต่เสียกับเสีย ถ้าเราเป็นสังคมที่มีศาสนาแห่งปัญญาจริง ลองเดิมพันความเชื่อดูสักตั้งไหมครับ จะดีแค่ไหนถ้าเราเป็นอิสระ อยากทำอะไรก็สามารถทำตามความฝันของตัวเองได้โดยไม่ต้องง้อโชคชะตาราศี อยากเป็นนักร้องแต่ดวงไม่ให้ อยากเป็นหมอแต่ดวงดาวบอกเป็นทนายรุ่งกว่า อยากไปต่างประเทศแต่ไม่มีไพ่บอกว่าจะได้ไป ถ้าอยากทำอะไรแล้วดวงชะตาบอกว่าไม่ได้ แล้วไงหละ นี่คือ 5 ข้อดีของการไม่เชื่อเรื่องดวงชะตา

1. เรามีสิทธิ์จะเติมเต็มชีวิตด้วยความฝันอย่างไรก็ได้

อย่างที่ได้เขียนไปในข้างต้น ถ้าคุณอยากเป็นนักเขียน หมอ ทหาร พ่อครัว นักท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งนักลงทุน นักเล่นทอง นักธุรกิจ คุณไม่จำเป็นต้องนั่งกังวลว่าคุณจะทำได้หรือไม่ การหาความมั่นใจจากคำทำนายดวงอาจจะช่วยทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าคุณควรจะลุยหรือไม่ลุย แต่จากการศึกษาชีวประวัติของคนที่ประสบความสำเร็จแทบทุกคน ผมฟันธงว่าคนเหล่านั้นก็มีความกลัวที่จะทำตามความฝันเหมือนกับพวกเรากันทั้งนั้น แต่คนเหล่านั้นกล้าที่จะเชื่อมั่นในตนเอง กล้าที่จะเชื่อมั่นในความปรารถนา เขาเดิมพันทั้งหมดที่มีเพื่อขับเคลื่อนชีวิตให้ไปข้างหน้าโดยไม่มีอะไรมาหยุดยั้งได้ แล้วทำไมพวกเราจะเป็นแบบนั้นบ้างไม่ได้หละครับ ถ้ากายเราพร้อม ใจเราพร้อม พระเจ้าก็ไม่อาจจะประธานสิ่งอื่นสิ่งใดให้เราได้นอกจากความสำเร็จ

2. เจอปัญหา เลือกผลลัพธ์ได้

กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเวลาที่คนเราเจอความไม่สะดวกสบายในชีวิตหรือปัญหาหนักๆ เราจะหยิบยกเรื่องโชคชะตามาปลอบใจตัวเอง แล้วเราก็ไม่ยอมแก้ไขอะไรเพราะเราคิดเอาเองว่าโชคชะตาลิขิตให้เราเป็นอย่างนั้น มีลูกค้ามาบ่นให้ผมฟังหลายคนมากๆเกี่ยวกับเรื่องกรรมเก่าและเจ้ากรรมนายเวรที่คอยทำร้ายจิตใจพวกเขาเหล่านั้น ทำให้พวกเขาไม่เจริญ ไม่ก้าวหน้า และไม่มีความสุข คนเหล่านั้นไม่รู้จะแก้ไขปัญหายังไงเพราะเชื่อว่ามันเป็นเรื่องของดวง แต่ในทางกลับกันผมไม่ได้มองว่าปัญหาในชีวิตเหล่านั้นคือพรหมลิขิตที่จะทำให้ชีวิตเราแย่ลง แต่มันเข้ามาเหมือนเป็นบันไดเพื่อให้เราเหยียบเพื่อผลักดันให้เราเดินสูงขึ้น ลองคิดดูนะครับ จะเกิดอะไรขึ้นถ้า Steve Jobs ยอมแพ้ในวันที่เขาถูกไล่ออกจากบริษัท Apple ที่เขาก่อนตั้ง จะเกิดอะไรขึ้นถ้า Walt Disney ยอมแพ้ให้กับคำสบประมาทเรื่องการสร้างการ์ตูนยาวเรื่องแรกของโลก จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณตัน ภาสกรนที ยอมแพ้หลังจากเป็นหนี้ 50 ล้าน คนเหล่านั้นทำได้ ผมก็เชื่อว่าพวกเราก็สามารถทำได้เช่นกัน

3. ไม่มีคำว่า "ไม่"

บางครั้งมหาเศรษฐีหลายๆคนมีดาวดีๆในดวงจนอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเขาเหล่านั้นทำกรรมเก่าอะไรมาถึงได้ประสบความสำเร็จมากมายขนาดนี้ แต่ถ้าคุณศึกษาให้ลึกถึงความเป็นจริงคุณจะค้นพบว่ามหาเศรษฐีทุกคนต้องเคยล้มเคยเจ็บมาก่อน ถ้าบอกว่ากรรมเก่าลิขิตให้เขารวย ทำไมต้องมีบทพิสูจน์หรืออุปสรรคมาทำให้เขาล้มลงก่อนและลุกขึ้นสู้ใหม่ด้วย ถ้าคุณไม่เชื่อเรื่องดวง คุณจะเชื่อมั่นว่าเราก็สามารถเป็นแบบนั้นได้ ขอเพียงเรามีหัวใจและแนวทางที่ถูกต้องตรงทางเท่านั้น

4. เพิ่มเพดานความเป็นไปได้

ถ้าคุณเชื่อดวง คุณจะค้นพบว่าชีวิตคุณมีลิมิต เช่นคุณอาจจะมีตังค์ได้แค่หลักแสนเพราะดาวเรื่องการเงินไม่ดี คุณอาจจะค้นพบว่าคุณไม่สิทธิ์จะว่ายน้ำเพราะนั่นเป็นสาเหตุที่จะทำให้คุณตายในดวง คุณไม่สิทธิ์จะทำตามความฝันเพราะดาวกำหนดให้คุณเป็นอะไรบางอย่างทั้งชีวิต คุณจะไม่มีสิทธิ์แหกคอกไปทำตามความฝันเพราะดวงดาวบอกว่าสิ่งที่คุณทำมันไม่เหมาะกับคุณ ผมอยากจะบอกว่าุทุกคนบนโลกนี้เป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็นปราบเท่าที่ความต้องการและความพยายามของเราไปถึง อย่าให้ดวงมากดให้คุณเป็นในสิ่งที่คุณไม่อยากจะเป็นอีกต่อไป

5. สามารถโทษตัวเองได้เต็มปาก และปรับปรุงตัวเองได้เต็มที่

ถ้าหมอดูทักว่าช่วงนี้ให้คุณระวังภัยจากพาหนะ แล้วคุณเชื่อ คุณจะค้นพบว่าหมอดูช่างแม่นจริงๆ เพราะทุกๆวันเราต้องพบปะกับพาหนะเยอะมากๆ บางทีคุณอาจจะถูกมอเตอร์ไซด์บีบแตรใส่บนทางเท้า ข้ามถนนแล้วรถไม่เบรค ขับรถเฉี่ยวฟุตบาร์ท หรือโดนรถชน สิ่งเหล่านี้ต้องเกิดขึ้นกับชีวิตคนอยู่แล้วไม่ว่าจะเวลาไหน ทีนี้เปลี่ยนคำถามวถ้าวันนี้คุณยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน แฟนคุณอยากขอเลือกกับคุณ พ่อแม่ทะเลาะแยกทาง งานทำไม่สำเร็จ แทนที่จะไปหาเหตุว่าดวงดาวอะไรทำร้ายคุณขนาดนี้ หรือไปหาพิธีแก้กรรมให้คุณผ่านปัญหาอย่างง่ายขึ้น ถ้าคุณไม่เชื่อเรื่องดวง สิ่งแรกที่คุณจะทำคือการค้นหาว่าอะไรเป็นสาเหตุ ตัวคุณพยายามพอแล้วหรือไม่ และคุณจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร นี่คือปัญญาที่เกิดขึ้นจากการศรัทธาตัวเอง

ถ้าชอบบทความนี้ ขอชวนให้ติตตามข่าวสารผ่านทาง https://www.facebook.com/vittarot ครับผม
#9
ปรกติเวลาเขียนหน้า html เกี่ยวกับเมนู เขียนด้วยการ include แบบไหนเหรอครับ

สมมติว่าเราเขียน HTML ไฟล์ขึ้นมา 10 หน้า เวลาเราต้องการเเก้ไขลิ้คง์หรืออะไรก็ตาม
เราก็ต้องมาไล่ทำทั้งหมด 10 หน้า ถูกต้องใช่ไหมครับ

แต่เวลาที่ผมเขียน Wordpress ผมแค่แก้ไขในไฟล์ header หรืออะไรก็ตาม
แล้วให้มัน get_ชื่อไฟล์ เข้ามา

อยากทราบว่าถ้าผมจะใช้ HTML include ผมควรจระใช้เทคนิคหรือวิธีอะไรเหรอครับ
(ปล. มีเหตุผลบางประการที่ไม่สามารถทำให้หน้าแรกลงท้ายด้วย index.php ครับ ต้อง index.html เท่านั้น)
#10
จากกระทู้จับตาดูเว็บผม โดนแบนแล้วจ้าๆๆๆๆ

ได้ข้อความดังนี้

Hello,

With our advertising programs, we strive to create an online ecosystem that benefits publishers, advertisers and users. For this reason, we sometimes have to take action against accounts that demonstrate behavior toward users or advertisers that may negatively impact how the ecosystem is perceived. In your case, we have detected invalid activity on your site and your account has been disabled.

We're limited in the amount of information we can provide about your specific violation. We understand this can be frustrating for you, but we've taken these precautionary measures because intentional violators can use this information to circumvent our detection systems.

In some cases, publishers can make significant changes to correct the violation and are willing to comply with the AdSense program policies (google.com/adsense/policies). For this reason, we offer an appeals process as an opportunity to work with you to resolve the issue. To help you with the process, we've created a list of the top reasons for account closure for you to review before submission at http://support.google.com/adsense/bin/answer.py?answer=2660562. Please be sure to provide a thorough analysis in your appeal, which you can submit at https://support.google.com/adsense/bin/request.py?contact_type=appeal_form and we will follow up accordingly.

Thanks for your understanding,
The Google AdSense Team

ทำมา 1 เดือน ได้เงินมา 2 เหรียญ
โดนแบนเสียแล้ว สบายใจจัง
#11
ขอเรียนเชิญเฉพาะ "ผู้หญิง" ในไทยเสียว เอ๊ย ไทเอสอีโอ ครับ

ทำงาน IM อย่าคิดว่าชีวิตมีแต่หน้าจอคอม
ถึงหาเงินได้ แต่ออกจากบ้านด้วยหน้าตาทรุดโทรม
ก็อาจจะถูกยี้ได้เหมือนกันนะครับ

รายการนี้ อุทิศให้ผู้หญิงใน thaiseoboard เท่านั้น
ใครทำ IM จนรวยแต่ไม่สวย อาจจะไม่ได้รับความนิยมเท่าคนสวยที่ไม่รวยนะครับ

รายการครบเครื่องเรื่องน้องนี คลิ๊กชมเลย
https://www.youtube.com/watch?v=WHVnkFdiark
(ทำไม youtube ไม่ขึ้นหว่า)

ขอฝากรายการครบเครื่องเรื่องน้องนีด้วยนะครับ
และฝาก Fanpage ด้วยครับ
http://www.facebook.com/MakeupByWinlaphat?fref=ts
#12

ขอบคุณ hunsa สำหรับรูปภาพครับ

» เคล็ดลับความสำเร็จ แบบ "แตงโม" すいか โดย หนุ่มเมืองจันท์

รู้จักเสื้อยืด "แตงโม" ไหมครับ

"แตงโม" เป็นเจ้าของกลยุทธ์ "ป่าล้อมห้าง" คือไม่เปิดบูธขายในห้างสรรพสินค้า แต่มีจุดขายอยู่ทั่วประเทศ เพราะนอกจาก "ขายส่ง" ที่ตลาดโบ๊เบ๊และประตูน้ำแล้ว "แตงโม" ยังมีคู่ค้าทั่วประเทศถึง 2,200 ราย

คู่ค้าแต่ละรายยังกระจายสินค้าไปยังร้านต่าง ๆ อีก ไม่แปลกที่ "อดิศร พวงชมภู" หรือ "พี่ต๊อด" เจ้าของ "แตงโม" จึงกล้าบอกว่า "แตงโม" คือเสื้อที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย

เพราะเมื่อรวมรายได้ทั้งส่งออกและขายในประเทศ "แตงโม" มียอดขายปีละ 1,400 ล้านบาท

::::::::::::::::::

คุณสมบัติสำคัญ...ของคนสำเร็จ


"พี่ต๊อด" เป็นนักศึกษาตัวอย่างของคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เพราะเป็นต้นแบบให้รุ่นน้องได้รู้ว่าคณะนี้เรียน 6 ปีก็ได้ ไม่ต้องเร่ง ...และเขาจบเป็นอันดับที่ 3 ของรุ่น (จากท้ายสุด)

ชื่อเสียงของ "พี่ต๊อด" ไม่ธรรมดา...สมัยที่ทำกิจกรรมนักศึกษา เขาเป็น พี่ใหญ่ ของชมรมอีสาน น้องคนไหนไม่มีที่พัก ไม่มีเงิน ไปพักที่บ้านเขาได้ ...มีข้าวกิน มีที่นอน

"พี่ต๊อด" ไม่ได้ร่ำรวย แต่ทำงานหาเลี้ยงตัวเองมาตั้งแต่สมัยเรียน ...เขาหิ้วเสื้อไปขายตามตลาดนัดทั่วประเทศตั้งแต่เป็นนักศึกษา

ประสบการณ์โชกโชนขนาดไหน...แค่ยกเว้น 2 จังหวัด คือ แม่ฮ่องสอน กับ นราธิวาส ...นอกนั้นเขาไปมาหมดแล้ว ...นั่นหมายถึงตอนที่เขาอายุ 25 ปี!

ตอนก่อร่างสร้างตัว สมัยยังเป็นพ่อค้าเร่ เขาตั้งใจไว้เลยว่า ..จะใช้เงินไม่เกินวันละ 20 บาท ตอนนั้นเขามีเงินทุนไม่มาก แต่อยากได้เสื้อไปขายเยอะ ๆ เพราะมีแบบเสื้อยิ่งมาก โอกาสการขายก็มีสูง

เขาเสนอเจ้าของโรงงานว่าขอเสื้อผ้าไปมากหน่อย แต่ขายเสร็จในแต่ละวันให้ไปเก็บเงินได้เลย

ขายได้เท่าไหร่ "พี่ต๊อด" เก็บไว้ใช้ 20 บาท ...ขายได้ 4,000 บาท ให้เถ้าแก่ 3,980 บาท ทั้งต้นทุนสินค้า และฝากกำไรไว้ด้วย

อดทนใช้วันละ 20 บาท ไป 1 ปี ...สิ้นปีเขาเป็นเจ้าหนี้ของเถ้าแก่

"ถ้าเราไม่เคยแย่ เราจะไม่รู้เลยว่าอดทนแปลว่าอะไร" พี่ต๊อดบอก

"อด" แปลว่า...อยากได้แล้วเราไม่ได้
"ทน" แปลว่า...ไม่อยากได้แต่มันได้

"ไม่อยากร้อน แต่มันร้อน ไม่อยากง่วง แต่มันง่วง อยู่กับมันได้ไหม"

พี่ต๊อด บอกว่า...ถ้าใครสามารถอยู่กับความรู้สึกเช่นนี้ได้ เขาจะกลายเป็นคนอีกระดับหนึ่ง

"จะเป็นคนทีมีศักยภาพสูงกว่าเพื่อนที่กลัวทั้งอด และไม่ทน"

ฟังประวัติชีวิต "พี่ต๊อด" แล้วไม่แปลกใจที่เขาประสบความสำเร็จในชีวิตธุรกิจ

ถ้าไม่สำเร็จสิ...แปลก

:::::::::::::::::::::


• เบื้องหลังความสำเร็จ : ใส่ใจ...ทุนมนุษย์


10 ปีที่ผ่านมา คนงานในโรงงานของ แตงโม กว่า 1,000 คน มีคนลาออกไม่ถึง 10 คน

หลักการรับคนของ พี่ต๊อด แปลกมาก ...เขาจะเลือก "คนรักแม่" ก่อน

"คนรักแม่มักจะไม่ทำชั่วและมีความรับผิดชอบ จากประสบการณ์ของผม คนกลุ่มนี้จะขยันทำงานและเก็บเงินส่งกลับบ้านหมด เราจะไม่เลือกคนเก่ง คะแนนดี แต่จะเลือกคนนิสัยดีก่อน"

เพียงแค่คำถามเดียวถึงความรักคามผูกพันกับแม่ พี่ต๊อด ก็เชื่อว่าเขาจะได้ "คนดี" มาทำงานด้วย

โรงงานตัดเย็บเสื้อยืดของ "แตงโม" อยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรี

แทนที่ พี่ต๊อด จะเอพื้นที่ริมน้ำไปสร้างบ้าน หรือที่รับรองแขกต่างประเทศ ...เขากลับสร้างโรงงานไว้ริมน้ำ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ

"แขกต่างประเทศเจรจาแค่ชั่วโมงหรือสองชั่วโมงก็กลับ แต่คนงานอยู่ที่นี่ทำงานตลอด มุมส่วนนี้น่าจะให้คนทำงานดีกว่า"

โรงงานแห่งนี้จึงมีกระจกใสให้คนงานได้สัมผัสความงามของแม่น้ำ

ที่นี่ไม่มี "ตอกบัตร" เข้า-ออกงาน
โรงงานเปิด 24 ชั่วโมง
ใครอยากทำงานตอนไหนก็ได้

เพราะรายได้ของแต่ละคนขึ้นอยู่กับจำนวนเสื้อยืดที่เย็บเสร็จ

พี่ต๊อด แบ่งคนงานเป็นทีม แต่ละคนมีหน้าที่ตัดเย็บแตกต่างกัน

ส่วนหัวหน้าทีมมีหน้าที่สำคัญคือรับคำสั่งจากลูกน้องหลังเลิกงาน

พรุ่งนี้ทีมเราจะเอาเงินเท่าไร

รับคำสั่งเพื่อเตรียม "ของ" ให้พอสำหรับวันพรุ่งนี้

พี่ต๊อด บอกว่า คนงานที่ "แตงโม" มีรายได้เดือนละ 20,000 กว่าบาท

ทุกคนอาศัยอยู่ที่หอพักในโรงงาน
ค่าหอพักแพงมาก...เดือนละ 900 บาท
เป็นค่าหอแค่ 200 บาท อีก 700 บาท คือค่อาหาร 3 มื้อ

คิดดูสิ...รายได้ 20,000 กว่าบาท ถ้าไม่ใช้อะไรเลย เขาจะเหลือเงินเดือนะ 19,000 บาท

::::::::::::::::::


• ชีวิตที่มี...คุณค่า


พี่ต๊อด เล่าว่าทุกปีช่วงเทศกาลทอดผ้าป่า คนงานจะชวน พี่ต๊อด ให้ไปเที่ยวบ้านเขา

"ไปเป็นเจ้าภาพผ้าป่า" ผมทาย

ไม่ใช่ครับ

เขาอยากให้ พี่ต๊อด ไปเห็นบ้านของเขา

อยากโชว์ เจ้านาย ให้รู้ว่าบ้านที่สร้างจากน้ำพักน้ำแรงของเขา

ใหญ่ขนาดไหน

จากหนังสือเล่มนี้ครับ



***************************

อ้างถึงที่เอาบทความนี้มาลง เพราะอยากจะเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆว่าอย่าหยุดสู้
แม้วันนี้ยังไม่ใช่เราของเรา แต่ถ้าเต็มที่พรุ่งนี้มันต้องใช่

สู้สู้ : )

:wanwan003:
#13
ปรกติแล้วการอ่าน Text book เกี่ยวกับการเรียน Programming อย่างไร ก็คงไม่สดเท่ากับการมีผู้เชี่ยวชาญมาทำให้ดู
ขอบคุณ แชด เฮอร์ลีย์, สตีฟ เชง และ ยาวีด คาริม จริงๆที่สร้างสิ่งดีๆให้น้อ

ตอนนี้กำลังศึกษาวิธีการสร้าง Theme Wordpress แบบ responsive อยู่ครับ
ได้คลิปนี้มาดูรู้สึกเป็นพระคุณจริงๆ

http://www.youtube.com/watch?v=9rA3Nb4eLWw

สู้ๆเพื่องาน IM ครับ เป็น Web Design มาทั้งชีวิต ตอนนี้ถึงเวลาเป็น Web Developer แล้ว
#14
ปัจจุบัน ลูกค้าเรียกร้องเว็บแบบ Responsive มากแค่ไหนครับ

:wanwan020:
#15
ขอให้จับตาเว็บผม เขียนบทความยาวเอง + Adsense จะไปได้ถึงไหน
ขออาสาเป็นตัวอย่างของเว็บเขียนเอง ทำมือเอง
โดยเอาความรู้ ประสบการณ์ทั้งหมด และเรื่องที่หลงรักมาลงในเว็บ

มาดูกันว่าผมจะไปได้ถึงไหนครับ

ปล บอกยอดตอนนี้ได้หรือเปล่า จะโดนแบนไหมครับว่าบอกในนี้
#16
อ้างถึงเรื่องนี้ขออุทิศให้ตัวเอง เพื่อนๆเหล่าพนักงานกินเงินเดือนที่ต้องการออกมาทำตามความฝัน เพื่อให้เป็นศิลาจารึกว่าพวกเราจะต้องเป็น Self-Employee ให้จงได้ กระทู้นี้ขอตั้งให้เป็นกำไรใจ จากคนที่ยังไม่เข้าใกล้ความสำเร็จอย่างผม จะขอให้ก้าวนี้ทำตามความฝันเสียซักที

Episode 1

ผมเคยได้รับการฟันธง ฟันยับ ฟันอาจารย์ลักษณ์ด้วยซะเลยว่าในอนาคตผมจะเป็นคนรวยที่สุดในตระกูล ตอนนั้นผมอายุ 10 ปี พอได้ยินดังนี้ผมเชื่อโดยสนิทใจว่าอนาคตผมจะรวยอภิมหารวย เพราะหมอดูท่านนั้นย้ำนักย้ำหนาและการันตีด้วยศักดิ์ศรีของหมอดู รู้มั้ยครับชีวิตผมหลังคำทำนายเป็นอย่างไร? ผมโดดเรียน เล่นเกมส์ และเฮฮาไปวันๆอย่างสุดแสนไร้สาระ ทำไมผมจะต้องเรียนหละ ในเมื่ออนาคตผมจะรวย

หลังจากรับปริญญา ผมเริ่มธุรกิจ E-commerce ขายของจำพวกวัตถุมงคลจีนต่างๆ สโลแกนของผมคือผมไม่ได้ขายความเชื่อ ผมขายงานศิลปะ เท่ห์ไหมครับ ผมเชื่อมั่นว่าผมเป็นพ่อค้า ไม่ได้เป็นนักการเมือง ผมจะต้องพูดความจริง ขายความจริงเท่านั้น ดังนั้นผมจึงบอกลูกค้าทุกคนว่าของพวกนี้ไม่มีพลังอำนาจวิเศษใดๆ ไม่ได้ปลุกเสกด้วยพิธีกรรมทางศาสนา มันเป็นเพียงอุปกรณ์ที่ทำให้เราเกิดความมั่นใจ ทำให้ชีวิตของเราเต็มไปด้วยพลังของความเชื่อมั่น ขายเกือบๆปี

ผมเจ๊งครับ! ทำไมเจ๊ง ในเมื่อผมจริงใจกับลูกค้า ไม่หลอกลวง และพูดแต่ความจริง



เหตุผลง่ายๆครับ จะไม่เจ๊งได้อย่างไร ปี่เซียะที่แกะจากหินผมขายที่ราคา 900 บาท ในขณะที่คู่แข่งขาย 2,400 บาท ของผมและของคู่แข่งเหมือนกันเป๊ะเพราะรับมาจากที่เดียวกัน แต่ลูกค้าเลือกที่จะจ่ายแพงกว่ากับเจ้าของคู่แข่ง เพราะของแพงพ่วงมาด้วยคำว่า "ปลุกเสกแล้ว พร้อมบูชา มีอิทธิฤทธิ์เรียกเงินได้จริงๆ" ผมได้แต่อึ้ง ลูกค้ายิ้มที่ได้ของถูกใจ พ่อค้ายิ้มที่ขายได้ ส่วนผมยิ้มเพราะชักเห็นแววของความล่มจม พอนานๆเข้าเริ่มเข้าเนื้อ เลยตัดสินใจเลหลังขายในราคาต่ำกว่าทุน โชคดี Stock สินค้าไม่เยอะ เลยเจ็บไม่มากราวๆหมื่นกว่าบาทเท่านั้น นี่คือบทเรียนแรกของผม มันทำให้ผมรู้ว่าเรื่องบางอย่างในโลกนี้ก็ไม่ใช่เรื่องของเหตุผลเสมอไป ก็อย่างว่าเนอะ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใช้ความรู้สึกมากกว่าตรรกะอยู่แล้ว แม้กระทั่งในโลกของการทำงานก็เช่นกัน บางครั้งเรื่องของตรรกะก็ไม่ใช่คำตอบเสมอไป

เดี๋ยวมาต่อครับ
#17


ตรงสัญลักษณ์จำพวก CR LF
เอาออกอย่างไรเหรอครับ

ขอบคุณมากครับ
#18
ขอแนวทาง สร้าง Fanpage ร้านเสริมสวย ให้ติดตลาดครับ

ตอนนี้ที่ผมทำคือพยายามลงรูปลูกค้าบ่อยๆ
และซื้อโฆษณาจาก Facebook ครับ

ขอวอนเพื่อนๆ ช่วยแนะนำด้วยนะครับ
#19
จะกดไลท์ Fanpage ให้คนใช้ Wordpress E-commerce ทุกคนครับ
โพส URL ได่้เลยครับถ้าคุณใช้ Wordpress ทำ E-commerce
ผมจะเอา Facebook ของตัวเองจริงๆไปกดไลท์ Fanpage ของคุณให้ครับ

ขอบคุณมากนะครับ
#20
ผมคือคนที่หน้าด้านที่สุดในบอร์ดนี้ครับ : )
อยากจะขอเพื่อนๆหน้าด้านๆเลยครับ
ช่วยเมตตากดไลท์ให้ผมทีนะครับ

พรีส....!!!
https://www.facebook.com/vittarot

ขอบคุณหลายๆครับ
จะ Thank ให้ทุกคนเลย
#21
ขอถาม Graphic Design เกี่ยวกับเมาส์ปากกาและสองจอครับ
ปรกติสำหรับคนที่ใช้เมาส์ปากกา เวลาที่ผมวางปากกาไปไม่ว่าจะมุมไหน
เมาส์ก็จะไปปรากฏตรงมุมนั้นตรงจอ

แต่ผมพอเสียบสองจอปุ๊ป ปรากฏว่าเวลาวางเมาส์ลงไป ด้านซ้ายของกระดานมันแบ่งไปให้จอที่หนึ่งครับ
ส่วนด้านขวาของเมาส์ปากกาก็กลายเป็นของจอที่สองไปโดยปริยาย
ทำให้เวลาใช้เมาส์ปากกาทำงานลำบากมากเวลาเปิด 2 จอครับ

ไม่ทราบว่าเพื่อนๆเเก้ไขปัญหากันอย่างไรเหรอครับ
ขอบคุณมากครับ
#22
Wordpress การสร้าง Sitemap มันจำเป็นต่อ SEO ขนาดไหนเนี๊ยยยยยย
ประสบการณ์ท่านใดมี ขอเป็นความรู้ซักทีครับผม
#24
Adsense ไม่แสดงในมือถือเหรอครับ
เว็บของผมติด Adsense ครับ แต่พอ Preview ในมือถือ (Windows Phone) ปรากฏว่ามันเป็นสีทึบครับ

เลยอยากทราบว่า Adsense ไม่แสดงในมือถือเหรอครับ
#25

รูปภาพจาก http://www.redbullspirit.org

» ตกผลึกความคิด...ชีวิตแบบ โจน จันได

ผมเชื่อในวิถีเก่า วิถีเก่ามันดีอยู่แล้ว ขาดอย่างเดียวเรื่องสุขอนามัย ถ้าเราต่อยอดจากของเก่า เพื่อให้มันดีขึ้น จะทำให้ชีวิตเราสะดวกขึ้น

แต่ตอนนี้เราทิ้งของเก่าแล้วก็กระโดดไปสู่บริโภคนิยมหรือระบบอุตสาหกรรมโดยที่เราไม่มีฐาน ไม่มีอะไรเลย เราก็เข้าไปเป็นทาสในระบบทันที แล้วก็ไม่มีใครได้ประโยชน์อะไรเลยจากมัน

มองดูสิ ความเจริญก้าวหน้าทั้งหลายในปัจจุบัน ใครได้ประโยชน์จากความเจริญนี้ คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือคนที่ทุกข์ที่สุด ไม่มีเวลาว่างเลย

พอเราเปลี่ยนวิถีเก่า มาเป็น...วิถีบริโภคนิยม แค่ไม่ถึง 50 ปี เราแทบไม่เหลืออะไรเลย พอเปลี่ยนมาอย่างนี้ มนุษย์ที่เคยทำงานแค่ปีละ 2 เดือน ตอนนี้ต้องทำงานวันละ 8 ชั่วโมงตลอดทั้งปีทั้งชาติ

มันก็เลยเป็นคำถามกับตัวเองว่า เราพัฒนาไปเพื่ออะไร เพื่อให้เราทำงานมากขึ้น เพื่อให้ชีวิตยากขึ้น เพื่อให้เป็นทุกข์มากขึ้น

สมัยก่อนหรือวิถีตะวันออก เขาพัฒนาไปเพื่อความสุข เพื่อความง่าย ทุกอย่างคิดขึ้นมาเพื่อให้ชีวิตมันง่าย ไม่เหมือนทุกวันนี้ที่คิดขึ้นมาเพื่อให้ชีวิตมันยาก

อยากมีรถสักคันหนึ่งเพื่อที่จะไปให้เร็วที่สุด ก็เพื่อรีบไปทำงานใช่ไหม จะได้ทำงานได้มากกว่าคนอื่น วิถีแบบนี้มันไม่ใช่ทางที่ผมอยากจะเป็น

ความง่ายคือการเดิน หรือการขี่จักรยาน อาจจะเร็วกว่าขี่รถ เพราะกว่าจะได้รถมา เราทำงานกี่ปีเพื่อที่จะซื้อรถ แต่ผมเดินไปตลาดในหมู่บ้าน ขี่รถอาจจะใช้เวลาเร็วกว่าเดินนิดนึง แต่กว่าจะได้รถมาเราต้องทำงานมากขึ้นเท่าไหร่ เราไม่ได้คิดคำนวณเวลาที่เราเสียไปกับการหาเงินซื้อรถเลย

ถ้าเราคิดตรงนั้นจะพบว่าเทคโนโลยีทำให้เราช้าลง วิถีที่เราพัฒนาทำให้เราช้าลง ไม่ได้ทำให้เราดีขึ้น

:::::::::::::::

ถ้าเรายอมรับความจริง ไม่มีปัญหาที่แก้ไม่ได้ แต่ถ้าเราไม่ยอมรับความจริง จะมีปัญหาที่แก้ไม่ได้เต็มไปหมด

อย่างเรากลัวเจ็บป่วย กลัวตาย ซึ่งมันเป็นความจริงของชีวิต แต่คนกลับไม่ยอมรับว่ามันเป็นความจริง คนเชื่อว่าเราจะหนีจากมันได้ แก้ไขจากมันได้ คนก็จะไปซื้อประกัน ไปสะสมเงิน เพื่อให้รู้สึกว่ามั่นคง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความกลัวเจ็บป่วย กลัวตาย

แต่...ไม่ว่าเขาจะมีประกันดีขนาดไหน มีเงินสะสมไว้มากขนาดไหน เขาก็ต้องเจ็บป่วยและตายเหมือนเดิม นี่คือไม่ยอมรับความจริง

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือความกลัว มันแก้ไม่ได้ ยิ่งหาเงินมาก เขาก็ยิ่งเหนื่อยมาก ก็ยิ่งทำให้ร่างกายทรุดโทรมมาก ก็ยิ่งเจ็บป่วยมาก แล้วก็ตายเร็วขึ้น ความกลัวทำให้คนตายเร็วขึ้น

แต่ถ้าไม่กลัว โอ้ ความตายเป็นเรื่องธรรมดา อย่างผมเห็นว่าการเจ็บป่วยเป็นสิ่งที่ดี เพราะการเจ็บป่วยคือร่างกายมันเตือนเราว่า เราใช้วิถีชีวิตผิด ผมกินผิด ผมคิดผิด ผมทำงานผิด ผมถึงเจ็บป่วย ถ้าผมทำถูกผมจะไม่เจ็บป่วยเลย ฉะนั้นผมรู้สึกขอบคุณที่เจ็บป่วย

อีกอย่าง การเจ็บป่วยคือช่วงหนึ่งของชีวิตที่ร่างกายเตือนเราว่า เราต้องกลับมาสู่ตัวเอง เพราะธรรมดาคนจะไม่เคยคิดถึงตัวเองเลย คนจะคิดถึงแต่งาน คิดถึงความยิ่งใหญ่ คิดถึงอะไรข้างนอก คิดถึงภารกิจของตัวเอง แต่ไม่เคยคิดถึงตัวเองเลย

แต่พอเจ็บป่วยปุ๊บ เขาจะเริ่มคิดว่า จะตายแล้วนี่ จะลืมทุกอย่างได้ ทำให้คนกลับมาหาตัวเอง ถ้าเราไม่เป็นหวัดเราจะไม่รู้สึกถึงคุณค่าของการหายใจ ถ้าไม่เจ็บป่วย คนจะไม่รู้ถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่

เราก็จะกินอะไรก็ได้ สำมะเลเทเมายังไงก็ได้ เพื่อที่จะเพลิดเพลินกับสิ่งที่มีอยู่ มันจึงเป็นความจำเป็น ที่จะต้องเจ็บป่วย เพื่อดึงให้เรากลับมาหาตัวเอง คนพยายามบิดเบือนว่าความจริงนี้เป็นสิ่งที่ชั่วร้าย เป็นสิ่งที่น่ากลัว เป็นสิ่งที่ต้องวิ่งหนี ทั้งที่วิ่งหนีไม่ได้

ความตายมันเป็นเรื่องธรรมดา คนเราไม่รู้หรอกว่าตอนตายมันเป็นยังไง ความตายอาจจะเป็นของขวัญชิ้นที่สำคัญที่สุดของชีวิตที่ธรรมชาติมอบให้เราก็ได้

แต่เรากลัวเพราะไม่มีใครอธิบายให้เราฟังว่าตายแล้วเป็นยังไง เรากลัวความจริง ถ้าเรายอมรับตรงนี้ ปัญหาในชีวิตมันจะน้อยลง ฉะนั้น วิธีที่ผมแสวงหาความเข้าใจก็คือ ทำความเข้าใจเรื่องนี้เพื่อลดความกลัวลง

:::::::::::::::

สำหรับเรื่องอนาคตของลูก ผมไม่ได้คาดหวัง ไม่ได้เป็นห่วง เพียงแต่ช่วงนี้ เราจะให้เขาเรียนรู้ให้มีประสบการณ์ในการพึ่งตัวเองให้มากที่สุด ถ้าลูกพึ่งตัวเองได้ เราก็จะไม่ห่วง ถ้าผมตายเขาก็ยังอยู่ได้

เราไม่ได้หาเงินให้ลูกเหมือนคนไทยเราทำ แต่เราจะให้ประสบการณ์ ให้ความรู้กับลูก ลูกเติบโตมา ขอให้เขามีความรู้ความสามารถ เขาอยู่ที่ไหนก็ได้ แค่นี้จบ

เราเลี้ยงเขาให้เป็นเขา ไม่ใช่เลี้ยงเขาเพื่อรับใช้ความต้องการของเรา ไม่เหมือนคนไทยที่ตัวเองอยากเป็นหมอแต่เป็นไมได้ ก็เอาความต้องการนี้มายัดเยียดให้ลูก แบบนี้มีโอกาสเป็นทุกข์มาก

ถ้าเรามองว่าลูกก็เป็นคนคนหนึ่ง เขาจะเป็นอะไรก็ได้ในสิ่งที่เขาอยากเป็น เราให้เขาในเรื่องความสามารถที่เขาอยากพึ่งตัวเอง แต่ถ้าเขาต้องการมากกว่านั้น เขาก็หาเอง ถ้าเขาหาเองได้เขาก็ภูมิใจ คิดอย่างนี้ก็ง่าย ไม่หนักใจ ไม่ต้องหาเงินมากด้วย

:::::::::::::::

ถ้ามีคนถามผมว่า...คนเราเกิดมาทำไม?

ผมจะตอบว่า...คนเราเกิดมาเพื่อที่จะชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ มาเห็นความงดงามของการมีชีวิตอยู่ แล้วก็ตายไป

แต่คนส่วนมากไม่มีโอกาสได้รู้สึกแบบนั้น เพราะว่าเราสร้างระบบสังคมขึ้นมาเพื่อให้คนเบี่ยงเบนความสนใจไปสู่สิ่งอื่น ไปสู่เรื่องของการมีเงิน มีความมั่นคง

อย่างผมรู้สึกว่าผมเกิดมาชื่นชมความงดงามของการมีชีวิตอยู่ ชื่นชมการเห็นชีวิต เกิดขึ้น ดำรงอยู่ แล้วก็ดับไป มันเป็นความงดงามอย่างยิ่ง แล้วก็เป็นขั้นตอนที่เราได้เผชิญกับอะไรมากมาย

การฝ่าฟันเพื่อที่จะเข้าใจตัวเองเนี่ย มันเป็นขั้นตอนที่สนุกสนาน ท้าทายดีมากเลย

:::::::::::::::

Credit : เครือข่ายต้นไม้ขี้เหงา
#26
Amazon เราจะรู้ได้อย่างไรครับ ว่าสินค้าตัวไหนได้ % เท่าไหร่
ผมอยากลองเริ่มลุยป่าเพื่อสร้าง Passive Income ดูบ้างครับ
อยากทราบว่าเรามีวิธีดูไหมครับ

อาทิเช่นถ้าสินค้าราวๆ 20 เหรียญ
ค่าคอมมิชชั่นจะตกอยู่ที่ราวๆเท่าไหร่ครับ
#27
ของที่ธนาคารยึดอื่นๆที่ไม่ใช่บ้าน ไปดูได้ที่ไหนเหรอครับ
อยากจะไปดูและซื้อหนะครับ
#28
เคยทำ Adsense เมื่อ 4 ปีก่อน มียอดเงินในบัญชี 3 เหรียญ จะกลับมาทำใหม่ได้ไหมครับ
ผมเคยสร้างเว็บและทำ Adsense ครับ ตอนนี้บัญชียังมีอยู่ เเต่ไม่มียอดเงินเข้ามาสองปีเเล้วครับ

ถ้าผมสร้างเว็บหใม่ และเอาโค๊ดเดิมไปติดเลย

อย่างนี้สามารถทำได้หรือไม่ครับ

ผมกลัวไปละเมิดกฏเกณฑ์และโดนแบนครับ
#29
ตัวอย่างอย่างเช่นเว็บของ Pantip ครับ
หน้ารวมกระทู้ ปรกติถ้าเป็นสมัยก่อน เมื่อสุดหน้ามันจะต้องมีปุ่มให้ไปที่หน้าถัดไป
แต่ปัจจุบัน หน้าเว็บของเขานั้น พอเราเลื่อนหน้าจอมาจนล่างสุด
มันจะโหลดกระทู้ต่อๆไปขึ้นมาทันทีเลยครับ

ระบบอย่างนี้เขาเรียกว่าอะไรเหรอครับ

#30
<?php wp_head(); ?> คืออะไร ไม่ใส่ได้ไหมครับ (wordpress)
#31
มือใหม่ ขอถามเรื่องการสร้าง Theme Wordpress และ Plugin ครับ

หลังจากที่ได้ลอง Joomla มาพักใหญ่ๆ
ตอนนี้เทใจให้ Wordpress เลย
เรียบ หรู ง่าย
เเละที่สำหรับคัญ ผมรู้สึกว่า Code Theme ของเขาออกแบบมาให้เขียนได้ง่ายด้วยครับ

คำถามของผมก็คือ ใน Theme นี้
http://d5creation.com/theme/smallbusiness/
ตอนติดตั้ง เขาจะมีตัว Slideshow ติดมากับ Theme ด้วย
ข้อดีของ Slideshow ตัวนี้ก็คือทุกครั้งที่เราอัตเดตบทความ
Slidershow จะดุงรูปที่เราตั้งค่าไว้เป็น Thumbnail พร้อมหัวข้อมาโชว์ด้วย

หมายความว่าเราไม่ต้องตั้งค่าอะไรให้สไลด์โชว์เลย
มันจะทำให้เป็นอัตโนมัติเองครับ

ผมอยากทราบว่า Plugin หรือคุณสมบัติพิเศษนี้
เราจะต้องเขียนเอง หรือมี Plugin ตัวไหนในการสร้างได้บ้างครับ

(ปรกติที่ผมทำใน Joomla เราจะเขียน Div และตั้งชื่อ Position ของ Module ลงไป แต่ใน Wordpress ผมมองไม่ออกว่าตำเเหน่งโมดูลมันเขียนอย่างไรครับ)

ขอบคุณมากครับ
กลัวกระทู้เป็นหมันจัง
#32


ไม่เคยเห็นเว็บไหนเจ๋งเท่านี้ Codecademy เรียนฟรี ระบบเทพ

ความสุดยอดของเว็บนี้คือ เรียนเเล้ว สามารถพิมพ์โค๊ดตามบทเรียนบนหน้าเพจแล้วเเสดงผลได้ทันที

ไม่ต้องสลับหน้าไปมาระหว่างหน้าเว็บกันโปรแกรมเขียนเว็บ

ภาษาที่เปิดสอนก็มีให้เรียนมากมาย

Javascript
HTML & CSS For beginners
Python
Ruby
Jquery
เป็นต้น

ขอให้รองไปเล่นไปเรียนรู้ดู
ขอรับประกันว่าจะได้ความรู้ติดไม้ ติดมือ ติดซอกเล็บกลับมาอย่างเเน่นอน

http://www.codecademy.com
#33
สุดยอดหนังสือสำหรับงานขาย พอจะแนะนำได้ไหมครับ
ขอบคุณมากครับผม
#34
อยากทราบว่าเราจะหาสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านได้จากเว็บไหนเหรอครับ
อาทิเช่นลาว พม่า กัมพูชา มาเลเซีย ผมอยากจะติดต่อหรือไปค้นหาสินค้าจากประเทศเหล่านี้ในอินเตอร์เน็ตครับ
แต่ไม่รู้ว่าจะไปค้นหาจากไหน

รบกวนเพื่อนๆที่มีเว็บไซต์กระดานซื้อขายของประเทศเพื่อนบ้านช่วยแนะนำด้วยนะครับ
ขอบคุณมากครับผม
#35
ไม่เข้าใจการดูราคาสินค้าจาก Amazon ครับ
ผมสนใจสินค้าชิ้นนี้ครับ
http://www.amazon.com/Love-Pack-Chuck-Spezzano/dp/1855859351
เเต่ผมไม่รู้ว่าตัวเลขไหนคือราคาของสินค้าชนิดนี้

มันมีทั้ง  2 new from $227.26 15 used from $69.13
อะไรกัน???


อยากทราบว่าเราสามารถดูราคาสินค้าของเราได้อย่างไรเหรอครับ
#36
คนไทย ขาย Ebook ภาษาไทยได้ที่ไหนเหรอครับ

ผมอยากจะทราบว่าถ้าเราเขียนหนังสือ E-book เราจะสามารถประกาศหรือฝากขายและทำเงินกับมันได้อย่างไรเหรอครับ

ขอบคุณมากครับ
#37
จะให้เพื่อนส่ง Iphone มาให้จากต่างจังหวัด ใช้วิธีส่งอย่างไรดีครับ
ไปรษณีย์หรือวิธีใดดีครับ
#38
Cafe / ใครใช้ Nokia Asha 311 บ้างหรือครับ
06 พฤศจิกายน 2012, 21:16:58
ใครใช้ Nokia Asha 311 บ้างหรือครับ
ความรู้สึกเป็นอย่างไรบ้างครับ ใช้แล้วคุณรู้สึกดีและไม่ดีอย่างไรบ้างครับ
#39
    $(function(){ 
        $.fn.supersized.options = { 
            startwidth: 1024, 
            startheight: 768, 
            minsize: .5, 
            slideshow: 1, 
            slideinterval: 5000 
        }; 
            $('#supersize').supersized(); 
    }); 

ผมมีโค๊ดตัวนี้อยู่ มันเป็นโค๊ดที่ทำให้รูปเปลี่ยนได้ครับ
แต่ไม่ผมรู้วิธีการใส่ effect fade ลงไป
อยากทราบว่าเราจะเพิ่มคำสั่ง fade ในขณะเปลี่ยนรูปได้อย่างไรครับ
#40
http://www.myplaychannel.com/45-WeShowAll-PLAYCHANNEL-Blog-596

อยากได้ตั๋วหนังฟรีเหรอ เอาไปดิ (ถ้ามีปัญญา)

เจอกันที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ครับ
#41
http://vegas.jaysalvat.com/

รบกวนขอ Tutorial Jquery เว็บแบบนี้ครับ (ผมจะทำ)

ขอบคุณมากครับ
#42
รบกวนขอฟรี Template หรือ Tutorial เกี่ยวกับ Jquery Background Slide
ขอบคุณมากนะครับ ทุกๆท่าน
#44
ผมไปเจอกระทู้นี้ในเว็บพลังจิตดอทคอม อ่านเเล้วเลยทำให้เข้าใจอะไรบางอย่างลึกซึ้ง

เลยนำมาแบ่งปันกันให้อ่าน และมันจะทำให้มุมมองเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงผู้ชายของคุณเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

เรื่องนี้คือเรื่องที่เกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมงานของผม ซึ่งผมนำเรื่องนี้มาเล่าเป็นอุทาหรณ์ แก่คนที่รักสนุกแต่ไม่รู้จักป้องกัน ไม่ได้มีเจตนาซ้ำเติมผู้ป่วย HIV แต่อย่างใด

...เมื่อวานนี้ผมได้รับโทรศัพท์จากพี่ที่ทำงาน ประมาณช่วงเวลา ตี 1 กว่าๆ ว่าเพื่อนร่วมงานในแผนกผมพยายามฆ่าตัวตาย ด้วยการผูกคอตาย แต่พี่คนนี้เขาไปช่วยไว้ทัน และได้นำตัวเขาส่งโรงพยาบาลแล้ว ผมจึงตรงปรี่ไปที่โรงพยาบาลนั้นทันที พร้อมๆกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ เมื่อเพื่อนผมพื้นแล้ว เขาก็เอาแต่ร้องไห้ เอาแต่พูดว่าอยากตาย ทำไมไม่ปล่อยให้ผมตาย ผมและเพื่อนๆ พี่ๆที่ทำงานหลายคนก็ไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาเพื่อนคนนี้ไม่เคยมีความลับเลย มีอะไรก็จะเล่าให้ฟัง ทุกคนจึงไม่เข้าใจว่าปัญหาอะไร ที่จะสามารถบีบบังคับให้ผู้ชายที่ร่าเริง เฮฮา ต้องมาอยากตายได้

พอถามหนักเข้าๆ เขาก็เผยออกมาว่า "เราเป็นเอดส์" ทุกคนเหมือนถูกฟ้าผ่า ช็อค ไม่คิดว่าคนที่ถึงจะไม่ดีเลิศประเสริฐศรี แต่ก็ไม่ถึงกับชั่วร้ายอะไร เพียงแค่มนุษย์เงินเดือนธรรมดาๆคนหนึ่งอย่างเขา กลับต้องมาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้... เขาเล่าให้ฟังว่าช่วงงานเลี้ยงบริษัท ที่พวกเราพนักงานไปฉลองกันในผับแห่งหนึ่ง เขาได้เจอผู้หญิงที่หน้าตาดีมากๆ แล้วนัดเจอกันเป็นการส่วนตัวในเวลาต่อมา และมีสัมพันธ์ทางเพศภายในการทำความรู้จักแค่ วันเดียว...

ทุกครั้งที่เขาจะมีอะไรกับเธอ เธอก็จะพูดเสมอว่า "ไม่ต้องใส่ถุงนะ ฉันเจ็บ" เพื่อนผมก็ไว้ใจ ไม่ใส่ถุงยางฯตามที่เธอขอ เพราะคิดว่าเธอไว้ใจได้ ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ดี การแต่งตัวที่ดูเลิศหรู แต่พอหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นแล้ว เธอก็มาพูดทีหลังว่าเธฮมีสามีอยู่แล้ว แต่สามีของเธอทำงานต่างจังหวัด เธอเหงาและอยากทำการบ้าน ก็เลยหาคนช่วย การมีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนผม จึงไม่ใช่การผูกมัดแต่อย่างใด แรกสุดเพื่อนผมดีใจมาก ที่ไม่ต้องมีพันธะผูกพันธ์ ได้ความเสียวและความมันส์แบบฟรีๆ จึงไม่ติดใจในเรื่องนี้ และเลิกราขาดการติดต่อกันไป

แล้วเมื่อวันก่อนที่บริษัทมีการตรวจสุขภาพประจำปี ของพวกพนักงานในบริษัท มีทั้งการตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือด ความดัน ฯลฯ แต่เพื่อนผมกลับถูกหมอเรียกไปพบเป็นการส่วนตัว หลังจากนั้นเขาก็ดูซึมเศร้า และก่อเหตุดังกล่าวขึ้น...

ผมและเพื่อนๆเมื่อรู้เรื่องแล้ว ก็รีบติดต่อไปยังผู้หญิงคนนี้ทันที ด้วยการกดโทรศัพท์ไปหา แต่คนที่รับสายไม่ใช่นางตัวร้ายคนนั้น กลับเป็นผู้ชายเสียงแก่ๆ คนที่โทรไปพยายามขอเรียนสายกับนางตัวร้าย แต่ผู้ชายคนนี้กลับบอกว่า "มายุ่งอะไรกับเมียกู คุณเป็นใคร" คนที่โทรไปจึงพูดออกมาว่า "ก็เมียคุณน่ะเป็นเอดส์ แล้วก็เอาเอดส์มาติดเพื่อนผม เมียคุณต้องรับผิดชอบ!" ผู้ชายคนนั้นเงียบไปพักนึง ก่อนที่จะตะโกนคุยกับคนข้างๆว่า "เห้ย! มีคนบอกว่าคุณเป็นเอดส์อ่ะ จริงรึเปล่าเนี่ย?" แล้วก็มีเสียงผู้หญิงแทรกเข้ามาว่า "อ้าว ก็ใช่อ่ะดิ" ผู้ชายคนนั้นตวาดใส่ "เห้ย คุณทำอย่างนี้ได้ไง..." แล้วก็ตัดสายทิ้งไป พวกเราหลังจากพูดคุยกันแล้วจึงเดาๆเอาว่า ผู้ชายในสายก็ไม่น่าจะใช่สามีของนางมารร้ายคนนี้หรอก คงคิดว่าเขาให้เอาก็ต้องเป็นเมีย เลยเรียกใช้สรรพนามนั้นอย่างเต็มปาก

แต่คำถามที่เกิดขึ้นในหัวพวกเราคือ ผู้หญิงคนนั้นไม่กลัวบาปกลัวกรรมบ้างหรือไง ตัวเองเป็นโรคร้ายแต่กลับทำตัวร้ายกาจ แพร่เชื้อทำร้ายคนอื่นอย่างหน้าตาเฉย ใช้รูปร่างหน้าตาเป็นเหยื่อล่อให้ติดกับ อาจจะทำเพื่อความสะใจ หรืออาจจะอยากแก้แค้นอะไรซักอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสงสัยคือ... "หรือคนที่ผิด อาจเป็นเพื่อนผมเองต่างหาก" ???

กระทู้จาก http://board.palungjit.com/f8/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E0%B8%88%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD-hiv-360561.html
#45
ถ้าคนที่ Presentation ระดับโลกคือ Steve Jobs แล้วสำหรับประเทศไทยคือใคร
ขอเพื่อนๆช่วยแนะนำครับ เพราะผมอยากจะศึกษาวิธีการพูดจากเขา