เมนู

แสดงโพสต์

ส่วนนี้ให้คุณดูโพสต์ทั้งหมดของสมาชิกท่านนี้ (เฉพาะโพสต์ในส่วนที่คุณมีสิทธิ์เข้าถึง)

เมนู แสดงโพสต์

หัวข้อ - fn555

#1
สืบเนื่องจากกระทู้ http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,336205.msg4660971/topicseen.html#new

สืบเนื่องจากเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมานั้นได้มีพี่สมาชิกท่านหนึ่งโฟสประกาศว่าจ้างให้เขียนบทความ
เราได้ทำรับงานและส่งงานครบตามกำหนด ได้รับเงินตรงเวลาเป็นอย่างยิ่ง  
จากนั้นพี่สมาชิกคนดังกล่าวได้ทำการติดต่อผ่านอีเมล์มาอีกครั้ง โดยแจ้งว่าเจ้าของเว็บไซค์ที่สมาชิกท่านนั้นทำงานให้อยู่
สนใจอยากจะจ้างงานประจำให้เราเขียนบทความส่งให้ทุกวัน โดยเราก็ได้ตกลงรับงานเขียนบทความ พร้อมกันนี้ก็ยังรับดูแลเฟนเพจของเว็บไซค์ดังกล่าวอีกด้วย   ปล.พี่สมาชิกคนนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหลังจากจ่ายเงินแล้ว เราติดต่อกับเจ้าของเว็บโดยตรง

โดยข้อตกลงที่เรารับงานนี้มีใจความว่า
เขียนบทความวันละ 2 บทความหรือมากกว่านั้น รวมทั้งเดือนให้มีจำนวนบทความ 70  บทความ ค่าแรง 4000 บาท โดยแบ่งจ่ายทุกวันที่ 1 และ 15 ของเดือน และดูแลแฟนเพจโฟสทุกบทความที่เรานำลงทุกวันในค่าบริการ 1500 บาท

เริ่มงานเดือนแรก
มีการติดต่อโทรศัพท์กับเจ้าของเว็บเกือบทุกวัน ติดต่อประสานงานทุกอย่างให้ รายงานสติถิการเข้าเว็บอย่างเป็นปกติไม่มีการเบี้ยวหรือว่าไม่รับสายแต่อย่างใด เมื่อถึงกำหนดจ่ายเงินในเดือนแรกนั้นจ่ายเงิน 2 ครั้งผิดเวลาไป 3 วันต้องโทรตาม (ถือว่าปกติ)

เริ่มงานเดือนที่สอง
เริ่มเกิดปัญหา โทรไปไม่ค่อยรับสาย และเมื่อถึงเวลาที่ต้องชำระเงินนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่โอนให้ เมื่อถึงเวลาจริงๆ เราก็ทำการติดต่อไปอีกครั้งสอบถามว่าเมื่อไรจะโอนให้สิ่งที่ได้คำตอบคือส่งเลขที่บัญชีมา (เหตุการณ์แบบนี้เกิดซ้ำขึ้นมากกว่า 10 ครั้ง ) ภายในสองอาทิตย์ โดยหลังจากวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เราไม่สามารถติดต่อเจ้าของเว็บได้อีกเลย ไม่มีการรับสาย โทรไปส่วนใหญ่สายไม่ว่าง (คาดว่าคงมีคนโทรทวงเงินอีก) ถ้าหากโทรติดก็ไม่รับสาย ก็เลยคิดว่าทางเจ้าของเว็บนั้นต้องการที่จะเบี้ยวและไม่จ่ายเงินเราจริงๆ จึงเป็นที่มาของกระทู้นี้

ข้อมูลเจ้าของเว็บดังกล่าว
ไม่ทราบว่าเอาลงได้หรือเปล่า (ถ้าหากเพื่อนคนใดทราบว่าเอาลงได้นั้นช่วยบอกด้วยจ้าจะได้เอาลงให้ กลัวผิดกฎ)
โดยเจ้าของเว็บมีชื่อว่า นายชวลิต อาศัยอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เบอร์โทรติดต่อ 087-8477208 089-0329900
จากการพูดคุยชอบโอ้อวดว่าตนเองนั้นมีเงินรายได้จำนวนมากต่อเดือน ซื้อรถยี่ห้อดังหลายคัน ประโยคติดมากของเขาคือทำงานกับพี่ไม่มีปัญหา


จากเหตุการณ์ที่ประสบมาด้วยตนเองทำให้เราอยากนำมาแชร์ถึงเพื่อนๆที่รับงานรายได้โดยที่ทำงานหลังจากชำระเงินนั้นควรตรวจสอบประวัติของผู้ว่าจ้างและควรทำสัญญาให้เป็นลายลักษณ์อักษร สังเกตจากการพูดคุยของนายจ้าง โดยส่วนตัวคิดว่าถ้าหากนายจ้างคนใดโอ้อวดในด้านการเงินหรือว่าด้านอื่นๆเกินความเป็นจริงต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง

ตอนนี้เราก็รอค่าจ้างอยู่ถ้าหากสิ้นเดือน 30/11/56 นั้นยังไม่ได้รับการติดต่อและชำระเงินค่าจ้าง
จะนำชื่อเว็บไซค์ทั้งสองเว็บที่เป็นของเขา ที่อยู่ตามสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ว่าจ้างมาเปิดเผยในห้องแบล็กลิต ต่อไป
#2
เวลาส่งงานก็ส่งตรงเวลาทุกเดือน จำนวนครบตามที่กำหนด

ทำไมเวลาจ่ายเงินไม่ตรงเวลานะ

เริ่มเบื่อกับนายจ้างแบบนี้แล้ว

รับงานเขียนบทความประจำเว็บแห่งหนึ่ง เดือนละ 70 บทความ 4000 บาท

กำหนดจ่ายเงินเดือนละ 2 ครั้งคือวันที่ 1 กับ 16 แต่ก็ไม่เคยตรงสักครั้ง

ทำมาสองเดือนเต็มๆ ของเดือนพฤศจิกายน ยังไม่ได้รับค่าจ้างเลย

เลยมา 3 วันละ โทรไปตามก็บอกเดี่ยวโอนให้ โทรไปบ่อยก็ทำเสียงไม่พอใจใส่ บอกจะโอนให้ตั้งแต่ 16 เลยมา 3 วันละก็ยังไม่โอน

ลูกจ้างหากินกับงานเขียนบทความก็ต้องกินต้องใช้เหมือนกันนะ

เป็นคุณจะทำอย่างไร เลิกรับงานนี้ หรือ ว่ารับงานต่อไป ทนต่อนายจ้างที่จ่ายค่าจ้างไม่ตรงเวลาทุกครั้ง (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะหนีไม่จ่ายไปดื้อๆเลยหรือเปล่า)

ปล.แค่ระบาย รู้สึกกลุ้มใจ
#3
วันนี้หลังจากเลิกเรียนมาก็เดินทางกับมาหอพักปกติ
เมื่อเปิดประตูห้องถึงกับตกใจ ! แม่เจ้า .. มีรางวัลนำจับมาให้ 50,000 บาท

เรื่องราวมันมีอยู่ว่า เราได้อาศัยหอพักแห่งหนึ่งในจันทบุรีอยู่เพื่อศึกษาในระดับปริญญาตรี
โดยหอพักที่นี้มีทั้งหมดประมาณ 60 ห้อง มีบริการอินเตอร์ไวไฟ 20 MB พร้อมราวเตอร์ไวไฟทั่วบริเวณ 7 ตัว
พักหลังมีปัญหาบ่อยมาก คือ อินเตอร์เน็ตช้า เข้าใช้งานไม่ได้ มองไม่เห็นสัญญาณ
แต่ก็แก้แล้วหายบ้างไม่หายบ้าง .. จนวันนี้เจ้าของหอแจ้งว่า มีคนในหอใช้โปรแกรมดักสัญญาณไวไฟทำให้เครื่องของคนอื่นไม่สามารถใช้งานได้
โดยเจ้าของหอได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว (เข้าใจว่าผิด พรบ คอมพิวเตอร์)

แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า !! เจ้าของหอเขียนต่อท้ายว่า ถ้าหากใครสามารถสืบได้ว่า ห้องไหน เครื่องไหน ใช้โปรแกรมตัดสัญญานอินเตอร์เน็ตได้
ยินดีที่จะให้เงินนำจับไปแบบฟรีๆ 50,000 บาท (ปกติงกมาก ค่าห้องเกินมา 1 บาทก็ไม่ลดให้) เลยอยากจะสอบถามพี่ๆว่ามีวิธีไหนไหมที่จะทราบว่า
ใครใช้โปรแกรมตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต

เผื่อจะรวย 5555 ได้เงินนำจับ 50,000 บาท บ้าง

#4
Cafe / ปิดกระทู้ เคลียแล้วครับ
23 มิถุนายน 2013, 21:49:01
ปิดกระทู้ เคลียแล้วครับ
#5
ผมโหลดไฟล์ ghost วินแปดมา
ใช้ one key ghost ช่วยในการโกส
พอมันrestart จะเข้าเมนของการโกส กลับเข้าไม่ได้
error  0xc000007b  แก้ยังไงครับ
#6
คือชาร์ทแบทเข้า ขึ้นว่ากำลังชาร์ทตามภาพ
แต่ว่าพอดึงสายชาร์ทออกปุ๊บ เครื่องดับปั๊บ
เมื่อคืนก็ลงชาร์ทไว้ทั้งคืนเช้ามาก็ลองเปิดโดยไม่ต่อสายชาร์ทก็ยังเปิดไม่ติด
ถ้าแต่สายชาร์ทถึงจะเปิดติด

แบทมีปัญหาใช่ไหมครับ คือพึ่งซ้อโน๊คบุ๊คเครื่องนี้มาได้ ปีเดียวเอง


#7
คือจะทำของขวัญวันเกิดให้แฟนอะครับ ต้องการเป็นการ์ตูนล้อแบบในภาพ
พยายามนั่งหาในเน็ตก็เจอบ้าง แต่ร้านที่เจอนั้นเหมือนใช้มือในการวาดภาพมันก็ไม่สวยแบบในตัวอย่างที่อยากได้
ติดต่อร้านทำไม่ได้ ส่งเมล์ไปก็เหมือนโดนตีกลับมา

พี่ๆท่านไหนเคยทำหรือว่ารู้จักร้านก็ลองแนะนำมาหน่อยนะครับ

#8
Cafe / ข้าวมันไก่จานละ 500
09 พฤษภาคม 2013, 16:01:26
เจอมาครับ เผื่อใครอยากกินฟรี ช่วงนี้เศรษกิจไม่ดีต้องประหยัดกันหน่อย...



ข้าวมันไก่ไจแอนท์ ข้ามมันไก่ร้อนๆจานยักษ์ใหญ่ ใส่มาเต็มๆ ที่ ร้านศรีเหลืองโภชนา สะพานควาย (ซอยโรงหนังพหลโยธินรามา) ร้านที่เปิดทำการมาแล้วประมาณ 30 ปีในย่านสะพานควาย ท้าให้คุณมาลองชิม

มิชชั่นนี้ ร้านศรีเหลืองโภชนา ขอท้าให้คุณแวะมากินข้าวมันไก่ไจแอนท์ ไซส์สุดพิเศษ จัดหนักมาพร้อมๆ ข้าวมันประมาณ 11 ถ้วย (1 ถ้วยประมาณข้าวมันไก่ 1 จาน) พร้อมส่วน ไก่ต้มเต็มจาน รวมๆแล้วใช้ไก่เกือบๆ ตัวครับ ถ้าตัวเล็กหน่อย ก็ตัวนึงได้ครับ เสิร์ฟพร้อมๆซุป และน้ำจิ้ม ไม่อั้น!!!

ข้าวมันไก่ไจแอนท์จานยักษ์นี้ จานยักษ์นี้ถ้าทานคนเดียวหมดภายใน 1 ช.ม.ทานฟรี!! แต่ถ้าทานไม่หมดคิดจานละ 500 บาทนะครับ

***ผู้กล้าท้าชิมรอบนี้ต้องจัดให้เกลี้ยงทั้งข้าวและไก่ 2 อย่างนะครับ ส่วนแตงกวา และเลือดไม่หมดก็ได้ครับ

ผู้กล้าท้ากินจุรายใด สนใจแวะไปท้าประลองความอึดแบบไม่กลัวไขมันกับ โปรโมชั่นท้าชิม#14 ข้าวมันไก่ไจแอนท์ ศรีเหลืองโภชนา สะพานควาย (ซอยโรงหนังพหลโยธินรามา) ก็แวะไปลองท้าชิมกันได้ที่ร้าน ศรีเหลืองโภชนา สะพานควาย (ซอยโรงหนังพหลโยธินรามา)

หรือจะส่ังมาถ่ายรูปกับข้าวมันไก่จานยักษ์ส่งให้เพื่อนๆดูก็สามารถสั่งทานกันได้เลยในสนนราคา 500 บาท


ชื่อร้าน : ศรีเหลืองโภชนา สะพานควาย (ซอยโรงหนังพหลโยธินรามา)
เวลาให้บริการ : เปิดทุกวัน: 8:00 – 15:30 น.



credit
http://www.promotiontoyou.com/2013/05/promotion-food-fightinh-khoa-mun-kai-giant-sri-yellow/
http://pantip.com/topic/30460840



ลองไปหาทานนะจ๊ะ ... ได้ทานฟรีแล้วบอกด้วย อิอิ
#9
คือตอนนี้เริ่มสังเหตัวเองได้ว่าปัญหาทางสายตาฦ
นั้นคือนั่งจ้องคอมพิวเตอร์ไปประมาณ 1 ชั่วโมงซึ่งถือว่าไม่นานเลยเมื่อเทียบกับเมื่อก่อนคือ 15-20 ชั่วโมง
แต่พอมาตอนนี้นั่งเพียง 1 ชั่วโมงมีอาการแสบตา ปวดตา เคียงตา มองภาพไม่ชัด มีอาการปวดหัวร่วมด้วยนิดหน่อย บางครั้งแสบมากจนน้ำตาไหล
ซึ่งผมก็ยังไม่ได้ไปพบแพทย์เพียงแต่ตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเราใช้คอมมากเกินไป
เลยเซฟตัวเองโดยกรหยุดให้คอมสักพัก แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น
โชคดีที่ผมจัดการงานก่อนหน้านี้ที่รับไว้แล้วเสร็จสิ้น ไม่งั้นเคลียดตายแน่ๆ

เลยอยยากสอบถามพี่ๆว่าถาเกิดอาหารดังกล่าวแบบที่ผมเป็น มีวิธีทำอย่างไรถึงจะหาย ยกเว้นไปหาหมอ
#10
ถ้าโดนรถมอเตอร์ไซค์ขับตัดหน้าระยะกระชั้นชิด แล้วเราขับมาด้วยความเร็วสูง 120+ (ประมาณว่าชนแล้วไม่รอดแน่ๆ)
เราจะทำอย่างไรระหว่าง 1.ชนมอเตอร์ไซค์ (มอเตอร์ไซค์อาจจะเสียชีวิต)2.หักหลบ (มอเตอร์ไซค์อาจจะรอด ส่วนเราอาจจะหลบไม่พ้น พุ่งชนเสาไฟฟ้า หรือ รถเสียหลักคว่ำ)

ถ้าคุณเป็นคนขับรถยนต์ คุณจะเลือกข้อไหน


เทศกาลสงกรานต์ผมเชื่อว่าหลายๆท่านต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือว่าเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆอย่างแน่นอน
ดังนั้นควรให้ความระมัดระวังกับการขับขี่ยานพาหนะและการใช้ถนนนิดนึงนะครับ อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ทุกที่และทุกเวลา
อย่าประมาทจะดีที่สุด ท่านที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็เคารพวินัยจราจรสักหน่อย อย่าขับรถด้วยความเร็วสูง คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่ใช้รถ และที่สำคัญเมาไม่ขับนะครับ

สวัสดีวันปีใหม่ไทยครับ
#11
สอบถามเกี่ยวกับราคาของการเปลี่ยน คีย์บอร์ด notebook
เนื่องจากปุ่มบางปุ่ม 4-5 ปุ่มไม่ทำงาน (โดยไม่ทราบสาเหตุ)
เลยมีความต้องการจะเปลี่ยน (ไม่อยากพบ usb คีบอร์ด)
ลองหาข้อมูลในเน็ตเขาบอกว่าให้เปลี่ยนยกชุด เลยอยากสอบถามว่าราคาประมาณเท่าไร (ACER ASPIRE 4705Z)

:wanwan017:
#12


เมื่อไก่ KFC สองชิ้น ! เกิดความแตกต่างกัน
คุณคิดอย่างไร !!

นอกจากจะชิ้นใหญ่/เล็กไม่เท่ากันแล้ว
ค่าจัดส่งสินค้าจาก 30 บาท ก็ดับปรับขึ้นไปเป็น 40 บาท
อะไรๆก็แพงสมัยนี้
#13
7 Tips ดีๆ สำหรับใครก็ตามที่จะรับงาน เขียนบทความ

1. Research ซักนิดก่อนเขียน
ใช่ครับ ก่อนจะเขียนบทความอะไร ให้ทำการ Research ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่คุณเขียนซักนิด นำแหล่งข้อมูลหลายๆ ทางมาช่วยกันประกอบ อย่าเพียงแค่ไปเอาข้อมูลจาก Wikipedia มาแค่เจ้าเดียว คิดซะว่าคุณกำลังทำรายงานสั้นๆ ส่งอาจารย์ของคุณ ..

2. โฟกัสที่ให้อยู่ในหัวข้อ รู้จัก Tone การเขียนเรื่องนั้นๆ
เขียนให้น่าติดตาม เขียนให้เป็นกันเอง ได้ครับ แต่..อย่าน้ำเยอะกว่าสาระของ Keyword ที่คนจ้างเขียนบทความ หรือแม้แต่บางคนเขียน Tone ออกมาโคตรจะซีเรียสเลย ทั้งๆ ที่บางเรื่องมันไม่ควรจะซีเรียส บางทีก็อ่านแล้วปวดหัว พยายามเขียนให้เหมือนการพูดคุยกับผู้อ่าน แต่ก็ยังไม่ทิ้งสาระที่ต้องการจะสื่อออกไป

3. ลืมเรื่อง SEO ไปบ้างก็ดี
ใช่ครับ ลืมไปบ้างก็ดี บางที บางเจ้า เอาแต่เขียนเพื่อผลทาง SEO แต่กลับไม่นึกถึงคนอ่านเลยซักนิด แทรก Keywords เข้าไปซะ โอโห คุณจะเอาให้คนอ่านอ้วกเลยเหรอ ... แทรกนิดๆ หน่อยพอแล้วครับพี่น้องงงง สงสารคนอ่านเถอะ ถ้ามัน Friendly กับคนอ่านเมื่อไหร่ เดี๋ยวคนอ่านเค้าก็แชร์ ไปเองแหละครับ

4. รักษาเวลา
วางแผนงานให้ดี จัดวางคิวรี่ (คิวงาน) ให้เป็นไปตามลำดับ ส่งงานให้ตรงเวลา ไม่เสร็จ ไม่ทัน ให้บอกลูกค้าไปตรงๆ อย่าหาย อย่าหนี ... ไม่ติสแตก เขียนตามอารมณ์ เดี๋ยวเขียนเดี๋ยวหยุด ให้เขียนทีเดียวยาวเลย หัวสมองคุณจะแล่นได้ไม่หยุด ถ้าคุณเอาแต่เขียนๆ หยุดๆ เล่น Facebook ชาติหน้าก็ไม่เสร็จแถมจะพลอยเสียเสน่ห์ในการเขียนบทความอีก เพราะหยุดเขียน แล้วมาเขียนต่อ งานมันจะเหมือนขาดๆ เกินๆ

5. อย่า Copy
อย่าไป Copy บทความจากเว็บอื่นมา บอกไว้ก่อนตรงนี้เลย คนที่จ้างเขียนเค้ารู้แน่นอนครับ อย่าคิดว่าเค้าฉลาดน้อย ..ซื่อสัตย์ต่องานตัวเอง อ่านนำมาเป็นไอเดียได้ อ่านจับใจความ นำมาเป็นข้ออ้างอิงได้ แต่อย่าลอกมาทุกตัวอักษร .... คุณจะเสียเครดิต และเสียลูกค้าของคุณอย่างแน่นอนถ้าคุณ Copy คนอื่นมา

6. ฝึกการเขียนทุกวัน
ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มี Order มาในช่วงแรก พยายามหัดเขียนทุกวัน เพื่อพัฒนา Skills การเขียนของคุณ และเก็บบทความที่เขียนทุกวันนั้นไว้ด้วย ลองหัดเขียนบทความต่างๆ ตามหมวดหมู่ที่ส่วนมากคนชอบจ้างเขียน เช่น เครื่องสำอางค์, แฟชั่น, เงินกู้, ประกันภัย, ไอที, ความสวยความงาม ตั้งเป้าการฝึกเขียนทุกวัน วันละ 2-3 บทความก็ได้ แล้วเก็บไว้เป็น Category (หมวดหมู่) เผื่อในอนาคตคุณจะนำมา Pack ขายเป็นชุดๆ ได้

7. สร้างเอกลักษณ์
สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการเขียนของคุณ ให้มีเสน่ห์เฉพาะตัว ในซุ่มเสียงของบทความให้ดูน่าอ่าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย การเขียนให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจะดึงดูดผู้อ่านได้เป็นอย่างดี เมื่องานของคุณถูกพูดถึงมาก คนจ้างก็ต้องกลับมาจ้างคุณอีกครั้งอย่างแน่นอน

สำหรับผู้เริ่มต้นจะรับเขียนบทความนั้น อยากให้ลองรับเขียนบทความสิ่งที่คุณชอบ สิ่งที่คุณสนใจ ก่อน บางคนชอบทำเค้ก ก็รับเขียนบทความเกี่ยวกับทำเค้กไปก่อน เพราะเมื่อคุณเขียนสิ่งที่คุณชอบ สนใจ คุณจะเขียนมันได้ดี มีอารมณ์ร่วมในการเขียนงาน รู้สึกสนุกในการเขียน ฝึกตัวเองในสิ่งที่ชอบไปก่อน เมื่อเริ่มเชี่ยวเขี้ยวลากดินเมื่อไหร่ ค่อยขยับขยายไปรับเขียนเรื่องอื่นๆ อีก


Cr. http://www.ksrrider.com/freelance-article-writing

ปล . ที่ผมตามใส่เครดิตย้อนหลังนั้น เป็นความรู้เท่าไม่ถึงการ์ของผม เนื่องจากมีพี่ท่าหนึ่งได้ส่งบทความฉบับนี้มายังผมและทีมงานในสังกัดของพี่เขาทุกคน ซึ่งผมไม่ได้สอบถามว่ามีที่มาจากแหล่งใด (และเข้าใจว่าพี่เขาไม่ได้ไปคัดลอกจากที่ใดมา) แต่มีเพื่อนสมาชิกทวงติงเข้ามาเรื่องเครดิตซึ่งผมได้ทำการเมล์ไปสอบถามพี่เขาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ แต่แล้วก็มีผู้ประสงค์ดีหาลิ้งมาให้ก็ขอบคุณครับ
และอีกเรื่องถ้าคิดว่าผมหาบทความดีๆ มาเพื่อโฆษณาลายเซ้นต์หรืออย่างใดนั้น โปรดเข้าใจผมในทางที่ดีด้วยครับ เจตนาผมแค่อยากเผยแพร่บทความดีๆเท่านั้น ขอบคุณครับ
#14
หลังจากที่โดนขโมยบทความตัวอย่างที่เขียนขึ้นมาใหม่โดยไม่ชำระค่าบริการ หลายๆท่านได้แนะนำให้ทำบล๊อกสำหรับเผยแพร่ผลงาน ก็ต้องบอกตามตรงครับว่าไม่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้มาก่อนเลย แต่ก็ได้พยายามทำจนเสร็จสิ้น เป็นเว็บสำหรับแสดงตัวอย่างบทความต่างๆที่เคยเขียนมา เลยอยากให้เพื่อนๆช่วยแนะนำทีครับว่าตรงไหนยังไม่ดี ควรปรับเสริมเต็มแต่งในส่วนใดบ้าง
ขอบคุณครับ +1 สำหรับทุกคำแนะนำ

http://fonezswrite.blogspot.com/  อันนี้เป็นเว็บครับ
#15
 :(
เมื่อเฟสบุ๊คมีปุ่มโปรโมท
ไม่รู้ว่ามีนานหรือยังนะครับ
เมื่อสีกครู่นี้เข้าไปหน้า wall ตัวเอง งงเลย อยู่ดีๆมีปุ่มดาวน์โหลดต่อใต้สเสตัสสะงั้น
ปกติจะมีแค่ ถูกใจ แสดงความคิดเห็น แชร์ ทุกวันนี้มีปุ่มโปรโมทมาละ
ทีแน่ๆครับ ลองคลิกเข้าไป โปรโมทแบบเสียเงินด้วย 555

#16
เป็นที่ทราบดีครับว่าปัจจุบันมีหลายๆท่านรับทำงานประเภทงานเขียนเป็นจำนวนมาก
อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นงานที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ลงทุนแค่แรงสมอง กับแรงขยัน เพียงเท่านี้ก็ได้เงินแล้ว
ซึ่งจะได้มากหรือได้น้อยก็ขึ้นอยู่กับความอดทน ความขยัน และความตั้งใจของตัวท่านเอง

แต่คุณเคยเจอเหตุการณ์แบบผมไหมครับ คือ ปกติเวลาที่จะมีการจ้างงานใดๆทั้งสินนั้น ผู้สนใจที่จะจ้าง (ว่าที่นายจ้าง) มักจะต้องขอดูตัวเองบทความหรือมักจะสั่งให้เขาเขียนบทความในคีย์ที่ต้องการให้เป็นตัวอย่างก่อนสัก 1-2 บทความ ซึ่งเป็นธรรมดาของคนเป็นลูกจ้างครับ นายจ้างสั่งอะไรก็ต้องเขียนให้เขา (ประมาณว่าอยากได้งาน) หลังจากส่งตัวอย่างไปเสร็จนั้น คุณว่าที่นายจ้างหายไป .. พร้อมกับบทความตัวอย่างที่เขียนขึ้นมาใหม่ เท่านั้นยังไม่พอครับ ตัวอย่างบทความของเรากลับถูกนำไปโฟสที่เว็บไซค์ๆหนึ่งซึ่งเป็นของนายจ้างแน่นอนครับ นั้นก็หมายความคุณถูกนำเอาบทความที่เขียนขึ้นมาใหม่ไปใช้โดยไม่จ่ายเงินค่าบทความนั้นเองครับ  จากเหตุการณ์ข้างต้นผมขอถามความคิดเห็นนะกเขียนบทความทุกท่านหน่อยครับว่าท่านจะมีวิธีจัดการอย่างไรเมื่อเจอเหตุการณ์ดังกล่าว

และฝากถึงนายจ้างที่กำลังจะมีแพลนจ้างเขียนบทความด้วยนะครับว่า
ท่านอาจจะมองว่างานเขียนบทความเป็นงานที่ง่าย  แต่ผมคิดว่ามันไม่ง่ายเลย ซึ่งกว่าจะเขียนแต่ละบทความออกมาได้ ในฐานะนักเขียนนั้นต้องพยายามเขียนมาเพื่อตอบสนองโจทย์ต่างๆเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น เขียนอย่างไรให้ผู้้อ่านเข้าใจง่าย  เขียนอย่างไรให้มีความน่าสนใจ เขียนอย่างไรให้น่าชวนติดตาม เขียนอย่างไรให้เก็บรายละเอียดสำคัญให้หมด และอื่นๆอีกมากมายครับ

ขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและชี้แนวทางการแก้ไขเมื่อเจอเหตุการณ์ดังกล่าวครับ
#17
1. Link ไปหาบล็อกอื่น
วิธีที่ง่ายที่สุด ก็คือทำ link ไปหาบล็อกอื่น ๆ ที่คุณสนใจก่อนเลย นักเขียนบล็อกหลาย ๆ ท่านมักะใจจดใจจ่อ อยู่ตลอดอยู่แล้วว่า จะมีใครทำ link มาหาบ้าง เมื่อคุณลิงค์ไปหาเค้าก่อน คุณก็อาจจะได้เป็นจุดสนใจ ทำให้เจ้าของบล็อกนั้น ๆ รู้จักบล็อกของคุณ คราวนี้แหละครับ ถ้าบล็อกเราดีจริง เค้าก็คงไม่รังเกียจที่จะทำ link มาหาเราแน่นอนครับ หรือถ้าให้ชัวร์ หลังจากที่คุณทำลิงค์ไปหาบล็อกอื่นแล้ว ลองเมล์ไปบอกเจ้าของบล็อกเค้าด้วยก็ดีครับ ว่าเราทำลิงค์ไปหาแล้วนะครับ

2. ไป Comment ที่บล็อกคนอื่นบ้าง
เวลาเราไปอ่านบล็อกคนอื่น ก็ไปเขียนคอมเม้นต์ไว้บ้างนะครับ มีคำแนะนำนิดนึงว่า อย่าไป spam comment เค้านะครับ เพราะขนาดเราเองยังรำคาญเวลามีคนมา spam comment ของเรา ใจเขาใจเราครับ ( เพิ่มเติมครับ ตอนนี้ในส่วน comment ของระบบ blog อย่าง wordpress มักจะมีแท็ก no follow ครอบอยู่ ทำให้ไม่สามารถช่วยในเรื่อง link popularity ได้แล้วนะครับ คงได้ประโยชน์คือให้เจ้าของบล็อก รู้จักบล็อกเราเท่านั้ัน)

3. Submit บล็อกเข้าสู่ Search Engine ต่าง ๆ
ข้อนี้ต้องขยันนิดนึง เพราะคุณต้อง submit บล็อกของเราเข้าสู่ Search Engine ต่าง ๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ ข้อได้เปรียบของบล็อกก็คือ คุณสามารถโปรโมทบล็อกไปสู่ search engine ของเว็บได้ และยังโปรโมทไปสู่ search engine เฉพาะทางเช่นพวก Blog Search Engine ได้อีกด้วย

4. ออกแบบบล็อกให้ดูดีสวยงาม
ถ้าคุณออกแบบบล็อกให้สวย ๆ หรือมีดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา คุณก็มีโอกาสที่จะโปรโมทเว็บของคุณที่ Rookienet หรือเว็บที่พูดคุยถึงเรื่องการดีไซน์เว็บ เป็นต้น

5. ใช้ CSS ในการออกแบบบล็อก
หากดีไซน์สวยแล้ว ยิ่งใช้ css ในการ coding เข้าไปอีก โอกาสยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ เพราะคุณจะมีโอกาสได้โปรโมทไปสู่ระดับโลก เช่นเว็บ CSSvault ซึ่งถ้าคุณออกแบบสวยและใช้ CSS คุณก็สามารถส่งบล็อกของคุณ เข้าไปให้เค้าพิจารณาได้

6. ทำ Tag ไปหา technorati
บล็อกเสิร์ชเอนจิ้นชื่อดังอย่าง Technorati นั้นมี pagerank ที่สูงทีเดียว ยิ่งถ้าแต่ละบทความของคุณ มีการใส่ tag ไปแจ้ง technorati ไว้ เราจะได้ผลสองทางคือ ทางตรง ได้ไปอยู่ใน technorati directory และ ทางอ้อม คือ bot ของ search engine ต่าง ๆ จะวิ่งต่อจาก technorati มาเก็บข้อมูลในบล็อกของเราด้วย

7. ทำ signature ตอนตอบกระทู้ใน Web Board
เวลาไปตอบกระทู้ในเว็บบอร์ดต่าง ๆ ก็อย่าลืมตั้งค่า signature ให้ลิงค์มาที่บล็อกของคุณด้วย คำแนะนำคือ ตอบกระทู้ในสิ่งที่คุณตอบได้ อย่า spam เว็บบอร์ด ให้ตอบในเรื่องที่เรารู้จริง จะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้บล็อกของ... ลองแวะไปที่เว็บบอร์ดสำหรับชาวบล็อกอย่าง Blogger Talk ก่อนได้

8. ใช้ Social Bookmark
ในยุค web 2.0 อย่างตอนนี้ ลองใช้ประโยชน์จากเว็บพวก social bookmark ให้เกิดประโยชน์ ถ้าบทความในบล็อกของเรา ได้ไป link อยู่ในเว็บเหล่านี้ จะเป็นการเพิ่ม traffic และเพิ่ม link popularity ไปในตัว ลองดูเว็บอย่าง del.icio.us หรือ digg แต่ถ้าหากเป็นของไทย ลองแวะไปที่ Zickr

9. Ping ไปที่ Blog Search Engine
ถ้าระบบบล็อกของคุณเป็นโปรแกรมอย่างพวก WordPress หรือ MovableType คุณก็จะสามารถตั้งค่าของโปรแกรมให้ทำการ ping บทความหรือบล็อกของคุณ เข้าสู่ Blog Search Engine ในทุก ๆ ครั้งที่คุณอัพเดทบล็อกโดยอัตโนมัติ ลองดู ping list ที่นี่ดูครับ

10. เขียนบทความให้เว็บอื่นหรือบล็อกอื่นๆ
หลายแห่งเปิดให้เราได้แสดงความสามารถ หรือเขียนบทความที่มีประโยชน์ ต่อกลุ่มเป้าหมายของเว็บไซต์ หรือบล็อกของเค้า และส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเราเขียนเรื่องส่งไป เราจะได้ credit เล็ก ๆ ก็คือ link กลับมาหาบล็อกของเรา


ที่มา http://www.thtfreeweb.com/aticle6.html

เพื่อเป็นกำลังใจ + 1  ให้ด้วยนะจ๊ะ

#18

คำแนะนำเพื่อการซื้อขายสินค้าออนไลน์อย่างปลอดภัย


สังเกตว่าผู้ขายลงข้อมูลส่วนตัวและรายละเอียดในการติดต่อชัดเจนหรือไม่ คุณสามารถตรวจสอบประวัติเบื้องต้นโดยใช้ ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมลผู้ขาย ไปค้นหาใน Google.com
กรณีเป็นร้านค้า ตรวจสอบ ชื่อที่อยู่ร้านค้า หรือ หมายเลขทะเบียนพาณิชย์ฯ หากไม่มีหน้าร้าน อาจขอสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขาย
ตรวจสอบราคาสินค้าว่าไม่ถูกกว่าท้องตลาดจนเกินไป
เมื่อมั่นใจแล้วว่าจะติดต่อซื้อขายกับผู้ขายรายใด ควรบันทึกรายละเอียดประกาศรวมทั้งข้อมูลผู้ประกาศ โดย save หน้าประกาศนั้นไว้ เพราะหลังการซื้อขาย ผู้ที่เป็นมิจฉาชีพมักเข้ามาแก้ไขหรือลบข้อมูลในประกาศของตนเองเสมอ
ควรใช้วิธีนัดพบเพื่อชำระเงินและส่งมอบสินค้า ซึ่งควรจะนัดในสถานที่ชุมชน และทดสอบสินค้าให้เรียบร้อยก่อนชำระเงิน
หากจำเป็นต้องโอนเงินค่าสินค้าก่อน ควรโอนเงินผ่านเคาเตอร์ธนาคาร เพราะจะสามารถติดตามหรืออาญัติเงินได้ หากใช้บริการโอนเงินผ่านตู้ ATM การติดตามจะเป็นไปได้ยาก และควรเก็บหลักฐานการโอนเงินไว้ทุกครั้ง

เจาะลึกกลโกงของมิจฉาชีพออนไลน์

พฤติกรรมที่น่าสงสัยและเข้าข่ายเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ มีดังนี้
ขายสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาดมากเกินไป
หลอกล่อให้โอนเงินค่าสินค้าล่วงหน้าโดยไม่ให้หลักฐานเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือแต่อย่างใด
เมื่อโอนเงินแล้ว ผู้ขายจะหายตัวไป ไม่รับโทรศัพท์ และปิดโทรศัพท์หนีในที่สุด
เปลี่ยนชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ไม่ซ้ำกัน ทำให้ยากต่อการติดตาม

อย่างไรก็ดีมิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบกลโกงไปเรื่อยๆ และมีความซับซ้อนยากที่จะป้องกันมากขึ้น ดังนั้นการนัดเจอเพื่อดูสินค้าและชำระเงินซึ่งหน้าจึงเป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ

ทำอย่างไรเมื่อถูกโกง

บันทึกรายละเอียดของประกาศนั้น ไว้เป็นหลักฐาน โดยเซฟหน้าประกาศนั้นและ print ออกมาเป็นเอกสาร
เตรียมหลักฐานการโอนเงิน , เลขที่บัญชีธนาคาร , หลักฐานการติดต่อระหว่างคุณกับมิจฉาชีพ เช่น e-mail , เบอร์โทรศัพท์ หรือหมายเลขพัสดุ
แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.ท้องที่ที่คุณไปโอนเงิน ว่า “ถูกฉ้อโกง” เพื่อลงบันทึกประจำวัน และออกใบแจ้งความเพื่อดำเนินคดี
นำใบแจ้งความ ส่งให้ผู้ดูแลเว็บไซต์ เพื่อขอหมายเลข IP ของมิจฉาชีพ (หมายเลข IP สามารถใช้แกะร่องรอยและขยายผลในการจับกุมได้)
นำเอกสารข้อ 1-4 ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท้องที่ที่แจ้งความ เพื่อออกหมายจับ และพาไปจับกุมตัว หรือ ส่งให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (http://www.tcsd.in.th)
คำแนะนำ : ต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า "ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด" อย่าแจ้งเพียงว่า แจ้งความไว้เป็นหลักฐาน (ถ้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเฉยๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจเพิกเฉย เพราะถือว่าการแจ้งแบบนี้แปลว่าเจ้าทุกข์จะดำเนินการทางศาลด้วยตนเอง)

+1 เพื่อเป็นกำลังใจจ๊ะ
#19
ทำอย่างไรดี
ผมจ้างท่านหนึ่งโฟสเว็บ ใช้ระยะเวลานานพอสมควร
งานไม่เสร็จสักที
เขาจะรีพอร์ทให้ผมก่อน หกสิบ เว็บ
ซึ่งผมต้องการ 300 เว็บ
นี่ก็ผ่านไปนาน ผมถามเขาทีไร เขาก็บอกว่ากำลังโฟส
ผมก็ถามไปเรื่อยๆ เขาก็บอกมีงานอื่นเ้ข้ามาเยอะ
นี่เท่ากับว่างานผมไม่ใส่ใจ หรือ งานผมมีไว้ทำเวลาว่างหรือเปล่า

ผมควรทำอย่างไรดี
ใจหนึ่งก็เกรงใจเขา .. จ้างงานเขาไปแล้ว
อีกใจก็อยากเลิกจ้าง .. เพราะงานมันช้าเกินไปแล้ว

ช่วยแนะนำทีคับ
ขอบคณครับ
#20
แจ้งงานเพื่อนๆที่รับกดlike
ท่านอาจจะเจอลูกค้าหัวหมอ มาหลอกให้ท่านทดลองกดไลท์
โดนผมได้รับการติดต่อให้กดlike 5000 like เขาให้ทดลองก่อน 500 like ผมเอ๊ะใจเลยลองจ้างให้เพื่อนๆในนี้กดให้ 200 like (เพราะผมไม่ว่ากด)
หลังจากนั้นเวลาผ่านไปเมื่อผมกดlike ให้ครบยอมตามจำนวนแล้ว
เขาก็โอ้เอ้ ด้วยการต่อราคาลดลงถึง 1000 บาท
หลังจากนั้นเขาก็ยกเหตุผลว่า IDที่ใช้กดไม่ใช่คนจริง และยกเหตุผลหลายประการที่จะไม่จ่ายเงินให้ผม
หลังสุด เขาบอกว่า เขาไม่จ่าย ''ช่วยทำให้เพจเขาดังด้วย''แล้วก็ลบ friend ออก
ทั้งนี้ผมได้ว่าจ้างให้เพื่อนในไทยเสียวทดลองงาน 200 like ผมก็ยินดีจะชดใช้ค่าเสียหายให้เพื่อนทั้งนั้น

เรื่องทั้งหมดนี้ผมนำมาเตือนให้เพื่อนๆพี่ๆในสายงานนี้ได้ให้ความระวังระวังในการทำงาน
อย่าลงผิดและไว้ใจท่านอื่นแบบผม

ID facebook ของผู้ที่ไม่จ่ายเงิน  :: ก่ 'ฮาเนี้ย ปายไอ่ย๊ะ (เดอะซิกเซ้น)
และนี่เป็นเพจของมันที่ให้กดlike  :: สมาคม'คนอกหัก'แ่ห่งประเทศไทย (สคอท)
เบอร์โทร 0855280933
อีเมล์ของมัน[email protected]

โฉมหน้าของมัน


ไม่รู้ว่าผิดกฏของห้องหรือเปล่า เพียงแต่อยากฝากเตือนเพื่อนๆในสายงานเดียวกัน

ปล.หากเพื่อนๆว่าช่วยไปทวงเงินในหน้าเฟสมัน+หน้าเพจมันให้ผมที
เงิน200like ผมจ่ายได้ แต่นำมาโฟสเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้เพื่อนๆ

ทั้งนี้ผมต้องขอโทษท่าน  jomkamungwej  เป็นอย่างยิ่งจากใจและยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง


ป.ล ผมคิดว่ามนอาจจะเป็นสมาชิกที่นี้ ถ้าท่านเจอลักษณะการว่าจ้างงานเช่นนี้โปรดระวังด้วย
#21
Link-Like Exchange / ฝากแลกlikeด้วยนะ
27 ตุลาคม 2012, 14:04:50
ฝากแลกlikeด้วยนะ
+1 พลังน้ำใจด้วย
http://www.facebook.com/PPP.fashion.shop.
เสร็จแล้วโฟสในนี้นะ
อย่าไปโฟสบนpageละ
ใจมากจ๊ะๆ
#22
ผู้ใช้ thaiseo อายุน้อยที่สุดน่าจะเท่าไร?

15 ปีมีไหม ???
#23
พี่ๆคนไหนมี Vector เกี่ยวกับการทำป้ายเลือกตั้งบ้างครับ
พอดีพ่อลงสมัคร เลือกตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ฯ
เลยจะออกแบบป้ายหาเสียงให้ครับ
ขอบคุณครับ
#24
เพิ่มศักยภาพร้านขายเสื้อผ้าของคุณด้วย Facebook Fanppage, สร้างยังไง สร้างไม่เป็น
   
กรอกข้อมูลใน Facebook Fanpage ให้ครบถ้วน เพราะข้อมูลทุกอย่าง มีประโยชน์ ในด้านของการเก็บข้อมูลของ Google เพื่อให้หาร้านของคุณเจอ ทั้งใน Facebook และ Google

แต่งร้านให้สวยงาม ดูหน้าเชื่อถือ เล่นที่อารมณ์ความรู้สึกของผู้เยี่ยมชม อาทิ สีสัน เสียงเพลง ความเป็นกันเอง ของผู้ขาย คำพูด และ โปรโมชั่นต่างๆ สำหรับร้านเปิดใหม่ เป็นต้น
 
อย่าฝากร้านฟรี ตาม Facebook Fanpage ต่างๆ  อย่า Tag มั่วซั่ว  เพราะเดี๊ยวนี้ Report Spam และ ทำการ Block ได้ง่ายมาก ร้านของคุณอาจหายไปในพริบตา

ขยันเข้ามาตอบคำถามบ่อยๆ ยิ่งบ่อยยิ่งดี เร็วแค่ไหนยิ่งปิดการขายได้เร็ว เนื่องจากคู่แข่งเยอะ ตอบช้า ลูกค้าอาจขาดความน่าเชื่อถือ และ เปลี่ยนใจไปซื้อจาก ร้านค้าเสื้อผ้า ที่เคยซื้อประจำแทนร้านเสื้อผ้า ของคุณ !!!
 
ค่อยๆ Post อย่า Post ทุกสิ่งอย่างในครั้งเดียว ค่อยๆ Post ตก ย้ำ ซ้ำ ทวน ไปเรื่อยๆ ยั่วน้ำลายบ่อยๆ เป็นต้น
 
อย่า Post บ่อยเกินความจำเป็น เพราะจะทำให้เกิดความรำคาญ แก่ Fanpage ได้ โดยส่วนใหญ่จะประมาณ 3 - 5 ครั้ง / วัน
 
เลือกช่วงเวลา ในการ Post คอยสั่งเกต Feed Back และ พฤติกรรมผู้บริโภค ตามช่วงเวลาต่างๆ โดยส่วนใหญ่จะ Post ตอนเช้าตรู หลังเที่ยง หลัง 6 โมงเย็น ตอนค่ำ / ก่อนนอน เป็นต้น

เลือกวัน ในการ Post โปรโมชั่นต่างๆ หรือ ข้อความสำคัญต่างๆ ที่ต้องการให้ Fanpage เห็น Post เรามากที่สุด อาจสั่งเกตุ จาก State ของ Faanpage ว่าช่วงวันไหนคนเข้าดูบ่อยที่สุด

Post ข้อมูลให้ครบถ้วนใน ทุกๆรูปเสื้อผ้า ที่ประกาศขาย พร้อมซื้อ ได้เลย ไม่ต้องไปดูที่หน้าอื่นอีก ตัวอย่างเช่น

คำอธิบาย / คำโฆษณาชวนเชื่อ _______________________
ขนาดเสื้อ _______________________
ราคา  _______________________
สิ้นค้าใน Stock  _______________________
ข้อมูลติดต่อผู้ขาย  _______________________
วิธีการสั่งซื้อ  _______________________
 
ใช้ Feature Promote Post ของ Facebook เพื่อกระจายข่าวสาร ข้อมูลสำคัญๆ ให้ Fanpage และ เพื่อนของ Fanpage ได้รับรู้ เพราะผู้หญิงชอมเมาท์ สามารถกระจายแบบปากต่อปากได้ อย่างง่ายดาย โดยใช้เงินเพียงหลักร้อยในการโฆษณา อ่านเพิ่มเติม
 
Post เรื่องเรื่อยเปลื่อยบ้าง อย่า Hard Sale จนเกินไป Be Friends ให้มาก เป็นเพื่อนสนิท พูดอะไรบอกอะไรก็เชื่อ ให้ทำอะไรก็ทำตาม เพราะเกรงใจ อิอิ
 
ตั้งเลา Post ข้อความต่างๆ แล้วแต่ช่วงเวลา ให้เหมาะสม เป็นประจำ อาทิ Post ทักทายตอนเช้าตรู อวยพรก่อนเข้านอน เป็นต้น
 
เล่น Facebook Ads เพื่อกระจายข่าวสารได้เยอะขึ้น ตรงตามกลุ่่ม Target ที่เหมาะสม และ มี Power ในการซื้อสินค้า ไม่มี Ads ไหนที่โปรโมท Fanpage ร้านขายเสื้อผ้าได้ดีเท่า Facebook Ads เพราะ

+ เลือกเพศได้
+ เลือกช่วงอายุ ให้เหมาะสมได้
+ เลือกสิ่งที่เค้าชื่นชอบได้อย่างชัดเจน
+ เลือกเฉพาะคนที่ยังไม่ได้ Like ก็ได้
 
ซื้อ Like ปลอมเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ คงตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายกว่า หาก Fanpage ที่เรากำลังซื้อสินค้าอยู่นั้นมี Fanpage มากเป็นหลัก 5,000 - 10,000 Like จะมีความน่าเชื่อถือกว่า Fanpage ที่เพิ่งเปิดใหม่ ( Like จริง Like ปลอม ลองดูที่ Feed Back อาทิ หากมี Like เป็น 10,000 แต่ Feed Back ตอน Post ไม่ว่าจะกด Like / Comment หลัก 10 ก็น่าคิดอยู่ อิอิ เพราะ Like จิง Feed Back หนักแน่นแน่นอน )

หมายเหตุ : ซื้อ Like ปลอมแต่พอเหมาะ ปนกับ Like จิงจากการยิ่ง Ads โฆษณา เพื่อความเนียน แต่ Like จริงต้องเยอะกว่านะครับ ไม่งั้น Like เยอะคงไม่มีความหมายอะไร
 
เขียนวิธีการสั่งซื้อ และ วิธีติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดให้ชัดเจน
 
ใช้ภาษาให้หน้าฟัง น่าซื้อ น่าเชื่อถือ
 
นางแบบสวย ช่วยได้ ยิ่งสวย ยิ่งดี ผมชอบ อิอิ ไม่สวยมากไม่ว่ากัน นะครับ เค้าบอกว่าผู้หญิงทุกคนสวยที่สุด ตอนส่งยิ้ม ^^
 
หัดอ่าน Report ตรวจสอบความเคลือนไหวของ Facebook Fanpage
 
หากมีลูกค้าบางรายเข้ามาทักทาย อาจทักเป็นแบบไม่ใช่คำถาม อาจจะเป็นคำชม แต่เราควรตอบรับ เช่น ขอบคุณค่ะ, เชิญมาดูสินค้าได้ที่ ... นะค่ะ เป็นต้น
 
หากลูกค้าคนเดียวกัน Comment ทั้ง Fanpage และ ส่ง Message เข้ามาควรตอบทั้งสองที่ เพราะหากตอบเฉพาะใน Message ลูกค้าคนอื่นๆ ที่เข้ามาเห็น Comment ใน Fanpage ที่ไม่ได้ตอบ จะนึกว่า Fanpage นี้ไม่มีการตอบลูกค้า
 
ลองสอบถามทางสาวๆ แล้วเค้าบอกว่า จะจดจำเสื้อผ้าที่ดารา สวมใส่ออกงาน หรือ รายการต่างๆ ครับ หากทำให้ดารา ที่มีคนติดตามมากสวมใส่ และ ถ่ายรูปขึ้น Facebook ก็น่าจะช่วยเรื่องความน่าเชื่อถือได้
   
เพิ่ม Tab การตรวจสอบการจัดส่งสินค้า เพื่อเพิ่มความหน้าเชื่อถือ

หากร้านขายเสื้อผ้าของคุณมีจุดเด่นที่เนื้อผ้า สามารถสร้างหน้า Tab ที่ใช้ฟั่งชั่น Jquery เพื่อ Zoom ให้เห็นเนื้อผ้า เพิ่มความดึงดูใจ ( ว่างๆ จะหาตัวอย่างมาให้ดูกันจ้า ^^ )

ประกาศว่าส่งของจิงๆ โดยการ Post รายการจัดส่งสินค้าที่หน้า Wall ช่วยเพิ่มความหน้าเชื่อถือได้
 
เล่นเกมส์ แจกของรางวัลคืนกำไร ให้ลูกค้า และ เพิ่มขีดจำกัดในการบอกต่อเพื่อน
 
Post บทความ หรือ กระแสสังคม ส่งเสริมการทำความ
#25
หากคุณทำตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างเคร่งครัด คุณจะประสบความสำเร็จภายในหนึ่งปี ถ้าเว็บไซต์ของคุณเป็นภาษาอังกฤษ แต่ถ้าเป็นภาษาไทย ยอดน่าจะได้ประมาณ 2000 คนต่อวัน หลายๆคนอาจจะไม่เชื่อว่าเป็นไปได้ ผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่ไม่เชื่อนั่นแหละดี เราจะได้พิสูจน์กันไปพร้อมๆกันเลยว่า อีกหนึ่งปีข้างหน้า ยอดเว็บของเราจะพุ่งถึง 2000 คนต่อวัน จริงหรือเปล่า? ลองมาทำตามไปพร้อมๆกันเลยครับ (บทความนี้ เน้นถึงการทำเว็บไซต์ที่เหมาะกับ Search Engine และดึงผู้เข้าชมจาก Search Engine เป็นหลัก)

A) เตรียมตัวให้พร้อม:
เตรียมตัวคุณให้พร้อม และเตรียมเนื้อหาให้พร้อม เนื้อหาของเว็บไซต์สำคัญกว่าชื่อโดเมนเสียอีก ถ้าหากคุณคิดชื่อโดเมนได้ แต่ไม่มีเนื้อหา คนเข้ามาก็จะรู้สึกแย่กับเว็บคุณ แล้วก็จะไม่กลับมาหาคุณอีกเลย! ทางที่ดี ควรจะเผื่อเนื้อหาไว้ให้พร้อมซัก 100 หน้าเป็นอย่างน้อย ที่สำคัญๆก็อย่างเช่น About Us หรือ Company Profile, Contact Us, Privacy Policy, Terms of Agreement เป็นต้น และถ้าเป็นไปได้ ต้องเป็นเนื้อหาที่หาที่ไหนไม่ได้ ตรงมาอ่านที่เว็บไซต์ของคุณเท่านั้น จะเยี่ยมมากๆ

B) ชื่อโดเมน:
ต้องเน้นให้ จำง่าย, พิมพ์ง่าย ยิ่งพยางค์น้อย หรือน้อยตัวอักษรได้เท่าไหร่ยิ่งดี ถ้าจะให้ดีมี keyword สำคัญๆของคุณอยู่ในโดเมนด้วยยิ่งดี แต่บางคนก็คิดว่า ชื่อโดเมนที่มี keyword อยู่ด้วยนั้น "Out" ไม่ทันสมัย เชยระเบิดระเบ้อ นั่นก็ขึ้นอยู่กับความชอบเป็นการส่วนตัว

C) ออกแบบหน้าตาเว็บไซต์ให้ใช้ง่าย และตรงกับกลุ่มเป้าหมาย:
ง่ายไว้ก่อน ดีที่สุด ! ดีทั้งกับ Spiders และดีทั้งผู้เข้าชม, ดีกับ Spiders จะทำให้คนค้นหาเว็บไซต์ของคุณได้ง่าย และทำให้มีคนเข้ามามาก และเมื่อเข้ามาแล้วเว็บไซต์ใช้งานง่าย ทำความเข้าใจง่าย เนื้อหาก็ดี โดเมนจำง่าย ใครจะไม่เข้ามาอีก :) คุณอาจจะถามไปอีกว่า ง่ายน่ะ ง่ายยังไง เว็บของผมไม่เห็นจะใช้งานยากตรงไหนเลย? ผมมีวิธีทดสอบสองวิธีครับ

วิธีแรก ให้ลองนึกไปถึงวันแรกๆที่คุณใช้คอมพิวเตอร์ เล่นอินเทอร์เนต ความรู้สึกในวันนั้น คุณคงจำได้ว่า มันเงอะๆงะๆไปหมด ปุ่มไหนคืออะไร จะไปหน้าอื่นต้องทำอย่างไร รู้สึกว่ามันมีปุ่มอะไรต่างๆเยอะแยะไปหมด เอาง่ายๆ Mouse ยังใช้ไม่คล่องเลย! จริงมั้ยครับ? ลองนึกไปถึงวันนั้น แล้วดูเว็บของคุณอีกทีว่า ถ้าคุณในวันนั้นมาเข้าชมเว็บคุณ จะรู้สึกอย่างไร?

วิธีที่สอง เป็นวิธีทดสอบโดยใช้อาสาสมัคร โดยคุณจะต้องหาคนที่ไม่เคยใช้เว็บของคุณเลย จะเป็นคนที่ใช้อินเทอร์เนตคล่องอยู่แล้ว หรือจะเป็นมือใหม่หัด Serve Net ก็สุดแท้แต่ ขอให้มีเขายินดีมาเป็นตัวทดสอบเป็นใช้ได้ การทดสอบก็ง่ายๆ โดยการที่คุณตั้งโจทย์ให้ผู้ทดสอบทำอะไรซักอย่างเกี่ยวกับเว็บไซต์ของคุณเช่น อาจจะให้ลองเลือกซื้อของ หรือหาบทความที่มีอยู่ในเว็บ และคุณนั่งดูอยู่ข้างหลัง ดูอย่างเดียวนะครับ ห้ามแนะนำใดๆทั้งสิ้น ดูว่าเขาใช้งานได้คล่องเหมือนคุณหรือเปล่า? ถ้าไม่เกิน 20 นาทีก็ถือว่าผ่านครับ :)

อีกอย่างก็คือต้องพยายามจัดเนื้อหาของหน้าแรกให้ตรงกับกลุ่มคำ หรือข้อความในหัวข้อหลักของเว็บ มันจะมีความจำเป็นเมื่อ search engine ส่ง bot มาสำรวจเว็บของคุณมันจะได้รู้สึกว่าเว็บของคุณมีเนื้อหาไปในทำนองเดียวกับ meta-tag หรือ title จริงๆ

ความเร็วอาจจะไม่ใช่ทุกอย่าง การทำให้โหลดเร็วเข้าว่าเพียงอย่างเดียวก็อาจจะทำให้เว็บขาดความน่าสนใจไป มันอยู่ที่ว่าคุณจัดสรรหรือคัดเรื่องเด่นแค่ไหนเข้ามาลงหน้าแรก

D) ขนาดของข้อมูลในแต่ละหน้า (File Size):
ยิ่งเล็กยิ่งดี แต่กำลังพอดีจะดีที่สุด :) ถ้าเนื้อหามีน้อยก็ควรใส่รูปภาพประกอบ ตกแต่งให้สวยงาม แต่ถ้าเนื้อหามีมาก ถ้าใส่ไว้ในหน้าเดียวอาจจะทำให้โหลดข้อมูลนานเกินไป ควรจะทำการแบ่งเป็นหน้าๆ ตั้งชื่อแต่ละหน้า ตามหัวข้อของหน้านั้นๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องขนาดของไฟล์มากจนเกินไป ควรจะแบ่งให้อ่านแล้วรู้เรื่อง ไม่ใช่แบ่งซอยยิบเกินไป หวังให้โหลดเร็ว อย่างนั้น Search Engine ชอบ แต่คนไม่ชอบ เข้ามาแล้วอาจจากไปลับก็ได้ ควรให้พอดีๆ

E) เนื้อหา:
ทำเนื้อหาตาม Keyword ที่เหมาะกับเว็บไซต์ของคุณ โดยการตั้ง Keyword เป็นตัวตั้ง ยกตัวอย่างเช่น เว็บของคุณขายต้นไม้ส่งในประเทศ คุณอาจจะเลือก "ไม้ประดับ" หรือ "ไม้มงคล" เป็น Keyword แล้วทำเนื้อหาตาม Keyword ที่เลือกไว้ แล้วคอย Update อย่างสม่ำเสมอ รับรองว่า "ไม้มงคล" หรือ "ไม้ประดับ" ของคุณจะออกดอกออกผลให้ได้ชื่นชมแน่ๆ

F) จำนวน Keyword และการจัดวางตำแหน่งในแต่ละหน้า:
แน่นอนว่า ถ้าคุณอยากให้ Search Engine หาคุณพบด้วย Keyword คำไหน แต่ไม่มีคำนั้นๆในเว็บไซต์ของคุณเลย จะเป็นไปได้หรือ? และถ้ามีมากจนล้นเลยยิ่งแล้วใหญ่ (Spam) Search Engine เกลียดนัก ถือว่าดูถูกความสามารถกันอย่างร้ายแรง คุณต้องระวังให้จงหนักเลย ทางที่ดีควรจะมีไม่เกิน 5% ต่อจำนวนคำทั้งหมดในหน้านั้น (ไม่นับ Tag HTML) แต่ถ้าจำเป็นจะต้องมี Keyword คำนั้นๆมากๆ เพราะเหตุการณ์บังคับ ก็ควรจะใช้มุขเดิมคือ แบ่งเป็นหลายๆหน้า หรือหาเนื้อหาอื่นๆมาเพิ่ม ลดทอนจำนวน Keyword นั้นลง

G) การเชื่อมโยงไปเว็บไซต์อื่นๆ:
เชื่อมโยงถึงเว็บไซต์ใหญ่ๆ ด้วย Keyword ในหน้านั้นเป็นการอ้างอิงให้ผู้เข้าชมเชื่อถือ แถมยังอ้างให้ Search Engine รู้ด้วยว่าเราเป็นเว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆได้ง่ายยิ่งขึ้น (Ralate Link) เพราะเว็บไซต์ใหญ่ๆนั้น Search Engine รู้จักดีอยู่แล้ว เมื่อเราอ้างถึงเว็บไซต์นั้นๆ Search Engine จะสร้างความสัมพันธ์กับเว็บไซต์ของคุณ กับ Keyword ที่คุณ link ออกไป เปรียบเหมือนการแนะนำตัวกับ Search Engine เว็บไซต์ของเราอยู่หมวดหมู่ไหนนั่นเอง

H) โครงสร้างของการเชื่อมโยงภายในเว็บไซต์ของคุณ (Cross Links หรือ Link Structure):
cross links ก็คือ links การเชื่อมโยงข้อมูลภายใน website ของเรานั้นเอง ถ้าคุณทำเว็บไซต์เกี่ยวกับอาหาร คุณอาจจะต้องมีการเชื่อมโยงไปยัง หน้า แอปเปิ้ล หรือ ผักผลไม้อื่นๆ หรืออะไรก็ตามที่ชื่อพ้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์ของคุณ ไม่จำเป็นจะต้องทำทุกหน้า แต่ถ้าคุณขยันและมีเวลาพอละก็ ผมแนะนำให้คุณทำ link ในคำทุกคำที่สามารถ link ได้ แต่ต้องไปหาหมวดหมู่หรือหน้าที่เกี่ยวข้องนะครับ และที่สำคัญมากๆ ทุกหน้าควรมี link ไปหน้าแรกเสมอ ห้ามลืม เด็ดขาด!!!

I) ได้เวลาออนไลน์:
ถ้าคุณมีทุนทรัพย์เพียงพอ คุณควรเลือก Hosting ที่มี IP ให้สำหรับคุณคนเดียว ไม่ควรเลือกแบบ Virtual Host แต่ถ้าเบี้ยน้อย หอยน้อย เลือก ็Host ราคาถูกๆ แต่ไม่ค่อยล่ม ก็พอได้อยู่ เมื่อมี Hosting แล้ว เนื้อหาพร้อมแล้ว link sturcture ทำได้นวลเนียนดีแล้ว ก็ออนไลน์ออกสู่โลกกว้างได้เลยครับ และขอให้จำไว้เลยว่า ถ้าไม่พร้อม อย่าเพิ่งออนไลน์เด็ดขาด นอกเสียจากคุณไม่แคร์ และคุณมีวินัยเพียงพอที่จะเพิ่มเนื้อหาได้อย่างต่อเนื่อง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผมแนะนำให้คุณใจเย็นๆ รอให้พร้อมก่อนดีกว่าอยู่ดี

J) Submit:
ได้เวลาของการโฆษณาแล้วครับ ขั้นตอนนีคือการเอาเว็บของคุณไป submit ตาม search engine ต่างๆ เท่านี้แหละครับ อย่าไปคาดหวังว่าจะได้รับการจัดอันดับในเร็ววันครับ คอยตรวจสอบบ้างสัปดาห์ละครั้งก็พอ

K) ตรวจสอบและติดตามผล:
ทำได้โดยการวิเคราะห์ log ครับ ไม่ต้องไปสนใจข้อมูล graphics ที่สวยงามแต่ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไร ทำนอง "สวยแต่รูป จูบไม่หอม" ไม่เอาครับ logs file คือสิ่งที่เราต้องการ อย่าลืมดูว่า logs มีข้อมูล referer หรือเปล่า ถ้าไม่ก็ย้าย hosting ดีกว่าครับ ถ้าคุณอ่าน Logs File ไม่เป็น ผมแนะนำให้คุณจ้างโปรแกรมเมอร์ มาจัดส่วนตรงนี้ให้คุณดีกว่า บอกความต้องการเขาไปว่า อยากให้เขียนโปรแกรมวิเคราะห์ Log File ให้แสดงผลออกมาในแบบคุณอ่านรู้เรื่อง หรือหาๆเอาใน internet นี่แหละครับ ของฟรี ดีด้วย ยังมีอีกเยอะ เพียงแต่คุณจะหามันเจอหรือเปล่าเท่านั้นเอง

L) เอาอกเอาใจ Spider ให้มากๆเข้าไว้:
ให้คุณคอยดูว่า มีแมงมุม (Spiders) มีล่าเหยื่อ (เนื้อหา) ของคุณไปติดหรือยัง? หมายความว่า Search Engine ส่ง Bot หรือ Spider เข้าไปเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของคุณไปหรือยัง ตรวจสอบง่ายๆด้วยการใช้คำสั่ง site:www.seo-thai.com โดยเปลี่ยนจาก seo-thai เป็นชื่อโดเมนของคุณเอง เท่านี้ คุณก็จะได้รู้ว่า แมงมุมฮุบเหยื่อยัง :) ถ้ายัง ต้องรีบมาตรวจแล้วว่าผิดกฏของ Search Engine บ้างหรือเปล่า? โครงสร้าง Link ดีหรือไม่อย่างไร มีเว็บอื่นสร้าง link มาหาคุณบ้างหรือเปล่า ถ้าไม่มีเลย คุณก็ต้องหาพันธมิตรให้ได้ ไม่งั้นเว็บของคุณก็จะกลายเป็นเว็บร้างแน่ๆ

M) จัดหมวดหมู่ให้เรียบร้อย เน้นเข้าใจง่าย ใช้ง่ายเป็นหลัก:
พยายามจัดหมวดหมู่ของ keyword ให้เป็นเรื่องเดียวกับ topic ของมันครับ ไม่มีอะไรมาก :)

N) Links จากเว็บประเภทเดียวกัน:
ในกรณีที่เว็บของคุณได้รับการ index บน www.dmoz.org แล้ว ให้คุณพยายามขอแลก link กับเว็บในหมวดหมู่เดียวกัน ถ้าเขาไม่ยอมรับแลกก็ไม่เป็นไร ขอกับเว็บอื่นก็ได้ ใครก็ได้ที่ยอมรับการแลกกับเรา เน้นให้พยายามแลก link กะเว็บที่ค่อนข้างจะมีการ update อย่างต่อเนื่อง

O) เนื้อหาๆๆ:
ควรจะมีหน้าที่มีเรื่องที่เด่นๆ ในแต่ละวัน โดยถ้าเป็นบท ความยาวๆ หน่อยจะดีมาก อย่าพยายามลงในเรื่องที่มีคนสนใจน้อย หรือเรื่องที่มันกว้างเกินไป อันนี้คุณต้องกลับไปค้นหนังสือวิชาภาษาไทยเรื่องการเขียนเรียงความมาอ่านสักหน่อยก็จะดีครับ เขียนให้อ่านง่ายๆไว้ก่อน สำนวนภาษาเป็นเรื่องเฉพาะตัว แต่ก็ฝึกกันได้ ขอให้เขียนทุกวันเป็นใช้ได้ เมื่อครบปีแล้ว คุณลองกลับมาอ่านบทความแรกๆที่คุณเขียน คุณจะได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทีเดียว

P) ลูกเล่น ต่างๆ:
พยายามหลีกเลี่ยงลูกเล่นแปลกๆ ที่อาจจะสร้างความ สนุกให้ท่าน แต่นั่นอาจจะสร้างความรำคาญให้แก่คนที่เข้ามาชมก็เป็นได้ พยายามให้มันดูกลางๆ ไม่จืดหรือหวือหวาจนน่ารำคาญ

Q) Link จากเว็บพันธมิตร:
ข้อนี้จะต่างจากข้อ N ตรงที่อาจจะเป็น Link ที่ไม่ได้มาจากเว็บในประเภทเดียวกัน แล้วจำเป็นที่จะต้อง Link กลับไปหาเว็บนั้นๆด้วย เรียกง่ายๆว่า "การขอแลก Link" นั่นเอง อันนี้ผมแนะนำว่าคุณจำเป็นต้องเลือกสักหน่อย อย่า Link ไปสะเปะสะปะ เพราะถ้า link ปลายทางเป็น เว็บโป๊ ละก็ ภาพลักษณ์ของเว็บของคุณก็จะถูกมองเป็นเว็บแนวๆนั้นทันที เสียทั้งหน้าตา และ Search Engine ก็จะงงกับเว็บคุณอีกด้วย

R) บริการเสริม:
เพิ่มบริการเสริมที่จำเป็นอย่างเช่น "ส่งเว็บนี้ให้เพื่อน" กระดานสนทนา หรือจดหมายข่าว เป็นต้น เท่านี้ก็แทบจะเพียงพอแล้ว อย่าเพิ่มลูกเล่นอื่นๆที่ไม่จำเป็น เพราะนั่นอาจจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการจ้างทำเว็บของคุณสูงจนเกินจำเป็น แถมยังเปล่าประโยชน์อีกด้วย

S) อย่ายัดเยียดโฆษณา!:
ถ้าเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ขายสินค้า ขอให้ระมัดระวังเรื่องการโฆษณาสักหน่อย อย่ายัดเยียดจนดูน่าเกลียด ต้องทำให้ดูแนบเนียนประมาณว่า ผู้เข้าชมได้รับชมโฆษณาไปโดยไม่รู้ตัว อย่างนั้นได้ยิ่งดี โปรดระลึกไว้เสมอว่า ผู้ชมเข้าเว็บของคุณเพราะต้องการเนื้อหา หรือ สินค้าที่ต้องการ ไม่ใช่ "โฆษณา"

T) เพิ่มเนื้อหา หรือ สินค้า บ่อยๆและสม่ำเสมอ:
ควรเพิ่มเนื้อหา หรือบทความอย่างสม่ำเสมอ สิ่งนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำเว็บไซต์เลยทีเดียว

U) เรียนรู้เรื่อง Logs:
หลังจากเปิดดำเนินการได้ 30-60 วัน ก็ได้เวลาที่จะต้อง ทำตัวเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลกันแล้วครับ ข้อมูลที่จะนำมาวิเคราะห์ก็ควรจะนำมาจาก Log Files นั่นเอง คุณควรจะคอยดูว่าผู้เข้าชมใช้ Keyword คำไหนเข้ามาสู่เว็บคุณ อาจจะเป็นคำที่คุณไม่ได้เตรียมไว้ (Optimize) ถ้าเป็นอย่างนั้นคุณควรจะ Optimize เพิ่ม ยกตัวอย่างเช่น ผู้เข้าชม มักจะใช้คำว่า "orange citrus fruit" แต่ว่าคุณเตรียมเนื้อหาไว้สำหรับคำว่า "oranges" ฉะนั้นคุณควรจะเตรียมเนื้อหาสำหรับคำว่า "citrus" และ "fruit" แล้วก็ทำ Cross Links ถึงกัน

V) การกะระยะเวลา:
เมื่อทำให้เว็บไซต์ได้รับความนิยมแล้ว ไม่ได้ทำให้คุณหมดหน้าที่ไป เพราะคุณยังคงต้องเฝ้าประคบประหงม เว็บของคุณให้ติดอันดับต่อไปอีก เหมือนขี่หลังเสือไม่อาจจะลงได้ การะวิเคราะความเป็นไปก็ยังค้องต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง อย่าลืมนะครับว่า กว่าที่ keyword ของคุณจะไปประกฎใน search engine อาจจะใช้เวลานานถึง 3 เดือน เช่นถ้าคุณต้องการให้ผลิตภัณฑ์ของ คุณปรากฏอยู่ใน search engine ในตอนต้นปี คุณอาจจะต้องทำ web ให้เสร็จก่อนหน้านั้นถึง 3 เดือนเป็นอย่างน้อย

W) เพื่อนและพันธมิตร:
ในโลกความเป็นจริงคุณต้องมีเพื่อนหรือทำความรู้จักผู้คน ในโลกอินเทอร์เน็ตก็เช่นกัน คุณควรจะทำความรู้จักผู้คน โดยการเข้าที่กระดานสนทนา หรือ กระดานข่าวในเรื่องที่คุณสนใจ แต่ว่ากระดานสนทนาเกี่ยวกับ SEO ในบ้านเรายังไม่เห็นมี คุณต้องหากระดานสนทนาของประเทศ เช่น http://www.searchengineworld.com เป็น และเมื่อคุณเข้าไปแล้ว ก็ใช่ว่าควรจะอ่านอย่างเดียว คุณควรจะสมัครสมาชิก รับจดหมายข่าว แสดงความเห็นหรือสอบถามบ้าง อย่าลืมว่ากระดานข่าวไม่ใช่แค่เข้าไปแล้ว อ่านๆ อย่างเดียว แต่กระดานข่าวตอบคำถามคุณได้

X) อย่าลืมจดบันทึกไอเดียเด็ดของคุณ:
หากคุณเพิ่มเนื้อหาใหม่ๆทุกวัน นั่นอาจจะทำให้คุณต้องใช้สมองจนเครียดพอสมควรทีเดียว เพราะฉะนั้นบางครั้งคุณอาจจะคลายเครียดโดยการเปลี่ยนกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ เช่น ออกไปเดินเล่น อาบน้ำ แต่เมื่อหลังจากการคลายเครียดแล้ว บางครั้งรายระเอียดที่คุณพยายามคิดมาตั้งนาน ก็พลันหายไปพร้อมกับความเครียด!! ผมแนะนำว่า คุณควรจะจดบันทึกไอเดียของคุณเอาไว้ทุกครั้งที่นึกออก หรือก่อนจะออกไปพัก หรือถ้าคุณมีเครื่องบันทึกเสียงก็ยิ่งดี มันจะช่วยคุณได้ในกรณีที่ไอเดียของคุณหลั่งไหลออกมาจนคุณจดตามไม่ทัน คุณอาจจะพูดๆๆ ใส่เครื่องบันทึกเสียง แล้วค่อยกรอกลับมาฟังใหม่ รับรองไอเดียเด็ดของคุณจะไม่สูญหายไป

Y) ตรวจสอบผลการ Submission เมื่อผ่านไปได้ 6 เดือน:
กลับไปดูว่าผลการ Submission กับ Search Engine ต่างๆ หรือ Directory ต่างๆ อย่างเช่น ODP นั้น Index เว็บไซต์ของคุณให้หรือยัง? ถ้ายัง คุณต้อง ReSubmit ไปอีกครั้ง คราวนี้จะมีโอกาสเพิ่มขึ้น เพราะคุณมีเนื้อหาหรือสินค้ามากกว่าเดิม 180 หน้าแล้ว :)

Z) พยายามสร้างเนื้อหาที่ Search Engine ชอบ ทุกๆวัน:
เนื้อหาที่ Search Engine ชอบเป็นอย่างไร? อธิบายง่ายๆก็คือเนื้อหาที่มีการคัดกรองมาอย่างดี มีบทนำ มีเนื้อหา มีบทสรุป เน้นในสิ่งที่ควรเน้น มีจำนวนคำต่อหน้าที่พอเหมาะ มีการอ้างอิงถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ได้รับความนิยม (มีจำนวน Link มาหามาก) ไม่ทำผิดกฏของ Search Engine ไม่ใช้ ลูกเล่นหรือ HTML ที่ซับซ้อนจนเกินกว่าที่ Search Engine จะเข้าใจได้ (Search Engine ไม่ฉลาดเท่า Browser)
จะว่ายากก็ไม่น่ายากเท่าไหร่นักที่จะทำให้ได้ครบทุกข้อ แต่ถ้าคุณคิดเนื้อหาไป แล้วก็ Optimize ไปด้วย ผมรับรองว่ายากแน่ๆ คุณควรจะคิดเนื้อหาให้ครบถ้วนก่อน จากนั้นให้ทำเว็บไซต์ด้วย HTML Code ง่ายๆก่อน แล้วจึง Optimize เป็นอันดับสุดท้าย ถ้าคุณทำได้ครบ สิ้นปี คุณจะมีจำนวนหน้าที่คุณภาพคับแก้ว เกือบ 400 หน้าทีเดียว!

ขั้นตอนทั้งหมด 26 ขั้นตอนนี้ ถ้าทำตามทั้งหมดแล้วรับรองว่าคุณจะเพิ่มยอดผู้เข้าชมให้คุณได้แน่นอน อยู่ที่ว่าคุณจะทำเต็มที่แค่ไหน? ตั้งใจอย่างต่อเนื่องแค่ไหน? อย่างน้อยๆก็ 500 - 2000 คนต่อวัน และหากคุณเพิ่มเนื้อหาดีๆ วันละ 4-5 บทความ หรือถ้าเว็บของคุณขายสินค้า คุณก็ควรจะมีรายละเอียดสินค้าแบบละเอียดในทุกๆสินค้าที่คุณขายบนเว็บของคุณ นั่นอาจจะทำให้ยอดผู้เข้าชมพุ่งไปถึง 15000 คนต่อวันก็เป็นได้ ขอให้คุณโชคดี และมีความสุขกับการพัฒนาเว็บไซต์ของคุณ

ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.searchengineworld.com/misc/guide.htm

ถ้าถูกใจ+1เพื่อเป็นกำลังใจในการแบ่งปันครับ ถ้าซ้ำขออภัยด้วยจ๊ะ   
#26
เทคนิค75 วิธีโปรโมทโมทเว็บเพื่อเรียกคนดู
          เว็บไซต์ของคุณต่อให้ดีสักแค่ไหน คงจะไม่มีประโยชน์ ถ้าขาดการโปรโมทที่ดี เทคนิคต่างๆต่อไปนี้ ลองนำไปใช้ดู นะคะ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ค่ะ
1. ถ้าคุณเพิ่งทำเวบใหม่สดๆเลย ก็เขียนบทความอะไรซักหน่อย แล้วไปส่งที่ Digg, Reddit, และ Now Public
2. สร้าง Yahoo Group เกี่ยวกับเรื่องของเวบเรา
3. สมัคร MySpace แล้วใช้มันช่วยโปรโมท
4. บุ๊คมาร์คเวบเราที่ Del.icio.us และถ้าคุณมีกึ๋นซักหน่อยนะ ก็ใส่ปุ่ม Del.icio.us ไว้ในเวบของคุณด้วย
5. สมัคร Technorati แล้วก็ "claim" Blog ของคุณซะ (อย่าลืมใส่ปุ่ม ไว้ที่เวบ)
6. submit เวบของคุณที่ directories ที่เป็น seach engine friendly แบบฟรีๆ ก็มีเยอะแยะ เช่น Info Vilesilencer
7. ทำแบบสำรวจ นี่เป็นวิธีที่ดีที่จะโปรโมทแบบ offline (มีใครเคยทำมั้ยง่ะ - -)
8. ไปลงโฆษณาฟรีสำหรับบริษัทของคุณที่ Gumtree
9. ใช้ RSS feeds
10. submit RSS feeds ของเราตาม FeedBurner, Squidoo, Feedboy, Jordomedia, FeedBomb, FeedCat, rssmad, feedirectory, และ Feedboy
11. เขียนบทความที่เกี่ยวกับเวบของคุณ แล้วส่งไปตาม article sites
12. สมัคร StumbleUpon แล้วเรียกเพื่อนๆมาช่วย Stumble
13. สร้างหน้า 404 ของตัวเองไว้ เผื่อว่าคนเข้ามาเจอ error ก็จะ redirect ไปที่อื่นๆที่ดีๆ
14. สร้าง 301 redirect เพื่อจะ redicrect traffic ของคุณจาก non-www มาที่ www
15. ใส่ลิ้งของเวบคุณไว้ใน signature ของเวบบอร์ดที่คุณเป็นสมาชิก
16. บอกเพื่อนๆเกี่ยวกับเวบของคุณ (มันเป็นหารโฆษณาฟรีๆน่ะ)
17. ตรวจคำผิดในเวบของคุณด้วย!
18. เช็คเวบของคุณ browser หลายๆอัน
19. ซื้อโฮสต์ที่ดีพอ ไม่มีใครชอบเวบที่เป็นเต่าคลาน
20. ไม่ต้องกังวลกับ PageRank ไปหาทางโปรโมทดีกว่านะ เดี๋ยว PageRank มันก็ดีตามเอง
21. แจกของฟรี !! คนส่วนมากจะบอกต่อ เมื่อมีของฟรี
22. บอกเพื่อนบ้านของคุณ
23. บอกวิธีที่จะติดต่อคุณให้มากที่สุด msn email yahoo skype เบอร์โทร ที่อยู่
24. ลงโฆษณากับ Craigslist มันฟรี และก็ดีใช้ได้
25. อย่าใช้ Frames
26. Submit เวบที่ DMOZ.org มันอาจจะต้องใช้เวลาซักหน่อย แต่ก็คุ้ม
27. สร้าง Site Map ให้กับเวบของคุณ แล้วส่งให้ Google
28. ทำเสื้อขึ้นสกรีน URL เวบคุณลงไป แล้วก้ใส่มันบ่อยๆด้วย (อืม..คิดได้เนอะ - -")
29. เอาไปให้สาวสวยหุ่นเร้าใจใส่ด้วยซักตัว *-*
30. สมัคร Affiliate program เพื่อขายสินค้าของคุณ หรือว่าถ้าคุณเป็น Publisher ก็โกยเงินกัน!!
31. ในหน้า contact ถามด้วยว่า คุณสนใจจะรับ Newsletter มั้ย
32. ส่ง Newsletter !!
33. เข้าร่วมสัมมนาคนทำเวบ คุณอาจจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆก็ได้
34. หา Blog ดีๆ ดังๆ แล้วก็ไปตอบคอมเม้นไว้ (ใส่ลิ้งเวบคุณด้วยล่ะ)
35. อย่าจ้างคนให้ submit search engines ให้ เสียตังค์เปล่าๆ เพราะอันที่ดังๆมีแค่ Google 50% Yahoo 25% และ MSN 10%
36. ส่งคลิบเข้าพร้อมกับชื่อเวบคุณในคลิบ ที่ YouTube กับ Google Video
37. แจกฟรี e-book แล้วเวบคุณจะเป็นที่ฮือฮา
38. แจก Wordpress Theme, Blogger Theme, หรือ phpLD themes
39. ถ้าคุณขายของที่มีโฆษณาในทีวี เขียนในเวบคุณด้วยว่า "แบบที่เห็นในทีวี"
40. หลีกเลี่ยงเทคโนโลยีที่ไฮโซเกิน เช่น Java หรือ Active x
41. แจกของให้โหลดได้ ระวังลิขสิทธิ์ด้วย
42. เรียนรู้ CSS
43. ตอบคอมเม้น ยิ่งถ้าเป็น Blog ตอบบ่อยๆ
44. ขอให้เวบอื่น หรือ Blogger คนอื่นๆ ช่วย review เวบคุณ หรือว่า สินค้าก็ได้ (แลกกัน review ก็ดี)
45. ใช้ชื่อ page ที่มีความหมาย ไม่ใช่ www.yourdomain.com/pgInfoPages.cfm?cx=50799399822B393BBF95289295A3A10A4F
46. ถ้าคุณจำเป็นจะต้องมี Flash ที่หน้าแรก อย่าลืมใส่ปุ่ม skip ด้วย
47. บอกหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น หรือ วารสารประจำโรงเรียนเกี่ยวกับเวบของคุณ บางทีถ้าเค้าไม่มีเรื่องจะเขียน หน้าของคุณอาจจะไปโผล่ในนั้นก็ได้
48. จงดังในหมู่คนที่เขียนเรื่องเดียวกัน
49. บริจาคเพื่อการกุศล แล้วส่วนมากเค้าจะใส่ลิ้งแบคให้คุณ
50. ปฏิบัติตามกฏของ W3C standards มันจะช่วยให้คุณอยู่รอดได้ในระยะยาว
51. ทีมกีฬาในโรงเรียน หรือในชุมชน ให้โอกาสคุณเป็น sponsors ในราคาถูกและดี
52. โปรโมทเวบตามบอร์ดต่างๆ แต่อย่าสแปม
53. ขอให้ Blogger เขียนเกี่ยวกับเวบของคุณ โดยแลกกับลิ้งแบค
54. จัดการประกวดแข่งขันขึ้นมาในเวบ
55. ใส่ปุ่ม "ส่งต่อให้เพื่อน"
56. มี site map ในเวบของคุณ เพื่อช่วยผู้เข้าชม และsearch engine
57. ตั้งชื่อที่มีคีย์เวิร์ดตรงๆ ทั้งผู้อ่านและ search engine ชอบ
58. ใส่ปุ่ม FeedBurner ในเวบด้วย คนอ่านจะได้สมัครได้ง่ายๆ
59. Adwords เป็นทางเลือกที่ดี ถ้าคุณใช้มันเป็น
60. ใส่ About Me ใน Blog ผู้อ่านจะรู้สึกว่ามี'คน'ที่กำลังสื่อสารกับเค้า
61. สร้างหน้าเวบ แบนเนอ และโลโก้ไว้บนเวบ เพื่อว่าใครจะเอาไปตีพิมพ์ หรือเอาไปแปะในเวบ
62. ใส่ลิ้งมาที่เวบคุณจาก ebay profile
63. ขอให้เพื่อนของคุณช่วยวิจารณ์เวบแบบตรงๆ
64. E-books ที่มี reseller rights เป็นของแจกที่ดีอย่างนึงสำหรับเวบคุณ
65. submit รูปที่ Flikr
66. แชร์ banner ที่ เวบแลกเปลี่ยน banner
67. ตอบอีเมลล์ของลูกค้าให้เร็ว ไม่มีใครชอบรอ 3-4 วันกว่าจะได้รับคำตอบ
68. Keep It Simple Stupid (KISS) ใช้ CSS ในการวาง layout และ html text อย่าลวดลายมาก
69. อย่าใส่รูปเยอะมากจนเกินไป จะทำให้โหลดช้า
70. ถ้าคุณคิดว่าจะ submit เยอะมากๆ สร้างเมลล์อันใหม่มาเพื่อการนี้ แล้วทิ้งมันไปซะเพื่อลดการ สแปม71. ใส่ Favicon ให้เวบคุณ จะได้โดดเด่นเวลา Bookmark
72. เข้า Yahoo answer แล้วตอบคำถาม พร้อมกับใส่เวบของคุณเปน source
73. อย่าซื้อ traffic มันจะมาแค่วูบเดียว แล้วจากไป
74. ทำความรู้จักกับคนที่อยู่ในวงการเดียวกัน เข้า community เป็นต้น
75. เขียนบทความที่จะมีคนอยากลิ้งถึงมากๆ เช่น บทความนี้ไง

ที่มา http://www.thtfreeweb.com

อย่าลืม +1 เพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะจ๊ะ