เมนู

แสดงโพสต์

ส่วนนี้ให้คุณดูโพสต์ทั้งหมดของสมาชิกท่านนี้ (เฉพาะโพสต์ในส่วนที่คุณมีสิทธิ์เข้าถึง)

เมนู แสดงโพสต์

ข้อความ - makeitbaby

#1
ผมซือที่ พาต้าปิ่นเกล้า ก็ยังตกเลย !!
#2
เปิดบันชี ไว้ 500 เเล้วก็ขอเปิด Kcyber  เรามีเงินเคลื่อนไหวตลอดก็ไม่เสียอะไรเเล้วครับ
#3
10 อันดับสวนสวรรค์ของนักกอล์ฟ

อันดับที่ 10 ได้แก่สนาม Canadian Rockies ณ Banff Springs Golf Club



อันดับที่ 9 ได้แก่สนาม Whistling Straits อยู่ที่ Kohler, Wisconsin

 


อันดับที่ 8 ได้แก่สนาม Half Moon Bay Golf Resort อยู่ที่ Half Moon Bay, California

 


อันดับที่ 7 ได้แก่สนาม Pinehurst Resort อยู่ที่ Pinehurst, North Carolina

 


อันดับที่ 6 ได้แก่สนาม Pebble Beach Golf Links อยู่ที่ Pebble Beach, California

 


อันดับที่ 5 ได้แก่สนาม Bandon Dunes Golf Resort อยู่ที่ Bandon, Oregon




อันดับที่ 4 ได้แก่สนาม St. Andrews ประเทศ Scotland




อันดับที่ 3 ได้แก่สนาม Celtic Manor Resort ประเทศ Newport, Wales




อันดับที่ 2 ได้แก่สนาม PGA National Resort & Spa อยู่ที่ Palm Beach Gardens, Florida




อันดับที่ 1 ได้แก่สนาม Mission Hills Resort Shenzhen ประเทศ China




ที่มา : http://www.toptenthailand.com/display.php?id=2154
#4
10 บันไดสวยๆ จากทั่วโลก

รีวิว
ถ้า พูดถึงบันไดก็ออกจะธรรมดาๆ แล้วถ้าบันไดสวยๆจากทั่วโลกละ ยังอยากเห็นกันไหมค่ะ ไปดูกันดีกว่าค่ะ ว่าแค่บันได จะออกแบบให้มีความสวยงามได้แค่ไหนกัน

อันดับ 10 Bridge-stair ที่ Traversinertobel (สวิตเซอแลนด์)



สะพานเหนือ Traversinertobel หุบเขาแห่ง Via Mala เป็นโครงสร้างล่าสุดที่ออกแบบโดยวิศวกร Jürg Conzett เพื่อแก้ปัญหาช่องเขาที่ต่างระดับกัน มีความยาว 56 เมตร และความสูงที่ต่างกัน 22 เมตรระหว่างปลายที่สองข้าง สร้างเป็นแบบรูปแบบของบันได ทำให้ง่ายต่อการเดินข้าม แต่คงน่าหวาดเสียวเหมือนกันนะคะ


อันดับ 9 Vertigo Staircase ที่ QVB Building (ออสเตรเลีย)



ในรูปคือ บันไดหลักใน Grand Queen Victoria Building ในซิดนีย์ ตึกที่รู้จักในชื่อ QVB ออกแบบโดย George McRae สร้างเสร็จในปี 1898 สถาปัตยกรรมแบบ Romanesque อันประณีต ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องจ้างช่างฝีมือ ช่างก่อ ช่างปูน และศิลปินมากมาย


อันดับ 8 บันไดในร้าน Longchamp (นิวยอร์ก)



ใช้เวลาถึงหก เดือนในการก่อสร้าง บันไดน้ำหนัก 55 ตัน เหมือนริบบิ้นที่ซ้อนกัน ดูเป็นศิลปะประดับตกแต่งได้ดีทีเดียว หากคงต้องระวังหน่อยละกันนะค่ะ ใครซุ่มซ่ามอาจมีหัวแตกได้


อันดับ 7 "Umschreibung" ที่ KPMG Building Munich (เยอรมัน)



บันไดที่ออก แบบโดย Olafur Eliasson ถูกเรียกว่า Umschreibung สร้างเสร็จในปี 2004 ในลานของ KPMG ในมิวนิก เป็นรูปแบบบันไดที่ดูแปลกตาและไม่เหมือนใคร


อันดับ 6 San Francisco's Tiled Steps – บันไดโมเสกที่ยาวที่สุดในโลก (สหรัฐอเมริกา)



The 16th Avenue Tiled Steps ตั้งอยู่ถนนสายที่ 16 Moraga ในซานฟรานซิสโก บางทีอาจจะเป็นบันไดโมเสกที่ยาวที่สุดในโลก (163 ขั้น) คิดและสร้างโดย Aileen Barr ชาวไอริช และ Colette Crutcher ศิลปินโมเสกซานฟรานซิสโก ตลอดสองปีครึ่งที่กลุ่มได้พยายามและขออนุญาติรัฐให้อนุมัติโครงการจนสำเร็น ในเดือนสิงหาคม 2005 กระเบื้องทำด้วยมือกว่า 2,000 ชิ้น และกระเบื้องชิ้นเล็กชิ้นน้อยอีกกว่า 75,000 ชิ้น กระจกและสเตนกลาสที่นำมาใช้จนเสร็จ ดูธรรมดาแต่ก็มีมนต์ขลัง เป็นการเล่นลูกเล่นบนพื้นบันไดได้สวยงามทีเดียวค่ะ


อันดับ 5 Staircase ที่ Lello Bookshop (โปรตุเกส)



บันไดขนาด ใหญ่ที่น่าสนใจในร้านหนังสือ Lello ในโปรตุเกส ที่ดูหนักและน่ากลัว บันไดที่เหมือนมีสองช่องแล้วหมุนมารวมกันที่จุดเดียว สีแดงสดดูน่าเกรงขาม และสวยงามในสไตน์ของชาติโปรตุเกสมากๆค่ะ


อันดับ 4 Tulip Staircase ที่ the Queen's House (อังกฤษ)



เป็นบันไดวน เรขาคณิตที่สามารถรับน้ำหนักตัวเองได้แห่งแรกในอังกฤษ เวลาเดินแล้วมองขึ้นไปเหมือนดวงตาสีฟ้ากำลังมองเราอยู่เลยทีเดียว สวยงามมากๆเลยค่ะ


อันดับ 3 Loretto Chapel Staircase (สหรัฐอเมริกา)



Loretto Chapel เป็นโบสถ์ในแซนตาเฟ รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา บันไดวนที่แปลกเป็นงานไม้ที่ได้รับการยอมรับและน่าประทับใจเพราะตรงกลางไม่ มีอะไรมารองรับ (ส่วนที่รองรับมาเพิ่มในภายหลัง) และไม่ใช้ตะปู ไม่มีการผูกติดกับกำแพงหรือเสาใดๆ ตั้งแต่แรก เดินๆจะหล่นลงมาไหมหนอ


อันดับ 2 Spiral Staircase ที่ Vatican Museum (อิตาลี)



เป็นหนึ่งใน บันไดที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดในโลกและแน่นอนว่าก็ต้องสวยที่สุดด้วยเช่นกัน ออกแบบโดย Giuseppe Momo ในปี 1932 โดยแยกเป็นสอสงเกลียว อันหนึ่งจะทางขึ้นและอีกอันจะเป็นทางลง และมาหมุนรวมกันเป็นเกลียวเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่แทนถึงชีวิตเหมือนเกลียว DNA ดูน่าลึกลับมากเลยเชียวค่ะ


อันดับ 1 Spiral Stair (ออสเตรเลีย)



บันไดวนที่ Garvan Institute ในซิดนีย์ ออสเตรเลีย สร้างออกมาในรูปแบบเกลียวสีขาว มองจากข้างล่างดูน่าเวียนหัวน่าดู ยังไงถ้ามีโอกาสลงไปเดินดูสักรอบสองรอบกันนะค่ะ ว่าจะน่าเวียนหัวเหมือนตอนดูข้างล่างหรือเปล่า


ที่มา : http://www.toptenthailand.com/display.php?id=2108
#5
10 เทคนิคยอดฮิตที่ใช้ในการจู่โจมเว็บไซต์ของปี 2010

รีวิว 
นิตยสาร PC World ได้ทำการจัดอันดับช่องโหว่ที่ใช้ในการจู่โจมเว็บไซต์เมื่อปี 2010 ที่ผ่านมา โดยทั้ง 10 อันดับนี้จะถูกโหวตจากผู้เชี่ยวชาญและจากบุคคลทั่วไป (Open Vote)

อันดับ 10 Java Applet DNS Rebinding



คราวนี้มาถึงคราว ของ Applet บ้างโดย Java Applet สามารถนำเบราว์เซอร์ไปยังแฮคเกอร์ที่ควบคุมเว็บไซต์แล้วทำการบังคับ เบราว์เซอร์ข้ามการใช้งาน DNS cache ซึ่งทำให้โดนการโจมตีแบบ DNS rebinding attack ได้ (สร้างโดย Stefano Di Paola)


อันดับ 9 CSS History Hack in Firefox without JavaScript for Intranet Port Scanning



โดยปกติแล้ว Cascading style sheets นี้ถูกใช้ในการระบุวิธีการแสดงผลของ HTML โดยตัว CSS นี้สามารถใช้ในการการดึงประวัติการเข้าเว็บต่างๆ ในเครื่องของเหยื่อได้ โดยข้อมูลประวัติเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในการโจมตีด้วย phishing attacks (สร้างโดย Robert "RSnake" Hansen)


อันดับ 8 JavaSnoop



JavaSnoop เป็น Java agent ที่ติดตั้งลงไปยังเครื่องเป้าหมายโดยโปรแกรมนี้สามารถทดสอบจาวาแอพพลิเคชัน บนเครื่องเพื่อหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยได้ ซึ่งอาจจะเป็น Hacking Tool หรือ Security Tool ก็ได้ขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้ใช้ (สร้างโดย Arshan Dabirsiagh)


อันดับ 7 HTTP POST DoS



ส่วนของ HTTP POST Header จะถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์เพื่อให้รับรู้ว่าข้อมูลจะถูกส่งไปเป็นจำนวนเท่า ไหร่ จากนั้นส่งข้อมูลให้ช้ามากๆ ทำให้มีการกินทรัพยากรในเครื่อง ซึ่งถ้าถูกส่งไปเป็นจำนวนมาก ก็สามารถทำให้เกิด DoS (Denial of Services) ได้ (สร้างโดย Wong Onn Chee และ Tom Brennan)


อันดับ 6 Universal XSS in IE8



ใน Internet Explorer 8 มีการป้องกัน cross site scripting: ซึ่งการโจมตีนี้สามารถข้ามการป้องกันนี้และทำให้เว็บไซต์แสดงผลไม่เหมาะสมใน ทางอันตรายได้


อันดับ 5 Bypassing CSRF protections with ClickJacking and HTTP Parameter Pollutio



วิธีนี้จะเป็นการผ่านการป้องกัน CSRF(Cross site request forgery) โดยการหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ซึ่งวิธีนี้สามารถทำการรีเซ็ตรหัสผ่านและได้สิทธิ์การเข้าถึงบัญชีในเว็บไซ ต์ต่างๆ ของเหยื่ออีกด้วย (สร้างโดย Lavakumar Kuppan)


อันดับ 4 Attacking HTTPS with Cache Injection



ทำการใส่โค้ด โจมตีโดยใช้จาวาสคริปต์ไลบรารีไปยังแคชของเบราว์เซอร์ซึ่งทำให้แฮคเกอร์ สามารถจู่โจมเว็บไซต์ที่ทำการเข้ารหัสด้วย SSL ได้ ซึ่งวิธีนี้จะยังใช้ได้ผลจนกว่าจะเคลียร์หน่วยความจำนี้ ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งของเว็บไซต์ 1 ล้านอันดับแรกได้ใช้จาวาไลบรารีจากภายนอก (สร้างโดย Elie Bursztein, Baptiste Gourdin และ Dan Boneh)


อันดับ 3 Hacking Autocomplete



ฟีเจอร์ Auto-completion นี้คือสิ่งอำนวยความสะดวกเวลากรอกฟอร์มบนเว็บต่างๆ ซึ่งหลายคนแม้กระทั่งผมเองใช้เป็นประจำ (ขี้เกียจเวลามานั่งกรอกที่อยู่โดยเฉพาะเวลาเป็นภาษาอังกฤษ) ซึ่งถ้าเกิดใช้ฟีเจอร์นี้ในเว็บที่เป็นอันตรายแล้ว จะมีสคริปต์ซึ่งบังคับให้ตัวเว็บไซต์สามารถสั่งการให้เบราว์เซอร์ทำการเติม ข้อมูลส่วนบุคคล แล้วทำการดักข้อมูลต่างซึ่งเก็บไว้ในเครื่องของเหยื่อ (สร้างโดย Jeremiah Grossman)


อันดับ 2 Evercookie



เทคนิคนี้จะ เป็นการใช้จาวาสคริปต์เพื่อสร้าง cookies ไปซ่อนยังที่ต่างๆ 8 ที่เพื่อทำให้การทำลายนั้นยากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้แฮคเกอร์สามารถระบุตัวตนของเครื่องได้แม้ว่าตัว cookies หลักได้ถูกลบออกไปแล้วก็ตาม (สร้างโดย Samy Kamkar)


อันดับ 1 Padding Oracle Crypto Attack



อาศัยช่อง โหว่จาก Microsoft's Web Framework ASP.NET ที่ใช้ในการป้องกัน AES encryption Cookies ได้ซึ่งถ้าตัวข้อมูลของ Cookies ที่เข้ารหัสถูกเปลี่ยนแปลงตัว ASP.NET ที่ทำการดูแลข้อมูลพวกนี้อยู่จะหลุดข้อมูลบางอย่างซึ่งสามารถถอดรหัสข้อมูล ได้ ด้วยจำนวนครั้งในการเปลี่ยนที่มากพอ แฮคเกอร์สามารถคาดเดาคีย์ที่ใช้ในการเข้ารหัสได้ง่ายขึ้น (โดย Juliano Rizzo และ Thai Duong)


ที่มา : http://www.toptenthailand.com/display.php?id=2103
#6
ตอนนี้ทำ คำถามไว้ที่หน้าเว็บเเล้ว เเต่มัน Random เเล้วคนตอบ อันไหนเยอะจะเอามาขึ้น 10 อันดับ เสร็จเเล้วก็จะ นำมาโหวตอีกที ^^
#7
http://www.urank.info/rankviewgroup.php?type=1&key=4&limit=10

เพื่อให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนในการ พิจารณาเลือกสถาบันเพื่อศึกษาต่อ ทางสถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยไป URANK จึงได้เลือกใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูล 3 แหล่ง
ข้อมูลประกอบด้วย
  1. จากระบบสารสนเทศ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาแห่งชาติ (สกอ.) http://www.mua.go.th/
  2. จากการให้ข้อมูลของนิสิต นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่หรือสำเร็จการศึกษาแล้ว ผ่านทางเว็บไซต์ URANK.info โดยมีการเก็บข้อมูลของผู้ให้ข้อมูลเพื่อที่สามารถ
      อ้างอิงที่มาของข้อมูลได้
  3. จากการให้ข้อมูลของบริษัทต่างๆ ในด้านคุณภาพของนิสิต ความมั่นใจ ความต้องการในคณะ/สาขาต่างๆ โอกาสการมีงานทำ และการยอมรับจากบริษัท ห้าง ร้าน ต่างๆ

เมื่อทำการประมวลผลข้อมูลแล้ว จะนำมาแสดงผลของข้อมูลในรูปของดาว และแสดงผลออกเป็นด้านๆ เพื่อง่ายต่อการพิจารณา
ความหมายของดาว
ดาวจะถูกแบ่งออกเป็น 9 ระดับ ได้แก่
1 ดาว    ความพร้อมในด้านนั้น อยู่ในระดับไม่พร้อมในการเรียน
1.5 ดาว    ความพร้อมในด้านนั้น อยู่ในระดับต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน
2 ดาว    ความพร้อมในด้านนั้น อยู่ในระดับต้องปรับปรุงอย่างมาก
2.5 ดาว    ความพร้อมในด้านนั้น อยู่ในระดับต้องปรับปรุง
3 ดาว    ความพร้อมในด้านนั้น อยู่ในระดับพอใช้
3.5 ดาว    ความพร้อมในด้านนั้น อยู่ในระดับค่อนข้างดี
4 ดาว    ความพร้อมในด้านนั้น อยู่ในระดับดี
4.5 ดาว    ความพร้อมในด้านนั้น อยู่ในระดับดีมาก
5 ดาว    ความพร้อมในด้านนั้น อยู่ในระดับดีเยี่ยม
ด้านต่างๆ 10 ด้าน ได้แก่
    1. อาจารย์และการสอน จำนวนอาจารย์ ต่อ จำนวนนักเรียน คุณภาพการสอน
    2. บรรยากาศและสภาพแวดล้อม ความพร้อมของห้องเรียน บรรยายกาศเหมาะสมกับการเรียน
    3. ความทันสมัยและเพียงพอของเครื่องมือ อุปกรณ์ ประกอบการเรียน ความทันสมัยของอุปกรณ์ ความเพียงพอของอุปกรณ์สำหรับนักเรียน
    4. ความทันสมัยของหลักสูตร หลักสูตรมีความทันสมัย เข้ากับสภาวะการณ์ปัจจุบัน
    5. การสนับสนุนกิจกรรมและการบริการแก่ผู้เรียน งบประมาณสนับสนุนกิจกรรม การสนับสนุนกิจกรรมจากมหาวิทยาลัย ความสะดวกรวดเร็วในการใช้บริการต่างๆของมหาวิทยาลัย
    6. ทุนการศึกษา งบประมาณในการสนับสนุนทุนการศึกษา จำนวนทุนการศึกษา
    7. ความคุ้มค่าในการเรียน ประโยชน์ที่ได้รับเทียบกับค่าลงทะเบียนที่จ่ายไป
    8. ผลงานวิจัย ด้านงบประมาณที่สนับสนุนงานวิจัย ด้านบุคลากร ด้านผลงาน ด้านบัณฑิตศึกษา
    9. ความเชื่อมั่นของผู้เรียน ความเชื่อมั่นในมหาวิทยาลัย เมื่อเรียนจบแล้วจะมีงานทำ
    10. ชื่อเสียงและการยอมรับ ความมั่นใจและการยอมรับจากบริษัท และองค์กรต่างๆ ในการรับเข้าทำงาน
#8
10 อันดับสุดยอดของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ

จะพิจารณาจากด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านคุณภาพการสอน จำนวนนักเรียนและอาจารย์ บรรยากาศ สภาพแวดล้อม ความทันสมัยและเพียงพอของอุปกรณ์ หลักสูตรการเรียน กิจกรรม การสนับสนุน ความสะดวกการใช้บริการต่างๆ ทุนการศึกษา ความคุ้มค่าและประโยชน์กับค่าลงทะเบียน ผลงานวิจัย ความเชื่อมั่น ชื่อเสียง การยอมรับจากองค์กรต่างๆ

อันดับที่ 10 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม


มหาวิทยาลัย ราชภัฏนครปฐม พ.ศ. 2479 เริ่มตั้งเป็น "โรงเรียนสตรีฝึกหัดครูนครปฐม" โดยใช้ตึกหอทะเบียนมณฑลนครชัยศรี ซึ่งตั้งอยู่ ณ เลขที่ 86 ถนนเทศา ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม รับเฉพาะนักเรียนหญิง เปิดสอนชั้นฝึกหัดครูประชาบาล


อันดับที่ 9 มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร


มหาวิทยาลัย ราชภัฏพระนครได้รับการสถาปนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัวในนาม "โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์" สังกัดกระทรวงธรรมการ ทำหน้าที่ผลิตครูเพื่อรองรับการขยายตัวของการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียน เปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2435 เป็นสถานศึกษาด้านการฝึกหัดครูแห่งแรกของประเทศไทยมีมิสเตอร์กรีนรอด ชาวอังกฤษเป็นอาจารย์ใหญ่คนเแรก โดยมีที่ตั้งครั้งแรกอยู่ในบริเวณโรงเลี้ยงเด็ก ตำบลสวนมะลิ ถนนบำรุงเมือง จากนั้นก็ได้ย้ายไปสถานที่ตั้งไปอีกหลายแห่ง


อันดับที่ 8 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์


มหาวิทยาลัย ราชภัฏบุรีรัมย์ตั้งอยู่เลขที่ 439 ถนนจิระ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เยื้องศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ บนเนื้อที่ 297 ไร่ 1 งาน 27 ตารางวา เดิมที่ดินแปลงนี้กองทัพอากาศใช้เป็นสนามบิน เมื่อเลิกใช้แล้วกองทัพอากาศก็ยกที่ดินส่วนทางด้านทิศตะวันตกให้หน่วย ปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์และสำนักเร่งรัดพัฒนาชนบท บุรีรัมย์ ส่วนด้านทิศตะวันออกได้มอบให้จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อเป็นสถานที่ตั้งของ วิทยาลัยครูบุรีรัมย์


อันดับที่ 7 มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี


มหาวิทยาลัย ราชภัฏเทพสตรี เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่เริ่มก่อตั้งจากโรงเรียน ลวะศรีในปีพ.ศ. 2463 และพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีในปีพ.ศ.2547


อันดับที่ 6 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี


มหาวิทยาลัย ราชภัฏสุราษฏร์ธานี ในปี พ.ศ. 2516 ได้มีการจัดตั้ง "วิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี" โดยเปิดสอนในสาขาวิชาครุศาสตร์ หลังจากนั้น พ.ศ. 2528 ได้เพิ่มการเรียนการสอนในสาขาอื่น ๆ นอกจากครุศาสตร์ และได้รวมกับกลุ่มวิทยาลัยครูทางภาคใต้ 5 แห่ง จัดตั้ง "สหวิทยาลัยทักษิณ" โดยมีสำนักงานของสหวิทยาลัยครูอยู่ที่วิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี ต่อมา ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนาม "สถาบันราชภัฏ" แทนชื่อ "วิทยาลัยครู" มีผลให้ "วิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี" เปลี่ยนชื่อเป็น"สถาบันราชภัฏสุราษฎร์ธานี" และยกฐานะเป็น "มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี" ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา


อันดับที่ 5 มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม


มหาวิทยาลัย ราชภัฏพิบูลสงคราม มีประวัติค่อนข้างยาวนับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2464 รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษาเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนได้ เรียนหนังสือ ความต้องการครูเพิ่มขึ้น มณฑล พิษณุโลก จึงผลิตครูโดย เพิ่มหลักสูตรวิชาชีพครูขึ้นในโรงเรียนประจำมณฑลพิษณุโลก "พิษณุโลกพิทยาคม" ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และมัธยมศึกษาปีที่ 6เมื่อสำเร็จ แล้ว ทางราชการจะบรรจุให้เข้ารับราชการครูทันทีได้รับวุฒิประกาศนียบัตรประโยคครู มูล


อันดับที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม


มหาวิทยาลัย ราชภัฏจันทรเกษมได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2483 เดิมเป็น โรงเรียนฝึกหัดครูมัธยม แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อรองรับการผลิตครูระดับประกาศนียบัตรประโยคครูมัธยม (ป.ม.) ตั้งอยู่ในเขตวัง จันทรเกษม บนถนนราชดำเนิน และได้ยกฐานะเป็นวิทยาลัยครู ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อปี พ.ศ. 2501 ปรับการเรียนการสอนจากประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง ได้ย้ายจากสถานที่ตั้งเดิมมาอยู่ที่ซอยสังขะวัฒนะ 2 (ซอยลาดพร้าว 23) ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบัน และใช้ชื่อว่า "วิทยาลัยครูจันทรเกษม" ในปี พ.ศ. 2534 ได้รับรางวัลพระราชทานสถาบันการศึกษาดีเด่นระดับอุดมศึกษา จากกระทรวง ศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานนามใหม่เป็น "สถาบันราชภัฏจันทรเกษม" ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็น "มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม" เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา เปิดสอนในระดับปริญญาตรี ภาคในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ และเปิดสอนในระดับบัณฑิตศึกษาทั้งปริญญาโท และปริญญาเอก เน้นการผลิตบัณฑิต ที่มีคุณลักษณะตรงตามความต้องการของสังคมในทุกสถานการณ์ คณาจารย์และบุคลากรมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมีการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาเทคโนโลยีและระบบสารสนเทศ ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีมาตรฐานสากล ได้รับการยอมรับจากสังคมอย่างภาคภูมิ


อันดับที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่


มหาวิทยาลัย ราชภัฏเชียงใหม่ ได้พัฒนามาจากโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ ซึ่งสถาปนาขึ้นเมื่อ พ.ศ.2467 โดยได้มีการพัฒนาและปรับเปลี่ยน สถาบันมาโดยลำดับ เป็นระยะเวลากว่า 74 ปี


อันดับที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา


มหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนสุนันทา เดิมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สวนสุนันทา ได้เป็นที่ประทับของพระมเหสี พระราชธิดาและเจ้าจอมมารดาในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จำนวน 32 ตำหนัก รวมทั้งอาคารที่พักของบรรดาข้าราชบริพาร โดยมีพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฎ ปิยมหาราชปดิวรัดา ประทับ ณ ตำหนักสายสุทธานพดล ตั้งแต่ พ.ศ. 2467 ปัจจุบันมีสภาพใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุดอยู่ 6 ตำหนัก เนื่องจากมีผู้นำบุตรีและหลานของตน มาถวายตัวต่อพระวิมาดาเธอกรมพระสุทธาสินีนาฎปิยมหาราชปดิวรัดาเป็นจำนวนมาก พระวิมาดาเธอฯ จึงทรงให้สร้างโรงเรียนนิภาคารสอนตามหลักสูตรการศึกษาสมัยนั้น รวมทั้งอบรมมารยาทและการฝีมือด้วยดำเนินกิจการไปโดยปริยาย พ.ศ. 2480 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทน พระองค์ดำริที่จะให้เป็นที่พักอาศัยของนายกรัฐมนตรีคณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่คณะรัฐมนตรีลงมติให้ใช้สถานที่นี้ให้เป็นประโยชน์ทางการศึกษา ของรัฐกระทรวงธรรมการจึงได้จัดตั้งให้เป็นสถานศึกษาสำหรับกุลสตรี ชื่อโรงเรียนสวนสุนันทาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2480 ตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบัน


อันดับที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต


ประวัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กว่า 60 ปีมาแล้วที่ "โรงเรียนการเรือน" ได้ถือกำเนิดขึ้นโดยราชดำริของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้ตระเตรียมความชำนาญให้แก่สตรีในยุคนั้น และในขณะเดียวกัน ก็เตรียมให้พวกเธอได้นำความรู้มาใช้ในการสอนด้วย หลายพันครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็เนื่องมาจากการมาเรียนที่โรงเรียนการเรือนแห่งนี้ นักศึกษาและคณาจารย์ทุกท่านภูมิใจในความสำเร็จที่ผ่านมา จากโรงเรียนการเรือนในสมัยนั้น ซึ่งได้พัฒนาการศึกษาเรื่อยมา จนเป็น "วิทยาลัยครูสวนดุสิต" และจึงมาเป็น "สถาบันราชภัฎสวนดุสิต" ใน ปัจจุบัน อนุบาลละอออุทิศ เป็นโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของประเทศไทย ที่เปิดสอนมาแล้วกว่า 50 ปี และเป็นโรงเรียนที่รับเด็กการศึกษาพิเศษ (เด็กที่มีความพิการทางหู ตา และสมอง) ในระดับอนุบาล เพื่อให้ได้เรียนร่วมกับเด็กปกติทั่วไป (Leaning Disability หรือ L.D.)

ที่มา : http://www.toptenthailand.com/display.php?id=2089
#9
10 อันดับของอร่อยหากินยาก

อันดับ 10 บาเยีย



ของว่างที่กินกับ ชานม ของคนมุสลิม ทำจากถั่วเหลืองซีกบดหยาบและละเอียดมาผสมกัน เติมเครื่องเทศ ปรุงรสนำไปทอดในน้ำมัน กินกับพริกแห้ง ต้นหอมสด และน้ำจิ้มถั่วลิสง ร้านบาเยียพาหุรัด รถเข็นตั้งอยู่ถัดเซ็นทรัลวังบูรพา บริเวณตู้ไปรษณีย์ แต่บางครั้งย้ายไปขายฝั่งตรงข้ามหน้าร้านเจริญพร ร้านเปิด ทุกวัน ตั้งแต่ 10.30-15.30 น.


อันดับ 9 พระรามลงสรง (คนจีนเรียก ซาแต้)



ระบุไม่แน่ ชัดว่าเป็นอาหารที่มาจากจีนหรือมลายู ความอร่อยอยู่ที่ น้ำราด ซึ่งทำจาก ถั่วลิสง งา เครื่องแกง และกะทิ รสคล้ายกับน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ เมื่อจะกินตักราดบนเนื้อหมูและผักบุ้งลวก เพิ่มน้ำพริกเผาใส่ลงไปอีกครั้ง ร้านต้นเครื่อง ปากซอยทองหล่อ 13 มีที่จอดรถในร้าน ถ้าเต็มให้จอดรถที่อาคารโฮมเพลซ ฟรี เปิด ทุกวันตั้งแต่ 11.00- 22.30น


อันดับ 8 ปลาแนม



ปลาแนมสูตร ดั้งเดิมนอกจากมีวัตถุดิบหลักแล้ว ต้องใส่มะพร้าวขูดขาวนึ่ง โรยด้วยพริกแห้งเม็ดใหญ่และกระเทียมดองหั่นฝอย ผสมน้ำและผิวส้มซ่าด้วย จึงถือว่าครบ ปลาแนมที่ดีเนื้อต้องร่วน แห้ง ไม่เหนียวติดกันเป็นก้อน วิธีกินคล้ายเมี่ยงกับใบทองหลาง และใบชะพลู ร้านคุณป้ามีนาไส้กรอกปลาแนม ร้านเป็นร้านตั้งโต๊ะ ถ้ามาจากหอสมุดแห่งชาติร้านอยู่ฝั่งซ้ายมือก่อนข้ามสะพานไปตลาดเทเวศน์ บริเวณหน้าร้านสุวิมลข้าวหมกไก่ เปิดทุกวันอังคาร-ศุกร์ และวันอาทิตย์ หยุดวันเสาร์


อันดับ 7 ข้าวแช่มอญ



คนมอญนิยมทำ ข้าวแช่ถวายพระในช่วงสงกรานต์ ข้าวแช่แบบมอญแท้ๆ มีกับข้าว 8 อย่าง ได้แก่ กะปิทอด หมูฝอย ยำมะม่วง กระเทียมดองผัดไข่ หัวไชโป๊วฝอยผัดหวาน จ๊าดวุ่น(ผักบุ้งจักเป็นเส้นๆ ผัดแห้งรสคล้ายแกงเทโพ) เนื้อผัดกะทิ ถั่วดำกวนกะทิ กินกับข้าวซึ่งลอยน้ำดอกไม้ ปัจจุบันหากินยากมาก ร้านแก่นจันท์ (ทำข้าวแช่มอญเฉพาะช่วยฤดูร้อน และทางร้านจะงดทำสองเมนู คือ เนื้อผัดกะทิ และถั่วดำกวนกะทิ) ร้านตั้งอยู่ในเกาะเกร็ดตระการตา ลงจากเรือให้เดินไปด้านซ้ายมือเลียบกำแพงโรงเรียนไป ร้านจะตั้งอยู่หัวมุมเลี้ยวพอดี เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ เวลา 9.00-17.00 น


อันดับ 6 ประกิมเผือก



ประกิมเผือก นั้นทำไม่ค่อยแพร่หลายเหมือนประกิมไข่เต่า วิธีทำคือนำเผือกนึ่งมายีให้ละเอียดแล้วนวดกับกะทิ แป้งมัน ให้ได้ที่ นำมาคลึงเป็นแผ่นหั่นเป็นเส้นพอคำ นำไปต้ม เนื้อขนมที่ดีต้อง เหนียว นุ่ม และหอม ครัวนพรัตน์ (ประกินมเผือกขายเฉพาะวันจันทร์ - พุธ - ศุกร์) อยู่ตรงข้ามป้อมพระสุเมรุ ถ.พระอาทิตย์ เปิดร้านทุกวันเวลา 10.30-21.0


อันดับ 5 ขนมอินทนิล



อินทนิลเป็น ขนมที่ทำยาก เพราะต้องอาศัยการกวนตัวขนมนาน และต้องพักตัวขนมที่ได้ไว้ข้ามคืนจึงจะนำมาใช้ได้ ขนมที่ดีเนื้อต้องเหนียวนุ่ม หวานเล็กน้อย แป้งต้องสุกไม่เป็นไตแข็ง น้ำกะทิต้องหอมกลิ่นคัวเทียนและดอกไม้ ร้านสมทรงโภชนา (มีขนมอินทนิลขายเฉพาะวันจันทร์) ร้านอยู่หลังป้อมพระสุเมรุ ในซอยวัดสังเวช ถ.พระอาทิตย์ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 09.30-16.00 น. หยุดวันเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ และ เทศกาลกินเจ


อันดับ 4 ขนมจีนไหหลำ



เป็นอาหารของ คนจีนไหหลำซึ่งไม่แพร่หลายในเมืองไทยนัก ความอร่อยของเมนูนี้ ที่เนื้อต้องตุ๋นให้นุ่มได้ที่ น้ำซุปที่ข้นเหนียวรสต้องกลมกล่อมไม่หวาน และชูโรงด้วยน้ำจิ้มกะปิตามแบบฉบับไหหลำ ร้านสวนสน มีสองสาขา สาขาใหญ่อยู่ในซอยตรงข้ามสถานทูตอังกฤษ ถ.เพลินจิต (หน้าซอยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา) สาขาย่อยตั้งอยู่บนถนนพิษณุโลก ซ.9 ฝั่งตรงข้ามกับสนามม้านาเลิ้ง ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 9.00-20.00 น. หยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตรุษจีน สารทจีน และปีใหม่


อันดับ 3 หมูโสร่ง และไก่โสร่ง



เป็นของว่าง ไทยที่พิถีพิถัน โดยนำหมูสับละเอียดมาผสมกับ รากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลกละเอียด จากนั้นนำเส้นหมี่ซั่วต้มสุกมาพันให้รอบ ความยากอยู่ที่วิธีการทอดให้ใส้ในสุกโดยที่เส้นหมี่ด้านนอกไม่ไหม้ ร้านต้นเครื่อง ปากซอยทองหล่อ 13 มีที่จอดรถในร้าน ถ้าเต็มให้จอดรถที่อาคารโฮมเพลซ ฟรี เปิดทุกวันตั้งแต่ 11.00-23.30น. ร้านไก่โสร่งหน้าวัดปรมัยยิกาวาส (เกาะเกร็ด) หน้าวัดปรมัยยิกาวาส เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เปิดวัน เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 6.00-18.00น


อันดับ 2 กะลอจิ๊



อาหารกินเล่น ของคนจีน ที่ต้องนำแป้งสุกก้อนกลมมาจี่บนกระทะร้อนๆ กลิ้งไปมา ส่วนที่สุกเหลืองเกรียมก็จะใช้กรรไกรตัดเป็นชิ้นสามเหลี่ยมพอคำ คลุกกับน้ำตาลบดกับงาขาวและงาดำคั่ว ขนมที่ดีต้องมีกลิ่นหอม เนื้อแป้งนุ่มเหนียว ผิวนอกกรอบ เพราะต้องทอดไหม้ๆ จึงจะอร่อย ตลาดบ้านใหม่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ( ร้านเป็นรถเข็นติดกับร้านขนมกุ้ยช่ายจิระพร ) เปิดเฉพาะวัน เสาร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น


อันดับ 1 ข้าวห่อใบบัว



เป็นอาหารจีน ซึ่งนิยมทำในงานจัดเลี้ยงต่างๆ ใช้ใบบัวมาห่อข้าวแล้วนำไปนึ่ง ข้าวห่อใบบัวที่ดีเม็ดข้าวต้องร่วนแต่ไม่แข็ง และต้องมี เม็ดบัว กุนเชียง เนื้อไก่ กุนเชียง และกุ้งแห้ง ที่สำคัญคือข้าวต้องมีกลิ่นหอมใบบัว ร้านหรั่งศรีโรจน์ ตลาด 100 ปี สามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น


ที่มา : http://www.toptenthailand.com/display.php?id=2045
#10
10 อันดับมหาเศรษฐีพันล้านเหรียญ ที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก

อันดับ 10 Shahid Balwa



Shahid Balwa อายุ : 36 ปี ชาติ : อินเดีย ทรัพย์สิน : 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่มาของความมั่งคั่ง : อสังหาริมทรัพย์ Shahid Balwa ต้องออกจากการเรียนแล้วอพยพตามครอบครัวจากแคว้นคุชราตมาอยู่ที่เมืองมุมไบ เขาเริ่มต้นทำธุรกิจร้านอาหาร จากนั้นก็ย้ายมาทำงานโรงแรม ก่อนจะจบลงด้วยการร่วมหุ้นกับสหายรุ่นพี่ชื่อ Vinod Goenka เพื่อทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในนามบริษัท DB Realty และ DB Etisalat บริษัทโทรคมนาคมในเวลาต่อมา ปัจจุบันบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของทั้งคู่มีพื้นที่พัฒนาโครงการมากถึง 60 ล้านตารางฟุต รวมไปถึงโครงการ Turf Estate ที่เป็นโครงการบ้านพักสุดหรู และโรงแรม Park Hyatt ทางตอนใต้ของเมืองมุมไบ ซึ่งมีความสูงถึง 108 ชั้น และจะเปิดให้บริการในปี 2013 เป็นที่กล่าวขานกันว่า คู่หูต่างวัย Shahid Balwa และ Vinod Goenka มีสายสัมพันธ์อันดีกับนักการเมืองในรัฐบาลอินเดีย


อันดับ 9 Kostyantin Zhevago



Kostyantin Zhevago อายุ : 36 ปี ชาติ : ยูเครน ทรัพย์สิน : 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่มาของความมั่งคั่ง : ธุรกิจธนาคาร และเหมืองแร่ Kostyantin Zhevago เกิดในตระกูลวิศวกรเหมืองแร่ แต่ตัวเขาจบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จาก Kiev National Economic University และขณะที่อายุเพียง 19 ปี และยังเรียนอยู่นั้น เขาก็ได้ทำงานไปด้วย โดยเป็นหัวหน้าพนักงานฝ่ายการเงินของธนาคาร Finances and Credit ในยูเครน เขาใช้เวลาเพียง 3 ปีก็กระโดดขึ้นมานั่งตำแหน่งประธานของ Finances and Credit ในปี 1996 และพัฒนามันจนกลายเป็นหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของยูเครนในปัจจุบัน พร้อมกับกวาดซื้อหุ้นจนเขากลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคาร Finances and Credit อีกด้านหนึ่ง Kostyantin Zhevago ก็มาจับธุรกิจเหมืองแร่เหล็กที่ครอบครัวเขาถนัด ด้วยการซื้อหุ้นของ Ferrexpo บริษัทสวิตเซอร์แลนด์ที่เข้ามาทำเหมืองแร่เหล็กในยูเครน จน Kostyantin Zhevago กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทแห่งนี้อีกเช่นกัน เขาสามารถผลักดันจน Ferrexpo กลายเป็นบริษัทแรกของยุโรปตะวันออกที่ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ลอนดอน เมื่อปี 2007 แม้ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำอย่างมากในไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ จะทำให้ราคาหุ้นของ Ferrexpo ตกลงถึง 94% ภายใน 5 เดือน และ Zhevago ถูกบังคับให้ขายหุ้นออกไปถึง 21% แต่เขาก็ยังคงเป็น CEO ของบริษัทอยู่ ส่วนธนาคาร Finances and Credit ก็ได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจไม่น้อยเช่นกัน


อันดับ 8 John D. Arnold




John D. Arnold อายุ : 36 ปี ชาติ : สหรัฐอเมริกา ทรัพย์สิน : 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่มาของความมั่งคั่ง : กองทุนพลังงาน เขาคือเด็กมหัศจรรย์ของวงการค้าพลังงาน บิดาของเขาเป็นนักกฎหมาย มารดาเป็นนักบัญชี ตัวเขาจบการศึกษาจาก Vanderbilt University ในเวลาเพียง 3 ปี และถูกจ้างโดยบริษัท Enron ในปี 1995 ว่ากันว่า อีก 5 ปีต่อมา เขาคือผู้ทำกำไรจากการซื้อขายพลังงานธรรมชาติผ่านทางอินเตอร์เนตให้กับ บริษัท Enron มากเกือบพันล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้เขาได้รับโบนัสเป็นเงินถึง 8 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2001 John D. Arnold ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง (Hedge fund) ในชื่อ Centaurus Energy ขึ้นมาเมื่อปี 2002 ภายหลังจากที่บริษัท Enron ได้ล้มละลายไป กองทุนซื้อขายพลังงานธรรมชาติของเขานี้ สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างน่ามหัศจรรย์ คือ สูงถึง 85% ในปี 2008 และ 26% ในปี 2009 ทำให้สินทรัพย์ของกองทุนมีมูลค่าถึง 5,500 ล้านเหรียญสหรัฐในปัจจุบัน


อันดับ 7 Yoshikazu Tanaka




Yoshikazu Tanaka อายุ : 33 ปี ชาติ : ญี่ปุ่น ทรัพย์สิน : 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่มาของความมั่งคั่ง : เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Gree) Yoshikazu Tanaka เป็นมหาเศรษฐีพันล้านเหรียญอันดับที่ 2 ของโลก ที่สร้างความร่ำรวยขึ้นด้วยตัวเอง เป็นรองเพียง Mark Zuckerberg แห่ง Facebook เท่านั้น และธุรกิจของทั้งสองก็อยู่ในประเภทเดียวกันด้วย นั่นคือธุรกิจเครือข่ายสังคมออนไลน์ ซึ่งกำลังบูมสุดๆ ในยุคนี้ Tanaka เริ่มงานเป็นพนักงานให้กับบริษัท Sony จากนั้นก็ย้ายไปทำงานให้กับมหาเศรษฐี Hiroshi Mikitani ผู้ก่อตั้ง Rakuten ห้างสรรพสินค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ทำให้ Tanaka มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านเทคโนโลยีเกมจาก Sony และการทำธุรกิจผ่านอินเตอร์เนตจาก Rakuten ในปี 2004 เขาจึงสร้างเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ขึ้นมา และให้ชื่อมันว่า Gree โดยได้แรงบันดาลใจมาจากทฤษฎีหกช่วงคน (Six degrees of separation) ของ Stanley Milgram นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ที่ว่า มนุษย์เราทุกคนนั้นล้วนมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงถึงกัน โดยผ่านบุคคลที่เป็นตัวกลางไม่เกิน 6 คนเท่านั้น เวลาต่อมา Tanaka ได้ปรับธุรกิจของเขาให้เข้ากับโทรศัพท์มือถือ และกลายเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ผ่านทางเกมออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ โดยมีผู้สมัครเป็นสมาชิกราวหนึ่งล้านรายต่อเดือน และสมาชิกเหล่านี้ก็คือผู้สร้างรายได้ให้กับเว็บไซต์ Gree ด้วยการซื้อสินค้าเสมือนจริง เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ อาวุธ เวทมนต์ ของวิเศษ ซึ่งจะถูกนำมาใช้ประกอบการเล่นในเกมออนไลน์ ปัจจุบัน Gree เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีจำนวนสมาชิกมากเป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น รองจาก Mixi แต่ถ้าวัดจากรายได้ Gree จะอยู่ในอันดับที่ 1


อันดับ 6 Aymin Hariri



Aymin Hariri อายุ : 31 ปี ชาติ : เลบานอน ทรัพย์สิน : 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่มาของความมั่งคั่ง : การก่อสร้าง และการลงทุน ลูกชายอีกคนหนึ่งของ Rafiq Hariri ที่รับช่วงธุรกิจจากบิดาเช่นเดียวกับ Fahd Hariri น้องชายของเขา แต่ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อช่วยขยายธุรกิจของครอบครัวในต่างแดน โดยเฉพาะด้านโทรคมนาคม สื่อสาร และอสังหาริมทรัพย์ ในขณะที่พี่ชายของเขาคือ Saad Hariri ช่วยสนับสนุนด้านนโยบายการเมือง ในฐานะนายกรัฐมนตรีของเลบานอนคนปัจจุบัน


อันดับ 5 Fahd Hariri




Fahd Hariri อายุ : 29 ปี ชาติ : เลบานอน ทรัพย์สิน : 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่มาของความมั่งคั่ง : การก่อสร้าง และการลงทุน ลูกชายคนเล็กของ Rafiq Hariri นักธุรกิจและอดีตนายกรัฐมนตรีเลบานอน เขารับช่วงธุรกิจก่อสร้างในบริษัท Saudi Oger ธุรกิจโทรคมนาคม และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากบิดาที่เสียชีวิตลงเมื่อปี 2005 นอกจากนั้นยังมีธุรกิจสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม Future TV ที่แพร่ภาพไปทั่วตะวันออกกลาง และมีรายงานข่าวว่า Fahd Hariri อาศัยอยู่ในดูไบ เพื่อเข้าไปทำโครงการลงทุนที่นั่น เช่น โรงแรมห้าดาวซึ่งจะเปิดให้บริการในเมืองอาบูดาบีในปี 2011


อันดับ 4 Li Zhaohui




Li Zhaohui อายุ : 29 ปี ชาติ : จีน ทรัพย์สิน : 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่มาของความมั่งคั่ง : อุตสาหกรรมเหล็ก ขึ้นเป็นประธานบริษัท Shanxi Haixin Iron & Steel Group หลังจากบิดาถูกยิงเสียชีวิตเมื่อปี 2003 บริษัทแห่งนี้มีฐานหลักอยู่ที่มณฑลซานซี เป็นหนึ่งในบริษัทอุตสาหกรรมเหล็กของเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในจีน ผลิตภัณฑ์หลักประกอบด้วย แร่เหล็ก เหล็กกล้า เหล็กเส้น และปูนซีเมนต์ สินทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทมีมูลค่าประมาณ 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ มีคนงานราว 7,200 คน หลังจาก Li Zhaohui ขึ้นมาบริหารงาน เขาได้แตกธุรกิจไปสู่ภาคการเงินด้วย ทั้งบริษัทจัดการกองทุน บริษัทประกัน และบริษัทหลักทรัพย์ ส่วนในด้านชีวิตครอบครัว เขาเพิ่งแต่งงานกับดาราจีนชื่อ Che Xiao ไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา


อันดับ 3 Yang Huiyan




อายุ : 29 ปี ชาติ : จีน ทรัพย์สิน : 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่มาของความมั่งคั่ง : อสังหาริมทรัพย์ ประธานและ CEO ของ Country Garden บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ในประเทศจีน เธอได้รับโอนหุ้นมาจาก Yang Guoqiang ผู้เป็นบิดาเมื่อปี 2005 และกลายเป็นหญิงที่ร่ำรวยที่สุดของเอเชียเมื่อปี 2007 จากการจัดอันดับโดยนิตยสาร Forbes ปัจจุบันเธอพยายามขยายการลงทุนออกจากฐานหลักที่มณฑลกวางตุ้ง ไปยังพื้นที่อื่นของจีนแผ่นดินใหญ่ เช่น การชนะประมูลโครงการพัฒนาที่ดินในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์


อันดับ 2 Albert Prinz von Thurn und Taxis




Albert Prinz von Thurn und Taxis อายุ : 27 ปี ชาติ : เยอรมนี ทรัพย์สิน : 2,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่มาของความมั่งคั่ง : มรดกตระกูล เจ้าชายพระองค์ที่ 12 แห่งราชวงศ์ Thurn and Taxis ของเยอรมัน เป็นผู้สืบทอดสมบัติของตระกูลหลังจากบิดาเสียชีวิตเมื่อปี 1990 ได้รับการศึกษาระดับมัธยมที่ประเทศอิตาลี และจบการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์ และศาสนา จาก University of Edinburgh ในสก๊อตแลนด์ ทรัพย์สมบัติมูลค่ามหาศาลที่ได้รับสืบทอดมานั้น ประกอบไปด้วย อสังหาริมทรัพย์ บริษัทด้านเทคโนโลยี และพื้นที่ป่าไม้ 300 ล้านตารางเมตรในประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้ถือครองพื้นที่ป่าไม้ผืนใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในทวีปยุโรป นอกจากจะเป็นมหาเศรษฐีวัยหนุ่มแล้ว เจ้าชาย Albert ยังติดอันดับที่ 11 ของเชื้อพระวงศ์หนุ่มสุดฮอต จากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes เมื่อปี 2008 ด้วย


อันดับ 1 Mark Zuckerberg




Mark Zuckerberg อายุ : 26 ปี ชาติ : สหรัฐอเมริกา ทรัพย์สิน : 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่มาของความมั่งคั่ง : เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Facebook) มหาเศรษฐีพันล้านเหรียญที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก เขาคือผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Facebook เครือข่ายสังคมออนไลน์อันดับหนึ่งของโลก หนุ่มน้อย Zuckerberg ใช้ห้องพักในมหาวิทยาลัย Harvard ที่เขากำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 เป็นสถานที่ผลิตเว็บไซต์ Facebook และเผยแพร่ทางอินเตอร์เนตในปี 2004 โดยเริ่มแรกเขามุ่งหวังให้เพื่อนนักศึกษาได้ใช้มันเป็นหนังสือรุ่นออนไลน์ แต่ปรากฏว่า Facebook ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และแผ่ขยายไปยังมหาวิทยาลัยอื่นทั่วสหรัฐอเมริกา โดยถูกใช้เป็นพื้นที่สำหรับติดต่อสื่อสารกัน หรือที่เรียกว่า เครือข่ายสังคมออนไลน์ เพียงไม่ถึง 1 ปี เว็บไซต์ Facebook ก็มีจำนวนสมาชิกทะลุ 1 ล้านราย ทำให้ Zuckerberg ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยทั้งๆ ที่ยังเรียนไม่จบปริญญาตรี เพื่อมาบริหารงานเว็บไซต์นี้อย่างจริงจัง และเวลาเพียงไม่ถึง 6 ปี ปัจจุบันเว็บไซต์ Facebook มีจำนวนสมาชิกทั่วโลกกว่า 500 ล้านราย (ประเทศ Facebook มีพลเมืองมากกว่าประเทศไทยเกือบ 8 เท่า) ถ้าวัดจากปริมาณการถูกเข้าใช้งาน เว็บไซต์ Facebook จะมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก (รองจาก Google) โดยมีจำนวน Page Views ประมาณ 20,000 ล้านเพจต่อวัน ในปีนี้ Facebook ทำรายได้ประมาณ 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 38% จากเมื่อปีก่อน ทำให้ Zuckerberg ที่เป็นผู้ก่อตั้งและ CEO ของบริษัท มีทรัพย์สินเป็นมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในวัยเพียง 26 ปี และภายในเวลาเพียง 5 ปีนับจาก Facebook เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์


ที่มา : http://www.toptenthailand.com/display.php?id=2034
#11
10 อันดับปีศาจในคราบมนุษย์

อันดับที่ 10 Delphine LaLaurie



Delphine LaLaurie เป็นคุณนาย The LaLaurie House (The Haunted House) ฉากหน้าเป็นไฮโซของสังคมอเมริกา ที่ใครๆ ต่างนับถือ แต่ฉากหลังผู้ต้องหาฆาตกรรมต่อ เนื่องพวกทาสผิวสีมากกว่า 10 ชีวิตที่ เพื่อนบ้านหลายคนได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงโหยหวนจากบ้านหลังนี้บ้าน 10 เมษายน ปี 1833 เพื่อนบ้านแจ้งตำรวจว่าเธอเฆี่ยนตีเด็กหญิง ผิวสีที่เป็นทาสอย่างทารุณ ซึ่งต่อมาเด็กหญิงก็ตกจากดาดฟ้า จนกระทั้ง ในปี 1834 เกิดเหตุไฟไหม้ เมื่อนักผจญเพลิงพังประตูเข้าไปก็พบทาสทั้งชายและหญิง ถูกล่ามบ้าง ถูกขังในกรงสุนัขบ้าง และพบชิ้นส่วนอีกจำนวนมาก บางคนถูกทำให้เสียโฉม บางคนถูกตัดทั้งแขนและขาทำให้เคลื่อนไหวเหมือนหนอนผีเสืออย่างน่าสมเพส อีกจำนวนหนึ่งถูกเย็บปากติดเพื่อให้อดอาหารจนตาย สุดท้ายคุณคิดว่าคุณนายคนนั้นจะไม่รอดข้อหาฆาตกรรมต่อเนื่องใช่เปล่า ผิดเลย เพราะเธอมีญาติเป็นถึงผู้ว่า อีกทั้งร่ำรวย เธอใช้เงินซื้อความยุติธรรมมาได้ และเธอไม่ถูกจับ และตอนท้ายเราก็ไม่ทราบข่าวจากเธอแล้ว ที่แน่ๆ บ้านหลังที่ว่ากลายเป็นบ้านผีสิงที่มีหลายคนพบเห็นวิญญาณหลอนหลายตัวในบ้าน The Haunted House ที่ นิวออร์ลีนส์


อันดับที่ 9 Ilse Koch



Ilse Koch ได้รับฉายาเยอะจริงสำหรับผู้หญิงคนนี้ เช่น "นางแม่มดแห่งบูเชนวาล์ด" , "หญิงเลวแห่งบูเชนวาล์ด" เธอเป็นภรรยาของนายพลคาร์ล คอชห์ ผู้บัญชาการแห่งค่ายกักกันของนาซีประจำค่ายบูเชนวาล์ด(1937-1941) และมาจดาเนค (1941-1943) เธอเป็นคนบ้าอำนาจมากและเมื่อเธอได้ทำงานแทนสามี เธอก็มีเวลาว่างแสนสนุกสนานกับการทรมานและข่มขืนนักโทษในค่ายกักกันจนฉาวโฉ่ จนเป็นที่ร่ำลือในความโลกีย์ ว่ากันว่ารอยสักตามตัวของเธอนั้นจากการสังหารคนในค่ายกักกันหนึ่งคนต่อหนึ่ง ขีด (ขีดในร่างกายเธอมีประมาณ 250,000 ขีด!!) แต่ผลสุดท้าย เธอแขวนคอฆ่าตัวตายใน เรือนจำหญิงอิคช์แอคช์ ในวันที่ 1 เดือนกันยายน ปี 1967


อันดับที่ 8 Shirō Ishii



Shirō Ishii เขาคนนี้เป็นหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการ 731 การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์ในการสร้างพัฒนาอาวุธเชื้อโรคเพื่อใช้ในสงคราม อย่างมีประสิทธิภาพ และการทดลองนี้จำเป็นที่ต้องใช้มนุษย์เป็นๆ ในการทดลองจำนวนมาก หน่วยนี้ได้ถูกส่งมายังประเทศจีนและเลือกเมืองฮาร์ปินเป็นที่ตั้ง และปกปิดชื่อโครงการโดยใช้ชื่อ "หน่วยงานพิเศษเพื่อการศึกษาภูมิคุ้มกันและการบำบัดน้ำเสีย" จากนั้นก็นายทหารผู้ช่วยให้ตระเวนจับชาวจีนหรือรัสเซียผู้โชคร้ายมายังห้อง ปฏิบัติการ เพื่อทดลองมนุษย์เป็นๆ การทดลองของโครงการนี้มีหลายอย่าง เช่น การผ่ามนุษย์โดยไม่ใช้ยาสลบ, การใส่สารพิษที่คิดค้นมาใหม่ลงไปในหารและน้ำดื่ม เพื่อฆ่าประชาชนทีละมาก ๆ, การบังคับให้หญิงสาวร่วมเพศกับชายที่ป่วยเป็นโรคซิฟิลิส (หนองใน) นับสิบคน เพื่อศึกษาการพัฒนาเชื่อซิฟิลิสที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์, การฉีดเลือดสัตว์ที่มีเชื่อเข้าร่างกายมนุษย์ที่ถูกจับมาเป็นเหยื่อ เพื่อดูผลการแพร่เชื้อในมนุษย์เป็น ๆ, การจับเหยื่อห้อยหัวลงจนกว่าจะตาย เพื่อทดสอบความทนในการเอาชีวิตรอด, การจับเหยื่อเข้าไปในห้องทดลอง และอัดความดันหรือดูดอากาศออกจนร่างระเบิดเละ, การจับมนุษย์เปลือยร่างแช่ในน้ำอุณหภูมิเป็นลบ, การตัดเอาชิ้นส่วนมนุษย์ออก เช่น ตัดกระเพาะออก นำลำไส้ต่อตรงมาที่หลอดอาหารเพื่อดูว่ามนุษย์ไม่มีกระเพาะอาหารจะมีชีวิต อยู่ได้หรือไม่, การตัดแขนขา และนำต่อใหม่ด้วยการสลับข้าง ฯลฯ ซากของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจะถูกโยนเข้าไปในเตาเผาด้านหลังของหน่วยปฏิบัติ การ สิ่งเหล่านี้คือภารกิจของหน่วยปฏิบัติการ 731


อันดับที่ 7 Ivan IV of Russia



พระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 แห่งรัสเซีย หรือ "อีวานผู้โหดร้าย" เพราะพระองค์ทรงปกครองอาณาจักรด้วยความเหี้ยมโหด ปราศจากความเมตตา ว่ากันว่าทรงรับสั่งให้ควักลูกตาสถาปนิกผู้ออกแบบสร้างมหาวิหารเซนต์บาซิล เพื่อมิให้สร้างสิ่งก่อสร้างที่งดงามเช่นนี้ได้ที่ใดอีก พระองค์เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าบาซิลที่ 3 แห่งไบแซนไทน์ และเป็นพระราชนัดดาของพระเจ้าอีวานที่ 3 พระองค์ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าผู้ครองนครมัสโกโวท์ที่ได้ตั้งองค์เป็นตำแหน่ง ซาร์ อย่างเป็นทางการ ซาร์อีวานที่ 4 ครองราชย์สมบัติตั้งแต่พระชนม์ได้ 3 ชันษา โดยที่พระองค์ยังทรงพระเยาว์อยู่ พระนางเฮเลนพระราชมารดาทรงเป็นผู้สำเร็จราชการ มหาวิหารเซนต์บาซิล อย่างไรก็ตามเมื่อซาร์อีวานที่ 4 ได้ทรงทำพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อปี พ.ศ. 2090 และในปีเดียวกันนี้ได้ทรงอภิเษกกับอะนัสตาเซียแห่งสกุลราชวงศ์โรมานอฟ เป็นชื่อสกุลขุนนางที่สืบมาจากตระกูลเยอรมันชั้นสูงตระกูลหนึ่ง ซึ่งได้อพยพมาจากเยอรมนี ไปยังกรุงมอสโกในตอนต้นของคริสต์ศตวรรษที่ 14 และได้เปลี่ยนสกุลใหม่ว่าสกุลคอชกิน สกุลนี้ได้รับราชการในพระราชสำนักของราชวงศ์รูริคตลอดมาเป็นเวลาร่วม 200 ปี ครั้งถึงคริสต์ศตวรรษที่ 16 บุรุษในตระกูลคอชกินผู้หนึ่งชื่อว่า โรมานอฟ ยูริวิช เกิดความรู้สึกว่านาม "คอชกิน" นั้นยังไม่มีสำเนียงเป็นภาษารัสเซียพอ เขาจึงได้เปลี่ยนนามสกุลใหม่ โดยตั้งชื่อตามชื่อแรกของตัวคือ "โรมานอฟ" ซาร์อีวานที่ 4 ได้ทรงเลือก อนาสตาเซียแห่งรัสเซียเป็นคู่อภิเษก พระองค์ทรงหลงรักเจ้าสาวของพระองค์อย่างดื่มด่ำมาโดยตลอด ดังนั้นเมื่อพระนางอนาสตาเซียสิ้นพระชนม์ในปีพ.ศ. 2103 ทำให้พระราชสวามีทรงโศกเศร้ามากถึงกับเสียสติไปและคอยทรงระแวงผู้คนตลอดเวลา โดยคิดว่าเขาเหล่านั้นได้วางยาพิษพระมเหสีสุดที่รักความแค้นเคืองเหล่านี้ เลยทำให้พระองค์ทรงมีสติวิปลาสไป เวลาที่ซาร์อีวานที่ 4 จะเสด็จพระราชดำเนินไปไหน พระองค์จะทรงถือพระแสงหอกไปด้วยเสมอและเมื่อข้าราชบริพารคนใดทำสิ่งใดให้ พิโรธ พระองค์ก็จะทรงใช้พระแสงนั้นทิ่มแทงผู้ที่เคราะห์ร้ายนั้นเสีย ซาร์อีวานที่ 4 ทรงอภิเษกสมรสอีก 6 ครั้ง แต่ก็ไม่ทำให้พระองค์มีอาการดีขึ้นในบั้นปลายแห่งพระชนม์ชีพ อีวานทรงประสบกับการหลอกหลอนจากกรรมต่าง ๆ ที่ได้ทรงกระทำไว้ในอดีตจนพระเกศาร่วงหมดและทรงร้องครวญครางอยู่ทุกคืน กล่าวกันว่า พระองค์สวรรคตในปี พ.ศ. 2127 ด้วยพระชนม์เพียง 54 ชันษา


อันดับที่ 6 Oliver Cromwell



Oliver Cromwell โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ (อังกฤษ: Oliver Cromwell) (25 เมษายน ค.ศ. 1599 (ปฏิทินเก่า) - 3 กันยายน ค.ศ. 1658 (ปฏิทินเก่า)) เป็นผู้นำทางการทหารและทางการเมืองชาวอังกฤษที่เป็นที่รู้จักกันดีในการ เกี่ยวข้องกับเปลี่ยนระบบการปกครองของอังกฤษเป็นแบบสาธารณรัฐในฐานะ "เจ้าผู้พิทักษ์" (Lord Protector) แห่งอังกฤษ, สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์ ครอมเวลล์เป็นแม่ทัพคนหนึ่งของกองทัพตัวอย่าง (New Model Army) ผู้ได้รับชัยชนะต่อกองทัพของ ฝ่ายกษัตริย์นิยม (Cavalier) ในสงครามกลางเมืองอังกฤษ หลังจากปลงพระชนม์สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 ในปี ค.ศ. 1649แล้ว ครอมเวลล์ก็มีอิทธิพลต่อเครือจักรภพแห่งอังกฤษ อยู่เพียงชั่วระยะเวลาสั้นในขณะเดียวกับที่ได้รับชัยชนะในการปราบปราม สกอตแลนด์และไอร์แลนด์ และปกครองในฐานะ "เจ้าผู้พิทักษ์" ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1653 จนกระทั่งถึงแก่อสัญกรรมในปี ค.ศ. 1658 ครอมเวลล์เป็นบุตรของชนชั้นผู้ดีชั้นกลางและไม่ได้เป็นที่รู้จักจนเมื่ออายุ ได้ 40 ปี และได้ใช้ชีวิตอย่างเกษตรกรผู้มีอันจะกินจนกระทั่งมามีฐานะดีขึ้นบ้างเมื่อ ได้รับเงินมรดกจากลุง ในช่วงนั้นครอมเวลล์ก็เปลี่ยนศาสนาและมายึดแนวชีวิตแบบเพียวริตันเป็นหลัก ครอมเวลล์ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในแขวงเคมบริดจ์ในสมัยรัฐสภาสั้น (ค.ศ. 1640) และ รัฐสภายาว ระหว่างปี ค.ศ. 1640 ถึงปี ค.ศ. 1649 ต่อมาก็เข้าร่วมสงครามกลางเมืองอังกฤษ ทางฝ่ายรัฐสภา (Roundheads) ครอมเวลล์เป็นนายทหารที่มีสมรรถภาพที่ได้รับสมญาว่า "Ironsides" และได้เลื่อนจากการควบคุมกองทหารกองเดียวไปจนเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ กองทัพอังกฤษ ครอมเวลล์เป็นคนที่สามที่ลงนามในการสั่งปลงพระชนม์พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 ในปี ค.ศ. 1649 และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในรัฐสภารัมพ์ระหว่างปี ค.ศ. 1649 ถึงปี ค.ศ. 1653 และได้รับเลือกจากรัฐสภาให้เป็นผู้นำทัพในการรบในไอร์แลนด์ระหว่างปี ค.ศ. 1649 ถึงปี ค.ศ. 1650 หลังจากนั้นครอมเวลล์ก็นำการต่อสู้ในสกอตแลนด์ระหว่างปี ค.ศ. 1650 ถึงปี ค.ศ. 1651 เมื่อวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 1653 ครอมเวลล์ก็บังคับยุบรัฐสภารัมพ์โดยใช้กำลังและก่อตั้ง "รัฐสภาแบร์โบนส์" (Barebones Parliament) อยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่งก่อนที่ได้รับเลือกให้เป็น "เจ้าผู้พิทักษ์" แห่งอังกฤษ, สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1653 จนกระทั่งถึงแก่อสัญกรรมในปี ค.ศ. 1658 ร่างของครอมเวลล์ถูกฝังไว้ที่แอบบีเวสต์มินสเตอร์แต่เมื่อฝ่ายฟื้นฟูราชวงศ์ ได้อำนาจคืนในปี ค.ศ. 1660 ร่างของครอมเวลล์ก็ถูกขุดขึ้นมาประหารชีวิตโดยการแขวนด้วยโซ่และตัดหัว


อันดับที่ 5 Jiang Qing



เจียงซิงมีวิถีชีวิตที่แตกต่างไปจากสตรีในประเทศคอมมิสนิสต์ทั่วไป นั่นคือเธอมักแต่งกายตามแบบสากล มีสีสันฉูดฉาด ราคาแพง และรองเท้าส้นสูง สำหรับเรื่องการสวมรองเท้านั้นเจียงซิงให้เหตุผลว่า เมื่อสวมแล้วจะทำให้หลังไม่โก่ง สิ่งที่เจียงซิงปฏิบัติในยามว่างอยู่เป็นประจำอีกประการหนึ่งคือ การอ่านนิยายและข่าวภายในประเทศเท่านั้น เมื่ออายุ 60 ปีเต็ม เจียง ชิงก็เริ่มคิดการณ์ใหญ่ โดยคบคิดกับนายพลหลินเปียว ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกลาโหมเฉินป้อต๋า จางชุนเฉียวและคังเฉิง ซึ่งแท้จริงก็คือ คุณชายจาง สามีคนแรกของหยุนเฮ่อในวัยแรกแย้ม ทำการปลุกระดมทางวัฒนธรรมขึ้นจนสามารถกุมอำนาจการ บริหารประเทศเอาไว้ในกำมือของตน และพรรคได้เป็นเวลานานถึง 10 ปี การขึ้นมาครองอำนาจระดับสูงของเจียงซิงนั้น กล่าวกันว่ามาจากการเป็นภรรยาของเหมาล้วนๆ เนื่องจากนางไม่ใช่คนที่มีการศึกษาดี หรือมีความสามารถโดดเด่น แม้แต่การเป็นนักแสดงซึ่งเป็นอาชีพเก่า ก็เป็นเพียงนักแสดงชั้นสอง แต่ความทะเยอทะยานอย่างไม่มีที่สิ้นสุดก็ทำให้นางครองตำแหน่งสูงทางการเมือง ประกอบกับการเป็นคนที่มีปมด้อยไม่อยากเห็นใครเด่นเกินหน้า ในช่วงปลายของชีวิตประธานเหมา นางกับพรรคพวกได้กีดกันผู้นำพรรคคนอื่นๆ ที่เป็นปรปักษ์ไม่ให้เข้าใกล้ประธานเหมา พร้อมทั้งทำลายชื่อเสียง เกียรติคุณของทั้งโจวเอินไหล เติ้งเสี่ยวผิง และครอบครัวนักปฏิวัติที่ร่วมสร้างชาติมากับประธานเหมาท่ามกลางเสียงก่นด่า ของประชาชนอีกด้วย เจียงซิงเป็นภรยาคนที่ 3 ของประธานเหมาและเป็นคนสุดท้าย โดยใช้ชีวิตคู่ร่วมกับประธานเหมานานถึง 37 ปี เจียงซิงเริ่มก้าวขึ้นมามีบทบาทระดับนำในพรรคช่วงบั้นปลายชีวิตของประธาน เหมา เจียงซิงร่วมกับสมาชิกระดับแกนนำของพรรคอีก 3 คนคือ จางชุนเฉียว เหยาเหวินหยวน และหวังหงเหวิน ในนามแก๊ง 4 คน โดยใช้กรปฏิวัติวัฒนธรรม กำจัดผู้ที่คิดต่างทางการเมือง และปลุกระดมให้เกิดการกวาดล้างผู้ไม่ซื่อตรงต่อพรรค และพวกลัทธิแก้และนายทุน ครั้งมโหฬาร ในระหว่างปี 1966 -1976


อันดับที่ 4 Pol Pot



Pol Pot ซาลอท ซาร์ (Saloth Sar) หรือ พล พต (Pol Pot) (พ.ศ. 2468-พ.ศ. 2541)  เป็นผู้นำเขมรแดง และเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชาในปี พ.ศ. 2519-พ.ศ. 2522 พล พต ปกครองเขมรแดงตั้งแต่ พ.ศ. 2518-พ.ศ. 2522 ใช้วิธีที่รุนแรง เพื่อปรับปรุงระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมพึ่งตัวเอง รวมถึงการโดดเดี่ยวประเทศออกจากอิทธิผลต่างชาติ ปิดโรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน ยกเลิกระบบธนาคาร เงินตรา ฯลฯ และจัดให้พวกที่ทำมาหากินอยู่ในเขตเมือง ออกไปทำงานในฟาร์มนอกเมือง


อันดับที่ 3 Heinrich Himmler



เป็น ผู้นำหน่วยพิเศษ เอส.เอส. ของนาซี ด้วยวัยเพียง 29 ปีเท่านั้น ฮิม-เลอร์ นั้นเป็นทหารหนุ่มยศร้อยโทที่มีความสามารถในทุกด้านและสามารถประสานงานกับ ฮิตเลอร์ได้เป็นอย่างดี ฮิมเลอร์เกลียดชาวยิวและคนด้อยโอกาสต่างๆชนิดฝังเข้ากระดูกดำไม่ต่างจาก ฮิต เลอร์ ไม่เพียงเท่านั้น ฮิมเลอร์ยังเคารพและบูชาฮิตเลอร์ราวกับเป็น พระเจ้าของเยอรมัน (German Messiah) รวมทั่งชื่นชมฮิตเลอร์ว่าเป็น สุดยอดอัจริยะปราศจากคู่แข่งตลอดกาล (The Greatest Genius of All Time) ในใจของเขาด้วย
เรื่อง ราวการรบอย่างห้าวหาญในสมรภูมิรบของมหาสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งฮิตเลอร์ได้สำแดงความบ้าบิ่นในการรบจนได้รับเหรียญกล้าหาญ กางเขนเหล็ก ถึง 2 ครั้งด้วยกัน ทำให้ฮิม-เลอร์ซ ซึ่งยังเป็นเด็กเล็กนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้แต่มองฮิตเลอร์อย่างวีรบุรุษในใจของเขา


อันดับที่ 2 Adolf Hitler



Adolf Hitler อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (เยอรมัน: Adolf Hitler; 20 เมษายน ค.ศ. 1889 – 30 เมษายน ค.ศ. 1945) เป็นนักการเมืองเยอรมนี เกิดที่ออสเตรีย เขาเป็นหัวหน้าพรรคแรงงานสังคมนิยมแห่งชาติเยอรมัน (พรรคนาซี) ฮิตเลอร์ได้เป็นมุขมนตรีของเยอรมนี (หรือนายกรัฐมนตรี) ในปี ค.ศ. 1933 และได้เป็นผู้นำของนาซีเยอรมนีในปี ค.ศ. 1934 – 1945 เป็นผู้นำเผด็จการของเยอรมนี ซึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาก็ได้เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเยอรมนี และเขาได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ก่อสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย ในปี ค.ศ. 1919 ฮิตเลอร์ได้ทำหน้าที่เป็นทหารอยู่ในเยอรมนี หลังจากนั้นเขาก็ได้เข้าร่วมกับพรรคนาซี และได้เป็นหัวหน้าพรรคในปี ค.ศ. 1921 เขาได้พยายามก่อการปฏิวัติแต่ไม่สำเร็จจนต้องถูกจำคุกในปี ค.ศ. 1923 ฮิตเลอร์นั้นเป็นนักชาตินิยม และมีแนวคิดต่อต้านชาวยิว ลัทธิทุนนิยม และลัทธิคอมมิวนิสต์ นอกจากนี้เขายังให้การสนับสนุนการโฆษณาชวนเชื่อด้วย ฮิตเลอร์ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี ค.ศ. 1933 และเขาก็ได้ผู้นำเผด็จการในที่สุด ต่อมาเยอรมนีก็ได้ยกทัพบุกโปแลนด์ ทำให้เกิดเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 1939 3 ปีต่อมา นาซีเยอรมนีและกลุ่มประเทศฝ่ายอักษะเป็นฝ่ายได้เปรียบ ได้รับชัยชนะในการรบหลายครั้ง ได้ครอบครองอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลในทวีปยุโรป แอฟริกา เอเชียตะวันออก และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก แต่อย่างไรก็ตามหลังปี ค.ศ. 1942 ฝ่ายสัมพันธมิตรก็เริ่มตีโต้ได้มากขึ้น ในขณะที่เยอรมนีเริ่มเพลี่ยงพล้ำ และพ่ายแพ้ จนในที่สุด เมื่อกองทัพแดงของสหภาพโซเวียตล้อมกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของเยอรมนี ฮิตเลอร์ก็ได้แต่งงานกับ อีวา บราวน์ คนรักของเขา หลังจากนั้นฮิตเลอร์ก็ยิงตัวตาย พร้อมกับภรรยาในกรุงเบอร์ลินเมื่อปลายเดือนเมษายน ค.ศ. 1945


อันดับที่ 1 Josef Stalin



Josef Stalin โจเซฟ สตาลิน ไม่ใช่ชื่อจริงของเขา ชื่อจริงของเขาคือ იოსებ ბესარიონის ძე ჯუღაშვილი Ioseb Besarionis dze Jughashvili โยเซบ เบซาริโอนิส ดเซ จูกาชวิลลี เขาเกิดที่เมือง โกรี ประเทศจอร์เจีย รัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐของจักรวรรดิรัสเซียสมัยนั้น เขาก็เป็นชาวจอร์เจียนโดยกำเนิด โดยชื่อ สตาลิน นี้เขาตั้งขึ้นมาเองขณะทำงานให้พรรคคอมมิวนิสต์ (stalin ในภาษารัสเซียแปลว่า เหล็กกล้า) เป็นลูกของช่างทำรองเท้า ต่อมาพ่อของเขาต้องย้ายไปอยู่ที่เมืองทิฟลิส ทำให้สตาลินต้องอาศัยอยู่กับมารดาเพียงคนเดียวในจอร์เจีย[1] สตาลินนั้นเป็นเด็กที่เรียนดี เขาเรียนในโรงเรียนสอนศาสนาแห่งหนึ่ง แต่ต่อมาเขาเริ่มสนใจในลัทธิมาร์กซ์ ทำให้เขามีความคิดต่อต้านศาสนา และเริ่มใช้ชื่อว่า โคบา อีกทั้งยังเขาร่วมกับพรรคแรงงานสังคมประชาธิปไตยแห่งรัสเซีย จนในที่สุด เขาก็ถูกไล่ออกจากโรงเรียนเพราะเผยแพร่ลัทธิมาร์กซ์ หลังจากนั้นเขาก็ใช้ชื่อว่า สตาลิน และทำงานอยู่ที่เมืองทิฟลิส ด้วยความทะเยอทะยานทำให้สตาลินได้เริ่มมีบทบาทสำคัญในพรรคบอลเชวิค หลังจากที่พรรคบอลเชวิคทำการปฏิวัติโค่นล้มระบอบกษัตริย์ลงได้ สตาลินก็ได้รับตำแหน่งคอมมิสซาร์ประชาชนเพื่อกิจการชนชาติต่างๆ[1] จนเมื่อเลนินล้มป่วย สตาลินก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้นไปอีก จนได้เป็นเลขาธิการพรรคใน ค.ศ. 1922 จนกระทั่งเมื่อเลนินเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1924 ก็ได้เกิดการแย่งชิงอำนาจกันระหว่างสตาลินกับ ลีออน ทรอตสกี สุดท้ายสตาลินก็ชนะ จึงได้เป็นประธานาธิบดีต่อจากเลนิน ทำให้ทรอตสกีต้องลี้ภัยการเมืองไปอยู่ เม็กซิโก แต่ในที่สุด ทรอตสกีก็ถูกลอบสังหารที่แม็กซิโกนั่นเอง ใน ค.ศ. 1940 ระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่ง ผู้นำของสหภาพโซเวียต เขาถูกเรียกว่า บิดาแห่งชาวสหภาพโซเวียตทั้งปวง เมื่อศาสนาเป็นสิ่งผิดกฎหมายในรัฐคอมมิวนิสต์ บทบาทของพระเจ้าก็ถูกเล่นโดยสตาลิน เขานำระบบ คอมมูน มาใช้ ทุกคนถูกห้ามมีทรัพย์สินส่วนตัว ทุกอย่างรวมทั้งตัวบุคคลเป็นของพรรคหรือคอมมูน ผู้ต่อต้านถูกส่งไปค่ายกักกันและเสียชีวิตราว 10 ล้านคน ไมมีการสำรวจประชากรว่าระหว่างเขาเป็นผู้นำประชากรโซเวียตลอดไปเท่าไร ในช่วงที่มีการปฏิวัติระบบ นารวม มีคนอดตายอีกเป็นล้านๆ คน เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มขึ้นกับรัสเซีย ปี ค.ศ. 1941 - ค.ศ. 1945 เขานำโซเวียตชนะสงคราม โดยประชาชนเสียชีวิต 20 ล้านคน ทหารเสียชีวิต 10 ล้านคน เขาสั่งพัฒนาประเทศต่อไปอย่างไม่รีรอ เขาเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1953 หลังสตาลินตาย ครุฟซอฟ ผู้นำคนใหม่ได้ผ่อนคลายความเข้มงวดในระบบสตาลินลง พร้อมทั้งประณามขุดคุ้ยความโหดร้ายของเจ้านายคนเก่าของเขา จนในที่สุดทุกๆ ที่ ที่มีรูปปั้นสตาลินถูกทุบทิ้ง เพลงชาติถูกลบชื่อของเขาออก ศพของเขาถูกย้ายจากข้างๆ เลนิน ไปฝังอยู่ในกำแพงวังเครมลิน


ที่มา : http://www.toptenthailand.com/display.php?id=2018
#12
อันดับที่ 10 Mukodono


"ซุปเปอร์สตาร์ ถามหารัก" ยูจังน่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก >[]< โทโมยะก็หล่อโฮกฮาก แต่ชอบโทโมยะในโหมดซากุราบะมากๆเลยนะ รู้สึกว่า เออ เนี่ยแหล่ะโทโมยะ (หัวเราะลั่น) บ้าได้ใจดีอ่ะ ติงต๊องดีด้วย น่ารักซะ >////< ฉากที่ชอบที่สุดคือฉากที่โทโมยะสารภาพเรื่องที่ตัวเองแต่งงานแล้วกับแฟนๆ นั่นล่ะค่ะ แล้วที่มีแฟนเพลงคนหนึ่งตะโกนว่า "ขอบคุณนะที่ไม่โกหกพวกเรา" โฮกกกกกกกกกก ศิลปินตัวจริงทั้งหลายคะ ช่วยดูละครเรื่องนี้แล้วกลับไปคิดทีนะคะ รู้ไว้เถอะค่ะว่าแฟนๆของคุณอยากตะโกนบอกคุณประโยคนี้ทั้งนั้นแหล่ะ


อันดับที่ 9 Gokusen


"ลูกสาวเจ้า พ่อขอเป็นครู" เอ่อ.......ขอลำเอียงนะ เพราะว่าเนโกะชอบแค่ภาคแรกภาคเดียวจริงๆ ภาคสองมันยังไม่โดนใจฮ่ะ (ถึงจะมีจินกับเมะเล่นด้วยก็เห๊อะ) เพราะส่วนตัวแล้วชอบเนื้อเรื่อง การดำเนินเรื่องของภาคแรกมากกว่า มัตสึจุนก็น่ารักด้วย (อันนี้ไม่เกี่ยว ฮ่าๆๆ) ฉากประทับใจสุดๆก็คงเป็นตอนจบที่นักเรียนในห้องของยาคุมิพร้อมใจกันยื่นใบลา ออกอ่ะ แบบว่า โห้ยยยยย ซึ้งเหอะ ใครว่าเด็กเกเรพวกนี้นิสัยเลวร้าย ไม่จริงเลย เด็กพวกนี้น่ารักจะตาย! ที่สำคัญ ซีรีย์เรื่องนี้ทำให้ท่านแม่ของเนโกะหันมาติดซีรีย์ญี่ปุ่นงอมแงม! ฮ่าๆๆๆ (ท่านแม่ชอบมัตสึจุนค่ะ)


อันดับที่ 8 Orange Day


"เธอ ฉัน กับวันฟ้าใส" ลงตัวทุกอย่างสำหรับเรื่องนี้ ตั้งแต่นักแสดงไปจนถึงเพลงประกอบที่กลายเป็นหนึ่งในเพลงโปรดของมิสชิลตลอด กาลสำหรับเราไปแล้ว เป็นเรื่องที่ดูแล้วยิ้มได้ ได้อะไรดีๆเป็นข้อคิดกลับมาเยอะเลยล่ะ ไม่ว่าจะเรื่องของมิตรภาพ ความฝัน ความรัก ทุกอย่างเลย


อันดับที่ 7 Long Vacation


"ร้อนนักต้อง พักร้อน" ใช่มั้ย? สำหรับชื่อไทยถ้าจำไม่ผิด เรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็นรวมมิตรดาราที่ชื่นชอบแบบที่ว่าดูแล้วคุ้มสุดๆจริงๆ ไล่มาตั้งแต่ทาคุยะ ยูทากะ มัตจัง และก็หลายคนเลยล่ะที่จำชื่อไม่ได้ ชอบซีรีย์เรื่องนี้มากๆ ดูแล้วก็รู้สึกเหมือนที่ตัวละครตัวหนึ่งพูดเลยล่ะว่า "ก็คิดซะว่าพระเจ้าให้เวลาเราพักร้อนละกัน" มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆนะ >/////<


อันดับที่ 6 Love Generation


"รักนี้เพื่อ เธอ" พีคคู่ทาคุยะมัตจังอย่างรุนแรงจากเรื่องนี้เลย แบบว่า อ๊ากกกกกกกกก เข้าใจแล้วว่าคู่ที่เค้ามี Chemistry มันเป็นยังไง มันก็เป็นอย่างทาคุยะกับมัตจังนี่ล่ะ (เสียดาย ถ้าทาคุยะยังไม่แต่งงานจะเชียร์ให้เป็นแฟนกับมัตจังจริงๆ) เรื่องนี้ชอบฉากสารภาพรักของทาคุยะอย่างรุนแรง หวานม๊ากกกก โอ๊ยยยย ใครมาทำให้เราแบบนี้รักตายเลย ชอบๆๆ ชอบจริงๆ


อันดับที่ 5 Ai wo Kudasai (Give me love)


"ขอเพียง รัก"........มั้งนะ ถ้าจำชื่อไทยไม่ผิด ต้องบอกว่าซีรีย์เรื่องนี้มันเป็นอะไรก็ไม่รู้ ถามกี่คนๆว่ารู้จักมั้ย เคยดูมั้ย ส่วนใหญ่จะบอกว่า"ไม่"ทั้งนั้นเลยแฮะ - -" คงเพราะว่าตอนที่ซีรีย์เรื่องนี้ฉายมันถูกย้ายเวลาไปฉายตอนเย็นด้วยล่ะมั้ง เลยมีคนไม่ทันดูหลายคน แต่เป็นซีรีย์ที่ชอบมากๆอีกเรื่องเหมือนกันนะ นางเอกเป็นครูโรงเรียนอนุบาลที่โตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า (มิโฮะ คันโนะ) ที่อยากได้รับการยอมรับและความรักจากคนอื่น โดยการกระทำของเธอบางทีจะเรียกว่าเป็นการล้างแค้นพ่อตัวเองลึกๆก็ว่าได้นะ ที่พาเธอมาทิ้งที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ซีรีย์เรื่องนี้โดนตรงไหน โดนใจตรงนางเอกนี่ล่ะ เป็นคนที่โหยหาความรักอยู่ลึกๆนะ แต่ไม่รู้วิธีว่าต้องทำยังไง คนประเภทนี้เนโกะมองว่าเค้าเป็นคนน่าสงสารมากๆเลยล่ะ แต่สุดท้ายตอนจบก็ดีใจนะที่ในที่สุดเธอก็ได้ในสิ่งที่เธอต้องการมาตลอดจริงๆ ^^ (ฉากตอนจบขอบอกว่าหวานมากกกกกกกกกกกกกก ชอบๆๆ ลองไปหามาดูกันนะคะสำหรับคนที่ไม่เคยดู)


อันดับที่ 4 amisama Mou Sukoshi Dake (Precious Time)


"อยู่เพื่อ รัก" ไม่รู้จะบรรยายความชอบยังไงดีกับซีรีย์เรื่องนี้ มันลงตัวไปหมดทุกอย่าง และส่วนตัวชอบชื่อภาษาญี่ปุ่นสุดๆ แปลมาแล้วแบบว่า เออ....นี่แหล่ะ ตรงตัวสุดๆ! ถ้าดูมาเรื่อยๆจะรู้สึกสงสารนางเอก(เคียวโกะ)ที่ติดเชื้อเอดส์ใช่มะ แต่พอถึงตอนจบเท่านั้นล่ะ ความสงสารพุ่งปรี๊ดไปที่พระเอก(ทาเคชิ)อย่างหมดใจเลยทีเดียว เป็นพระเอกที่เป็นพระเอกจริงๆ!


อันดับที่ 3 With Love


With Love


อันดับที่ 2 Mahiru no Tsuki


จำชื่อภาษา ไทยของเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ - -" แต่จำเนื้อเรื่องได้แม่นยำ เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่โดนข่มขืนจนเธอกลายเป็นโรคกลัวผู้ชาย ฉากที่สะเทือนใจที่สุดที่จำฝังใจมากคือฉากที่นางเอก (ทากาโกะ โทคิวะ) ระบายความรู้สึกของตัวเองลงในเทปตอนที่ไปหาจิตแพทย์ แล้วจิตแพทย์เอาเทปนั่นมาเปิดให้พ่อแม่นางเอกฟัง เพื่อให้พ่อแม่นางเอกเข้าใจว่าทำไมลูกสาวตัวเองถึงได้กลัวผู้ชาย และปฏิเสธการดูตัวครั้งแล้วครั้งเล่า (ถ้าจำเนื้อเรื่องตรงนี้ไม่ผิดนะ) แบบว่า....นั่งดูแล้วน้ำตาไหลแหม่ะๆ สงสารนางเอก สงสารพ่อแม่นางเอกด้วย การข่มขืนนี่มันยิ่งกว่าตายทั้งเป็นจริงๆ T^T


อันดับที่ 1 Heaven's Coin


แน่นอนว่า เรื่องนี้ต้องมาวินเป็นอันดับหนึ่ง สำหรับซีรีย์ในดวงใจ ชื่อไทยของเรื่องนี้คือ "สวรรค์ลำเอียง" จริงๆแล้วเรื่องนี้จะเรียกว่าเป็นละครน้ำเน่าของญี่ปุ่นก็ไม่ผิดนะ ฮ่าๆๆ ก็มันน้ำเน่าจริงๆนี่ - -" แต่ไอ้นี่ก็ดันชอบมากกกกกกกก มีสองภาคก็ชอบทั้งสองภาคเลย สงสารคุณหมอทาคุมิที่แสนดีสุดๆ(ได้ข่าวว่าเป็นพระรอง) คือ...หลายๆคนอาจจะคิดว่าเรื่องนี้น่ะ สวรรค์ลำเอียงกับอายะ(นางเอก - โนริโกะ ซาไก)ใช่มะ แต่สำหรับเนโกะอ่ะ ลำเอียงกับทาคุมิสุดๆ! (เพราะเนโกะก็ลำเอียงเชียร์คุณหมอทาคุมิออกนอกหน้า ฮ่าๆๆ) อีกอย่าง เรื่องนี้ทำให้ช่วงนั้นบ้าภาษามือไปพักใหญ่ๆเหมือนกัน ^______^


ที่มา : http://www.toptenthailand.com/display.php?id=2009
#13
10 อันดับการทำข้อสอบแบบแนวๆ(ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง)!!!

อันดับที่ 10



มืด 8 ด้าน
ม่รู้จะบรรยายไงดี แต่ขอบอกว่า อาจารย์ให้ค่ามุกไปตั้ง 1 คะแนนแน่ะ เอาเป็นว่า ดูกันฮาๆคลายเครียด แต่ไม่แนะนำไปทำในห้องสอบ เพราะถ้าอาจารย์ไม่ฮาด้วย งานนี้ ตัวใครตัวมัน!!



อันดับที่ 9




สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
เป็น การเชือดเฉือนกันด้วยธรรมะกันเลยทีเดียว ....เมื่อลูกศิษย์ร้องขอความเมตตา ด้วยสุภาษิต 'เมตตาธรรมค้ำจุนโลก' (ให้คะแนนผมเถอะ) แต่อาจารย์ก็ใช่เบา สวนกลับด้วยสุภาษิต 'สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม' (ทำได้แค่นี้ ก็เอาคะแนนไปเท่านี้)



อันดับที่ 8




วัดใจ เสี่ยงดวง
ออก แนวเกมวัดดวงกันเลยครับสำหรับรายนี้ สงสัยพี่แกกะว่า เลือก C รวดทั้งร้อยข้อ ขี้หมูขี้หมามันต้องมีข้อถูก ...แต่เผอิญมันซวยตรงที่ อีตานี่คงอ่านโจทย์ไม่ดี ข้อสอบมันเป็นแบบถูกผิด ถ้าถูกเลือก A ถ้าผิดเลือก B แต่อีตานี่ดันโซโล่ C ทั้งร้อยข้อ (จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด -*-)



อันดับที่ 7




เทพ vs noob
เปลี่ยน มาดูวิชาภาษาอังกฤษกันบ้าง ...ผมว่าเจ้าของกระดาษคำตอบแผ่นนี้คงติดเกมออนไลน์แหงมๆ (สำหรับคนไม่เข้าใจมุก .. ภาษาของคนที่เล่นเกมออนไลน์ คำว่า pro หมายถึง คนที่เล่นเก่งๆ หรือทีเรียกว่า 'เทพ' นั่นแหละครับ ส่วน คำว่า noob มาจาก newbie หมายถึง คนเล่นไม่เก่ง หรืออ่อนหัด อะไรทำนองนั้น)



อันดับที่ 6




หยาบคาย
รายนี้ก็ออกแนวสติแตกแบบข้างบน แต่ออกเป็นแนวถ่อย สุดท้ายนอกจากไม่ได้คะแนน โดนอาจารย์เรียกพบอีกต่างหาก



อันดับที่ 5




ตายดีกว่า
ผม เห็นใจคนนี้มากที่สุด เพราะดูเค้าพยามแล้ว แต่ประมาณคิดไปคิดมาแล้วมันตันไปต่อไม่ได้ยังไงไม่ทราบ เฮียแกเลยสติแตก ผูกคอตายบนเครื่องหมายรากมานซะเลย .... ไปสู่สุขตินะเฮีย



อันดับที่ 4




จงกระจาย
อัน นี้เห็นแล้วอยากกรี๊ดเป็นภาษาไนจีเรีย โจทย์บอกจงกระจาย ไอ้คนทำ มันก็กระจายจริงๆ ,,, เขาบอกกระจายเป็นพจน์ว้อยยย ไม่ใช่กระจายตัวหนังสือ



อันดับที่ 3




sinx/n = 6
อัน นี้ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆให้มันลึกซึ้ง คนแก้สมการตัดตัวเลขมันมือไปหน่อยยังไงไม่ทราบ ดันไปตัด 1/n กับ ตัว n ของคำว่า sin แล้วเผอิญมันกลายเป็นคำว่า six ก็เลยตอบ 6 ไปซะดื้อๆ ฮ่วย!



อันดับที่ 2




ลิมิตตะแคงข้าง
อัน นี้ ถ้าเรียนแคลคูลัสแล้วจะช่วยให้ฮายิ่งขึ้น .. ก็คือ อาจารย์คนนี้แกสอนเด็กว่า ถ้าลิมิตเข้าใกล้ a ของ 1/(x-a) แล้ว คำตอบมันจะได้เท่ากับ อินฟินิตี้ แล้วแกก็ยกตัวอย่างกรณี a=8 .. และปลากดว่า ไอ้เครื่องหมายอินฟินิตี้ มันดันไปเหมือนกับเลข 8 ตะแคงข้าง ,,, เด็กมันก็เลยเข้าใจว่า คำตอบของโจทย์ทำนองนี้ ก็คือ ให้เอาตัวเลขไปตะแคงข้าง พอลิมิตเข้าใกล้ 5 ปุ๊บ มันก็ตอบเป็น เลข 5 ตะแคงข้างทันที เออ เอากับมัน



อันดับที่ 1




จงหา x ?
แหมะ โจทย์เขาสั่งให้หา x มันก็วงกลมล้อมรอบ แล้วมีการเขียนบอกว่า 'อยู่นี่ไง' อีกต่างหาก ....ผลคือ ได้ 0 แบบไม่ต้องสืบ

ที่มา : http://www.toptenthailand.com/display.php?id=1993
#14
   10 อันดับประเทศที่มีเสรีภาพทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก

อันดับที่ 10



บาห์เรน
ก่อน การค้นพบน้ำมัน เศรษฐกิจของบาห์เรนขึ้นอยู่กับไข่มุก การค้าและการประมง แต่หลังจากปี ค.ศ. 1932 ซึ่งเป็นปีที่มีการค้นพบน้ำมันภายในประเทศ น้ำมันก็กลายเป็นที่มาของรายได้สำคัญซึ่งได้ถูกนำไปใช้จ่ายในการพัฒนาประเทศ อย่างไรก็ตาม จากการที่น้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำรองของบาห์เรนมีจำนวนน้อย และคาดกันว่าจะหมดลงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จึงได้มีการสำรวจหาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแหล่งอื่นเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเปลี่ยนแนวเศรษฐกิจของประเทศไปเป็นธุรกิจการกลั่นน้ำมันและการทำ ให้บาห์เรนเป็นจุดศูนย์กลางทางด้านการค้าและธุรกิจของภูมิภาคอีกด้วย ได้คะแนนถึง 77.7 คะแนน

อันดับที่ 9



สหรัฐอเมริกา
ประเทศ สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่สามารถนำเทคโนโลยีใหม่มาได้ทดลองกันบ่อยๆและยัง เป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่ม G8 ได้คะแนนถึง 77.8 คะแนน

อันดับที่ 8



เดนมาร์ก
เดนมาร์ก คือหนึ่งในประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม นอกจากนี้ยังเป็นรัฐสวัสดิการขนาดใหญ่ที่มีสวัสดิการแก่ประชาชนมากมาย อีกทั้งยังติดอันดับประเทศที่มีรายได้เข้าประเทศในอันดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย ประสิทธิภาพทางการตลาดของเดนมาร์กก็อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้มาตรฐานการอยู่อาศัยของเดนมาร์กก็อยู่สูงกว่ามาตรฐานเฉลี่ยของ ยุโรป รวมทั้งมีการค้าขายเสรีจำนวนมากภายในประเทศ ได้คะแนนถึง 78.6 คะแนน

อันดับที่ 7



ไอร์แลนด์
ด้วย อาศัยพึ่งพาการเกษตรกรรมเป็นหลักในทศวรรษ 1950 มาเป็นประเทศสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็วของฝ่ายการผลิตที่ ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง และฝ่ายการบริการระหว่างประเทศ ทำให้ไอร์แลนด์ในปัจจุบันมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดใน ภาคพื้นยุโรป ซึ่งทำให้ไอร์แลนด์ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น "เสือแห่งเคลติค" หรือ Celtic Tiger ได้คะแนนถึง 78.7 คะแนน

อันดับที่ 6



แคนาดา
แคนาดา เป็นหนึ่งในประเทศที่มีขนาดอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดในโลก โดยเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มประเทศ G8 แคนาดาเป็นผู้ผลิตสำคัญในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ อาหารและเครื่องดื่ม กระดาษและผลิตภัณฑ์จากกระดาษ โลหะต่าง ๆ ตลอดจนเคมีภัณฑ์และเปโตรเคมีภัณฑ์ แคนาดาเป็นผู้นำของโลกในด้านอุตสาหกรรมการพัฒนาซอฟท์แวร์ อุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม อุตสาหกรรมด้านอวกาศและยานยนต์ รวมทั้งอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเหมืองแร่และน้ำมัน นอกจากนี้ แคนาดายังเป็นผู้ส่งออกชั้นนำของโลกด้านสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ข้าวสาลี ไม้ เยื่อไม้ และแร่ธาตุอีกด้วย ได้คะแนนถึง 80.8 คะแนน

อันดับที่ 5



สวิสเซอร์แลนด์
สวิตเซอร์ แลนด์ขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่ 2 ใน 3 ของประเทศเป็นภูเขา เพียง 1ใน 4 ของพื้นที่ทั้งหมดเท่านั้น ที่สามารถทำการเพาะปลูกซึ่งผลิตผลการเกษตรสามารถรองรับความต้องการด้านอาหาร ของประเทศได้เกินกว่าครึ่งหนึ่ง แต่สวิสขาดแคลนวัตถุดิบจึงต้องนำเข้าวัตถุดิบและส่งออกกลับไปในรูปของ ผลิตภัณฑ์คุณภาพ จึงต้องนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบ ได้คะแนนถึง 81.9 คะแนน

อันดับที่ 4



นิวซีแลนด์
นิวซีแลนด์ เป็นประเทศหนึ่งในเขตแปซิฟิกที่มีการทำอุตสาหกรรม เช่น การต่อเรือ โรงงานเบียร์ไวท์ โรงงานปลากระป๋อง แต่ส่วนใหญ่การอุตสาหกรรมในนิวซีแลนด์มีน้อยมาก และ มีการทำอุตสาหกรรมการเกษตร เช่นการทำผลไม้กระป๋อง อุตสาหกรรมการขุดแร่ เช่น ถ่านหิน เหล็ก อุตสาหกรรมป่าไม้ และ ยังมีการเพาะปลูกที่ทำให้นิวซีแลนด์มีรายได้มากส่วนหนึ่ง เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และ ผลไม้เช่น สตรอเบอรี่ และแอปเปิล เป็นต้น ได้คะแนนถึง 82.3 คะแนน

อันดับที่ 3



ออสเตรเลีย
ออสเตรเลีย เป็นประเทศเปิด มีเศรษฐกิจที่มั่นคง มีการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมที่อยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างสูง สินค้าออกดั้งเดิมของออสเตรเลียอยู่ในภาคอุตสาหกรรมการเกษตรและเหมืองแร่ อย่างไรก็ตามการยกระดับบูรณาการเศรษฐกิจให้เข้ากับโลกยุคโลกาภิวัตน์ควบคู่ ไปกับผลกระทบทาง เทคโนโลยีนี้ นำไปสู่เทคโนโลยีที่อาศัยพื้นฐานของสินค้าหัตถกรรมและบริการ ตลาดการ ส่งออกของออสเตรเลียปัจจุบันอยู่ในเอเซียแปซิฟิกเป็นส่วนใหญ่ ได้คะแนนถึง 82.5 คะแนน

อันดับที่ 2



สิงคโปร์
เศรษฐกิจ ของประเทศสิงคโปร์มีความเป็นมิตรกับภาคธุรกิจ และถูกจัดให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินที่ดีที่สุด ลูกจ้างเป็นพันๆคนสร้างผลงานที่ดีเยี่ยมให้กับบริษัทข้ามชาติ ซึ่งนำสิงคโปร์ไปสู่สายตาของชาวโลก เศรษฐกิจที่ขึ้นอยู่กับระบบตลาดถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างดีเยี่ยม และมีการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจากการนำเข้าและส่งออกสินค้าต่างๆ สิงคโปร์ได้รับเกียรติถูกจัดอยู่ในกลุ่ม สี่เสือแห่งเอเชีย ได้คะแนนถึง 87.2 คะแนน

อันดับที่ 1



ฮ่องกง
ฮ่องกง มีระบบแบบเสรีนิยม มีข้อจำกัดทางการค้าน้อยมาก เนื่องจากฮ่องกงไม่มีทรัพยากรธรรมชาตินอกจากท่าเรือน้ำลึกที่ดีเยี่ยม ได้คะแนนถึง 89.5 คะแนน


ที่มา :  http://www.toptenthailand.com/display.php?id=1991
#15
มันเป็นเเบบนี้นี่เอง
#16
   10 อันดับคลิปโคม ปะการังที่มีคนดูมากที่สุดจาก Youtube

อันดับที่ 10



วันนี้กลับดึก
ฮา มากกับ check box แต่อันนี้ขอบอกว่าแอบน่ากลัวนิดนึงนะค่ะ คนขวัญอ่อนขอแนะนำว่าอย่าดูเลยค่ะ ไปชมกันได้ที่ วันนี้กลับดึก

อันดับที่ 9



คลิปMV อยู่คนเดียว
ไม่ ดูไม่ได้ละค่ะ MV นี้ เท่สุดๆละอาเฮียแก ขอกด like ให้ ฉึก ฉึก อยากตามไป like ด้วย ไปได้เลยค่ะ MV อยู่คนเดียว (Unseen Version)

อันดับที่ 8



คลิปธุระส่วนตัวล้วนๆ
คลิ ปนี้อาเฮียแกขอเป็น 18+ ไม่รู้จะอนาจาร ทุเรศ สยดสยอง หรือจะพูดยังไงดี พูดไม่ถูกละ ไปดูกันเองเลยดีกว่าค่ะ ธุระส่วนตัวล้วนๆ

อันดับที่ 7



คลิปกฎ กติกา มารยาท
ชอบ แบล๊คกราวอาเฮียแกมากๆเลยค่ะ ไม่ได้อายกันเลย คลิปนี้อาเฮียแกประกาศ กฎ กติกา มารยาท การประกวดคลิป ใครอยากส่งประกวดบ้าง ไปฟังได้เลยค่ะ กฎ กติกา มารยาท

อันดับที่ 6



คลิปแถลงการณ์ฉบับที่ 1
อา เฮียแกแต่งตัวได้เหมือนพี่โดมมาก แถมยังอินเทรนเหมือนพี่โดมเลย อาเฮียแกขอเปิดตัวน้องเพ้นแฟนแกด้วย หน้าตาเหมือนเพ้นแฟนพี่โดมตัวจริงหรือเปล่าต้องไปดูค่ะ แถลงการณ์ฉบับที่1

อันดับที่ 5



คลิปโคม คราม Kome climb
โอ้โห คลิปนี้พี่แกลงทุนสุดๆ ซิกแพ็คได้เห็นก็งานนี้แหละ อยากเห็นต้องไปดูค่ะ โคม คราม Kome Climb

อันดับที่ 4



คลิปใกล้กันมากขึ้นเข้าใจกันมากขึ้น
อา เฮียเค้าบอกว่าเค้าทำคลิปนี้เพื่อความใกล้กันมากขึ้นจริงๆค่ะ อยากรู้ว่าใกล้แค่ไหน ต้องไปดูได้ที่ ใก้ลกันมากขึ้นเข้าใจกันมากขึ้น

อันดับที่ 3



คลิปวู้ดดี้เกิดมาคุย : โคม ปะการัง
อา เฮียแกเอามาฮาอีกแล้ว เอาแนวสัมภาษณ์ในรายการวู้ดดี้ เกิดมาคุย อาเฮียแกเลยจัดซะเอาซะเนียนเลยค่ะ ไปดูได้เลยค่ะที่ วู้ดดี้เกิดมาคุย:โคม ปะการัง (for pantip.com)

อันดับที่ 2



คลิปกินวิตามิน โคม
อา เฮียแกเห็นพี่โดมพูดเรื่องกินวิตามิน อาเฮียแกเลยจัดมั่ง วิตามินแกหน้าตาพิลึกกึกกือมากๆ ไม่รู้ว่าหลังจากอาเฮียแกกินเข้าไปจะอยู่รอดถึงคลิปหน้ารึเปล่านะค่ะ ไปดูได้เลยค่ะที่ กินวิตามิน โคม

อันดับที่ 1



คลิปทำผม โคม
คลิ ปอาเฮียโคมแกมีคนดูแทบเท่ากับพี่โดมเลยด้วยซ้ำ ด้วยความฮาเลียนแบบพี่โดมเป๊ะๆ ทำเอาฮาสุดๆเลยค่ะ ไปดูได้ที่ ทำผม โคม

ที่มา http://www.toptenthailand.com/display.php?id=1983
#17
   10 อันดับคลิปโดมที่มีคนดูมากที่สุดจาก youtube

อันดับที่ 10



คลิปหน้าโทรมว่ะ
เปิดมาพี่โดมกำลังแต่งหน้าอยู่ ปะตรงนู้นทีตรงนี้ที โดมมีขอกลบสิวด้วย อิอิ ถึงหน้าจะโทรมก็หล่อเหลาอยู่ดีเลยค่ะ ไปดูกันเลยว่าโทรมจริงหรือเปล่า หน้าโทรมว่ะ



อันดับที่ 9



คลิปจะไปกินข้าวกับเพ้น
โดม เล่าถึงน้องเพ้นชวนไปทานข้าว ต้องเอาใจซะหน่อย ช่วงนี้งอนบ่อยๆ น่ารักจริงๆคู่นี้ ไปดูกันได้ที่ จะไปกินข้าวกับเพ้น



อันดับที่ 8



คลิป Drago Dome
พี่ โดมโชว์รอยสักรูปมังกรบนแผ่นหลัง สักโดยมือสักอันดับ 1 ของอเมริกา ใหญ่มากๆ ไปดูกันได้ที่ Dragon Dome



อันดับที่ 7



คลิปใกล้มากขึ้นเข้าใจกันมากขึ้น
โดม มาบอกเล่าเรื่องว่าทำ โดม ปกรณ์ลัม ออนไลน์ทำไม ซึ่งโดมมาบอกว่าจะได้รู้จักกันมากขึ้น ทำไมต้องแค่ข้อความอย่างเดียว อยากรู้เป็นไงไปดูกันค่ะ ใก้ลมากขึ้นเข้าใจกันมากขึ้น



อันดับที่ 6



คลิปแปรงฟัน
เริ่ม มาโดมตาปรือพึ่งตื่นเลย แล้วโดมก็แปรงฟันอย่างเมามัน พูดไปด้วย ขอบอกว่าแปรงสีฟันพี่โดมเท่าสากตำส้มตำเลยไม่รู้จะใหญ่ไปไหน ไปดูได้เลยค่ะ แปรงฟัน



อันดับที่ 5



คลิปล้างหน้า
โดม แสดงวิธีล้างหน้าในแนวของโดม พูดไปแสบตาไป ยังหล่อบาดใจจริงๆเลยค่ะพี่โดมมมมม ไปดูได้ที่ ล้างหน้า



อันดับที่ 4



คลิปแถลงการณ์ฉบับที่ 1
โดม ว่าด้วยเรื่องที่โดมไปถ่ายละครที่ญี่ปุ่น1 อาทิตย์แล้วอยากจะแถลงการเรื่องที่มีข่าวที่โดมเลิกกับเพ้น โดมจึงขอแก้ต่างผ่านคลิปวิดีโอ โดยมีบุคคลหนึ่งมาโพสในเว็บพันทิปว่าโดมมาแย่งแฟน ดูได้ที่ แถลงการณ์ฉบับที่1



อันดับที่ 3



คลิปรักไม่มีวันตาย
คลิ ปนี้พี่โดมถ่ายบนรถ มีพลอยมาแจมในคลิปด้วย ดูน่ารักมาก อ่านคอมเม๊นใต้คลิปแล้วมีแต่ผู้คนเชียร์อยากให้กลับมารักกันอีก จะน่ารักขนาดไหนต้องดูที่ คลิป รักไม่มีวันตาย



อันดับที่ 2



คลิปกินวิตามิน
คลิ ปนี้พี่โดมบอกว่ามีคนชอบถามมาว่าพี่โดมกินวิตามินอะไรบ้าง คลิปนี้พี่โดมเลยนำเสนอครบชุดเลย ว่าพี่โดมกินวิตามินอะไร มากแค่ไหน โดมขอไม่พูดชื่อยี่ห้อ แต่เอาให้ดูฉลากยี่ห้อกันจะๆกินไปหลายอย่างเลยแต่ ตามหลังด้วยน้ำสกัดจากองุ่นเข้มข้น ใครอยากดูไปดูได้เลยค่ะ กินวิตามิน



อันดับที่ 1



คลิปทำผม
พี่ โดมบอกการทำผมเองของโดมเป็นขั้นๆเป็นตอน ไม่ว่าจะตบ ขยำ ท่าเท่ชะมัด คลิปนี้ดังถึงขนาดมีคนเอาไปเลียนแบบแล้วเอามาทำคลิปบ้างกันเลยทีเดียวนะค่ะ ไปดูคลิปทำผมของพี่โดมได้เลยค่ะ ทำผม


ที่มา  http://www.toptenthailand.com/display.php?id=1982

#18
<a href="http://www.toptenstudio.com" target="_blank"><img src="http://www.toptenstudio.com/images/banner/toptenstudio120x120.gif" border="0" alt="TOPTENSTUDIO รับทำเว็บไซต์ครบวงจร" ></a>

ขอบคุณครับ
#19
   10 อันดับยี่ห้อช็อคโกแลตสำหรับคนที่ติดช็อคโกแลต

อันดับที่ 10



Toffifee
Toffifee จะมีให้คนในรีสอร์ทถูกๆ ตลาดช็อคโกแลตจะแตกต่างในเรื่องรสชาติและดูธรรมดา แม้รสชาติจะธรรมดาแต่มันป็นช็อคโกแลตอันดับแรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมัน



อันดับที่ 9




Belgian
ช็อคโก แลตนี้มาจากสถานที่ที่ไม่มีที่อื่น คือเบลเยียม เบลเยียมถูกจัดอันดับในหมู่ผู้ผลิตแนวหน้าของโลกในด้านช็อคโกแลต ซึ่งมีคุณภาพสูงและรสชาติดี



อันดับที่ 8




M&M's
คง ไม่มีใครไม่รู้จัก แบรนด์ M&M's คนในสหรัฐจะชื่นชอบช็อคโกแลตนี้ เป็นสีสันของลูกกวาดที่น่าดึงดูด เช่นสีเขียว สีเหลือง และเคลือบด้วยน้ำตาล แต่ละชิ้นมีอักษร M มีหลากหลายรส เช่น ช็อคโกแลตนม มิ้น ช็อคโกแลตดำ และช็อคโกแลตถั่วลิสง



อันดับที่ 7




Dcolse
ถ้า มีช็อคโกแลตที่ทำให้สามารถผ่อนคลายอารมณ์ได้ ต้องDcolse เลย อะไรที่อาจทำให้แตกต่างกัน อาจจะเป็นการบรรจุและมันยั่วยวนล่อใจให้ผู้รักช็อคโกแลตได้ทั่วโลก บริษัทมีถิ่นกำเนิดในประเทศเบลเยี่ยมและยังคงเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดใน บรรดาแบรนด์ช็อคโกแลต



อันดับที่ 6




Kinder Bueno
เวเฟอร์ ยี่ห้อนี้เป็นการรวมส่วนสำคัญเพื่อช็อคโกแลตนุ่มนวล มีราคาเฉลี่ยที่ไม่ค่อยสูง เป็นแบรนด์ที่นิยมกัน ในหมู่คนที่รักช็อคโกแลต แพคเกจหีบห่อที่สดใสทำให้ช็อคโกแลตมีมูลค่า



อันดับที่ 5




Ducd'O
ช็อคโก แลตนม ช็อคโกแลตสีดำหรือสีขาว เลือกช๊อยของคุณ Ducd'O มีระดับช็อคโกแลตที่ผสมเพื่อความหลากหลายให้ลิ้มรส หนึ่งสามารถเลือกช็อคโกแลตขาวถ้าเขาไม่ชอบรสขม ถ้าใครชอบขม ช็อคโกแลตดำคือความคิดที่ดี แต่ถ้าช็อคโกแลตนมจะให้ทั้งความขมและหวาน



อันดับที่ 4




Maxinm's
นี่ เป็นหนึ่งในช็อคโกแลตที่มีราคาสูงในตลาด Maxinm เป็นสัญลักษณ์ของความสง่างามและมีคลาส ชื่อมีการอ้างอิงกับตำนานของฝรั่งเศส แบรนด์มีชื่อเสียงในความประณีตสูง มันแบ่งระหว่างช็อคโกแลตนม ช็อคโกแลตดำ และช็อคโกแลตนมเฮเซลนัท



อันดับที่ 3




Guylian
มัน ตีตลาดในตอนหลังได้สวยงามเลยทีเดียว แต่ช็อคโกแลตนมที่ผลิตโดยยี่ห้อนี้ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่ามีความหวานที่ เหมาะสมสำหรับคนที่ชอบความหวาน มันยังอุดมไปด้วยความหลากหลายและสามารถเลือกสรรได้ตามความพอใจ



อันดับที่ 2




Swiss Thins (LINDT)
เป็น เช็อคโกแลตที่ไม่ค่อยหวานที่เคยมีชื่อเสียงเมื่อ 160 ปีที่ผ่านมา สวิตเซอร์แลนด์ได้ก่อสร้างแบรนด์ในปี 1845 แบรนด์ได้รับการสนับสนุนด้วยช็อคโกแลตบาร์มากมายซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีใน หมู่ทุกคนทุกวัย ซึ่งช็อคโกแลตดำเป็นที่นิยมมาก ขายมากกว่า 80 ประเทศ



อันดับที่ 1




Ferrero Rocher
สาม ชั้นของเสน่ห์ช็อคโกแลตเป็นสุดยอดของความกลมกลืน เป็นชั้นช็อคโกแลตนม ชั้นเวเฟอร์กรอบๆและครีมจากนั้นก็แกนเป็นเฮเซลนัทด้านบนเป็นห่อแพคเกจสีทอง แพรวพราวทรงกลม เป็นที่ดึงดูดที่น่าสนใจทีเดียว

ที่มา http://www.toptenthailand.com/display.php?id=1971
#20
เเนวขาย ตรงอีกเเล้วใช่ไหมเนี่ย เเนะนำเพื่อน