เมนู

แสดงโพสต์

ส่วนนี้ให้คุณดูโพสต์ทั้งหมดของสมาชิกท่านนี้ (เฉพาะโพสต์ในส่วนที่คุณมีสิทธิ์เข้าถึง)

เมนู แสดงโพสต์

ข้อความ - Kissare

#1
ของเรา สินค้าทำเองขายเองกลับขายไม่ได้ ขายได้สินค้าพรีออเดอร์  :(
#2
อ้างถึงจาก: 4Aoy ใน 18 มีนาคม 2015, 15:18:30
อ่านๆดูก็น่าคิดนะ
รสนิยม vs คุณภาพ

ถ้าผม เลือกรสนิยม มาก่อน สไตล์บ้านนอกนะ ใช่เลย :-[

วันหนึ่งไปตลาดสด มีคนเอาเสื้อมาขาย แบบตลาดนัดนะแหละ 70 บาท จับๆ ลูบ เนื้อหนา ตะเข็บแน่น เสียที่ คอกว้างไปนิดหนึ่ง (One fit all) ลองสักตัวก่อน

พอเอามาใช้แล้วชอบ  ว่าจะซื้ออีกสัก สามสี่ตัว :'(



แอบฟินเสื้อตัวละ 70 นะนั่น  :wanwan016:
#3
อ้างถึงจาก: BlueDragon ใน 18 มีนาคม 2015, 12:12:42
ลองมาดูตะวันนาดูได้ เสื้อแฟชั่นตัวละแค่ 50 บาทเองนะ  พวกเสื้อยืด คอกลม 79 -100 บาท (ร้อยนี่แบบแอบแพงเลย หมายถึงราคาตามช่วงที่ว่านะ เพราะส่วนใหญ่ขายไม่ถึงร้อย)

ส่วนตลาดนัดจะถูกกว่านี้อีกจริงๆ น่ะแหละ อย่างบางทีเห็นอยู่นะ เอามาเลขาย ตัวละ 20 บาท คนรุมกันใหญ่

อย่างพวกกระเป๋า ถือสำหรับผู้หญิง แถวบางกะปิ ขายใบละ 100 บาท ยังไม่ค่อยออกเลย

ในขณะที่แถวๆ สาวรี พหลฯ แบบเดียวกัน ดีไซน์เหมือนกันเลย ขายอยู่ประมาณ 300 บาท


ส่วนตัวแล้วคิดว่า ราคามันต้องอิงกับฐานของลูกค้าด้วย ว่าย่านนั้นๆ ทำเลนั้น ลูกค้าแนวไหน
ชาวบ้าน แม่บ้าน สาวโรงงาน พนักงานออฟฟิค หรือ คนหาเช้ากินค่ำ

คือง่ายๆ ลองเช็คกับราคาข้าวตามสั่ง กะข้าวราดเกง กาแฟ ดูว่าคนแถวนั้นกินกันราคาประมาณไหน
บางตลาด ข้าวมื้อละ 30 บาทเอง เราจะเอาของราคา 300 บาท ไปขาย ลูกค้าเค้าก็คิดเยอะเหมือนกน (เพราะเหมือนกินได้ตั้ง 10 มื้อ)
แต่ถ้าหากแถวนั้น เค้าจ่ายค่าน้ำชากาแฟ แก้วละ 80 บาทได้ ราคา 300 สำหรับเค้าก็ถือว่าไม่มากอ่ะ

ถูกมากเลยค่ะ  :wanwan006:
#4
จริงค่ะ ขายออนไลน์มีคนเข้ามาขอราคาส่งเยอะมาก แค่ประกาศหน้าเว็บว่ารับตัวแทนจำหน่ายและตั้งราคาขายส่งให้พ่อค้าแม่ค้าได้พิจารณา ก็น่าจะมีคนเข้ามาติดต่อเองโดยที่ไม่ต้องวิ่งออกไปหาเลยค่ะ

สำคัญที่กำไรที่เขาจะได้มากกว่าค่ะ ถ้ากำไรดีมีคนสนใจแน่ๆ ค่ะ

อย่างเราเราเสนอไป 100 คน มีคนสมัครจริงๆ 1 คนเอง เพราะเราให้กำไรชิ้นละห้าสิบบาทค่ะ
#5
 :wanwan017: ขอคารวะทุกท่านที่ไม่ใช้โฆษณาก็ขายได้ทุกท่านเลยค่ะ
#6
 :wanwan023:

บอกเลยกระทู้นี้ขอบ่น ต้องขอโทษท่านพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของในตลาดนัดด้วย รวมทั้งขอถามท่านไปในตัวด้วยว่า เบ็ดเสร็จแล้วท่านมีโอกาสรวยไหม

คือของราคาถูกมาก ถูกจนทำให้คิดว่าทำได้ไง (ว่ะ)

เสื้อแฟชั่น ราคาตัวละ 100 บาท คุณภาพแล้วแต่ร้านบางร้านก็เนื้อเละๆ บางๆ ตัดเย็บลวกๆ แต่เน้นสั้นๆ วับๆ แวมๆ ไว้ก่อน แต่บางร้านก็คุณภาพโอเค บางร้านเสื้อคุณภาพเหมือนที่เราทำอยู่ลายสกรีนก็ดี ขายตัวละ 100 บาท ในขณะที่เราขาย 180 บาท (ก่อนหน้านั้นขาย 200 บาทด้วย) คือ ถ้าจะให้ขายราคา 100 บาทเท่าตลาดนัดนี่ทุนยังไม่ได้เลย

วันแรกๆ ที่เราไปเดินสำรวจตลาดนัดหลังจากที่เริ่มทำเสื้อคู่รักได้ไม่นาน เรารู้สึกหายใจติดขัด แข้งขาอ่อนระทวย ยืนแทบจะไม่อยู่ เพราะรู้สึกว่ากำลังใจที่เต็มเปี่ยมในตอนแรก ประกายความหวังฉายชัดในดวงตาเรา ว่าเราต้อง รวย รวย รวย ทุกอย่างมันพังทลายดับมืดไปหมด สิ่งที่ดังก้องในหัวคือ เสียงลูกค้าที่ก่นด่าสินค้าเราว่า "แพง" "ขายแพง" "ซื้อตลาดนัดถูกกว่าตั้งเยอะ"
ในหัวเรามึนแทบจะไปไม่ถูก ว่าเราควรทำอย่างไรให้เราสามารถขายได้ 100 บาทเท่าตลาดนัด เพื่อให้ไม่มีใครว่าเราได้  :wanwan031:

ระหว่างที่คิดวนไปวนมา ขายก็ขายไม่ค่อยออก หมดแรง หมดกำลังใจ ไปเดินเล่นที่แฟชั่นไอด์แลนด์ เจอเสื้อยืดลดราคา ตัวละ 350 บาท เห็นคนไปยืนรุมเลือกกันเต็มไปหมด
เราสงสัยว่าทำไมคนรุม เพราะมันเป็นของลดราคาอย่างนั้นเหรอ? ไม่รู้ล่ะ เราเข้าไปรุมด้วยแล้วกัน (ว่ะ)
เข้าไปจับเนื้อผ้า ดูการตัดเย็บ ดูลายสกรีน แล้วลองนึกเปรียบเทียบกับเสื้อตัวละ 100 บาทที่ตลาดนัด
จินตนาการทำงานในบัดดล ...
บู็ทข้างๆ แปลงร่าง Transformer ตัวเองเปลี่ยนเป็นร้านเสื้อผ้าในตลาดนัด ให้เราได้เปรียบเทียบสินค้า คุณภาพ และราคา กันแบบ shot ต่อ shot
เราจับ
เราลูบไล้
เราดึง
เสื้อผ้าทั้งสอง แล้วคิดว่าหากจะต้องเลือกเสื้อตัวใดตัวหนึ่ง ที่ราคา 350 บาท กับ 100 บาท เราจะเลือกซื้อตัวไหน
(ขอเวลาดูกระเป๋าตังค์ แป๊บ)
(OK มีตังค์ 500 บาท)

เราเลือกเสื้อตัว 350 บาท ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะตั้งค์พอน่ะสิ เอ๊ย ไม่ใช่ ก็เพราะมันสวยกว่าน่ะสิ ทรงเสื้อแม้จะเป็นเสื้อยืดเหมือนกัน แต่ก็ตัดทรงไม่เหมือนกัน เนื้อผ้าเนียนละเอียด ยืดหยุ่นดี ลวดลายม่ีดีไซน์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ดูแล้วไม่ได้หาซื้อได้ง่ายๆ ตามตลาดนัด

โป๊ะเช๊ะ  :]  ความฮึกเหิมกลับมา  :wanwan003: ว่าทำไมเราต้องเหมือนใคร ทำไมเราต้องเหมือนตลาดนัด

เรามีจุดเด่นนี่ คือ ลายเราไม่ (ค่อย) เหมือนใคร อย่างน้อยก็หาในตลาดนัดไม่ได้ (เอ๊ะ ไม่แน่   :P)

ดังนั้นก็ขายในแบบที่เราเป็น คนที่ตัดสินคือ คนซื้อที่เขาจะตัดสินใจว่าเขาจะซื้อของเราหรือไม่ หน้าที่ของเราที่ต้องทำคือ ทำสินค้าให้มีคุณภาพที่ดีสุดเป็นพอ

คิดได้ดังนั้นก็มุ่งมั่นขายใน e-commerce ต่อไป แต่ก็อดสงสัยไม่ได้จริงๆ ค่ะ ว่าขายแบบนี้ได้เดือนละเท่าไหร่เหรอคะ
ขอคิดเล่นๆ นะคะว่า ขายเสื้อ ตัวละ 100 บาท กำไรตัวละ 30 บาท (อันนี้คงแล้วแต่ร้านบางร้านอาจได้กำไรมากกว่านั้น หักค่าเช่าที่แล้ว แต่ไม่ได้คิดค่าแรงตัวเอง เพราะรวมอยู่ในกำไร)

วันหนึ่งขายได้ 50 ตัว 50 x 30 = 1500 บาท สัปดาห์หนึ่งขาย 3 วัน (ตลาดนัดมี 3 วัน) 1,500 x 3 = 4,500 บาท
หนึ่งเดือนมี 4 สัปดาห์ 4,500 x 4 = 18,000 บาท

นี่คือการคะเนขั้นต่ำ ซึ่งในความเป็นพ่อค้าแม่ค้าก็คงขายทุกวัน โดยย้ายตลาดไปที่โน่นนั่นนี่
ดังนั้น ถ้าขยัน ทุกอาชีพก็มีโอกาสรวยได้เหมือนกันใช่ไหมคะ

:wanwan003: :wanwan003: :wanwan003: สู้กันต่อไป สู้ สู้  :wanwan003: :wanwan003:
#7
อ้างถึงจาก: cybermax ใน 15 มีนาคม 2015, 23:46:04
หินนำโชค หินสีข้อมือ แต่ผมไม่นำมาขายครับเพราะผมไม่ชอบขายอะไรเหมือนชาวบ้านเค้า    :wanwan016:

:(  เห็นด่วยช่วงนี้หินนำโชค เห็นขายกันเยอะ  :wanwan016:
#8
อ้างถึงจาก: teeyaishop ใน 16 มีนาคม 2015, 17:47:21
ตอนนี้ ผมอยู่ในขั้นตอน เซ็นสัญญา และร่วมอบรมครับ เป็นสินค้านำเข้าจากจีน พวกของเล่น ของใช้แปลกๆครับ  และพวกเครื่องสำอางค์บางประเภท  มีใครค้าขาย ยอดขาย การบริการเป็นอย่างไรบ้างครับ

ต้องเข้าร่วมอบรมด้วยเหรอคะ อบรมกี่วันคะ คือ ทำงานประจำน่ะค่ะ แต่อยากหารายได้เสริม ตอนนี้ทำเสื้อคู่รักขายอยู่
#9
 :wanwan044:

จริงค่ะ เหมือนจะเคยมาตั้งกระทู้แบบนี้เหมือนกัน แต่แหมก็อดบ่นไม่ได้นะคะ รู้สึกเงียบจริงๆ ค่ะ
จริงๆ แล้ว kissare ก็เคยเขียนทำนายวงจร e-commerce ไว้เหมือนกันนะคะ

ช่วงนี้เดือนมีนา อาจเงียบหน่อย แต่ก็น่าจะคึกคักอีกทีในช่วงเดือนเมษา ทีผู้คนจะพากันไปเที่ยวสงกรานต์กันนี่ล่ะค่ะ คนเตรียมซื้อของไปเที่ยวกัน

แต่ก็อย่างว่านะคะ มันขึ้นอยู่กับว่าขายอะไรด้วย ไม่ใช่ว่าพอถึงเวลาขายดีก็จะขายดีเหมือนกันหมด บางอย่างขายดีช่วงหนึ่ง ส่วงบางอย่างขายดีอีกช่วงหนึ่ง ก็สลับสับเปลี่ยนกันไปค่ะ

:P :P :P

#10
อ้างถึงจาก: pakasuz ใน 16 มิถุนายน 2014, 13:57:56
เอ่อ .. ไม่รู้คนอื่นเป็นไหม แต่ผมเป็นครับ แบบว่า ถ้าเกิดมีอารมณ์แล้ว แฟนขัดขืน ไม่สมยอม
มันจะปวดที่ท้องน้อย เหมือนโดนถึบเข้าที่หัวเหน่าเลยล่ะครับ ทรมานมาก หายใจลำบากเลยทีเดียวล่ะครับ  :'(
และถึงแม้สุดท้ายจะสำเร็จแต่อาการเจ็บก็จะยังคงอยู่ไปสักพักใหญ่ เรียกว่า ทรมานมากก :wanwan031:
และผมเคยพูดกับแฟนไปตรงๆ อย่างนี้เหมือนกัน ปรากฏว่า .. เธอก็เลยใช้วินี้แกล้งผมบ่อยๆ ให้เจ็บ แล้วค่อยให้ตอก เฮ้อ มันน่า... :(
เรทไปไหมครับ?  :wanwan035:

:wanwan020: :wanwan020: ฮ่า ฮ่า ทำไมอ่านแล้วรู้สึกชอบ  :wanwan013: :wanwan013:
#11
อ้างถึงจาก: mineryclub ใน 26 พฤษภาคม 2014, 22:31:14
อึดอัด ครั่นเนื้อ ครั่นตัว

เห็นภาพเลยค่ะ สุดท้ายก็ต้องใช้จินตนาการช่วยใช่ไหมคะ  :wanwan016:       :-[ :-[
#12
อ้างถึงจาก: คนใจดี ใน 26 พฤษภาคม 2014, 21:02:43
ผมเคยเจอหมาเวลามันมีอารมณ์นะครับ พวกหมา พวกม้า พวกวัว พวกควาย มันจะคุมตัวเองไม่อยู่....

บ้านข้างๆผม หมาตัวเมียเป็นสัตว์ ตัวผู้มันจะขุดดิน หมุด ประตูเข้ามาหาตัวเมียเลยครับ แล้วมันก็จะไปเที่ยวด้วยกันสองต่อสอง แต่นั่นคงเป็นอารมณ์ของทั้งสองฝ่าย

ทีนี้ตามที่คุณมาถามผมว่าผู้ชายเวลามีอารมณ์จะเป็นยังไง ผมคิดว่าคนไม่เหมือนสัตว์นะครับ แต่ว่าคนแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนถูกอบรมสังสอนมาดี เติบโตในครอบครัวที่ดี และส่วนมากแล้วคนจะสามารถระงับอารมณ์ทางเพศได้ดีกว่าสัตว์แบบเทียบกันไม่ได้

แต่ถ้าเป็นหมา เป็นแมว เป็ดเทศ วัว ควาย ม้า ผมว่าควบคุมอารมณ์ไม่อยู่แน่ๆ ไม่งั้นผู้ชายทุกคนต้องมีเมียเป็นสิบๆเพราะคุมอารมณ์ไม่อยู่แน่ๆครับ ลองสังเกตุดูคนรอบข้างคุณนะครับ ถ้าคุณดูดีๆ บางคนทั้งวันก็ทำงานอย่างเดียว ไม่ยุ่งเรื่องเพศเลย


:wanwan031: :-X :wanwan022: :wanwan009: :P

:P เอ่อ เห็นภาพเลยค่ะ คือ อาการทางกายมันมีแน่ๆ ใช่ไหมคะ คือ ปวดตุ๊บๆ ตามที่หลายๆ คนพูดมา แต่ก็สามารถที่จะระงับได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเอาน้ำออก แบบนั้นใช่หรือเปล่า
#13
อ้างถึงจาก: Ceo_Md ใน 26 พฤษภาคม 2014, 20:42:55
อารม  ประมาณ  ผู้หญฺงเห็นเลิปสติก สีที่ชอบแต่ไม่ได้เปิดลองมั้งครับ

:-[ เอิม ถ้าลิปสติกสีที่ชอบแล้วไม่ได้ลอง เราก็ไม่รู้สึกอะไรนะ เฉยๆ อารมณ์ประมาณว่าไม่ลองก็ได้ คุณกำลังจะบอกว่ามันเป็นอารมณ์ที่ "อยาก" แต่ทำไม่ได้มันก็แค่รู้สึก "อยากแล้วหยุดได้" อย่างนั้นใช่ไหม ไม่ได้ทรมานถึงขั้นจะต้องลงแดง
#14
อยากรู้ว่าผู้ชายเวลามีอารมณ์อย่างว่า (อารมณ์ XXX) น้องชายแข็งปึ๋งปั๋งขึ้นมา แล้วไม่ได้เอาออก จะรู้สึกยังไงคะ

เช่น จะรู้สึกเจ็บปวดทรมานไหมคะ

ประมาณว่าอ่านนิยายแล้วสงสัยอ่ะค่ะ อ่านเจอว่า "ฉันรักเธอ จนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว ฉันทรมานมากเลย เธอรู้ไหม" อะไรประมาณนี้อ่ะค่ะ

ประเด็นที่อยากรู้ คือ มันเจ็บปวดทรมานหรือเปล่า
#15
ขอบคุณ คุณ golf609 ค่ะ

สงสัยประสบการณ์พรีออเดอร์ 1 ปี คงจะอิ่มตัวเหมือนกันค่ะ เจอปัญหาจนคิดจะสต๊อกของเองเหมือนกันค่ะ แต่ติดตรงที่เบี้ยน้อยหอยน้อยเนี่ยแหละคะ   :P

#16
คือ ตอนนี้เห็นหคนนิยมนำเข้าสินค้าจากจีนกันเยอะ โดยเฉพาะการทำพรีออเดอร์นำเข้าสินค้าแฟชั่น

เราเองเป็นคนหนึ่งที่รับพรีออเดอร์เหมือนกันค่ะ เพราะการทำมาหากินแบบนี้ง่ายตรงที่ไม่ต้องสต็อกของ มีหน้าที่แค่เป็นตัวกลางในการดำเนินงานระหว่างร้านค้าที่จีนและลูกค้าเท่านั้น แต่กระบวนการสำคัญระหว่างนี้ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดที่แห่งความได้ปรียบเสียเปรียบทางการค้าของการรับพรีออเดอร์เลยก็ว่าได้ คือ ชิปปิ้ง

จากประสบการณ์ที่เคยใช้ชิปปิ้งมา 3 เจ้า ได้ขอสรุปดังนี้

:wanwan021: ชิปปิ้งเจ้าที่ 1
- ชิปปิ้งอยู่เชียงใหม่ แต่เราอยู่กรุงเทพ เวลาโอนเงินต้องเสียค่าธรรมเนียม 30 บาท => ต้นทุนเพิ่ม
- ชิปปิ้งอยู่เชียงใหม่ แต่เราอยู่กรุงเทพ ทำให้การขนส่งนานขึ้น => ระยะเวลาที่จะส่งของให้ลูกค้าก็นานขึ้นไปด้วย
- ตอบเมล์ช้า => น่าหงุดหงิด
---------------------------- เราจึงเปลี่ยนชิปปิ้ง ------------------------

:wanwan021: ชิปปิ้งเจ้าที่ 2
- ชิปปิ้งอยู่ลาดพร้าว => โอ้ว ว้าว เราไปรับเองได้ สะดวกมากๆ ไม่ต้องเสียค่าส่ง และค่าดำเนินการส่ง 50 บาท
- มีหน้าเว็บให้เข้าไปเช็คสถานะได้ว่าของมาถึงโกดังจีนหรือยัง => สะดวก แต่บางครั้งก็อัพช้า
- แรกๆ ตอบเมล์เร็วมาก แต่มาหลังๆ ไม่รู้งานเยอะขึ้นหรือเปล่า กว่าจะตอบได้ก็เย็นหรือไม่ก็มืดไปเลย
- คิดค่ากิโลปัดเศษขึ้นตลอด อย่าง 1.5 กก. ก็คิด 2 กิโลไปเลย แต่เราก็หยวน

-------------- เราถูกใจชิปปิ้งเจ้านี้ที่สุด แต่เราก็ขอลองอีกเจ้าเผื่อเป็นทางเลือกอีกทาง------------

:wanwan021: ชิปปิ้งเจ้าที่ 3
- เป็นชิปปิ้งที่เปิดเว็บหลายชื่อ เว็บนี้ค่านำเข้าถูกดี แต่ก็ไกลบ้านเรา เราไปเอาเองไม่ได้ ก็เสียค่าส่งไปตามระเบียบ โดยชิปปิิ้งจะส่งแบบ EMS ให้ ถ้าให้ส่งแบบพัสดุธรรมดา ค่าใช้จ่ายก็ไม่ค่อยต่างกับ EMS บวกลบคูณหารค่านำเข้าเปรียบเทียบกับเจ้าที่ 2 แล้ว ถือว่าพอกัน แต่เจ้าที่ 3 นี้ต้องรอของทางไปรษณีย์ ทำให้เสียเวลาส่งของให้ลูกค้า
- ตอบเมล์ไวพอสมควร เวลาถามเกี่ยวกับแทร็ค แต่ไม่สะดวก เพราะต้องถามถึงจะได้รู้ ถ้าไม่ถามก็ไม่มีระบบหลังบ้านให้ตรวจสอบ

------------------------ สำหรับเจ้านี้ เราก็ไม่ปลื้ม จึงกลับไปใช้เจ้าที่ 2 เหมือนเดิม -----------------------

สรุปจากการรับพรีออเดอร์มา 1 ปีกว่า ปัญหาส่วนมากที่พบก็คือ "ได้ของช้า" ซึ่งสาเหตุของความล่าช้าจะมาจากปัจจัยต่อไปนี้
- ร้านค้าส่งของช้า
- ร้านค้าอยู่ไกลจากโกดังจีน ทำให้ระยะเวลาที่ของจะถึงโกดังจีนช้าไปด้วย
- ระบบการขนส่งที่จีนส่งของผิด ทำให้ต้องเสียเวลาตรวจสอบหาของนานกว่าจะเจอ
- ช้าที่ชิปปิ้งฝั่งจีน เพราะบางครั้งชิปปิ้งต้องขึ้นตู้ตามรอบ จึงต้องรอรอบ หรือ ลืมเอาของของเราขึ้นตู้ในรอบนี้ จึงต้องรอรอบหน้า
- ช้าที่ชิปปิ้งฝั่งไทย เพราะต้องเคลียร์ของ ว่าห่อไหนของใคร และต้องจัดการเตรียมห่อของส่ง (ถ้าคุณไปรับเอง ก็จะลดเวลาตรงนี้ไป)
- ช้าที่ระบบขนส่งของไทย รูปแบบการส่งว่าเป็น EMS ลงทะเบียน หรือ พัสดุธรรมดา ติดม็อบ ติดขบวนต่างๆ นานา

จึงอยากบอกทั้งผู้ที่จะเข้ามารับพรีออเดอร์ หรือ ลูกค้าที่จะสั่งพรีออเดอร์ ให้เข้าใจถึงปัญหาตรงนี้ค่ะ ว่าบางครั้งที่ท่านได้ของช้า ก็ไม่ใช่ว่าคนที่ดำเนินการเขาจะโกงเสมอไป แต่เพราะมันมีขั้นตอนแบบนี้ และการดำเนินการแต่ละขั้นตอนมันก็มีความล่าช้าในตัวมันเอง ดังนั้นในสมรภูมิของการพรีออเดอร์และชิปปิ้ง หากใครทนต่อแรงกดดันทั้งจากตัวเองและลูกค้าได้มากกว่ากัน ก็ยังคงอยู่รอดได้ บอกตรงว่าตอนนี้เราเริ่มท้อเหมือนกัน เพราะการเป็นคนกลางก็ไม่ใช่ว่าจะสบาย เราเองก็ร้อนรนว่าเมื่อไหร่ของจะมา ต้องร้อนรนกับกระบวนการที่เรามองไม่เห็นว่าไปถึงไหนแล้ว

:wanwan012: แชร์ แชร์ กันค่ะ
#18
อ้างถึงจาก: thueksuban ใน 02 สิงหาคม 2013, 01:04:33
เอ๋?.... สั่งไปก่อนที่ลูกค้าจะโอนตังเหรอครับ กำลังมองๆหาทำ preorder อยู่เหมือนกัน คงต้องท่องว่า ตังมาก่อน ค่อยสั่งของ แล้วแหละ... :P

ที่ยอมสั่งให้ก่อนเพราะว่าเห็นเป็นลูกค้าเก่าค่ะ ออเดอร์แรก she ก็จ่ายดี เราก็เลยไว้ใจ แต่มาออเดอร์นี้เป็นอย่างนี้ ต่อไปก็คงไม่สั่งก่อนให้ใครอีกแล้วค่ะ
ใครไม่ทันตัดรอบก็ช่าง เงินมาของไปดีกว่า สบายใจ ทำพรีออเดอร์ แค่สู้รบตบมือตามของให้ลูกค้ากับชิบปิ้งก็เหนื่อยแล้ว ถ้ายังต้องมาเจอลูกค้างี่เง่า ก็ทำเฉยซะ
#19
เจ้าของกระทู้มาต่อกลอนค่ะ  :-X

ชีโอนตังค์แ้ล้วละคุณๆ ขา
แต่กลายเป็นว่าจำนวนลดลง
อ่าว แม่ค้าอย่างอิชั้นเป็น งง
แต่ไม่ปลง คงถามตัวหล่อนไป

หล่อนบอกว่าสีดำ หล่อนไม่เอา
เอ๊า ได้ยังไงกันเล่า เราสงสัย
ตอนคอนเฟริมเธอบอกให้ชั้นสั่งไป
แต่แล้วไหงกลับเปลี่ยนใจไม่เอากัน

เมื่อเช้าชั้นถามเธอ เธอก็ไม่บอก
อย่างนี้เรียกว่าหลอกกันจำให้มั่น
แม่ค้าทั้งหลายอย่าไว้ใจลูกค้าให้รู้กัน
เงินมาพลันของส่งไปสมใจเอยย

:wanwan044: รู้สึกดีขึ้นมานิสที่ขาดทุนน้อยหน่อย แต่คงรู้สึกแย่กับลูกค้าคนนี้ไปอีกนาน คราวหลังไม่เชื่อใครแล้ว  :wanwan010:
#20
 :wanwan044: อยากแช่งชักเธอให้ตายนัก
             ที่มาหลอกให้รักให้รอเก้อ
             ให้เราเฝ้ามอง message(มือถือ)นะตัวเธอว์
             ที่ทำเป็น order แล้วหายไป

             บอกจะโอนวันนั้นวันนี้
             ผลัดไปสองสามทีเริ่มไม่ไหว
             ที่สำคัญฉันออก(ตังค์)ให้เธอไปก่อนด้วยไว้ใจ
             แล้วเธอใยชิ่งหนีทิ้งกันลง

:wanwan031: กำลังเซ็งอารมณ์ค่ะ ใครเคยเจอแบบนี้ช่วยต่อกลอนด้วยนะคะ เอาหนุกหนาน แก้เซ็งอ่ะค่ะ