เมนู

แสดงโพสต์

ส่วนนี้ให้คุณดูโพสต์ทั้งหมดของสมาชิกท่านนี้ (เฉพาะโพสต์ในส่วนที่คุณมีสิทธิ์เข้าถึง)

เมนู แสดงโพสต์

ข้อความ - perng

#1
มีวิธีทำให้ Blogger index ไหมครับ  :wanwan017:
#2
เว็บสวยงามครับ ข้อมูลเยอะแล้วด้วย
#3
ส่ง inbox ไปแล้วนะครับ
#4
ด้วยความเคารพ ผมเข้าใจว่าโกรธ แต่เอาชื่อ รายละเอียดคู่กรณีมาโพสต์ต้องระวัง พรบ คอม ด้วยนะครับ โทษก็แรงไม่แพ้กัน ขนาดบอร์ดเรายังต้องออกมาขอโทษบริษัท ตามประกาศสีแดง
#5
ผมเคยทำระบบให้ E-com มาระยะหนึ่ง และสุดท้ายต้องเปลี่ยนกระดานใหม่ ไม่รับทำหรือพัฒนาผ่าน wordpress หรือ CMS อีกเลย เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ CMS เหล่านี้มีเวอร์ชั่นใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ และทำให้การพัฒนา plugin ต่าง ๆ ต้องพัฒนาตามด้วย ซึ่งบางงานกลายเป็นว่าเราไม่ต้องทำงานใหม่อะครับ อัพเดทแก้งานเก่าๆ กันอย่างเดียว กลายเป็นความรับผิดชอบระยะยาวไปซะอย่างนั้น

อีกส่วนเลยคือ บริษัทส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคนมาดูแลอัพเดทตัวระบบ ทำให้สุดท้าย CMS เหล่านี้มักจะกลายเป็นที่อยู่ของพวก hack web เพื่อระดมยิงบทความหวังผลทางด้าน SEO

และเอาจริงๆ ค่าใช้จ่ายมันก็ไม่ได้ต่างกันแบบมีนัยะสำคัญ เพราะถ้าระบบใหญ่ๆ ที่เคยทำ ส่วนใหญ่ก็แทบไม่ได้ใช้ Core ของ Wordpress เลยด้วยซ้ำ ลองเอาไปคุยกับผู้บริหารดูครับ ข้อดีข้อเสีย หรือให้คุยกับทีมงานผมได้ครับ ฟรี จะได้ตัดสินใจได้ถูก
#6
อ้างถึงจาก: godlike007 ใน 06 ตุลาคม 2017, 15:08:05
อ้างถึงจาก: Google2012 ใน 06 ตุลาคม 2017, 14:54:56
ทำได้จริงก็น่าสนใจครับ

ทำได้แหละ แต่สับสนจะขาย domain เพียวๆเลยหรือทำ Network ขึ้นมาเองแล้วคิดค่า text link เอา  :wanwan007:

สนับสนุนว่าทำได้แหละ เมื่อก่อนจดโดเมนมาอัพบทความแป็บเดียวก็ได้แล้วครับ ประมาณ 35+ เนี่ย แต่เกิน 50+ นี่เริ่มยากขึ้นมาหน่อย
#7
ถ้าไม่ได้ติดว่าต้องเป็นผู้ให้บริการในไทย ก็ Digital Ocean ครับ ผมยังไม่ค่อยเจอปัญหานะ กับ กำลังอยากลองใช้ Z.com ยังไม่เคยใช้ ราคาสูสีกัน
#8
Host สำหรับเว็บไซต์หลัก วิธีเลือกคือ เลือก Host ที่สามารถโหลดได้ไว เร็ว ล่มน้อย และเข้าจากต่างประเทศได้เร็ว และมี ip อยู่ใกล้เคียงกับ กลุ่มเป้าหมาย เช่นกลุ่มคนใช้งานเว็บไซต์อยู่ในไทย ก็ควรใช้ Host ในไทย เป็นต้น


ส่วนวิธีการเลือก Host สำหรับ Network ก็เช่นเดียวกับการเลือกซื้อ Host และที่สำคัญคือ เลือก local เดียวกับ Host ได้ยิ่งดี

ปัจจุบันนี้ Network ต่าง Class A, B, C แทบไม่สำคัญแล้ว เพราะอะไรรู้ไหม เราหาซื้อ ip เหล่านี้ถูกกว่า Host ธรรมดาซะอีก และเรื่อง Class A, B, C นี่มันตั้งแต่สมัยก่อตั้งเว็บไซต์นี้ใหม่ๆ แล้ว สมัยก่อนที่เค้าให้ความสำคัญกับเรื่อง Class C เพราะว่า มันมีราคาแพง ไม่ใช่จะหาซื้อกันง่ายๆ ถ้าคนซื้อต้องใช้เงินเยอะ แต่ทุกวันนี้ลองหาซื้อสิ มีเยอะแยะเต็มไปหมด ราคาถูกอีกต่างหาก

และที่สำคัญล่มบ่อยทำให้ บอท ไม่ชอบ ผมเคยซื้อมาใช้งานอยู่พักนึง ล่มจนเว็บไซต์กลายเป็นโดนแบน 100ip เนื้อหาเขียนใหม่หมด ไม่ได้สปิน ไม่ได้จ้างเขียน เขียนเองทุกบทความ

แล้วลองคิดดูมีเว็บไซต์ภาษาไทยอยู่ทั่วทุกมุมโลก ที่คนไทยไม่ได้อ่าน เฮ้ย google ไม่ได้โง่นะ บาง ip เข้าจากไทย เป็นนาทีกว่าจะเข้าได้ ใครจะไปรอ

แล้วทฤษฏี Class C เนี่ย ฝรั่งเป็นคนเผยแพร่ ซึ่งคนใช้มันเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าเราทำเว็บภาษาอังกฤษ เลือกซื้อได้เลยไม่มีปัญหา เพราะไม่ได้เป็นที่เพ่งเล็งของ google หรอก เพระาภาษาอังกฤษใช้กันทั่วโลก แต่ถ้าทำ Network ไทย ใช้ ip ไทยเฮอะ Class D ก้ได้ ซื้อเยอะๆ ก็ไม่ได้ถูก

เวลาซื้อก็ไล่ความสำคัญอย่างนั้นเน้น ที่เป็น Name Server ของ Hosting ที่มีคนใช้งานเยอะๆ ก่อน หรือ Host ที่มีคนใช้งานเยอะๆ ไล่เก็บไปให้หมด Class อะไรก็ช่างมัน บางอันผมก็ซื้อ Host เดียวกันหลาย ip class d เลย

#### เชื่อว่าต้องมีคนแย้ง ว่า Class C , B, A ยังได้ผล เหตุผลคือก็เพราะยังไม่เคยมีใครทำ แบบที่ผมบอก จริงๆ จังๆ หรือมีคนทำก็ ไม่ได้ออกมาเผยแพร่ แต่ถ้าคนทำ Network จริงๆ จังๆ จะรู้ว่า อันดับมันมาช้าแล้ว ไม่เหมือนสมัยก่อน

คิดทำ SEO ต้องคิดให้เหมือน Google

### ยาวไปหน่อย เพราะนานๆ เข้ามาที  :wanwan020: :wanwan020: :wanwan020:
#9
แรมน้อยไปครับ Vasta CP อย่างเดียวก็กินไปซะ 700 แล้ว ถ้าเว็บไซต์เป็นเว็บไซต์เราเว็บเดียวไม่ได้มีเว็บอื่นด้วย ลองเปลี่ยนเป็นพวก docker ดู
#10
แสดงว่าลูกค้ามาจากหน้าเว็บไซต์ใช่ไหมครับ ถ้างั้นก็ลงรายละเอียดไปได้ครับ ไม่มีปัญหา เห็นหลายๆเว็บก็บอกว่า หยุดวันที่ ไม่ส่งของวันที่ อะไรประมาณนี้

ส่วนถ้าตอบลูกค้าไม่ได้ อันนี้จะยากหล่อย เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ ถ้าไม่ตอบก็เท่ากับไม่ขาย ก็จะไปซื้อที่อื่นทันที ถ้าใช้ Line @ ก็ใช้ระบบ Auto ได้ครับ เพราะก็ต้องตัดใจว่าตอบไม่ได้ก็เท่ากับขายไม่ได้ ยกเว้นลูกค้าที่เค้าชื่อมั่นในร้านเราอยู่แล้ว
#11
จากประสบการ์ดูแล ลูกค้า e-commerce เกิน 100 เว็บ ในปัจจุบันนนี้ ถ้าลูกค้าไม่มีความรู้ความเข้าใจ เรื่อง cms อะไรเลยเลย ก็แนะนำให้จ้างคนทำหรือบริษัท ดีกว่าครับ เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าระดับนี้ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ใช้งานเป็นอย่างเดียว บางทีระบบสำเร็จรูปก็ทำให้ลูกค้า งงๆ แต่การจ้างทำระบบ ทำให้ลูกค้าสามารถออกแบบระบบที่ตัวเองต้องการได้

และการอัพเดทระบบ ส่วนใหญ่ลูกค้าระดับนี้ จะไม่รู้ว่าต้องอัพเดทเมื่อไหร่ ยังไง พอมีปัญหาโทษโฮส โทษทีมงานดูแลไว้ก่อน ทั้งทีบางทีระบบไม่ได้อัพเดทเป็นระดับ major แล้วก็มี

และที่สำคัญของการมีเว็บในรูปแบบที่ตัวเองต้องการใช้ คือมันเพิ่มความสะดวกสบายในการทำงาน ได้ค่อนข้างมาก แต่ถ้างบประมาณไม่มีเริ่มต้นจากเว็บสำเร็จรูปอย่าง inwshop ก็เป้นทางเลือกที่ดีครับ พอลูกค้าเยอะแล้วค่อยอัพเดทเป็นระบบที่เราต้องการทีหลัง
#12
ต้องกล้าคน หรือ กลุ่มคนที่ทำให้ระบบเสีย ครับ เคยไปทำการตลาดให้เครื่องสำอางค์แบรนด์นึง เค้าก็เล่าปัญหาให้ฟัง ก็มีเรื่อง ตัดราคากันเอง อยู่ในปัญหาด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ ซึ่งเค้าส่งให้เฉพาะลูกค้ารายใหญ่เท่านั้น ประมาณ 10 ราย แล้วลูกค้ารายใหญ่ก็มีหน้าที่ไปหาตัวแทนอีกทีนึง ถามเค้าว่ารู้ไหมว่าใครตัดราคา เค้าก็บอกว่ารู้แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่กล้าตัดตัวแทนเพราะกลัวกระทบกับยอดขาย เพราะตัวบริษัทเองไม่มีความสามารถในการขายได้เท่ากับตัวแทน

ดังนั้นหากจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังต้องมาดูที่ปัญหา ทำไมถึงตัดราคา
1. สินค้าขายไม่ออก เลยต้องการเลิกขาย เลยต้องการขายถูก หรือไม่?
2. ถ้าสินค้าดี ตัวแทนเก่ง บริษัทอ่อนแอ หรือไม่?

เป็นต้น จริงๆมีอีกหลายปัญหานะ อยู่ที่ตั้งใจจะแก้ปัญหาหรือเปล่า เพราะส่วนใหญ่ คนทำระบบนี้ สนใจแค่ยอดขาย
#13
ใช้ตัวที่เราใชัแล้วถนัด ง่ายสำหนับเรา ถ้าจะให้ดีลองเล่นทุกตัวเลยครับ แล้วตัวไหนเราใช้แล้วง่ายสำหรับลองรับสิ่งที่เราอยากได้มากที่สุดก็ใช้ตัวนั้น สำหรับผมถ้ารัานค้าออนไลน์อย่างเดียวก็ opencart ถ้ามีระบบอื่นมาด้วยก็ joomla ถ้า blog ก็ wordpress ถ้าใช้ cms ที่เหมะกับงาน งานเราก็จะเสร็จง่ายขึ้น เร็วขึ้นครับ
#14

สวัสดีครับเพื่อนๆ Thaiseoboard วันนี้มานำเสนออีก 1 โปรเจ็ค ดีไม่ดี ลองตัดสินใจกันดูนะครับ แต่ผมมีไอเดียมานำเสนอ เรื่องหาเงินกับงานเขียนดังนี้ครับ

เดิมทีผมมีแนวคิดกับการหารายได้จาก adsense แต่มันก็คงยากที่เราจะทำงานเขียนและการตลาดไปพร้อมกัน ด้วยคนๆ เดียว เพื่อนๆ ลองสังเกตุสำหรับคนที่ทำเว็บไซต์หรือ blog ว่าวันๆ นึงเพื่อนๆ จะเขียนบทความอัพเดทบล็อกได้วันละเท่าไหร่ 5 หรือ 10 สำหรับการทำงานทั้งวัน แล้วหากต้องคิดวางแผนการทำการตลาดเพื่อให้ blog ของเราเป็นที่รู้จักด้วยแล้วแค่ seo ก็เหนื่อยอ๊วกแตกแล้วครับ พอเริ่มมีรายได้จาก adsense ก็โดน google แบนอีก ไม่ว่าจะแบนเว็บหรือแบน id adsense ต้องมาคอยแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ไม่รู้จบ

ผมเลยอยากชวนเพื่อนๆ มารวมตัวกันทำ blog ซัก blog หนึ่งให้ดังไปเลย blog เดียวรู้เรื่องโดยที่เพื่อนๆ ไม่ต้องสนใจเรื่องของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้กับ blog โดยเพื่อนๆ มีหน้าที่เขียนเรื่องราว บทความ รีวิว ในสิ่งที่ตัวเองชอบเท่านั้น

ลองคิดดูว่าหากเพื่อนๆ ทำเว็บคนเดียว ความสามารถในการเขียนบทความของเพื่อนตกวันละ 10 เรื่อง ปีนึงก็ 3,650 เรื่อง แต่ถ้าเพื่อนๆ รวมตัวกันซัก 10 คน เขียนคนละ 10 เรื่องต่อวัน ก็จะได้ ปีละ 36,500 บาท แล้วถ้า 100 หรือ 1,000 คนละ จะมีบทความทั้งหมดเท่าไหร่

ความแตกต่างระหว่างทำคนเดียวกับรวมกลุ่มกันทำ คือการต่อรอง เหมือนสหกรณ์ ที่หากเพื่อนๆ เป็นอู่ซ่อมรถ ต้องการซื้ออุปกรณ์กับร้านขายส่ง สิ่งที่เพื่อนๆ ได้รับคือราคาขายส่งที่แสนแพง แต่ถ้าเรารวมกลุ่มกันของอู่ซ่อมรถ หลายร้อยอู่ แล้วนำเข้าอุปกรณ์เอง หรือต่อรองกับร้านขายส่งอุปกรณ์ก็จะได้ราคาที่ถูกลง หรือพูดง่ายๆ เมื่อมีจำนวนมากขึ้นก็สามารถต่อรองได้

เช่นเดียวกัน หากเรารวมกลุ่มกันมากๆ สิ่งที่เราทำได้คือสามารถหาโฆษณาที่มีราคาแพงได้มากกว่าที่เพื่อนๆ จะทนก้มหน้าทำคนเดียวอย่างแน่นอน พอเห็นภาพนะครับ

กลุ่มของเราจะทำอะไร

สำหรับกลุ่มของผมที่ผมจะชวนทำนั้นในฐานะคนรวบรวมก่อตั้ง ผมขอเป็นหัวหน้ากลุ่มกำหนดนโยบายกลุ่ม (ส่วนใครจะไปตั้งกันเองก็ได้นะครับ) เพื่อนที่เข้าร่วมก็แค่ เขีนยเรื่องที่ตัวเองชอบเท่านั้น ไม่ต้องคิดวางแผนทำคีย์เวิร์ด วางแผนงานเขียน ฝืนเขียนเรื่องที่ตัวเองไม่ชอบ สุดท้ายทำได้ไม่ดี ไม่ต้องทำการตลาด ดังนั้นเพื่อนที่รวมกลุ่มกับผมก็แค่ เขียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ ไม่ต้องนึกถึง คีย์เวิร์ดหรือรายได้ เพราะจะมีเพื่อนคนอื่นมาช่วยเสริมในจุดนี้ หน้าที่ของเราแค่เขียนและพัฒนางานเขียนให้คนอื่นชื่นชอบเท่านั้นเอง และติดที่จะอ่านบทความของเรา

รูปแบบการหารายได้

รายได้ของเรามาจาก 2 ส่วนใหญ่ คือ โฆษณา จ้างรีวิว เป็นต้น โดยรายได้จะแบ่งเป็น 70-30 ซึ่ง 70% ถูกแบ่งให้นักเขียน และผมได้ 30% โดย 30% นี้ถูกนำเป็นค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบ(ซึ่งยังไงก็ต้องใช้ เครื่องไม้เครื่องมือ) และค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ และการตลาด

โดย 70% ของรายได้แต่ละเดือนจะถูกหารจำนวนบทความของแต่ละคนที่ส่งเข้าสู่ระบบ เช่น ผมเขียนบทความมา 1 ปี มีทั้งหมด 100 บทความ และมีบทความในเว็บทั้งหมด 1,000 บทความ รายได้ของไตรมาสนั้นได้ 10,000 บาท ก็จะได้ (0.7x10,000)x((100/1,000)x100)/100) = 700 บาท และรายได้เพื่อนๆ จะได้รับก็คือ 700 บาท เป็นต้น

เห็นไหมครับไม่ต้องสนใจโลกเขียนเรื่องที่ชอบอย่างเดียว เขีนยให้คนติดก็พอ แล้วทำไมต้องเขียนให้คนติด แน่นอนว่าคุณเป็นนักเขียนหากเขียนดีจะต้องมีคนมาจ้างคุณเขียน review อะไรซักอย่างแน่นอน แน่นอนว่าผมในฐานะเจ้าของระบบก็จะหักส่วนต่างนี้เช่นเดียวกัน โดยคิดที่ 30% อีก 70% คุณก็ได้เต็มๆ จากค่าจ้างรีวิวนี้ และนี่คือสาเหตุว่าทำไมคุณต้องเขียนให้คนติด

สำหรับนักเขียนทุกคนต้องส่งเรื่องที่เขียนที่ไม่ก๊อปปี้ใครมา จับได้ตัดออกจากกลุ่มสถานเดียวแต่ rewrite ได้นะครับ และต้องส่งเรื่องใหม่เข้าระบบอย่างน้อยเดือนละ 10 เรื่อง ถ้าเดือนไหนไม่ส่งจะไม่ปันผลในเดือนนั้นให้ครับ

เฮ้ย!!! ทุมเทเวลาเขียนแต่กลับโดนกิน% ซะงั้น

ผมออกแบบวางแผนพอสมควรครับ อาจจะมีการปรับเปลี่ยนอีกในอนาคต แต่เชื่อเถอะว่า ระหว่างทำคนเดียวกับช่วยกันทำประสบความสำเร็จต่างกันเยอะ ไม่เชื่อคุณลองทำตามแนวคุณคนเดียว ดูแล้วดูโปรเจ็คกลุ่มที่ผมนำเสนอ ว่าใครจะโตเร็วกว่ากัน และอีกอย่างผมก็วางแผนสำหรับการโดนแบน และช่องทางการหารายได้อื่นๆ เพิ่มเข้ามาพอสมควร ดังนั้นมันน่าจะดีกว่าคุณหาเงินด้านเดียวอย่างแน่นอน

การตรวจสอบรายได้

ผมวางโครงสร้างง่ายๆ ดังนั้นให้เพื่อนๆ เลือกคนที่จะมาตรวจสอบ 10 คนในแต่ละไตรมาส เพื่อมาตรวจสอบบัญชีทั้งหมด

ผมไม่ชอบเขียนแต่อยากหุ้นด้วยทำไง

แน่นอนว่าการผลักดันผลิตภัณฑ์ซักชิ้นให้ประสบความสำเร็จ ต้องใช้เงิน ทักษะ และประสบการณ์ มันจะโตเร็วขึ้นถ้ามี 3 อย่างนี้รวมกัน สำหรับใครที่ต้องการลงทุนด้วยคุยหลังไมค์ครับ เงินทุกบาททุกสตางค์จะถูกนำไปใช้กับโปรเจ็คทั้งหมด หุ้นส่วนสามารถตรวจสอบได้ 100% แต่นักเขียนจะสามารถตรวจสอบผ่านกรรมการ 10 คนที่ท่านเลือกขึ้นมา

ใครสนใจก็สอบถามได้นะครับ ใครต้องการรวมกลุ่มของตัวเองผมก็ไม่ว่า ไอเดียก๊อปปี้กันได้ครับ แต่ประสบการณ์ติดตัวของใครของมันขโมยกันไม่ได้ครับ ผมไม่ค่อยได้เข้ามาแต่ถ้ามาก็จะตอบให้นะครับ

ขอบคุณครับ  :wanwan017:
#15
สนใจตัวนี้ไหมครับ  :wanwan004:

http://www.opoog.com

ตัวอย่างกลุ่มที่ใช้งาน

http://www.opoog.com/IM
http://www.opoog.com/Travel

แต่ตอนนี้ระบบยังไม่สมบูรณ์ (เคยสมบูรณ์ก่วานี้) แต่เกิดความผิดพลาดในการสื่อสารทำให้ระบบเหลือแค่ตั้งกระทู้ได้เท่านั้นในตอนนี้ แต่รีบแก้กันอยู่น่าจะเสร็จสินปี ถ้าไม่มีงานทำเว็บไซต์เข้ามาในช่วงนี้นะ หวังว่าจะไม่มี 555
#17
อยู่ที่เงินจริง ๆครับ ขนาดผม ทำงาน Full Time ด้าน SEO โดยเฉพาะ ส่วนตัวก็ 2 ปีได้ บริษัทก็ 3 ปีได้ ยังไม่มีเวลาทำให้ตัวเองเลยครับ เพราะเงินเราต้องกินต้องใช้ทุกวัน ก็ต้องทำงานประจำให้เต็มที่ก่อน เลิกงานทำโน่นนี่นั่นก็ 4 ทุ่ม เตรียมตัวนอนแล้วครับ
#18
มันไม่ซ้ำซ้อนกันหรอครับ
#19
ขยับขึ้นและลงจนน่าตกใจ  :wanwan044:
#20
ขอบคุณครับ