เมนู

แสดงโพสต์

ส่วนนี้ให้คุณดูโพสต์ทั้งหมดของสมาชิกท่านนี้ (เฉพาะโพสต์ในส่วนที่คุณมีสิทธิ์เข้าถึง)

เมนู แสดงโพสต์

ข้อความ - nan987

#1
สวยดูดีคะ ให้ข้อมูลครบถ้วน แต่รูปโหลดช้านิดนึงคะ
#2
ความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่าหากติดแอดเซ็นต์แล้วขายของ ก็เท่ากับคุณนำคนที่เข้าเวปของคุณไปให้คนขายที่อื่นอะคะ ไม่แนะนำให้ติดแอดเซ็นต์คะหากต้องการขายสินค้า
-แอดเซ็นต์เหมาะสำหรับเวปบทความ+บล็อกสปอร์ตคะ
#3
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้ โพสต์โดย คุณ เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            กรมศุลกากรแจงเกณฑ์หิ้วสินค้าเข้าประเทศ พร้อมสั่งตั้งทีมตรวจอินสตาแกรม, เฟซบุ๊ก และเว็บไซต์ที่ประกาศรับพรีออเดอร์ เพื่อตรวจสอบว่านำเอาสินค้าเข้าประเทศถูกต้องหรือไม่

            จากกรณีที่สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ติดป้ายประกาศแจ้งผู้โดยสารและลูกเรือที่นำของเข้ามามูลค่ารวมต้องไม่เกินกว่า 10,000 บาท หากนำเข้าเกินต้องเสียภาษี มิฉะนั้น จะมีความผิดตามกฎหมายนั้น ล่าสุด วันนี้ (3 กรกฎาคม 2557) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง 3 นำเสนอความคืบหน้าถึงประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติม ระบุว่า ตามที่ นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร  ชี้แจงว่า ป้ายประกาศดังกล่าว เป็นป้ายที่ถูกนำมาตั้งไว้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตามนโยบายของอธิบดีกรมศุลกากรคนเก่า ที่สั่งการให้นำป้ายดังกล่าวถูกมาตั้งที่ไว้ที่ฝั่งขาเข้า-ขาออก เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน ขณะนี้ ตนได้สั่งให้ปลดป้ายดังกล่าวออกแล้ว เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความกังวลใจ

            แต่อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรก็จะมีการสุ่มตรวจสอบสินค้าเป็นประจำอยู่แล้ว เพื่อป้องกันการลักลอบนำสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้อาศัยช่องว่าง ที่กรมศุลกากรอนุญาตให้นำเข้าสินค้ามาใช้ส่วนตัว แต่กลับเป็นการนำมาจำหน่ายแทน ซึ่งเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรก็พอทราบว่ามีกลุ่มบุคคลใดบ้างที่ลอบดำเนินการเช่นนี้ โดยอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อรวบรวมหลักฐานก่อนดำเนินคดี

            สำหรับมาตรการดำเนินการกับบุคคลที่นำของที่ยังไม่ได้เสียค่าภาษีอากร หรือของที่ควบคุมการนำเข้า หรือของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในประเทศ อาจเป็นของที่ต้องเสียภาษีหรือไม่ต้องเสียภาษีก็ได้ หรืออาจเป็นของต้องห้ามหรือของต้องจำกัดหรือไม่ก็ได้ หากไม่นำมาผ่านพิธีการศุลกากร ก็มีความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร นอกจากถูกริบของที่ลักลอบหนีศุลกากรแล้ว ยังอาจต้องเสียค่าปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของรวมค่าภาษีอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำและปรับอีกด้วย

            ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรยังแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ในปีงบประมาณ 2556 สามารถจับกุมผู้กระทำผิดที่ลักลอบนำสินค้าเข้ามาโดยผิดกฎหมายไปถึง 107 ครั้ง คิดเป็นมูลค่า 29 ล้านบาท ขณะที่ปีงบประมาณ 2557 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556-เดือนมิถุนายน 2557 สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้รวม 75 ครั้ง มูลค่า 40 ล้านบาท ซึ่งสินค้าที่จับกุมได้ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าแบรนด์หรู ทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า นาฬิกา เครื่องสำอาง และน้ำหอม

            สำหรับการตั้งข้อสังเกตในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรนั้น มีรายละเอียดคร่าว ๆ ดังนี้

             1. ดูที่พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก หากพบว่า เป็นบุคคลที่มักเดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำโดยเฉพาะประเทศในโซนยุโรป อีกทั้งชอบนำสินค้าแบรนด์หรูกลับมาประเทศไทยบ่อยจนผิดสังเกต พฤติกรรมแบบนี้ตั้งสงสัยได้ว่า มีความเสี่ยงที่จะลอบนำสินค้าเข้ามาจำหน่าย

             2. หากตรวจพบว่า มีนำสินค้าแบรนด์หรูเข้ามา โดยระบุว่า ต้องการนำมาใช้ส่วนตัว แต่กลับไม่ยอมทิ้งป้ายราคา และกล่องสินค้า แม้จะเป็นการนำเข้าสินค้ามาชิ้นเดียว ก็ถือได้ว่า มีพฤติกรรมน่าสงสัย เอามาชิ้นเดียว

             3. กรณีที่นำสินค้าประเภทเดียวกันเข้ามาประเทศไทยเป็นจำนวนมาเยอะ อาทิ กระเป๋าแบบเดียวกัน จำนวน 10 ชิ้น

             4. ส่วนกรณีลูกเรือของสายการบินต่าง ๆ หากพบพฤติกรรมว่า มีการซื้อสินค้าแบบเดิมจำนวนเยอะ ๆ และนำเข้ามาในประเทศหลายครั้ง ก็จะมีการสอบถามและตักเตือน แต่หากพบพฤติกรรมดังกล่าวถึง 3 ครั้ง จะสันนิษฐานว่า เป็นการลอบนำสินค้าราคาแพงมาจำหน่าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรจะดำเนินการเรียกเก็บภาษีทันที

            นอกจากนี้ ทางกรมศุลกากร ยังได้ตั้งทีมตรวจสอบอินสตาแกรม, เฟซบุ๊ก และเว็บไซต์ที่ประกาศรับพรีออเดอร์สินค้า ว่า เจ้าของอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กดังกล่าว กำลังจะเดินทางไปประเทศไหน และมีการสั่งซื้อสินค้าประเภทใดบ้าง รวมถึงกำหนดการเดินทางไป-กลับ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและจับกุม หากพบว่า มีการหลบเลี่ยงการจ่ายภาษี รวมถึงการขอความร่วมมือกับสายการบินของประเทศไทยให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารทราบเรื่องดังกล่าวด้วย

#4
วันที่ 1 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทำเอาช็อคไปทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งป้ายประกาศแจ้งผู้โดยสาร และลูกเรือที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยว่า บุคคลสามารถนำของใช้ส่วนตัว (Personal Effect) เข้าประเทศได้ไม่เกินครั้งละ10,000 บาท โดยต้องไม่มีลักษณะทางการค้า เสบียง อาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี, บุหรี่/ยาสูบ/สุรา/ไวน์ นำเข้าได้ในจำนวนจำกัด ของฝากญาติ ของบริจาค ของสะสม ของมือสอง ของฝากเจ้านาย ไม่ถือว่าเป็นของใช้ส่วนตัว กระเป๋า-นาฬิกาแบรนด์เนมราคาเกิน 10,000 บาท ต้องชำระภาษี

ทั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นการป้องกันและปราบปรามกลุ่มแม่ค้า พ่อค้าพรีออร์เดอร์ทั้งหลายที่ทำธุรกิจหิ้วสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาขายโดยวิธีการหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งความผิดทางศุลกากรกำหนดไว้ชัดเจนตามประกาศกรมศุลกากรว่า "ห้ามบุคคลนำของที่ยังไม่ได้เสียค่าภาษีอากรหรือของที่ควบคุมการนำเข้า หรือของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง เข้ามาในประเทศไทยโดยของที่ลักลอบหนีศุลกากร อาจเป็นของที่ต้องเสียภาษีหรือไม่ต้องเสียภาษีก็ได้ หรืออาจเป็นของต้องห้ามหรือของต้องกำกัดหรือไม่ก็ได้ หากไม่นำมาผ่านพิธีการศุลกากร ก็มีความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร ทั้งนี้ กฎหมายศุลกากรได้กำหนดโทษผู้กระทำผิดฐานลักลอบหนีศุลกากรสำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ ไว้สูงสุดคือ ให้ริบของที่ลักลอบหนีศุลกากรและปรับเป็นเงิน 4 เท่าของของราคารวมค่าภาษีอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำและปรับ"

ทั้งนี้มาตรการที่เกิดขึ้นทำเอาพ่อค้า แม่ค้า นักช็อป นักเที่ยวคงจะแห้งเหี่ยว เพราะนอกจากตัวเองจะช็อปไม่กระจายกระเป๋าไม่ฉีกสมใจ แล้วยังหิ้วของเข้ามาหารายได้เพิ่มไม่ได้ด้วย.
#5
วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่โทรถามสถานการณ์ ว่าของที่โดนกัก เป็นอย่างไรบ้าง จะได้ออกมาไหม อีกนานไหม เมื่อไร  ดิฉันยังคงได้รับคำตอบเดิม ว่า บอกไม่ได้จริงๆ ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไร เค้าบอกว่าที่โดนกัก ไม่ได้โดนเฉพาะชิปปิ้งเค้าคนเดียว เพราะงั้นอยากให้เรารอ
#6
ตอนนี้ดิฉันเลยมาปรึกษาสมาชิกในเวปบอร์ดดูคะ เพราะว่าจากที่คร่ำอยู่ในบอร์ดนี้มานาน มีสมาชิกหลายท่านที่เป็นผู้รับนำเข้าจากจีนกันหลายเจ้าเลย
ขอบคุณสำหรับการวิเคราะห์ของคุณ GoogleBot คะ เหตุผลนี้มีส่วนที่ทำให้โดนกักเช่นกันคะ แต่ดิฉันไม่ได้นำเข้าสินค้าลิขสิทธิ์ สินค้าที่ต้องขออนุญาต มอก
หรือ อย. เข้ามาทั้งสิ้นคะ นำเข้ามาเพียงเสื้อผ้าทั่วไปคะ

ตอนนี้ทางชิปปิ้งที่ดิฉันนำเข้าก็ยังคงไม่แก้ไขหน้าเวปหรือมีการประกาศผ่านโซเชียวใดๆให้ลูกค้าได้รับรู้คะ เฟสบุ้คที่ก่อนหน้านี้เข้าได้ตอนนี้ไม่มีข้อมูลเหลือแล้ว
เวปไซต์ที่ก่อนหน้านี้ เค้าได้ทำหน้าเวปอย่างน่าเชื่อถือ ทันสมัย ตอนนี้เช็คก็เพียงขึ้นว่า โดเมนได้หมดอายุไปแล้ว

อ้างถึงจาก: GoogleBot ใน 27 มิถุนายน 2014, 12:37:19


แสดงว่า ภายในตู้คอนเทรนเนอร์ที่รวมของ ๆ ลูกค้าหลาย ๆ ท่าน อาจจะมีของผิดกฎหมาย ห้ามนำเข้ารวมอยู่ด้วยแน่ ๆ เลยติดร่างแหไปด้วย เลยมีปัญหา เจ้าของเลยปิดเฟชหนี เวบหนี ถ้าคิดว่าของที่นำเข้าไม่ผิดกฎหมาย ลองหาทางดูครับ
#7
ขอบคุณคุณ m_manthai ที่มาติดด้วยกันคะ  แอบกระซิป เพราะชิปปิ้งคนละเจ้า แต่หากคนละเจ้าแล้วมีปัญหา ล่าช้าโดนกัก เช่นกัน ดิฉันก็รู้สึกว่ามีเพื่อนร่วมทุกข์สุขร่วมกัน
ช่วงนี้คงเป็นมรสุมของการนำเข้าจากจีนไม่น้อยเลย  ท่านอื่นท่านใดมีปัญหาโดนกักของเช่นกัน กระซิปหลังไมค์มาได้นะคะ ว่าเป็นของที่ไหนบ้าง
ตอนนี้ ที่กระซิปมา ว่ามีล่าช้าเหมือนกัน รวมกันได้ ชิปปิ้งที่มีปัญหา 3 เจ้าแล้ว

อ้างถึงจาก: m_manthai ใน 27 มิถุนายน 2014, 12:47:50
ตรวจสอบแล้ว ของผมก็ติดอยู่ที่ด่าน

ผมสั่งสินค้ามาสต๊อกขายเอง สั่งไปเยอะเหมือนกัน

สินค้าเดินทางมาทางรถครับ  น่าจะมีการตรวจสอบเข้มของทหาร   สินค้าของผมเป็นสินค้าบ้านๆไม่มีแบรนด์ไม่ผิดกฏอะไร  สงสัยอะไรจะเข้าประเทศทางรถถูกกักหมดช่วงนี้


เซงเลยไม่มีของมาลงร้าน ของเดิมก็หมด


ดีเหมือนกันช่วงนี้เอาเวลามาทำ seo ต่อ เง้อ
#8
ต้องขอบคุณ คุณ WATTASIN ที่ให้คำแนะนำคะ พอดีดิฉันอยู่ต่างจังหวัดด้วยอะคะ ไม่ได้อยู่ใน กทม. จึงยากในการไปติดต่อด้วยอะคะ และไม่เคยไป กทม.มาก่อน  ตอนนี้จึงฝากความหวังไว้ที่ชิปปิ้งอะคะ
แต่ขอบคุณสำหรับคำแนะนำของท่านจริงๆคะ

อ้างถึงจาก: wattasin ใน 27 มิถุนายน 2014, 12:40:30
อ้างถึงจาก: nan987 ใน 27 มิถุนายน 2014, 11:25:50
ทางดิฉันได้พยายามคุยต่อรองกับบริษัทชิปปิ้งทุกวิธี พยายามกล่อมเค้าให้ช่วยอะคะ ว่าพอมีทางใดไหม ที่จะเอาของออก เค้าก็เบี่ยงด้วยคำตอบเดิมอะคะ ว่าที่อื่นก็เป็นเหมือนกัน มันเกี่ยวกับตู้ที่โดนกักไว้ ต้องแล้วเค้าว่าจะปล่อยออกมาไหม คือดิฉันเองก็ใช้ชิปปิ้งเจ้านี้ทำการค้ามากว่า 3 ปี ดิฉันเลยต้องทำใจเข้าใจเค้าอะคะ เพราะตลอดเวลาที่ขนส่งกันมา นอกจากของหายรอบละนิดหน่อยก็ไม่มีอะไร ร้ายแรงเกินไปแต่มารอบนี้นี้ละคะ ที่เค้าบอกว่าที่ช้าเพราะของโดนกัก

สิ่งที่เค้าทำได้คือ ประสานงานกับกงศลกากรครับ เค้าสามารถไปติดต่อรับของได้ที่ ศูนย์ Ems หลักสี่ ในที่นี้อยู่ที่ว่าเค้าจะปล่อยของออกมาหรือไม่ ยังมีลุ้นกว่านิ่งเฉยๆ ของผมสั่งเองนำเข้าเองผมก็ไปเคลียเองได้เพรามันเป็นชื่อผม แต่ Shipping เปนชื่อบริษัทนั้นๆ เราทำไรไม่ได้นอกจากจะติดต่อเค้าอ่ะครับ แต่อย่างว่า อยู่ที่ความรับผิดชอบครับ

#10
อย่างไรก็ตามในเวปบอร์ดไทยเสียว ดิฉันเห็นว่าเป็นแหล่งรวบรวมบรรดาผู้ที่นำเข้าสินค้าจากจีน ไว้หลายเจ้า ดิฉันอยากรู้ว่าท่านโดนปัญหาเดียวกันไหมคะ หรือเป็นเพียงชิปปิ้งที่ดิฉันใช้อยู่
#11
ทางดิฉันได้พยายามคุยต่อรองกับบริษัทชิปปิ้งทุกวิธี พยายามกล่อมเค้าให้ช่วยอะคะ ว่าพอมีทางใดไหม ที่จะเอาของออก เค้าก็เบี่ยงด้วยคำตอบเดิมอะคะ ว่าที่อื่นก็เป็นเหมือนกัน มันเกี่ยวกับตู้ที่โดนกักไว้ ต้องแล้วเค้าว่าจะปล่อยออกมาไหม คือดิฉันเองก็ใช้ชิปปิ้งเจ้านี้ทำการค้ามากว่า 3 ปี ดิฉันเลยต้องทำใจเข้าใจเค้าอะคะ เพราะตลอดเวลาที่ขนส่งกันมา นอกจากของหายรอบละนิดหน่อยก็ไม่มีอะไร ร้ายแรงเกินไปแต่มารอบนี้นี้ละคะ ที่เค้าบอกว่าที่ช้าเพราะของโดนกัก
#12
 :-X ที่หนักกว่านั่นคือเวปบริษัทชิปปิ้งที่เรานำเข้ากับเค้าด้วย ดัน ใช้การหน้าเวปไม่ได้ แม้แต่เฟสบุ้คก็ปิดหนี เราก็พยายามโทรหาเค้าก็ติดบ้าง ไม่ติดบ้าง
#13
โดนกักมาร่วมเดือนแล้วคะ โทรถามบริษัทชิปปิ้งก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าเมื่อไรเค้าจะปล่อยของออกมา เค้าบอกเพียงว่าต้องแล้วแต่ทางการทหารจะอนุญาต ตอนนี้เราก็เห้นใจลูกค้ามากๆที่ต้องรอของนานมากเลยอะคะ แต่ตอนนี้ เราก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน เนื่องจากเราเองก็โอนเงินซื้อของที่จีนไปแล้ว  แต่เพื่อความสบายใจของลูกค้าบางท่านเค้าไม่สบายใจหาว่าเราโกงที่ไม่ส่งของ เราก็โอนเงินคืน เรียกว่ารอบนี้ ล่มจม เจ๊ง ขาดทุนย่อยยับ ติดลบบรรลัย กันเลยทีเดียวอะ เพราะว่าเราเองไม่ได้โดนเพียงแค่หมื่น แต่โดนร่วมกว่า 300000 กว่าบาทที่โอนไปซื้อของที่จีน เราเองก้อยากได้คำยืนยันจากบริษัทชิปปิ้งว่าของของเราจะเป็นอย่างไร จะได้ไหม ช้าก็ไม่เป็นไร แต่นี้บริษัทชิปปิ้งก็ไม่มีคำตอบเช่นกัน เมื่อเราถามว่ามีขอบเขตรับผิดชอบไหม หากว่าเราไม่ได้ของคืน คำตอบที่ได้รับมีเพียงแค่ อันนี้ทางเราเองก็ยังไม่รู้ว่าจะอย่างไรเช่นกัน เพราะมันอยู่เกินกว่าขอบเขตอำนาจของเค้า มันเกี่ยวกับเรื่องทหาร และการปฏิวัติ ทั้งๆที่เราเองก็ไม่ได้นำเข้าสินค้าแบรนด์ มอก อย. อะไรเลย เป็นเสื้อผ้าธรรมดาทั่วไป ตอนนี้ก็ได้แต่สวดมนต์ไหว้พระขอให้ทุกอย่างดีขึ้น ผ่านเข้ามาได้ พยายามคุยกับลูกค้าให้เข้าใจอะคะว่ามันเกิดอะไรขึ้นอย่างจริงใจ และไม่ปล่อยลูกค้าให้ไม่ได้รับความสบายใจฝ่ายเดียว หากท่านใดรอไม่ได้ เราก็ต้องจำใจต้องคืนเงินเค้าไปแม้จะเข้าเนื้อไปลึกมากแต่เราก็ต้องทำ แต่ก็ต้องขอบคุณลูกค้าอีกหลายๆท่านที่เข้าใจสถานการณ์และรอของต่อไป เราเองทุกข์ใจเรื่องนี้มาร่วมเดือนแล้วคะ ก็ค่อยๆแก้ปัยหาไปอะคะ หากลุกค้าท่านใดไม่สบายใจกลัวว่าจะไม่ได้ของก็ต้องโอนคืนอะคะ
#14
สาเหตุที่เว็บร้านหลายเว็บเข้าไม่ได้ในตอนนี้เนื่องมาจาก ตึก กสท โทรคมนาคม (CAT) ถูกตัดไฟครับ
ตอนนี้ทางทีมงานยังไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งปิดล้อมอยู่หน้าตึกครับ
ถ้ามีความคืบหน้าอย่างไร ทีมงานจะมาอัพเดทสถานการณ์ทางหน้าเพจนะครับ
ขออภัยอย่างสูงครับ
#15
กลัวที่สุดคือขอ้มูลสินค้าหน้าเวปหายไปเหมือนคราวที่แล้ว กลัวมากๆเลย ขออย่าเป็นอะไรไปนะคะ :wanwan011:
#16
ใครเปิดร้านในเทพช็อป  เป็นไงบ้างคะ เข้ากันได้ไหมคะ รายงานตัวด้วยคะ :wanwan011:
#17
อ้างอิง : สาเหตุที่เว็บร้านหลายเว็บเข้าไม่ได้ในตอนนี้เนื่องมาจาก ตึก กสท โทรคมนาคม (CAT) ถูกตัดไฟครับ
ตอนนี้ทางทีมงานยังไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งปิดล้อมอยู่หน้าตึกครับ
ถ้ามีความคืบหน้าอย่างไร ทีมงานจะมาอัพเดทสถานการณ์ทางหน้าเพจนะครับ
ขออภัยอย่างสูงครับ

เป็นกำลังใจให้ทีมงานเทพช็อปกันด้วยนะคะ  ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ทำมาหากินขายของในเวปเทพช็อปเป็นอาชีพหลักเลย  ตอนนี้เดือดร้อนมากๆคะ
ลูกค้าหลายคนที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารก็กำลังกังวล ว่าทางร้านปิดหนีหรือเปล่า เนื่องจากเข้าเวปไม่ได้ 
ขอภาวนาว่าข้อมูลรูปภาพสินค้าและรายการออเดอร์ลูกค้าอย่าเสียหายเลย สาธุ
#18
อ้างถึงจาก: nan987 ใน 11 พฤษภาคม 2013, 13:59:43
อย่าเด้ดขาดคะ เพราะเคยใจอ่อนกับพวกชอบอ้างว่ามีปัยหา บอกว่ามีปัญญาจะเอามาคืน ท้ายที่สุด หายไปทุกราย :wanwan010:

เพิ่มเติม อ้างกระทั่ง พ่อตาย แม่ยายป่วย บ้านจะโดนยึด ขายรถ ปลดหนี้ ธนาคาร ปัจจุบันหายเงียบ ไม่มีแม้แต่โทรศัพท์โทรมาประนอมหนี้เลย
#19
อย่าเด้ดขาดคะ เพราะเคยใจอ่อนกับพวกชอบอ้างว่ามีปัยหา บอกว่ามีปัญญาจะเอามาคืน ท้ายที่สุด หายไปทุกราย :wanwan010:
#20
การใช้บัญชีอลีเพย์ต้องมีเลขบัตรประชาชนจีนของคนจีนสมัครด้วยอะคะ :P