เมนู

แสดงโพสต์

ส่วนนี้ให้คุณดูโพสต์ทั้งหมดของสมาชิกท่านนี้ (เฉพาะโพสต์ในส่วนที่คุณมีสิทธิ์เข้าถึง)

เมนู แสดงโพสต์

ข้อความ - Atagon

#1
อันนี้คือทั้งเว็บรึเปล่า ถ้าเป็นบางบทความไม่น่าจะแบบนี้
#2
Cafe / รีวิว Stranger Things ซีซั่น 3
05 กรกฎาคม 2019, 21:43:23
////ขอฝากรีวิวหนังไว้หน่อยนะครับ///

Stranger Things ซีซั่น 3 เรื่องราวเริ่มต้น 1 ปีหลังจากแอลได้ปิดประตูมิติในห้องทดลองลับของรัฐบาลไป แต่แล้วก็มีคนพยายามเปิดประตูมิติขึ้นมาใหม่อีกครั้ง! ซึ่งตอนจบท้ายสุดของซีซั่น 2 หนังฉายให้เห็นว่าเจ้าปีศาจ Demogorgons บอสใหญ่หรือที่เด็กๆ เรียกว่า "จอมเปิดโปง" ยังคงอยู่ในโลกกลับด้าน Upside down ที่ซ้อนทับกับเมือง Hawkins เป็นโลกคู่ขนานที่รอการกลับมาอีกครั้ง หนังภาคนี้ได้พาเรากลับไปยังโลกยุค 80 เหมือนเช่นเคย โดยโฟกัสไปยังช่วงเวลาในปี 1985 ก่อนวันชาติอเมริกา 4 กรกฎาคม ซึ่งเป็นปีที่มีปรากฎการณ์สำคัญอย่างการมาของโค๊กรสใหม่ New Coke (อ่านรายละเอียดท้ายรีวิว) หนังดังอย่าง Back to the Future (ชื่อไทย เจาะเวลาหาอดีต) และการมาของห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่รุกเข้าไปยังเมืองเล็กๆ ในอเมริกา ซึ่ง Hawkins เมืองสมมุติในเรื่องก็หนีไม่พ้นการมาของห้างยักษ์ใหญ่ สตาร์คอร์ท (Starcourt) ซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนทุนนิยมสร้างชาติของอเมริกาให้รุ่งโรจน์ แต่อีกด้านก็คือภัยร้ายต่อเศรษฐกิจของชาวเมือง "ปลาใหญ่กินปลาเล็ก" ทำให้ร้านค้าในเมือง Hawkins เดือดร้อนจนต้องปิดตัวลงตามๆ กัน หนังใช้การมาห้างสรรพสินค้าเป็นเหมือนการมาของปีศาจ Demogorgons ที่เริ่มครอบงำผู้คนให้ตกเป็นทาสของมันทีละคนๆ ซึ่งสตาร์คอร์ทนี้เองที่เป็นจุดเริ่มและจุดจบของเนื้อเรื่องหลักในซีซั่นนี้

Stranger Things ยังคงใช้การแบ่งกลุ่มตัวละคร กระจายเนื้อเรื่องไปให้ทุกกลุ่มได้ความสำคัญพอๆ กัน โดยกลุ่มของไมค์ วิลล์ ลูคัส / แอล แม็กซ์ ยังคงเป็นแนวทางการเล่าเรื่องตามหาที่มาของปีศาจ Demogorgons ตรงๆ เช่นเดิม ซึ่งเรื่องราวก็จะดำเนินไปไม่ต่างกับซีซั่นก่อนๆ วิลล์เริ่มรับรู้การมาถึงของจอมเปิดโปงเป็นระยะๆ ก่อนที่แอลและทุกคนจะเริ่มพบกับความผิดปกติอื่นๆ ตามมา โดยผสมเรื่องราวปัญหาความรักวัยรุ่น การมีแฟนครั้งแรกของไมค์กับแอล ในมุมมองที่ต่างกันของผู้ชายและผู้หญิง โดยต่างคนก็ได้ที่ปรึกษาเป็นลูคัสกับแม็กซ์ที่เป็นแฟนกันมาก่อนด้วย (ซึ่งดูไม่ค่อยเข้ากันเลย) เรื่องราวปัญหาหัวใจวัยรุ่นนี้เป็นส่วนสำคัญที่โยงเรื่องไปถึงจิม (Jim Hopper) หัวหน้าตำรวจหุ่นหมี และเป็นพ่อบุญธรรมของแอลที่เครียดหนักกับการที่แอลเป็นแฟนกับไมค์ ทั้งยังพยายามแข็งข้อกับเขาตามประสาวัยรุ่น ซึ่งจิมก็ต้องมาขอคำปรึกษากับจอยซ์ (Joyce Byers) จนกลายมาเป็นอีกคู่ที่เริ่มพัฒนาความสัมพันธ์กัน พร้อมกับสืบเรื่องราวปริศนาในเมืองอีกเส้นทาง ซึ่งล้อกับเรื่องราวในแบบหนังคนเหล็ก 2029 ที่ฉายเมื่อปี 1984 ตรงกับเรื่องราวการทดลองครั้งแรกของรัสเซียตอนเปิดเรื่องด้วย หนังเล่นกับการไล่ล่าของชายปริศนาที่รูปร่างหน้าตาท่าทางแทบจะถอดแบบมาจากอาร์โนลด์ที่เล่นเป็นหุ่นเหล็กเทอมิเนเตอร์ โดยเขาจะไล่ล่าสังหารจิมกับจอยซ์ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งทำให้หนังมีเส้นเรื่องใหม่ แนวทางแอ็กชั่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เป็นเหมือนมินิบอสอีกตัวเพิ่มจากปีศาจร้าย  Demogorgons

โจนาธาน (Jonathan Byers) กับแนนซี่ (Nancy Wheeler) ได้บทพิสูจน์ความรักของทั้งคู่จากงานในสำนักข่าวท้องถิ่นในเมือง ซึ่งโจนาธานเป็นช่างภาพ แนนซี่เป็นพนักงานบริการในออฟฟิซ ที๋โดนโขกสับเหมือนคนใช้ดีๆ นี่เอง แต่ด้วยความที่เธอมีความฝันอยากเป็นนักข่าว จึงได้พยายามตามสืบเรื่องราวประหลาดที่เกิดกับหนูในเมือง ซึ่งขัดกับหน้าที่ในออฟฟิซที่มีแค่ชงกาแฟไปวันๆ หนังทำให้เห็นสังคมอเมริกันที่เน้นชายเป็นใหญ่ในยุคนั้นได้ดี ผู้หญิงที่พยายามพิสูจน์ตัวเองว่ามีความสามารถแค่ไหน ก็ยากที่จะฝ่าการกีดกันทางสังคมหน้าที่การงานไปได้ และความพยายามสืบข่าวทั้งๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ของแนนซี่ ทำให้โจนาธานรู้สึกกำลังพาให้เขาตกงานไปด้วย ซึ่งบ้านของโจนาธานก็กำลังถูกขาย จอยซ์ผู้เป็นแม่ไม่อาจรับภาระไหว นั่นเป็นเหตุให้ทั้งคู่เกิดรอยร้าวในใจขี้น หนังสร้างคู่นี้เพื่อให้เห็นปัญหาความรักในวัยทำงานที่ต่างจากเด็กๆ อย่างไมค์กับแอลที่ทะเลาะกันด้วยเรื่องขี้ปะติ๋ว แต่ของโจนาธานกับแนนซี่คือตัวชี้เป็นชี้ตายว่าเขาและเธอจะฝ่าฟันอุปสรรคทางสังคมจนเป็นคู่รักได้ต่อไปหรือไม่ แม้ส่วนดราม่าของทั้งคู่ดูจะธรรมดาไปนิด แต่ส่วนการผจญภัยขที่ทั้งคู่ต้องเจอนี่คือ "เดอะเบสต์ของความสยองที่สุดของเรื่อง" ซึ่งให้อารมณ์น่ากลัวแหวะๆ แบบพวกหนังผีเข้าเอ็กซอร์ซิสต์ผสมกับหนังสัตว์ประหลาดอย่าง The Blob (ชื่อไทย เหนอะเคี้ยวโลก) และพวกหนังเอเลี่ยนสิงร่างกลืนร่างในอดีต หนังทำได้น่ากลัวแบบที่คิดว่าถ้าเอาจริงๆ Stranger Things สามารถกลายเป็นหนังสยองขวัญเต็มตัวเลยก็ได้ แต่เมื่อยังต้องจับกลุ่มผู้ชมทุกวัย ก็เลยต้องมียั้งๆ ไว้อยู่เหมือนเดิม...


แต่กลุ่มที่สนุกแบบแปลกใหม่และน่าติดตามที่สุดคือ กลุ่มของดัสตินกับสตีฟ (Steve Harrington) ที่ได้เส้นเรื่องแยกออกไปตามสืบเรื่องราวของรัสเซียในห้างสตาร์คอร์ท ซึ่งหนังก็ฉายภาพรัสเซียในขณะนั้นจากมุมมองอเมริกาด้านเดียว ซึ่งยุคนั้นรัสเซียปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์เต็มใบ อเมริกาได้สร้างภาพให้รัสเซียเป็นภัยร้ายบ่อนทำลายอเมริกา ซึ่งหนังก็หยิบจับมาเล่นแบบตรงไปตรงมาตามธีมของเรื่อง ปีศาจ = คอมมิวนิสต์ โดยฉายให้เห็นภาพชั่วร้ายตั้งแต่เริ่มเรื่อง เป็นการทดลองเปิดประตูมิติที่รัสเซีย ก่อนจะเชื่อมโยงมาถึงอเมริกา มายังเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ซึ่งดัสตินเป็นคนได้ค้นพบความลับนี้และได้มาปรึกษาสตีฟเพื่อนคู่หูต่างวัยจากเหตุการณ์ในภาคก่อน โดยทั้งคู่จะได้ร่วมกับอีก 2 ตัวละครใหม่ "โรบิน" (Robin) ที่เป็นพนักงานสาวตักไอติมในห้างคู่กับสตีฟ และเอริก้า (Erica Sinclair) น้องสาวของลูคัส ซึ่งทั้ง 4 คนเป็นส่วนผสมที่ลงตัวสุดๆ ดัสตินเด็กเนิร์ดที่สุดของแก๊งตั้งแต่ภาคแรก จะได้มาเจอกับเอริก้าสุดกวนที่เป็นเนิร์ดอัจฉริยะที่ตัวเองไม่ยอมรับว่าเป็นเนิร์ด ทั้งคู่จะปะทะคารมกันแบบเนิร์ดๆ แถมด้วยความรู้เรื่องประวัติศาสตร์รัสเซีย คณิตศาสตร์ เกมกระดานดันเจี้ยนแอนด์ดราก้อนมาเป็นพรวน จนคนดูอาจจะงงตามไม่ทัน แต่ก็ดันฮา น้องที่เล่นเป็นเอริก้านี่เป็นจอมโขมยซีนแบบชัดเจน เธอเปิดตัวได้อย่างมีทีเด็ด เป็นมันสมองที่ทีมขาดอยู่ รวมถึงมีความกล้า+ฮาตามคาแรกเตอร์ห้าวๆ ได้อย่างน่ารัก แม้ว่าสถาณการณ์ในเรื่องจะดูแย่ๆ แค่ไหน เอริก้าก็ยังเป็นตัวปล่อยมุกคู่กับดัสตินได้ฮาเสมอ





ส่วนของ "โรบิน" ที่มาใหม่ก็เข้ากับกลุ่มแก๊งสตีฟกับดัสตินได้อย่างรวดเร็ว โรบินเป็นตัวละครสาวที่ฉลาดและมีเสน่ห์ลึกๆ เป็นเพื่อนเรียนมาด้วยกัน แต่สตีฟมักมองข้ามไม่สนใจไปมองหาสาวตามสเป็ค แต่ด้วยความที่เขาสอบมหาลัยไม่ผ่าน ต้องมาทำงานในร้านไอติม ก็ทำให้จากหนุ่มฮอตในงานพรอม (งานเต้นรำเลี้ยงจบการศึกษามัธยมปลายของของอเมริกา) กลายมาเป็นหนุ่มไม่มีอนาคตในชุดเครื่องแบบกลาสีเรือ ที่ไม่มีสาวคนไหนสนใจอีกแล้ว หนังทำให้โรบินทั้งฉลาด เด็ดเดี่ยว มีความคิดเป็นของตัวเองอย่างน่าสนใจ ซึ่งคาแร็กเตอร์แบบนี้มักถูกกันพื้นที่ไว้เป็นเฟรนด์โซนมากกว่าจีบเป็นแฟน แต่การผจญภัยครั้งนี้ก็ทำให้สตีฟได้เริ่มหันมามองโรบินใหม่ ซึ่งพล็อตดูแล้วเหมือนพวกหนังรักสูตรสำเร็จเดาง่าย แต่หนังกลับทำได้ดีกว่านั้น แถมสอดแทรกประเด็นความรักนอกกรอบสังคมในยุค 80 ที่สิ่งนี้ยังเป็นเรื่องใหม่ถ้าใครจะเปิดเผยออกมา หนังทำฉากบทสรุปของเรื่องราวทั้งคู่ในห้องน้ำคาโถส้วมได้อย่างขำๆ พิลึก แต่แอบซึ้งดีงามลงตัวไปพร้อมกัน รวมถึงเรื่องราวความรักของดัสตินในกลุ่มก็ด้วยเช่น ซึ่งทั้งสองคู่นี้เป็นบทสรุปความรักที่ทำออกมาได้ดีที่สุดในซีซั่นนี้แล้ว



ช่วงหลังหนังก็เป็นไปตามสูตรคือทุกกลุ่มจะได้กลับมาพบจบกันในช่วงเอพิโสดท้าย โดยแอลยังเป็นคนใช้พลังพิเศษพลิกวิกฤติในช่วงคับขันต่างๆ อยู่เหมือนเดิม ซึ่งดูเหมือนทางผู้สร้างจะยังหาทางออกดีๆ ให้ตัวละครอื่นมีบทบาทในการสู้กับสิ่งเหนือธรรมชาติในเรื่องไม่ได้ ผิดกับซีซั่นแรกที่การใช้พลังแต่ละครั้งของแอลดูเป็นปาฏิหาริย์ที่โผล่ขึ้นมาอย่างน่าอัศรรย์ ซึ่งตั้งแต่ซีซั่น 2 แล้วที่ผู้เขียนรู้สึกว่าฉากขับคันในเรื่องหาทางออกด้วยพลังของแอลมากเกินไปหน่อย จนรู้สึกว่าจำเจ แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่ถึงขนาดน่าเบื่อ เพียงแต่การที่มีแต่แอลเท่านั้นที่พลิกวิกฤติได้ดูจะเป็นสูตรสำเร็จง่ายเกินไป แตกต่างจากความสนุกช่วงก่อนรวมทีม ที่ดูมีลุ้นในแบบฉบับความสามารถของแต่ละคนมากกว่า แต่ก็ยังดีที่ตอนท้ายเรื่องทุกตัวละครยังได้มีซีนร่วมกันต่อสู้กับบอสสัตว์ประหลาดตัวสุดท้ายของเรื่องไปพร้อมกัน แต่ก็รู้สึกว่าไม่ได้ดูอลังการหรือ CG ดีมากเท่ากับที่ Netflix โหมโปรโมทไว้ แถมยังดูเหมือนไม่น่ากลัวเท่ากับช่วงที่มันหลบซ่อนตัวอยู่ อีกทั้งการไล่ล่าท้ายเรื่องก็หยุดชะงักขาดเป็นช่วงๆ จนดูไม่เมคเซนส์กับความสามารถสัตว์ประหลาดที่ปูมาทั้งเรื่องอีกด้วย ส่วนงานเทศกาลวันชาติอเมริกา 4 กรกฎาคม ที่ถูกเนรมิตขึ้นมาได้อย่างสมจริง ก็กลับไม่นำมาใช้ให้เป็นไคลแม็กซ์ของเรื่องราวสักเท่าไหร่เลย อันนี้เป็นส่วนที่ปูมาเนอะ แต่นำมาใช้น้อยนิด น่าผิดหวังที่สุดของเรื่องแล้วครับ


นี่เป็นซีซั่นที่ไต่ระดับความน่าสนใจในช่วงแรกได้อย่างรวดเร็วน่าติดตามขึ้นเรื่อยๆ เนื้อเรื่องตัดไวไม่ยืดเยื้อ มีแนวทางใหม่มานำเสนอ แต่กลับไปดรอปลงในช่วงท้ายสุดของซีซั่นอย่างน่าผิดหวัง หนังมีตัวละครเพิ่มใหม่เพิ่มอีกหลายตัว อย่างนายกเทศมนตรี นักวิทย์ศาสตร์รัสเซียสุดเอ๋อ แต่ก็ใส่มาเพื่อเป็นส่วนประกอบของเรื่อง ไม่ได้เป็นคีย์ในบทสรุปท้ายสุดตอนไคลแม็กซ์เลย (ทั้งๆ ที่บทส่งให้เป็นไปในทางนั้น) รวมถึงไม่ได้สรุปเรื่องราวภายหลังที่ดีพอกับห้างสตาร์คอร์ทที่ชาวเมืองต่อต้าน และในส่วนของโลก Upside Down หนังยังเลือกจบในแบบทิศทางเดิมๆ เกินไป ซึ่งถือว่าเป็นความน่าผิดหวังที่ผู้สร้างยังเลือกกั๊ก หรืออาจจะเลือกยืดซีรีส์ Stranger Things ให้มากกว่าซีซั่น 4 ก็เป็นได้ เพราะท้ายเรื่องเอนเครดิต หนังเลือกออกสู่เมืองอื่น ออกสู่โลเกชั่นใหม่นอกเมือง Hawkins ดูเป็นทิศทางใหม่ในอนาคตต่อไปของซีรีส์นี้ แต่ก็ยังไม่พ้นหยิบจับปีศาจเก่าในโลก Upside Donw มาใช้อยู่เช่นเดิม...

8.5/10 ครับ

อ่านเรื่องราวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องติดตามที่ลิ้งค์ด้านล่างครับ
https://www.playinone.com/folkplay/stranger-things-3/
#4
หลังๆ จำนวนบทความไม่เกี่ยวนักหรอกครับ ของผมนี่มีเป็นร้อยส่งไปเจอบั๊กไม่เห็นโค๊ดตอนตรวจสอบ คือตรวจอย่างนานเป็นอาทิตย์ตอบมาว่าไม่มีโค๊ด เราก็แก้ไปสิทั้งๆ ที่ก็ใส่ถูก ส่งไปร่วมสองเดือน เสียเวลาตรงรอตอบนี่แหละ
สุดท้ายหายตรงลบแคชทิ้งหมดเว็บ ไม่ติดคลาวดแฟร์ถึงได้
#5
อ้างถึงจาก: tarrekup ใน 14 เมษายน 2019, 08:12:20
แนะนำ hostsevenplus อีกตัวเลือกครับ
ตามลายเซ็นครับ :-[
https://www.hostsevenplus.com/cloudvpsthai.html
ดูตารางราคาแล้วแพงกว่า z อีกครับ แพงมากเลย
#6
ที่อยู่ตอนนี้ใช้ของ z.com ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร ซัพพอร์ทก็โอเคดี ราคาตอนแรกไม่แพง 700 กว่าบาทต่อเดือน แต่ตอนนี้เค้าปรับราคาใหม่ไม่แจ้งล่วงหน้าเลย แพงแบบไม่ไหว เป็นเดือนละ 1,000  >>ตารางราคา https://hosting.z.com/th/private-hosting/
ก็เลยต้องหาข้อมูล vps host ใหม่ ไม่รู้จะหาใกล้เคียงได้แค่ไหน มาเห็นของ VPShispeed จากเว็บรีวิวโฮสตามด้านล่างนี้
http://www.hostsearch.co.th/Thailand-web-hosting-company-reviews/VPSHiSpeed
มีใครยืนยันได้ว่าดีจริงขนาด 100% ตามรีวิวไหมครับ (กลัวม้าเยอะ) หรือมีเจ้าที่ดีๆ สเป็คอยากได้ 4cpu แรม 4gb ราคาถูกกว่าที่ z ตั้งไว้ตอนนี้คือ 1500 ต่อเดือนครับ ขอที่ซัพพอร์ทดี มีบริการช่วยย้ายโฮสด้วยครับ

ถามเพิ่มอีกเรื่องคือ ข้อความด้านล่างนี้ของ z จริงเท็จแค่ไหนครับ เพราะเห็นเจ้าอื่นๆ ก็ลงไว้แค่ 1Gbps หมดเลยครับ
"Server ทั้งหมดที่เราเลือกใช้คือ Dell R630 Spec แรงสุดๆ และอุปกรณ์ Network ทุกตัว ที่เชื่อมต่อกัน ไม่ว่าจะเป็น Switch , Server หรือ Storage จะเชื่อมต่อทั้งหมดด้วยความเร็ว 10Gbps ซึ่งเป็นความเร็วสูงที่สุดในปัจจุบัน ทำให้การรับส่งข้อมูลหรือการ Backup ข้อมูลทำได้อย่างรวดเร็ว
(ระบบทั่วไปที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันจะใช้เพียง 1Gbps เพราะค่าอุปกรณ์ต่างๆของ 10Gbps ยังมีราคาสูงอยู่)"

#7
อ้างถึงจาก: tarrekup ใน 15 มีนาคม 2019, 06:42:51
โค้ดอาจจะทำงานร่วมกับสคริปเว็บไม่ได้  :wanwan044:
อีกเว็บก็ใช้ธีมเดียวกันครับ ไม่มีปัญหา
#8
งงในงงมากครับ พยายามยื่นขอ Adsense เพิ่มอีกเว็บ วางถูกต้อง แต่กูเกิลบอกไม่ถูกต้อง เปลี่ยนปลักอิน ลองหลายอันแล้ว 4 รอบ คำตอบแบบเดิม บอกค้นไม่เจอโค๊ดที่วางใน head

นึกไม่ออกแล้วว่าผิดพลาดอะไรตรงไหนครับ ก่อนนี้มีเว็บที่มี adsense อยู่แล้วครับ ยูทูบด้วย แต่อันนี้เว็บเปิดใหม่ 1 เดือน ยอดทราฟิก 5 หมื่นวิวเดือนแรก มีข้อจำกัดในเรื่องอายุของเว็บใหม่หรือเปล่าครับ แต่ถ้าแบบนั้นทำไมแจ้งว่าไม่พบโค๊ดครับ ทั้งๆ ที่อย่างอื่นติดไปได้หมดแล้ว ปกติ (GA/Search console)  :-X
#9
มันไม่ใช่จะมีเสิร์ชในทุกคีย์เป็นพันคนต่อวันครับ ตลาดมันก็เรดโอเชี่ยนไปทุกคีย์ ยกเว้นคุณจะเจาะคู่แข่งดูว่ามีกี่เจ้า แล้วใครที่เป็นเจ้าที่คุณต้องชนะเขา ก็ทำให้ดีกว่า ต้องอึดทนเป็นปีๆ ถึงจะพอสู้กับเบอร์ต้นๆ ของตลาดได้ ไม่ง่ายครับ
#10
ไม่ต้องปลักอินก็ทำได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับครับ ใช้เวอร์ชวลจัดหน้า ทำกรอบ box ไว้แล้วก็กำหนดเอาว่าจะเอา tag หรือหมวด หรือเลขไอดีเรื่องนั้น จะเอากี่กรอบ ในแนวเดียวกันกี่คอลัมน์ก็เลือกเอง การแสดงผลย่อยจะเปิดให้มีรูปทัมปืเนลหรือไม่มีก็ได้
#11
สุดยอดกระทู้อันดับต้นๆ ที่เคยอ่านมาเลยครับ ทั้งการเล่าเรื่อง การตอบที่หมดพุง หมดใจ  คาราวะเลย :wanwan017:
#12
มันน่ารำคาญอ่ะครับ การขายตรงแบบยิงไปแบบนี้ มันไม่เป็นธรรมชาติ อารมณ์เดียวกับ SMS มาชวนให้สมัครนั่นนี่นั่นแหละ
การเห็นโฆษณาจากผู้ใช้เองดีกว่าครับ หรือแบบปลายยอดปิรามิดจกาเสิร์ชของกูเกิลได้ผลกว่ามาก
หลักๆ ไลน์มีไว้คุยมากกว่า  คุยแล้วขายเลยอันนี้โอเคมากกว่าการยิงไปหาครับ
#13
ถ้าไม่มีปลดแบนนี่ จบชีวิตเลยนะครับ ถ้าได้ทางแก้ยังไงอัพเดทบอกกันด้วย เสียวๆ เหมือนกัน  :P
#14
กูเกิลใช้เซสชั่นในการจับครับ เพจวิวก็ต้องไม่ซ้ำไอพี แต่ fb ไม่มีพวกนี้เลย กดได้กดไปมันเลยดูเยอะ ไม่ใช่คนเข้าอ่านจริงครับ
#15
อ้างถึงจาก: Bes ใน 31 พฤษภาคม 2018, 15:22:43
ไม่น่าไว้ใจตั้งแต่มีรูปนักฟุตบอลไทยเป็นพรีเซ็นเตอร์แล้วครับ มันไม่ใช่อ่า  :P
คิดเหมือนกัน = =
#16
อ้างถึงจาก: metrosexual ใน 28 พฤษภาคม 2018, 08:50:11
Z.COM หรือ NetDesignHost นี่เจอหลายคระ้งแล้ว เจ้าหน้าที่แต่ละคนทำงานไม่ได้มาตราฐาน อีกคนไปทาง คนนี้ไปอีกทาง ผมด่ากลับไปหลายรอบแล้ว จนต้องโทรมาขอโทษขอโพย

บอกเลย ตอนนี้สงสาร GMO มากนะ ที่ต้องเอาแบรนด์ด้วยเอง มาเสียชื่อในไทย โดยผ่านทาง NetDesignGroup
พึ่งมาใช้บริการของเจ้านี้ ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่เจอแบบที่บอกเป๊ะ พนักงานคนนึงบอกแบบนึง อีกคนบอกคนละอย่างสวนทางกันสุดๆ ทั้งๆ ที่ระบบของเขาเอง งงเลยว่านี่บริษัทญี่ปุ่นไม่ได้คุมมาตรฐานการให้บริการเลยเหรอ
#17
เปิดไพรเวทคลาวด์วันแรกเจอปัญหาตอนสร้างเลย 4 วันถึงแก้ได้ แต่ละวันก็ตอบแบบเดิมๆ ว่าแก้แล้ว แต่สุดท้ายก็เหมือนเดิม
แต่พอแก้เสร็จแล้วหลังจากนั้นเจอพนักงานช่วยเหลือหลายอย่าง ก็ถือว่าดีไปครับ แต่ตอนแรกนี่เฟลมากๆ ให้คะแนนตอนนี้ก็ สัก 7 ยังไม่ประทับใจ ไม่สมกับที่โปรโมทว่าดำเนินงานโดยบริษัทญี่ปุ่นเลย
#18
อย่าใช้ note ในการโพสต์ครับ ยอดมันน้อยสุดกว่าอย่างอื่น อันดับต้นๆ คือต้องทำวิดีโอ Live หรือคลิป อันตราการเห็นสูงกว่าอย่างอื่น แต่ทั้งนี้การขายตรงไม่ได้ผลหรอกครับ เพราะลูกค้า fb คือคนที่เอนเตอร์เทรนอ่านข่าว เขาไม่ได้มาตามเพจเพื่อซื้อของประเภทนานๆ ใช้ทีแบบนี้ ดังนั้นค่าความสัมพันธ์ที่เพจคุณมีกับคนติดตามจะน้อยมากๆ ถ้าจะขายของไปหาทางอื่นดีกว่า เว็บยังมีโอกาสขายได้มากกว่าครับ (กับของแบบนี้นะ)