ThaiSEOBoard.com

< กดยุบ (ห้องยกเลิกการใช้งาน) => สาระคำถามทั่วไป (ย้ายไป cafe) => ข้อความที่เริ่มโดย: Gteam ที่ 18 พฤศจิกายน 2009, 14:57:07



หัวข้อ: ดื่มน้ำเย็น เป็นaอันตรายจริงหรือ
เริ่มหัวข้อโดย: Gteam ที่ 18 พฤศจิกายน 2009, 14:57:07
 :P
ผู้เขียนได้รับอีเมล์ฉบับหนึ่ง จั่วหัวว่า "ดื่มน้ำเย็น สดชื่นดี แต่อันตราย" พอเปิดอ่านตอนแรกก็ตกใจ เพราะปัจจุบันใครๆ ก็ดื่มน้ำเย็นกันทั้งนั้น โดยข้อความที่ส่งต่อๆ กันมามีใจความว่า "เวลาได้กินน้ำเย็นๆ สักแก้ว หลังอาหารมันรู้สึกชื่นใจดีใช่มั้ยครับ แต่ว่าน้ำเย็นจะทำให้ไขมันที่คุณเพิ่งกินเข้าไปจับตัวเป็นไขขึ้นมา ซึ่งจะส่งผลให้การย่อยอาหารช้าลง ถ้าคราบไขมันทำปฏิกิริยากับกรด มันจะแตกตัวแล้วถูกดูดซึมไปที่ลำไส้ ไขมันที่แตกตัวนี้จะดูดซึมได้เร็วกว่าอาหารทั่วไปแล้วจะเคลือบลำไส้เราไว้ ในไม่ช้ามันก็จะแปรสภาพเป็นไขมันก้อนๆ และเป็นบ่อเกิดของมะเร็งในที่สุด ดังนั้นควรดื่มน้ำอุ่นหลังอาหารดีกว่า"   

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์ อายุรวัฒน์นานาชาติ อธิบายว่า ความจริงการดื่มน้ำเย็นหลังอาหาร คงไม่เป็นอันตราย ถึงขั้นทำให้ไขมันจับตัวเป็นไข เป็นก้อนขนาดนั้น เพราะปกติอุณหภูมิร่างกายคนเราอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส น้ำที่เราดื่มเข้าไปถึงจะเย็น แต่ร่างกายเราร้อนอยู่แล้ว ก็จะเปลี่ยนให้เป็นน้ำอุ่นๆ อยู่ดี ไขมันกว่าจะจับกันเป็นก้อนแข็ง ต้องอาศัยอุณหภูมิเหมือนอยู่ในตู้เย็น 3 - 4 องศาเซลเซียส กรณีนี้จึงเป็นข้อความหลอก

          ถ้าถามว่า เราควรจะดื่มน้ำเย็นหรือน้ำอุ่นดี ก็ต้องขอเรียนว่า น้ำเย็นจะช่วยเติมน้ำให้ร่างกายได้ดีกว่าน้ำอุ่น เพราะว่าน้ำเย็นดูดซึมได้เร็วกว่า ตรงนี้เป็นข้อมูลจากสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาของสหรัฐ เขาบอกเลยว่า น้ำที่ควรจะดื่มถ้าอยากให้สดชื่น ออกกำลังกายได้อึดขึ้น อุณหภูมิควรอยู่ที่ประมาณ 15 - 22 องศาเซลเซียส หรือง่ายๆ คือ ให้ดื่มน้ำที่อุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิร่างกาย

          ไม่มีงานวิจัยฉบับไหนเลย ที่บอกว่าดื่มน้ำเย็นแล้วจะเป็นมะเร็ง อีเมล์ในลักษณะนี้มีการส่งต่อกันไปทั่ว แม้แต่ในต่างประเทศ ดูเหมือนจะเป็นวิชาการ แต่กลับไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มารับรอง ทำให้คนกลัวกันมาก ดังนั้นคนที่ได้รับอีเมล์จะต้องใช้วิจารณญาณให้ดี

     &nbs! p;     การดื่มน้ำเย็นเป็นผลดีด้วยซ้ำ เพราะจะช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานในการทำให้น้ำอุ่นขึ้น โดยน้ำ 1 แก้ว จะช่วยเผาผลาญไขมันประมาณ 9 กิโลแคลอรี  ถ้าเราดื่มน้ำ 8 แก้วก็จะเผาผลาญไขมันได้ถึง 70 กิโลแคลอรีเลยทีเดียว นั่นก็หมายความว่า ยิ่งดื่มน้ำมาก ก็จะยิ่งช่วยลดความอ้วน แต่ในคนที่กำลังลดความอ้วน ลดปริมาณอาหารแต่ลืมดื่มน้ำ ต้องระวัง เพราะน้ำหนักจะไม่ลง เพราะน้ำคือตัวช่วยทำให้ไขมันสลายเร็วขึ้นนั่นเอง

          ส่วนที่หลายคนสงสัยว่า การดื่มน้ำมากๆ ไตจะทำงานหนักไปหรือไม่ ก็ต้องบอกว่า น้ำจะเป็นพิษต่อร่างกายนั้น ต้องดื่มมากเป็น 10 ลิตร อย่างเช่น กรณีการรับน้องแบบพิเรนทร์ๆ ที่เราเห็นข่าวกัน ส่วนคนทั่วไปดื่มน้ำอย่างเก่งสัก 5 ลิตรก็ไม่เป็นอะไร

          ดังนั้นไม่ว่าจะดื่มน้ำเย็น น้ำร้อน หรือน้ำอุณหภูมิปกติ ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร หลักการง่ายๆ คือ น้ำเย็น ควรดื่มเวลาออกกำลังกาย จะดูดซึมเร็ว แต่มีข้อห้ามในผู้หญิงที่มีประจำเดือน ไม่ควรดื่มน้ำเย็น เพราะจะยิ่งทำให้ปวดท้องมากขึ้น ส่วนน้ำอุ่น ควรดื่มเพื่อกระตุ้นลำไส้ ทำให้ลำไส้บีบตัวดี เช่น เวลาท้องเสีย เจ็บคอ เป็นหวัด

          นพ.กฤษดา บอกว่า ใครที่ไม่อยากแก่ ต้องดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ผิวหนังชุ่มชื้น เนื่องจากผิวที่แก่เกิดจากการขาดน้ำ การดื่มน้ำมากๆ ยังช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง แต่ถ้าดื่มน้ำน้อย โดยเฉพาะในผู้ชายอาจทำให้น้ำไปเลี้ยงอสุจิไม่พอ ทำให้อสุจิไม่แข็งแรง และเซ็กซ์เสื่อมได้ 

          ในคนที่มีอาการคล้ายจะเป็นหวัด เช่น ปากแห้ง ตาแห้ง อย่าเพิ่งกินยา ให้ดื่มน้ำมากๆ สักพักจะหายได้ โดยไม่ต้องพึ่งยา ที่เป็นเคล็ดสำหรับคนดื่มเหล้า คือ ถ้ากลัวว่าจะแฮงก์ควรดื่มน้ำตามเข้าไปประมาณ 4 เท่าของเหล้าที่ดื่มก็จะช่วยได้

          แต่ละวันเราควรดื่มน้ำมากน้อยแค่ไหน? นพ.กฤษดา บอกว่า ควรดื่มน้ำตามน้ำหนักตัว คือ ดื่มน้ำ 1 ออนซ์ ต่อน้ำห! นักตัว 1 กิโลกรัม ถ้าน้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม ก็ต้องดื่มน้ำ 60 ออนซ์  โดยน้ำ 1 ออนซ์ก็ประมาณ 30 ซีซี คนน้ำหนัก 60 กิโลกรัม ก็ต้องดื่มน้ำประมาณ 1,800 ซีซี
จากที่นี้ครับ...link >>http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?ColumnId=64913&NewsType=2&Template=1


หัวข้อ: Re: ดื่มน้ำเย็น เป็นaอันตรายจริงหรือ
เริ่มหัวข้อโดย: onlyones ที่ 18 พฤศจิกายน 2009, 15:01:57
ไม่เป็นไรหรอกครับถ้าดื่มน้ำเย็นแล้วป่วยผมก็ไปนานแล้วหละ


หัวข้อ: Re: ดื่มน้ำเย็น เป็นaอันตรายจริงหรือ
เริ่มหัวข้อโดย: Twenty-One ที่ 18 พฤศจิกายน 2009, 15:18:53
ดื่มน่ำเย็นทุกวันเหมือนกัน


หัวข้อ: Re: ดื่มน้ำเย็น เป็นaอันตรายจริงหรือ
เริ่มหัวข้อโดย: sanshoku ที่ 18 พฤศจิกายน 2009, 15:29:46
รู้สึกว่าจะเป็นอย่างที่บอกครับ เกี่ยวกับไขมันที่โดนย่อย พอโดนน้ำเย็นแล้วมันจะแข็งตัว

แต่ร่างกายก็ขับของเสียเหล่านี้ออกได้ครับ

ผมก็เป็นคนนึงที่ชอบดื่มน้ำไม่เย็นมากกว่า นานๆถึงจะดิ่มน้ำเย็น

ลองดูครับกินน้ำไม่เย็นบ่อยๆ แล้วจะชอบเหมือนผม หุหุ

ไปกินข้าวนอกบ้านทีไรชอบ สั่งน้ำไม่เย็น คนขายชอบยื่นน้ำเย็นให้ก่อนตลอด  :P


หัวข้อ: Re: ดื่มน้ำเย็น เป็นaอันตรายจริงหรือ
เริ่มหัวข้อโดย: L ที่ 18 พฤศจิกายน 2009, 15:41:47
ขอบคุณข้อมูลครับ แต่ถึงอย่างไร ผมก็ไม่ได้ดื่มน้ำเย็นมานานแล้ว


หัวข้อ: Re: ดื่มน้ำเย็น เป็นaอันตรายจริงหรือ
เริ่มหัวข้อโดย: tapo ที่ 18 พฤศจิกายน 2009, 16:27:26
ผมดื่มทั้งเช้า กลางวัน เย็นเลยครับ จะอันตรายไหมนี่ :wanwan023:

เคยอ่านเจอเหมือนกันครับ เขาบอกว่าน้ำเย็นไม่ดี น้ำร้อนดื่มบ่อยก็ไม่ดี ควรดื่มน้ำในอุณหภูมิปกติ

แต่เวลาดื่มน้ำเย็นแล้วรู้สึกมันชื่นใจมากเลย โดยเฉพาะเวลากินอะไรแซบๆนี่ :'( :'(


หัวข้อ: Re: ดื่มน้ำเย็น เป็นaอันตรายจริงหรือ
เริ่มหัวข้อโดย: oil55 ที่ 18 พฤศจิกายน 2009, 16:47:08
fw mail ไม่น่าเชื่อถือ


หัวข้อ: Re: ดื่มน้ำเย็น เป็นaอันตรายจริงหรือ
เริ่มหัวข้อโดย: PAC ที่ 18 พฤศจิกายน 2009, 16:51:30
น้ำเย็นมันไม่ดีครับ ผมก็รู้ แต่มันอดไม่ได้  :-[


หัวข้อ: Re: ดื่มน้ำเย็น เป็นaอันตรายจริงหรือ
เริ่มหัวข้อโดย: KaPonGZaYo ที่ 18 พฤศจิกายน 2009, 16:55:49
ถ้ามันอันตรายจริงๆผมก็ยอมเสี่ยงครับ  :wanwan023:
เห็นคนเถ้าคนแก่เค้าก็ดื่มกันยังอยู่ได้ถึง 80-90 ปี  เยอะกว่าบางคนที่ไม่ดื่มอีก
ผมขอแค่ 75 ปี ก็พอแล้วครับ  อยู่แก่มากรับสภาพตัวเองไม่ได้  :P


หัวข้อ: Re: ดื่มน้ำเย็น เป็นaอันตรายจริงหรือ
เริ่มหัวข้อโดย: Joantoro ที่ 18 พฤศจิกายน 2009, 17:55:15
แต่กินน้ำเย็น ก้อเห็นผลเลย คือมันสดชื่น จริงๆ


หัวข้อ: Re: ดื่มน้ำเย็น เป็นaอันตรายจริงหรือ
เริ่มหัวข้อโดย: sanshoku ที่ 18 พฤศจิกายน 2009, 18:47:02
ลองนึกถึง "ซิงค์ล้างชาม" ครับ

เรายังต้องคอยลอกท่อน้ำเลย เพราะไขมันไปเกาะจนเป็นก้อนจนอุดตัน

แล้วนึกย้อนกลับมาที่ร่างกายคนเราครับ นึกดูว่าเราเกิดมากี่ปีแล้ว ผม20ปี

ต้องลอกท่อรึเปล่า ? หุหุ คิดเล่นๆครับ


หัวข้อ: Re: ดื่มน้ำเย็น เป็นaอันตรายจริงหรือ
เริ่มหัวข้อโดย: Se7enKeNz ที่ 18 พฤศจิกายน 2009, 18:48:45
ความรู้ดีๆ  :wanwan020: