อยากรู้ว่าเราจะขายสินค้าอะไรในอีเบย์ดีค่ะ แบบว่ามือใหม่ แล้วเราจะหาสินค้าเหล่านี้ได้ที่ไหนบ้างค่ะ
แล้วเราจะต้องมี stock สินค้าเลยอ่ะเปล่า
อะไรก็ได้ครับที่มันแหวกแนวและไม่เหมือนไคร
พลอย
อัญมณี
::) ::)
ไปอ่านเล่มนี้ ดีมั้ย
(http://www.se-ed.com/eShop/Products/image.axd?picture=9789749749586L.gif&Type=Large)
อีกเล่มก็
(http://www.se-ed.com/eShop/Products/image.axd?picture=9789741637737L.gif&Type=Large)
ที่ se-ed
มี 2 แนวทางให้เลือกทำครับ
1. มีของเอง อันนี้มีเงินลงทุนซัก 5 หมื่น - 6 หมื่นก็น่าจะเพียงพอหาของแนวเดียวกัน ราคาถูกหน่อยมาขายแหล่งหาสินค้าถ้าได้จากผู้ผลิตตรงก็ถูกลงหน่อยถ้าไม่ได้ก็ จตุจักร โบเบ้ สำเพ็ง พาหุรัด .... พวกนี้ก็ได้ปลอกหมอนอิงผมดูใน thaidropship.com 350 บาทแต่ผมเคยเจอสวย ๆ ที่ zon dutyfree (ด่านข้ามไปมาเลย์) ราคาประมาณ 200 บาทสวย ๆ เพียบ แต่น้าผมรับจากจตุจกรก็ไม่ถึง 350 นะ ข้อดีคือกำไรเยอะกว่าแบบที่ 2 ที่จะแนะนำ + ค่า shipping อีก 3.50 ก็ได้กำไรจนอ้วยเลย แต่ข้อเสียคือขายไม่ออกก็เงินจม ปลอกหมอนอิง ผ้าพันคอผมยังมีที่ไม่ได้ขายอีกเยอะเพราะตอนหลังไม่ได้ขายพวกนี้แล้ว
2. ใช้ dropshiper เป็นคนส่งของให้ วิธีนี้เราไม่ต้องลงทุนเองเอาข้อมูลมาลงใน ebay พอขายได้ก็แจ้ง dropshiper ให้ส่งของให้เรา แบบนี้สบายเราไม่ต้องมีทุนมากก็ขายของได้ (แต่ควร + กำไรไว้มากหน่อยเพราะ ebay มีค่าใช้จ่าย) ข้อเสียก็มีคือเสียค่าใช้บริการของ dropshiper นั้น ๆ + ของหมดถ้าเราไม่เอาลงก็โดน buyer ด่าแน่นอน
ที่ผมเห็นมีคนทำเว็บนะชื่อ thaidropship.com แต่ผมมองแล้วเขาไม่ใช่เป็นคนส่งของเอง แค่เอาข้อมูลของดรอปชิปเจ้าอื่นมาลง แถมไม่มีเครื่องประดับอีก (ผมขายเครื่องประดับอะ) เศร้าเลยผมแนะนำ www.thaiebayuser.com/forum (http://www.thaiebayuser.com/forum) ครับ (เจ้าของเดียวกับ thaidropship.com แต่บอร์ดนี้จะเหงา ๆ ไปซักนิด) น่าจะหาคนมาเป็น supplyer ให้เราได้หรือหา dropshiper เจ้าอื่น ๆ ได้ (แต่ผมดูยังไม่มีคนไทยทำ dropship เท่าไหร่) แต่จริง ๆ แล้วจะมี 2 - 3 เว็บฝรั่งที่ขายข้อมูลดรอปชิปถ้าเรายอมจ่ายก็จะได้ข้อมูลมาแล้วไปดูว่าที่ไหนรับคนไทยมังก็ไปสมัครเอาสินค้าเขามาขาย
ป.ล. มือใหม่ผมแนะนำของเล็ก ๆ ราคาถูกให้ขายง่าย ๆ ก่อนครับพอมี feedback เยอะ ๆ ค่อยเปลี่ยนไปจับที่มันใหญ่ขึ้นถ้าโผล่มาของใหญ่ หรือแพงเลยจะรอดยากครับเพราะความเชื่อมั่นไม่มีลูกค้าก็กลัวเราจะโกง
อ้างถึงจาก: hermiss ใน 22 สิงหาคม 2009, 17:53:34
มี 2 แนวทางให้เลือกทำครับ
1. มีของเอง อันนี้มีเงินลงทุนซัก 5 หมื่น - 6 หมื่นก็น่าจะเพียงพอหาของแนวเดียวกัน ราคาถูกหน่อยมาขายแหล่งหาสินค้าถ้าได้จากผู้ผลิตตรงก็ถูกลงหน่อยถ้าไม่ได้ก็ จตุจักร โบเบ้ สำเพ็ง พาหุรัด .... พวกนี้ก็ได้ปลอกหมอนอิงผมดูใน thaidropship.com 350 บาทแต่ผมเคยเจอสวย ๆ ที่ zon dutyfree (ด่านข้ามไปมาเลย์) ราคาประมาณ 200 บาทสวย ๆ เพียบ แต่น้าผมรับจากจตุจกรก็ไม่ถึง 350 นะ ข้อดีคือกำไรเยอะกว่าแบบที่ 2 ที่จะแนะนำ + ค่า shipping อีก 3.50 ก็ได้กำไรจนอ้วยเลย แต่ข้อเสียคือขายไม่ออกก็เงินจม ปลอกหมอนอิง ผ้าพันคอผมยังมีที่ไม่ได้ขายอีกเยอะเพราะตอนหลังไม่ได้ขายพวกนี้แล้ว
2. ใช้ dropshiper เป็นคนส่งของให้ วิธีนี้เราไม่ต้องลงทุนเองเอาข้อมูลมาลงใน ebay พอขายได้ก็แจ้ง dropshiper ให้ส่งของให้เรา แบบนี้สบายเราไม่ต้องมีทุนมากก็ขายของได้ (แต่ควร + กำไรไว้มากหน่อยเพราะ ebay มีค่าใช้จ่าย) ข้อเสียก็มีคือเสียค่าใช้บริการของ dropshiper นั้น ๆ + ของหมดถ้าเราไม่เอาลงก็โดน buyer ด่าแน่นอน
ที่ผมเห็นมีคนทำเว็บนะชื่อ thaidropship.com แต่ผมมองแล้วเขาไม่ใช่เป็นคนส่งของเอง แค่เอาข้อมูลของดรอปชิปเจ้าอื่นมาลง แถมไม่มีเครื่องประดับอีก (ผมขายเครื่องประดับอะ) เศร้าเลยผมแนะนำ www.thaiebayuser.com/forum (http://www.thaiebayuser.com/forum) ครับ (เจ้าของเดียวกับ thaidropship.com แต่บอร์ดนี้จะเหงา ๆ ไปซักนิด) น่าจะหาคนมาเป็น supplyer ให้เราได้หรือหา dropshiper เจ้าอื่น ๆ ได้ (แต่ผมดูยังไม่มีคนไทยทำ dropship เท่าไหร่) แต่จริง ๆ แล้วจะมี 2 - 3 เว็บฝรั่งที่ขายข้อมูลดรอปชิปถ้าเรายอมจ่ายก็จะได้ข้อมูลมาแล้วไปดูว่าที่ไหนรับคนไทยมังก็ไปสมัครเอาสินค้าเขามาขาย
ป.ล. มือใหม่ผมแนะนำของเล็ก ๆ ราคาถูกให้ขายง่าย ๆ ก่อนครับพอมี feedback เยอะ ๆ ค่อยเปลี่ยนไปจับที่มันใหญ่ขึ้นถ้าโผล่มาของใหญ่ หรือแพงเลยจะรอดยากครับเพราะความเชื่อมั่นไม่มีลูกค้าก็กลัวเราจะโกง
เสนอ ทางเลือก 3. ด้วยคนครับ
3. จับเสือมือเปล่า ผมไปถ่ายรูปอย่างเดียวเลย เอาไปโพส ขายออกค่อยไปซื้อจริง ทุนไม่จมครับ พอซื้อก็ขอถ่ายเพิ่มเรื่อย ๆ ทำเป็นร้านได้เลย เคยได้กำไรชิ้นละ 1000 ถึง 2500 แน่ะ (ต้นทุนผมเรื่องสินค้าเป็น 0 เพราะรอเค้าโอนเงินมาก่อน)
เข้ามาเก็บข้อมูล ขอบคุณมากครับ :-*
อ้างถึงจาก: si4101022b ใน 22 สิงหาคม 2009, 18:12:10
เสนอ ทางเลือก 3. ด้วยคนครับ
3. จับเสือมือเปล่า ผมไปถ่ายรูปอย่างเดียวเลย เอาไปโพส ขายออกค่อยไปซื้อจริง ทุนไม่จมครับ พอซื้อก็ขอถ่ายเพิ่มเรื่อย ๆ ทำเป็นร้านได้เลย เคยได้กำไรชิ้นละ 1000 ถึง 2500 แน่ะ (ต้นทุนผมเรื่องสินค้าเป็น 0 เพราะรอเค้าโอนเงินมาก่อน)
จะมีร้านไหนให้จับเสือมือเปล่าแบบนี้มังอะ ผมก็อยากไปร้านพวกนี้แล้วถ่ายรูป เก็บข้อมูลมาให้หมดเอามาลงขายเหมือนกัน แต่ร้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยยอมให้ทำหรอกนะเขากลัวก๊อบของเขา บ้างร้านผมเข้าไปเขาบอกเลยไม่ขายคนไทยค่ะ เขาบอกเขาเคยโดน ขายไปแล้วเอาไปก๊อบขายที่ถนนข้าวสาร ผมต้องคุยอยู่นานว่าผมขายทางเน็ตไม่ได้ทำร้านขาย แต่น้าผมเล่าให้ฟังว่าฝรั่งมันมาซื้อมันเหมาเป็นกล่อง ๆ เลย (ผมซื้อมาแค่ 3 - 5 ชิ้นต่อแบบเอง)
แต่ข้อ 2 กับ ข้อ 3 มีความเสี่ยงที่จะโดนลูกค้าให้ nag นะเพราะถ้าของไม่มีส่งละโดนแน่นอน ขนาดตุนของเองเรากะว่าขายไปแล้วชิ้นนี้ไปร้านต้องมีแน่เพราะเห็นอยู่ประจำ แต่จังหวะของหมดมันก็หมดเลยจริง ๆ แต่โอกาสโดน nag ก็น้อยลง
ตามความคิดผม ว่า ขายเครื่องเงินนะ
เพราะ ถ้าขายไม่ออกเก็บไว้อนาคต ราคามันอาจขึ้นเป็นหลักพันต่อออนซ์ก็ได้ ฮิฮิ+ ตามทัศนะโรเบิร์ต คิโยซากิ ;D
ขายอะไรก็ได้ครับ ที่เรามีควาเเละมีความรู้ในตลาดของสินค้าตัวนั้นๆครับ ::)
ประตูน้ำ แพลตินัม :)
อ้างถึงจาก: hermiss ใน 22 สิงหาคม 2009, 19:37:06
อ้างถึงจาก: si4101022b ใน 22 สิงหาคม 2009, 18:12:10
เสนอ ทางเลือก 3. ด้วยคนครับ
3. จับเสือมือเปล่า ผมไปถ่ายรูปอย่างเดียวเลย เอาไปโพส ขายออกค่อยไปซื้อจริง ทุนไม่จมครับ พอซื้อก็ขอถ่ายเพิ่มเรื่อย ๆ ทำเป็นร้านได้เลย เคยได้กำไรชิ้นละ 1000 ถึง 2500 แน่ะ (ต้นทุนผมเรื่องสินค้าเป็น 0 เพราะรอเค้าโอนเงินมาก่อน)
จะมีร้านไหนให้จับเสือมือเปล่าแบบนี้มังอะ ผมก็อยากไปร้านพวกนี้แล้วถ่ายรูป เก็บข้อมูลมาให้หมดเอามาลงขายเหมือนกัน แต่ร้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยยอมให้ทำหรอกนะเขากลัวก๊อบของเขา บ้างร้านผมเข้าไปเขาบอกเลยไม่ขายคนไทยค่ะ เขาบอกเขาเคยโดน ขายไปแล้วเอาไปก๊อบขายที่ถนนข้าวสาร ผมต้องคุยอยู่นานว่าผมขายทางเน็ตไม่ได้ทำร้านขาย แต่น้าผมเล่าให้ฟังว่าฝรั่งมันมาซื้อมันเหมาเป็นกล่อง ๆ เลย (ผมซื้อมาแค่ 3 - 5 ชิ้นต่อแบบเอง)
แต่ข้อ 2 กับ ข้อ 3 มีความเสี่ยงที่จะโดนลูกค้าให้ nag นะเพราะถ้าของไม่มีส่งละโดนแน่นอน ขนาดตุนของเองเรากะว่าขายไปแล้วชิ้นนี้ไปร้านต้องมีแน่เพราะเห็นอยู่ประจำ แต่จังหวะของหมดมันก็หมดเลยจริง ๆ แต่โอกาสโดน nag ก็น้อยลง
มันก็พอจะมีเหมือนกันนะคะ สินค้าประเภทจับเสือมือเปล่า บางทีอาจจะเป็นของที่เราคาดไม่ถึง ที่อยู่รอบๆตัวเรานี่เอง ถ้าเจอเสือแล้วต้องจับไว้ให้ได้ค่ะ
ถ้าจะมีความเสี่ยง ก็คงเป็นเรื่องที่ว่าจะมีใครตามมาก็อปแล้วตัดราคามากกว่า(เกลียดนัก ไอ้พวกนี้)
อ้างถึงจาก: barbies55 ใน 27 สิงหาคม 2009, 01:17:03
อ้างถึงจาก: hermiss ใน 22 สิงหาคม 2009, 19:37:06
อ้างถึงจาก: si4101022b ใน 22 สิงหาคม 2009, 18:12:10
เสนอ ทางเลือก 3. ด้วยคนครับ
3. จับเสือมือเปล่า ผมไปถ่ายรูปอย่างเดียวเลย เอาไปโพส ขายออกค่อยไปซื้อจริง ทุนไม่จมครับ พอซื้อก็ขอถ่ายเพิ่มเรื่อย ๆ ทำเป็นร้านได้เลย เคยได้กำไรชิ้นละ 1000 ถึง 2500 แน่ะ (ต้นทุนผมเรื่องสินค้าเป็น 0 เพราะรอเค้าโอนเงินมาก่อน)
จะมีร้านไหนให้จับเสือมือเปล่าแบบนี้มังอะ ผมก็อยากไปร้านพวกนี้แล้วถ่ายรูป เก็บข้อมูลมาให้หมดเอามาลงขายเหมือนกัน แต่ร้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยยอมให้ทำหรอกนะเขากลัวก๊อบของเขา บ้างร้านผมเข้าไปเขาบอกเลยไม่ขายคนไทยค่ะ เขาบอกเขาเคยโดน ขายไปแล้วเอาไปก๊อบขายที่ถนนข้าวสาร ผมต้องคุยอยู่นานว่าผมขายทางเน็ตไม่ได้ทำร้านขาย แต่น้าผมเล่าให้ฟังว่าฝรั่งมันมาซื้อมันเหมาเป็นกล่อง ๆ เลย (ผมซื้อมาแค่ 3 - 5 ชิ้นต่อแบบเอง)
แต่ข้อ 2 กับ ข้อ 3 มีความเสี่ยงที่จะโดนลูกค้าให้ nag นะเพราะถ้าของไม่มีส่งละโดนแน่นอน ขนาดตุนของเองเรากะว่าขายไปแล้วชิ้นนี้ไปร้านต้องมีแน่เพราะเห็นอยู่ประจำ แต่จังหวะของหมดมันก็หมดเลยจริง ๆ แต่โอกาสโดน nag ก็น้อยลง
มันก็พอจะมีเหมือนกันนะคะ สินค้าประเภทจับเสือมือเปล่า บางทีอาจจะเป็นของที่เราคาดไม่ถึง ที่อยู่รอบๆตัวเรานี่เอง ถ้าเจอเสือแล้วต้องจับไว้ให้ได้ค่ะ
ถ้าจะมีความเสี่ยง ก็คงเป็นเรื่องที่ว่าจะมีใครตามมาก็อปแล้วตัดราคามากกว่า(เกลียดนัก ไอ้พวกนี้)
เตรียมตัวจับเสือมือปล่าว ได้ที่นี่ เร็วๆนี้ ;D
สรุปว่าขายอะไรดีครับเนี่ย...
กำลังคิดเหมือน จขกท. เลยอ่ะ ???
ตอบตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อมเลยนะครับ
คงไม่ค่อยมีใครอยากจะบอกหรอกครับ ว่าขายอะไรดี ขายอะไรรุ่ง
เพราะบางคนกว่าเค้าจะลองผิดลองถูก หาสินค้าหลักให้ตัวเองได้
เค้าต้องลงทุนลงแรงไปตั้งเยอะ คนมาทีหลังโผล่มาก็ "ขายอะไรดีๆ"
ถ้าเอามาบอก ก็จะมีคนขายตามเพียบ สุดท้ายก็...
เคยมีงานสัมนาอีเบย์อยู่ครับนึง วิทยากรท่านนึง ยกตัวอย่างสินค้าที่ตัวเองขาย
หลังจบสัมนาเท่านั้นล่ะครับ งานเข้าเลย คนที่ไปฟังสัมนา แห่กันมาขายตามเพียบ
สุดท้ายวิทยากรท่านนั้นแทบร้องไห้ รายได้ลดลงไปเกือบ70%
คงต้องไปเดินสำรวจดูตามตลาดใหญ่ๆ ในกรุงเทพเองล่ะครับ
สินค้าในเมืองไทยเยอะมากๆ แถมราคาก็เอาไปแข่งกับพวกต่างประเทศได้สบาย
อีกอย่างก็คงต้องลองไปสำรวจในอีเบย์ดูครับ ว่าเค้าขายอะไรกันมั่ง
ส่วนเรื่องต้องสต๊อกของหรือไม่นั้น แล้วแต่ทุนและฝีมือของท่านครับ
ถ้าท่านสามารถเจรจากับผู้ผลิต หรือร้านค้าส่งได้ ก็อาจไม่ต้องสต๊อก มีออเดอร์เข้ามาเมื่อไรก็ไปเอาของ
แต่ทั้งนั้น ก็ต้องดูปัจจัยหลายๆอย่างครับ ระยะทางในการเดินทางไปเอาของ คุ้มค่ารถหรือเปล่า
ของชิ้นนั้นๆ ร้านค้ามีสต๊อกเตรียมไว้เยอะหรือไม่
ไม่งั้นพอมีออเดอร์เข้ามา กลับไม่มีของส่งให้ลูกค้า ก็ลำบากเหมือนกันครับ
อ้างถึงจาก: bingbing ใน 27 สิงหาคม 2009, 20:51:27
ตอบตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อมเลยนะครับ
คงไม่ค่อยมีใครอยากจะบอกหรอกครับ ว่าขายอะไรดี ขายอะไรรุ่ง
เพราะบางคนกว่าเค้าจะลองผิดลองถูก หาสินค้าหลักให้ตัวเองได้
เค้าต้องลงทุนลงแรงไปตั้งเยอะ คนมาทีหลังโผล่มาก็ "ขายอะไรดีๆ"
ถ้าเอามาบอก ก็จะมีคนขายตามเพียบ สุดท้ายก็...
เคยมีงานสัมนาอีเบย์อยู่ครับนึง วิทยากรท่านนึง ยกตัวอย่างสินค้าที่ตัวเองขาย
หลังจบสัมนาเท่านั้นล่ะครับ งานเข้าเลย คนที่ไปฟังสัมนา แห่กันมาขายตามเพียบ
สุดท้ายวิทยากรท่านนั้นแทบร้องไห้ รายได้ลดลงไปเกือบ70%
คงต้องไปเดินสำรวจดูตามตลาดใหญ่ๆ ในกรุงเทพเองล่ะครับ
สินค้าในเมืองไทยเยอะมากๆ แถมราคาก็เอาไปแข่งกับพวกต่างประเทศได้สบาย
อีกอย่างก็คงต้องลองไปสำรวจในอีเบย์ดูครับ ว่าเค้าขายอะไรกันมั่ง
ส่วนเรื่องต้องสต๊อกของหรือไม่นั้น แล้วแต่ทุนและฝีมือของท่านครับ
ถ้าท่านสามารถเจรจากับผู้ผลิต หรือร้านค้าส่งได้ ก็อาจไม่ต้องสต๊อก มีออเดอร์เข้ามาเมื่อไรก็ไปเอาของ
แต่ทั้งนั้น ก็ต้องดูปัจจัยหลายๆอย่างครับ ระยะทางในการเดินทางไปเอาของ คุ้มค่ารถหรือเปล่า
ของชิ้นนั้นๆ ร้านค้ามีสต๊อกเตรียมไว้เยอะหรือไม่
ไม่งั้นพอมีออเดอร์เข้ามา กลับไม่มีของส่งให้ลูกค้า ก็ลำบากเหมือนกันครับ
:'(
อ้างถึงจาก: bingbing ใน 27 สิงหาคม 2009, 20:51:27
ตอบตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อมเลยนะครับ
คงไม่ค่อยมีใครอยากจะบอกหรอกครับ ว่าขายอะไรดี ขายอะไรรุ่ง
เพราะบางคนกว่าเค้าจะลองผิดลองถูก หาสินค้าหลักให้ตัวเองได้
เค้าต้องลงทุนลงแรงไปตั้งเยอะ คนมาทีหลังโผล่มาก็ "ขายอะไรดีๆ"
ถ้าเอามาบอก ก็จะมีคนขายตามเพียบ สุดท้ายก็...
เคยมีงานสัมนาอีเบย์อยู่ครับนึง วิทยากรท่านนึง ยกตัวอย่างสินค้าที่ตัวเองขาย
หลังจบสัมนาเท่านั้นล่ะครับ งานเข้าเลย คนที่ไปฟังสัมนา แห่กันมาขายตามเพียบ
สุดท้ายวิทยากรท่านนั้นแทบร้องไห้ รายได้ลดลงไปเกือบ70%
คงต้องไปเดินสำรวจดูตามตลาดใหญ่ๆ ในกรุงเทพเองล่ะครับ
สินค้าในเมืองไทยเยอะมากๆ แถมราคาก็เอาไปแข่งกับพวกต่างประเทศได้สบาย
อีกอย่างก็คงต้องลองไปสำรวจในอีเบย์ดูครับ ว่าเค้าขายอะไรกันมั่ง
ส่วนเรื่องต้องสต๊อกของหรือไม่นั้น แล้วแต่ทุนและฝีมือของท่านครับ
ถ้าท่านสามารถเจรจากับผู้ผลิต หรือร้านค้าส่งได้ ก็อาจไม่ต้องสต๊อก มีออเดอร์เข้ามาเมื่อไรก็ไปเอาของ
แต่ทั้งนั้น ก็ต้องดูปัจจัยหลายๆอย่างครับ ระยะทางในการเดินทางไปเอาของ คุ้มค่ารถหรือเปล่า
ของชิ้นนั้นๆ ร้านค้ามีสต๊อกเตรียมไว้เยอะหรือไม่
ไม่งั้นพอมีออเดอร์เข้ามา กลับไม่มีของส่งให้ลูกค้า ก็ลำบากเหมือนกันครับ
เห็นด้วยเลยครับ เพราะนิสัยมือใหม่คือตัดราคาครับ คนที่เขาทำมานานแล้วตลาดเขาก็เลยเสียหาย กำไรจากที่เคยได้ 3 เท่าก็ต้องลดลง ทั้ง ๆ ที่กว่าจะหาสินค้ามาเป็นตัวชูโรงได้ต้องผ่านการลองผิดลองถูกมาเป็นปี
ที่ผมเคยขายนะคับ ยีน diesel หรือ abercombie ไปหาของแถวๆ jj
ขายได้ทุกตัวคับ กำไรมากน้อยแล้วแต่ดวง
แต่เห็นฝรั่งเค้าชอบ อะไรที่เกี่ยวกับมวย เช่น น้ำมันมวย ...เสื้อกล้าม กางเกงชกมวย อะไรประมาณนั้น
หรือพวก สมุนไพร herb ๆ ประมาณนั้น
ขายพวกของสะสมของเก่าค่ะ ยิ่งมีประวัติดีๆจะได้ราคาดี
**แนะนำเป็นแสตมป์ ดีไหมคะ เบาดี แต่ถ้าเป็นแสตมป์เก่าๆๆๆๆยิ่งราคาดีนะคะ**
:D
ของผม เอา OTOP ของในหมู่บ้านมาขายครับ
เป็นงานแฮนด์เมด ลูกค้าสั่งที่ก็ไปสั่งพี่เค้าทำอีกที
แล้วก็ขายประเภท พระเครื่อง (อันนี้พี่เขยเค้าเป็นเซียนพระ หาของมาให้อีกที)
ธนบัตรเก่า เหรียญกษาปณ์ สมัยเก่านะครับ
ลองดูอะไรที่เป็นรอบตัวเรานะครับ บางอย่างคิดว่าไม่น่าจะเอาขายได้ ดันขายได้เฉยเลย
::)
ถ้าเป็นแผ่นเสียงเก่าจะเวิรก์ไหมครับ ของป๋าผมมีเยอะ เก็บไว้ก็ไม่ได้ฟัง ตั้งยุค 60 ;)
ดูเป็นแนวทาง
อย่าก๊อปคนอื่นขายดีที่สุด ว่างๆลองเดินดูว่าสินค้าไหนหน้าสนใจ ที่เราสามารถทำตลาดได้
ฝากเว็บเกี่ยวอีเบย์ด้วยคับ www.ขายอีเบย์.com
อ้างถึงจาก: okiiii ใน 17 กันยายน 2009, 09:29:06
อย่าก๊อปคนอื่นขายดีที่สุด ว่างๆลองเดินดูว่าสินค้าไหนหน้าสนใจ ที่เราสามารถทำตลาดได้
ฝากเว็บเกี่ยวอีเบย์ด้วยคับ www.ขายอีเบย์.com
::)ทำ affiliate กับ ebay เหรอครับ ผมว่าจะลองมั่ง ขั้นตอนสมัครเป็นยังไงมั่งอ่ะครับ
เล็งตัวเดียวกันไว้เลย ;)
เข้ามาขโมยความรู้อีกรอบๆๆอิอิ :wanwan035: :wanwan008:
อ้างถึงจาก: hermiss ใน 22 สิงหาคม 2009, 17:53:34
มี 2 แนวทางให้เลือกทำครับ
1. มีของเอง อันนี้มีเงินลงทุนซัก 5 หมื่น - 6 หมื่นก็น่าจะเพียงพอหาของแนวเดียวกัน ราคาถูกหน่อยมาขายแหล่งหาสินค้าถ้าได้จากผู้ผลิตตรงก็ถูกลงหน่อยถ้าไม่ได้ก็ จตุจักร โบเบ้ สำเพ็ง พาหุรัด .... พวกนี้ก็ได้ปลอกหมอนอิงผมดูใน thaidropship.com 350 บาทแต่ผมเคยเจอสวย ๆ ที่ zon dutyfree (ด่านข้ามไปมาเลย์) ราคาประมาณ 200 บาทสวย ๆ เพียบ แต่น้าผมรับจากจตุจกรก็ไม่ถึง 350 นะ ข้อดีคือกำไรเยอะกว่าแบบที่ 2 ที่จะแนะนำ + ค่า shipping อีก 3.50 ก็ได้กำไรจนอ้วยเลย แต่ข้อเสียคือขายไม่ออกก็เงินจม ปลอกหมอนอิง ผ้าพันคอผมยังมีที่ไม่ได้ขายอีกเยอะเพราะตอนหลังไม่ได้ขายพวกนี้แล้ว
2. ใช้ dropshiper เป็นคนส่งของให้ วิธีนี้เราไม่ต้องลงทุนเองเอาข้อมูลมาลงใน ebay พอขายได้ก็แจ้ง dropshiper ให้ส่งของให้เรา แบบนี้สบายเราไม่ต้องมีทุนมากก็ขายของได้ (แต่ควร + กำไรไว้มากหน่อยเพราะ ebay มีค่าใช้จ่าย) ข้อเสียก็มีคือเสียค่าใช้บริการของ dropshiper นั้น ๆ + ของหมดถ้าเราไม่เอาลงก็โดน buyer ด่าแน่นอน
ที่ผมเห็นมีคนทำเว็บนะชื่อ thaidropship.com แต่ผมมองแล้วเขาไม่ใช่เป็นคนส่งของเอง แค่เอาข้อมูลของดรอปชิปเจ้าอื่นมาลง แถมไม่มีเครื่องประดับอีก (ผมขายเครื่องประดับอะ) เศร้าเลยผมแนะนำ www.thaiebayuser.com/forum (http://www.thaiebayuser.com/forum) ครับ (เจ้าของเดียวกับ thaidropship.com แต่บอร์ดนี้จะเหงา ๆ ไปซักนิด) น่าจะหาคนมาเป็น supplyer ให้เราได้หรือหา dropshiper เจ้าอื่น ๆ ได้ (แต่ผมดูยังไม่มีคนไทยทำ dropship เท่าไหร่) แต่จริง ๆ แล้วจะมี 2 - 3 เว็บฝรั่งที่ขายข้อมูลดรอปชิปถ้าเรายอมจ่ายก็จะได้ข้อมูลมาแล้วไปดูว่าที่ไหนรับคนไทยมังก็ไปสมัครเอาสินค้าเขามาขาย
ป.ล. มือใหม่ผมแนะนำของเล็ก ๆ ราคาถูกให้ขายง่าย ๆ ก่อนครับพอมี feedback เยอะ ๆ ค่อยเปลี่ยนไปจับที่มันใหญ่ขึ้นถ้าโผล่มาของใหญ่ หรือแพงเลยจะรอดยากครับเพราะความเชื่อมั่นไม่มีลูกค้าก็กลัวเราจะโกง
ได้ข้อคิดดีครับ :wanwan017:
:wanwan017: ขอบคุณในความรู้
ขอบคุณมากค่ะที่ให้ความรู้
ทั้งคนตั้งกระทู้และคนตอบกระทู้เลยนะค่ะ
อ้างถึงจาก: char ใน 25 สิงหาคม 2009, 10:39:54
ตามความคิดผม ว่า ขายเครื่องเงินนะ
เพราะ ถ้าขายไม่ออกเก็บไว้อนาคต ราคามันอาจขึ้นเป็นหลักพันต่อออนซ์ก็ได้ ฮิฮิ+ ตามทัศนะโรเบิร์ต คิโยซากิ ;D
http://finance.yahoo.com/expert/article/richricher/4027
ของแบรน์เนมจะขายดีคะ
แต่อาจโดนแบนได้ ถ้ามาจากเมืองไทยง อีเบย์แบนแหลกคะ
ขายของตามเทศกาลสิครับขายได้ชัวใกล้จะปีใหม่แล้วเตรียมตัว :'(
ขอขุดมาหน่อยนะครับผม เพราะว่าผมเองก็เพิ่งเริ่มทำ และยังได้ของมาขายไม่เท่าไร่ และอยากรู้เหมือนกันว่าตอนนี้ยังมีคนทำเยอะไหม ในไทย :wanwan017: ขอบคุณครับ
อ้างถึงจาก: numau109 ใน 22 สิงหาคม 2009, 18:12:10
อ้างถึงจาก: hermiss ใน 22 สิงหาคม 2009, 17:53:34
มี 2 แนวทางให้เลือกทำครับ
1. มีของเอง อันนี้มีเงินลงทุนซัก 5 หมื่น - 6 หมื่นก็น่าจะเพียงพอหาของแนวเดียวกัน ราคาถูกหน่อยมาขายแหล่งหาสินค้าถ้าได้จากผู้ผลิตตรงก็ถูกลงหน่อยถ้าไม่ได้ก็ จตุจักร โบเบ้ สำเพ็ง พาหุรัด .... พวกนี้ก็ได้ปลอกหมอนอิงผมดูใน thaidropship.com 350 บาทแต่ผมเคยเจอสวย ๆ ที่ zon dutyfree (ด่านข้ามไปมาเลย์) ราคาประมาณ 200 บาทสวย ๆ เพียบ แต่น้าผมรับจากจตุจกรก็ไม่ถึง 350 นะ ข้อดีคือกำไรเยอะกว่าแบบที่ 2 ที่จะแนะนำ + ค่า shipping อีก 3.50 ก็ได้กำไรจนอ้วยเลย แต่ข้อเสียคือขายไม่ออกก็เงินจม ปลอกหมอนอิง ผ้าพันคอผมยังมีที่ไม่ได้ขายอีกเยอะเพราะตอนหลังไม่ได้ขายพวกนี้แล้ว
2. ใช้ dropshiper เป็นคนส่งของให้ วิธีนี้เราไม่ต้องลงทุนเองเอาข้อมูลมาลงใน ebay พอขายได้ก็แจ้ง dropshiper ให้ส่งของให้เรา แบบนี้สบายเราไม่ต้องมีทุนมากก็ขายของได้ (แต่ควร + กำไรไว้มากหน่อยเพราะ ebay มีค่าใช้จ่าย) ข้อเสียก็มีคือเสียค่าใช้บริการของ dropshiper นั้น ๆ + ของหมดถ้าเราไม่เอาลงก็โดน buyer ด่าแน่นอน
ที่ผมเห็นมีคนทำเว็บนะชื่อ thaidropship.com แต่ผมมองแล้วเขาไม่ใช่เป็นคนส่งของเอง แค่เอาข้อมูลของดรอปชิปเจ้าอื่นมาลง แถมไม่มีเครื่องประดับอีก (ผมขายเครื่องประดับอะ) เศร้าเลยผมแนะนำ www.thaiebayuser.com/forum (http://www.thaiebayuser.com/forum) ครับ (เจ้าของเดียวกับ thaidropship.com แต่บอร์ดนี้จะเหงา ๆ ไปซักนิด) น่าจะหาคนมาเป็น supplyer ให้เราได้หรือหา dropshiper เจ้าอื่น ๆ ได้ (แต่ผมดูยังไม่มีคนไทยทำ dropship เท่าไหร่) แต่จริง ๆ แล้วจะมี 2 - 3 เว็บฝรั่งที่ขายข้อมูลดรอปชิปถ้าเรายอมจ่ายก็จะได้ข้อมูลมาแล้วไปดูว่าที่ไหนรับคนไทยมังก็ไปสมัครเอาสินค้าเขามาขาย
ป.ล. มือใหม่ผมแนะนำของเล็ก ๆ ราคาถูกให้ขายง่าย ๆ ก่อนครับพอมี feedback เยอะ ๆ ค่อยเปลี่ยนไปจับที่มันใหญ่ขึ้นถ้าโผล่มาของใหญ่ หรือแพงเลยจะรอดยากครับเพราะความเชื่อมั่นไม่มีลูกค้าก็กลัวเราจะโกง
เสนอ ทางเลือก 3. ด้วยคนครับ
3. จับเสือมือเปล่า ผมไปถ่ายรูปอย่างเดียวเลย เอาไปโพส ขายออกค่อยไปซื้อจริง ทุนไม่จมครับ พอซื้อก็ขอถ่ายเพิ่มเรื่อย ๆ ทำเป็นร้านได้เลย เคยได้กำไรชิ้นละ 1000 ถึง 2500 แน่ะ (ต้นทุนผมเรื่องสินค้าเป็น 0 เพราะรอเค้าโอนเงินมาก่อน)
ข้อ 3. น่าสนใจมาก ไม่ต้องลงทุนให้เงินจม ขอบคุณมากๆค่ะ
ถ้าเพิ่งเริ่มจะขาย อยากแนะนำว่าหาของเบาๆ ส่งง่ายก่อน แต่ถ้าเป็นเสื้อผ้าจากไทย ระวังเรื่องคุณภาพ เพราะไซต์ เมืองไทย ไม่ตรงกับคน ฝรั่ง และ ผ้าสีจะตก เวลาซักแล้ว จะหดใส่ไม่ได่ ด้วย.. เอาใจช่วยให้หาของ ที่จะขายให้ได้ นะ ค่ะ...