เอเอฟพีรายงานว่า วิกฤตเศรษฐกิจทำให้ชาวอเมริกันต้องขายทุกอย่างเพื่อให้อยู่รอด ทั้งขายพลาสมา (น้ำสีเหลืองในเลือด) เส้นผม ไข่และสเปิร์ม
โดยในระยะไม่กี่เดือนมานี้มีผู้เข้าใช้บริการเว็บไซต์ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการขายพลาสมา, เส้นผม เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก โดยนายฟิล มาเฮอร์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ธนาคารเลือด ระบุว่า ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีผู้เข้ามาในเว็บไซต์เพิ่มขึ้นกว่า 50% โดยเปิดเผยว่าบรรดาผู้หญิงที่เลี้ยงลูกโดยลำพัง ได้ส่งอี-เมลมายังตน ระบุว่าที่ผ่านมาไม่เคยคิดจะบริจาคพลาสมาเลย แต่เดี๋ยวนี้ต้องไปบริจาคพลาสมาอยู่ตลอดแลกกับการได้ค่าตอบแทนครั้งละ 25 ดอลลาร์ ส่วนผู้หญิงอีกรายหนึ่งยอมรับว่าไม่คิดว่าตัวเองจะตกต่ำถึงขนาดนี้ แต่ไม่มีทางเลือก เพราะต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าประกันรถ การได้เงินแค่ 20 หรือ 40 ดอลลาร์ ก็ถือว่าช่วยได้มาก
นายมาเฮอร์เปิดเผยว่า สำหรับเว็บไซต์เกี่ยวกับธนาคารสเปิร์ม ก็มีผู้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น 80% เพราะการบริจาคสเปิร์มทำรายได้งามกว่าเพราะสามารถบริจาคได้บ่อยกว่า โดยการบริจาคพลาสมาสามารถทำได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง สร้างรายได้ต่อเดือน 240 ดอลลาร์ ส่วนสเปิร์มบริจาคได้ทุก 2-3 วัน ได้รับค่าตอบแทนครั้งละ 100 ดอลลาร์
นอกจากนี้ จำนวนผู้หญิงที่ประสงค์บริจาคไข่เพื่อแลกกับค่าตอบแทนก็เพิ่มขึ้น โดยช่วงก่อนเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หรือก่อนที่สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่สหรัฐจะล้มละลาย จะมีผู้บริจาคระหว่าง 18-40 รายต่อเดือน แต่ขณะนี้อยู่ที่ระดับ 40-60 รายต่อเดือน หากดูช่วงเวลาแล้วก็พอจะพูดได้ว่าเงินเป็นแรงจูงใจสำคัญ
ข้อมูลจาก : มติชน
บ้านเราอย่างน้อยก็มีข้าวกิน
ลงทุ่งลงนาอย่างน้อยก็มีเขียดมีปู มีหอย
ไทยขายอสุจิได้ที่ไหนอ่ะครับ อยากลองมั่ง :-[
http://www.thespermbankofca.org/pdf/2009feeschedule.PDF
ถ้าเราเป็นผู้ชาย แล้วคงรับไม่ได้ที่จะไปบริจาคอสุจิอ่ะค่ะ
เพราะเราอาจจะมีลูกมี่มีเลือดเนื้อของเราอยู่ครึ่งนึงในตัวของเค้า แต่ไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดและผูกพัน หรือแม้แต่กระทั่งรู้จักกันเลย
เมื่อไหร่จะฟื้นละเนีย
อ้างถึงส่วนสเปิร์มบริจาคได้ทุก 2-3 วัน ได้รับค่าตอบแทนครั้งละ 100 ดอลลาร์
ถ้ารับหนุ่มไทยด้วย รับรองรายได้โดยรวมของประเทศเพิ่มขึ้นอีกเพียบเลย ;D
บริจาคสเปิร์มพอว่า แต่ให้บริจาคไข่ด้วย คงไม่ไหว :P
อ้างถึงจาก: e-business ใน 16 กุมภาพันธ์ 2009, 14:44:50
อ้างถึงส่วนสเปิร์มบริจาคได้ทุก 2-3 วัน ได้รับค่าตอบแทนครั้งละ 100 ดอลลาร์
ถ้ารับหนุ่มไทยด้วย รับรองรายได้โดยรวมของประเทศเพิ่มขึ้นอีกเพียบเลย ;D
ถ้าเป็นคนไทย คงต้องเปลี่ยนเป็น วันละ 2-3 ครั้งแทน ;D
เอากันขนาดนี้เลยหรอเนี่ยะ
ขนาดนั้นเลย :o
อาการหนักแล้ว
ว่าแล้วสแปม น่าขายมั่ง ;D ;D
อ้างถึงจาก: narisuwa ใน 16 กุมภาพันธ์ 2009, 14:33:35
ถ้าเราเป็นผู้ชาย แล้วคงรับไม่ได้ที่จะไปบริจาคอสุจิอ่ะค่ะ
เพราะเราอาจจะมีลูกมี่มีเลือดเนื้อของเราอยู่ครึ่งนึงในตัวของเค้า แต่ไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดและผูกพัน หรือแม้แต่กระทั่งรู้จักกันเลย
แต่เอาไปบริจาคก็คงจะดีกว่าปล่อยทิ้งๆขว้่างๆล่ะมั้ง :P
ว่าแต่ USA เค้าจะต้องการสเปิร์มมากๆไปเพื่ออะไรกันหว่า ถ้าเป็นคนมีชื่อเสียงหรือนักวิทยาศาสตร์หัวกะทิก็ว่าไปอย่าง เพราะเอาไปขายให้คนที่อยากมีลูกฉลาดๆและต้้องการผสมเทียมได้ แต่ถ้าเป็นตาสีตาสาเค้าจะเอาไปทำไมกันล่ะ
???
อ้างถึงจาก: zern ใน 16 กุมภาพันธ์ 2009, 15:10:48
อ้างถึงจาก: narisuwa ใน 16 กุมภาพันธ์ 2009, 14:33:35
ถ้าเราเป็นผู้ชาย แล้วคงรับไม่ได้ที่จะไปบริจาคอสุจิอ่ะค่ะ
เพราะเราอาจจะมีลูกมี่มีเลือดเนื้อของเราอยู่ครึ่งนึงในตัวของเค้า แต่ไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดและผูกพัน หรือแม้แต่กระทั่งรู้จักกันเลย
แต่เอาไปบริจาคก็คงจะดีกว่าปล่อยทิ้งๆขว้่างๆล่ะมั้ง :P
ว่าแต่ USA เค้าจะต้องการสเปิร์มมากๆไปเพื่ออะไรกันหว่า ถ้าเป็นคนมีชื่อเสียงหรือนักวิทยาศาสตร์หัวกะทิก็ว่าไปอย่าง เพราะเอาไปขายให้คนที่อยากมีลูกฉลาดๆและต้้องการผสมเทียมได้ แต่ถ้าเป็นตาสีตาสาเค้าจะเอาไปทำไมกันล่ะ
???
รั่รดิ เอาเสปิร์มไปทำไรหว่า เขาไม่ได้ควบคุมประชากรหรอกหรือ หรือว่าไอ้ที่ขายๆไป มันใช้ไม่ได้ :o :o :o
แย้หน่อยที่ ศฐก. ของเค้าเป็นขาลง...แบบลึกซะด้วย
สมัยเรียนหมอ
รายได้งาม
555
ไม่ใช่ผมนะ
:P
โอ้ว เสปิร์มตั้งครั้งละ $100
ถ้าคิดซัก 3 วันครั้ง เดือนนึงก็ $1000 = 35,000 บาท :o
ถ้าขยันๆ หน่อยก็ 2 วันครั้งก็ $1500 = 52,500 บาท :o :o :o
นึกถึงเพลง ราชาเงินผ่อน
เดือนๆมีเรื่องต้องผ่อนเยอะสังคมมะกัน :P
เขาทำมานานแล้วนี่นา เมื่อก่อนเคยเจอใน Adsense
มาส่งออกเสปิมกันดีมั้งหยั่งนี้
ได้ตั้ง 100 $
แต่ดูท่าต้องคัดคนแน่
:-[ เขิลครับไม่กล้าเอาไปขายหลอก แต่ก็เสียดายนะที่ทิ้งๆขว้างๆ ไว้ตามพื้นห้องเนี่ย :P
สงสัยเอา สเปิมไปพอกหน้า ลดสิว ;D
อ้างถึงจาก: inkbottom ใน 16 กุมภาพันธ์ 2009, 16:19:50
:-[ เขิลครับไม่กล้าเอาไปขายหลอก แต่ก็เสียดายนะที่ทิ้งๆขว้างๆ ไว้ตามพื้นห้องเนี่ย :P
ของผมไม่มีตกพื้น
มีแต่ติด
ครึๆ
:D
มีอีกเรื่องหนึ่งครับ ที่อเมริกัน มีสาวรับจ้างตั้งครรถ์ อุ้มบุญ แทนด้วย
แบบว่า ให้สาว คนนั้น มาตั้งท้อง พอเด็กคลอด ก็เอาแต่เด็กไว้เลี้ยงดูเอง ส่วน แม่ของเด็ก ก็จ่ายเงิน ค่าตั้งท้องไป....
สาวรับจ้างตั้งครรถ์
1.ต้องไม่เคยมีบุตร
2.อายุ ไม่เกิน 25 ปี
3.ให้เลือกระหว่าง ผสมใน (ธรรมชาติ มี sex กัน) กับ ผสมออก(เอาเชื้อไปใส่ในมดลูก)
อาชีพนี้น่าจะผิดกฎหมายสากล และกฎหมายในหลายประเทศครับ
อ้างถึงจาก: Modziila ใน 16 กุมภาพันธ์ 2009, 16:38:45
มีอีกเรื่องหนึ่งครับ ที่อเมริกัน มีสาวรับจ้างตั้งครรถ์ อุ้มบุญ แทนด้วย
แบบว่า ให้สาว คนนั้น มาตั้งท้อง พอเด็กคลอด ก็เอาแต่เด็กไว้เลี้ยงดูเอง ส่วน แม่ของเด็ก ก็จ่ายเงิน ค่าตั้งท้องไป....
สาวรับจ้างตั้งครรถ์
1.ต้องไม่เคยมีบุตร
2.อายุ ไม่เกิน 25 ปี
3.ให้เลือกระหว่าง ผสมใน (ธรรมชาติ มี sex กัน) กับ ผสมออก(เอาเชื้อไปใส่ในมดลูก)
ผสมกับสามีตัวเอง อย่างนั้นรึป่าวว
เหงออ
อ้างถึงจาก: แอร๊ยยยๆๆๆ ใน 16 กุมภาพันธ์ 2009, 16:09:10
โอ้ว เสปิร์มตั้งครั้งละ $100
ถ้าคิดซัก 3 วันครั้ง เดือนนึงก็ $1000 = 35,000 บาท :o
ถ้าขยันๆ หน่อยก็ 2 วันครั้งก็ $1500 = 52,500 บาท :o :o :o
คิดไปได้
กำ สเปิร์มรายได้ดีจัง ไม่ต้องทำadsenseไปขายสเปิร์มแทนดีกว่า :D
;D ;D ;D
แบบนี้ก็มีด้วยเหรอ อยากขายจัง :-[
อ้างถึงจาก: Modziila ใน 16 กุมภาพันธ์ 2009, 16:38:45
มีอีกเรื่องหนึ่งครับ ที่อเมริกัน มีสาวรับจ้างตั้งครรถ์ อุ้มบุญ แทนด้วย
แบบว่า ให้สาว คนนั้น มาตั้งท้อง พอเด็กคลอด ก็เอาแต่เด็กไว้เลี้ยงดูเอง ส่วน แม่ของเด็ก ก็จ่ายเงิน ค่าตั้งท้องไป....
สาวรับจ้างตั้งครรถ์
1.ต้องไม่เคยมีบุตร
2.อายุ ไม่เกิน 25 ปี
3.ให้เลือกระหว่าง ผสมใน (ธรรมชาติ มี sex กัน) กับ ผสมออก(เอาเชื้อไปใส่ในมดลูก)
อาชีพนี้น่าจะผิดกฎหมายสากล และกฎหมายในหลายประเทศครับ
มีเด็กที่ทำงานในบ้านคนนึง เค้าก็เคยรับจ้างตั้งครรภ์ แบบนี้เหมือนกัน
แต่เป็นแบบผสมในมดลูก ไม่มี sex กัน (คนว่าจ้างก็เป็นคนรู้จักกันนี่แหละ)
ระหว่างตั้งครรภ์ เค้าเลี้ยงดูดีมากๆเลย
แต่ตอนหลัง เค้าก็ไม้ได้ติดต่อแล้ว เอาเด็กไปอยู่ที่อื่นเลย
อ้างถึงจาก: ฉันไม่มีตัวตน ใน 16 กุมภาพันธ์ 2009, 13:54:43
ไทยขายอสุจิได้ที่ไหนอ่ะครับ อยากลองมั่ง :-[
หลั่งทิ้งขว้างน่าเสียดายนะคับ ลองหาตลาดดูคับ ของผมสงสัยเกรดไม่ถึง :'(
ขายอสุจ๊ากได้ไหมอะ ;D
อสุจิ ที่เค้ารับไปมาก ๆ เพราะจะเอาไปทำเครื่องสำอาง อะไรพวกนี้เหรอปล่าว
เคยได้ยินข่าวนานแล้ว ทีี่ใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ว่า "SEMEN" :D