ธนาคารถูก Disrupt อย่างรุนแรง จาก Cryptocurrency ธนาคายกเลิกค่าธรรมเนียมหมดแล้ว
(http://image.free.in.th/v/2013/it/180328060510.png)
:wanwan023:
(http://image.free.in.th/v/2013/iz/180328060947.png)
หลายคนอาจเข้าใจว่า มาจากการที่ SCB ใช้ Blockchain ของเหรียญ Ripple จริงๆ ไม่เกี่ยวกับ ธนาคาต้องปรับตัวไปตามการเปลี่ยงแปลง
แม้ว่าทาง SCB ใช้ Ripple ในการโอนเงินระหว่างไทยไปญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม
:wanwan044:
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล :wanwan017:
โลกเปลี่ยนไปมาก เคาท์เตอร์รับจ่ายโดนเต็มๆ
ควรจะเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้วครับ
แล้ว wecard จะยกเลิกค่าธรรมเนียมกับเค้าบ้างมั้ยน้า แต่คิดว่าคงจะยาก
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
:wanwan017:
เมื่อวานทดลองแล้ว ฟรี ครับ scb easy
เห็นว่า Kbank KTB BkkBank ก็ตามมาติดๆครับ
ทำไมกระทู้เกี่ยวกับ Cryptocurrency จะต้องใช้ user ใหม่ทุกครั้ง
อันนี้ผมอยากทราบเหตุผลจริงๆ นะครับ
คิดว่าเพื่อนๆ หลายคนก็อยากรู้เหมือนกันครับ
ถ้าลดค่าธรรมเนียมตั้งแต่แรก ก็ไม่จำเป็นต้องมี promptpay หรอก!!
ผู้บริโภคได้ประโยชน์
:wanwan030:
เกี่ยวกับ Crypto จริงหรอครับ ผมว่าธนาคารแข่งขันกันเองมากว่า
ส่วน ripple เขาใช้เฉพาะกรณีโอนระหว่างประเทศหรือปล่าว?
ไม่เกี่ยวกับ crypto ครับ
สาเหตุเพราะธนาคารย้ายระบบโอนเงินข้ามธนาคารมาวิ่งผ่าน promptpay แทน ทำให้ค่าธรรมเนียมโอนข้าม ธ.ลดลงจนสามารถ subsidize ค่าธรรมเนียมให้ได้ครับ
สาเหตุคืออะไรไม่แน่ใจ แต่ผู้บริโภคได้ประโยชน์ :wanwan003:
คริปโตมีผลน้อยมากครับ
ตอนนี้มีระบบพร้อมเพย์แล้ว ทำให้ค่าใช้จ่ายในระบบกลางลดลงถึง 8 เท่า
ดังนั้นตรงนี้ธนาคารจึงสามารถยกเลิกค่าธรรมเนียมให้ได้ครับ
รายได้ส่วนที่หายไปจากค่าธรรมเนียมนั้น ธนาคารก็ไปเอาคืนกับอย่างอื่นแทนหละครับ
เช่นยิ่งมีคนใช้ระบบออนไลน์มาก ธนาคารก็จะได้มีโอกาสลดจำนวนตู้ATM ลง
หรือพวกค่าใช้จ่ายในการดูแลเงินสดก็ลดลง เพราะเงินเข้าไปอยู่ในระบบออนไลน์หมดแล้ว
ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ลดลงตรงนี้มันก็พอสามารถชดเชยกันได้ครับ ดังนั้นธนาคารแทบไม่เสียอะไรเลย
ตกลงทางธนาคารเขาแจ้งว่า เหรียญคริปมันคือสาเหตุให้เขายกเลิกค่าธรรมเนียม หรือว่านั่งเทียนเอาเอง :wanwan001: คือถ้าธนาคารเขาไม่ได้บอก ควรจะวงเล็บตัวใหญ่ๆ ว่า (เนื้อหาบางส่วนผู้เขียนนั่งเทียนเอาเอง :wanwan024: )
อ้างถึงจาก: l3master ใน 29 มีนาคม 2018, 15:40:55
คริปโตมีผลน้อยมากครับ
ตอนนี้มีระบบพร้อมเพย์แล้ว ทำให้ค่าใช้จ่ายในระบบกลางลดลงถึง 8 เท่า
ดังนั้นตรงนี้ธนาคารจึงสามารถยกเลิกค่าธรรมเนียมให้ได้ครับ
รายได้ส่วนที่หายไปจากค่าธรรมเนียมนั้น ธนาคารก็ไปเอาคืนกับอย่างอื่นแทนหละครับ
เช่นยิ่งมีคนใช้ระบบออนไลน์มาก ธนาคารก็จะได้มีโอกาสลดจำนวนตู้ATM ลง
หรือพวกค่าใช้จ่ายในการดูแลเงินสดก็ลดลง เพราะเงินเข้าไปอยู่ในระบบออนไลน์หมดแล้ว
ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ลดลงตรงนี้มันก็พอสามารถชดเชยกันได้ครับ ดังนั้นธนาคารแทบไม่เสียอะไรเลย
โอ้เราเจอเซียนเข้าให้แล้ว 555+ เอาง่ายๆ นะครับ มีคนไทยเทรด Crytocurrency ผ่าน BX.in.th ณ ตอนนี้ มีการวื้อขาย Volume เฉลี่ยวันละ 167 ล้านบาท/วัน ช่วงปลายปีที่แล้ว ตอนราคาขึ้นแรง มี Volume สูงถึง 350 ล้านบาทต่อวัน
ตอนนี้ JIB Computer Group กำลังเปิดเทรด Crypto ผ่าน JIB-EX.com และตั้งเป้ามีการซื้อ-ขาย ในไทย ปีละ 10,000 ล้านบาท
เก่งจังเลยครับ ถามจริง คุณหาเงินได้กำไรถึง ปีละ 10 ล้านบาทไหมครับ ผมเอาตัวเลขไม่สูงแล้วนะ 555+
คำพูด ความคิด บางครั้ง มันก็ไม่คล้อยตาม ความสามารถการทำกำไรทางเศรษฐศาสตร์ของตัวเองครับ
:wanwan020:
อ้างถึงจาก: Thorfun ใน 29 มีนาคม 2018, 17:35:30
อ้างถึงจาก: l3master ใน 29 มีนาคม 2018, 15:40:55
คริปโตมีผลน้อยมากครับ
ตอนนี้มีระบบพร้อมเพย์แล้ว ทำให้ค่าใช้จ่ายในระบบกลางลดลงถึง 8 เท่า
ดังนั้นตรงนี้ธนาคารจึงสามารถยกเลิกค่าธรรมเนียมให้ได้ครับ
รายได้ส่วนที่หายไปจากค่าธรรมเนียมนั้น ธนาคารก็ไปเอาคืนกับอย่างอื่นแทนหละครับ
เช่นยิ่งมีคนใช้ระบบออนไลน์มาก ธนาคารก็จะได้มีโอกาสลดจำนวนตู้ATM ลง
หรือพวกค่าใช้จ่ายในการดูแลเงินสดก็ลดลง เพราะเงินเข้าไปอยู่ในระบบออนไลน์หมดแล้ว
ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ลดลงตรงนี้มันก็พอสามารถชดเชยกันได้ครับ ดังนั้นธนาคารแทบไม่เสียอะไรเลย
โอ้เราเจอเซียนเข้าให้แล้ว 555+ เอาง่ายๆ นะครับ มีคนไทยเทรด Crytocurrency ผ่าน BX.in.th ณ ตอนนี้ มีการวื้อขาย Volume เฉลี่ยวันละ 167 ล้านบาท/วัน ช่วงปลายปีที่แล้ว ตอนราคาขึ้นแรง มี Volume สูงถึง 350 ล้านบาทต่อวัน
ตอนนี้ JIB Computer Group กำลังเปิดเทรด Crypto ผ่าน JIB-EX.com และตั้งเป้ามีการซื้อ-ขาย ในไทย ปีละ 10,000 ล้านบาท
เก่งจังเลยครับ ถามจริง คุณหาเงินได้กำไรถึง ปีละ 10 ล้านบาทไหมครับ ผมเอาตัวเลขไม่สูงแล้วนะ 555+
คำพูด ความคิด บางครั้ง มันก็ไม่คล้อยตาม ความสามารถการทำกำไรทางเศรษฐศาสตร์ของตัวเองครับ
:wanwan020:
แก้งค์นิวยูสน์บิทคอยน์ กับพวก ลัทธิรวยเกิ๊น สบู่เครื่องสำอางค์สวม อย. นี่ มาแนวเดียวกัน
คือ ใครไม่เห็นด้วยกะเหรียญที่คนพวกนี้แนะนำ
ไม่เออ ออ ห่อหมกกับเหรียญของพวกคนพวกนี้ มักจะโดนดูถูกแถมดูถูกคนไปทั่ว
จริงๆผมเห็นกระทู้ที่บอกแบ้งค์เลิกค่าธรรมเนียมเพราะคริปโต้ กำลังกินข้าวผมข้าวแทบพุ่ง ผมว่าจะตอบกระทู้พวกนี้ตั้งนานละ แต่คิดไปคิดมาไ่ม่ยุ่งดีกว่า กู่ไม่กลับแล้วพวกนี้ โยงได้ทุกเรื่อง เอา่ที่สบายใจเถอะ แต่บางทีก็รำคาญ ไม่รู้มโนอะไร รกกระทู้จริงๆ บางทีว่าจะมองหากระทู้ดีๆอ่านบ้าง เจอแต่กระทู้ดันเหรียญอะไรก็ไม่รู้ เต็มไปหมด แถมนิวยูสน์ทุกกระทู้
ผมว่าเอาแค่พอดีเถอะ อะไรที่มันมากไป แถวบ้านเรียกเยอะ แล้วเลิกดูถูกคนอื่นเรื่องเงินเสียที คนรวยจริงเขาไม่จำเป็นบอกคุณหรอกว่าหาเงินได้เท่าไหร่
รำคาญมากบอกตรง
:wanwan031: :wanwan031:
:wanwan019: :wanwan019: :wanwan019:
อ้าวกลายเป็นม่าม่าซะงั้น นึกว่าบอทมาโพสซะอีก ขอโทษด้วยครับ :wanwan031:
คืออะไรไม่รู้ แต่ก็ขอบคุณสำหรับบทความนะครับ ฮ่าๆ
ดีครับ ผลประโยชน์ตกที่ผู้บริโภค
ดีมากเลยครับ ปกติเสียค่าธรรมเนียมวันละหลายบาทเลยผม โอนสั่งของให้ลูกค้า
โอนครั้งละหลักร้อยเสียครั้งละ 10-15 บาทก็ไม่ไหว
** ธนาคารเดียวกันยังเสีย เพราะเขามีโปรแค่ 10 ครั้งต่อเดือน ผมใช้วันเดียวหมด 55+
มาวันนี้ยกเลิกค่าะรรมเนียมเกือบทุกธนาคารแล้ว ดีใจกับคนไทยด้วยครับ
ต้องยอมรับว่าพร้อมเพย์และ E-Wallet ก็มีส่วนขับเคลื่อนเหตุการณ์ที่ทำให้ธนาคาต้องดิ้นในครั้งนี้
ขอบคุณสำหรับข้อมู่ลครับ
ขนาดยักษ์ใหญ่ยังแย่
แล้วพวกตัวเล็กๆจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้
:wanwan008:
โดน Disrupt จากพร้อมเพย์และพวก E-wallet มากกว่า ... เพราะว่า Crypto ก็ยังมีค่าธรรมเนียมนะ :P
อ้างถึงจาก: Bes ใน 08 สิงหาคม 2018, 14:39:18
โดน Disrupt จากพร้อมเพย์และพวก E-wallet มากกว่า ... เพราะว่า Crypto ก็ยังมีค่าธรรมเนียมนะ :P
เห็นด้วยเลยครับ ผมนี้แทบไม่ตัดบัตรเคดิตอีกแล้ว ใช้พวก Wallet apps จ่ายเบาตัวกว่าเยอะ แถมมีโปรโมชั่น
ต่างๆ ให้ร่วมเล่น สินค้าลดราคาให้จับจ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เอาเป็นว่า Wallet ในไทยน่ากลัวสำหรับธนาคารไทย
มากกว่าอย่างอื่นครับ
หากคนใช้ Wallet Apps สักครึ่งประเทศนี้ ผมว่ารายได้ธนาคารหายไปเยอะเลย เพราะคนจับจ่ายผ่านระบบ
ธนาคารในยุคนี้ ก็ใช้แบบออนไลน์หมดแล้ว มาเจอแอปที่ฟรีค่าธรรมเนียม มีส่วนลดอีกมากมายให้ จบเลย
ใช้ Wallet ดีกว่าผ่านธนาคารครับ รวมหลายบิล รวมหลายส่วนลดนี้ ประหยัดได้เยอะเลยครับ แถมสะดวก
มากแค่แสกนบิลเอง กำหนดวงเงินสด วงเงินเครดิตได้อีกนี้ ผมแทบไม่ได้ใช้บริการธนาคารบ่อยเหมือนสมัยก่อน
ผูกธนาคารเข้ากับ Wallet อยากจ่ายก็จ่าย เห็นโปรโมชั่นดีๆ ซื้อได้ทันที ไม่ต้องโอนผ่านธนาคารซึ่งมีขั้นตอน
การเวอริฟายเยอะกว่า แต่ Wallet Apps ในไทยก็ยังมีจุดอ่อนอยู่ตอนนี้คือ กลางคืนหลัง 6 ทุ่มเกือบถึงเช้า
หลายเจ้ามักปรับปรุงแอปหรือระบบหลังบ้าน ทำให้ใช้ Wallet ไม่ได้ บางครั้งเราอยากจ่ายค่าบริการต่างประเทศ
นี้ ยังต้องรออยู่ครับ แต่โดยรวมแล้ว ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา ง่ายจริง
เมื่อระบบ Wallet ของทุกค่ายสมบูรณ์มากกว่านี้ น่ากลัวสำหรับธนาคารยักษ์ใหญ่ของไทยจริงๆ ไม่ใช่พวก Crypto แน่นอนครับ
อ้างถึงจาก: seowork ใน 08 สิงหาคม 2018, 14:55:00
อ้างถึงจาก: Bes ใน 08 สิงหาคม 2018, 14:39:18
โดน Disrupt จากพร้อมเพย์และพวก E-wallet มากกว่า ... เพราะว่า Crypto ก็ยังมีค่าธรรมเนียมนะ :P
เห็นด้วยเลยครับ ผมนี้แทบไม่ตัดบัตรเคดิตอีกแล้ว ใช้พวก Wallet apps จ่ายเบาตัวกว่าเยอะ แถมมีโปรโมชั่น
ต่างๆ ให้ร่วมเล่น สินค้าลดราคาให้จับจ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เอาเป็นว่า Wallet ในไทยน่ากลัวสำหรับธนาคารไทย
มากกว่าอย่างอื่นครับ
หากคนใช้ Wallet Apps สักครึ่งประเทศนี้ ผมว่ารายได้ธนาคารหายไปเยอะเลย เพราะคนจับจ่ายผ่านระบบ
ธนาคารในยุคนี้ ก็ใช้แบบออนไลน์หมดแล้ว มาเจอแอปที่ฟรีค่าธรรมเนียม มีส่วนลดอีกมากมายให้ จบเลย
ใช้ Wallet ดีกว่าผ่านธนาคารครับ รวมหลายบิล รวมหลายส่วนลดนี้ ประหยัดได้เยอะเลยครับ แถมสะดวก
มากแค่แสกนบิลเอง กำหนดวงเงินสด วงเงินเครดิตได้อีกนี้ ผมแทบไม่ได้ใช้บริการธนาคารบ่อยเหมือนสมัยก่อน
ผูกธนาคารเข้ากับ Wallet อยากจ่ายก็จ่าย เห็นโปรโมชั่นดีๆ ซื้อได้ทันที ไม่ต้องโอนผ่านธนาคารซึ่งมีขั้นตอน
การเวอริฟายเยอะกว่า แต่ Wallet Apps ในไทยก็ยังมีจุดอ่อนอยู่ตอนนี้คือ กลางคืนหลัง 6 ทุ่มเกือบถึงเช้า
หลายเจ้ามักปรับปรุงแอปหรือระบบหลังบ้าน ทำให้ใช้ Wallet ไม่ได้ บางครั้งเราอยากจ่ายค่าบริการต่างประเทศ
นี้ ยังต้องรออยู่ครับ แต่โดยรวมแล้ว ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา ง่ายจริง
เมื่อระบบ Wallet ของทุกค่ายสมบูรณ์มากกว่านี้ น่ากลัวสำหรับธนาคารยักษ์ใหญ่ของไทยจริงๆ ไม่ใช่พวก Crypto แน่นอนครับ
เห็นด้วยเลย จะว่าเอาเงินไปไว้ในธนาคารแล้วได้ดอกเบี้ยก็คงไม่มีใครหวังดอกเบี้ยต่ำเตี้ยเรี่ยดินกันแล้ว
ไม่มีนัยยะที่ต้องเอาไปกองในธนาคารเลยครับ เว้นแต่เรื่องความน่าเชื่อถือ
และเมื่อไรที่ E-wallet มีความน่าเชื่อถือมากกระทั่งเรากล้าเก็บเงินเยอะๆไว้ใน E-Wallet แล้วตอนนั้นธนาคารจะหนาว
:wanwan007:
:wanwan003: ธุรกิจเดินหน้าได้คล่องขึ้น หลังจากติดปัญหาเรื่องค่าธรรมเนียมการโอนต่างๆ