สอบถามเกี่ยวกับการขายของออนไลน์หน่อยครับ
ระหว่างเราสร้างเว็บเอง ไม่ว่าจะจาก cms สำเร็จรูปต่าง ๆ มันมีข้อได้เปรียบ หรือข้อดีกว่า กับที่เราทำเพจขายของในเฟสบุ๊ค ยังไงครับ
พอดีผมอยากสร้างเว็บ e-commerce สักเว็บแต่ไม่แน่ใจว่าจะสู้เฟสบุ๊ตได้ยังไง
รบกวนชี้แนะด้วยนะครับ
:wanwan011:
social มันเข้าถึงง่ายครับ ถ้ายิงตรงจุด คนสนใจ เดือนเดียว-2เดือน 50,000 LIKE+ สบายครับ แต่ข้อเสียคืออาจมีเรื่องการจำกัด เต็มที่คือลงรูป รายละเอียด ก็ตามธีมที่ facebook มันจำกัดไว้ แต่ถ้าเว็บ จะดีตรงเราปรับแต่งข้อมูลการแสดงอื่นๆ ได้กว้างกว่าอิสระกว่า แต่เข้าเสียกว่า social คือ การเข้าถึง ในสินค้าหรือหน้านั้นๆ ที่อยากให้เป็นที่รู้จัก จขกท อาจต้องศึกษาหรือทำ seo เพื่อให้มีคนเข้าถึง แต่ผมแนะนำว่า เริ่มจาก fb คู่ไปกับเว็บ คับ เช่น ลงสินค้าประมาณนึงและรายละเอียดเด่นๆในเฟส ที่เหลือ ยัดลงในลิงค์แล้วดิ่งมาหน้าเว็บครับจะได้ 2 ต่อพร้อมๆกัน ทางผมเองทำเว็บนึงมาปี 1 คู่กับเฟส เผลอแปปๆ ได้ทั้งเพจ ได้ดั้ง คีย์รีเสิร์ท :wanwan011: อันนี้เป็นวิธีของผมที่ทำนะคับ ได้ผลเลยบอกต่อ
ดีสิ ไม่งั้น lazada,11street
คงสร้างเพจขาย ไปแล้ว .
ผมลืมบอกไปอีก 1 เรื่องคือเป็นร้านเล็กๆ ที่เริ่มขายใหม่ๆ ถ้าเป็นอย่างเว็บใหญ่ ๆ เช่น lazada ไรพวกนี้เค้าไปถึงหักบัตรเครดิต ช่องทางชำระเงินที่หลากหลาย(ไม่นับทุนการโฆษณา โปรโมทเว็บ)
อย่างผมถ้าเริ่มนับหนึ่งใหม่เนี้ย การชำระเงินคงต้องอัพโหลดรูปส่งกัน อยู่เลย
คงต้องเริ่มแบบที่คุณ pond_z1000 คือเฟสบุ๊คก่อนแล้วค่อยตามด้วยเว็บควบคู่ไปด้วยกัน
:P
ดีกว่าคือ ความน่าเชื่อถือ , ปรับแต่งได้ตามใจ , เราเป็นเจ้าของ วันหน้าถ้าโซเชียลไหนไม่นิยม เราก็ยังมีเว็บอยู่
- ทำเฟสอย่างเดียว ถ้าโชคร้ายโดนแบนเสียเวลาทำใหม่
- ทำคู่กันดีที่สุด ใช้เฟสเรียกลูกค้าเข้าเว็บ ถ้ามีเวลาทำ G+ , instagram , line ไปด้วยกัน
อ้างถึงจาก: alpha-a ใน 10 ตุลาคม 2017, 15:10:54
ผมลืมบอกไปอีก 1 เรื่องคือเป็นร้านเล็กๆ ที่เริ่มขายใหม่ๆ ถ้าเป็นอย่างเว็บใหญ่ ๆ เช่น lazada ไรพวกนี้เค้าไปถึงหักบัตรเครดิต ช่องทางชำระเงินที่หลากหลาย(ไม่นับทุนการโฆษณา โปรโมทเว็บ)
อย่างผมถ้าเริ่มนับหนึ่งใหม่เนี้ย การชำระเงินคงต้องอัพโหลดรูปส่งกัน อยู่เลย
คงต้องเริ่มแบบที่คุณ pond_z1000 คือเฟสบุ๊คก่อนแล้วค่อยตามด้วยเว็บควบคู่ไปด้วยกัน
:P
อยากทำแบบชำระออนไลน์ก็ไม่ได้ยากนะคับ เดะนี้ พวกบริการ API มีเยอะแยะสอบถามทางธนาคาร หรือ API ออนไลน์อย่าง paypal หรือ linepay ก็ชำระได้ เพราะยังไงถ้าพวกชอบออนไลน์ส่วนมาก นอกจากต่อทางตรงจากเลขบัตร visa ก็ยังมีทางเลือกอื่นๆ อย่างที่ผมบอกอยู่ ในส่วนนั้นไว้เป็นปัจจัยที่ 2 ที่หลักๆ แนะนำเลยก็ลงข้อมูลในเว็บให้ชัดเจน ข้อมูลสินค้า รีวิว รายละเอียด ขนาด อื่นๆ ให้ชัดเจน ลูกค้าจะชอบมาก หรือใช้วิธีนี้ ลองสมมุดตัวเองเป็นลูกค้า อยากได้ของ 1 ชิ้น จาก 1 ร้านค้า คุณอยากจะรู้อะไรเกี่ยวกับสินค้านั้นบ้าง นั่นหละคับ เอามาทำเป็นคอนเท้นในเว็บ ข้อมูลครบ ปิดช่องโหว่วคำถาม ข้อสงสัยให้มากสุด เขียนเนื้อๆ ไม่ต้องบรรยายไกล :wanwan019:
ดีกว่าครับ เพราะเราคุมได้หมด
มีเว็บก็เหมือรมีร้านค้า มีบริษัท แต่ facebook ถัาเราลงขายของไป 1 วัน ข้อมูลอยู่ล่างๆไปแล้ว เราต้องโพสทุกวัน ทุกเวลาเลยนะครับ
มีเว็บน่าเชื่อถือกว่าครับ :wanwan003: :wanwan003:
เว็บถาวรกว่า หาก seo ดีๆ ติดหน้า 1 ของ google รอขายอย่างเดียว
ผมคนนึงที่ชอบซื้อของผ่านเว็ปมากกว่า ค้นหาสินค้าง่ายกว่า ดูเป็นระเบียบกว่าครับ
ที่สำคัญน่าเชื่อถือกว่า คหสต.
:wanwan019:
:wanwan003: :wanwan003: :wanwan003:
สุดยอด แต่ละท่านอธิบายข้อมูลกันมา แรงชัดจัดเต็มซะขนาดนี้ !! คงไม่ต้องคิดอะไร ได้แต่อ่านเลยเรา :wanwan019:
ผมว่าที่เว็บคนจะตั้งใจหาสำรวจและเลือกซื้อมากกว่าเพจครับ จะได้ลูกค้าประจำดีกว่า
ส่วนเพจจะเข้าถึงลูกค้ามากกว่าจะซื้อโดยอารมณ์นำ ลูกค้าเปลี่ยนบ่อย
ถ้าทำทั้งคู่ก็ดีนะ
มี web น่าจะดีกว่านะ เพราะ fb บางวันล่ม และต้องขยันโพสบ่อยๆ
ทำ Fanpage ก่อนแล้วค่อยทำเว็บครับ :wanwan011:
:wanwan011: :wanwan011: :wanwan011:
มันคนละแนวสินค้ากันครับผมมองว่า สินค้า ขายบน Facebook จะได้เป็นแนวกระแส มากกว่า เช่น เสื้อผ้าผู้หญิง เครื่องมือช่าง คนเปิดมาเจอแล้วชอบซื้อเลย เป็นต้น
แต่ถ้าขายบนเว็บจะได้ลูกค้าที่เจอจงต้องการหาสินค้านั้นโดยเฉพาะ แต่ผมมองว่าควรขายไปพร้อมๆกัน ดีกว่าครับ ควบคู่กันไปเลย
เว็บต้องพึ่ง google คือขายแพงกว่าชาวบ้านไม่ได้เลย สินค้า เพราะลูกค้าเช็กราคาได้ตลอด เปิด google เช็กราคาเจ้าอื่นได้ง่ายๆเลย มีพวกตัดราคาด้วย ขายบนเฟสไม่ต้องกลัวสบายใจ
ส่วนผมขายบนเฟส ผมลง เฟสบุค ads ผมอับราคาได้เป็น 3 เท่ากำไร เพราะลูกค้าเจอเพจผมเพจเดียว :wanwan019:
ในขณะที่ผมขายทางเว็บพึ่ง google ผมได้กำไรแค่ 70% :P เพราะขายแพงกว่าชาวบ้านไม่ได้ มันเช็กราคารู้หมด
แล้วแต่สินค้าครับ ถ้าเป็นพวกเล่นตามกระแส ก็ facebook
:wanwan003:
ขอบคุณครับ :wanwan017:
สร้างเว็บก็ดี หรือ สร้างแฟนเพจ ถ้ายิงตรงจุด มันน่าจะได้ผลครับ
ขอบคุณครับ wanwan017
แล้วแต่สินค้าครับ แต่ทำทั้งคู่เลยครับ
ทำควบคู่กันไปเลยครับ :wanwan004:
เว็บไซต์ คือบ้านของเรา
เฟสบุ้ค เหมือนเราไปอยู่บ้านเขา เราจะโดนไล่ออกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ครับ
สร้างเว็บ แล้วไปหาลูกค้าจากเฟสบุค
ทำคู่กัน สุดยอดแน่นอนครับ
ถ้าให้ยั่งยืน ต้องมีเว็บเป็นของตัวเองครับ social จะมีนโยบายเปลี่ยนไปเรื่อย
ทำเว็บไซต์ ควบคู่ Social ค่ะ
ถ้าไม่ค่อยสะดวก ก็ทำเพจเฟสบุ๊คก่อนแล้วค่อยมาทำเว็บไซต์เพราะนี่ทำยากกว่า แต่สำคัญกว่าเพราะน่าเชื่อถือกว่า
แล้วไปเน้นขายเน้นโปรโมทที่ โซเชี่ยลต่างๆด้วย เว็บไซต์ติดกูเกิ้ลแล้วก็สบายไปได้เรื่อยๆ ค่ะ เฟสบุ๊คหรืออื่นๆ ต้องคอยโพสต์บ่อยๆ แทบทุกวัน แต่เว็บไซต์มีโปรฯ แต่ละเดือน แต่ละสินค้าก็ค่อยอัพกันทีได้ ยกเว้นสินค้าที่มีเข้ากันทุกวัน นี่ก็คงทำงานกันเหนื่อยหน่อย
ของฟรีโพสต์บ่อยๆ เจอกดสแปมเฟสดับไปเอาง่ายๆ ข้อมูลที่ลงไว้ก็หายหมด
อย่างน้อยคนที่คิดจะค้าขายจริงๆ จังๆ ( ยกเว้นคนโกงที่ตั้งใจโกงจริงจัง ยอมจ่ายค่าทำเว็บนี่นับถือเลย 5555 ) ทำเว็บไซต์ค้าขายก็หมายถึงคนที่คิดจะค้าขายจริงจังค่ะ ลูกค้าก็จะมองว่าความเสี่ยงต่ำกว่าที่จะเจอโกง ไม่ส่งสินค้า ไม่รับผิดชอบ ( ยกเว้นลูกค้าที่ไม่ใช้สติอย่างสูงเรื่อง ขายจริงขายไม่จริง มีเว็บไหม ไม่สน ถูกใจสั่ง เพราะก็คนไม่มีเว็บก็ส่งจริงกันเยอะ )
แต่จะว่าไป เฟสบุ๊คเดี๋ยวนี้ทำรองรับคนไทยสุดๆ ไปเลยค่ะ มี Market Place ในส่วนเฟสปกติเลย ให้คนไปลงค้าขายในเฟสได้แบบไม่ต้องมีเพจร้านค้าแล้ว ไม่ต้องเข้ากลุ่มค้าขายในเฟสบุ๊ค
ก็มาลงขายสินค้ากับเฟสบุ๊คได้แล้ว แต่ว่าไม่รองรับทุกเฟสนะคะตอนนี้
เราไปลงขายมาละ รอว่างๆ ไปลงสินค้าเพิ่ม มันแตกต่างกันนะคะ
เฟสมีให้ลงค้าขาย 4 ส่วน
- ในเฟสส่วนตัว ถ้าลงราคาปุ๊บระบบจะเปิดให้ลงฟังก์ชั่นค้าขายให้เลย ว่าจะโพสต์ขายของไหม แล้วยังให้แชร์เข้ากลุ่มที่เราเข้าร่วมด้วย
- ในเพจร้านค้า
- ในกลุ่มเฟสคลับต่างๆ ค้าขายนี่ขายกันอย่างเมามันส์
- ใน Market Place ของเฟสบุ๊ค
ผมทำสองอย่างครับ ช่วยเสริมกัน
มีเว็บไซต์เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าหรือบริการครับ (เปรียบเสมือนมีหน้าร้าน)
มีเฟสบุ๊ค หรือ social ช่วยให้คนเข้าถึงสินค้าได้ง่ายและรวดเร็ว (เปรียบเสมือนการออกบูธหรืออีเว้นท์ต่างๆ)
ประมาณนั้นครับ
เพราะฉะนั้นทำควบคู่กันอย่างถูกวิธีก็รวยครับ
แต่ผมยังไม่รวยกะเค้าเลย :'(
ควรจะสร้างเว็บ และมีเฟสเป็นตัวโปรโมท :wanwan003: :wanwan003:
ทำเฟสบุ้คก่อนครับ แล้วค่อยมาทำเว็บไซค์เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ เพราะเดียวนี้ลูกค้า ดูเฟสบุ้คเป็นหลัก
จริงๆไม่ต้องเลือกครับ ทำทั้ง 2 ทางเลย ( ส่วนมากก็ทำแบบนี้กัน ) :wanwan020:
ต้องมีทั้งสองอย่างเพื่อความน่าเชื่อถือ และการจัดเรียงข้อมูลต่างกันมากครับ
เว็บไซต์ ดีกว่าครับ
2 อย่างควบคู่ไปเลยอิอิ
อ้างถึงจาก: DeGea ใน 10 ตุลาคม 2017, 14:55:46
ดีสิ ไม่งั้น lazada,11street
คงสร้างเพจขาย ไปแล้ว .
ใช่เลย :'(
มีดีมีเสียเหมือนกันครับ แต่ ทำให้เกื้อหนุนกันได้ครับผม :wanwan020: :wanwan020: :wanwan020:
ผมก่ว่าจะทำควบคู่กันไปปครับ
ทำคู่กันไปดีกว่า ในเฟสเวลาหาดูสินค้าเยอะๆแล้ว งง
เว็บเพิ่มความน่าเชื่อถือครับ แต่สมัยนี้แค่FBก็หาเงินได้แล้วครับ
ในเว็บหาสินค้าได้ง่ายกว่า มี Search และมีหมวดหมู่ครับ เพิ่มความน่าเชื่อถือด้วย
ยังไงควรมีทั้งสองครับ
ข้อดีของ Website (eCommerce)
1. ความน่าเชื่อถือ (แต่การมีเว็บก็ไม่ใช่ตัวการันตีว่าจะไม่โกง)
2. ความน่าเชื่อถือ Lv.2 = ถ้าหากว่าคุณจดทะเบียนการค้าด้วยละก็ ข้อนี้จะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจเพิ่มขึ้นอีกเยอะ
3. รูปแบบที่เข้าถึงและง่ายต่อการสั่งซื้อ
------
ข้อดีของ Facebook
1. สะดวกและรวดเร็วในการติดต่อ
2. สะดวกและรวดเร็วในการระชาสัมพันธ์
3. ทำการตลาดผ่าน Ads ได้ทันที
4. ลูกค้ายังคงมีความกังวลถึงความน่าเชื่อถืออยู่เช่นกัน
*ในขณะที่ปัจจุบันคนช็อปิ้งออนไลน์กันมากขึ้นทำให้ร้านค้าเกิดขึ้นได้ง่ายโดยไม่ต้องมีเว็บไซต์เลยเชียวหล่ะ แต่ก็มีโดนโกงกันบ่อย ๆ เหมือนกันครับ
**ในขณะที่ตัวเว็บไซต์เองก็เป็นเรื่องที่ยุ่งยากสำหรับลูกค้าเช่นกันครับผมแต่ถ้ามีทั้งสองก็จะทำให้ได้ลูกค้าทั้งสองประเภท ทั้งที่ชอบให้มีเว็บไซต์แล้วรู้สึกอุ่นใจกว่ากับประเภทที่ชอบการติดต่อแบบชิล ๆ ผ่านแฟนเพจครับผม
ถ้าขายของ มีคู่ดีที่สุดค่ะ เก็บทุกช่องทางแหละ :wanwan011:
มีดีกว่าไม่มีครับ
เว็บไซด์มีประโยชน์มากมาย
มีไว้ทั้งคู่ส่งเสริมกันดีสุด จะให้ดี youtube ด้วย line ด้วย ฯลฯ สนับสนุนกันหลายทางครับ :wanwan003:
ทั้งสองอย่างเลยครับ :wanwan003:
มาเก็บข้อมูลครับ
ส่วนตัวคิดว่าใช้ทั้งสองแบบร่วมกันครับ Facebook เอาไว้ Drive คนเข้าไปในเว็บ (LP) แล้วทีนี้บนหน้าเว็บของเราก็สามารถให้ข้อมูลต่างๆให้กับ target audience ของเราได้ว่าต้องการให้เค้ารับรู้อะไร เข้าใจอะไร หรือทำอะไร และสามารถสร้างโครงสร้างการวัดผลต่างๆได้ด้วยเลยครับ ไม่ว่าจะกับ GA หรือ Platform อื่นๆก็เช่นกันครับ
แต่ในอนาคตผมคิดว่า Facebook กำลังจะเข้ามามีส่วนผสมในการทำ E-commerce หรือ Advertise มากกว่านี้ครับ ยกตัวอย่างเช่น product ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Canvas, Pay by chat ซึ่งสามารถทำให้ Funnel ต่างๆจบได้บน facebook ได้และยังเก็บ Custom Audience ได้จากสิ่งพวกนี้อีกด้วยครับ
แต่ยังไงก็ยังเชียร์ทั้งสองแบบครับ ในระยะยาว SEO ก็ยังเป็นทางเลือกที่ให้ ROI ที่สวยงามอยู่นะครับ
:wanwan017:
แนะนำให้มีทั้งเฟส มีทั้ง เวปหลักครับ
ใช้ทั้งสองดีที่สุดครับ
สร้างเว๊ป สร้างความน่าเชื่อถือ การจดจำ
สร้างแฟนเพจเฟสบุ๊ค สร้างการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าแบบเจาะจง
ทำคู่กันไปดีกว่าแต่ผมชอบเว็บมากกว่า FB มันชอบมีปัญหาบ่อยๆช่วงนี้
คิดว่าสร้างเว็บร้านค้าเองมีโอกาสที่ Google จะเจอร้านค้าของเรามากกว่าบน Facebook ครับ ทำให้มีโอกาสที่คนจะเจอมากกว่า
ทำทั้งสองอีกเสียงครับ :wanwan003:
ทําทั้งคู่ดีที่สุด
ทำคู่กันดีที่สุดครับ
ทำทั้งสองแบบน่าจะดีกว่าครับ
ข้อดี เว็บขายของเราใส่ข้อมูลต่างๆ ได้เยอะกว่าทำบนเฟสครับ แยกตามหมวดหมู่ได้ ดูเป็นระเบียบ ค้นหาก็สะดวก (แต่อนาคตเฟสอาจจะพัฒนาอีกต้องรอดูกันไป) ในเฟสเราอาจนำแค่สินค้าที่เป็นโปรโมชั่นไปแสดงเพื่อดึงคนเข้ามาที่เว็บ
แต่สิ่งที่คิดว่าจำเป็นคือการให้ login เข้าเว็บเราด้วย facebook login เพื่อให้สมาชิกที่สมัครสามารถรับข่าวสารเวลาเราแชร์ข้อมูลได้ ซึ่งมันจะช่วยประชาสัมพันธ์ทั้งเว็บและคนอื่นๆ ให้รู้ว่าเรามีสินค้าใดขาย มีโปรโมชั่นอะไรบ้างในแต่ละเดือน
ควรทำทั้งคู่นะครับ ค่อยๆปรับไป
ทำทุกทาง
Customize ได้มากกว่า FB อยู่แล้วครับ และส่วนตัวเวลาจะซื้อของก็หาผ่าน Google ครับ
มันเลยแสดงให้เห็นว่าฐานลูกค้าไม่ได้มีแค่เฉพาะฐานของ FB ครับ (ต้องหาข้อเสียเปรียบ FB และทำให้เว็บเราได้เปรียบ FB)
ส่วนมากทำทั้งคู่กันหมดเลย สงสัยผมต้องทำเว็บเพิ่มละ
ทำควบคู่กันไปเลยน่าจะดีกว่า
ใช่ครับ ส่วนมากทำเว็บไซต์และใช้วิธีโปรโมทผ่านสื่อออนไลน์ เพิ่ม
:wanwan008:
ทำเว็บไซต์ ในระยะยาวดีกว่า เฟสแน่นอน เพราะเว็บไซต์ออนไลน์มีมานาน ไม่เคยมีปัญหาโดนปิด โดนแบน ส่วนเฟสเราใช้ของเค้า ต้องทำตามกฎของเขา ผิดกฎโดนปิด โดนแบนที่ทำมาทั้งหมดหายไปเลย ร้องเรียนก็ไม่เคยได้คืน :wanwan008:
ผมมองว่าดีกว่านะ ในระยะยาว บางทีขายในเฟส ลูกค้าหาเราไม่เจอ ส่วนตัวเรามองววาทั้งเฟสทั้ง เวปน่าจะเวิกกว่า แต่หลังๆ googleชอบ social มากกว่า