มีสินค้าอะไรบ้างที่สามารถทำกำไรชิ้นละ 20 บาทขึ้นไปสามารถขายได้อย่างน้อยวันละ 60 ชิ้น อยากถามเพื่อนๆ ผู้มีประสบการณ์ในการเลือกหาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ตามกระทู้นะคับว่ามีสินค้าอะไรบ้างที่สามารถทำกำไรได้ประมาณนี้ หรือสินค้าตัวไหนบ้างที่สามารถสร้างกำไรให้เราได้อย่างน้อย 1,200 บาทต่อวัน โดยเป็นที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมาย คู่แข่งน้อย ลูกค้าวิ่งเข้าหา เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ราคาไม่เกิน 100 บาท รวมต้นทุนกำไรแล้ว
พระเครื่อง วัตถุมงคลครับ
ไม่ต้องออนไลน์ก็ได้ มีทุนโฆษณาลงหนังสือพระเครื่องไปเลยครับ
เซียนพระจะเข้าหาครูบาอาจารย์ดัง ๆ มีชื่อเสียง ลงทุนสร้างวัตถุมงคลให้วัด จะแบ่งยังไงแล้วแต่จะตกลง
มันมี 2 อย่าง คือ ของปล่อยไม่ออก รุ่นนี้ไม่เป็นที่นิยม หรือ ปล่อยของออกได้ในเวลาอันรวดเร็ว...
ลองไปหาหนังสือพระเครื่องมาศึกษาดูนะครับ ชุดกรรมการบางทีเป็นแสน 2 แสน แต่มีคนบูชานะครับ เค้าสะสมชื่นชมในศิลปะครับ...
อ้างถึงจาก: ptteppawong ใน 27 กรกฎาคม 2014, 09:17:39
พระเครื่อง วัตถุมงคลครับ
ไม่ต้องออนไลน์ก็ได้ มีทุนโฆษณาลงหนังสือพระเครื่องไปเลยครับ
เซียนพระจะเข้าหาครูบาอาจารย์ดัง ๆ มีชื่อเสียง ลงทุนสร้างวัตถุมงคลให้วัด จะแบ่งยังไงแล้วแต่จะตกลง
มันมี 2 อย่าง คือ ของปล่อยไม่ออก รุ่นนี้ไม่เป็นที่นิยม หรือ ปล่อยของออกได้ในเวลาอันรวดเร็ว...
ลองไปหาหนังสือพระเครื่องมาศึกษาดูนะครับ ชุดกรรมการบางทีเป็นแสน 2 แสน แต่มีคนบูชานะครับ เค้าสะสมชื่นชมในศิลปะครับ...
แบบนี้น่าต้องมีเครดิต ความน่าเชื่อถือพอสมควรคับ โนเนมน่าจะลำบาก แต่ยังไงก็ขอบคุณมากๆ นะคับที่แนะนำ เผื่อผมจะเริ่มศึกษาขึ้นมาอาจจะเป็นเซียนในอนาคต ผมจะไม่ลืมบุญคุณเลยคับ :-X
พวกสินค้าแบรนด์เนมครับ
พวงกุญเเจ งานฝีีมือพอไดป่ะคับ :wanwan044:
อ้างถึงจาก: ptteppawong ใน 27 กรกฎาคม 2014, 09:17:39
พระเครื่อง วัตถุมงคลครับ
ไม่ต้องออนไลน์ก็ได้ มีทุนโฆษณาลงหนังสือพระเครื่องไปเลยครับ
เซียนพระจะเข้าหาครูบาอาจารย์ดัง ๆ มีชื่อเสียง ลงทุนสร้างวัตถุมงคลให้วัด จะแบ่งยังไงแล้วแต่จะตกลง
มันมี 2 อย่าง คือ ของปล่อยไม่ออก รุ่นนี้ไม่เป็นที่นิยม หรือ ปล่อยของออกได้ในเวลาอันรวดเร็ว...
ลองไปหาหนังสือพระเครื่องมาศึกษาดูนะครับ ชุดกรรมการบางทีเป็นแสน 2 แสน แต่มีคนบูชานะครับ เค้าสะสมชื่นชมในศิลปะครับ...
พระเครื่อง! ใช่ครับ กำไรเกิน 1200บาทต่อวันแน่ ถ้าคุณเก็บถูกรุ่นที่เค้าเล่นกันครับ
ถ้ายังดูพระไม่เป็น แนะนำให้เก็บพระใหม่ครับ
ตอนนี้พระใหม่ที่กำลังมาแรงตอนนี้ มีหลวงพ่อทอง หลวงพ่อสุรศักดิ์ครับ
เก็บได้เลยครับ ยิ่งถ้าได้ราคาจองออกจากวัด และมีเงินทุนที่เป็นเงินเย็นสักหน่อย
กำไรไม่ต่ำกว่า 2เท่าครับ ลองเข้าไปดูที่เว็บนี้ครับ จีขีดกลางพีอาร์เอดอมคอม ดูครับ ^_^
ถามพูดถึงตัวสินค้า ที่จะขายออนไลน์ มีเยอะมากครับ ที่ทำกำไรงามๆ ก็ประเภทเครื่องสำอาง ประเภท รองเท้านำเข้า ของประเภทผู้หญิงๆ พวกนี้กำไรดี แต่ปัญหาที่ทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จมีมากครับ เนื่องจากร้านค้า หรือเว็บไชต์ ความน่าเชื่อถือ ฐานลูกค้า ที่ว่ามาเราต้องสู้กับคู่แข่งที่มีอยู่มาก แข็งโป้ก แต่อย่างไรก็ตามหากเราสู้ไม่ถอย สักวันต้องเป็นของเราครับ คิดที่จะทำถือว่าดีกว่าไม่คิดเพราะ ถือว่าเข้าขั้นตอนการทำธุรกิจแล้ว ขั้นประเมินตลาด :wanwan003:
ความรู้ทั้งนั้น ขอบคุณครับ :wanwan020:
อ้างถึงจาก: klongfilm ใน 27 กรกฎาคม 2014, 09:30:52
อ้างถึงจาก: ptteppawong ใน 27 กรกฎาคม 2014, 09:17:39
พระเครื่อง วัตถุมงคลครับ
ไม่ต้องออนไลน์ก็ได้ มีทุนโฆษณาลงหนังสือพระเครื่องไปเลยครับ
เซียนพระจะเข้าหาครูบาอาจารย์ดัง ๆ มีชื่อเสียง ลงทุนสร้างวัตถุมงคลให้วัด จะแบ่งยังไงแล้วแต่จะตกลง
มันมี 2 อย่าง คือ ของปล่อยไม่ออก รุ่นนี้ไม่เป็นที่นิยม หรือ ปล่อยของออกได้ในเวลาอันรวดเร็ว...
ลองไปหาหนังสือพระเครื่องมาศึกษาดูนะครับ ชุดกรรมการบางทีเป็นแสน 2 แสน แต่มีคนบูชานะครับ เค้าสะสมชื่นชมในศิลปะครับ...
แบบนี้น่าต้องมีเครดิต ความน่าเชื่อถือพอสมควรคับ โนเนมน่าจะลำบาก แต่ยังไงก็ขอบคุณมากๆ นะคับที่แนะนำ เผื่อผมจะเริ่มศึกษาขึ้นมาอาจจะเป็นเซียนในอนาคต ผมจะไม่ลืมบุญคุณเลยคับ :-X
ครับ คนจะเชื่อหรือศรัทธา อยู่ที่ชื่อเสียงของผู้ปลุกเสกด้วยครับ ต่อให้ออกมากี่รุ่นต่อกี่รุ่นก็หมด เพราะผู้ที่ต้องการเช่าบูชาเค้าดูที่ผู้ปลุกเสกครับ
ที่ทำกันตอนนี้
เค้าทำเป็นหลายเนื้อครับ
เนื้อทอง ก็แพงหน่อยตามราคาทอง กลุ่มนี้เค้าจะเก็บไว้ด้วยความชอบส่วนตัว คือสะสมไว้
เนื้อเงิน+เนื้อนวโลหะ ออกจากวัดใหม่ ๆ คนจะรีบเก็บไว้ เพราะทำออกมาน้อย นาน ๆ มา ใครอยากได้ ก็มาเอาที่ฉันสิ ฉันมีนะ ...
เนื้อทองเหลือง เนื้อทองแดง สำหรับผู้ที่เค้าศรัทธาจริง ๆ ครับ เพราะกำลังไม่มาก นิยมบูชาไว้เป็นแรงกำลังใจ
ชุดกรรมการ ก็จะมีกลุ่มหนึ่งที่สนใจ เค้าไม่สนใจหรอกว่าแพงหรือไม่แพง ถ้าออกแบบมาสวย คม ก็เก็บหมดครับ
ผมมีคนใกล้ตัวนะครับที่พี่เค้าทำมาแล้วประสบความสำเร็จจริง ๆ มีเงินซื้อที่ได้ มีเงินซื้อบ้านได้ มีร้านไปรษณีย์เอกชน 2 สาขา และอะไรอีกจิปาถะ เค้าไม่ได้เป็นคนออกทุนเอง แต่รุ่นไหนที่ออกมาใหม่ สวย ๆ เก็บไว้หมด ต้องศึกษาด้วยรุ่นไหนมันจะดังและคนนิยมเสาะหา
พี่เค้ากว้านซื้อถูก ๆ จากคนในหมู่บ้านเพียงแค่ไม่กี่พัน แล้วมาปล่อยในราคาเป็นหมื่น ๆ
ยิ่งประเภทที่เกี่ยวกับโชคลาภ เสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม ราคาเบา ๆ ปล่อยได้เร็วมากครับ
อาชีพนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างบุญกับบาปด้วย ต้องซื่อสัตย์ หมั่นทำบุญเยอะ ๆ ครับ
อยากรู้นิยมรุ่นไหน ไปเสาะหาได้ที่ เว็บพลังจิตครับ
ความรู้ใหม่ๆครับ ขอบคุณครับ
ต้องเปลี่ยนคำถามครับ เรื่องสินค้าต้องลองทำการตลาดทดสอบดูเอง
สินค้าอย่างที่อยากได้ มีแยอะแยะมากครับ อยู่ที่จะจับกลุ่มไหน หาลูกค้ามายังไง
กำไร 30% ไม่น้อยนะ คู่แข่งน่าจะสูงตามด้วย ต้องวิเคราะห์ดีๆ
>>> เป็นที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมาย คู่แข่งน้อย ลูกค้าวิ่งเข้าหา << == อันนี้น่าจะต้องเป็นหน้าที่ ของพ่อค้าแม่ค้าที่จะต้องไปค้นหาเอง
ค้นหาคนอื่น และค้นหาตัวเองความยากง่ายก็ต่างกันอีก เอาแบบนี้ดีไหมคะ คุณลองหาสิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุด สามารถนำเสนอสิ่งๆนั้นได้ดี เมื่อสิ่งที่คุณนำเสนอมันดูดี น่าเชื่อถือเพราะเราคือ expert หลังจากนี้แหละะ ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเขาจะวิ่งเข้าหาเราเอง
หากวิ่งหาคนอื่น แบบนี้ก็จะยากไปอีกแบบ เพราะเราก็ต้องไปค้นหาอีกว่าคนอื่นชอบและสนใจอะไร ก็ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ หากถูกจุด ก็ดีไปเลย
ยอดของกำไรจากการขาย 1200 บาท
สินค้าราคาต่ำก็อาจจะต้องขายจำนวนชิ้นมากขึ้น
ราคาสูงก็จะขายน้อยชิ้น ความยากง่ายมันก็ต่างกัน :wanwan044:
สินค้าของเรา กรณีลงไปขายเอง ขายได้สองชิ้น เราก็กำไรประมาณ 10k
:wanwan003: :wanwan003: :wanwan003:
ต้องทราบก่อนครับ ว่าเราจะขายช่องทางไหน เปิดเวป facebook line lineshop ...
สินค้าแต่ละอย่างขายไม่เหมือนกันครับ ต้องดูก่อนว่าเราถนัดแบบไหนครับ
กาเเฟเย็น ชาเย็น โอวัลติด ร้อนๆ เย็นๆ ต้นทุนต่ำ ราคา สามารถขายได้ 25-35-40 เเล้วเเต่รสชาติการปรุง เทคนิคการขาย ขายรับอรเดอร์หน้าเฟชบุ๊ก ใกล้เเหล่งออฟฟิคคนทำงาน :wanwan016: เเต่ .... ต้องทำเลดีใกล้ๆ เเหล่ง ออฟฟิคคนทำงาน เเต่อย่าลืมเช็คต้นทุนค่าเช่าสถานที่ด้วยน่ะ อันนี้สำคัญมาก :wanwan009: :'( เพราะขายได้ทั้งบนเฟช สั่งได้ทั้งผ่านไลนเเชต เเละ walk-in ทั่วไป ผมเห็นคนรู้จักสั่งกาเเฟเย็น ไปบนออฟฟิคผ่านไลนเเชต ที่ล่ะ 10 เเก้ว :-[
:wanwan014:
ขายอะไรก็ได้ให้ได้นาทีละ 1 บาท ...
- ขายพื้นที่โฆษณาในเว็บ นาทีละ 1 บาท แน่นอน uip ต้องเยอะหน่อยวันละ 2พัน อัพกำลังดี
- ขายบริการสนนทนาวิชาการ นาทีละ 1 บาท
- ขายสัญญาณภาพออนไลน์นาทีละ 1 บาท
- ขายข่าวทุกนาที นาทีละ 1 บาท
- ขายลายเซ็นส์นาทีละ 1 บาท
อย่างนี้ได้ไหมอ่ะ :wanwan004:
ขอถามนิดนึงครับ แล้วจำพวกขวดนมเด็กที่ส่งออกต่างประเทศถ้าขามทางเน็ตหรือ facebookพอจะขายไไดไหม
นั้นดิ คิดไม่ออกเลย กำไร/ต่อวัน + เวลา/ต่อวัน = "สิ่งที่ต้องการขาย ....."
ชานมไข่มุกครับ
ต้นทุนถูกเกิน
ทำเลดีๆ ผสมกับติดแบรนด์หน่อย
รวยเลย
เราก็ยังมองว่า ของผู้หญิงน่าจะขายง่ายอยู่นะคะ พวกเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง ลดความอ้วน ผิวสวย หรือที่เกี่ยวกับสุขภาพ ดูแลสุขภาพ อะไรประเภทนี้ กำไรงาม นะ เพราะผู้หญิงยังไงก็จ่ายเงินง่ายว่าผู้ชาย
ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ๆค่ะ
เข้ามาเก็บข้อมูลครับ
กำไรวันละ 1200 บาท อื้อ น่าคิดครับ
1 เดือน 36000 บาท อื้อ น่าสนใจ
พอๆกับเงินค่าทำงานวิจัยผมเลย 55555
:wanwan013: :wanwan013: :wanwan013:
ของผู้หญิงกระจุกกระจอก ผมว่าได้เรื่อยๆนะ เห็นแฟนผมซื้อไม่มีเบิ่อ แต่อย่าสตอค ตามเทรนให้ท่าน ถ้าเราเป็นเจ้าแรกๆฟันเละเทะ ซักพักราคาก็จะตก
กระถางต้นไม้ ดีมั้ยครับ :wanwan044:
อยากรู้เหมือนกัน
ตอนนี้ผมกำลังลองเลย ทำมา5 วันละ ตกวันละ 1-2,000 เสร็จแล้วจะทำ ebook ขาย 555
มาเก็บข้อมูลครับ
:wanwan017: :wanwan017:
ขายติดตาม ขายใลค์ :wanwan002:
อ้างถึงจาก: Kendy ใน 27 กรกฎาคม 2014, 22:23:41
ขายติดตาม ขายใลค์ :wanwan002:
วันละ 1,200 เลยหรอครับ :wanwan004: :wanwan004: :wanwan004:
ขายอะไรก็ทำยอดได้ถึง ขอแค่มองตลาดออกแล้วมีความตั้งใจจริงเท่านั้น :wanwan003:
ผมขายระบบครับ ระบบผมคือเสกไอเทมในเกมส์ขาย โดยไม่ต้องมีต้นทุนชักชิ้นที่แอดให้กับลูกค้า
ต้นทุนที่จะต้องจ่ายก็แค่ค่าเช่าเครื่องเซิฟเวอร์ (VPS) เดือนละ 2,200 บาท
ตัวอย่างกำไรครับ :wanwan003:
(http://upic.me/i/ki/28-7-25570-45-54.jpg)
ไม่ธรรมดาเลยนะครับ 1,200 บาท ยากอยู่เหมือนกัน
อยากรู้เหมือนกันตอนนี้วันละ 1200ผมยังไม่พอเลยมั้งเนี่ย :'(
อ้างถึงววว.fanfacemarket.com/2014/05/facebook-commerce-product-research.html
ลองอ่านแนวคิดในการหาสินค้าดูครับ
อ้างถึงจาก: worasak ใน 28 กรกฎาคม 2014, 00:48:19
ผมขายระบบครับ ระบบผมคือเสกไอเทมในเกมส์ขาย โดยไม่ต้องมีต้นทุนชักชิ้นที่แอดให้กับลูกค้า
ต้นทุนที่จะต้องจ่ายก็แค่ค่าเช่าเครื่องเซิฟเวอร์ (VPS) เดือนละ 2,200 บาท
ตัวอย่างกำไรครับ :wanwan003:
(http://upic.me/i/ki/28-7-25570-45-54.jpg)
รวยเลย ทำยังไงครับ ต้องใช้ทักษะอะไรบ้าง
ผมขอวันล่ะ 7-8 ร้อย พอ
อ้างถึงจาก: DeGea ใน 28 กรกฎาคม 2014, 08:07:34
อ้างถึงจาก: worasak ใน 28 กรกฎาคม 2014, 00:48:19
ผมขายระบบครับ ระบบผมคือเสกไอเทมในเกมส์ขาย โดยไม่ต้องมีต้นทุนชักชิ้นที่แอดให้กับลูกค้า
ต้นทุนที่จะต้องจ่ายก็แค่ค่าเช่าเครื่องเซิฟเวอร์ (VPS) เดือนละ 2,200 บาท
ตัวอย่างกำไรครับ :wanwan003:
(http://upic.me/i/ki/28-7-25570-45-54.jpg)
รวยเลย ทำยังไงครับ ต้องใช้ทักษะอะไรบ้าง
อ่านความเป็นมาผมได้ที่นี่ครับ http://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,352094.msg4870256/topicseen.html#new
ของผมทำได้ติดต่อกันมา2ปีแล้วครับ
ขายรองเท้า VANS ครับ รับตรงจาก Dealer ขายได้คู่นึงกำไรขั้นต่ำ 500.- ครับ วันนึงขายได้คู่เดียวก็โอเคแล้วครับ แต่ส่วนใหญ่จะวันละ 2-3 คู่ ครับผม บางวันก็ไม่ได้บ้างแต่น้อยมากครับในเดือนนึงเพราะส่วนใหญ่จะได้ทุกวัน เก็บรุ่น LTD. อัพกำไรขึ้นได้อีกหน่อย ก็พอสร้างรายได้อย่างต่ำให้ตัวเองอยู่ที่ 30,000 ครับ แต่ช่วงปลายปี 55 ผมขายเดือนนึงกำไรอยู่ที่ 120,000 ครับ แพ็คส่งเหนื่อยเลยทีเดียว แต่ตอนนี้เศรษฐกิจก็อย่างว่า พอถูๆไถๆกันไปคร้าบ ตอนนี้รอเรียนจบจะไปวิ่งงานขายประกันแบบเต็มเวลาแทน เงินดีไม่แพ้กันแต่ต้องหน้าด้านหน่อยครับ 555+
เข้ามาเก็บข้อมูลด้วยค่ะ :wanwan044:
สินค้าราคาถูก ขายกำไรต่อชิ้น ก็ได้น้อย ต้องเน้นขายจำนวนมากๆ
ขายสินค้าราคาสูง กลุ่มลุกค้าระดับบน กำไรต่อชิ้นมักจะสูงหน่อย ก็ขายน้อยชิ้น
อย่างเรา เคยขายเสื้อผ้าจากจีน เหนื่อย กำไรน้อย แถมสู้เจ้าใหญ่ๆไม่ได้
ไม่คุ้มเหนื่อยกับการรอของและปัญหาคุณภาพ
ตอนนี้ขายนำเข้าจากเกาหลีอย่างเดียว ขายยากหน่อย แต่รายได้ก็พอโอเค
อยากขายเครื่องสำอางค์ฝั่งเมกามาก เพราะทดลองใช้เอง อยู่หลายตัว
แต่ตอนนี้ก็นะ ปัญหานำเข้าสินค้าเยอะมากๆ :P
เอาของไปให้คนเห็นเยอะๆ ของอะไรก้น่าจะขายออกนะ ถ้าไม่กะโหลกกะหลาเกินไป ราคาสัก 100-199บาท ไรงี้ คนควักง่ายแน่ คนอยู่ไหน?
หน้าตึกoffice หน้าmrt bts หน้าห้าง หน้าหอ บนฟุตบาท ปากซอย วินมอไซ หน้างานevent หน้ามหาลัย หน้าโรงงาน หน้าร้านอาหารที่คนมากินเยอะๆ บลาๆ หาของให้เหมาะกับคนตามแหล่งนั้นๆ แบบนี้ได้ไหมอะ กำไรวันละพัน จริงๆ ผมชอบตั้งร้านขายมากกว่า e-com นะ ขี้เกียจเอาไปส่ง ems ก้ตั้งร้านขายเลย ใครอยากได้ก้หยิบ แค่นี้ หาคนมาเห็น มาซื้อของก้ง่ายและไวกว่า คนมีเยอะแยะตามที่บอก ทำให้เห้นผลไวกว่า คิด ROI ได้ไวกว่า
ไม่เห้นต้องมาปวดหัวกะการทำเว้บหา traffic คิดคำนวณbudget วิเคราะวิจัยอะไรก้ไม่รุ้ กินเวลานาน กว่าจะได้วัดผล สุดท้าย มันก้แค่ขายของ
ขอเก็บข้อมูลด้วยคนครับ ขายของให้ได้กำไรวันละ 1,200บาท คงแต่เป็นจำพวกขายปลีกเน้นกำไรและ ต้องเป็นที่ต้องการของลูกค้าตลอดเวลาด้วย และจะให้ดียิ่งขึ้นต้องขายได้ทุกๆวัน ดังนั้น สินค้านั้นจะต้องเป็นสินค้า ที่ใช้แลัวหมดไป ต้องหมั่นซื้อสินค้าเรื่อยๆทุกๆวัน น่าสนใจครับ ใครคิดได้ช่วยแชร์เอามาแบ่งกันขายครับผม :wanwan011: :wanwan011:
อ้างถึงจาก: myoho ใน 28 กรกฎาคม 2014, 12:40:05
เอาของไปให้คนเห็นเยอะๆ ของอะไรก้น่าจะขายออกนะ ถ้าไม่กะโหลกกะหลาเกินไป ราคาสัก 100-199บาท ไรงี้ คนควักง่ายแน่ คนอยู่ไหน?
หน้าตึกoffice หน้าmrt bts หน้าห้าง หน้าหอ บนฟุตบาท ปากซอย วินมอไซ หน้างานevent หน้ามหาลัย หน้าโรงงาน หน้าร้านอาหารที่คนมากินเยอะๆ บลาๆ หาของให้เหมาะกับคนตามแหล่งนั้นๆ แบบนี้ได้ไหมอะ กำไรวันละพัน จริงๆ ผมชอบตั้งร้านขายมากกว่า e-com นะ ขี้เกียจเอาไปส่ง ems ก้ตั้งร้านขายเลย ใครอยากได้ก้หยิบ แค่นี้ หาคนมาเห็น มาซื้อของก้ง่ายและไวกว่า คนมีเยอะแยะตามที่บอก ทำให้เห้นผลไวกว่า คิด ROI ได้ไวกว่า
ไม่เห้นต้องมาปวดหัวกะการทำเว้บหา traffic คิดคำนวณbudget วิเคราะวิจัยอะไรก้ไม่รุ้ กินเวลานาน กว่าจะได้วัดผล สุดท้าย มันก้แค่ขายของ
กรณีสำหรับคนที่ไม่มีเวลาเฝ้าร้านก็มีหลายๆท่านนะครับที่เลือกมาทำE-Comแทน แต่ถ้ามี Brick+Click ทั้งหน้าร้านและออนไลน์แล้วทำตลาดเต็มที่รับรองว่าแววรุ่งมากกว่าร่วงแน่นอนครับผม
เข้ามาเก็บด้วยค่ะ
อ้างถึงจาก: klongfilm ใน 27 กรกฎาคม 2014, 08:59:11
มีสินค้าอะไรบ้างที่สามารถทำกำไรชิ้นละ 20 บาทขึ้นไปสามารถขายได้อย่างน้อยวันละ 60 ชิ้น อยากถามเพื่อนๆ ผู้มีประสบการณ์ในการเลือกหาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ตามกระทู้นะคับว่ามีสินค้าอะไรบ้างที่สามารถทำกำไรได้ประมาณนี้ หรือสินค้าตัวไหนบ้างที่สามารถสร้างกำไรให้เราได้อย่างน้อย 1,200 บาทต่อวัน โดยเป็นที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมาย คู่แข่งน้อย ลูกค้าวิ่งเข้าหา เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ราคาไม่เกิน 100 บาท รวมต้นทุนกำไรแล้ว
อยากได้กำไรวันละ 1200 แล้วทำไมต้อง จำกัดว่า กำไรชิ้นละ 20 หรือต้องขายได้ 60 ชิ้น หรือต้องราคาไม่เกิน 100 บาทด้วยครับ
ขออภัยที่ถามครับ เพราะสินค้าที่มันทำกำไรได้เกิน 1200 จากการขายชิ้นเดียวมีเยอะมากครับ หรือ อย่างพวกเสื้อผ้า ส่วนใหญ่ๆก็กำไรต่ำๆชิ้นละ 2-300 อยู่แล้่วครับ ไม่ต้องมานั่งแพคสินค้ามากถึง 60 กล่อง/วันด้วย
แฟนเก่าเรา ของรองเท้าตามตลาดนัด เลี้ยงดูเป็นอาชีพได้เลยนะ
แต่เค้าเป็นคนแต่งตัวเก่ง เวลาเลือกลายรองเท้าเลยดูดีน่ะ
อ้างถึงจาก: gutter ใน 27 กรกฎาคม 2014, 22:26:46
อ้างถึงจาก: Kendy ใน 27 กรกฎาคม 2014, 22:23:41
ขายติดตาม ขายใลค์ :wanwan002:
วันละ 1,200 เลยหรอครับ :wanwan004: :wanwan004: :wanwan004:
เกินด้วยซ้ำครับ :wanwan004: บางวันก็ 3000+
อ้างถึงจาก: Kendy ใน 28 กรกฎาคม 2014, 21:34:40
อ้างถึงจาก: gutter ใน 27 กรกฎาคม 2014, 22:26:46
อ้างถึงจาก: Kendy ใน 27 กรกฎาคม 2014, 22:23:41
ขายติดตาม ขายใลค์ :wanwan002:
วันละ 1,200 เลยหรอครับ :wanwan004: :wanwan004: :wanwan004:
เกินด้วยซ้ำครับ :wanwan004: บางวันก็ 3000+
ยืนยันว่าเกินครับ
3000+ นี่จากท่านนี้ท่านเดียวนะครับ ถ้ารวมๆรายได้ทุกคนที่ทำด้านนี้เกินแสนครับ
มาขาย เม้า คีบอร์ด กับผมครับ ได้ไม่ใช่แค่ 4 หลัก
3-4 เดือน ขายหมด1 ตู้คอนเตนเนอร์ นอนจำศีลได้นานเป็นปีเลยครับ
อ้างถึงจาก: ~สายลม~ ใน 28 กรกฎาคม 2014, 21:28:18
อ้างถึงจาก: klongfilm ใน 27 กรกฎาคม 2014, 08:59:11
มีสินค้าอะไรบ้างที่สามารถทำกำไรชิ้นละ 20 บาทขึ้นไปสามารถขายได้อย่างน้อยวันละ 60 ชิ้น อยากถามเพื่อนๆ ผู้มีประสบการณ์ในการเลือกหาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ตามกระทู้นะคับว่ามีสินค้าอะไรบ้างที่สามารถทำกำไรได้ประมาณนี้ หรือสินค้าตัวไหนบ้างที่สามารถสร้างกำไรให้เราได้อย่างน้อย 1,200 บาทต่อวัน โดยเป็นที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมาย คู่แข่งน้อย ลูกค้าวิ่งเข้าหา เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ราคาไม่เกิน 100 บาท รวมต้นทุนกำไรแล้ว
อยากได้กำไรวันละ 1200 แล้วทำไมต้อง จำกัดว่า กำไรชิ้นละ 20 หรือต้องขายได้ 60 ชิ้น หรือต้องราคาไม่เกิน 100 บาทด้วยครับ
ขออภัยที่ถามครับ เพราะสินค้าที่มันทำกำไรได้เกิน 1200 จากการขายชิ้นเดียวมีเยอะมากครับ หรือ อย่างพวกเสื้อผ้า ส่วนใหญ่ๆก็กำไรต่ำๆชิ้นละ 2-300 อยู่แล้่วครับ ไม่ต้องมานั่งแพคสินค้ามากถึง 60 กล่อง/วันด้วย
จริงๆ ก็ไม่อยากจำกัดหรอกคับ เพียงเกรงว่าถ้าสินค้าราคาสูงเกินไปอาจจะขายออกยาก แต่ถ้ามีกลุ่มเป้าหมายจริงๆ ก็คงขายได้เหมือนกัน ไม่ต้องยุ่งยากที่จะต้องจัดการหรือรอขายให้ครบ 60 ชิ้น ยังไงก็ชี้แนะด้วยคับ
อ้างถึงจาก: ~สายลม~ ใน 28 กรกฎาคม 2014, 21:36:56
อ้างถึงจาก: Kendy ใน 28 กรกฎาคม 2014, 21:34:40
อ้างถึงจาก: gutter ใน 27 กรกฎาคม 2014, 22:26:46
อ้างถึงจาก: Kendy ใน 27 กรกฎาคม 2014, 22:23:41
ขายติดตาม ขายใลค์ :wanwan002:
วันละ 1,200 เลยหรอครับ :wanwan004: :wanwan004: :wanwan004:
เกินด้วยซ้ำครับ :wanwan004: บางวันก็ 3000+
ยืนยันว่าเกินครับ
3000+ นี่จากท่านนี้ท่านเดียวนะครับ ถ้ารวมๆรายได้ทุกคนที่ทำด้านนี้เกินแสนครับ
แนะนำด้วยคับ เคยคิดจะทำแต่กลัวโดนแบนคับ ไม่ค่อยรู้วิธีที่ถูกต้องว่าเขาทำกันยังไงคับ
อ้างถึงจาก: gamepc2u ใน 28 กรกฎาคม 2014, 22:19:16
มาขาย เม้า คีบอร์ด กับผมครับ ได้ไม่ใช่แค่ 4 หลัก
3-4 เดือน ขายหมด1 ตู้คอนเตนเนอร์ นอนจำศีลได้นานเป็นปีเลยครับ
แนะนำด้วยคับ รับจากไหน ต้นทุนเท่าไหร กำไรเท่าไหร่คับ ขายออนไลน์ หรือออฟไลน์คับ ขายยังไงได้เยอะขนาดนั้นคับ ส่งออกด้วยหรือขายเฉพาะคนไทยคับ
อ้างถึงจาก: gamepc2u ใน 28 กรกฎาคม 2014, 22:19:16
มาขาย เม้า คีบอร์ด กับผมครับ ได้ไม่ใช่แค่ 4 หลัก
3-4 เดือน ขายหมด1 ตู้คอนเตนเนอร์ นอนจำศีลได้นานเป็นปีเลยครับ
[/size]
ชี้แนะทีครับ pm ก็ได้
ถ้าอยากขายได้กำไร มากกว่า 1,200 บาท ต่อวันตอนนี้ต้องขายให้ต่างชาติเท่านั้น
มาให้จินตนาการแล้วกัน
ขายของที่คนจีนต้องการ ถ้ามีการทำปลอมคนจีนไม่ซื้อแม้ผู้ทำปลอมจะเป็นคนจีนเอง
ขายของที่คนไทยคิดไม่ถึงไม่ขายตามเพื่อไม่ให้ถูกตัดราคา
ถ้าหาของแบบนี้ได้กำไรมากกว่า 1,200 บาทแน่นอน ไม่ต้องแพคของเยอะ กำไรต่อหน่วยสูง
ถ้าบอกว่าขายสินค้าอะไรตรงๆ เหมือนกับดูถูกสติปัญญาของคนอ่าน เพราะความต้องการของสินค้ามันมีการเปลี่ยนแปลงตลอด
เช่น ขายสินค้า A ผู้ขายรายที่ 1 รายที่ 2 มีกำไร แต่ผู้ขายรายที่ 3 ขายตามอาจขาดทุนเพราะลูกค้าเลิกสนใจตัวนี้แล้
ดังนั้นเราต้องนำ trend ขายเป็นเจ้าแรก ขายไม่ออกเราก็ใช้เอง ส่วนใหญ่ขายออก
บางคนทำงานจริง 3 เดือน เท่ากับมีรายได้ 1 ปี
อ้างถึงจาก: trudy ใน 29 กรกฎาคม 2014, 07:55:01
ถ้าอยากขายได้กำไร มากกว่า 1,200 บาท ต่อวันตอนนี้ต้องขายให้ต่างชาติเท่านั้น
มาให้จินตนาการแล้วกัน
ขายของที่คนจีนต้องการ ถ้ามีการทำปลอมคนจีนไม่ซื้อแม้ผู้ทำปลอมจะเป็นคนจีนเอง
ขายของที่คนไทยคิดไม่ถึงไม่ขายตามเพื่อไม่ให้ถูกตัดราคา
ถ้าหาของแบบนี้ได้กำไรมากกว่า 1,200 บาทแน่นอน ไม่ต้องแพคของเยอะ กำไรต่อหน่วยสูง
ถ้าบอกว่าขายสินค้าอะไรตรงๆ เหมือนกับดูถูกสติปัญญาของคนอ่าน เพราะความต้องการของสินค้ามันมีการเปลี่ยนแปลงตลอด
เช่น ขายสินค้า A ผู้ขายรายที่ 1 รายที่ 2 มีกำไร แต่ผู้ขายรายที่ 3 ขายตามอาจขาดทุนเพราะลูกค้าเลิกสนใจตัวนี้แล้
ดังนั้นเราต้องนำ trend ขายเป็นเจ้าแรก ขายไม่ออกเราก็ใช้เอง ส่วนใหญ่ขายออก
บางคนทำงานจริง 3 เดือน เท่ากับมีรายได้ 1 ปี
ไอเดียเยี่ยมคับ แต่ว่ายังคิดไม่ออกคับ ถ้าขายสินค้าตาม ฤดูกาล โอกาศ เทศกาล ตามเดือน 12 เดือน ให้ได้ก็ท่าจะดีคับ เช่น เดือนธันวา - มกรา ก็น่าจะของจำพวกปีใหม่ คริสมาสต์ พอกุมพาก็วานเลนไทน์ พอมีนาก็อะไรไม่รู้ พอเมษาก็พวกสงกรานต์ของดับร้อน อะไรประมาณนั้น
พระเครื่อง ก็ไม่ใช่ว่าจะปล่อยได้ทุกวันนะ
พระเครื่องไม่ได้ทุกวันครับ เพราะผมก็ขายอยู่
ผมว่าพวกของกินน่าจะได้นะครับ คือถ้าขายได้ก็ขายได้เยอะเลย ถ้าขายไม่ได้ก็ยากเลยเพราะต้องวันต่อวัน แต่ผมมีคนรู้จักขายขนมเค้กออนไลน์นี่แหละ ได้วันนีงหลายพันเลย
ความรู้ใหม่ๆครับ ขอบคุณครับ
อ้างถึงจาก: klongfilm ใน 29 กรกฎาคม 2014, 07:59:54
อ้างถึงจาก: trudy ใน 29 กรกฎาคม 2014, 07:55:01
ถ้าอยากขายได้กำไร มากกว่า 1,200 บาท ต่อวันตอนนี้ต้องขายให้ต่างชาติเท่านั้น
มาให้จินตนาการแล้วกัน
ขายของที่คนจีนต้องการ ถ้ามีการทำปลอมคนจีนไม่ซื้อแม้ผู้ทำปลอมจะเป็นคนจีนเอง
ขายของที่คนไทยคิดไม่ถึงไม่ขายตามเพื่อไม่ให้ถูกตัดราคา
ถ้าหาของแบบนี้ได้กำไรมากกว่า 1,200 บาทแน่นอน ไม่ต้องแพคของเยอะ กำไรต่อหน่วยสูง
ถ้าบอกว่าขายสินค้าอะไรตรงๆ เหมือนกับดูถูกสติปัญญาของคนอ่าน เพราะความต้องการของสินค้ามันมีการเปลี่ยนแปลงตลอด
เช่น ขายสินค้า A ผู้ขายรายที่ 1 รายที่ 2 มีกำไร แต่ผู้ขายรายที่ 3 ขายตามอาจขาดทุนเพราะลูกค้าเลิกสนใจตัวนี้แล้
ดังนั้นเราต้องนำ trend ขายเป็นเจ้าแรก ขายไม่ออกเราก็ใช้เอง ส่วนใหญ่ขายออก
บางคนทำงานจริง 3 เดือน เท่ากับมีรายได้ 1 ปี
ไอเดียเยี่ยมคับ แต่ว่ายังคิดไม่ออกคับ ถ้าขายสินค้าตาม ฤดูกาล โอกาศ เทศกาล ตามเดือน 12 เดือน ให้ได้ก็ท่าจะดีคับ เช่น เดือนธันวา - มกรา ก็น่าจะของจำพวกปีใหม่ คริสมาสต์ พอกุมพาก็วานเลนไทน์ พอมีนาก็อะไรไม่รู้ พอเมษาก็พวกสงกรานต์ของดับร้อน อะไรประมาณนั้น
พี่ก็มีสินค้าตามฤดูกาลค่ะ
ในเดือนตุลางาน Handmade ของพี่ต้องเสร็จเพราะลูกค้านำไปขายต่อใน x mas ลูกค้าใน US กับยุโรป
เดือนธันวา งาน Handmade ต้องเสร็จก่อนนำไปขายที่ประเทศจีน ก่อนตรุษจีน
แต่กว่าจะจับทางถูก พี่ก็ใช้เวลา 2 ชม ทุกวันในการหาสินค้าที่คนแต่ละประเทศเขาชอบแล้วก็มาคิดราคาต้นทุน กำไร
Stock ของพี่ไม่จม
สินค้าบางอย่างมันมีเรื่องราวพวกของสะสม พี่ต้องซื้อหนังสือมาอ่านประวัติ
พี่มีสินค้าหลายแบบ ของสะสม งาน handmade ที่ออกแบบเอง ของกินของใช้
มันก็ทำให้รายได้ของพี่อยู่ได้อย่างสบาย
เมื่อ 3 ปีก่อนนมผงจีนใช้เลี้ยงทารกมีสารปนเปื้อน ราคานมผงใน ebay สูงมาก พ่อค้าใน ebay ซื้อนมผงมาตุนกันเยอะ
พี่ก็ต้องไปหายี่ห้อ นมผงที่คนจีนนิยมใช้ มาจาก Holland มีร้านพี่ถูกกว่าชาวบ้าน พี่ก็ทำ dropship นมผงแบบไม่ได้ตั้งใจ
เดือนธค คนคิดว่าถ้าขายของ Online ต่างประเทศ ของจะขายได้น้อย ปีนั้นพี่เป็นปีทองเลย
นมผงเป็นตัวอย่างของสินค้าที่คนจีนต้องการแต่ผลิตไม่ได้นะคะ ดังนั้นข่าวสารบ้านเมืองต้องติดตาม
:wanwan007:
อ้างถึงจาก: gamepc2u ใน 28 กรกฎาคม 2014, 22:19:16
มาขาย เม้า คีบอร์ด กับผมครับ ได้ไม่ใช่แค่ 4 หลัก
3-4 เดือน ขายหมด1 ตู้คอนเตนเนอร์ นอนจำศีลได้นานเป็นปีเลยครับ
อยากขายบ้างค่ะ เราเปิดร้านซ่อมคอม และขายพวกนี้อยู่ด้วย
เดี๋ยว pm ไปถามนะคะ :wanwan017:
ขายของบนเน็ตอย่างกำไรเลย ถ้าติดตลาดได้เเล้วสบายเลย
อยากแนะนำให้ลองเป็นพวกตัวแทนจำหน่ายก่อน ลองหาสินค้าที่เค้ารับตัวแทน แล้วลองขายก่อน อันนี้ได้กำไรง่ายๆเลยนะ ลองงขายไปก่อนถ้ามีลูกค้าติดเเล้วเราอาจจะค่อยหาสินค้าของเรามาลงเอง
ขายแผ่น T25 สิ :wanwan004:
ตามกระแส เห็นโพสส่งของวันละเป็นกองๆ
มาเก็บความรู้
ติดตามครับ
เดี๋ยวนี้ง่ายนะ ผมเห็นอะไรก็จับขายได้หมด ขอโทษเถอะ ขี้ยังขาย online ได้เลย(ปุ๋ยคอก)
1.2k
เอาของกินมาขาย ออกสัก 20 เดอร์ / วัน กำไร 30 บาท = 600 บาท
ของใช้ อุปโภค จำเป็น หาซื้อลำบากสำหรับนอกเมือง 2-3 ชนิด กำไรสัก 60 บาท/ชิ้น ขายได้ 10 เดอร์ = 600
ได้ละพันสอง
คิดไม่ออกมองของกินไว้ครับ เดี๋ยวนี้ช่องว่างยังเยอะ คนชอบและทำตลาดง่าย (จริงๆ)
1.2k ถ้าทำเป็นอาชีพไม่มองแล้วครับ
เป็นวันละ 10k-20k กำไร / ร้านดีกว่าครับ มันเป็นไปได้มากกว่าเพราะเวลาวางแผนการทำตลาด การบริหารร้านมันง่ายกว่า :]
ปัญหาของคนที่ไม่รู้จะขายอะไรคือแทนตัวเองเข้าไปในฐานะลูกค้าและใช้ประสบการณ์ตัวเองตัดสินว่าของแบบนั้นแบบนี้ ฉันไม่ซื้อออนไลน์หรอก
โดยไม่คิดว่าประสบการณ์ของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน ทำให้มองไม่เห็นโอกาสว่า คนที่มีลักษณะการใช้ชีวิตต่างจากเรานั้นเขามองหาอะไรอยู่ครับผม
:wanwan003:
เก็บความรู้จ้า
อ้างถึงจาก: DePe ใน 29 กรกฎาคม 2014, 17:29:49
เดี๋ยวนี้ง่ายนะ ผมเห็นอะไรก็จับขายได้หมด ขอโทษเถอะ ขี้ยังขาย online ได้เลย(ปุ๋ยคอก)
1.2k
เอาของกินมาขาย ออกสัก 20 เดอร์ / วัน กำไร 30 บาท = 600 บาท
ของใช้ อุปโภค จำเป็น หาซื้อลำบากสำหรับนอกเมือง 2-3 ชนิด กำไรสัก 60 บาท/ชิ้น ขายได้ 10 เดอร์ = 600
ได้ละพันสอง
คิดไม่ออกมองของกินไว้ครับ เดี๋ยวนี้ช่องว่างยังเยอะ คนชอบและทำตลาดง่าย (จริงๆ)
1.2k ถ้าทำเป็นอาชีพไม่มองแล้วครับ
เป็นวันละ 10k-20k กำไร / ร้านดีกว่าครับ มันเป็นไปได้มากกว่าเพราะเวลาวางแผนการทำตลาด การบริหารร้านมันง่ายกว่า :]
แนวคิดน่าสนใจคับขอบคุณมากๆ คับ
อ้างถึงจาก: klongfilm ใน 30 กรกฎาคม 2014, 11:00:04
อ้างถึงจาก: DePe ใน 29 กรกฎาคม 2014, 17:29:49
เดี๋ยวนี้ง่ายนะ ผมเห็นอะไรก็จับขายได้หมด ขอโทษเถอะ ขี้ยังขาย online ได้เลย(ปุ๋ยคอก)
1.2k
เอาของกินมาขาย ออกสัก 20 เดอร์ / วัน กำไร 30 บาท = 600 บาท
ของใช้ อุปโภค จำเป็น หาซื้อลำบากสำหรับนอกเมือง 2-3 ชนิด กำไรสัก 60 บาท/ชิ้น ขายได้ 10 เดอร์ = 600
ได้ละพันสอง
คิดไม่ออกมองของกินไว้ครับ เดี๋ยวนี้ช่องว่างยังเยอะ คนชอบและทำตลาดง่าย (จริงๆ)
1.2k ถ้าทำเป็นอาชีพไม่มองแล้วครับ
เป็นวันละ 10k-20k กำไร / ร้านดีกว่าครับ มันเป็นไปได้มากกว่าเพราะเวลาวางแผนการทำตลาด การบริหารร้านมันง่ายกว่า :]
แนวคิดน่าสนใจคับขอบคุณมากๆ คับ
สมมติเรามีขนมอยุ่ชนิดนึงที่มีขายเฉพาะท้องตลาดในบ้านเรา เรารับของเขาเอามาขายออนไลน์อีกที
แต่เราแกะชื่อสติ๊กเกอร์คนที่ผลิตและเบอร์ติดต่อของเค้าออก จะเปนไรไหมค่ะ
จะเป็นอะไรไหมค่ะ
ครับ
อ้างถึงจาก: imansuckseed ใน 30 กรกฎาคม 2014, 11:29:33
ขายเครื่องสำอางภายใต้แบรนด์ ขายดิบขายดีเลยครับ
ติดต่อรับมาขายยังไงคับ เน้นเฉพาะของผู้ชายมีไหมคับ
อ้างถึงจาก: poo1059 ใน 30 กรกฎาคม 2014, 11:15:00
สมมติเรามีขนมอยุ่ชนิดนึงที่มีขายเฉพาะท้องตลาดในบ้านเรา เรารับของเขาเอามาขายออนไลน์อีกที
แต่เราแกะชื่อสติ๊กเกอร์คนที่ผลิตและเบอร์ติดต่อของเค้าออก จะเปนไรไหมค่ะ
จะเป็นอะไรไหมค่ะ
ให้ง่ายคุณก็ซื้อมาขายเลยครับไม่ต้องเปลี่ยนแบรนด์ ช่วงแรกๆต้องลองตลาด
เช่นซื้อขนม snack สำหรับแมว แบรนด์ AAA ก็โปรโมทไปเลยใน social ว่า "snack สำหรับแมวสุดรัก น้องแมวกินแล้วฟินเว่อร์" จากนั้นพอเสียงตอบรับดีก็ค่อยติดต่อการทำแบรนด์ของเราเอง
แค่นี้เองครับง่ายๆ ขายได้ก็ทำต่อ ขายไม่ได้ครบปีก็ทิ้งไปครับไม่ต้องฝืน ลงทุนน้อยมากถ้า loop นี้ ดีกว่านั่งมอง stock ของที่ไม่รู้ว่าจะขายออกไหม การเจ็บตัวมันต่ำครับผม
อ้างถึงจาก: DePe ใน 30 กรกฎาคม 2014, 14:35:03
อ้างถึงจาก: poo1059 ใน 30 กรกฎาคม 2014, 11:15:00
สมมติเรามีขนมอยุ่ชนิดนึงที่มีขายเฉพาะท้องตลาดในบ้านเรา เรารับของเขาเอามาขายออนไลน์อีกที
แต่เราแกะชื่อสติ๊กเกอร์คนที่ผลิตและเบอร์ติดต่อของเค้าออก จะเปนไรไหมค่ะ
จะเป็นอะไรไหมค่ะ
ให้ง่ายคุณก็ซื้อมาขายเลยครับไม่ต้องเปลี่ยนแบรนด์ ช่วงแรกๆต้องลองตลาด
เช่นซื้อขนม snack สำหรับแมว แบรนด์ AAA ก็โปรโมทไปเลยใน social ว่า "snack สำหรับแมวสุดรัก น้องแมวกินแล้วฟินเว่อร์" จากนั้นพอเสียงตอบรับดีก็ค่อยติดต่อการทำแบรนด์ของเราเอง
แค่นี้เองครับง่ายๆ ขายได้ก็ทำต่อ ขายไม่ได้ครบปีก็ทิ้งไปครับไม่ต้องฝืน ลงทุนน้อยมากถ้า loop นี้ ดีกว่านั่งมอง stock ของที่ไม่รู้ว่าจะขายออกไหม การเจ็บตัวมันต่ำครับผม
ถ้าเราไม่เอาแบรนด์ออกลูกค้าเค้าจะกลับไปซื้อกับเจ้าของแบรนด์เองไหมอะค่ะ เพราะเป็นขนมไทยๆเป็นสูตรเฉพาะของเค้าเอง
เลี้ยงวัวขุนครับ 5555
อ้างถึงจาก: poo1059 ใน 30 กรกฎาคม 2014, 15:04:32
ถ้าเราไม่เอาแบรนด์ออกลูกค้าเค้าจะกลับไปซื้อกับเจ้าของแบรนด์เองไหมอะค่ะ เพราะเป็นขนมไทยๆเป็นสูตรเฉพาะของเค้าเอง
ถ้าเป็นผมจะขายไปก่อนครับ ถ้าขายได้ค่อยวางแผนซื้อเยอะแยกใส่ฉลากเอง
ไม่ก็ซื้อถุงใหญ่ ซอยเป็น size ตามต้องการ 1-2 อาทิตย์ก็รู้ผลแล้วครับของกินว่าไปต่อได้ไหม
ไม่งั้นมันเหนื่อยคิดครับ ไม่ได้เริ่ม
ชอบกระทู้แบบนี้จัง มาแชร์แนวคิดนี่แหละ สนุกดี
งั้นเอาแนวคิดผมบ้างนะ เห็นแบบนี้แล้วชอบอยากแชร์เลย
สมมุติเอาตัว 1,200/day มาเป็นตัวตั้ง จากที่เดิม 20 บาทต่อชิ้น ต้องขาย 60 ชิ้น
แล้วถ้าเปลี่ยนเป็น 200 บาทต่อชิ้นล่ะ เราจะขายแค่วันละ 6 ชิ้นเท่านั้น :o
6 ชิ้นมันดูง่ายกว่า 60 ชิ้นแยะนะในความคิดผม เพราะคุณต้องคิดถึงตอนจัดส่งด้วย
เวลาไปไปรษณีย์ มันจะมีช่องด่วน ส่งได้ไม่เกิน 2 ชิ้นบ้าง 5 ชิ้นบ้างแล้วแต่ความหนาแน่นแต่ละที่
ถ้าคุณส่ง 60 ชิ้นก็ต้องไปต่อแถวช่องธรรมดาที่คนส่งแยะๆไปกัน แล้วทีนี้ก็รอกันนานหน่อย เพราะกว่าจะหมดแต่ละคนนานพอควร
แต่ถ้าเป็น 6 ชิ้นคุณไปต่อช่องด่วนได้เลย ต่อ 2 รอบยังเสร็จเร็วกว่ามั้ง
ยกเว้นคุณมีเวลาพอ ไปตอนช่วงคนไม่ค่อยมี ก็สบายไป แต่อาจจะมีปัญหาถ้าคุณต้องทำงาน ไม่เหมือนส่งน้อยชิ้น ไปตอนเที่ยงก็ยังได้
แต่ไม่ใช่ข้อจำกัดครับ เพราะถ้า 60 มันเป็นชิ้นเล็กๆ pack ของง่ายๆ จัดส่งเบาๆ ก็พอสบายอยู่ จัดสรรเวลากันอีกที
อยู่ทีว่าจะทำยังไง
ทีนี้มาพูดถึงการขายกัน ว่าขายในประเทศ หรือต่างประเทศดี
ผมฟันธงแบบไม่ต้องคิดมากเลยครับ ว่าขายในประเทศดีกว่าแยะ
เหตุผล...
1) ผมมีขายทั้งใน และต่างประเทศ ข้อนี้ผมเลยรู้ดี ถ้าขายต่างประเทศ คุณจะมีปัญหาที่สุดคือ "ระยะเวลาในการส่งของ" (ไม่ขอนับเรื่องภาษานะ)
เพราะเวลาที่ส่ง แล้วมันช้านี่จะโดนตาม ทีนี้ยิ่งสินค้าส่งยิ่งแยะ 60 ชิ้นต่อวัน 30 วันก็ 1,200 ชิ้น คิดดูว่าโอกาสที่ของจะส่งช้ามันเกิดได้แยะแค่ไหน
แต่ถ้าเป็น 6 ชิ้นต่อวัน 30 วันก็เหลือแค่ 120 ชิ้นก็จะลดลงกว่าแยะ
แต่... 120 ชิ้นกับต่างประเทศก็ยังแยะเกินไปในความคิดผม ถ้าคิดที่ 2% ที่จะเกิดปัญหา นั่นหมายถึงของ 2.4 ชิ้นมีโอกาสเกิดปัญหาเรื่องการส่งช้าได้
และที่ผมทำมากว่า 7 ปี ผมขายเดือนนึงไม่เกิน 40 ชิ้น (แต่กำไรจัดแบบหนักๆ) โอกาสที่จะเกิดปัญหาที่ของจะส่งช้าจะเหลือแค่ 0.8 ชิ้น (คิดที่ 2% เท่ากัน) หรือแทบจะไม่เกิดเลย
และที่ผมขายของในประเทศ ผมเล่นแบบแมสหน่อย (ซึ่งไม่คิดว่ามันจะขายได้แยะอย่างนี้จริงๆในตอนแรก) แต่กำไรต่อชิ้นก็ประมาณ 20% อยู่ อย่างเดือนนี้ส่งไปแล้ว 150 ชิ้น (เห็นมั้ยมันง่ายกว่า 1,200 ชิ้นแยะ)
ปัญหาเรื่องการส่งมันน้อยกว่ากันมากๆ กับส่งต่างประเทศ ขนาดส่งในบ้านเรายังมีเรื่องของถึงช้า คนรับไม่อยู่ของตีคืนบ้างเลย
2) ปัญหาเรื่องลูกค้า... ยิ่งขายหลายช้ิน และกับหลายๆคน ปัญหาก็จะยิ่งมากตาม ถ้าคุณขายของกับต่างประเทศด้วยจำนวนสูงถึง 1,200 ชิ้น ถ้าคิดที่ 1 คนต่อชิ้น คุณต้อง deal กับลูกค้า 1,200 คนต่อเดือน
ถ้าคิดที่ 2% ที่จะมีปัญหา นั่นคือมีลูกค้าที่คุณต้องรับมือถึง 24 คนต่อเดือน!!! :P
คุณว่าคุณจะรับมือไหวมั้ย มีปัญหามาเฉลี่ยวันละคน วันละครั้ง แล้วกว่าจะเคลียร์จบได้ก็คือของต้องถึงมือแล้ว หรือได้เงินคืน...
และลูกค้าแต่ละคน มีทั้งดี และมีทั้งงี่เง่า เจอแบบพวกเหวี่ยง กวนส้นทรีนนนน นี่ก็เหนื่อยล่ะ แถมถ้าเจอทุกวันโอ้ยปวดหัวเลย (ยังไม่นับเรื่องภาษาอีกเช่นกัน)
เพราะฉะนั้น ฟันธงครับ ขายของหลายชิ้น ขายในบ้านเราดีกว่าแยะครับ
เพราะไม่ว่ายังไง การจัดส่งในบ้านเรา ค่อนข้างเชื่อถือได้ระดับนึง (แม้จะมีปัญหาเรื่องไปรษณีย์ให้เห็นเนืองๆ :wanwan004:)
ของสามารถ trace ได้ตลอด และมีการรับผิดชอบ แต่ถ้าไปต่างประเทศ การ trace จะยากกว่ามาก กรณีของยังส่งไม่ถึง
และจากที่ทำการขายในบ้านเรามาตั้งแต่ปลายปี ยอดขายผมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกเดือน และจนปัจจุบัน ผมว่าเกือบ 1,000 ช้ินแล้วล่ะ
ยังไม่เคยเจอปัญหาของหายเลย มีแต่ของช้าบ้าง ซึ่งก็แค่ 1-2 ครั้งใน 1 เดือนเท่านั้น จากการส่งของเป็นพันชิ้น
อันนี้จากประสบการส่วนตัว และประสบการณ์จริงล้วนๆ ถ้าใครได้อะไรต่างจากนี้ ก็มาแชร์กันได้นะครับ
:wanwan017: :wanwan017: :wanwan017:
ผมเห็นด้วยกับท่านข้างบนทุกประการ แต่ถ้าขายต่างประเทศให้เน้นๆอเมริกาไว้ก่อน เพราะ track มันเช็คง่าย และง่ายต่อการจัดการเมื่อเกิดปัญหา ยุโรปบางประเทศ เช่น เยอรมัน ฮอลแลนด์ สวิต อะไรพวกนี้เช็คง่าย นอกนั้นค่อนข้างตามยากเหมือนกัน เหนื่อย
อ้างถึงจาก: loc.know ใน 31 กรกฎาคม 2014, 00:45:36
ชอบกระทู้แบบนี้จัง มาแชร์แนวคิดนี่แหละ สนุกดี
งั้นเอาแนวคิดผมบ้างนะ เห็นแบบนี้แล้วชอบอยากแชร์เลย
สมมุติเอาตัว 1,200/day มาเป็นตัวตั้ง จากที่เดิม 20 บาทต่อชิ้น ต้องขาย 60 ชิ้น
แล้วถ้าเปลี่ยนเป็น 200 บาทต่อชิ้นล่ะ เราจะขายแค่วันละ 6 ชิ้นเท่านั้น :o
6 ชิ้นมันดูง่ายกว่า 60 ชิ้นแยะนะในความคิดผม เพราะคุณต้องคิดถึงตอนจัดส่งด้วย
เวลาไปไปรษณีย์ มันจะมีช่องด่วน ส่งได้ไม่เกิน 2 ชิ้นบ้าง 5 ชิ้นบ้างแล้วแต่ความหนาแน่นแต่ละที่
ถ้าคุณส่ง 60 ชิ้นก็ต้องไปต่อแถวช่องธรรมดาที่คนส่งแยะๆไปกัน แล้วทีนี้ก็รอกันนานหน่อย เพราะกว่าจะหมดแต่ละคนนานพอควร
แต่ถ้าเป็น 6 ชิ้นคุณไปต่อช่องด่วนได้เลย ต่อ 2 รอบยังเสร็จเร็วกว่ามั้ง
ยกเว้นคุณมีเวลาพอ ไปตอนช่วงคนไม่ค่อยมี ก็สบายไป แต่อาจจะมีปัญหาถ้าคุณต้องทำงาน ไม่เหมือนส่งน้อยชิ้น ไปตอนเที่ยงก็ยังได้
แต่ไม่ใช่ข้อจำกัดครับ เพราะถ้า 60 มันเป็นชิ้นเล็กๆ pack ของง่ายๆ จัดส่งเบาๆ ก็พอสบายอยู่ จัดสรรเวลากันอีกที
อยู่ทีว่าจะทำยังไง
ทีนี้มาพูดถึงการขายกัน ว่าขายในประเทศ หรือต่างประเทศดี
ผมฟันธงแบบไม่ต้องคิดมากเลยครับ ว่าขายในประเทศดีกว่าแยะ
เหตุผล...
1) ผมมีขายทั้งใน และต่างประเทศ ข้อนี้ผมเลยรู้ดี ถ้าขายต่างประเทศ คุณจะมีปัญหาที่สุดคือ "ระยะเวลาในการส่งของ" (ไม่ขอนับเรื่องภาษานะ)
เพราะเวลาที่ส่ง แล้วมันช้านี่จะโดนตาม ทีนี้ยิ่งสินค้าส่งยิ่งแยะ 60 ชิ้นต่อวัน 30 วันก็ 1,200 ชิ้น คิดดูว่าโอกาสที่ของจะส่งช้ามันเกิดได้แยะแค่ไหน
แต่ถ้าเป็น 6 ชิ้นต่อวัน 30 วันก็เหลือแค่ 120 ชิ้นก็จะลดลงกว่าแยะ
แต่... 120 ชิ้นกับต่างประเทศก็ยังแยะเกินไปในความคิดผม ถ้าคิดที่ 2% ที่จะเกิดปัญหา นั่นหมายถึงของ 2.4 ชิ้นมีโอกาสเกิดปัญหาเรื่องการส่งช้าได้
และที่ผมทำมากว่า 7 ปี ผมขายเดือนนึงไม่เกิน 40 ชิ้น (แต่กำไรจัดแบบหนักๆ) โอกาสที่จะเกิดปัญหาที่ของจะส่งช้าจะเหลือแค่ 0.8 ชิ้น (คิดที่ 2% เท่ากัน) หรือแทบจะไม่เกิดเลย
และที่ผมขายของในประเทศ ผมเล่นแบบแมสหน่อย (ซึ่งไม่คิดว่ามันจะขายได้แยะอย่างนี้จริงๆในตอนแรก) แต่กำไรต่อชิ้นก็ประมาณ 20% อยู่ อย่างเดือนนี้ส่งไปแล้ว 150 ชิ้น (เห็นมั้ยมันง่ายกว่า 1,200 ชิ้นแยะ)
ปัญหาเรื่องการส่งมันน้อยกว่ากันมากๆ กับส่งต่างประเทศ ขนาดส่งในบ้านเรายังมีเรื่องของถึงช้า คนรับไม่อยู่ของตีคืนบ้างเลย
2) ปัญหาเรื่องลูกค้า... ยิ่งขายหลายช้ิน และกับหลายๆคน ปัญหาก็จะยิ่งมากตาม ถ้าคุณขายของกับต่างประเทศด้วยจำนวนสูงถึง 1,200 ชิ้น ถ้าคิดที่ 1 คนต่อชิ้น คุณต้อง deal กับลูกค้า 1,200 คนต่อเดือน
ถ้าคิดที่ 2% ที่จะมีปัญหา นั่นคือมีลูกค้าที่คุณต้องรับมือถึง 24 คนต่อเดือน!!! :P
คุณว่าคุณจะรับมือไหวมั้ย มีปัญหามาเฉลี่ยวันละคน วันละครั้ง แล้วกว่าจะเคลียร์จบได้ก็คือของต้องถึงมือแล้ว หรือได้เงินคืน...
และลูกค้าแต่ละคน มีทั้งดี และมีทั้งงี่เง่า เจอแบบพวกเหวี่ยง กวนส้นทรีนนนน นี่ก็เหนื่อยล่ะ แถมถ้าเจอทุกวันโอ้ยปวดหัวเลย (ยังไม่นับเรื่องภาษาอีกเช่นกัน)
เพราะฉะนั้น ฟันธงครับ ขายของหลายชิ้น ขายในบ้านเราดีกว่าแยะครับ
เพราะไม่ว่ายังไง การจัดส่งในบ้านเรา ค่อนข้างเชื่อถือได้ระดับนึง (แม้จะมีปัญหาเรื่องไปรษณีย์ให้เห็นเนืองๆ :wanwan004:)
ของสามารถ trace ได้ตลอด และมีการรับผิดชอบ แต่ถ้าไปต่างประเทศ การ trace จะยากกว่ามาก กรณีของยังส่งไม่ถึง
และจากที่ทำการขายในบ้านเรามาตั้งแต่ปลายปี ยอดขายผมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกเดือน และจนปัจจุบัน ผมว่าเกือบ 1,000 ช้ินแล้วล่ะ
ยังไม่เคยเจอปัญหาของหายเลย มีแต่ของช้าบ้าง ซึ่งก็แค่ 1-2 ครั้งใน 1 เดือนเท่านั้น จากการส่งของเป็นพันชิ้น
อันนี้จากประสบการส่วนตัว และประสบการณ์จริงล้วนๆ ถ้าใครได้อะไรต่างจากนี้ ก็มาแชร์กันได้นะครับ
:wanwan017: :wanwan017: :wanwan017:
สุดยอดเลยคับ ขอบคุณสำหรับประสบการณ์และแนวคิดดีๆคับ
อ้างถึงจาก: MikaylaMendez ใน 31 กรกฎาคม 2014, 06:35:00
ผมเห็นด้วยกับท่านข้างบนทุกประการ แต่ถ้าขายต่างประเทศให้เน้นๆอเมริกาไว้ก่อน เพราะ track มันเช็คง่าย และง่ายต่อการจัดการเมื่อเกิดปัญหา ยุโรปบางประเทศ เช่น เยอรมัน ฮอลแลนด์ สวิต อะไรพวกนี้เช็คง่าย นอกนั้นค่อนข้างตามยากเหมือนกัน เหนื่อย
แสดงว่าท่านเคยขายมาหมดแล้วเกือบทุกประเทศใช่ไหมคับ
อ้างถึงจาก: klongfilm ใน 30 กรกฎาคม 2014, 11:32:50
อ้างถึงจาก: imansuckseed ใน 30 กรกฎาคม 2014, 11:29:33
ขายเครื่องสำอางภายใต้แบรนด์ ขายดิบขายดีเลยครับ
ติดต่อรับมาขายยังไงคับ เน้นเฉพาะของผู้ชายมีไหมคับ
ผมก็เริ่มขายเครื่องสำอางค์เหมือนกัน ไม่รู้จะรุ่งหรือจะร่วง :wanwan003:
อ้างถึงจาก: klongfilm ใน 31 กรกฎาคม 2014, 06:39:36
อ้างถึงจาก: MikaylaMendez ใน 31 กรกฎาคม 2014, 06:35:00
ผมเห็นด้วยกับท่านข้างบนทุกประการ แต่ถ้าขายต่างประเทศให้เน้นๆอเมริกาไว้ก่อน เพราะ track มันเช็คง่าย และง่ายต่อการจัดการเมื่อเกิดปัญหา ยุโรปบางประเทศ เช่น เยอรมัน ฮอลแลนด์ สวิต อะไรพวกนี้เช็คง่าย นอกนั้นค่อนข้างตามยากเหมือนกัน เหนื่อย
แสดงว่าท่านเคยขายมาหมดแล้วเกือบทุกประเทศใช่ไหมคับ
ประมาณนั้นครับ
ดันให้ กระทู้ดีครับ
กระทู้ดีครับ ใครมีความรู้ดีๆ ช่วยแนะนำด้วยครับ ผมก็งมๆ อยู่ครับ
เน้น หาของ แปลกแต่มีคุณภาพมาขายครับ
เหมือนผมขายสบู่ลดความอ้วน สองเดือนแรก มีแต่คุยๆๆ เสนออย่างเดียว ขายแทบไม่ค่อยได้
ตอนนี้ พอหลายอย่างอยู่ตัว ตัวแทนเอาไปขาย ขายดีกันเกือบหมด ไม่ต้องขายเลยครับ โปรโมทเวป โปรโมทตัวแทนอย่างเดียว
...ลองนึกดู หาไอเดีย อย่าคิดว่าแปลกกว่าชาวบ้าน ขายไม่ได้ ถ้าของเราดีจริง กินระยะยาวครับ
.....................................
จริงๆแล้วถ้าพูดเก่งๆซักหน่อยและชอบพบปะผู้คนก็ไปขายพวกกองทุน ประกัน อะไรต่างๆพวกนี้น่ะครับ เงินดีนะ
อ้างถึงจาก: AuGusTin ใน 02 สิงหาคม 2014, 11:25:42
จริงๆแล้วถ้าพูดเก่งๆซักหน่อยและชอบพบปะผู้คนก็ไปขายพวกกองทุน ประกัน อะไรต่างๆพวกนี้น่ะครับ เงินดีนะ
ตอนนี้ผมวิ่งงานประกันของกรุงไทยเป็นงานหลักเลยครับผม ส่วนงาน ECom ก็ปล่อยให้เป็นไปตามระบบ เงินดีมากนะครับผม แต่ต้องมีจรรยาบรรณและเน้นจริงใจซื่อสัตย์กับคุณลูกค้า แต่สำหรับผมสิ่งที่ยากที่สุดคือการเปิดตัวเข้าไปคุยนี่แหล่ะครับ ต้องหน้าด้านหน่อย ฮ่าๆๆ
ผมคิดว่า แต่ละอย่างแล้วแต่ความถนัด กับแหล่งซื้อที่หาได้ไกล้ๆมือน่ะครับ
อย่างเพื่อนผมปลูก และ ขายใบไม้ ได้วันละหลายบาทเหมือนกัน
อ้างถึงจาก: armworapon ใน 03 สิงหาคม 2014, 18:51:00
ผมคิดว่า แต่ละอย่างแล้วแต่ความถนัด กับแหล่งซื้อที่หาได้ไกล้ๆมือน่ะครับ
อย่างเพื่อนผมปลูก และ ขายใบไม้ ได้วันละหลายบาทเหมือนกัน
ใบกระท่อมปล่าวคับ
เข้ามาเก็บความรู้ ไอเดียๆดีทั้งเลย
อ้างถึงจาก: teeyaishop ใน 31 กรกฎาคม 2014, 10:39:12
เน้น หาของ แปลกแต่มีคุณภาพมาขายครับ
เหมือนผมขายสบู่ลดความอ้วน สองเดือนแรก มีแต่คุยๆๆ เสนออย่างเดียว ขายแทบไม่ค่อยได้
ตอนนี้ พอหลายอย่างอยู่ตัว ตัวแทนเอาไปขาย ขายดีกันเกือบหมด ไม่ต้องขายเลยครับ โปรโมทเวป โปรโมทตัวแทนอย่างเดียว
...ลองนึกดู หาไอเดีย อย่าคิดว่าแปลกกว่าชาวบ้าน ขายไม่ได้ ถ้าของเราดีจริง กินระยะยาวครับ
.....................................
:wanwan017: คิดตาม นำไปต่อยอดความคิด ขอบคุณมากๆค่าา
กระทู้นี้นำไปต่อยอดความคิดได้อีกเยอะคเลยครับ
น่าสนใจ ติดตามด้วยคนครับ
:wanwan017:
:wanwan017: แนวคิดดีดีทั้งนั้นเลยคะ
เมื่อ 23 ปีก่อนเงินเดือนปริญญาตรีคอมพิวเตอร์พี่ start 15,000 บาท พี่ได้งานทำตอนปี 3
คิดว่าจบคอมพิวเตอร์คงหางานง่าย มันก็ง่ายจริงๆ บริษัทส่งพี่ไปอบรมที่ อเมริกาค่าอบรม 4 แสนกว่าบาทไทย
ไปอบรมประมาณเดือนครึ่ง พี่ก็มาเขียน software มีคนเขียนแค่ 2 คนแต่ค่า software มูลค่า 50 ล้าน
ต้องให้เสร็จภายใน 1 เดือนพี่ทำงาน วันละ 18 ชมนอนที่บริษัท ผลคือ ตาบอดชั่วคราว คือตื่นเช้ามามองไม่เห็น
พี่คิดว่าถ้าพี่ทำงานแบบนี้ พี่ต้องอายุสั้นสักวันหนึ่ง
บริษัทก็เลยให้พี่ไปเป็นที่ปรึกษาคอมพิวเตอร์ พี่ไม่ต้องไปเขียนโปรแกรมอีกแล้วจนตำแหน่งสุดท้ายพี่เป็นผู้จัดการโครงการ
คอมพิวเตอร์ พี่ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากการทำงานตรงนี้ คิอการบริหารโครงการให้เสร็จทันเวลาภายใต้ งบประมาณที่กำหนด ถ้า project ส่งช้าไป หรือเก็บเงินจากลูกค้าได้ช้า บริษัทก็จะมีค่าเสียโอกาส พี่ทำงานมีแผนสำรองตลอด
พอหมดสัญญาพี่ก็ไม่ต่อ ฉันจะมาขายของ Online เพราะพ่อพี่ป่วยเป็นมะเร็ง พี่อยากอยู่กับพ่อจนวันสุดท้ายมากกว่า
ตอนนั้นแม่พี่คิดว่าพี่เสียสติไปแล้ว เพราะพี่จบปริญญาโทมา เงินเดือนก็ 6 หลัก แม่บอกว่าขายของใครๆก็ทำได้ถ้ามีเงิน มีสินค้า มีทำเลดีๆ แม่อยากให้แต่งตัวสวยๆไปทำงาน
ตอนที่พี่ขาย ebay จนรายได้มากกว่ารายได้ประจำในเดือนที่ 6 พี่ถึงออกจากงาน
ออกจากงานพี่มีสิ่งที่ต้องทำดังนี้
1 กำไรต้องได้อย่างต่ำ วันละ 6000 บาท
2 พี่จะต้องหาวิธีเพื่อลดต้นทุน เพื่อให้เกิดกำไร เช่นได้สินค้าราค่าส่ง ค่าส่งสินค้าได้ rate ที่ถูกลง
3 พี่ต้องจัดการปัญหาลูกค้าให้ได้ ลูกค้า โกง ลูกค้าคินของ
4 พี่ต้องมีสินค้าใหม่ทุกเดือนและพี่ต้องเป็นคนแรกที่นำเข้ามาขาย
อย่างคุณ loc.how บอกว่าหาสินค้าที่กำไรดีๆ มาขายต่างชาติจะจัดการปัญหาลูกค้าได้ เพราะมีการลงทะเบียนพัสดุ
ข้อเท็จจริง :wanwan044: :wanwan044: :wanwan044:
พี่ก็คิดอย่างคุณ log.how แต่สินค้าที่กำไรดีๆ คนมันจะซื้อทุกวันเหรอ เดือนนี้ซื้อ เดือนหน้าอาจไม่ซื้อ
เนื่องจากพี่เป็นคนงกค่ะ พี่ก็เลยมีร้านขายของราคาแพงเป็นของสะสม กับ สินค้าที่คนต้องใช้ทุกเดือนแต่เป็น ราคาส่ง คือซือ้ 6 ชิ้นขึ้นไป
เป้าพี่กำไรวันละ 6000 บาท บางวันอาจไม่ถึง พี่ก็ต้องมาวิเคราะห์ลูกค้า สินค้า เศรษฐกิจ แต่กำไรสูงมันจะมาวันเสาร์ อาทิตย์ ก็ได้ตามเป้าตลอด
และพี่ก็คิดว่ากำลังซื้อของคนไทยไม่ค่อยมี ขายของให้ต่างชาติดีกว่า เงินบาทก็อ่อนค่าด้วย
สิ่งที่น้องต้องไปทำการบ้านคือ :wanwan016:
1 ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่ดี สินค้าไทยในหมวดนี้ ต้องแบบนี้เท่านั้นจะขายดีมาก
2 ถ้าเศรษฐกิจโลกดี หาสินค้าไทยหมวดที่ขายไม่ดีและขายดีตามลำดับ
3 เศรษฐกิจโ ลกจะดีหรือไม่ดีสินค้าในหมวดนี้จะขายได้เรื่อยๆ แต่ข้อเสียก็มีคือคู่แข่งเยอะ
4 ถ้าเศรษฐกิจไทยไม่ดี หาสินค้าไทยหมวดที่ขายไม่ดีและขายดีตามลำดับ
5 ถ้าเศรษฐกิจไทยดีหาสินค้าไทยหมวดที่ขายไม่ดีและขายดีตามลำดับ
พี่อยากให้ใช้ความคิดนะคะ หากน้องหาสินค้ามาขายในภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ 1 ตัว น้องจะคิดออกได้เรื่อยๆ
พี่ลองกับตัวมาแล้ว
Good Luck
อ้างถึงจาก: trudy ใน 05 สิงหาคม 2014, 11:33:24
เมื่อ 23 ปีก่อนเงินเดือนปริญญาตรีคอมพิวเตอร์พี่ start 15,000 บาท พี่ได้งานทำตอนปี 3
คิดว่าจบคอมพิวเตอร์คงหางานง่าย มันก็ง่ายจริงๆ บริษัทส่งพี่ไปอบรมที่ อเมริกาค่าอบรม 4 แสนกว่าบาทไทย
ไปอบรมประมาณเดือนครึ่ง พี่ก็มาเขียน software มีคนเขียนแค่ 2 คนแต่ค่า software มูลค่า 50 ล้าน
ต้องให้เสร็จภายใน 1 เดือนพี่ทำงาน วันละ 18 ชมนอนที่บริษัท ผลคือ ตาบอดชั่วคราว คือตื่นเช้ามามองไม่เห็น
พี่คิดว่าถ้าพี่ทำงานแบบนี้ พี่ต้องอายุสั้นสักวันหนึ่ง
บริษัทก็เลยให้พี่ไปเป็นที่ปรึกษาคอมพิวเตอร์ พี่ไม่ต้องไปเขียนโปรแกรมอีกแล้วจนตำแหน่งสุดท้ายพี่เป็นผู้จัดการโครงการ
คอมพิวเตอร์ พี่ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากการทำงานตรงนี้ คิอการบริหารโครงการให้เสร็จทันเวลาภายใต้ งบประมาณที่กำหนด ถ้า project ส่งช้าไป หรือเก็บเงินจากลูกค้าได้ช้า บริษัทก็จะมีค่าเสียโอกาส พี่ทำงานมีแผนสำรองตลอด
พอหมดสัญญาพี่ก็ไม่ต่อ ฉันจะมาขายของ Online เพราะพ่อพี่ป่วยเป็นมะเร็ง พี่อยากอยู่กับพ่อจนวันสุดท้ายมากกว่า
ตอนนั้นแม่พี่คิดว่าพี่เสียสติไปแล้ว เพราะพี่จบปริญญาโทมา เงินเดือนก็ 6 หลัก แม่บอกว่าขายของใครๆก็ทำได้ถ้ามีเงิน มีสินค้า มีทำเลดีๆ แม่อยากให้แต่งตัวสวยๆไปทำงาน
ตอนที่พี่ขาย ebay จนรายได้มากกว่ารายได้ประจำในเดือนที่ 6 พี่ถึงออกจากงาน
ออกจากงานพี่มีสิ่งที่ต้องทำดังนี้
1 กำไรต้องได้อย่างต่ำ วันละ 6000 บาท
2 พี่จะต้องหาวิธีเพื่อลดต้นทุน เพื่อให้เกิดกำไร เช่นได้สินค้าราค่าส่ง ค่าส่งสินค้าได้ rate ที่ถูกลง
3 พี่ต้องจัดการปัญหาลูกค้าให้ได้ ลูกค้า โกง ลูกค้าคินของ
4 พี่ต้องมีสินค้าใหม่ทุกเดือนและพี่ต้องเป็นคนแรกที่นำเข้ามาขาย
อย่างคุณ loc.how บอกว่าหาสินค้าที่กำไรดีๆ มาขายต่างชาติจะจัดการปัญหาลูกค้าได้ เพราะมีการลงทะเบียนพัสดุ
ข้อเท็จจริง :wanwan044: :wanwan044: :wanwan044:
พี่ก็คิดอย่างคุณ log.how แต่สินค้าที่กำไรดีๆ คนมันจะซื้อทุกวันเหรอ เดือนนี้ซื้อ เดือนหน้าอาจไม่ซื้อ
เนื่องจากพี่เป็นคนงกค่ะ พี่ก็เลยมีร้านขายของราคาแพงเป็นของสะสม กับ สินค้าที่คนต้องใช้ทุกเดือนแต่เป็น ราคาส่ง คือซือ้ 6 ชิ้นขึ้นไป
เป้าพี่กำไรวันละ 6000 บาท บางวันอาจไม่ถึง พี่ก็ต้องมาวิเคราะห์ลูกค้า สินค้า เศรษฐกิจ แต่กำไรสูงมันจะมาวันเสาร์ อาทิตย์ ก็ได้ตามเป้าตลอด
และพี่ก็คิดว่ากำลังซื้อของคนไทยไม่ค่อยมี ขายของให้ต่างชาติดีกว่า เงินบาทก็อ่อนค่าด้วย
สิ่งที่น้องต้องไปทำการบ้านคือ :wanwan016:
1 ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่ดี สินค้าไทยในหมวดนี้ ต้องแบบนี้เท่านั้นจะขายดีมาก
2 ถ้าเศรษฐกิจโลกดี หาสินค้าไทยหมวดที่ขายไม่ดีและขายดีตามลำดับ
3 เศรษฐกิจโ ลกจะดีหรือไม่ดีสินค้าในหมวดนี้จะขายได้เรื่อยๆ แต่ข้อเสียก็มีคือคู่แข่งเยอะ
4 ถ้าเศรษฐกิจไทยไม่ดี หาสินค้าไทยหมวดที่ขายไม่ดีและขายดีตามลำดับ
5 ถ้าเศรษฐกิจไทยดีหาสินค้าไทยหมวดที่ขายไม่ดีและขายดีตามลำดับ
พี่อยากให้ใช้ความคิดนะคะ หากน้องหาสินค้ามาขายในภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ 1 ตัว น้องจะคิดออกได้เรื่อยๆ
พี่ลองกับตัวมาแล้ว
Good Luck
สุดยอดเลยครับ รายได้โหดจริงๆ
อ้างถึงจาก: nht ใน 31 กรกฎาคม 2014, 10:05:34
กระทู้ดีครับ ใครมีความรู้ดีๆ ช่วยแนะนำด้วยครับ ผมก็งมๆ อยู่ครับ
)ตัวอย่างแล้วกัน พี่ขายสิ่งนี้ที่ blogger ตอนแรกขายที่ ebay ก่อน
พี่ขายธนบัตร ไทย แบ้งค์ใหม่ๆ เพราะคนทั่วโลกมีนักสะสมสกุลเงินของประเทศต่างๆ และขายปลีกให้คนชอบสะสมเงินในประเทศนั้นๆ
ขายเหรียญบาท 100 เหรียญ 2 บาท 100 เหรียญ กับ 10 บาท 100 เหรียญ พี่ไปแลกเหรียญใหม่ที่กองกษาป
ขายไม่ออก พี่ก็ได้ใช้ ส่วนใหญ่ก็ออกทุกเดือน
ตอนแรกดูกลุ่มเป้าหมายลูกค้าคือใคร จะได้ยอดเท่าไหรหากขายสินค้าตัวนี้ :wanwan016:
ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์ครับ :'(
อ้างถึงจาก: trudy ใน 05 สิงหาคม 2014, 11:33:24
เมื่อ 23 ปีก่อนเงินเดือนปริญญาตรีคอมพิวเตอร์พี่ start 15,000 บาท พี่ได้งานทำตอนปี 3
คิดว่าจบคอมพิวเตอร์คงหางานง่าย มันก็ง่ายจริงๆ บริษัทส่งพี่ไปอบรมที่ อเมริกาค่าอบรม 4 แสนกว่าบาทไทย
ไปอบรมประมาณเดือนครึ่ง พี่ก็มาเขียน software มีคนเขียนแค่ 2 คนแต่ค่า software มูลค่า 50 ล้าน
ต้องให้เสร็จภายใน 1 เดือนพี่ทำงาน วันละ 18 ชมนอนที่บริษัท ผลคือ ตาบอดชั่วคราว คือตื่นเช้ามามองไม่เห็น
พี่คิดว่าถ้าพี่ทำงานแบบนี้ พี่ต้องอายุสั้นสักวันหนึ่ง
บริษัทก็เลยให้พี่ไปเป็นที่ปรึกษาคอมพิวเตอร์ พี่ไม่ต้องไปเขียนโปรแกรมอีกแล้วจนตำแหน่งสุดท้ายพี่เป็นผู้จัดการโครงการ
คอมพิวเตอร์ พี่ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากการทำงานตรงนี้ คิอการบริหารโครงการให้เสร็จทันเวลาภายใต้ งบประมาณที่กำหนด ถ้า project ส่งช้าไป หรือเก็บเงินจากลูกค้าได้ช้า บริษัทก็จะมีค่าเสียโอกาส พี่ทำงานมีแผนสำรองตลอด
พอหมดสัญญาพี่ก็ไม่ต่อ ฉันจะมาขายของ Online เพราะพ่อพี่ป่วยเป็นมะเร็ง พี่อยากอยู่กับพ่อจนวันสุดท้ายมากกว่า
ตอนนั้นแม่พี่คิดว่าพี่เสียสติไปแล้ว เพราะพี่จบปริญญาโทมา เงินเดือนก็ 6 หลัก แม่บอกว่าขายของใครๆก็ทำได้ถ้ามีเงิน มีสินค้า มีทำเลดีๆ แม่อยากให้แต่งตัวสวยๆไปทำงาน
ตอนที่พี่ขาย ebay จนรายได้มากกว่ารายได้ประจำในเดือนที่ 6 พี่ถึงออกจากงาน
ออกจากงานพี่มีสิ่งที่ต้องทำดังนี้
1 กำไรต้องได้อย่างต่ำ วันละ 6000 บาท
2 พี่จะต้องหาวิธีเพื่อลดต้นทุน เพื่อให้เกิดกำไร เช่นได้สินค้าราค่าส่ง ค่าส่งสินค้าได้ rate ที่ถูกลง
3 พี่ต้องจัดการปัญหาลูกค้าให้ได้ ลูกค้า โกง ลูกค้าคินของ
4 พี่ต้องมีสินค้าใหม่ทุกเดือนและพี่ต้องเป็นคนแรกที่นำเข้ามาขาย
อย่างคุณ loc.how บอกว่าหาสินค้าที่กำไรดีๆ มาขายต่างชาติจะจัดการปัญหาลูกค้าได้ เพราะมีการลงทะเบียนพัสดุ
ข้อเท็จจริง :wanwan044: :wanwan044: :wanwan044:
พี่ก็คิดอย่างคุณ log.how แต่สินค้าที่กำไรดีๆ คนมันจะซื้อทุกวันเหรอ เดือนนี้ซื้อ เดือนหน้าอาจไม่ซื้อ
เนื่องจากพี่เป็นคนงกค่ะ พี่ก็เลยมีร้านขายของราคาแพงเป็นของสะสม กับ สินค้าที่คนต้องใช้ทุกเดือนแต่เป็น ราคาส่ง คือซือ้ 6 ชิ้นขึ้นไป
เป้าพี่กำไรวันละ 6000 บาท บางวันอาจไม่ถึง พี่ก็ต้องมาวิเคราะห์ลูกค้า สินค้า เศรษฐกิจ แต่กำไรสูงมันจะมาวันเสาร์ อาทิตย์ ก็ได้ตามเป้าตลอด
และพี่ก็คิดว่ากำลังซื้อของคนไทยไม่ค่อยมี ขายของให้ต่างชาติดีกว่า เงินบาทก็อ่อนค่าด้วย
สิ่งที่น้องต้องไปทำการบ้านคือ :wanwan016:
1 ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่ดี สินค้าไทยในหมวดนี้ ต้องแบบนี้เท่านั้นจะขายดีมาก
2 ถ้าเศรษฐกิจโลกดี หาสินค้าไทยหมวดที่ขายไม่ดีและขายดีตามลำดับ
3 เศรษฐกิจโ ลกจะดีหรือไม่ดีสินค้าในหมวดนี้จะขายได้เรื่อยๆ แต่ข้อเสียก็มีคือคู่แข่งเยอะ
4 ถ้าเศรษฐกิจไทยไม่ดี หาสินค้าไทยหมวดที่ขายไม่ดีและขายดีตามลำดับ
5 ถ้าเศรษฐกิจไทยดีหาสินค้าไทยหมวดที่ขายไม่ดีและขายดีตามลำดับ
พี่อยากให้ใช้ความคิดนะคะ หากน้องหาสินค้ามาขายในภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ 1 ตัว น้องจะคิดออกได้เรื่อยๆ
พี่ลองกับตัวมาแล้ว
Good Luck
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ
เรื่องสายตาผมกังวลมากครับ
เพราะเรียนทางด้านเขียนโปรแกรม
ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์มาก่อน
ทุกวันนี้ก็ยังต้องเล่นคอมทุกวัน
วันละหลายชั่วโมงครับ
เตือนเพื่อนๆทุกคนนะครับ
อย่าใช้สายตามากเกินไป
ไม่งันอันตรายนะครับ
:wanwan008:
อ้างถึงจาก: trudy ใน 05 สิงหาคม 2014, 11:33:24
เมื่อ 23 ปีก่อนเงินเดือนปริญญาตรีคอมพิวเตอร์พี่ start 15,000 บาท พี่ได้งานทำตอนปี 3
คิดว่าจบคอมพิวเตอร์คงหางานง่าย มันก็ง่ายจริงๆ บริษัทส่งพี่ไปอบรมที่ อเมริกาค่าอบรม 4 แสนกว่าบาทไทย
ไปอบรมประมาณเดือนครึ่ง พี่ก็มาเขียน software มีคนเขียนแค่ 2 คนแต่ค่า software มูลค่า 50 ล้าน
ต้องให้เสร็จภายใน 1 เดือนพี่ทำงาน วันละ 18 ชมนอนที่บริษัท ผลคือ ตาบอดชั่วคราว คือตื่นเช้ามามองไม่เห็น
พี่คิดว่าถ้าพี่ทำงานแบบนี้ พี่ต้องอายุสั้นสักวันหนึ่ง
บริษัทก็เลยให้พี่ไปเป็นที่ปรึกษาคอมพิวเตอร์ พี่ไม่ต้องไปเขียนโปรแกรมอีกแล้วจนตำแหน่งสุดท้ายพี่เป็นผู้จัดการโครงการ
คอมพิวเตอร์ พี่ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากการทำงานตรงนี้ คิอการบริหารโครงการให้เสร็จทันเวลาภายใต้ งบประมาณที่กำหนด ถ้า project ส่งช้าไป หรือเก็บเงินจากลูกค้าได้ช้า บริษัทก็จะมีค่าเสียโอกาส พี่ทำงานมีแผนสำรองตลอด
พอหมดสัญญาพี่ก็ไม่ต่อ ฉันจะมาขายของ Online เพราะพ่อพี่ป่วยเป็นมะเร็ง พี่อยากอยู่กับพ่อจนวันสุดท้ายมากกว่า
ตอนนั้นแม่พี่คิดว่าพี่เสียสติไปแล้ว เพราะพี่จบปริญญาโทมา เงินเดือนก็ 6 หลัก แม่บอกว่าขายของใครๆก็ทำได้ถ้ามีเงิน มีสินค้า มีทำเลดีๆ แม่อยากให้แต่งตัวสวยๆไปทำงาน
ตอนที่พี่ขาย ebay จนรายได้มากกว่ารายได้ประจำในเดือนที่ 6 พี่ถึงออกจากงาน
ออกจากงานพี่มีสิ่งที่ต้องทำดังนี้
1 กำไรต้องได้อย่างต่ำ วันละ 6000 บาท
2 พี่จะต้องหาวิธีเพื่อลดต้นทุน เพื่อให้เกิดกำไร เช่นได้สินค้าราค่าส่ง ค่าส่งสินค้าได้ rate ที่ถูกลง
3 พี่ต้องจัดการปัญหาลูกค้าให้ได้ ลูกค้า โกง ลูกค้าคินของ
4 พี่ต้องมีสินค้าใหม่ทุกเดือนและพี่ต้องเป็นคนแรกที่นำเข้ามาขาย
อย่างคุณ loc.how บอกว่าหาสินค้าที่กำไรดีๆ มาขายต่างชาติจะจัดการปัญหาลูกค้าได้ เพราะมีการลงทะเบียนพัสดุ
ข้อเท็จจริง :wanwan044: :wanwan044: :wanwan044:
พี่ก็คิดอย่างคุณ log.how แต่สินค้าที่กำไรดีๆ คนมันจะซื้อทุกวันเหรอ เดือนนี้ซื้อ เดือนหน้าอาจไม่ซื้อ
เนื่องจากพี่เป็นคนงกค่ะ พี่ก็เลยมีร้านขายของราคาแพงเป็นของสะสม กับ สินค้าที่คนต้องใช้ทุกเดือนแต่เป็น ราคาส่ง คือซือ้ 6 ชิ้นขึ้นไป
เป้าพี่กำไรวันละ 6000 บาท บางวันอาจไม่ถึง พี่ก็ต้องมาวิเคราะห์ลูกค้า สินค้า เศรษฐกิจ แต่กำไรสูงมันจะมาวันเสาร์ อาทิตย์ ก็ได้ตามเป้าตลอด
และพี่ก็คิดว่ากำลังซื้อของคนไทยไม่ค่อยมี ขายของให้ต่างชาติดีกว่า เงินบาทก็อ่อนค่าด้วย
สิ่งที่น้องต้องไปทำการบ้านคือ :wanwan016:
1 ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่ดี สินค้าไทยในหมวดนี้ ต้องแบบนี้เท่านั้นจะขายดีมาก
2 ถ้าเศรษฐกิจโลกดี หาสินค้าไทยหมวดที่ขายไม่ดีและขายดีตามลำดับ
3 เศรษฐกิจโ ลกจะดีหรือไม่ดีสินค้าในหมวดนี้จะขายได้เรื่อยๆ แต่ข้อเสียก็มีคือคู่แข่งเยอะ
4 ถ้าเศรษฐกิจไทยไม่ดี หาสินค้าไทยหมวดที่ขายไม่ดีและขายดีตามลำดับ
5 ถ้าเศรษฐกิจไทยดีหาสินค้าไทยหมวดที่ขายไม่ดีและขายดีตามลำดับ
พี่อยากให้ใช้ความคิดนะคะ หากน้องหาสินค้ามาขายในภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ 1 ตัว น้องจะคิดออกได้เรื่อยๆ
พี่ลองกับตัวมาแล้ว
Good Luck
อ้างถึงจาก: trudy ใน 05 สิงหาคม 2014, 11:33:24
เมื่อ 23 ปีก่อนเงินเดือนปริญญาตรีคอมพิวเตอร์พี่ start 15,000 บาท พี่ได้งานทำตอนปี 3
คิดว่าจบคอมพิวเตอร์คงหางานง่าย มันก็ง่ายจริงๆ บริษัทส่งพี่ไปอบรมที่ อเมริกาค่าอบรม 4 แสนกว่าบาทไทย
ไปอบรมประมาณเดือนครึ่ง พี่ก็มาเขียน software มีคนเขียนแค่ 2 คนแต่ค่า software มูลค่า 50 ล้าน
ต้องให้เสร็จภายใน 1 เดือนพี่ทำงาน วันละ 18 ชมนอนที่บริษัท ผลคือ ตาบอดชั่วคราว คือตื่นเช้ามามองไม่เห็น
พี่คิดว่าถ้าพี่ทำงานแบบนี้ พี่ต้องอายุสั้นสักวันหนึ่ง
บริษัทก็เลยให้พี่ไปเป็นที่ปรึกษาคอมพิวเตอร์ พี่ไม่ต้องไปเขียนโปรแกรมอีกแล้วจนตำแหน่งสุดท้ายพี่เป็นผู้จัดการโครงการ
คอมพิวเตอร์ พี่ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากการทำงานตรงนี้ คิอการบริหารโครงการให้เสร็จทันเวลาภายใต้ งบประมาณที่กำหนด ถ้า project ส่งช้าไป หรือเก็บเงินจากลูกค้าได้ช้า บริษัทก็จะมีค่าเสียโอกาส พี่ทำงานมีแผนสำรองตลอด
พอหมดสัญญาพี่ก็ไม่ต่อ ฉันจะมาขายของ Online เพราะพ่อพี่ป่วยเป็นมะเร็ง พี่อยากอยู่กับพ่อจนวันสุดท้ายมากกว่า
ตอนนั้นแม่พี่คิดว่าพี่เสียสติไปแล้ว เพราะพี่จบปริญญาโทมา เงินเดือนก็ 6 หลัก แม่บอกว่าขายของใครๆก็ทำได้ถ้ามีเงิน มีสินค้า มีทำเลดีๆ แม่อยากให้แต่งตัวสวยๆไปทำงาน
ตอนที่พี่ขาย ebay จนรายได้มากกว่ารายได้ประจำในเดือนที่ 6 พี่ถึงออกจากงาน
ออกจากงานพี่มีสิ่งที่ต้องทำดังนี้
1 กำไรต้องได้อย่างต่ำ วันละ 6000 บาท
2 พี่จะต้องหาวิธีเพื่อลดต้นทุน เพื่อให้เกิดกำไร เช่นได้สินค้าราค่าส่ง ค่าส่งสินค้าได้ rate ที่ถูกลง
3 พี่ต้องจัดการปัญหาลูกค้าให้ได้ ลูกค้า โกง ลูกค้าคินของ
4 พี่ต้องมีสินค้าใหม่ทุกเดือนและพี่ต้องเป็นคนแรกที่นำเข้ามาขาย
อย่างคุณ loc.how บอกว่าหาสินค้าที่กำไรดีๆ มาขายต่างชาติจะจัดการปัญหาลูกค้าได้ เพราะมีการลงทะเบียนพัสดุ
ข้อเท็จจริง :wanwan044: :wanwan044: :wanwan044:
พี่ก็คิดอย่างคุณ log.how แต่สินค้าที่กำไรดีๆ คนมันจะซื้อทุกวันเหรอ เดือนนี้ซื้อ เดือนหน้าอาจไม่ซื้อ
เนื่องจากพี่เป็นคนงกค่ะ พี่ก็เลยมีร้านขายของราคาแพงเป็นของสะสม กับ สินค้าที่คนต้องใช้ทุกเดือนแต่เป็น ราคาส่ง คือซือ้ 6 ชิ้นขึ้นไป
เป้าพี่กำไรวันละ 6000 บาท บางวันอาจไม่ถึง พี่ก็ต้องมาวิเคราะห์ลูกค้า สินค้า เศรษฐกิจ แต่กำไรสูงมันจะมาวันเสาร์ อาทิตย์ ก็ได้ตามเป้าตลอด
และพี่ก็คิดว่ากำลังซื้อของคนไทยไม่ค่อยมี ขายของให้ต่างชาติดีกว่า เงินบาทก็อ่อนค่าด้วย
สิ่งที่น้องต้องไปทำการบ้านคือ :wanwan016:
1 ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่ดี สินค้าไทยในหมวดนี้ ต้องแบบนี้เท่านั้นจะขายดีมาก
2 ถ้าเศรษฐกิจโลกดี หาสินค้าไทยหมวดที่ขายไม่ดีและขายดีตามลำดับ
3 เศรษฐกิจโ ลกจะดีหรือไม่ดีสินค้าในหมวดนี้จะขายได้เรื่อยๆ แต่ข้อเสียก็มีคือคู่แข่งเยอะ
4 ถ้าเศรษฐกิจไทยไม่ดี หาสินค้าไทยหมวดที่ขายไม่ดีและขายดีตามลำดับ
5 ถ้าเศรษฐกิจไทยดีหาสินค้าไทยหมวดที่ขายไม่ดีและขายดีตามลำดับ
พี่อยากให้ใช้ความคิดนะคะ หากน้องหาสินค้ามาขายในภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ 1 ตัว น้องจะคิดออกได้เรื่อยๆ
พี่ลองกับตัวมาแล้ว
Good Luck
พี่สุดยอดจริงๆ
พี่มีทั้งโอกาสดีๆ ได้ไปเมืองนอก ได้สัมผัสเห็นusaเป็นประสบการณ์ตั้งแต่แรกๆ
มีความกตัญญูสูงมาก เหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นกับหลายคน แต่คนที่กล้าตัดสินใจทิ้งงานดีๆทิ้งเงินเดือนสูงๆแบบพี่นั้นหาได้ยากจริงๆ
มีความคิดดี มีเป้าหมายชัดเจนอย่างมีหลักการ
มีการวางแผน และมีการเตรียมแก้ปัญหา ดูแล้วพี่ไม่มีความท้อเลย นับถือจริงๆ (ผมแค่เผลอส่งของให้ลูกค้าเก่าก่อนแล้วเค้าไม่ยอมโอนเงินให้ ตามก็ยากแค่นี้ยังเสียความรู้สึกและท้อเลย)
และที่สำคัญ พี่มีความกรุณาสูง ช่วยเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลเชิงลึกให้ชาว IM ได้ศึกษาประสบการณ์จากพี่มากมาย ผมติดตามมานาน มีประโยชน์มากๆครับ หาที่ไหนก็ไม่ได้แล้ว แชร์ประสบการณ์และการแก้ปัญหาอีกเยอะๆนะครับ ขอบคุณมากๆครับ
ผมจะยึดหลักแนวความคิดการวางแผนและการแก้ปัญหาที่พี่มาแชร์ ไปใช้ในธุรกิจสายimและชีวิตจริงผมบ้าง รับผมเป็นศิษย์ด้วยครับ
:wanwan017: :wanwan017: :wanwan017:
อ้างถึงจาก: trudy ใน 05 สิงหาคม 2014, 11:33:24
พี่ก็คิดอย่างคุณ log.how แต่สินค้าที่กำไรดีๆ คนมันจะซื้อทุกวันเหรอ เดือนนี้ซื้อ เดือนหน้าอาจไม่ซื้อ
เนื่องจากพี่เป็นคนงกค่ะ พี่ก็เลยมีร้านขายของราคาแพงเป็นของสะสม กับ สินค้าที่คนต้องใช้ทุกเดือนแต่เป็น ราคาส่ง คือซือ้ 6 ชิ้นขึ้นไป
เป้าพี่กำไรวันละ 6000 บาท บางวันอาจไม่ถึง พี่ก็ต้องมาวิเคราะห์ลูกค้า สินค้า เศรษฐกิจ แต่กำไรสูงมันจะมาวันเสาร์ อาทิตย์ ก็ได้ตามเป้าตลอด
และพี่ก็คิดว่ากำลังซื้อของคนไทยไม่ค่อยมี ขายของให้ต่างชาติดีกว่า เงินบาทก็อ่อนค่าด้วย
ขอบตอบเท่าที่อ้างถึงแล้วกันนะครับ
พูดถึงในกรณีขายกับต่างประเทศด้วย ebay แล้วกันนะ
ของกำไรดีๆ มันมีคนซื้อทุกวันมั้ย ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ที่ผมขาย ผมขายเป็นอาทิตย์ bid จบเป็นอาทิตย์ๆไป ไม่ได้ตั้งแบบ fixed price
และทุกอาทิตย์ ผมก็ขายได้ตลอด ได้กำไรมาก หรือน้อย ก็แล้วแต่สินค้าที่ขาย ซึ่งผมขายแค่อาทิตย์ละ 5-10 ชิ้นเท่านั้น และขายได้หมดทุกชิ้น
และลูกค้าหลายๆคนก็วนกลับมาซื้อเรื่อย ลูกค้าประจำก็มี "
เพราะผมวาง position สินค้าเพื่อจับกลุ่มคนทีมีรายได้ในระดับนึง"
ดังนั้นคนมีตังค์ ต่อให้เศรษฐกิจไม่ดี เค้าก็จะมีเงินมาซื้อครับ ถามว่าตอนปี 2008 กระทบมั้ย ก็มีนิดหน่อย กำไรลดลง แต่ก็ขายได้หมดทุกชิ้นอยู่ดี แทบไม่เหลือ
ต่อให้เหลือ อีกซักพักก็ขายออก
ถ้าขายของทั่วไป หาได้ง่ายๆในตลาดบ้านเรา มันก็ต้องมีคู่แข่งอยู่แล้ว ไปแข่งกันตายก็เท่านั้น
ลูกค้าไม่ได้มีแค่คนเดียวนะครับ เราจะเอาแค่ความคิดเรามาเป็นตัวตั้งไม่ได้ ทำได้อย่างเดียวคือทดสอบสินค้า ทดสอบตลาด
ถ้าเอาเท่าที่คิดมาตั้งอย่างเดียวโดยไม่ทดสอบ อย่างนี้จบครับ ทำธุรกิจยากและปัญหาของหาย ไม่แน่ใจว่าคุณ trudy มีจำนวนเท่าไหร่ ของผมทำมา 7 ปี มีหายชิ้นเดียว :o
ซึ่งมันก็มาจากที่ผมเคยคิดให้ดูนั่นแหละ ว่าโอกาสเกิดมันจะน้อยมาก จนแทบไม่มี ถ้าเราไม่ได้ขายแบบเน้นจำนวน
แต่ให้หันมาเน้นที่คุณค่าของสินค้าเป็นหลักมากกว่า... :wanwan003:
สินค้าราคาแพงมันจึง "
ไม่จำเป็นต้องขายได้ทุกวัน" แค่ "
ขายได้ทุกชิ้น"
ก็มีกำไรมากกว่าคนที่ขายได้เป็นพันชิ้นต่อเดือนด้วยซ้ำและที่บอกว่าคนไทยไม่ค่อยมีกำลังซื้อ อันนี้ผมขอเถียงครับ เพราะผมมีข้อมูลที่ได้มาจากการ "
ทดสอบจริง ขายจริง"
ซึ่งก็ขอ copy รูปจากที่ไปโพสต์ในอีกกระทู้มาใช้เลยแล้วกัน
(http://s28.postimg.org/dafs2x4a5/cap1.png)
ลองดูได้ครับ ขนาดสิ้นเดือนที่ยอดขายตกๆกัน ผมก็มี order เข้ามาทุกวัน กับการขายของในไทยนี่แหละ
บ้านเรา กำลังซื้อดีกว่าต่างประเทศซะอีก ผมทำมา 8-9 เดือน ก็ได้แบบที่เห็น
เดือนที่แล้วขายได้เกือบ 3 แสน ผมดูยังไงตลาดบ้านเรา กำลังซื้อตอนนี้สูงกว่าต่างประเทศแน่นอนครับ
และยิ่งที่บอกว่า "
ขายของให้ต่างชาติดีกว่า เงินบาทก็อ่อนค่าด้วย"
มันจะดีกว่ายังไงครับ??? :P
เพราะยิ่งเงินบาทอ่อน เราก็ยิ่งได้กำไรน้อยลง คิดง่ายๆ เมื่อก่อนขายของ $1 ได้ 45 บาท แต่ตอนนี้ $1 ได้ 30 บาท
หายไป 15 บาทแล้วถ้าสินค้าไม่เด็ดจริง เรียกราคาไม่ได้แน่นอน ตอนนี้ลองเอามาม่าไปขายราคาเดิมก็ได้กำไรลดลงบานเลย
ถ้าบอกว่ายิ่งอ่อน เค้าจะได้ซื้อแยะขึ้น มันก็วนกลับมาที่เดิมอีกว่าต้องขายของเพิ่มขึ้นอีก ปัญหาก็ยิ่งจะมากขึ้นไปอีก
แล้วสินค้ามันคืออะไร จำเป็นต้องซื้อหลายช้ินหรือเปล่า มันก็ต้องดูด้วย และไม่ใช่ทุกคนที่จะซื้อเพิ่มแน่นอน
ผมถึงได้บอกว่าตลาดบ้านเรา ไม่ได้น้อยหน้าต่างชาติเลย เผลอๆตอนนี้ดีกว่าด้วยซ้ำ ผมแค่ขยายตลาดก็เท่านั้น ถ้ามีปัญหาทางฝั่งไหน เราก็มีตะกร้าอีกใบมารองรับเราอยู่ก็เท่านั้นเอง :wanwan017:
ทุกอย่างที่ผมพูด ที่ผมเอามาแชร์ ได้จากการ "ทดลองและได้ผลแล้ว" เท่านั้นครับ ไม่มีการ "คิดเดาผลออกมาก่อน" แล้วเอามามโน สมมุติ นู่นนี่นั่น มาเล่าเป็นเรื่องราวแน่นอน
รายได้แต่ละคนน่าทึ่งอึ้งมาก
เรายังทำไม่ได้เลย
การเลือกสินค้ามาขายสำคัญมาก...
แนวคิดน่าสนใจ :wanwan003:
อ้างถึงจาก: loc.know ใน 05 สิงหาคม 2014, 17:51:11
อ้างถึงจาก: trudy ใน 05 สิงหาคม 2014, 11:33:24
พี่ก็คิดอย่างคุณ log.how แต่สินค้าที่กำไรดีๆ คนมันจะซื้อทุกวันเหรอ เดือนนี้ซื้อ เดือนหน้าอาจไม่ซื้อ
เนื่องจากพี่เป็นคนงกค่ะ พี่ก็เลยมีร้านขายของราคาแพงเป็นของสะสม กับ สินค้าที่คนต้องใช้ทุกเดือนแต่เป็น ราคาส่ง คือซือ้ 6 ชิ้นขึ้นไป
เป้าพี่กำไรวันละ 6000 บาท บางวันอาจไม่ถึง พี่ก็ต้องมาวิเคราะห์ลูกค้า สินค้า เศรษฐกิจ แต่กำไรสูงมันจะมาวันเสาร์ อาทิตย์ ก็ได้ตามเป้าตลอด
และพี่ก็คิดว่ากำลังซื้อของคนไทยไม่ค่อยมี ขายของให้ต่างชาติดีกว่า เงินบาทก็อ่อนค่าด้วย
ขอบตอบเท่าที่อ้างถึงแล้วกันนะครับ
พูดถึงในกรณีขายกับต่างประเทศด้วย ebay แล้วกันนะ
ของกำไรดีๆ มันมีคนซื้อทุกวันมั้ย ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ที่ผมขาย ผมขายเป็นอาทิตย์ bid จบเป็นอาทิตย์ๆไป ไม่ได้ตั้งแบบ fixed price
และทุกอาทิตย์ ผมก็ขายได้ตลอด ได้กำไรมาก หรือน้อย ก็แล้วแต่สินค้าที่ขาย ซึ่งผมขายแค่อาทิตย์ละ 5-10 ชิ้นเท่านั้น และขายได้หมดทุกชิ้น
และลูกค้าหลายๆคนก็วนกลับมาซื้อเรื่อย ลูกค้าประจำก็มี "เพราะผมวาง position สินค้าเพื่อจับกลุ่มคนทีมีรายได้ในระดับนึง"
ดังนั้นคนมีตังค์ ต่อให้เศรษฐกิจไม่ดี เค้าก็จะมีเงินมาซื้อครับ ถามว่าตอนปี 2008 กระทบมั้ย ก็มีนิดหน่อย กำไรลดลง แต่ก็ขายได้หมดทุกชิ้นอยู่ดี แทบไม่เหลือ
ต่อให้เหลือ อีกซักพักก็ขายออก
ถ้าขายของทั่วไป หาได้ง่ายๆในตลาดบ้านเรา มันก็ต้องมีคู่แข่งอยู่แล้ว ไปแข่งกันตายก็เท่านั้น
ลูกค้าไม่ได้มีแค่คนเดียวนะครับ เราจะเอาแค่ความคิดเรามาเป็นตัวตั้งไม่ได้ ทำได้อย่างเดียวคือทดสอบสินค้า ทดสอบตลาด
ถ้าเอาเท่าที่คิดมาตั้งอย่างเดียวโดยไม่ทดสอบ อย่างนี้จบครับ ทำธุรกิจยาก
และปัญหาของหาย ไม่แน่ใจว่าคุณ trudy มีจำนวนเท่าไหร่ ของผมทำมา 7 ปี มีหายชิ้นเดียว :o
ซึ่งมันก็มาจากที่ผมเคยคิดให้ดูนั่นแหละ ว่าโอกาสเกิดมันจะน้อยมาก จนแทบไม่มี ถ้าเราไม่ได้ขายแบบเน้นจำนวน
แต่ให้หันมาเน้นที่คุณค่าของสินค้าเป็นหลักมากกว่า... :wanwan003:
สินค้าราคาแพงมันจึง "ไม่จำเป็นต้องขายได้ทุกวัน" แค่ "ขายได้ทุกชิ้น" ก็มีกำไรมากกว่าคนที่ขายได้เป็นพันชิ้นต่อเดือนด้วยซ้ำ
และที่บอกว่าคนไทยไม่ค่อยมีกำลังซื้อ อันนี้ผมขอเถียงครับ เพราะผมมีข้อมูลที่ได้มาจากการ "ทดสอบจริง ขายจริง"
ซึ่งก็ขอ copy รูปจากที่ไปโพสต์ในอีกกระทู้มาใช้เลยแล้วกัน
(http://s28.postimg.org/dafs2x4a5/cap1.png)
ลองดูได้ครับ ขนาดสิ้นเดือนที่ยอดขายตกๆกัน ผมก็มี order เข้ามาทุกวัน กับการขายของในไทยนี่แหละ
บ้านเรา กำลังซื้อดีกว่าต่างประเทศซะอีก ผมทำมา 8-9 เดือน ก็ได้แบบที่เห็น
เดือนที่แล้วขายได้เกือบ 3 แสน ผมดูยังไงตลาดบ้านเรา กำลังซื้อตอนนี้สูงกว่าต่างประเทศแน่นอนครับ
และยิ่งที่บอกว่า "ขายของให้ต่างชาติดีกว่า เงินบาทก็อ่อนค่าด้วย"
มันจะดีกว่ายังไงครับ??? :P
เพราะยิ่งเงินบาทอ่อน เราก็ยิ่งได้กำไรน้อยลง
คิดง่ายๆ เมื่อก่อนขายของ $1 ได้ 45 บาท แต่ตอนนี้ $1 ได้ 30 บาท หายไป 15 บาทแล้ว
ถ้าสินค้าไม่เด็ดจริง เรียกราคาไม่ได้แน่นอน ตอนนี้ลองเอามาม่าไปขายราคาเดิมก็ได้กำไรลดลงบานเลย
ถ้าบอกว่ายิ่งอ่อน เค้าจะได้ซื้อแยะขึ้น มันก็วนกลับมาที่เดิมอีกว่าต้องขายของเพิ่มขึ้นอีก ปัญหาก็ยิ่งจะมากขึ้นไปอีก
แล้วสินค้ามันคืออะไร จำเป็นต้องซื้อหลายช้ินหรือเปล่า มันก็ต้องดูด้วย และไม่ใช่ทุกคนที่จะซื้อเพิ่มแน่นอน
ผมถึงได้บอกว่าตลาดบ้านเรา ไม่ได้น้อยหน้าต่างชาติเลย เผลอๆตอนนี้ดีกว่าด้วยซ้ำ ผมแค่ขยายตลาดก็เท่านั้น ถ้ามีปัญหาทางฝั่งไหน เราก็มีตะกร้าอีกใบมารองรับเราอยู่ก็เท่านั้นเอง :wanwan017:
ทุกอย่างที่ผมพูด ที่ผมเอามาแชร์ ได้จากการ "ทดลองและได้ผลแล้ว" เท่านั้นครับ ไม่มีการ "คิดเดาผลออกมาก่อน" แล้วเอามามโน สมมุติ นู่นนี่นั่น มาเล่าเป็นเรื่องราวแน่นอน
ขอบคุณคุณ loc.know ด้วยนะคะ ข้อเขียนของคุณ loc.know เป็น ไอเดียที่ดีมากค่ะ ขอโทษที่เขียนไม่ชัดเจน ทำให้นึกถึงตอนที่ทำ eBay ใหม่ๆ จะมาแชร์ประสบการณ์แบบที่ทำมาแล้วกัน
ทุกคนมีจุดอ่อนจุดแข็งต่างกัน ดังนั้นเราจะต้องหาจุดแข็งของเราให้เจอ
ประโยคที่ว่า
"พี่ก็คิดอย่างคุณ log.khow แต่สินค้าที่กำไรดีๆ คนมันจะซื้อทุกวันเหรอ เดือนนี้ซื้อ เดือนหน้าอาจไม่ซื้อ"
สินค้าพี่เป็นของสะสมราคาค่อนข้างสูง กำไรค่อนข้างดีมาก 10,000 กว่าบาทขึ้นไป แต่พี่ก็อยากเปิดร้านที่ขายสินค้าไทยตอนนั้นของสะสมใกล้หมดแล้ว
พี่ก็เลย
เปิดร้าน $30 shop สินค้าทุกอย่างราคา $30 ร้านอื่นอาจจะขายสินค้า A ราคา $ึ7 ต่อ 1ชิ้น แต่พี่ซื้อ 3 ชิ้นราคา $30 เพราะไม่มีคนส่งไปประเทศนี้ โดยมี ไอเดียจาก 30 บาท รักษาทุกโรค กำไรของสินค้าหนึ่งตัวต้องมากกว่า > 300 บาท หลังหักค่าใช้จ่าย
เนื่องจากพี่ไม่ได้ทำสินค้า ที่เป็น consumer product เป็นคนแรก คู่แข่งของพี่คือ คนที่สอนอบรม ebay ที่จบจากมหาวิทยาลัยอีเบย์ กับคนที่ออกหนังสือ ebay ที่ตีพิมพ์ซ้ำ มากกว่า 13 ครั้งพี่ก็เลือกประเทศที่เขาไม่ส่ง โดยอาศัยประสบการณ์จากการทำงานที่เมืองนอก ทำให้พี่ลดความร้อนแรงของการแข่งขันที่ตัดราคา ราคาก็สูงกว่าชาวบ้าน
ขาย ebay มา 5 ปี แล้วค่ะ ไม่เคยโดนโกง สินค้าไม่เคยหาย มีแต่สินค้าตีกลับเพราะคนรับไม่อยู่บ้าน มีที่ลูกค้าได้ของไม่ครบ ก็ให้ลูกค้าไปติดต่อศุลกากร
เปิดร้าน$30 shop วันดีคืนดีก็มีคนมา copy สินค้าทั้งภาพ ทั้งรูป :'( :'( ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนชื่อร้าน ขาย jewelry ที่ออกแบบเอง
เดือนที่แล้วขายได้เกือบ 3 แสน ผมดูยังไงตลาดบ้านเรา กำลังซื้อตอนนี้สูงกว่าต่างประเทศแน่นอนครับ
และยิ่งที่บอกว่า "ขายของให้ต่างชาติดีกว่า เงินบาทก็อ่อนค่าด้วย"
มันจะดีกว่ายังไงครับ???
เพราะยิ่งเงินบาทอ่อน เราก็ยิ่งได้กำไรน้อยลง"
ขึ้นอยู่กับ Product ที่จะขายและความสามารถในการแข่งขันของคนขาย ถ้าเป็นต้นทางจะดีมาก พี่ก็นึกถึงตัวพี่อีก เพราะพี่มีความถนัดแค่ 3 หมวด คือหมวดของสะสม หมวดเครื่องประดับ หมวดสุขภาพ
ขายที่เมืองไทย 2 หมวดหลังแข่งขันกันสูง ตัวพี่เมื่อมาดูต้นทุนของตัวเอง เช่น การเงิน และแรงงาน มีแค่พี่กับคนข้างบ้านที่ช่วย pack ของ อีกทั้งเพื่อนพี่ทำเว็บขายของหมวดความงามแต่เว็บก็ถูกโคลนนิ่ง copy สินค้าที่ขายเกือบทั้งร้าน
พี่ก็เลยไม่อยากขายของที่เมืองไทยเท่าไหร่ และมีเรื่องการเก็บภาษีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
"ที่บอกว่าขายของให้ต่างชาติดี เงินบาทก็อ่อนค่าด้วย
มันจะดีกว่ายังไงครับ???
เพราะยิ่งเงินบาทอ่อน เราก็ยิ่งได้กำไรน้อยลง""
ขอโทษทีเขียนตกไป ประโยคนี้ควรเขียนเป็น ตอนนี้ขายของให้ต่างชาติน่าจะมีรายได้ดีเพราะตอนนี้ค่าเงินบาทอ่อน
ค่าเงินบาท หมายถึง จำนวนเงินบาทที่ใช้นำไปแลกเปลี่ยนกับเงินตราต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ คนขายรับเงินจากลูกค้าเป็น $ อาจจะไม่ได้ rate 45 บาทต่อ $1 เหมือนสมัยก่อน แต่ก็ยังดีกว่า ตอนที่เงินบาทโดนโจมตีจากนักค้าเงิน ตอนนี้ได้ rate 31 บาทกว่าต่อ$1
:wanwan016:เห็นด้วยกับคุณ log.know นะคะการทำธุรกิจonline ควรจะมีรายรับหลายทาง พวกน้องควรดูคุณ log.know เป็นตัวอย่างนะคะ เขาอ่านแล้วคิดตาม วิเคราะห์ อย่าเชื่ออะไรทั้งหมด
พี่ตั้งใจจะเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ Online เมื่อเป็นธุรกิจ พี่ต้องทำกิจกรรมหลายอย่างไม่ใช่ขายของอย่างเดียว :wanwan003: :wanwan003:
เช่นลดต้นทุน ขยายตลาดไปเมืองจีน หา Potential Customers ให้เจอ นำเสนอสินค้าใหม่
นำคู่แข่งทางการค้า มาเป็นพันธมิตรทางการค้า เนื่องจากสินค้าบางตัวพี่กับคนขายอีกจ้าวเป็นคนกำหนดราคาตลาด
ส่วนใหญ่หลังวันที่ 15 ธค คนขายจาก US จะเดินทางมาไทย มาพม่า มาอินเดีย เพื่อฉลองปีใหม่และขายหาของสะสมมาขายสำหรับปีถัดไป พี่ก็จะไปตามแหล่งที่ฝรั่งชอบไปซื้อของเช่นสวนจตุจักร ดูว่าเขาซื้อแบบไหน สีอะไร พี่ก็ชวนคุย
การเปิดร้านค้าใหม่ของพี่ไม่ได้อาศัยโชคช่วยนะคะ
อย่างร้านสุดท้ายเป็นร้านขายยาที่ไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ เพราะพี่คิดว่ายังไงเศรษฐกิจดีหรือไม่ดี คนต้องซื้อยา
ยามี 7 กลุ่ม พี่เคยเขียน software ให้กับบริษัทยา ใช้แฟนที่มีพื้นฐานทางเภสัชและติดต่อตัวแทน พี่ใช้ชื่อแฟนที่เป็นคนต่างชาติเปิดร้าน พี่ก็ต้องหา 5 อันดับร้านขายยาดีที่สุดบน ebay และพี่ต้องเปรียบเทียบส่วนผสมของยาที่สนใจกับที่ขายในไทย ตอนทำ Business Plan แข่งขันพี่ทำเรื่องยาอีกเลยรู้ว่าต่างชาติเขานิยมใช้ยาอะไร เราไม่สามารถส่งยาขายที่เยอรมันได้.เพราะมีกฎหมายเรื่องนำเข้า Medical Product
ถ้าลูกค้าต้องการต้องเสียภาษีสูงค่ะ
หากน้องจะขายสินค้าอะไ รควรเริ่มจากสินค้าที่น้องมีความรู้เรื่องนั้นเป็นอย่างดี ทดลองขาย เช็คดูว่าเราสามารถทำกำไรและทำให้ลูกค้าพึงพอใจในสินค้าและบริการหรือไม่ หากต้องการขายสินค้าชนิดใหม่ที่เป็นสินค้าที่ได้กำไรสูงตลาดต้องการแต่น้องยังไม่มีความรู้ในสินค้าชิ้นนั้น หาความรู้เพิ่มเติมนะคะ
ของพี่จะเป็นเรื่องการค้าระหว่างประเทศ สินค้าต้องห้ามในแต่ละประเทศ ไปอบรม หรืออ่านหนังสือ หรือถามผู้รู้ เริ่มจากขายที่เมืองไทยก่อนก็ได้
ตัวอย่างการหาสินค้ามาขาย
ยาที่ขายดีตอนนี้ก็เป็นยาที่เพิ่มความแข็งตัวของเพศชาย คนขายไทยก็มี 2 จ้าวที่พี่บอกมา ขายดีแต่ก็ได้ Negative Feedback มา :wanwan012:
หากพี่อยากขายยาตัวนี้ พี่ต้องรู้ว่า ยาประเภทนี้ใช้อย่างไร จึงจะได้ผล product description ของพี่ต้องเขียนชัดเจน
พี่ขายยี่ห้อไม่เหมือนเขานะคะ เพราะคนขายไทยรายย่อยขายตาม 2 จ้าวนี้แล้ว พี่ไม่ชอบการตัดราคาและยี่ห้อที่พี่ขายไม่มีขายที่เมืองไทย
หรือใครขาย ครีมพิษผึ้ง bee venom ที่จริงมันทำจากพิษงูชนิดหนึ่งไม่ได้มาจากผึ้ง ช่วยในเรื่อง Anti Ageing หากเขียนทำมาจากพิษงูคนคงไม่กล้าใช้
ส่วนใหญ่ใช้มาร์คหน้าแล้วจะหน้าเด้ง แต่บางคนก็แพ้นะคะ หน้าจะลอก
ดังนั้นก็ควรให้ลูกค้าทดสอบทาที่มือก่อน ถ้าผิวไม่เปลี่ยนเป็นสีแดงและลอกคงใช้กับหน้าได้ :wanwan035:
/color]
ตัวพี่ก็ใช้เวลา 2 ชมต่อวันในการหา niche product พี่เตรียมตัว 1 เดือนก่อนทำ IM ค่ะ :wanwan044: :wanwan044: :wanwan044: :wanwan044:
Good Luck นะคะ :wanwan007: :wanwan007:
กำลังหาอยู่ ว่าจะโพสถาม มาเจอะที่ จุดประกายจริง ๆ ไอเดียวเยอะมาก ๆ :wanwan017:
ลองเปลี่ยนแนวทำ affilate มาได้สักพักแล้ว พวกสินค้าลดราคาตามร้านต่างประเทศก็มีคนสนใจซื้อเยอะนะ
เสื้อผ้าครับ วันนึงได้เป็นหมื่นไม่ต้องคิดไรมาก
ยิ่งทำใหญ่เท่าไรกำไรยิ่งได้มากเท่านั้น
เก็บความรู้ไว้ก่อน :wanwan014: