ยากมาก ยังไปไม่ถึงไหนเลย กรรม :wanwan035:
อยากจะบอกว่า ไม่ไปไหนเหมือนกัน :wanwan009:
ผมไม่รู้คุณศึกษาจากช่องทางไหน หนังสือหรือเว็บไซต์ แต่ผมอยากจะบอกว่ามันสำคัญสำหรับคนเริ่มต้นมากๆ เพราะบางเ้จ้าจะเขียนเข้าใจง่าย บางเจ้าจะเขียนเข้าใจยาก
:wanwan017:
อ้างถึงจาก: p44n ใน 20 มิถุนายน 2013, 23:13:31
ผมไม่รู้คุณศึกษาจากช่องทางไหน หนังสือหรือเว็บไซต์ แต่ผมอยากจะบอกว่ามันสำคัญสำหรับคนเริ่มต้นมากๆ เพราะบางเ้จ้าจะเขียนเข้าใจง่าย บางเจ้าจะเขียนเข้าใจยาก
:wanwan017:
อั๊ยย่ะ ท่านรับสอนด้วย :-[
บรรดาภาษาทั้งหลาย php ง่ายสุดแล้วครับ
ประกาศตัวแปรดิบๆ เอามาใช้ได้เลย
<?
$a=1;
$b=2;
$sum=$a+$b;
echo $sum; // ผลลัพธ์คือ 3
?>
ผมว่าง่ายมากเลยนะครับ
ลองดูที่เว็บ http://www.ninenik.com นะครับ
ผมหัดมา 2 ปีแล้วครับ ... :'(
เรียนPHPหรือโปรแกรมเมอร์ บางทีก็อยู่ที่หัวสมองนะครับ
ยกตัวอย่าง เช่น
ผมกับเพื่อน เรียน PHPพร้อมกัน แต่เพื่อนมันเก่งกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นfunctionยากๆ โค้ดPHPซับซ้อน เพื่อนมันดูแป๊บเดียว ทำได้หมด ในขณะที่ตัวเองยังนั่งงม ไม่หาย
เพื่อน >> สมองมันเร็ว มันทำPHPแป๊บเดียวเสร็จ
ตัวเรา >> ทำช้า เสร็จเหมือนกัน แต่ต้องพยายามมากกว่าเขา3เท่า และใช้เวลามากกว่า
เคยได้ยินไหม (เรียนแล้วหัวไม่ไป....แต่คนอื่นไป เขาทำได้ลื่นๆ) ต้องพยายามมากกว่าเขา3เท่าครับ ถึงจะทำได้
:wanwan003:
อ้างถึงจาก: danisthai ใน 20 มิถุนายน 2013, 23:18:30
เรียนPHPหรือโปรแกรมเมอร์ บางทีก็อยู่ที่หัวสมองนะครับ
ยกตัวอย่าง เช่น
ผมกับเพื่อน เรียน PHPพร้อมกัน แต่เพื่อนมันเก่งกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นfunctionยากๆ โค้ดPHPซับซ้อน เพื่อนมันดูแป๊บเดียว ทำได้หมด ในขณะที่ตัวเองยังนั่งงม ไม่หาย
เพื่อน >> สมองมันเร็ว มันทำPHPแป๊บเดียวเสร็จ
ตัวเรา >> ทำช้า เสร็จเหมือนกัน แต่ต้องพยายามมากกว่าเขา3เท่า และใช้เวลามากกว่า
เคยได้ยินไหม (เรียนแล้วหัวไม่ไป....แต่คนอื่นไป เขาทำได้ลื่นๆ) ต้องพยายามมากกว่าเขา3เท่าครับ ถึงจะทำได้
:wanwan003:
ผมไม่เชื่ออย่างนั้น ผมว่าทุกคนเราเท่ากัน ถ้าตั้งใจ อิๆ
อยู่ที่อาจารย์ กับ ความรักในรายวิชาครับ ถ้าเราทำใจให้รักมัน เดี๋ยวมันจะง่ายเองครับ ผมเชื่ออย่างงั้น
ฝึกฝนบ่อยๆครับ สู้ๆ :wanwan003:
อ้างถึงจาก: ICheer_No0M ใน 20 มิถุนายน 2013, 23:24:38
ฝึกฝนบ่อยๆครับ สู้ๆ :wanwan003:
ถ้าเป็นผู้หญิงผมขอเป็นแฟนแล้วครับ อิๆ :-[
อ้างถึงจาก: esanza.com ใน 20 มิถุนายน 2013, 23:16:12
บรรดาภาษาทั้งหลาย php ง่ายสุดแล้วครับ
ประกาศตัวแปรดิบๆ เอามาใช้ได้เลย
<?
$a=1;
$b=2;
$sum=$a+$b;
echo $sum; // ผลลัพธ์คือ 3
?>
ผมว่าง่ายมากเลยนะครับ
ลองดูที่เว็บ http://www.ninenik.com นะครับ
เขียนแบบพื้นๆ => ใช่ครับ ง่าย (รึเปล่า ?)
ผมไม่เคยรู้สึกว่า PHP ง่ายนะ
แยกกันดีๆครับ ระหว่าง "เขียนได้" กับ "เขียนเป็น" ต่างกันเยอะนะครับ
Programming อย่างเดียวที่คุณจะเหนือคนอื่น คือ "ชั่วโมงบิน" ครับกลับบ้านมาตั้งหน้าตั้งตาเขียนไปเลย โจทย์ก็เห็นๆกันอยู่ นึกง่ายๆ เขียน Forums แบบ SMF ก็ได้
ค่อยๆเพิ่มทีละ step ตอนแรกมี register,login วันต่อมามีระบบ priviledge แยก class บลาๆๆๆๆ เพิ่มไปเรื่อยๆทีละนิด ผมว่ายังไงก็ทำได้
ตอนเรียนก็ตั้งใจเรียน อาจารย์สั่งให้ทำอะไร ก็อย่าไปทำตามแบบอาจารย์เป๊ะ นั่งทำเองคนเดียว จนกว่าจะได้ หาวิธีใหม่ๆไปเรื่อยๆ
Programming ผลลัพธุ์เหมือนกัน เขียนต่างกัน ไม่ถือว่าผิดครับ แต่ต้องรู้ว่า ต่างกัน ทำไมถึงต่างกัน แล้ว "แบบไหน" มันดีกว่า
ผมเคยแข่งกับเพื่อนนะ ย่อ code จาก 10-20 บรรทัด เหลือ 3 บรรทัด อะไรแบบนี้ (อันนี้ไม่แนะนำ มันอ่านยาก "แต่" ถ้าคุณทำได้ คุณจะพบว่ามันง่ายที่จะหาเส้นทางใหม่ให้ตัวเอง)
Programmer ที่ดี คือเขียน code ให้คนอื่นอ่านได้เข้าใจง่าย แต่ยังคงมีประสิทธิภาพฮะ ไม่ใช่ทำให้เสร็จไปวันๆ
อ้างถึงจาก: esanza.com ใน 20 มิถุนายน 2013, 23:16:12
บรรดาภาษาทั้งหลาย php ง่ายสุดแล้วครับ
ประกาศตัวแปรดิบๆ เอามาใช้ได้เลย
<?
$a=1;
$b=2;
$sum=$a+$b;
echo $sum; // ผลลัพธ์คือ 3
?>
ผมว่าง่ายมากเลยนะครับ
ลองดูที่เว็บ http://www.ninenik.com นะครับ
เวบนี้สุดยอดมากครับ :wanwan022:
วิธีเรียนพวกโปรแกรมมิ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับผมคือ ดูตามตัวอย่างแล้วลองเอามาดัดแปลงครับ
สงสัยตรงไหนก็ค่อยเอาไปเสิร์ชอากู๋ทีละจุด trial and error เรื่อยๆ เด๋วก็แก่ประสบการณ์เอง :'(
อ้างถึงจาก: LIEWnetwork ใน 21 มิถุนายน 2013, 00:01:43
วิธีเรียนพวกโปรแกรมมิ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับผมคือ ดูตามตัวอย่างแล้วลองเอามาดัดแปลงครับ
สงสัยตรงไหนก็ค่อยเอาไปเสิร์ชอากู๋ทีละจุด trial and error เรื่อยๆ เด๋วก็แก่ประสบการณ์เอง :'(
สู้ตายครับ :wanwan008:
www.codeacademy.com (http://www.codeacademy.com) โลดครับ ด่วน
อยากจะบอกว่า ก่อนจะมาจับ php ให้หาหนังสือภาษา C มาอ่านก่อนครับ...แล้วจะเข้าใจอะไรมากขึ้น (แบบว่าผมเริ่มจาก C แล้วมา html และมา asp สุดท้ายจบที่ php แจ่มที่สวดแล้ว)
จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย
ผมก็อบคติคนนึงมา
echo 'เพราะมันยากเราก็เลยไม่ทำ พอไม่ทำมันก็ยิ่งยาก';
55
อีกอย่าง ลืมไป PHP ไม่สามารถส่งงานให้ลูกค้าได้ ต้องอาศัยใบบุญ CSS JAVA Jquery Freamwork
ผมแบ่งคนเขียนโปรแกรมออกเป็น 3 ระดับคือ เขียนได้ เขียนเป็น และเขียนเก่งครับ
- เขียนได้นี่คือระดับที่ รู้ syntax ของภาษานั้น เขียนอะไรนิดๆหน่อยๆได้ บวกลบคูณหาร เอาโค้ดมาแปะเองได้
อันนี้คือระดับพื้นฐานเริ่มต้นทั่วไปครับ ระดับนี้มีเยอะครับ
คือรู้แค่ syntax รู้คำสั่ง if else, loop ต่างๆว่าเขียนยังงัย
แต่ให้โจทย์ไป เขียนแก้ปัญหาเองไม่ได้ ยังตีโจทย์ มองโจทย์ไม่ออก
- เขียนเป็น นี่คือพื้นฐานโปรแกรมมิ่งต้องมีในระดับหนึ่ง มองโจทย์แล้วนึกอัลกอรึทึ่มและ Flow การทำงานในการแก้ปัญหาได้
สามารถเขียนโปรแกรมเพื่อแก้ตามความต้องการเองได้ อันนี้คือระดับโปรแกรมเมอร์ทั่วไปครับ
- เขียนเก่ง อันนี้คือจากระดับเขียนเป็นแล้ว ฝึกฝนชั่วโมงบิน ประสบการณ์การเจอลักษณะโจทย์ปัญหาประเภทต่างๆมาเยอะ
สามารถเขียนแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรน้อย และ Bug ให้น้อยทีสุดหรือแทบไม่มี เขียน code อย่างเป็นระบบ
ให้คนอื่นสามารถอ่าน ทำความเข้าใจได้ง่าย
ยกตัวอย่าง บางปัญหา เขียนโปรแกรมแก้ได้ผลลัพธ์เหมือนกัน คนเขียนทั่วไปอาจใช้วนลูป 3 ลูปซ้อนกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์
แต่คนเขียนเก่งๆ ประสบการณ์สูง อาจมองมองออกว่าใช้แค่ 2 ลูปก็สามารถแก้ปัญหาได้แล้ว เป็นต้น (n^3 กับ n^2 ประสิทธิภาพต่างกันลิบเลยนะครับ)
อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมากๆ ก็คือการจัดการกับ error ที่เกิดขึ้น (error handling)
ถ้าคนเขียนโปรแกรมเป็น เอาแค่ให้ได้ผลลัพธ์อย่างเดียว เขียนลวกๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงจุดนี้ โปรแกรมจะมี bug เยอะมากๆครับ
ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นเขียนช่องให้กรอกข้อมูลตัวเลข คุณต้องคิดแล้วว่า
ถ้ากรอกตัวอักษรมา คุณต้องทำอย่างไร ถ้ากรอกผิด จะต้องจัดการอย่างไร เป็นต้นครับ
คือคิดทุกทางที่มันจะทำให้เกิด error และเขียนป้องกันซะ
การเขียนโปรแกรม ไม่มีทางลัดครับ ต้องชอบ ต้องขลุกกับมันจริงๆ ตั้งใจอ่าน ทำความเข้าใจ และฝึกฝนทักษะไปเรื่อยๆครับ
แต่ถ้าคุณเป็นคนหัวไว และได้อาจารย์ดี ก็จะสามารถพัฒนาได้เร็วขึ้นมากครับ
ส่วนตัวผมก็เคยเป็นโปรแกรมเมอร์มาหลายปี เจอโปรแกรมเมอร์มาหลายแบบครับ
บางคนนีระดับโคตรเก่งเลยครับ อายุไม่มากแต่ขึ้นไปถึงระดับสูงๆ
บางปัญหา ผมนั่งงมครึ่งวันไม่ออก ไปถามมัน มันดูแป๊บเดียว นี่พี่ก็ทำอย่างงี้ๆๆสิ โอ้วแสด เก่งโคตร
ที่สังเกตได้คือนอกจากหัวดี หัวไวแล้ว คนพวกนี้ขยันมากครับ หาความรู้ใหม่ๆเข้าหัวตลอด
มี Framework อะไรใหม่ๆน่าสนใจ มันเอามาเสนอในห้องประชุมตลอด
บางคนนี่หัวไม่ไปเลยจริงๆก็มี คือรู้ทฤษฎี รู้ syntax หมด ตอนสัมภาษณ์ตอบได้หมด
แต่พอเข้ามาทำงานจริง เขียนไม่ได้เลย คือไม่สามารถตีโจทย์แก้ปัญหาได้ ก็มีนะครับ สุดท้ายก็ไม่ผ่านโปร
อ้างถึงจาก: dotnetz ใน 21 มิถุนายน 2013, 00:55:07
ผมแบ่งคนเขียนโปรแกรมออกเป็น 3 ระดับคือ เขียนได้ เขียนเป็น และเขียนเก่งครับ
- เขียนได้นี่คือระดับที่ รู้ syntax ของภาษานั้น เขียนอะไรนิดๆหน่อยๆได้ บวกลบคูณหาร เอาโค้ดมาแปะเองได้
อันนี้คือระดับพื้นฐานเริ่มต้นทั่วไปครับ ระดับนี้มีเยอะครับ
คือรู้แค่ syntax รู้คำสั่ง if else, loop ต่างๆว่าเขียนยังงัย
แต่ให้โจทย์ไป เขียนแก้ปัญหาเองไม่ได้ ยังตีโจทย์ มองโจทย์ไม่ออก
- เขียนเป็น นี่คือพื้นฐานโปรแกรมมิ่งต้องมีในระดับหนึ่ง มองโจทย์แล้วนึกอัลกอรึทึ่มและ Flow การทำงานในการแก้ปัญหาได้
สามารถเขียนโปรแกรมเพื่อแก้ตามความต้องการเองได้ อันนี้คือระดับโปรแกรมเมอร์ทั่วไปครับ
- เขียนเก่ง อันนี้คือจากระดับเขียนเป็นแล้ว ฝึกฝนชั่วโมงบิน ประสบการณ์การเจอลักษณะโจทย์ปัญหาประเภทต่างๆมาเยอะ
สามารถเขียนแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรน้อย และ Bug ให้น้อยทีสุดหรือแทบไม่มี เขียน code อย่างเป็นระบบ
ให้คนอื่นสามารถอ่าน ทำความเข้าใจได้ง่าย
ยกตัวอย่าง บางปัญหา เขียนโปรแกรมแก้ได้ผลลัพธ์เหมือนกัน คนเขียนทั่วไปอาจใช้วนลูป 3 ลูปซ้อนกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์
แต่คนเขียนเก่งๆ ประสบการณ์สูง อาจมองมองออกว่าใช้แค่ 2 ลูปก็สามารถแก้ปัญหาได้แล้ว เป็นต้น (n^3 กับ n^2 ประสิทธิภาพต่างกันลิบเลยนะครับ)
อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมากๆ ก็คือการจัดการกับ error ที่เกิดขึ้น (error handling)
ถ้าคนเขียนโปรแกรมเป็น เอาแค่ให้ได้ผลลัพธ์อย่างเดียว เขียนลวกๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงจุดนี้ โปรแกรมจะมี bug เยอะมากๆครับ
ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นเขียนช่องให้กรอกข้อมูลตัวเลข คุณต้องคิดแล้วว่า
ถ้ากรอกตัวอักษรมา คุณต้องทำอย่างไร ถ้ากรอกผิด จะต้องจัดการอย่างไร เป็นต้นครับ
คือคิดทุกทางที่มันจะทำให้เกิด error และเขียนป้องกันซะ
การเขียนโปรแกรม ไม่มีทางลัดครับ ต้องชอบ ต้องขลุกกับมันจริงๆ ตั้งใจอ่าน ทำความเข้าใจ และฝึกฝนทักษะไปเรื่อยๆครับ
แต่ถ้าคุณเป็นคนหัวไว และได้อาจารย์ดี ก็จะสามารถพัฒนาได้เร็วขึ้นมากครับ
ส่วนตัวผมก็เคยเป็นโปรแกรมเมอร์มาหลายปี เจอโปรแกรมเมอร์มาหลายแบบครับ
บางคนนีระดับโคตรเก่งเลยครับ อายุไม่มากแต่ขึ้นไปถึงระดับสูงๆ
บางปัญหา ผมนั่งงมครึ่งวันไม่ออก ไปถามมัน มันดูแป๊บเดียว นี่พี่ก็ทำอย่างงี้ๆๆสิ โอ้วแสด เก่งโคตร
ที่สังเกตได้คือนอกจากหัวดี หัวไวแล้ว คนพวกนี้ขยันมากครับ หาความรู้ใหม่ๆเข้าหัวตลอด
มี Framework อะไรใหม่ๆน่าสนใจ มันเอามาเสนอในห้องประชุมตลอด
บางคนนี่หัวไม่ไปเลยจริงๆก็มี คือรู้ทฤษฎี รู้ syntax หมด ตอนสัมภาษณ์ตอบได้หมด
แต่พอเข้ามาทำงานจริง เขียนไม่ได้เลย คือไม่สามารถตีโจทย์แก้ปัญหาได้ ก็มีนะครับ สุดท้ายก็ไม่ผ่านโปร
ตามนี้เลยฮ่ะ
อีกอย่างนึงที่ programmer ควรมีคือ design pattern ครับ และการจัดหมวดหมู่พวก global parameter ต่างๆครับ
ไม่ใช่รู้อย่างเดียว แต่ต้องเอาไปใช้ให้ถูก ใช้ให้ตลอด
โลกของความเป็นจริง requirement แมร่งจะเปลี่ยนแปลงเสมอ
เช่น เปลียน datetime format ผมเคยโดนให้เปลี่ยน format โดยที่ โปรเจคไม่ได้แยก global parameter เลย
ต้องนั่งเทส นั่งหาจุดที่ต้องเข้าไปแก้เลือดตาแทบทะลัก เขียนก็ไม่ได้เขียนเลยรู้โครงสร้างโปรเจคนิดหน่อย ต้องนั่งไล่ทีละ process ว่าแมร่งไปพ่วงกะส่วนไหนบ้าง แทบร้อง
:wanwan035:
มั่วให้ถึงที่สุดก่อนครับ ได้ลองถึงได้รู้
ผมไม่รู้เรื่องเลยเวลาโมเว็บก็เอาโค้ดตรงนั่นมาใส่ตรงนี้ลบตรงนี้เพิ่มตรงนั่น
มั่วเลยครับมั่วเรื่อยๆ แล้วจะเข้าใจเอง (แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจเท่าไหร่แฮะ) :P
อ้างถึงจาก: MapTwoZa ใน 21 มิถุนายน 2013, 01:11:17
อีกอย่างนึงที่ programmer ควรมีคือ design pattern ครับ และการจัดหมวดหมู่พวก global parameter ต่างๆครับ
ไม่ใช่รู้อย่างเดียว แต่ต้องเอาไปใช้ให้ถูก ใช้ให้ตลอด
โลกของความเป็นจริง requirement แมร่งจะเปลี่ยนแปลงเสมอ
เช่น เปลียน datetime format ผมเคยโดนให้เปลี่ยน format โดยที่ โปรเจคไม่ได้แยก global parameter เลย
ต้องนั่งเทส นั่งหาจุดที่ต้องเข้าไปแก้เลือดตาแทบทะลัก เขียนก็ไม่ได้เขียนเลยรู้โครงสร้างโปรเจคนิดหน่อย ต้องนั่งไล่ทีละ process ว่าแมร่งไปพ่วงกะส่วนไหนบ้าง แทบร้อง
:wanwan035:
ใช่ครับ Design Pattern นี่เรียนกันเป็นวิชานึงของสาขาวิทย์-คอมเลยครับ
เป็นการสอนพวก Pattern ในการแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งมีคนเคยแก้ไว้แล้ว และได้รับการพิสูจน์ว่า pattern ในการแก้ปัญหาแบบนี้ ดีที่สุดสำหรับปัญหาลักษณะนี้
คือต้องมองโจทย์ให้ออกว่าปัญหาลักษณะนี้ควรจะ match กับ pattern ไหนได้บ้าง เอาไปประยุกต์ใช้ให้ดี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ตอนผมเรียนโทนี่ ถือว่าโคตรโหดเลยครับวิชานี้ :'(
อ้างถึงจาก: dotnetz ใน 21 มิถุนายน 2013, 00:55:07
ผมแบ่งคนเขียนโปรแกรมออกเป็น 3 ระดับคือ เขียนได้ เขียนเป็น และเขียนเก่งครับ
- เขียนได้นี่คือระดับที่ รู้ syntax ของภาษานั้น เขียนอะไรนิดๆหน่อยๆได้ บวกลบคูณหาร เอาโค้ดมาแปะเองได้
อันนี้คือระดับพื้นฐานเริ่มต้นทั่วไปครับ ระดับนี้มีเยอะครับ
คือรู้แค่ syntax รู้คำสั่ง if else, loop ต่างๆว่าเขียนยังงัย
แต่ให้โจทย์ไป เขียนแก้ปัญหาเองไม่ได้ ยังตีโจทย์ มองโจทย์ไม่ออก
- เขียนเป็น นี่คือพื้นฐานโปรแกรมมิ่งต้องมีในระดับหนึ่ง มองโจทย์แล้วนึกอัลกอรึทึ่มและ Flow การทำงานในการแก้ปัญหาได้
สามารถเขียนโปรแกรมเพื่อแก้ตามความต้องการเองได้ อันนี้คือระดับโปรแกรมเมอร์ทั่วไปครับ
- เขียนเก่ง อันนี้คือจากระดับเขียนเป็นแล้ว ฝึกฝนชั่วโมงบิน ประสบการณ์การเจอลักษณะโจทย์ปัญหาประเภทต่างๆมาเยอะ
สามารถเขียนแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรน้อย และ Bug ให้น้อยทีสุดหรือแทบไม่มี เขียน code อย่างเป็นระบบ
ให้คนอื่นสามารถอ่าน ทำความเข้าใจได้ง่าย
ยกตัวอย่าง บางปัญหา เขียนโปรแกรมแก้ได้ผลลัพธ์เหมือนกัน คนเขียนทั่วไปอาจใช้วนลูป 3 ลูปซ้อนกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์
แต่คนเขียนเก่งๆ ประสบการณ์สูง อาจมองมองออกว่าใช้แค่ 2 ลูปก็สามารถแก้ปัญหาได้แล้ว เป็นต้น (n^3 กับ n^2 ประสิทธิภาพต่างกันลิบเลยนะครับ)
อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมากๆ ก็คือการจัดการกับ error ที่เกิดขึ้น (error handling)
ถ้าคนเขียนโปรแกรมเป็น เอาแค่ให้ได้ผลลัพธ์อย่างเดียว เขียนลวกๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงจุดนี้ โปรแกรมจะมี bug เยอะมากๆครับ
ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นเขียนช่องให้กรอกข้อมูลตัวเลข คุณต้องคิดแล้วว่า
ถ้ากรอกตัวอักษรมา คุณต้องทำอย่างไร ถ้ากรอกผิด จะต้องจัดการอย่างไร เป็นต้นครับ
คือคิดทุกทางที่มันจะทำให้เกิด error และเขียนป้องกันซะ
การเขียนโปรแกรม ไม่มีทางลัดครับ ต้องชอบ ต้องขลุกกับมันจริงๆ ตั้งใจอ่าน ทำความเข้าใจ และฝึกฝนทักษะไปเรื่อยๆครับ
แต่ถ้าคุณเป็นคนหัวไว และได้อาจารย์ดี ก็จะสามารถพัฒนาได้เร็วขึ้นมากครับ
ส่วนตัวผมก็เคยเป็นโปรแกรมเมอร์มาหลายปี เจอโปรแกรมเมอร์มาหลายแบบครับ
บางคนนีระดับโคตรเก่งเลยครับ อายุไม่มากแต่ขึ้นไปถึงระดับสูงๆ
บางปัญหา ผมนั่งงมครึ่งวันไม่ออก ไปถามมัน มันดูแป๊บเดียว นี่พี่ก็ทำอย่างงี้ๆๆสิ โอ้วแสด เก่งโคตร
ที่สังเกตได้คือนอกจากหัวดี หัวไวแล้ว คนพวกนี้ขยันมากครับ หาความรู้ใหม่ๆเข้าหัวตลอด
มี Framework อะไรใหม่ๆน่าสนใจ มันเอามาเสนอในห้องประชุมตลอด
บางคนนี่หัวไม่ไปเลยจริงๆก็มี คือรู้ทฤษฎี รู้ syntax หมด ตอนสัมภาษณ์ตอบได้หมด
แต่พอเข้ามาทำงานจริง เขียนไม่ได้เลย คือไม่สามารถตีโจทย์แก้ปัญหาได้ ก็มีนะครับ สุดท้ายก็ไม่ผ่านโปร
ผมสนใจอยากเขียนเป็นเหมือนกัน ว่าแต่พอจะแนะนำหนังสือที่เข้าใจง่ายได้ไหมครับ จะได้ปูพื้นให้ดีไปเลย
:wanwan013:ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
อ้างถึงจาก: VadiForte ใน 21 มิถุนายน 2013, 00:04:58
www.codeacademy.com (http://www.codeacademy.com) โลดครับ ด่วน
งง ครับ คนไม่เป็นเลยอย่างผม เข้าไปแค่หัวข้อแรกก็ยังไม่ผ่านเลย :P
ขึ้นอยู่ที่ความกระตือรือร้นครับ
ผมเขียน PHP มา 10 ปี มีทั้งยาก ทั้งง่าย
ทุกวันนี้ วันไหนไม่กระตือรือร้น เขียนยังไงมันก็ยาก ไม่เสร็จซะที
วันไหน ตั้งใจเขียน มันก็เขียนแป๊บเดียวเสร็จ ^^
:wanwan003: สู้ๆนะครับ
มันเป็นศิลปะครับ
:wanwan004:
ค่อยๆศึกษา แล้วทำตามตัวอย่างเดี๋ยวก็เป็น
ความคิดผม สามารถศึกษาทำกันได้ครับ ไม่ว่าคนหัวเร็ว หัวช้า เพียงแต่ข้อหนึ่งที่ผมจะยึดถือประจำใจ คือ ต้องไม่ท้อ ถ้าต้องการเรียนรู้ คนอื่นเขาอาจจะทำได้ใน 1 วัน เราอาจจะทำได้ใน 1 สัปดาห์ แต่ผลสุดท้าย เราก็จะทำได้ครับผม เป็นกำลังใจให้นะครับ
กำกู๊ๆๆๆๆๆๆๆ ผมเพิ่งจะลง แข่ง web design php ทั้งนั้น ฮ่าๆๆๆๆ
ติดตรงไหน งงตรงไหน Pm มาถามได้น่ะครับ ผมพอเขียนเป็นอยู่บ้าง ถ้าตอบได้หรือมีเวลาจะช่วยตอบให้ครับ แต่ผมก็ไม่ได้เทพอะไรน่ะครับ :P
ไม่มีอะไรยากเกินความตั้งใจครับ สู้ๆ :wanwan003:
ยังจำคำๆ หนึ่ง ได้เสมอๆๆๆ "ทำบ่อยๆ เดี๋ยวเก่งเอง" พรแสวงอยู่เหนือพรสวรรค์
มีพรสวรรค์อาจจะโชคดีหน่อย แต่ขี้เกรียจก็สู้พรแสวงไม่ได้
อ้างถึงProgramming ผลลัพธุ์เหมือนกัน เขียนต่างกัน ไม่ถือว่าผิดครับ
อันนี้ผิดเต็มๆเลยผม ได้ 0 คะแนนจากการทำแบบทดสอบตอนเรียนครับ
เขียน ไม่เหมือนอาจารย์สอน แต่ผลลัพธ์ออกมาได้เหมือนกัน เลยโดนข้อหาหมันไส้ โดนอาจารย์ เขียน เลข 0 เกือบเท่ากระดาษ A4
เรียน php โจทย์เดียวกัน ผลลัพธ์แต่ละคนได้เหมือนกันครับ แต่เวลาที่ใช้ทำมันต่างกันแค่นั้นเอง :wanwan004:
งานด้านนี้มันต้องอาศัยความ ถึก ความอดทน แล้วก็กำลังใจครับ เห็นคนอื่นไปได้ไวกว่า อย่าไปท้อครับ เราศึกษาของเราไป ซักวันก็ได้แบบเขาครับ
จุดยากของ php และ weak type language ทั้งหลายคือไม่มี autocomplete มากเท่ากับภาษาอย่าง .net java
แต่ก็มีแนวทางการเขียนที่เรียบง่ายกว่าคือ echo var_dump var_export ตัวแปรมาดูกันตรงๆ และทำงานเห็นผลลัพธ์รวดเร็วกว่าภาษาที่ต้อง compile ทั้งชุดก่อน
อีกจุดนึงก็คือการค้นหา ก็ค้นหาจาก php manual นั่นแหละครับ จากนั้นก็ mysql manual, dbms manual อื่นๆ นอกนั้นก็ basic php language นิดหน่อย ที่เหลือมีแค่ logic ที่ต้องตีโจทย์ให้ออกครับ
อ้างถึงจาก: LuisllSuarez ใน 20 มิถุนายน 2013, 23:08:36
ยากมาก ยังไปไม่ถึงไหนเลย กรรม :wanwan035:
จำหลักการมันไว้ไม่ต้อง จำ ฟังชั่นหรือโค๊ดทั้งหมดก็ได้
จะได้ไม่รูสึกยาก
หาสคริปแจกมาหัดโมเอาก็ได้ครับ ทำไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ทำได้เอง
ผมยังจำไม่ได้หมด แต่เขียเว็บออกมาได้
สุดท้ายจะเกิดไม่เกิดอยู่ที่ การทำ seo / การตลาด
ความเห็นส่วนตัว อาจคิดผิดก็ได้ครับ
จากที่ผมเรียน c# > ยากโคตร vb > ยาก java oop > กลางๆ php > ง่าย และ ColdFusion ง่ายมากกก
อ้างถึงจาก: LuisllSuarez ใน 20 มิถุนายน 2013, 23:08:36
ยากมาก ยังไปไม่ถึงไหนเลย กรรม :wanwan035:
ผมว่าไม่ยากนะ
จริงๆแล้วเวลาหัดไม่ต้องไปคิดว่าต้องอ่านหนังสือจบเล่มก่อนแล้วค่อยเขียนนะ
หัดตามมันไปทีละหน้าให้เข้าใจไปเลย
ผมจบวิศวคอมมา ผมเขียนโปรแกรมถือว่าเก่งนะครับแต่ว่าผมจำ source code บางอย่างไม่ได้เลยครับ
ผมจะคุ้นๆ อยู่ในหัวเท่านั้นเอง ว่ามันเรียกว่าอะไร แล้วก็ค้น google หา source code มาประติดประต่อแก้ไข
และหัวผมจะมีแค่หลักการในการเขียนเท่านั้นเอง
ส่วนโค้ดไหนเขียนบ่อยๆ ก็จะจำได้ครับ ง่ายๆ
แต่ถ้าลึกๆ ก็จำไม่ได้เหมือนกัน
ขอให้โชคดีนะครับ :wanwan013:
มันคือ ภาษา ก็เหมือนเรียนภาษาอังกฤษ อะแหละครับ :wanwan023:
ผมว่า php ง่ายสุดละ ต่อมาก็ .net
ลองไปเจอ objective-c จิ ยากมากงงด้วย
ผมแค่พอเขียนได้ ความเห็นส่วนตัวผมมองว่า
การเขียนโปรแกรมสำคัญที่ระบบจัดการความคิด มองขั้นตอนการทำงานของระบบต่างๆ ให้ออก
แล้วค่อยมานั่งลงมือเขียนไปทีละขั้น เมื่อไม่รู้คำสั่งหรือติดตรงไหน ก็ค่อยค้นหาข้อมูลและแก้ไปทีละจุดครับ
อ้างถึงจาก: x-script ใน 21 มิถุนายน 2013, 09:59:48
ผมว่า php ง่ายสุดละ ต่อมาก็ .net
ลองไปเจอ objective-c จิ ยากมากงงด้วย
กำลัง objective-c อยู่เลยครับ ไม่รู้จะเสียค่า Dev ฟรีป่าว ที่ปีละ 100usd อ่ะครับ :wanwan031:
ผมก็ใช้ PHP ครับ
ทำทุกวัน เขียนทุกวัน เดี่ยวก้ง่าย :wanwan003:
พอคุณจับจุดที่เป็นแก่งออก คราวนี้ละ จะไปไวเลยละครับ
พยายามศึกษาแนวคิดหลายๆอย่าง การเขียนโคดหลายๆแบบ แล้วคุณจะแกร่งขึ้น
มาเอาใจช่วยครับ เพราะว่า กำลังจะศึกษาเหมือนกัน :wanwan003:
สู้ๆๆครับเราเชื่อว่าคุณทำได้
หัวใจของมัน(algorithm => programing AND algorithm => programing AND algorithm => programing);
อ้างถึงจาก: ICheer_No0M ใน 20 มิถุนายน 2013, 23:24:38
ฝึกฝนบ่อยๆครับ สู้ๆ :wanwan003:
เทพ อยู่ทุกที่เลยนะฮาฟฟฟห
นู๋ พอจะรู้อยู่บ้างไม่มากก็น้อย ลองถามมาได้นะ :wanwan017:
ผมว่าก็ไม่ถึงกับยากมากนะครับ เคยลองหัดแล้วแต่ยังไม่มีเวลาต่อยอดเลย
แต่ที่ยากการที่จะนำมาประยุกต์ใช้นี่ดิ
ทุกอย่างมีแต่ตัวแปร อ่าครับ พยายามศึกษา function ของ php ไว้เยอะๆว่าแต่ล่ะตัวมันใช้ทำอะไร
เช่น isset , mbsring,substr พวกนี้ครับ ถ้าอยาก เก่งขึ้นมาอีกนิดก็ เกี่ยวกบ mysql_connect น่ะครับ อันนี้พื้นๆจริงๆที่ควรจะรู้
และศึกษา เกี่ยวกับ คำสั่ง mysql ไว้เยอะๆ ^^
:wanwan017:
พยายามหน่อยคับ ถ้าไม่อดทนมันก้อยากแบบนั้นแหละ แต่ถ้าลองเข้าแล้วแก้ปัญหาไปเรื่อยๆ มันก้อจะง่ายไปเอง
สู้ๆครับท่าน :wanwan003:
สู้ ๆ ครับ :wanwan003:
ผมมือใหม่คับกำลังหัดเหมือนกัน :'(
หนังสือ หนังสือครับ ...
อยากเก่ง PHP จัง :wanwan007:
อยากเก่ง PHP จัง :wanwan003: แต่ไม่ชอบ PHP :wanwan010:
เท่าที่รู้ php เป็นภาษาแบบสคิป
ในทางโปรแกรมแล้ว ถ้าคนเรียนมา คงต้องบอกว่าไม่ยากครับ
ผมก็ยังไม่เคยเขียน php เหมือนกัน แต่เคยอ่านผ่าน ๆ
ผมว่าถ้าคนมีพื้นฐานเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมมาก่อน ก็ไม่ค่อยยากนะครับ
ผมเองถ้ามีเวลาเขียนผมคิดว่าผมก็เขียนได้ครับ เพราะเคยเจอยากกว่านี้มาแล้ว
:wanwan012:
ถ้ายากจริง ผมว่าเป็นพวกภาษาจาวา ครับ
อันนั้นโคตรยากของจริงเลย
:'(
Php ไม่ค่อยยากเท่าไหร่ครับ ทำงานแล้วแต่คำสั่งเลย แถมตัวอย่างในเว็บต่างประเทศก็เยอะมากๆ
แต่ถ้าเป็น Java ยากมากครับ ทำงานได้ทีหลายๆคำสั่ง มีแปลงเป็น int แปลงเป็นสตริง ประกาศตัวแปร เป็นแบบ oop วุ่นวายมากครับ :-X
ไม่ยากหรอกครับ :wanwan003: สู้ๆครับ