ไปอ่านข่าวดูที่ลิ้งนี้
http://news.sanook.com/crime/crime_275924.php
น่าสงสารน้องเขาจังครับ...
งวดก่อนนี้เด็กบัญชีนินา...
บ้ากันไปใหญ่แล้ว... เกรดลดฆ่าตัวตาย :-X
มี ไอคิว (IQ)
แต่ไม่มี อีคิว (EQ)
ผมว่าน่าจะมีการเรียนการสอน"วิธีการใช้ชีวิต"ด้วยนะ เป็นหน่วยกิตบังคับไปเลยทุกคณะ หรือจริงๆ แล้วน่าจะสอนตั้งแต่มัธยมหรือประถม
วิชานี้เน้น วิธีรับมือกับความเครียด ความพ่ายแพ้ ความผิดหวัง ความล้มเหลว โดยเชิญรุ่นพี่สาขาวิชาชีพมาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง
เด็กบางคน อาจจะหลายๆคน อยู่กับความสำเร็จมาตลอด ก็เหมือนไร้ภูมิต้านทานความผิดหวัง ไม่ว่าจะเรื่องการเรียน หรือความรัก หรือการเงินก็ตาม
สงสารพ่อแม่เค้าน่ะ
บ้าขนาดหนัก... ขนาดเอาน้ำราดมด มดยังตะกุยตะกายหนีตายเลย
มนุษย์ เป็นสัตว์โลกชนิดเดียวที่รู้จักการฆ่าตัวตายครับ
โดดเเล้วมันได้อะไร
จริงๆ ผมเคยมีความคิดจะฆ่าตัวตายมาแล้วนะครับ
คือถ้าใครไม่อยู่ในจุดนั้น จะไม่เข้าใจหรอกครับ ว่าคนที่คิด เค้าคิดอะไรอยู่
อย่าไปโทษว่า โง่ บ้า คิดสั้น ไร้สมอง เลยครับ ถึงจุดนั้นแล้ว เค้าอาจหาทางออกไม่ได้จริงๆ หรือเวลาเป็นเครื่องบังคับให้เค้าทำแบบนั้น
เหมือนการเล่นเกม ผมไม่เชื่อหรอกว่า ทุกคนไม่เคยเล่นเกมส์ และไม่เคยคิดว่าทุกคนจะไม่เคยรู้จักคำว่า game over
เพราะหากถึงภาวะนั้น ทุกคนจะตัดสินใจ เล่นใหม่ และยอมให้มัน Over ไปด้วยการฆ่าตัวตาย หรือรอให้มันตายไปเอง
แต่ มนุษย์ ไม่สามารถกลับไปเล่นใหม่ได้ ก็เท่านั้น หรือคนฆ่าตัวตายอาจคิดว่ากลับไปเริ่มใหม่ได้
เค้าอาจไม่มีเวลาคิดให้มากพอ และสิ่งแวดล้อมไม่เปิดโอกาสให้เค้าได้คิดหรือแนะนำด้านที่เค้ายังไม่เคยรับรู้
ผมถือว่าการฆ่าตัวตายเป็นความผิดพลาดอย่างนึง
และเป็นความผิดพลาดที่คนทำไม่สามารถกลับไปแก้ไขเองได้
ช่วงที่คนเราใกล้จะขาดใจตายจริงๆนั้น เราจะรู้เลยว่า เรากลัวตายมากแค่ไหน
เสียดาย ที่น้องเค้าเลือกวิธีกระโดดตึก จะหยุดกลางอากาศก็ไม่ทันแล้ว
เห็นข่าวแล้วทำไมถึงมีการฆ่าตัวตายเพิ่มมากขึ้นจัง
ทำไมถึงจะช่วยได้นะ
แต่คงทำได้แค่เสียใจ
ธรรม! เท่านั้นคือยาแก้
ถ้าผมได้เกรด 3.8 ก็คงโดดเหมือนกัน เพราะดีใจมาก จนเป็นบ้า ;D
อ้างถึงจาก: barbies55 ใน 09 มิถุนายน 2008, 19:21:01
ช่วงที่คนเราใกล้จะขาดใจตายจริงๆนั้น เราจะรู้เลยว่า เรากลัวตายมากแค่ไหน
เสียดาย ที่น้องเค้าเลือกวิธีกระโดดตึก จะหยุดกลางอากาศก็ไม่ทันแล้ว
::) เห็นด้วย
ช่วงที่คนเราใกล้จะขาดใจตายจริงๆนั้น เราจะรู้เลยว่า เรากลัวตายมากแค่ไหน ;)โลกเรายังมีไรไห้ทำตั้งเยอะแยะ
8)คนที่ประสบความสำเร็จระดับโลกหลายๆคนไม่เคยแม้กระทั่งเรียนมหาลัย แต่สิ่งที่มีก็คือ Vision อย่างจ๊อป ศาสดาของแอปปเปิ้ลเป็นต้น
;)เสียดายที่น้องเค้าไม่รู้จักแอดเซ้น
:Dไม่งั้นน้องเค้าคงรู้ว่า โลกนี้ยังมีอะไรเสียวๆ ไห้ทำตั้งเยอะ ;D
เกรดเยอะกว่าเราอีก
ถ้าเราได้สัก 3 พ่อแม่คงปลื้มใจนะ :'( :'( :'(
บอกได้คำเดียว
"เสียดาย"
โรคซึมเศร้าน่ากลัวจริงๆ
เอ่ออ ทำไม ม.นี้เค้าโดดถี่ จังครับ
สงสัยต้องหาลูกกรงกั้นรอบตึก
อ้างถึงจาก: Rapture ใน 09 มิถุนายน 2008, 21:23:04
บอกได้คำเดียว
"เสียดาย"
:Dเสียดายคนตายไม่ได้อ่าน ชิมิ
เรียนมาสูงก็เลยชอบลงจากที่สูงล่ะม๊างงง
ไม่คิดว่าเป็นเรื่องเกรด แต่จะเรื่องอะไรก็แล้วแต่น้องเขาไปดีแล้ว ขอไว้อาลัยให้กับน้องที่จากไป ไปสบายนะน้อง
คนมันบ้า มีเรื่องอื่นทีทำแล้ว เสียวๆ มันส์ ไม่นึกถึง เห้อ EQ ติดลบ แย่มากๆ :-X
เข้าใจคนโดด เพราะก็เคยมีเป็นเหมือนกัน
ประเด็นจะอยู่ที่ว่า เรื่องไหนเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนๆ นั้นซะมากกว่า
แต่ก็ต้องยอมรับว่า คนที่มีอาการทางจิต ถือว่าอันตรายมากครับ
แนะนำทุกคนเลย ไปปรึกษาจิตแพทย์ได้ ถ้าคิดว่าตัวเองเปลี่ยนไป - -*
อย่างน้อย ไปบ่นให้เขาฟังก็ยังดี และอย่ามีแนวคิดที่ว่า "มีแต่คนบ้าที่จะไปหาจิตแพทย์"
:P
อ้างถึงจาก: EThaiZone ใน 09 มิถุนายน 2008, 21:58:30
แนะนำทุกคนเลย ไปปรึกษาจิตแพทย์ได้ ถ้าคิดว่าตัวเองเปลี่ยนไป - -*
อย่างน้อย ไปบ่นให้เขาฟังก็ยังดี และอย่ามีแนวคิดที่ว่า "มีแต่คนบ้าที่จะไปหาจิตแพทย์"
ปัญหาคือจะเดินเข้าไปโรงพยาบาลไหน ราคาเท่าไหร่ (จนนนนนน!)
พอไปหน้าประชาสัมพันธ์ จะต้องบอกว่า มาพบจิตแพทย์ค่ะ พยาบาลก็จะถามว่า มีอาการอย่างไร ช่วยเขียนอาการคร่าวๆ
คนที่ตอบพยาบาลได้ว่ามีอาการอย่างไร คือคนที่ยังมีสติ อยู่นะ คงไม่ถึงกับฆ่าตัวตาย คนที่ฆ่าตัวตายก็คือคนที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเปลี่ยนไป :'( :'(
เขาจะรู้มั้ยนะว่าหลังจากเรียนจบแล้วเกรดเหล่านั้นไม่มีความหมายเลย
ผมว่าน่าจะมีการเรียนการสอน"วิธีการใช้ชีวิต"ด้วยนะ เป็นหน่วยกิตบังคับไปเลยทุกคณะ หรือจริงๆ แล้วน่าจะสอนตั้งแต่มัธยมหรือประถม
วิชานี้เน้น วิธีรับมือกับความเครียด ความพ่ายแพ้ ความผิดหวัง ความล้มเหลว โดยเชิญรุ่นพี่สาขาวิชาชีพมาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง
เด็กบางคน อาจจะหลายๆคน อยู่กับความสำเร็จมาตลอด ก็เหมือนไร้ภูมิต้านทานความผิดหวัง ไม่ว่าจะเรื่องการเรียน หรือความรัก หรือการเงินก็ตาม
::)
เห็นด้วย วิชาการใช้ชีวิต ต้องสอนครับ เพราะแต่ละคนโตมาจากสังคมต่างกัน พ่อแม่สอนคนละอย่าง ควรไห้ความรุ้แก่เขาครับ
มองโลกเพียงด้านเดียว เสียดายจริงๆ :'(
ผมเรียน ปี 1 ได้ GPA 1.5 นิดๆ เกือบโดนไทน์ตอนปี 1
พ่อแม่กลุ้มใจ สวดมนต์ทุกวัน
ดีที่ปี 2 กลับตัวกลับใจ ตั้งใจเรียนมากขึ้น ขนาดได้เกรด 3.00 + ทุกเทอม เกรด GPA ยังขึ้นมา 2.4 เองตอนนี้ :P
ว่ากันว่าผลบุญจากการเจริญภาวนานั้นดีนักแล
หาก ลูกชั่ว ลูกจากลับตัวกลับใจ ::)
ว่าล่ะก่อนนอนสวดมนต์สะหน่อย
โรคซึมเศร้าแบบมะรู้ตัว
ไม่น่าเลย...
8) จริงๆ แล้วมนุษย์เรายังไม่เข้าใจสิ่งที่พระพุทธเจ้าสื่อ ต่างฝ่ายต่างตีึความกันไปต่างๆ นาๆ แท้จริง พระพุทธเจ้าต้องการสื่อไห้เราเข้าใจถึงความเป็นมนุษย์ธรรมดาๆ ไม่มีโลกสวรรค ไม่มีนรก ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่จิตใจเราสร้างขึ้นเองทั้งนั้น หากจะตกนรกฉันใด จิตใจเราเท่านั้นแล.. ที่สร้างมันขึ้นมาเอง..
:D
"ทางมหาวิทยาลัยจะมีการตรวจสอบถึงปัญหาอีกครั้ง ว่าเกิดจากอะไร รวมไปถึงมีจะมีการวางมาตรการตรวจสอบ พูดคุย คอยให้คำแนะนำนิสิตมากกว่านี้" เด็กไทยทุกวันนี้จะเป็นยังไงขึ้นอยู่กับพ่อเเม่เป็นหลักครับ พยายามให้ลูกเป็นหมองี้ วิศวะงี้ ดอกเตอร์งี้ เเล้วบอกว่ามันดีสำหรับลูกเเล้วๆ ถามหน่อยครับว่าพ่อเเม่ไทยโดนส่วนมากได้เคยถามลูกมั้ยครับว่า ลูกชอบอะไรเเละอยากจะเป็นอะไร ไม่ค่อยมีหรอกครับพ่อเเม่คนไทย ส่วนมากก็วางเเผนมาให้ลูกตั้งเเต่ยังไม่คลอดเเล้ว ยังไม่ได้ดูลูกเลยครับว่ามีพัฒนาการที่ดีในด้านไหน
ผมไม่ได้หัวเมืองนอกนะครับ เเต่ผมชอบความมีเหตุผลเเละให้อิสระของพ่อเเม่ในต่างประเทศโดยส่วนมาก ที่จะค่อยๆดูพัฒนาการของลูกว่าไปทางไหนเเละให้ลูกเป็นผู้เลือกเองว่าจะไปเป็นอะไร :)
อ้างถึงจาก: kenjiro ใน 09 มิถุนายน 2008, 22:32:20
ผมว่าน่าจะมีการเรียนการสอน"วิธีการใช้ชีวิต"ด้วยนะ เป็นหน่วยกิตบังคับไปเลยทุกคณะ หรือจริงๆ แล้วน่าจะสอนตั้งแต่มัธยมหรือประถม
วิชานี้เน้น วิธีรับมือกับความเครียด ความพ่ายแพ้ ความผิดหวัง ความล้มเหลว โดยเชิญรุ่นพี่สาขาวิชาชีพมาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง
เด็กบางคน อาจจะหลายๆคน อยู่กับความสำเร็จมาตลอด ก็เหมือนไร้ภูมิต้านทานความผิดหวัง ไม่ว่าจะเรื่องการเรียน หรือความรัก หรือการเงินก็ตาม
::)
เห็นด้วย วิชาการใช้ชีวิต ต้องสอนครับ เพราะแต่ละคนโตมาจากสังคมต่างกัน พ่อแม่สอนคนละอย่าง ควรไห้ความรุ้แก่เขาครับ
อีกวิชาที่ไม่ควรโล๊ะ (หลายมหาลัยจะโล๊ะทิ้ง)
คือพวกวิชาเกี่ยวกับคุณธรรม เรื่องจริงนะ อาจารย์พูดให้ฟัง ว่าจะโดนถอดทิ้ง เพราะว่า "ไม่จำเป็น"
แล้วอย่างนี้ สังคมจะเหลือความดีให้ลูกหลานรับรู้หรือเปล่าเนี่ย
:-X
เสียดายเยาวชนของชาติครับ :-*
ยังไงถ้าจะแสดงความคิดเห็นขออย่าว่าซ้ำเติมเลยครับ คนตายไปแล้วยังถูกว่าอีกผมว่ามันไม่ค่อยเหมาะน่ะครับ
นิสิตจุฬาฯที่โดดตึกเมื่อ 3 ปีก่อนก็เพื่อนผมเอง ปกติก็เฮฮาทั่วไปไม่มีทีท่าว่าจะฆ่าตัวตายเลย แต่วันนึงกลับได้ยินข่าว เพื่อนทุกคนไม่มีใครด่าว่าโง่เลยสักคน ถึงจุดนั้นเค้าคงคิดชั่่ววูบเท่านั้นแหละครับ ตอนนั้นผมกับเพื่อนยังบวชให้เค้าเลย
คนตายไปแล้วยังไงก็ทำอะไรไม่ได้ครับ แต่อย่าซ้ำเติมเลยครับ คนล้มยังไม่ข้าม แต่นี่คนตายไปแล้วก็อย่าซ้ำเลยครับ :'(
อ้างถึงจาก: makoto ใน 09 มิถุนายน 2008, 19:14:23
จริงๆ ผมเคยมีความคิดจะฆ่าตัวตายมาแล้วนะครับ
คือถ้าใครไม่อยู่ในจุดนั้น จะไม่เข้าใจหรอกครับ ว่าคนที่คิด เค้าคิดอะไรอยู่
ผมเห็นด้วยกับคำนี้นะครับ
ประสบการณ์ตรงของผมคือ
สมัยมัธยม เป็นเด็กธรรมดา จบด้วยเกรด 2 ต้น
เข้ามหาลัย ( ตอนนี้เรียนมหาลัยเหมือนกัน )
ปี1 ได้ 3 กว่า ทั้งสองเทอม
ปี2 เทอมแรก ได้ 3 นิดๆเช่นกัน
แต่มาเทอมสอง ... เหลือ 2.4
ผมแทบจะ ร้องไห้และอยากจะตายไปจากโลกเลย ...
คนเรา ตั้งความหวังไว้สูง ...
พอทำไม่ได้ ..... หรือผิดพลาดอะไรไป ... มันย่อมเสียใจมากเป็นธรรมดา
อย่าไป ว่าน้องเค้าเลยจริงๆ
ยิ่งกับ เจ้าของเหรียญทองแดงโอลิมปิก ... ความคาดหวังย่อมสูงมากกว่าคนอื่นๆ
ฉะนั้น Rest In Peace ครับน้อง
อ้างถึงจาก: ป้าชลลี่ ใน 09 มิถุนายน 2008, 22:09:57
ปัญหาคือจะเดินเข้าไปโรงพยาบาลไหน ราคาเท่าไหร่ (จนนนนนน!)
พอไปหน้าประชาสัมพันธ์ จะต้องบอกว่า มาพบจิตแพทย์ค่ะ พยาบาลก็จะถามว่า มีอาการอย่างไร ช่วยเขียนอาการคร่าวๆ
คนที่ตอบพยาบาลได้ว่ามีอาการอย่างไร คือคนที่ยังมีสติ อยู่นะ คงไม่ถึงกับฆ่าตัวตาย คนที่ฆ่าตัวตายก็คือคนที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเปลี่ยนไป :'( :'(
ปัญหาคือจะเดินเข้าไปโรงพยาบาลไหน ราคาเท่าไหร่ (จนนนนนน!)
- ไปโรงพยาบาลของ มหาวิทยาลัยได้ค่ะ หรือ หน่วยอนามัยอ่ะค่ะ (เคยไปใช้บริการตอนยังเรียนอยู่)
- ถ้าทำงานแล้ว ใช้ประกันสังคม หรือ ประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ค่ะ
พอไปหน้าประชาสัมพันธ์ จะต้องบอกว่า มาพบจิตแพทย์ค่ะ พยาบาลก็จะถามว่า มีอาการอย่างไร ช่วยเขียนอาการคร่าวๆ คนที่ตอบพยาบาลได้ว่ามีอาการอย่างไร คือคนที่ยังมีสติ อยู่นะ คงไม่ถึงกับฆ่าตัวตาย คนที่ฆ่าตัวตายก็คือคนที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเปลี่ยนไป
- ญาติ หรือ คนใกล้ชิดพาไปก็ได้ค่ะ ถ้าพบอาการผิดปกติไป เช่น พูดถึงตัวเองในแง่ร้าย เบื่อชีวิต ซึม เศร้า มีพฤติกรรมแปลกไปจกปกติ หรือบอกว่าจะฆ่าตัวตาย ....ไปถึงแล้วบอกพยาบาลว่า มาพบจิตแพทย์ ไม่ต้องบอกอาการละเอียดก็ได้ค่ะ แล้วคุยกับคุณหมอในรายละเอียดต่อไปได้เลยค่ะ
อ้างถึงจาก: ravemaster ใน 09 มิถุนายน 2008, 17:53:47
บ้าขนาดหนัก... ขนาดเอาน้ำราดมด มดยังตะกุยตะกายหนีตายเลย
พูดซะเห็นภาพเลยครับ
การเรียนไม่ใช่ทุึกสิ่งทุกอย่างของชีวิต
บางคนเรียนจบ แค่ ป.4 เป็นเสี่ยเป็นเศรษฐีเยอะแยะ
ถือมาชดใช้กรรมไปละกัน
เฮ้อ! – อาจารย์เอแบคสาว อดีตดาวคณะเศรษฐศาสตร์จุฬา กระโดดตึกดับชีวิตเพื่อให้คนรักหนุ่มเห็นใจ
เรื่องนี้เป็นข่าวดังด้วยหลายปัจจัยครับ ประการแรกสาวผู้ตายสวยระดับนางแบบ ประการที่สองขับเบนซ์สปอร์ตขึ้นมาถึงชั้น ๑๐ ของตึกเอ็มไพร์ทาวเออร์ ประการที่สามเป็นถึงลูกสาวเศรษฐีใหญ่ แถมเรียนจบเกียรตินิยม และกำลังสอนอยู่ในมหาวิทยาลัยดังอีกต่างหาก เรียกว่าชีวิตนางเอกนิยายขนานแท้ ทุกคนที่ทราบประวัติผู้ตายถึงกับอึ้งกันไปหมด
คุณคงนึกไม่ออกว่าที่ผ่านมาเคยมีนักประพันธ์ท่านไหน เขียนให้นางเอกที่มีพร้อมทุกสิ่งทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และคุณสมบัติกระโดดตึกฆ่าตัวตาย อย่างมากก็แค่ให้พยายามแต่ไม่สำเร็จ พระเอกมาช่วยทัน หรือคิดได้เอง เปลี่ยนใจเสียก่อนในวินาทีสุดท้าย
ทว่าชีวิตจริงเป็นสิ่งเปราะบางนัก และนางเอกในโลกความจริงก็ทำสำเร็จโดยไม่มีใครหน้าไหนมาช่วยทัน แม้กระทั่งตัวของเธอเอง!
แน่นอนว่าการตายพร้อมไดอารี่สีแดงข้างกายนั้น หมายถึงการจงใจสื่อสารถึงคนรัก และบีบคั้นเขาด้วยการเป็นข่าวดัง ไม่แคร์ด้วยว่าคนทั้งโลกจะเห็นสภาพศพเธอน่าอเนจอนาถเพียงใด
ข้อความในไดอารี่ ทำให้จับใจความได้ว่าสาเหตุของการปลิดชีพตนเอง ก็คือเพื่อให้คนรักหนุ่มเห็นว่านี่ไม่ใช่การสร้างภาพ เพราะคงไม่มีใครลงทุนสร้างภาพด้วยการทิ้งชีวิตทั้งชีวิตอย่างนี้ ส่วนสภาพร่างกายก็ชวนให้คนพบเห็นสลดสมใจเธอ เพราะจากที่เคยงามสมส่วนดึงดูดสายตาไปทั้งร่าง กลายเป็นแขนขาหักผิดรูป แถมไม่สิ้นลมทันที แต่ไปทนพิษบาดแผลไม่ไหวหลังจากเจ้าหน้าที่พยายามพาส่งโรงพยาบาลแต่ไม่ทันการณ์
คนส่วนใหญ่งุนงง ไม่เข้าใจว่าเหตุผลกลใดในโลกมีน้ำหนักพอจะทำให้เธอยอมทิ้งชีวิตที่น่าอิจฉาเห็นปานนี้ ซ้ำร้ายชาวเว็บที่ด่วนตัดสินคนอื่นก็ด่าเธอไล่หลังต่างๆนานา ซึ่งก็ได้รับการตอบโต้จากผู้ใกล้ชิดของเธอทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนพ้องน้องพี่หรือลูกศิษย์ลูกหา ต่างพากันชี้ว่าเธอเป็นที่รัก มีคุณงามความดี ไม่ใช่บุคคลที่สมควรได้รับการด่าทอให้เสียหายจากคนเพิ่งรู้จักเธอสั้นๆผ่านสื่อข่าวแต่อย่างใดเลย
ชีวิตคนทั่วไปเต็มไปด้วยความขาด แต่ชีวิตของเธอคนนี้อาจจะมากด้วยความเกิน จึงไม่เป็นที่เข้าใจโดยง่าย ว่าทำไมถึงไม่รู้จักเสียดายชีวิต...
ความจริงก็คือ เพราะมีทุกอย่างนั่นแหละ จึงพร้อมจะเป็นทุกข์ได้สาหัสกว่าคนอื่น!
คนกว่าค่อนโลกทุกข์เพราะกระหายสุขที่ยังไม่เคยได้ลิ้มรส แค่ข้าวอร่อยสักมื้อ แค่เสื้อผ้าดีๆสักชุด หรือแค่ความรักความอบอุ่นจากใครสักคน ตั้งแต่เกิดจนตายอาจไม่มีสิทธิ์รู้จัก จึงแสวงหาและรอคอยเรื่อยไป ทว่าเธอคนนี้รู้จักข้าวอร่อยและเสื้อผ้าดีๆมาตั้งแต่เกิด แถมมีทุกอย่างที่คนๆหนึ่งพึงอยากได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา ความสามารถ ตลอดจนกระทั่งบุคคลที่ทำให้รู้สึกแสนรัก
และจากคำให้การของเธอในไดอารี่ ความรักฉันหญิงชายก็เป็นยอดสุดของความสุขสำหรับเธอ เป็นบทสรุปว่าชีวิตเธอพรั่งพร้อมทุกสิ่งไปทำไม แต่เมื่อความรักของเธอหายไป ชีวิตก็ได้ข้อสรุปใหม่เป็นทุกข์ที่ไม่อาจทนเช่นกัน!
คนเราถ้ายังไม่เคยได้ก็ยังอยากอยู่ต่อจนกว่าจะได้ แต่เมื่อได้แล้วเสียไปอย่างไม่อาจได้คืน ก็เหมือนไม่รู้จะอยู่ต่อไปทำไม นี่จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจเธอผู้ด่วนจากไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แต่ขณะเดียวกันเธอก็สอนให้โลกรู้ เป็นครูสำหรับสาวอีกหลายๆคนที่ยังหลงฝันว่ายอดสุดของชีวิตคือการมีครบสูตร ทั้งสวย รวย เก่ง และแฟนหล่อ
มันไม่ใช่เลย วิบากด้านดีอาจหยิบยื่นทุกสิ่งให้กับคนๆหนึ่ง แต่นั่นก็เป็นการหลอกลวงอีกครั้ง ไม่ต่างจากที่กำลังหลอกคนอื่นทั้งโลกอยู่เดี๋ยวนี้ ทุกคนต้องได้อะไรถูกใจมาสักอย่าง เพื่อให้หลงนึกว่ามี เพื่อให้สำคัญผิดว่าสิ่งนั้นเป็นที่รัก เพื่อให้เกิดอุปาทานถือมั่นว่าตนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ทั้งที่ต้องเสียสิ่งนั้นไปให้กับกฎแห่งความแตกพัง จะช้าหรือเร็วเท่านั้น
หากใครมีชีวิตเพื่อเรียนรู้ว่าชีวิตเป็นสิ่งลวงใจให้ยึด ไม่ใช่ของจริงให้ควรถือมั่น ก็จะไม่เลือก 'ฆ่าตัวตาย' แต่จะหันมา 'ฆ่าอุปาทาน' แทน เพื่อพบสุขอีกแบบที่คาดไม่ถึง และทำได้จริงก่อนสิ้นชีวิตครับ
ขอขอบคุณ ธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ ๐๔๒ พฤหัสบดีที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑
เด็กหลายคนสมัยนี้ เกิดมาในยุคที่ไม่ต้องลำบากเหมือนยุคปู่ย่าตาทวดแล้ว
พ่อแม่ที่มีกำลังก็สรรหาและทุ่มเทในสิ่งที่ "คิด" ว่าดีที่สุดให้กับลูกกันอย่างเต็มที่
พาไปเรียนพิเศษ หัดให้เล่นดนตรี หัดให้ร้องเล่นเต้นรำ มีทักษะในศิลปะแขนงต่างๆ
เรียนว่ายน้ำ เรียนภาษาที่สอง ภาษาที่สาม ราวกับจะปั้นให้เกิดมาเก่งกล้าสารพัดวิทยายุทธ์
และเขาก็อาจเติบโตขึ้นมาอย่างเพียบพร้อมด้วยวิชาความรู้ และมากด้วยความสามารถ
แต่อีกด้านหนึ่งก็คือ เขาอาจไม่รู้เลยว่า การกระทำอย่างไร จะพาชีวิตเขาไปสู่ความมืด
การกระทำอย่างไร จะพาชีวิตเขาไปสู่ความสว่าง และที่สำคัญ เมื่อมีความทุกข์
เขาอาจไม่รู้เลยว่า จะพาตัวเองออกจากกับดักของทุกข์ที่จมอยู่นั้นได้อย่างไร
เราจึงเห็นเด็กเก่ง ที่ยังซึมเศร้า เครียด ฆ่าตัวตาย ก่อเรื่องราว อาละวาดเอาแต่ใจได้ทั่วไป
พ่อแม่อาจได้ชื่อว่าปูพื้นฐานความรู้ให้ลูกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็จะนับว่าน่าเสียดายยิ่ง...
หากเขาไม่มีพื้นฐานความเข้าใจ ในการพาตัวเองให้เป็นอิสระจากทุกข์ได้เลย
และนั่นคือวิชาที่สำคัญที่สุดที่เขาควรได้เรียนรู้ให้สมกับการได้เกิดมาเป็นมนุษย์
เพราะสิ่งที่เป็นความสุขอย่างที่สุด ไม่มีสิ่งใดที่จะเทียบได้กับใจที่เป็นอิสระ
และใจที่ไม่เป็นทุกข์เพราะอำนาจของกิเลสที่มองไม่เห็น แต่จ่อรอเล่นงานเราอยู่ทั้งชีวิต
ความคิดชั่ววูบ มีกันทุกคน แต่จะส่งผลต่อการกระทำมากแค่ไหน จะสีสติมายับยั้งได้ขนาดไหน
ทุกคนคงเคยเป็นกันทั้งนั้น
- เศร้า เสียใจ => ประชด
- จน เครียนด => กินเหล้า
โดยแต่ละเรื่องที่ทำ ก็ไม่ค่อยส่งผลดีทั้งนั้น แต่ผลเสียจะอยู่ในระดับไหนแค่ไหนเอง
- แฟนไม่สนใจ => หาใหม่
- แฟนไม่สนใจ => งอน 1 วิ (เป็นไปได้เหรอ)
- แฟนไม่สนใจ => งอน 1 วัน
- แฟนไม่สนใจ => งอน หลาย วัน
- แฟนไม่สนใจ => เลิก (อย่างโหด)
- แฟนไม่สนใจ => ฆ่าตัวตาย
ทุกคนคิดทั้งนั้นแหละ แต่จะคิดลึกแค่ไหนขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง และเขาจะยับยั้งไม่ทำตามความคิดของตัวเองระดับ ขึ้นอยู่กับสติของเขา
ประโยคธรรมะกื๊บเก๋ "ไม่มีใครผิดหรอก มันเป็นโทษของวัฏฏะ"
โดดตึกเพราะกินยาแก้สิว ???
เห็นอย่างนี้แล้วว...โดดมั่งดีก่า :'(
edit:แก้คำผิด
คนที่น่าสงสารที่สุดคือ พ่อแม่
เกรดผม 2 กว่า โดดตึกไม่พอ คงต้องโดดเหว :P
ไม่น่าเลย ผู้สาว
เรียนเก่ง แต่ขาด EQ