สวัสดีครับ
พอดีช่วงนี้กำลังศึกษาการทำ SEO ได้ความรู้มากมายจากในบอร์ดเลยอยาก
ตอบแทนด้วยการแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัว ในการทำเงินโดยไม่ต้องพึ่ง SEO
มาแบ่งปันเพื่อนๆ นะครับ
มีเพียงวิธีเดียวที่จะอยู่เหนือ Algorithm ของ Google คืออย่าไปสนใจมันครับ
สร้าง Brand ให้แข็งครับ ทำไงก็ได้ให้ลูกค้าของเราเข้าเว็บเราโดยตรง จาก Faverite Bar/Bookmark ของเขา ไม่ใช่ต้องผ่าน google.com ตลอด
ผมมีเว็บทำเงินอยู่เว็บนึงครับ ทำกำไรต่อเดือนประมาณ 350,000 บาท (เคยได้สูงสุดประมาณ 500K) โดยที่ไม่ต้องพึ่ง Google เลย
กับอีกเว็บ ที่ขาย สินค้าอีกตัว ทำรายได้ไกล้เคียงกัน แต่ต้องเสียค่าโฆษณาให้ Google เดือนละหลายหมื่น
หักแล้วเหลือกำไรน้อยกว่าเว็บแรก ช่วงหลักยอดตก 70% เพราะมีหน้าใหม่เข้ามาทุ่ม Adwords แข่ง
ทำให้ bid ต่อ click เพิ่มขึ้นประมาณ 300% (Google แนะนำว่าผมควร bid ที่ 50 บาท ต่อคลิก)
ตกแล้วเดือนละประมาณแสนห้าสำหรับค่าโฆษณา แถมคู่แข่งก็เยอะมาก (kw ค้นหาเดือนละประมาณ 160000 local)
ข้อแตกต่างของทั้งสองเว็บคือ Web แรก brand แข็งมาก สามารถกำหนดตลาดได้
กับอีกเว็บซึ่งลูกค้าอีกกลุ่ม ที่เราไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย (เน้นถูก) แข่งยังไงก็แพ้ตลาด
และที่สำคัญ ขาด Google ไม่ได้เด็ดขาด
ผมเลยอยากจะแบ่งปันสิ่งที่ผมทำเพื่อให้ได้เว็บแรกขึ้นมาครับ
ลองอ่านแล้วไปประยุกต์ดูนะครับ
ปีที่ 1 - ขายอะไรดีน่ะ???
ปีแรก ที่ผมมีความรู้สึกว่า อยากจะหาเงินจากอินเตอร์เน็ตดู แน่นอนครับต้องขายของ
ข้อนี้สำคัญมากครับ จะรุ่งหรือจะร่วง+เหนื่อยฟรี ก็อยู่ที่เลือกว่าจะเลือกสินค้าอะไร
ส่วนตัวผม ผมไม่เลือกขายตามตลาด เพราะผมไม่มีทางตามตลาดทันแบบพวกทุนหนาหรือนัก Marketing
ผมเลือกจะขายในสิ่งที่ผมรักและถนัด (ต้องถูกกฏหมายด้วยน่ะ)
อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงคือเรื่อง Stock สินค้า ครับ เมื่อเริ่มทำการตลาดแบบจริงจัง เงินเราจะไปจมอยู่กับ stock เยอะ
หากบริหาร cashflow ไม่ดี เตรียมตัวเจ๊งได้เลย
ผมเลยเลือกขายของที่ไม่ต้อง stock ครับ และสามารถผลิตได้อย่างมากมายใน 1 นาที
มันคือ Digital Product นั้นเอง
เมื่อได้สิ่งที่เราจะขายแล้วก็ถามตัวเองต่อ ด้วยหลักการเดิมๆ ว่า
1. first สมัยนี้คงยากครับ คิดจะทำอะไรก็มีแล้วทั้งนั้น หากไม่หัวคิดสร้างสรรค์จริง ข้อนี้ผมไม่ให้คุณผ่าน!!!
2. best นี่แหละครับจุดหมาย สินค้าที่ best จะทำเงินและแข็งแกร่งในตลาด โดยไม่ต้องพึ่งพา Marketing มากนัก
3. different ผมเลือกข้อนี้ครับ แล้วค่อยๆ ทำให้ best ทีหลัง ณ ตอนที่ผมเริ่มคิด มีคู่แข่งอยู่แล้วประมาณ 10 ราย แต่ product ทุกตัวมีจุดอ่อน
ถามว่าผมรู้ได้ไง เพราะผมใช้มาก่อน ผมเลยรู้ว่าแต่ละรายมีจุดอ่อนครับ ผมเลือกจะใช้จุดอ่อนเหล่านั้น มาเสริมเป็นจุดแข็ง
ok ครับ ผมได้คำตอบให้ตัวเองเมื่อ 6 ปีที่เล้ว
หลังจากนั้นก็ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานวันละ 1-2 ชม ค่อยๆ ทำขึ้่นมา
หลังจากนั้น 1 ปี Product ของ ผมก็พร้อมลุยในตลาด
ปีที่ 2 - ทดลองตลาด
ซ้ายก็เบอร์ 1 ขวาก็เบอร์ 2 จะสู้กับเขายังไงน่ะ
แถมเราไม่ได้เป็นเบอร์ 3 เราเข้าตลาดมาเป็นเบอร์ท้ายๆ เลยด้วยซ้ำ
คนไม่มีทางเปลี่ยนหรอกครับ หากว่าสิ่งที่เขาใช้อยู่มันดี (เหมือนที่ Steve Job บอกเรื่องกิ่งไม้กับแครอท)
แต่คนเรามักมีจุดอ่อนอยู่ 1 ข้อ คือ ทุกคนชอบของฟรี (ทั้งๆ ที่รู้ว่าของฟรีไม่มีอยู่ในโลก ฮ่าๆๆๆ)
ปีนี้ของผมเลยไม่มีอะไรมากครับ ให้ใช้ฟรี
ผู้ให้ไม่ได้เป็นผู้เสียเสมอไปครับ หากเราเปิดช่องให้ลูกค้า feedback + เสนอ idea เขาก็ยินดีจะแนะนำ
เราก็นำเอามาพัฒนาต่อให้ตรงกับที่เขาต้องการ
จริงๆ แล้วปีนี้ ผมน่าจะเริ่มทำ SEO ได้แล้วนะครับ แต่ผมไม่คิดจะทำ เพราะเป้าหมายผมคือสร้าง brand
ไม่ได้คิดจะพึ่ง Google สุดท้าย เว็บก็เริ่มมีลุกค้าจากปากต่อปาก
ปีนี้เป็นปีที่เหนื่อยที่สุดของผมเพราะ
1. ยังต้องพัฒนา product ต่อ ถอยไม่ได้แล้ว
2. ต้อง support user แล้ว ต่างกับปีแรก ที่ทำเองไปเรื่อยๆ
3. ต้องควักทุนส่วนตัวจ่ายค่า Hosting (ไม่นับค่าเสียเวลาอีก)
ความเหนื่อยและความท้อเริ่มมาช่วงนี้แหละครับ
แต่ผมเลือกทำในสิ่งที่รักและถนัด มันช่วยเราได้เยอะครับ
ถึงจะเหนื่อยแต่สนุก
สุดท้ายปีที่ 2 ก็ผ่านไปได้ โดยเว็บมีผู้ใช้ประมาณ 3000 คนต่อเดือน
ปีที่ 3 - ทำเงิน + พัฒนาต่อ
ปีที่ 3 ผ่านมาซักครึ่งปี ผู้ใช้เพิ่มมาแตะหลัก 5000 คน
ผมประเมินค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อเดือนไว้ประมาณ คนละ 5USD (ประมาณ 150 บาท)
บวกลบคูณหารแล้วผมจะทำเงิน 7 แสนบาทต่อเดือน
แต่เสียดายครับ การทำธุรกิจไม่ใช่คณิตศาสตร์ เมื่อไหร่เราคิดเงิน ลูกค้าก็จะหายวูบ
และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ตอนแรกผมประเมินว่าน่าจะเหลือราวๆ 30%
แต่เอาเข้าจริงเหลือประมาณ 10% ครับ
ผมเลือกวันเกิดผม เป็นวันที่เริ่มเปลี่ยน model การใช้งานเป้นแบบคิดเงิน
ยังจำได้ดี บ่าย 3 โมง วันนั้น
email จาก paypal แจ้งว่ามีฝรั่ง USA สั่งซื้อสินค้า 1 ชิ้น ราคา 5USD
ทำเอาน้ำตาแทบไหลครับ
ตลอดบ่ายวันนั้น ผมไม่ต้องทำอะไรเลย นั่งดูเมล์ใน paypal
จบวันแรกทำเงินไปได้เกือบ 1000 USD
โจทย์ที่ท้าทายต่อไปคือ เอา 90% ที่หายไปกลับมาให้ได้มากที่สุด
ก่อนวันเกิดผมได้เตรียมไม้ตายไว้แล้ว ปล่อยสินค้า version ใหม่
ที่กั๊กความ best ไว้แล้ว ทำมา 3 ปีแล้ว ผมเลยจุด ข้อ 2+3 (best & different)
ไปนานแล้ว แต่ต้องรอจังหวะในการปล่อย ซึ่งไม่มีเวลาไหนเหมาะ
เท่ากับตอนที่เรา ต้องการเรียกลูกค้ากลับมา
หลังจากนั้น 2 เดือน จำนวน ผู้ใช้เด้งกลับมาที่ประมาณ 1000 คน
ทำเงินได้ประมาณ 1 แสนนิดๆ
เว็บก็ทำงานของมันไป สินค้าผมก็ไม่ต้อง stock
หมดก็สร้างใหม่ได้ทันที นอนอยู่ ก็ยังทำเงิน
ฟังดูเหมือนฝันเลยครับ
แต่แล้วก็ต้องตื่นจากฝันครับ
เมื่อคู่แข่งเปิดให้ใช้ฟรี !!!!
ปีที่ 4 - ขึ้นเป็นเบอร์ 1
โลกสมัยนี้มันหมุนไวจริงๆ ครับ อย่าคิดว่าเราเก่ง เราทำได้ เขาก็ทำได้
เบอร์ 1 เบอร์ 2 แก้เกมส์ผมด้วยการเปิดให้ใช้ฟรี (แบบมีข้อจำกัด)
แถมช่วงหลังๆ สิ่งที่ different มันเริ่มจะไม่ different ซะแล้ว
เจอการตลาดแบบ me too (แกมีชั้นก็มี) เข้าไป สิ่งที่เรามี เขาทำให้มีได้
สุดท้ายก็ถึงจุดอิ่มตัวครับ
เมื่อมาถึงจุดนี้ สิ่งที่จะวัดกันก็คือ สิ่งที่เราทำไว้ในอดีต
หากที่ผ่านมาเราดีพอ ลูกค้าจะ Royalty กับเรา ครับ
สุดท้ายผมก็สามารถทำยอดได้เดือนละ 350K
ช่วงปลายๆ ปี เบอร์ 2 ก็หยุดไป
จากเบอร์ท้ายๆ เว็บผมก็ขึ้นมาเตะเบอร์ 1 ตกบัลลังค์
ได้ marketshare ไปประมาณ 60% บางเดือนก็ยอดแตะ 500K
ครองเบอร์ 1 อยู่จนถึงปีที่ 5 แล้วก็ต้องหาทางออกจากตลาด
ปีที่ 5 - ออกจากตลาด
ไม่ว่าทำอะไร เราต้องเลือกที่ออกจากตลาดครับ
ทุกอย่างมีอายุของมัน เลือกที่ขายทิ้งตอนที่มันยังทำเงิน
ดีกว่ามาลดราคาขายตอนที่มันขาลง
เหตุผลที่ทำให้ผมคิดจะออกจากตลาดคือ
1. อิ่มตัว หมด idea กับมันแล้ว เบื่ออยากไปทำอย่างอื่น
2. ถูก crack digital product มันสมบูรณ์แบบก็จริง
- ไม่ต้อง stock,
- ส่งทางเมล์ไม่ต้องมีค่า shipping
- ลูกค้า cancel เราก็ไม่ขาดทุน paypal หักเงินเราคืนลูกค้า เราก็ไม่เสียหายมาก (paypal รักษาผลประโยชน์คนซื้อมากกว่าคนขาย)
แต่จุดอ่อนมันก็คือ การ crack นี่แหละครับ
3. มีคนเสนอซื้อ ให้ราคาที่ผมพอใจ
สุดท้ายเว็บที่พนักงานเพียงคนเดียว (คือผม) กับทีมงานต่างชาติอีก 2-3 คน ที่มาช่วยงานด้วยใจ
ก็ได้ข้อสรุปว่า คงขายให้ได้ในสิ้นปีนี้ (2012)
ปีที่ 6 - SEO
อย่างที่เล่ามาครับ เว็บผมไม่ง้อ Google
title, meta tag, descritpion ไม่มีในเว็บไซต์ผม analytics ไม่เคยใส่แต่สิ่งที่มีคือ
1. สินค้า
2. direct traffic จากลูกค้า
3. articles ที่เกี่ยวกับสินค้า
4. articles ที่ไม่เกี่ยวกับสินค้า แต่มีผลทางอ้อม
5. community/forum ที่มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา
6. email marketing เพื่อดึงลูกค้าเก่ากลับมา
เมื่อมีเหตุให้ต้องทำ SEO (เพราะอีกเว็บ กำลังโดนดูดเงินค่า Adwords ไปเยอะ)
เลยตั้งใจจะใช้เว็บนี้เป็น network หลังจากที่ทำเว็บให้ SEO Friendly แล้ว
ประมาณ 1 เดือน Google ก็ให้ผลการค้นหาอันดับ 1 มาให้ครับ
ผมได้มาเพราะ 6 ข้อด้านบนนี่แหละ
ผมสามารถเพิ่มลูกค้าใหม่จาก google ประมาณ 20%
ดูจาก analytics direct ผมจะ 80%, bounce rate ที่ 5%, user อยู่ประมาณ 10 นาที โดยเฉลี่ย
แบ่งตาม region ก็มีหลัก usa, eng, ger, bra, rus, jp, ind, tha (นิดหน่อย)
ที่เล่ามาทั้งหมดก็อยากจะให้ดูเรื่อง SEO นี่แหละครับ
ให้เริ่มจากทำ brand เราให้แข็ง แล้วอันดับมันจะมาเอง
ถึงเราจะปั่นจนขึ้นที่ 1 แต่มันก็ไม่นานหรอกครับ
เราขึ้น 1 คนอื่นก็ขึ้นได้ แต่ถ้าของเราดี ต่อให้เราอยู่หน้า 10 คนก็ซื้อของเราครับ
ผมเองทำ SEO ได้ห่วยมาก เว็บที่ผมกำลังทำ SEO ตอนนี้ตกไปหน้า 30 แล้ว
เก่งไหมละครับ ฮ่าๆๆๆ แต่ผมไม่อยากจ้างใครทำน่ะ ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ แบบนี้แหละสนุกดี
จบแล้วครับ
เล่าให้ฟังเป็นแนวทาง
สำหรับคนที่สงสัยว่าสินค้าคืออะไร ไม่ต้องไปสนใจครับ
แทนคำว่าสินค้าของผมด้วยสิ่งที่คุณอยากจะขาย (ด้วยความถนัดและใจรัก)
แล้วทำให้ดีครับ เอาใจใส่ ตั้งใจเต็มที่ให้เหมือนเราซื้อใช้เอง
หากวันไหนท้อแท้ ก็นึกไว้ครับ ไม่มีใครเกิดแล้วโตเลย
ทุกคนต้องผ่านมาทั้งนั้น
โชคดีร่ำรวยถ้วนหน้า
ผมไม่บอกเว็บนะครับ ไม่อยากมีปัญหากับสรรพากร ^^
มาปูเสื่อรอคับ
:'(รอครับจัดมา :wanwan044: :'(
รอครับ
รอด้วย
รออ่านครับ อยากมีเว็บทำเงินแบบนั้นบ้างจัง :wanwan017:
รอฟังครับ :wanwan011:
รอด้วยคน
ปูเสื่อรอ.. :wanwan023:
รอครับ
เว็บขายหรือทำอะไรหรือครับ ถึงไ้ด้ 350,000 บาทต่อเดือนครับ
น่าสนใจมาก ... ชอบทำให้อยากแล้วบอกให้เรารอ
:wanwan023:
:wanwan017: :wanwan017: :wanwan017:
รอด้วยคนครับ
:wanwan022:
รอครับ
รอติดตามตอนต่อไป ^__^ :wanwan003:
แนวนี้มาอีกแล้ว :wanwan022:
:wanwan011:
เข้ามารอ ค่ะ
รอครับ :wanwan017:
มารอด้วยครับ
เตรียมเครื่องดูดพร้อมแล้ว :wanwan017: :wanwan017:
น่าสนใจมากครับ :wanwan017:
:wanwan044: :wanwan044: :wanwan044:
:wanwan011: :wanwan011: รอฟังครับ :wanwan011: :wanwan011:
นั้งกินข้าวรอครับ
ตามด้วยคนครับๆๆๆ
มาทำให้อยาก แล้วก็จากไปประจำเลย
เหรอครับ
ปูเสื่อรอเลย :wanwan022:
ดีเลยครับ ผมก็ได้เหมือนกัน แต่..หลังๆ ไม่ใช่จากโลกออนไลน์
สรุปจากเคสของคุณ ผมเห็นตรงกันอยู่ข้อหนึ่ง คือ ถ้าเรามีเทคนิค เงินทอง ก็ดูไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป
:wanwan029: หลับรอ 555
ไม่ชอบรอแต่ก็ต้องรอ
:wanwan022: กางมุ้งรอ อิอิ
bookmark ไว้รอ :wanwan004: :wanwan004:
ตืดตามครับ
รอ...
รออีกคน :zad: :zad:
:wanwan011:
รอด้วยคน :wanwan011:
มารอ..สมัครเป็นลูกศิษย์ครับบบบบ :-[
มารออะไรกันอ่ะ
อยากถามว่า ในความเป็นจริง ถ้า คุณเดินในห้างแล้ว มีคน มาตะโกนว่า ผมมีวิธีหาเงิน 350,000 ใน 1 เดือน ใครอยากฟัง นั่งรอผมเลย เด๊่ยวผมมาเล่า แล้วเขาก็เดินไป
อยากรู้ว่า พวกคุณจะนั่งรอไหม ผมเชื่อว่า 90% เดินผ่านไปเลย
ป.ล. ผมไม่ได้บอกว่า จขกท โม้ นะ อาจจะจริงก็ได้ แต่ ........................ มันแปลกๆอ่ะ ทั้งคนที่จะ อธิบาย และ คนที่จะรอ
เอาเวลาทำไปอย่างอื่นดีกว่า ยังไง ถ้าเขา บอก เรามาอ่านพรุ่งนี้ มันก็ยังมีให้อ่านครับ
:wanwan011: :wanwan011: :wanwan011:
รอกันเยอะ คึกคักดีแท้ แต่ไม่มีใครทัก จขกท เรื่องลายเซ็นต์เลย
รอเช่นกัน
เชื่อว่าคุณทำได้ :wanwan003:
อ้างถึงจาก: pongweb ใน 04 สิงหาคม 2012, 14:40:03
รอกันเยอะ คึกคักดีแท้ แต่ไม่มีใครทัก จขกท เรื่องลายเซ็นต์เลย
ลายเซ็นต์มีกฏห้ามอะไรหรือป่าวครับ
อ้างถึงจาก: RICHEST ใน 04 สิงหาคม 2012, 14:47:41
เชื่อว่าคุณทำได้ :wanwan003:
รับผมเป็นศิษย์ด้วยครับ จารย์ :wanwan017:
ผมก็มีรายได้จากเว็บหนึ่งเดือนละ 400k แต่ต้องจ่ายตังกับเว็บนี้เดือนละ 410k ทุกเดือน ล้อเล่นครับ
มาแล้วครับ ตะกี้ออกไปหาอะไรทานเล็กน้อย
เด๋วจะพิมพ์ให้จบเลยครับ
ด้วยคนครับ :wanwan044:
อ้างถึงจาก: BosnoS ใน 04 สิงหาคม 2012, 14:38:34
มารออะไรกันอ่ะ
อยากถามว่า ในความเป็นจริง ถ้า คุณเดินในห้างแล้ว มีคน มาตะโกนว่า ผมมีวิธีหาเงิน 350,000 ใน 1 เดือน ใครอยากฟัง นั่งรอผมเลย เด๊่ยวผมมาเล่า แล้วเขาก็เดินไป
อยากรู้ว่า พวกคุณจะนั่งรอไหม ผมเชื่อว่า 90% เดินผ่านไปเลย
ป.ล. ผมไม่ได้บอกว่า จขกท โม้ นะ อาจจะจริงก็ได้ แต่ ........................ มันแปลกๆอ่ะ ทั้งคนที่จะ อธิบาย และ คนที่จะรอ
เอาเวลาทำไปอย่างอื่นดีกว่า ยังไง ถ้าเขา บอก เรามาอ่านพรุ่งนี้ มันก็ยังมีให้อ่านครับ
รอในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าต้องนั่งเฝ้ากระทู้นิครับ อาจจะทำงานรอ เล่น facebook รอ หรือเข้าห้องน้ำรอก็ได้ :-[
อยากรู้เหมือนกันว่าทำอะไร :wanwan011:
หายไปเลยไปนอนตื่่นมารอบ 1 ยังไม่มา :wanwan014:
รอดูครับ
นั้งรอกันแถวยาวเลยเหอะๆ :wanwan016:
ติดตามรอเลยทีเดียว :wanwan011:
น่าจะยาว (คิวนั่งรอ)
อ้างถึงจาก: loveteeruk ใน 04 สิงหาคม 2012, 15:15:10
อ้างถึงจาก: BosnoS ใน 04 สิงหาคม 2012, 14:38:34
มารออะไรกันอ่ะ
อยากถามว่า ในความเป็นจริง ถ้า คุณเดินในห้างแล้ว มีคน มาตะโกนว่า ผมมีวิธีหาเงิน 350,000 ใน 1 เดือน ใครอยากฟัง นั่งรอผมเลย เด๊่ยวผมมาเล่า แล้วเขาก็เดินไป
อยากรู้ว่า พวกคุณจะนั่งรอไหม ผมเชื่อว่า 90% เดินผ่านไปเลย
ป.ล. ผมไม่ได้บอกว่า จขกท โม้ นะ อาจจะจริงก็ได้ แต่ ........................ มันแปลกๆอ่ะ ทั้งคนที่จะ อธิบาย และ คนที่จะรอ
เอาเวลาทำไปอย่างอื่นดีกว่า ยังไง ถ้าเขา บอก เรามาอ่านพรุ่งนี้ มันก็ยังมีให้อ่านครับ
รอในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าต้องนั่งเฝ้ากระทู้นิครับ อาจจะทำงานรอ เล่น facebook รอ หรือเข้าห้องน้ำรอก็ได้ :-[
:-(
น่าสนใจมากครับ รอๆๆๆ :'(
ได้กลิ่น .... :P
มารอครับ
อ้างถึงจาก: chaloa ใน 04 สิงหาคม 2012, 16:11:19
ได้กลิ่น .... :P
เห็นว่ากำลังเรียบเรียง ปูเสื่อรอครับ :wanwan027:
กำลังหิว
รายได้น่าจะเป็นเว็บ 1-10 ของไทย :wanwan003:
เข้ามาติดตาม+เสนอหน้า เห็นคนเยอะดี :wanwan020:
จัดชุดแรกไปก่อนน่ะครับ
350k ไม่ใช่จะได้มาง่ายๆ หรอกครับ
เหนื่อยกันมาก่อนทั้งนั้น
ขอบคุณครับเก็บไว้เป็นไอเดีย
+1 ต่อเลยครับ :wanwan003:
ว่าที่กระทู้ปักหมุด :wanwan017:
+1 2->3
อ่านเป็นร้อย +3 คน :wanwan007:
+1 ครับ 3 > 4
ขอบคุณครับ ที่มาแบ่งปันความรู้ดีๆ :wanwan017:
มาแล้ว ๆ :P แต่แค่เห็นว่า product อะไรก็ท้อแล้วครับ คงทำไม่ไหว
อ้างถึงจาก: numau109 ใน 04 สิงหาคม 2012, 16:58:59
มาแล้ว ๆ :P แต่แค่เห็นว่า product อะไรก็ท้อแล้วครับ คงทำไม่ไหว
เอาแนวคิดประยุกต์ครับ อย่าเพิ่งท้อ
แนวทางของผมไม่ได้ใหม่หรอกครับ
เปนหลักการตลาดปกติ ทำไม sumsung แซง sony ได้
ก็เพราะขายถูก + เสนอความแตกต่าง
ขายมะหาด ก็สร้างความแตกต่าง ใส่กลูต้า เพิ่มเข้าไป ไรแบบนี้
ตอนนี้ลูกชาย (น้องหมา) ชวนไปเดินเล่น
จะทยอยอัพให้จบวันนี้นะครับ
รออ่าน :wanwan020:
ขอบคุณมากมายครับ
ผมทำ 2 สิ่งนี้ควบคุ่กันไปครับ
ติดปัญหาเรื่องต้อง Stock สินค้าเยอะ ทำให้เงินจมอยู่เหมือนกัน อ่านแล้วได้คิด
ความรู้ทั้งนั้น :wanwan017:
1. digital product
2. ค่า bid คลิกละ 50 เดือนนึงจ่ายได้เป็นแสน หมายความว่า สินค้าต้นทุนต้องเป็น0หรือแทบไม่มี ขายหลักพันถึงหมื่น
3. ลูกค้าสามารถซื้อได้โดยไม่ต้องอธิบายการใช้งาน แปลว่าเป็นสินค้าที่อยู่ในตลาดอยู่แล้วและลูกค้ามีข้อมูลสินค้าตัวนั้นอยู่แล้ว
4. มี2web ขายสินค้าใกล้เคียงกัน webแรกbrandแข็งติดตลาดไม่ต้องแข่งราคา ส่วนอีกwebแข่งราคา ตีความได้ว่าสินค้าชนินเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน สามารถตั้งราคาต่างกันได้ เพียงเพราะbrand
5. มีเรื่อง host และจำนวนผู้ใช้งาน ที่เกี่ยวข้องกับกำไร และมีการให้ทดลองใช้งาน
ขอฟันธงครับ ธุรกิจของคุณคือ ให้บริการ SMS online
ปล.ขอเพิ่มเติมหน่อยนึง ตอนแรกเห็นว่าโฆษณา local แต่บอกว่าได้เงิน paypal อาจเป็นธุรกิจ ให้บริการโทรผ่านnet ด้วยครับ
สุดยอดเลยครับ ขอติดตามด้วยคนนะครับ
:'( ติดตาม ติดตาม....ชอบ...
ก็อย่างที่หลายคนบอก..."บอก..แต่บอกไม่หมด"
ตั้งแต่อ่านมา ยังไม่เข้าใจว่าขายอะไรกันแน่..
สุดยอดครับ รอติดตามอยู่ :wanwan003:
เมื่อคู่แข่งเปิดให้ใช้ฟรี
น่าจะเป็นบริการ อะไรออนไลน์ sms ก็น่าจะใช่ แต่ไม่น่าจะราคา 5USD :wanwan044:
สุดยอดมาก น่าติดตาม มากค่ะพี่
1+ ครับ
ขอบคุณที่แชร์
ยาวดี ขอบคุณครับท่าน
เข้ามาเก็บ อิอิ :wanwan004:
สุดยอดครับเหนือความขาดหมายผมจริงงๆครับ :wanwan017: ผมไปไม่ถึงขนาดนั้นแน่นอนครับอ่านแล้วไม่สามารถแปลใจคววามเจาะลึกได้ครับ :P
จบแล้วครับ
ขอบคุณทุกท่านที่รอฟังครับ
ประสบการณ์เล็กๆ
ตอนนี้ผมกำลังเริ่มทำอีกเว็บ ใหญ่เชียว
หากสำเร็จจะมาแบ่งปันให้นะครับ
คาดว่าคงอีกหลายปี :wanwan023:
อ่านเป็นกำลังใจให้ตัวผมมากครับ
อ่านแล้วทำให้มีแรงสู้ต่อไป :wanwan031:
ข้อมูลดีครับ ให้ข้อมูลแค่นี้ก็เหลือเฟือแล้วครับ
อ่านแล้วมีแรงสู้อีกนิดหน่อย แม้ไม่รู้ว่า คืออะไร :wanwan031: :P
(เหมือนขายตรงเลย มีแรงสู้ เหมือนอยู่ในความฝัน มีรถ มีบ้าน ท่องเที่ยวฟรี...แล้วเมื่อไหร่ล่ะ ชาติหน้าหรือเปล่า) :P
:wanwan017:
ขอบคุณครับ :wanwan017: :wanwan017:
ขอบคุณมาก สำหรับแนวคิดดีๆ
thanks ^^
:wanwan017:
สุดยอดมากเลยท่าน เป็นกำลังใจได้ดี :wanwan017: :wanwan017:
ขอบคุณมากครับ
อ้างถึงจาก: bsirius66 ใน 04 สิงหาคม 2012, 12:57:48
สวัสดีครับ
พอดีช่วงนี้กำลังศึกษาการทำ SEO ได้ความรู้มากมายจากในบอร์ดเลยอยาก
ตอบแทนด้วยการแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัว ในการทำเงินโดยไม่ต้องพึ่ง SEO
มาแบ่งปันเพื่อนๆ นะครับ
มีเพียงวิธีเดียวที่จะอยู่เหนือ Algorithm ของ Google คืออย่าไปสนใจมันครับ
สร้าง Brand ให้แข็งครับ ทำไงก็ได้ให้ลูกค้าของเราเข้าเว็บเราโดยตรง จาก Faverite Bar/Bookmark ของเขา ไม่ใช่ต้องผ่าน google.com ตลอด
ผมมีเว็บทำเงินอยู่เว็บนึงครับ ทำกำไรต่อเดือนประมาณ 350,000 บาท (เคยได้สูงสุดประมาณ 500K) โดยที่ไม่ต้องพึ่ง Google เลย
กับอีกเว็บ ที่ขาย สินค้าอีกตัว ทำรายได้ไกล้เคียงกัน แต่ต้องเสียค่าโฆษณาให้ Google เดือนละหลายหมื่น
หักแล้วเหลือกำไรน้อยกว่าเว็บแรก ช่วงหลักยอดตก 70% เพราะมีหน้าใหม่เข้ามาทุ่ม Adwords แข่ง
ทำให้ bid ต่อ click เพิ่มขึ้นประมาณ 300% (Google แนะนำว่าผมควร bid ที่ 50 บาท ต่อคลิก)
ตกแล้วเดือนละประมาณแสนห้าสำหรับค่าโฆษณา แถมคู่แข่งก็เยอะมาก (kw ค้นหาเดือนละประมาณ 160000 local)
ข้อแตกต่างของทั้งสองเว็บคือ Web แรก brand แข็งมาก สามารถกำหนดตลาดได้
กับอีกเว็บซึ่งลูกค้าอีกกลุ่ม ที่เราไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย (เน้นถูก) แข่งยังไงก็แพ้ตลาด
และที่สำคัญ ขาด Google ไม่ได้เด็ดขาด
ผมเลยอยากจะแบ่งปันสิ่งที่ผมทำเพื่อให้ได้เว็บแรกขึ้นมาครับ
ลองอ่านแล้วไปประยุกต์ดูนะครับ
ปีที่ 1 - ขายอะไรดีน่ะ???
ปีแรก ที่ผมมีความรู้สึกว่า อยากจะหาเงินจากอินเตอร์เน็ตดู แน่นอนครับต้องขายของ
ข้อนี้สำคัญมากครับ จะรุ่งหรือจะร่วง+เหนื่อยฟรี ก็อยู่ที่เลือกว่าจะเลือกสินค้าอะไร
ส่วนตัวผม ผมไม่เลือกขายตามตลาด เพราะผมไม่มีทางตามตลาดทันแบบพวกทุนหนาหรือนัก Marketing
ผมเลือกจะขายในสิ่งที่ผมรักและถนัด (ต้องถูกกฏหมายด้วยน่ะ)
อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงคือเรื่อง Stock สินค้า ครับ เมื่อเริ่มทำการตลาดแบบจริงจัง เงินเราจะไปจมอยู่กับ stock เยอะ
หากบริหาร cashflow ไม่ดี เตรียมตัวเจ๊งได้เลย
ผมเลยเลือกขายของที่ไม่ต้อง stock ครับ และสามารถผลิตได้อย่างมากมายใน 1 นาที
มันคือ Digital Product นั้นเอง
เมื่อได้สิ่งที่เราจะขายแล้วก็ถามตัวเองต่อ ด้วยหลักการเดิมๆ ว่า
1. first สมัยนี้คงยากครับ คิดจะทำอะไรก็มีแล้วทั้งนั้น หากไม่หัวคิดสร้างสรรค์จริง ข้อนี้ผมไม่ให้คุณผ่าน!!!
2. best นี่แหละครับจุดหมาย สินค้าที่ best จะทำเงินและแข็งแกร่งในตลาด โดยไม่ต้องพึ่งพา Marketing มากนัก
3. different ผมเลือกข้อนี้ครับ แล้วค่อยๆ ทำให้ best ทีหลัง ณ ตอนที่ผมเริ่มคิด มีคู่แข่งอยู่แล้วประมาณ 10 ราย แต่ product ทุกตัวมีจุดอ่อน
ถามว่าผมรู้ได้ไง เพราะผมใช้มาก่อน ผมเลยรู้ว่าแต่ละรายมีจุดอ่อนครับ ผมเลือกจะใช้จุดอ่อนเหล่านั้น มาเสริมเป็นจุดแข็ง
ok ครับ ผมได้คำตอบให้ตัวเองเมื่อ 6 ปีที่เล้ว
หลังจากนั้นก็ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานวันละ 1-2 ชม ค่อยๆ ทำขึ้่นมา
หลังจากนั้น 1 ปี Product ของ ผมก็พร้อมลุยในตลาด
ปีที่ 2 - ทดลองตลาด
ซ้ายก็เบอร์ 1 ขวาก็เบอร์ 2 จะสู้กับเขายังไงน่ะ
แถมเราไม่ได้เป็นเบอร์ 3 เราเข้าตลาดมาเป็นเบอร์ท้ายๆ เลยด้วยซ้ำ
คนไม่มีทางเปลี่ยนหรอกครับ หากว่าสิ่งที่เขาใช้อยู่มันดี (เหมือนที่ Steve Job บอกเรื่องกิ่งไม้กับแครอท)
แต่คนเรามักมีจุดอ่อนอยู่ 1 ข้อ คือ ทุกคนชอบของฟรี (ทั้งๆ ที่รู้ว่าของฟรีไม่มีอยู่ในโลก ฮ่าๆๆๆ)
ปีนี้ของผมเลยไม่มีอะไรมากครับ ให้ใช้ฟรี
ผู้ให้ไม่ได้เป็นผู้เสียเสมอไปครับ หากเราเปิดช่องให้ลูกค้า feedback + เสนอ idea เขาก็ยินดีจะแนะนำ
เราก็นำเอามาพัฒนาต่อให้ตรงกับที่เขาต้องการ
จริงๆ แล้วปีนี้ ผมน่าจะเริ่มทำ SEO ได้แล้วนะครับ แต่ผมไม่คิดจะทำ เพราะเป้าหมายผมคือสร้าง brand
ไม่ได้คิดจะพึ่ง Google สุดท้าย เว็บก็เริ่มมีลุกค้าจากปากต่อปาก
ปีนี้เป็นปีที่เหนื่อยที่สุดของผมเพราะ
1. ยังต้องพัฒนา product ต่อ ถอยไม่ได้แล้ว
2. ต้อง support user แล้ว ต่างกับปีแรก ที่ทำเองไปเรื่อยๆ
3. ต้องควักทุนส่วนตัวจ่ายค่า Hosting (ไม่นับค่าเสียเวลาอีก)
ความเหนื่อยและความท้อเริ่มมาช่วงนี้แหละครับ
แต่ผมเลือกทำในสิ่งที่รักและถนัด มันช่วยเราได้เยอะครับ
ถึงจะเหนื่อยแต่สนุก
สุดท้ายปีที่ 2 ก็ผ่านไปได้ โดยเว็บมีผู้ใช้ประมาณ 3000 คนต่อเดือน
ปีที่ 3 - ทำเงิน + พัฒนาต่อ
ปีที่ 3 ผ่านมาซักครึ่งปี ผู้ใช้เพิ่มมาแตะหลัก 5000 คน
ผมประเมินค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อเดือนไว้ประมาณ คนละ 5USD (ประมาณ 150 บาท)
บวกลบคูณหารแล้วผมจะทำเงิน 7 แสนบาทต่อเดือน
แต่เสียดายครับ การทำธุรกิจไม่ใช่คณิตศาสตร์ เมื่อไหร่เราคิดเงิน ลูกค้าก็จะหายวูบ
และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ตอนแรกผมประเมินว่าน่าจะเหลือราวๆ 30%
แต่เอาเข้าจริงเหลือประมาณ 10% ครับ
ผมเลือกวันเกิดผม เป็นวันที่เริ่มเปลี่ยน model การใช้งานเป้นแบบคิดเงิน
ยังจำได้ดี บ่าย 3 โมง วันนั้น
email จาก paypal แจ้งว่ามีฝรั่ง USA สั่งซื้อสินค้า 1 ชิ้น ราคา 5USD
ทำเอาน้ำตาแทบไหลครับ
ตลอดบ่ายวันนั้น ผมไม่ต้องทำอะไรเลย นั่งดูเมล์ใน paypal
จบวันแรกทำเงินไปได้เกือบ 1000 USD
โจทย์ที่ท้าทายต่อไปคือ เอา 90% ที่หายไปกลับมาให้ได้มากที่สุด
ก่อนวันเกิดผมได้เตรียมไม้ตายไว้แล้ว ปล่อยสินค้า version ใหม่
ที่กั๊กความ best ไว้แล้ว ทำมา 3 ปีแล้ว ผมเลยจุด ข้อ 2+3 (best & different)
ไปนานแล้ว แต่ต้องรอจังหวะในการปล่อย ซึ่งไม่มีเวลาไหนเหมาะ
เท่ากับตอนที่เรา ต้องการเรียกลูกค้ากลับมา
หลังจากนั้น 2 เดือน จำนวน ผู้ใช้เด้งกลับมาที่ประมาณ 1000 คน
ทำเงินได้ประมาณ 1 แสนนิดๆ
เว็บก็ทำงานของมันไป สินค้าผมก็ไม่ต้อง stock
หมดก็สร้างใหม่ได้ทันที นอนอยู่ ก็ยังทำเงิน
ฟังดูเหมือนฝันเลยครับ
แต่แล้วก็ต้องตื่นจากฝันครับ
เมื่อคู่แข่งเปิดให้ใช้ฟรี !!!!
ปีที่ 4 - ขึ้นเป็นเบอร์ 1
โลกสมัยนี้มันหมุนไวจริงๆ ครับ อย่าคิดว่าเราเก่ง เราทำได้ เขาก็ทำได้
เบอร์ 1 เบอร์ 2 แก้เกมส์ผมด้วยการเปิดให้ใช้ฟรี (แบบมีข้อจำกัด)
แถมช่วงหลังๆ สิ่งที่ different มันเริ่มจะไม่ different ซะแล้ว
เจอการตลาดแบบ me too (แกมีชั้นก็มี) เข้าไป สิ่งที่เรามี เขาทำให้มีได้
สุดท้ายก็ถึงจุดอิ่มตัวครับ
เมื่อมาถึงจุดนี้ สิ่งที่จะวัดกันก็คือ สิ่งที่เราทำไว้ในอดีต
หากที่ผ่านมาเราดีพอ ลูกค้าจะ Royalty กับเรา ครับ
สุดท้ายผมก็สามารถทำยอดได้เดือนละ 350K
ช่วงปลายๆ ปี เบอร์ 2 ก็หยุดไป
จากเบอร์ท้ายๆ เว็บผมก็ขึ้นมาเตะเบอร์ 1 ตกบัลลังค์
ได้ marketshare ไปประมาณ 60% บางเดือนก็ยอดแตะ 500K
ครองเบอร์ 1 อยู่จนถึงปีที่ 5 แล้วก็ต้องหาทางออกจากตลาด
ปีที่ 5 - ออกจากตลาด
ไม่ว่าทำอะไร เราต้องเลือกที่ออกจากตลาดครับ
ทุกอย่างมีอายุของมัน เลือกที่ขายทิ้งตอนที่มันยังทำเงิน
ดีกว่ามาลดราคาขายตอนที่มันขาลง
เหตุผลที่ทำให้ผมคิดจะออกจากตลาดคือ
1. อิ่มตัว หมด idea กับมันแล้ว เบื่ออยากไปทำอย่างอื่น
2. ถูก crack digital product มันสมบูรณ์แบบก็จริง
- ไม่ต้อง stock,
- ส่งทางเมล์ไม่ต้องมีค่า shipping
- ลูกค้า cancel เราก็ไม่ขาดทุน paypal หักเงินเราคืนลูกค้า เราก็ไม่เสียหายมาก (paypal รักษาผลประโยชน์คนซื้อมากกว่าคนขาย)
แต่จุดอ่อนมันก็คือ การ crack นี่แหละครับ
3. มีคนเสนอซื้อ ให้ราคาที่ผมพอใจ
สุดท้ายเว็บที่พนักงานเพียงคนเดียว (คือผม) กับทีมงานต่างชาติอีก 2-3 คน ที่มาช่วยงานด้วยใจ
ก็ได้ข้อสรุปว่า คงขายให้ได้ในสิ้นปีนี้ (2012)
ปีที่ 6 - SEO
อย่างที่เล่ามาครับ เว็บผมไม่ง้อ Google
title, meta tag, descritpion ไม่มีในเว็บไซต์ผม analytics ไม่เคยใส่แต่สิ่งที่มีคือ
1. สินค้า
2. direct traffic จากลูกค้า
3. articles ที่เกี่ยวกับสินค้า
4. articles ที่ไม่เกี่ยวกับสินค้า แต่มีผลทางอ้อม
5. community/forum ที่มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา
6. email marketing เพื่อดึงลูกค้าเก่ากลับมา
เมื่อมีเหตุให้ต้องทำ SEO (เพราะอีกเว็บ กำลังโดนดูดเงินค่า Adwords ไปเยอะ)
เลยตั้งใจจะใช้เว็บนี้เป็น network หลังจากที่ทำเว็บให้ SEO Friendly แล้ว
ประมาณ 1 เดือน Google ก็ให้ผลการค้นหาอันดับ 1 มาให้ครับ
ผมได้มาเพราะ 6 ข้อด้านบนนี่แหละ
ผมสามารถเพิ่มลูกค้าใหม่จาก google ประมาณ 20%
ดูจาก analytics direct ผมจะ 80%, bounce rate ที่ 5%, user อยู่ประมาณ 10 นาที โดยเฉลี่ย
แบ่งตาม region ก็มีหลัก usa, eng, ger, bra, rus, jp, ind, tha (นิดหน่อย)
ที่เล่ามาทั้งหมดก็อยากจะให้ดูเรื่อง SEO นี่แหละครับ
ให้เริ่มจากทำ brand เราให้แข็ง แล้วอันดับมันจะมาเอง
ถึงเราจะปั่นจนขึ้นที่ 1 แต่มันก็ไม่นานหรอกครับ
เราขึ้น 1 คนอื่นก็ขึ้นได้ แต่ถ้าของเราดี ต่อให้เราอยู่หน้า 10 คนก็ซื้อของเราครับ
ผมเองทำ SEO ได้ห่วยมาก เว็บที่ผมกำลังทำ SEO ตอนนี้ตกไปหน้า 30 แล้ว
เก่งไหมละครับ ฮ่าๆๆๆ แต่ผมไม่อยากจ้างใครทำน่ะ ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ แบบนี้แหละสนุกดี
จบแล้วครับ
เล่าให้ฟังเป็นแนวทาง
สำหรับคนที่สงสัยว่าสินค้าคืออะไร ไม่ต้องไปสนใจครับ
แทนคำว่าสินค้าของผมด้วยสิ่งที่คุณอยากจะขาย (ด้วยความถนัดและใจรัก)
แล้วทำให้ดีครับ เอาใจใส่ ตั้งใจเต็มที่ให้เหมือนเราซื้อใช้เอง
หากวันไหนท้อแท้ ก็นึกไว้ครับ ไม่มีใครเกิดแล้วโตเลย
ทุกคนต้องผ่านมาทั้งนั้น
โชคดีร่ำรวยถ้วนหน้า
ผมไม่บอกเว็บนะครับ ไม่อยากมีปัญหากับสรรพากร ^^
สุดยอดครับ เก็บไว้เป็นที่ละลึก
โดนๆ :wanwan003:
:wanwan017: ขอบคุณที่มาแชร์ครับ
อยากจะ thank อีกรอบแต่
ขออภัย คุณไม่สามารถดำเนินการซ้ำภายในเวลาที่กำหนด คุณจะต้องรอ 72 ชั่วโมง. :wanwan044:
ขอบคุณครับ
bounce rate 5%
เทพมากครับท่าน :wanwan017:
+1 เด็ดมากค่ะ สว่างวาบเลยทีเดียว ไม่เสียทีที่เข้ามาเสนอหน้ารอกับเค้า
พอเดาได้ว่าทำอะไร
ไม่รู้ขายไร แต่+ให้
:wanwan019:
ยากที่คนธรรมดาจะทำได้ แสดงว่าท่านต้องไม่ธรรมดา ทั้งสติปัญญาและความสามารถเฉพาะตัว น่าชื่นชมครับ ต่อไปท่านอาจจะทำได้ไม่น้อยหน้าไปกว่า พี่มาร์ก (ซักเกอร์ เบอร์ก) :'(
ขายอะไรนะ สุดยอดครับ
ขอบคุณค่ะ บทความมีประโยชน์มากๆ
เยี่ยมมากเลยค่ะ ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันให้อ่านกัน
:wanwan017: :wanwan017: :wanwan017:
:P
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับบทความ
ตอนนี้ เวป โดน ลบ อินเด็กซ์ไปเยอะ
ต้องพยายามสร้าง แบรนด์ โดยไม่พึ่งกูเกิลให้ได้
อ้างถึงจาก: bsirius66 ใน 04 สิงหาคม 2012, 12:57:48
สวัสดีครับ
พอดีช่วงนี้กำลังศึกษาการทำ SEO ได้ความรู้มากมายจากในบอร์ดเลยอยาก
ตอบแทนด้วยการแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัว ในการทำเงินโดยไม่ต้องพึ่ง SEO
มาแบ่งปันเพื่อนๆ นะครับ
มีเพียงวิธีเดียวที่จะอยู่เหนือ Algorithm ของ Google คืออย่าไปสนใจมันครับ
สร้าง Brand ให้แข็งครับ ทำไงก็ได้ให้ลูกค้าของเราเข้าเว็บเราโดยตรง จาก Faverite Bar/Bookmark ของเขา ไม่ใช่ต้องผ่าน google.com ตลอด
ผมมีเว็บทำเงินอยู่เว็บนึงครับ ทำกำไรต่อเดือนประมาณ 350,000 บาท (เคยได้สูงสุดประมาณ 500K) โดยที่ไม่ต้องพึ่ง Google เลย
กับอีกเว็บ ที่ขาย สินค้าอีกตัว ทำรายได้ไกล้เคียงกัน แต่ต้องเสียค่าโฆษณาให้ Google เดือนละหลายหมื่น
หักแล้วเหลือกำไรน้อยกว่าเว็บแรก ช่วงหลักยอดตก 70% เพราะมีหน้าใหม่เข้ามาทุ่ม Adwords แข่ง
ทำให้ bid ต่อ click เพิ่มขึ้นประมาณ 300% (Google แนะนำว่าผมควร bid ที่ 50 บาท ต่อคลิก)
ตกแล้วเดือนละประมาณแสนห้าสำหรับค่าโฆษณา แถมคู่แข่งก็เยอะมาก (kw ค้นหาเดือนละประมาณ 160000 local)
ข้อแตกต่างของทั้งสองเว็บคือ Web แรก brand แข็งมาก สามารถกำหนดตลาดได้
กับอีกเว็บซึ่งลูกค้าอีกกลุ่ม ที่เราไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย (เน้นถูก) แข่งยังไงก็แพ้ตลาด
และที่สำคัญ ขาด Google ไม่ได้เด็ดขาด
ผมเลยอยากจะแบ่งปันสิ่งที่ผมทำเพื่อให้ได้เว็บแรกขึ้นมาครับ
ลองอ่านแล้วไปประยุกต์ดูนะครับ
ปีที่ 1 - ขายอะไรดีน่ะ???
ปีแรก ที่ผมมีความรู้สึกว่า อยากจะหาเงินจากอินเตอร์เน็ตดู แน่นอนครับต้องขายของ
ข้อนี้สำคัญมากครับ จะรุ่งหรือจะร่วง+เหนื่อยฟรี ก็อยู่ที่เลือกว่าจะเลือกสินค้าอะไร
ส่วนตัวผม ผมไม่เลือกขายตามตลาด เพราะผมไม่มีทางตามตลาดทันแบบพวกทุนหนาหรือนัก Marketing
ผมเลือกจะขายในสิ่งที่ผมรักและถนัด (ต้องถูกกฏหมายด้วยน่ะ)
อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงคือเรื่อง Stock สินค้า ครับ เมื่อเริ่มทำการตลาดแบบจริงจัง เงินเราจะไปจมอยู่กับ stock เยอะ
หากบริหาร cashflow ไม่ดี เตรียมตัวเจ๊งได้เลย
ผมเลยเลือกขายของที่ไม่ต้อง stock ครับ และสามารถผลิตได้อย่างมากมายใน 1 นาที
มันคือ Digital Product นั้นเอง
เมื่อได้สิ่งที่เราจะขายแล้วก็ถามตัวเองต่อ ด้วยหลักการเดิมๆ ว่า
1. first สมัยนี้คงยากครับ คิดจะทำอะไรก็มีแล้วทั้งนั้น หากไม่หัวคิดสร้างสรรค์จริง ข้อนี้ผมไม่ให้คุณผ่าน!!!
2. best นี่แหละครับจุดหมาย สินค้าที่ best จะทำเงินและแข็งแกร่งในตลาด โดยไม่ต้องพึ่งพา Marketing มากนัก
3. different ผมเลือกข้อนี้ครับ แล้วค่อยๆ ทำให้ best ทีหลัง ณ ตอนที่ผมเริ่มคิด มีคู่แข่งอยู่แล้วประมาณ 10 ราย แต่ product ทุกตัวมีจุดอ่อน
ถามว่าผมรู้ได้ไง เพราะผมใช้มาก่อน ผมเลยรู้ว่าแต่ละรายมีจุดอ่อนครับ ผมเลือกจะใช้จุดอ่อนเหล่านั้น มาเสริมเป็นจุดแข็ง
ok ครับ ผมได้คำตอบให้ตัวเองเมื่อ 6 ปีที่เล้ว
หลังจากนั้นก็ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานวันละ 1-2 ชม ค่อยๆ ทำขึ้่นมา
หลังจากนั้น 1 ปี Product ของ ผมก็พร้อมลุยในตลาด
ปีที่ 2 - ทดลองตลาด
ซ้ายก็เบอร์ 1 ขวาก็เบอร์ 2 จะสู้กับเขายังไงน่ะ
แถมเราไม่ได้เป็นเบอร์ 3 เราเข้าตลาดมาเป็นเบอร์ท้ายๆ เลยด้วยซ้ำ
คนไม่มีทางเปลี่ยนหรอกครับ หากว่าสิ่งที่เขาใช้อยู่มันดี (เหมือนที่ Steve Job บอกเรื่องกิ่งไม้กับแครอท)
แต่คนเรามักมีจุดอ่อนอยู่ 1 ข้อ คือ ทุกคนชอบของฟรี (ทั้งๆ ที่รู้ว่าของฟรีไม่มีอยู่ในโลก ฮ่าๆๆๆ)
ปีนี้ของผมเลยไม่มีอะไรมากครับ ให้ใช้ฟรี
ผู้ให้ไม่ได้เป็นผู้เสียเสมอไปครับ หากเราเปิดช่องให้ลูกค้า feedback + เสนอ idea เขาก็ยินดีจะแนะนำ
เราก็นำเอามาพัฒนาต่อให้ตรงกับที่เขาต้องการ
จริงๆ แล้วปีนี้ ผมน่าจะเริ่มทำ SEO ได้แล้วนะครับ แต่ผมไม่คิดจะทำ เพราะเป้าหมายผมคือสร้าง brand
ไม่ได้คิดจะพึ่ง Google สุดท้าย เว็บก็เริ่มมีลุกค้าจากปากต่อปาก
ปีนี้เป็นปีที่เหนื่อยที่สุดของผมเพราะ
1. ยังต้องพัฒนา product ต่อ ถอยไม่ได้แล้ว
2. ต้อง support user แล้ว ต่างกับปีแรก ที่ทำเองไปเรื่อยๆ
3. ต้องควักทุนส่วนตัวจ่ายค่า Hosting (ไม่นับค่าเสียเวลาอีก)
ความเหนื่อยและความท้อเริ่มมาช่วงนี้แหละครับ
แต่ผมเลือกทำในสิ่งที่รักและถนัด มันช่วยเราได้เยอะครับ
ถึงจะเหนื่อยแต่สนุก
สุดท้ายปีที่ 2 ก็ผ่านไปได้ โดยเว็บมีผู้ใช้ประมาณ 3000 คนต่อเดือน
ปีที่ 3 - ทำเงิน + พัฒนาต่อ
ปีที่ 3 ผ่านมาซักครึ่งปี ผู้ใช้เพิ่มมาแตะหลัก 5000 คน
ผมประเมินค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อเดือนไว้ประมาณ คนละ 5USD (ประมาณ 150 บาท)
บวกลบคูณหารแล้วผมจะทำเงิน 7 แสนบาทต่อเดือน
แต่เสียดายครับ การทำธุรกิจไม่ใช่คณิตศาสตร์ เมื่อไหร่เราคิดเงิน ลูกค้าก็จะหายวูบ
และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ตอนแรกผมประเมินว่าน่าจะเหลือราวๆ 30%
แต่เอาเข้าจริงเหลือประมาณ 10% ครับ
ผมเลือกวันเกิดผม เป็นวันที่เริ่มเปลี่ยน model การใช้งานเป้นแบบคิดเงิน
ยังจำได้ดี บ่าย 3 โมง วันนั้น
email จาก paypal แจ้งว่ามีฝรั่ง USA สั่งซื้อสินค้า 1 ชิ้น ราคา 5USD
ทำเอาน้ำตาแทบไหลครับ
ตลอดบ่ายวันนั้น ผมไม่ต้องทำอะไรเลย นั่งดูเมล์ใน paypal
จบวันแรกทำเงินไปได้เกือบ 1000 USD
โจทย์ที่ท้าทายต่อไปคือ เอา 90% ที่หายไปกลับมาให้ได้มากที่สุด
ก่อนวันเกิดผมได้เตรียมไม้ตายไว้แล้ว ปล่อยสินค้า version ใหม่
ที่กั๊กความ best ไว้แล้ว ทำมา 3 ปีแล้ว ผมเลยจุด ข้อ 2+3 (best & different)
ไปนานแล้ว แต่ต้องรอจังหวะในการปล่อย ซึ่งไม่มีเวลาไหนเหมาะ
เท่ากับตอนที่เรา ต้องการเรียกลูกค้ากลับมา
หลังจากนั้น 2 เดือน จำนวน ผู้ใช้เด้งกลับมาที่ประมาณ 1000 คน
ทำเงินได้ประมาณ 1 แสนนิดๆ
เว็บก็ทำงานของมันไป สินค้าผมก็ไม่ต้อง stock
หมดก็สร้างใหม่ได้ทันที นอนอยู่ ก็ยังทำเงิน
ฟังดูเหมือนฝันเลยครับ
แต่แล้วก็ต้องตื่นจากฝันครับ
เมื่อคู่แข่งเปิดให้ใช้ฟรี !!!!
ปีที่ 4 - ขึ้นเป็นเบอร์ 1
โลกสมัยนี้มันหมุนไวจริงๆ ครับ อย่าคิดว่าเราเก่ง เราทำได้ เขาก็ทำได้
เบอร์ 1 เบอร์ 2 แก้เกมส์ผมด้วยการเปิดให้ใช้ฟรี (แบบมีข้อจำกัด)
แถมช่วงหลังๆ สิ่งที่ different มันเริ่มจะไม่ different ซะแล้ว
เจอการตลาดแบบ me too (แกมีชั้นก็มี) เข้าไป สิ่งที่เรามี เขาทำให้มีได้
สุดท้ายก็ถึงจุดอิ่มตัวครับ
เมื่อมาถึงจุดนี้ สิ่งที่จะวัดกันก็คือ สิ่งที่เราทำไว้ในอดีต
หากที่ผ่านมาเราดีพอ ลูกค้าจะ Royalty กับเรา ครับ
สุดท้ายผมก็สามารถทำยอดได้เดือนละ 350K
ช่วงปลายๆ ปี เบอร์ 2 ก็หยุดไป
จากเบอร์ท้ายๆ เว็บผมก็ขึ้นมาเตะเบอร์ 1 ตกบัลลังค์
ได้ marketshare ไปประมาณ 60% บางเดือนก็ยอดแตะ 500K
ครองเบอร์ 1 อยู่จนถึงปีที่ 5 แล้วก็ต้องหาทางออกจากตลาด
ปีที่ 5 - ออกจากตลาด
ไม่ว่าทำอะไร เราต้องเลือกที่ออกจากตลาดครับ
ทุกอย่างมีอายุของมัน เลือกที่ขายทิ้งตอนที่มันยังทำเงิน
ดีกว่ามาลดราคาขายตอนที่มันขาลง
เหตุผลที่ทำให้ผมคิดจะออกจากตลาดคือ
1. อิ่มตัว หมด idea กับมันแล้ว เบื่ออยากไปทำอย่างอื่น
2. ถูก crack digital product มันสมบูรณ์แบบก็จริง
- ไม่ต้อง stock,
- ส่งทางเมล์ไม่ต้องมีค่า shipping
- ลูกค้า cancel เราก็ไม่ขาดทุน paypal หักเงินเราคืนลูกค้า เราก็ไม่เสียหายมาก (paypal รักษาผลประโยชน์คนซื้อมากกว่าคนขาย)
แต่จุดอ่อนมันก็คือ การ crack นี่แหละครับ
3. มีคนเสนอซื้อ ให้ราคาที่ผมพอใจ
สุดท้ายเว็บที่พนักงานเพียงคนเดียว (คือผม) กับทีมงานต่างชาติอีก 2-3 คน ที่มาช่วยงานด้วยใจ
ก็ได้ข้อสรุปว่า คงขายให้ได้ในสิ้นปีนี้ (2012)
ปีที่ 6 - SEO
อย่างที่เล่ามาครับ เว็บผมไม่ง้อ Google
title, meta tag, descritpion ไม่มีในเว็บไซต์ผม analytics ไม่เคยใส่แต่สิ่งที่มีคือ
1. สินค้า
2. direct traffic จากลูกค้า
3. articles ที่เกี่ยวกับสินค้า
4. articles ที่ไม่เกี่ยวกับสินค้า แต่มีผลทางอ้อม
5. community/forum ที่มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา
6. email marketing เพื่อดึงลูกค้าเก่ากลับมา
เมื่อมีเหตุให้ต้องทำ SEO (เพราะอีกเว็บ กำลังโดนดูดเงินค่า Adwords ไปเยอะ)
เลยตั้งใจจะใช้เว็บนี้เป็น network หลังจากที่ทำเว็บให้ SEO Friendly แล้ว
ประมาณ 1 เดือน Google ก็ให้ผลการค้นหาอันดับ 1 มาให้ครับ
ผมได้มาเพราะ 6 ข้อด้านบนนี่แหละ
ผมสามารถเพิ่มลูกค้าใหม่จาก google ประมาณ 20%
ดูจาก analytics direct ผมจะ 80%, bounce rate ที่ 5%, user อยู่ประมาณ 10 นาที โดยเฉลี่ย
แบ่งตาม region ก็มีหลัก usa, eng, ger, bra, rus, jp, ind, tha (นิดหน่อย)
ที่เล่ามาทั้งหมดก็อยากจะให้ดูเรื่อง SEO นี่แหละครับ
ให้เริ่มจากทำ brand เราให้แข็ง แล้วอันดับมันจะมาเอง
ถึงเราจะปั่นจนขึ้นที่ 1 แต่มันก็ไม่นานหรอกครับ
เราขึ้น 1 คนอื่นก็ขึ้นได้ แต่ถ้าของเราดี ต่อให้เราอยู่หน้า 10 คนก็ซื้อของเราครับ
ผมเองทำ SEO ได้ห่วยมาก เว็บที่ผมกำลังทำ SEO ตอนนี้ตกไปหน้า 30 แล้ว
เก่งไหมละครับ ฮ่าๆๆๆ แต่ผมไม่อยากจ้างใครทำน่ะ ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ แบบนี้แหละสนุกดี
จบแล้วครับ
เล่าให้ฟังเป็นแนวทาง
สำหรับคนที่สงสัยว่าสินค้าคืออะไร ไม่ต้องไปสนใจครับ
แทนคำว่าสินค้าของผมด้วยสิ่งที่คุณอยากจะขาย (ด้วยความถนัดและใจรัก)
แล้วทำให้ดีครับ เอาใจใส่ ตั้งใจเต็มที่ให้เหมือนเราซื้อใช้เอง
หากวันไหนท้อแท้ ก็นึกไว้ครับ ไม่มีใครเกิดแล้วโตเลย
ทุกคนต้องผ่านมาทั้งนั้น
โชคดีร่ำรวยถ้วนหน้า
ผมไม่บอกเว็บนะครับ ไม่อยากมีปัญหากับสรรพากร ^^
เมพขิงขิง :wanwan017: :wanwan017:
อ้างถึงจาก: saisomboon ใน 04 สิงหาคม 2012, 21:38:49
:P
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับบทความ
ตอนนี้ เวป โดน ลบ อินเด็กซ์ไปเยอะ
ต้องพยายามสร้าง แบรนด์ โดยไม่พึ่งGoogleให้ได้
ถูกต้องแล้วครับ
อยากได้ nintendo 3ds xl กับ oni tiger
คิดราคายังไงครับ เป็นชิ้นหรือเป็น % ครับ
แล้วอย่างแรกถูกกว่าซื้อในไทยป่าวครับ
ขอเก็บกระทู้นี้ไว้เลย
:wanwan016:สวดยวด
สุดยอดมากครับผม
อ่านแล้ว ได้ข้อคิดมีประโยชน์มากครับ
เจ๋งมากเลยคับ :wanwan019:
+1 ให้เลยครับ
ยังหาแนวของตัวเองไม่เจอเลย :wanwan031:
+1 ขอบคุณมากครับ ^___^
ขายโปรแกรมบริหารจัดการครับ...
เก่งมากครับคนนี้ แค่เขียนโปรแกรม + แนวคิด ก็ถือได้ว่าเก่งมากแล้ว
:wanwan017:
อ้างถึงจาก: สดซาเล้ง ใน 04 สิงหาคม 2012, 22:59:13
ขายโปรแกรมบริหารจัดการครับ...
เก่งมากครับคนนี้ แค่เขียนโปรแกรม + แนวคิด ก็ถือได้ว่าเก่งมากแล้ว
:wanwan017:
(http://naiin.com/system/application/bookstore/resource/product/201104/18818/9786162100673_XXL.jpg)
ผมเคยอ่านหนังสือเล่มนี้
แนวทางที่ จขกท. ทำ กับสิ่งที่เขียนไว้ในหนังสือมีบางส่วนที่เหมือนกันคือเรื่องเกี่ยวกับ "นวัตกรรม"
อ้างถึงจาก: สดซาเล้ง ใน 04 สิงหาคม 2012, 23:05:01
อ้างถึงจาก: สดซาเล้ง ใน 04 สิงหาคม 2012, 22:59:13
ขายโปรแกรมบริหารจัดการครับ...
เก่งมากครับคนนี้ แค่เขียนโปรแกรม + แนวคิด ก็ถือได้ว่าเก่งมากแล้ว
:wanwan017:
(http://naiin.com/system/application/bookstore/resource/product/201104/18818/9786162100673_XXL.jpg)
ผมเคยอ่านหนังสือเล่มนี้
แนวทางที่ จขกท. ทำ กับสิ่งที่เขียนไว้ในหนังสือมีบางส่วนที่เหมือนกันคือเรื่องเกี่ยวกับ "นวัตกรรม"
ว่าแล้วต้องไม่ธรรมดา แต่ได้เห็นแนวทางของ จขกท ก็สุดยอดแล้วครับ :wanwan017:
ว่าแต่ทำไมราคา 5$
สร้างแบรนด์ใช้เวลา แต่คุ้มครับ ขอบคุณที่แชร์นะครับ :wanwan017:
ขอบคุณที่แชร์ครับ กำลังคิดจะสร้างแบรนทำ อเมซอนอยู่เลย
คุ้มกับที่ปูเสื่อรอ
เป็น SaaS ครับ (Software as a Service)
ราคาต่อเดือนต่อคน ก็ตกประมาณนี้ครับ
ที่สำคัญ หากทำได้ ต้องห้ามขายขาด ต้องให้เช่าเปนรายเดือนครับ
แจ่มมากครับผม :wanwan017:
ขอบคุณครับ
:wanwan017: :wanwan017:
+1 ขอบคุณครับ
ขนลุกซู่
ขอบคุณที่นำประสบการณ์มาแชร์ครับ
สุดยอดครับ :wanwan017:
ครบหลักสูตรเลย
ขอบคุณมากครับ
สุดยอดครับ ให้เป็นไอดอลอีกคนของผมเลย สู้บ้างครับ :wanwan003:
ขอบพระคุณมากๆๆ ครับ เด๋วกลับมาอ่าน
ตกลงว่าท่านรับเงินเดือนละ350,000บาทแต่ไม่จ่ายภาษีเลยหรือครับ แบบนี้เค้าเรียกว่ารับเงินสด
การสร้างแบรนด์์ ต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวาน.
อ่านแล้วได้ความรู้ และความฮึด ขอบคุณมากค่ะ
สงสัยความพยายามของเรายังน้อยนิดจริงๆ :wanwan023:
อ้างถึงจาก: คนขยัน ใน 05 สิงหาคม 2012, 13:09:41
ตกลงว่าท่านรับเงินเดือนละ350,000บาทแต่ไม่จ่ายภาษีเลยหรือครับ แบบนี้เค้าเรียกว่ารับเงินสด
จ่ายให้กรม paypal แทนครับ หลาย % อยู่ :wanwan023:
สุดยอดมากๆครับ กับสิ่งที่ผ่านมาจนถึงวันที่ประสบความสำเร็จ :wanwan003:
สุดยอดไปเรยครับพี่!!! :wanwan017: :wanwan017:
ใช้เวลาเยอะนะครับ กว่าจะสำเร็จ
คิดคล้ายๆผมคับ ผมกำลังมีโครงการจะทำเหมือนกันคับ เป็น Digital Product ส่วนตัวทำงาน CG อยู่แล้ว ตั้งเป้าไว้ให้มีรายได้เพิ่มทุกๆ 30k ต่อเดือน ถ้าได้ยังไงเดี๋ยวมาเล่าให้ฟังบ้างคับ ถ้าไม่ได้ก็ทำใหม่
อ้างถึงจาก: CIRCLENUMBER ใน 05 สิงหาคม 2012, 23:14:17
คิดคล้ายๆผมคับ ผมกำลังมีโครงการจะทำเหมือนกันคับ เป็น Digital Product ส่วนตัวทำงาน CG อยู่แล้ว ตั้งเป้าไว้ให้มีรายได้เพิ่มทุกๆ 30k ต่อเดือน ถ้าได้ยังไงเดี๋ยวมาเล่าให้ฟังบ้างคับ ถ้าไม่ได้ก็ทำใหม่
จะรอนะครับ นานมั้ย :wanwan013:
ได้อีกหนึ่งแนว "รวย" :wanwan017:
สุดยอดไปเลยครับ :wanwan003:
เข้ามาเพราะ 350k ต่อเดือนนี่แหล่ะ
:wanwan011:
:wanwan017: :wanwan017: ขอบคุณสำหรับแนวทางค่ะ ตอนนี้กำลังคลำทางที่ถนัดอยู่ค่ะ แต่สมองมันตื้อมากเลย ไม่รู้ตัวเองถนัดอะไร เหอ ๆๆ
ขอบคุณครับ
รู้ละว่าท่านทำธุรกิจอะไร :wanwan019:
ขอบคุณมาก เอาไว้เป็นแนวทางครับ
แนวทางที่ดีเลยครับ
เจ๋งดีครับ ก็น่าจะทำแบบนี้แทนที่จะไปวิ่งตาม google ล่ะครับ :wanwan003:
ขอบคุณมากๆ ครับ ได้ทั้งความรู้และกำลังใจมากๆ เลยคับบบ
อ้างถึงจาก: bsirius66 ใน 05 สิงหาคม 2012, 10:03:50
เป็น SaaS ครับ (Software as a Service)
ราคาต่อเดือนต่อคน ก็ตกประมาณนี้ครับ
ที่สำคัญ หากทำได้ ต้องห้ามขายขาด ต้องให้เช่าเปนรายเดือนครับ
อ่านแล้วทำให้รู้สึกว่านักพัฒนาคนไทยก็สู้ต่างชาติได้สบาย มีกำลังใจในการสร้าง product เลยครับ
ขอบคุณครับ
ยอมรับในความอึดค่ะ เก่งจริง ๆ คุ้มค่ากับที่ลงแรงมา :wanwan017:
สุดยอดครับท่าน
แนวคิดดีครับ
ขอบคุณครับ:wanwan003: :wanwan003:
เอาเป็น Brand + SEO จะดีกว่าไหมหนออ :P
ขอบคุณครับ บทความแนวทางการต่อสู้ในโลกออนไลน์
:wanwan003:
ได้ทั้งแนวทาง และกำลังใจ
เยี่ยมไปเลยค่ะ
สุดยอดไปเลยครับ :wanwan003:
ส่วนคนที่ฟันธงว่าเป็นบริการ SMS เนี้ย ผมขอบอกว่ามันไม่จริ๊งงงงงงงงงง :wanwan031:
ยอดเยี่ยมครับ :wanwan003:
อ้างถึงจาก: Bigguide ใน 06 สิงหาคม 2012, 23:53:14
สุดยอดไปเลยครับ :wanwan003:
ส่วนคนที่ฟันธงว่าเป็นบริการ SMS เนี้ย ผมขอบอกว่ามันไม่จริ๊งงงงงงงงงง :wanwan031:
เดืนที่แล้ว ผมหาเรื่อง sms แต่ไม่เจอเวบคุณเลย ครับ
เก่งมากเลยครับ
ขอคำชี้แนะวิธีหาตลาดต่างชาติให้หน่อยครับผม
ขอปักหมุดไว้กลางใจเลยครับ ขอบคุณมากครับ :wanwan017:
conference service เดาเล่นๆ อิอิ
สู้จริงๆ มันส์หลายปีมากๆ
+1
27->28
มาเก็บความรู้ :wanwan017: :wanwan017:
มีกำลังใจขึ้นเยอะ..ขอบคุณสำหรับสิ่งที่ดีๆ ครับ.. ขอบคุณ.. :wanwan003:
:wanwan017:ขอบคุณมากครับ :wanwan017:
เหนือ Algorithm ของ Google :wanwan017: :wanwan017: ผมชอบคำนี้จริงๆ เมื่อไรเราจะได้ได้เนี้ย :'( :'( :'(
ได้แนวทางดีครับ
จุดประกายอีกแล้ว ชอบบทความแบบนี้ครับ :wanwan003:
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ เป็นความรู้ที่ดีทีเดียว :wanwan017: :wanwan017:
:wanwan017: ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้ว
ขอบคุณมากค่ะ ทำให้มีกำลังใจขึ้นมากค่ะ
ที่เจ๋งสุดคือ เป็นสินค้าที่ไม่ต้อง stock
ในโลกนี้หายากมาก ๆ นะคะ :wanwan017:
ทราบซึ้งใจมากครับ
น่าสนใจมากครับ
ขอบคุณครับ
แนวคิดและสินค้าในการทำธุรกิจ สุดยอดมากครับ :wanwan003:
ให้มุมมองที่ดีอีกแบบหนึ่ง
ขอบคุณครับผม
:wanwan017:
อ้างถึงจาก: RICHEST ใน 05 สิงหาคม 2012, 23:32:40
อ้างถึงจาก: CIRCLENUMBER ใน 05 สิงหาคม 2012, 23:14:17
คิดคล้ายๆผมคับ ผมกำลังมีโครงการจะทำเหมือนกันคับ เป็น Digital Product ส่วนตัวทำงาน CG อยู่แล้ว ตั้งเป้าไว้ให้มีรายได้เพิ่มทุกๆ 30k ต่อเดือน ถ้าได้ยังไงเดี๋ยวมาเล่าให้ฟังบ้างคับ ถ้าไม่ได้ก็ทำใหม่
จะรอนะครับ นานมั้ย :wanwan013:
ตัวงานผมค่อนข้างจะโอเคแล้วคับ เหลือแต่ระบบในเวบซึ่งผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้เลยต้องค่อยๆเก็บไปคับ อยากได้แบบกินยาวแต่คงเหนื่อยช่วงแรกแน่นอน
ขอบคุนมากครับ :P
สวดยอดมากเลยครับ อยากคุบด้วยจังเลย ทำได้ไงเนี่ย
อ้างถึงจาก: bsirius66 ใน 04 สิงหาคม 2012, 12:57:48
สวัสดีครับ
พอดีช่วงนี้กำลังศึกษาการทำ SEO ได้ความรู้มากมายจากในบอร์ดเลยอยาก
ตอบแทนด้วยการแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัว ในการทำเงินโดยไม่ต้องพึ่ง SEO
มาแบ่งปันเพื่อนๆ นะครับ
มีเพียงวิธีเดียวที่จะอยู่เหนือ Algorithm ของ Google คืออย่าไปสนใจมันครับ
สร้าง Brand ให้แข็งครับ ทำไงก็ได้ให้ลูกค้าของเราเข้าเว็บเราโดยตรง จาก Faverite Bar/Bookmark ของเขา ไม่ใช่ต้องผ่าน google.com ตลอด
ผมมีเว็บทำเงินอยู่เว็บนึงครับ ทำกำไรต่อเดือนประมาณ 350,000 บาท (เคยได้สูงสุดประมาณ 500K) โดยที่ไม่ต้องพึ่ง Google เลย
กับอีกเว็บ ที่ขาย สินค้าอีกตัว ทำรายได้ไกล้เคียงกัน แต่ต้องเสียค่าโฆษณาให้ Google เดือนละหลายหมื่น
หักแล้วเหลือกำไรน้อยกว่าเว็บแรก ช่วงหลักยอดตก 70% เพราะมีหน้าใหม่เข้ามาทุ่ม Adwords แข่ง
ทำให้ bid ต่อ click เพิ่มขึ้นประมาณ 300% (Google แนะนำว่าผมควร bid ที่ 50 บาท ต่อคลิก)
ตกแล้วเดือนละประมาณแสนห้าสำหรับค่าโฆษณา แถมคู่แข่งก็เยอะมาก (kw ค้นหาเดือนละประมาณ 160000 local)
ข้อแตกต่างของทั้งสองเว็บคือ Web แรก brand แข็งมาก สามารถกำหนดตลาดได้
กับอีกเว็บซึ่งลูกค้าอีกกลุ่ม ที่เราไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย (เน้นถูก) แข่งยังไงก็แพ้ตลาด
และที่สำคัญ ขาด Google ไม่ได้เด็ดขาด
ผมเลยอยากจะแบ่งปันสิ่งที่ผมทำเพื่อให้ได้เว็บแรกขึ้นมาครับ
ลองอ่านแล้วไปประยุกต์ดูนะครับ
ปีที่ 1 - ขายอะไรดีน่ะ???
ปีแรก ที่ผมมีความรู้สึกว่า อยากจะหาเงินจากอินเตอร์เน็ตดู แน่นอนครับต้องขายของ
ข้อนี้สำคัญมากครับ จะรุ่งหรือจะร่วง+เหนื่อยฟรี ก็อยู่ที่เลือกว่าจะเลือกสินค้าอะไร
ส่วนตัวผม ผมไม่เลือกขายตามตลาด เพราะผมไม่มีทางตามตลาดทันแบบพวกทุนหนาหรือนัก Marketing
ผมเลือกจะขายในสิ่งที่ผมรักและถนัด (ต้องถูกกฏหมายด้วยน่ะ)
อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงคือเรื่อง Stock สินค้า ครับ เมื่อเริ่มทำการตลาดแบบจริงจัง เงินเราจะไปจมอยู่กับ stock เยอะ
หากบริหาร cashflow ไม่ดี เตรียมตัวเจ๊งได้เลย
ผมเลยเลือกขายของที่ไม่ต้อง stock ครับ และสามารถผลิตได้อย่างมากมายใน 1 นาที
มันคือ Digital Product นั้นเอง
เมื่อได้สิ่งที่เราจะขายแล้วก็ถามตัวเองต่อ ด้วยหลักการเดิมๆ ว่า
1. first สมัยนี้คงยากครับ คิดจะทำอะไรก็มีแล้วทั้งนั้น หากไม่หัวคิดสร้างสรรค์จริง ข้อนี้ผมไม่ให้คุณผ่าน!!!
2. best นี่แหละครับจุดหมาย สินค้าที่ best จะทำเงินและแข็งแกร่งในตลาด โดยไม่ต้องพึ่งพา Marketing มากนัก
3. different ผมเลือกข้อนี้ครับ แล้วค่อยๆ ทำให้ best ทีหลัง ณ ตอนที่ผมเริ่มคิด มีคู่แข่งอยู่แล้วประมาณ 10 ราย แต่ product ทุกตัวมีจุดอ่อน
ถามว่าผมรู้ได้ไง เพราะผมใช้มาก่อน ผมเลยรู้ว่าแต่ละรายมีจุดอ่อนครับ ผมเลือกจะใช้จุดอ่อนเหล่านั้น มาเสริมเป็นจุดแข็ง
ok ครับ ผมได้คำตอบให้ตัวเองเมื่อ 6 ปีที่เล้ว
หลังจากนั้นก็ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานวันละ 1-2 ชม ค่อยๆ ทำขึ้่นมา
หลังจากนั้น 1 ปี Product ของ ผมก็พร้อมลุยในตลาด
ปีที่ 2 - ทดลองตลาด
ซ้ายก็เบอร์ 1 ขวาก็เบอร์ 2 จะสู้กับเขายังไงน่ะ
แถมเราไม่ได้เป็นเบอร์ 3 เราเข้าตลาดมาเป็นเบอร์ท้ายๆ เลยด้วยซ้ำ
คนไม่มีทางเปลี่ยนหรอกครับ หากว่าสิ่งที่เขาใช้อยู่มันดี (เหมือนที่ Steve Job บอกเรื่องกิ่งไม้กับแครอท)
แต่คนเรามักมีจุดอ่อนอยู่ 1 ข้อ คือ ทุกคนชอบของฟรี (ทั้งๆ ที่รู้ว่าของฟรีไม่มีอยู่ในโลก ฮ่าๆๆๆ)
ปีนี้ของผมเลยไม่มีอะไรมากครับ ให้ใช้ฟรี
ผู้ให้ไม่ได้เป็นผู้เสียเสมอไปครับ หากเราเปิดช่องให้ลูกค้า feedback + เสนอ idea เขาก็ยินดีจะแนะนำ
เราก็นำเอามาพัฒนาต่อให้ตรงกับที่เขาต้องการ
จริงๆ แล้วปีนี้ ผมน่าจะเริ่มทำ SEO ได้แล้วนะครับ แต่ผมไม่คิดจะทำ เพราะเป้าหมายผมคือสร้าง brand
ไม่ได้คิดจะพึ่ง Google สุดท้าย เว็บก็เริ่มมีลุกค้าจากปากต่อปาก
ปีนี้เป็นปีที่เหนื่อยที่สุดของผมเพราะ
1. ยังต้องพัฒนา product ต่อ ถอยไม่ได้แล้ว
2. ต้อง support user แล้ว ต่างกับปีแรก ที่ทำเองไปเรื่อยๆ
3. ต้องควักทุนส่วนตัวจ่ายค่า Hosting (ไม่นับค่าเสียเวลาอีก)
ความเหนื่อยและความท้อเริ่มมาช่วงนี้แหละครับ
แต่ผมเลือกทำในสิ่งที่รักและถนัด มันช่วยเราได้เยอะครับ
ถึงจะเหนื่อยแต่สนุก
สุดท้ายปีที่ 2 ก็ผ่านไปได้ โดยเว็บมีผู้ใช้ประมาณ 3000 คนต่อเดือน
ปีที่ 3 - ทำเงิน + พัฒนาต่อ
ปีที่ 3 ผ่านมาซักครึ่งปี ผู้ใช้เพิ่มมาแตะหลัก 5000 คน
ผมประเมินค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อเดือนไว้ประมาณ คนละ 5USD (ประมาณ 150 บาท)
บวกลบคูณหารแล้วผมจะทำเงิน 7 แสนบาทต่อเดือน
แต่เสียดายครับ การทำธุรกิจไม่ใช่คณิตศาสตร์ เมื่อไหร่เราคิดเงิน ลูกค้าก็จะหายวูบ
และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ตอนแรกผมประเมินว่าน่าจะเหลือราวๆ 30%
แต่เอาเข้าจริงเหลือประมาณ 10% ครับ
ผมเลือกวันเกิดผม เป็นวันที่เริ่มเปลี่ยน model การใช้งานเป้นแบบคิดเงิน
ยังจำได้ดี บ่าย 3 โมง วันนั้น
email จาก paypal แจ้งว่ามีฝรั่ง USA สั่งซื้อสินค้า 1 ชิ้น ราคา 5USD
ทำเอาน้ำตาแทบไหลครับ
ตลอดบ่ายวันนั้น ผมไม่ต้องทำอะไรเลย นั่งดูเมล์ใน paypal
จบวันแรกทำเงินไปได้เกือบ 1000 USD
โจทย์ที่ท้าทายต่อไปคือ เอา 90% ที่หายไปกลับมาให้ได้มากที่สุด
ก่อนวันเกิดผมได้เตรียมไม้ตายไว้แล้ว ปล่อยสินค้า version ใหม่
ที่กั๊กความ best ไว้แล้ว ทำมา 3 ปีแล้ว ผมเลยจุด ข้อ 2+3 (best & different)
ไปนานแล้ว แต่ต้องรอจังหวะในการปล่อย ซึ่งไม่มีเวลาไหนเหมาะ
เท่ากับตอนที่เรา ต้องการเรียกลูกค้ากลับมา
หลังจากนั้น 2 เดือน จำนวน ผู้ใช้เด้งกลับมาที่ประมาณ 1000 คน
ทำเงินได้ประมาณ 1 แสนนิดๆ
เว็บก็ทำงานของมันไป สินค้าผมก็ไม่ต้อง stock
หมดก็สร้างใหม่ได้ทันที นอนอยู่ ก็ยังทำเงิน
ฟังดูเหมือนฝันเลยครับ
แต่แล้วก็ต้องตื่นจากฝันครับ
เมื่อคู่แข่งเปิดให้ใช้ฟรี !!!!
ปีที่ 4 - ขึ้นเป็นเบอร์ 1
โลกสมัยนี้มันหมุนไวจริงๆ ครับ อย่าคิดว่าเราเก่ง เราทำได้ เขาก็ทำได้
เบอร์ 1 เบอร์ 2 แก้เกมส์ผมด้วยการเปิดให้ใช้ฟรี (แบบมีข้อจำกัด)
แถมช่วงหลังๆ สิ่งที่ different มันเริ่มจะไม่ different ซะแล้ว
เจอการตลาดแบบ me too (แกมีชั้นก็มี) เข้าไป สิ่งที่เรามี เขาทำให้มีได้
สุดท้ายก็ถึงจุดอิ่มตัวครับ
เมื่อมาถึงจุดนี้ สิ่งที่จะวัดกันก็คือ สิ่งที่เราทำไว้ในอดีต
หากที่ผ่านมาเราดีพอ ลูกค้าจะ Royalty กับเรา ครับ
สุดท้ายผมก็สามารถทำยอดได้เดือนละ 350K
ช่วงปลายๆ ปี เบอร์ 2 ก็หยุดไป
จากเบอร์ท้ายๆ เว็บผมก็ขึ้นมาเตะเบอร์ 1 ตกบัลลังค์
ได้ marketshare ไปประมาณ 60% บางเดือนก็ยอดแตะ 500K
ครองเบอร์ 1 อยู่จนถึงปีที่ 5 แล้วก็ต้องหาทางออกจากตลาด
ปีที่ 5 - ออกจากตลาด
ไม่ว่าทำอะไร เราต้องเลือกที่ออกจากตลาดครับ
ทุกอย่างมีอายุของมัน เลือกที่ขายทิ้งตอนที่มันยังทำเงิน
ดีกว่ามาลดราคาขายตอนที่มันขาลง
เหตุผลที่ทำให้ผมคิดจะออกจากตลาดคือ
1. อิ่มตัว หมด idea กับมันแล้ว เบื่ออยากไปทำอย่างอื่น
2. ถูก crack digital product มันสมบูรณ์แบบก็จริง
- ไม่ต้อง stock,
- ส่งทางเมล์ไม่ต้องมีค่า shipping
- ลูกค้า cancel เราก็ไม่ขาดทุน paypal หักเงินเราคืนลูกค้า เราก็ไม่เสียหายมาก (paypal รักษาผลประโยชน์คนซื้อมากกว่าคนขาย)
แต่จุดอ่อนมันก็คือ การ crack นี่แหละครับ
3. มีคนเสนอซื้อ ให้ราคาที่ผมพอใจ
สุดท้ายเว็บที่พนักงานเพียงคนเดียว (คือผม) กับทีมงานต่างชาติอีก 2-3 คน ที่มาช่วยงานด้วยใจ
ก็ได้ข้อสรุปว่า คงขายให้ได้ในสิ้นปีนี้ (2012)
ปีที่ 6 - SEO
อย่างที่เล่ามาครับ เว็บผมไม่ง้อ Google
title, meta tag, descritpion ไม่มีในเว็บไซต์ผม analytics ไม่เคยใส่แต่สิ่งที่มีคือ
1. สินค้า
2. direct traffic จากลูกค้า
3. articles ที่เกี่ยวกับสินค้า
4. articles ที่ไม่เกี่ยวกับสินค้า แต่มีผลทางอ้อม
5. community/forum ที่มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา
6. email marketing เพื่อดึงลูกค้าเก่ากลับมา
เมื่อมีเหตุให้ต้องทำ SEO (เพราะอีกเว็บ กำลังโดนดูดเงินค่า Adwords ไปเยอะ)
เลยตั้งใจจะใช้เว็บนี้เป็น network หลังจากที่ทำเว็บให้ SEO Friendly แล้ว
ประมาณ 1 เดือน Google ก็ให้ผลการค้นหาอันดับ 1 มาให้ครับ
ผมได้มาเพราะ 6 ข้อด้านบนนี่แหละ
ผมสามารถเพิ่มลูกค้าใหม่จาก google ประมาณ 20%
ดูจาก analytics direct ผมจะ 80%, bounce rate ที่ 5%, user อยู่ประมาณ 10 นาที โดยเฉลี่ย
แบ่งตาม region ก็มีหลัก usa, eng, ger, bra, rus, jp, ind, tha (นิดหน่อย)
ที่เล่ามาทั้งหมดก็อยากจะให้ดูเรื่อง SEO นี่แหละครับ
ให้เริ่มจากทำ brand เราให้แข็ง แล้วอันดับมันจะมาเอง
ถึงเราจะปั่นจนขึ้นที่ 1 แต่มันก็ไม่นานหรอกครับ
เราขึ้น 1 คนอื่นก็ขึ้นได้ แต่ถ้าของเราดี ต่อให้เราอยู่หน้า 10 คนก็ซื้อของเราครับ
ผมเองทำ SEO ได้ห่วยมาก เว็บที่ผมกำลังทำ SEO ตอนนี้ตกไปหน้า 30 แล้ว
เก่งไหมละครับ ฮ่าๆๆๆ แต่ผมไม่อยากจ้างใครทำน่ะ ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ แบบนี้แหละสนุกดี
จบแล้วครับ
เล่าให้ฟังเป็นแนวทาง
สำหรับคนที่สงสัยว่าสินค้าคืออะไร ไม่ต้องไปสนใจครับ
แทนคำว่าสินค้าของผมด้วยสิ่งที่คุณอยากจะขาย (ด้วยความถนัดและใจรัก)
แล้วทำให้ดีครับ เอาใจใส่ ตั้งใจเต็มที่ให้เหมือนเราซื้อใช้เอง
หากวันไหนท้อแท้ ก็นึกไว้ครับ ไม่มีใครเกิดแล้วโตเลย
ทุกคนต้องผ่านมาทั้งนั้น
โชคดีร่ำรวยถ้วนหน้า
ผมไม่บอกเว็บนะครับ ไม่อยากมีปัญหากับสรรพากร ^^
ขอบคุณครับ แนวคิดดีมาก
ขอบคุณครับ
-ขอบคุณมากสำหรับประสบการณ์ครับท่าน :wanwan019:
สวดย๊วดดดดดดดด!
ขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจครับ :wanwan003: