(http://news.mthai.com/world-news/144046.html/attachment/kepler22b)
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักดาราศาสตร์มีการค้นพบดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ที่ชื่อว่า Kepler-22b เป็นครั้งแรก ซึ่งโคจรอยู่รอบๆดาวฤกษ์ดวงหนึ่งที่คล้ายๆกับดวงอาทิตย์ ห่างจากโลกออกไป 600 ปีแสง ด้วยความที่เป็นสีน้ำเงิน บอกเป็นนัยว่า นั่นคือมีพื้นผิวที่เป็นแหล่งน้ำ สามารถดำรงชีพได้ หรือเป็นเขตเอื้ออาศัยไม่ร้อนหรือไม่หนาวเย็นจนเกินไป
ทั้ง นี้ ทางนาซ่ามีการเปิดเผยว่า หลายปีที่ผ่านมามีการค้นพบดาวดวงใหม่ ที่เปรียบเสมือนโลกแห่งใหม่อย่างไม่น่าเชื่อ แต่การค้นพบดาวเคราะห์สีน้ำเงินในครั้งนี้ เป็นความหวังมากทีเดียวสำหรับมนุษย์ที่จะเห็นสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวเคราะห์ ดวงนี้ มันมีขนาดใหญ่ ประกอบกับมีพื้นหิน อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 72 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 21 องศาเซลเซียส ซึ่งจะมีภูมิอากาศคล้ายกับฤดูใบไม้ผลิ
(http://news.mthai.com/wp-content/uploads/2011/12/468x312xhabitable.png.pagespeed.ic.gz7mGqeARg.png)
ภาพเปรียบเทียบวงโคจรของ Kepler-22b กับระบบสุริยะของโลก ในเขตเอื้ออาศัยที่มีความคล้ายคลึงกัน
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่า พื้นที่ส่วนใหญ่มีองค์ประกอบของหิน ก๊าซ หรือของเหลว แต่ อลัน บอส หนึ่งในทีมนักวิจัย จากสถาบันคาร์เนกี้ กล่าวว่าการค้นพบครั้งนี้จะถูกตีพิมพ์ในนิตยสาร The Astrophysical ว่าเป็นการค้นพบครั้งแรกที่มีความเป็นไปได้ว่า มนุษย์จะสามารถอาศัยอยู่ได้
(http://news.mthai.com/wp-content/uploads/2011/12/467x302xarticle-0-0F10A8C600000578-566_634x410.jpg.pagespeed.ic.5njmvTMHDg.jpg)
วิลเลียม บอรุคกี (William Borucki) นักวิทยาศาสตร์หัวหน้าโครงการเคปเลอร์ กล่าวว่า เป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่และสำคัญอีกครั้งหนึ่งในภารกิจของนาซ่าที่พยายามค้นหาดาวเคราะห์ที่มีความคล้ายคลึงโลก
อีก พันปเตรียมย้ายที่อยู่ จะรอถึงวันนั้น :P
เตรียมตัวเก็บข้าวของบินไปอยู่ได้แล้ว :wanwan007: :wanwan007: :wanwan007:
สร้างฐานะไว้กันครับ
เป็นทุนให้รุ่นหลานๆบินไปอยู่
:wanwan013:
ที่นั่นมี 3G ให้ใช้ด้วยรึปล่าว
ดวงใหญ่กว่าโลกอีก
600 ปี ผมว่า ตายในยาน ก่อนมั้ง พบรัก กับสาวในยาน ก็เป็นได้ ลูกๆๆหลานๆๆอาจไปถึง สวนเราคงตายในยาน
แจ่ม ผมอยากรู้จังเลย
ว่าถ้าย้ายไปโลกไหม่แล้ว
เวลาจะก่อสร้างอะไรเค้าทำยังไงกัน สร้างเครื่องมือต่างๆ
โดยไม่ต้องเอามาจากโลกเก่าเนี่ย :wanwan003:
หวังว่าคงไม่เจอเชื้อโรคแปลกๆนะ
สงสัยจะต้องสร้างยานกี่ ล้านลำเนี่ยจะขนของจากโลกไปหมด
600 ปีแสง ไกลจัง :P :'(
เราจะเจอมนุษร่วม สุริยะ ด้วยรึป่าว
เดินทางจนแก่ แต่ไม่แน่ อนาคต วาปได้ เหมือนเกม
:wanwan019:
รีบไปจับจองพื้นที่กันเร้วววว :wanwan013: :wanwan013:
600ปี :P
สงสัยต้องใช้ แท่งเสา เคลื่อนย้ายโลกไปที่นั้น :wanwan004: :wanwan004:
ต้องเร็วกว่าแสง 600 เท่า ถึงจะไปได้ ในเวลา 1ปี
600 ปีแสง ถ้าเป็นยานอวกาศเรากี่ชาตินี่จะไปถึง
ปีแสง เป็นหน่วยวัดระยะทาง ไม่ใช่เวลาหรือความเร็ว
1 ปีแสง = 9,454,256,280,000 กิโลเมตร
ผมจะเปิด amazon บนดาวดวงนั้นครับ :wanwan003:
อ้างถึงจาก: wiroon ใน 06 ธันวาคม 2011, 17:42:17
ปีแสง เป็นหน่วยวัดระยะทาง ไม่ใช่เวลาหรือความเร็ว
1 ปีแสง = 9,454,256,280,000 กิโลเมตร
ปีแสง คือ หน่วยของระยะทางในทางดาราศาสตร์ 1 ปีแสง เท่ากับระยะทางที่แสงเดินทางในเวลา 1 ปี จากอัตราเร็วแสงที่มีค่า 299,792.458 กิโลเมตร/วินาที ระยะทาง 1 ปีแสงจึงมีค่าประมาณ 9.4607×1012 กิโลเมตร = 63,241.077 หน่วยดาราศาสตร์ = 0.30660 พาร์เซก เนื่องจากเอกภพมีขนาดมหึมา แสงจากวัตถุท้องฟ้าที่อยู่ไกลจึงใช้เวลาหลายปีกว่าจะเดินทางมาถึงเรา นั่นหมายความว่าเราเห็นอดีตของวัตถุนั้นอยู่ตลอดเวลา
อ้างถึงจาก: wiroon ใน 06 ธันวาคม 2011, 17:42:17
ปีแสง เป็นหน่วยวัดระยะทาง ไม่ใช่เวลาหรือความเร็ว
1 ปีแสง = 9,454,256,280,000 กิโลเมตร
โอ ล้านๆ กิโลเลยเหรอเนี่ย ต้องเดินทางรอบโลก กี่ แสนๆๆ ครั้งเนี่ย ถึงได้ เท่ากับ 1 ปีแสง
600 ปี ตายกี่รอบเนี๊ยย :o
โดเรรรรรมอนนนนน ขอประตูไปที่ไหนก็ได้หน่อย :-X
เด๋วผมไปเซฟจุดวาปก่อน .. แล้วจะกลับมา เปิดวาปขายไปที่ดาวนั้น :wanwan007:
ผมแอบสงสัยเรื่องนึง เวลาเราเอาดาวเทียมส่องไปยังแสงที่วิ่งมายังโลกเมื่อหลายล้านปีที่แล้ว
เรายิ่งพัฒนากล้องได้ดีก็ยิ่งเห็นจุดกำเนิดเริ่มต้นได้มากขึ้น แปลว่ากำลังขยายของกล้องต้องสูงมากๆ
แต่เมื่อหลายล้านปีที่แล้วแสงมันน่าจะวิ่งเข้ามาใกล้โลกมากกว่า ก็เลยสงสัยว่าไอ้แสงที่จับได้มันวิ่งเข้ามาที่โลกหรือวิ่งห่างออกจากโลกกันแน่
อ้างถึงจาก: itsales ใน 06 ธันวาคม 2011, 17:44:58
อ้างถึงจาก: wiroon ใน 06 ธันวาคม 2011, 17:42:17
ปีแสง เป็นหน่วยวัดระยะทาง ไม่ใช่เวลาหรือความเร็ว
1 ปีแสง = 9,454,256,280,000 กิโลเมตร
ปีแสง คือ หน่วยของระยะทางในทางดาราศาสตร์ 1 ปีแสง เท่ากับระยะทางที่แสงเดินทางในเวลา 1 ปี จากอัตราเร็วแสงที่มีค่า 299,792.458 กิโลเมตร/วินาที ระยะทาง 1 ปีแสงจึงมีค่าประมาณ 9.4607×1012 กิโลเมตร = 63,241.077 หน่วยดาราศาสตร์ = 0.30660 พาร์เซก เนื่องจากเอกภพมีขนาดมหึมา แสงจากวัตถุท้องฟ้าที่อยู่ไกลจึงใช้เวลาหลายปีกว่าจะเดินทางมาถึงเรา นั่นหมายความว่าเราเห็นอดีตของวัตถุนั้นอยู่ตลอดเวลา
ตาย ๆ ไกลโคตร ๆ :wanwan009:
ที่นั้นมี network ไหม อ่ะ :wanwan044:
ภาพวัตถุที่เราเห็นในอวกาศที่ห่างจากโลกมากเท่าไหร่ภาพยิ่งเก่ามากเท่านั้นครับ
เช่น หากวัตถุนั้นห่างจากโลก 100 ปีแสง ก็เท่ากับว่าภาพที่เราเห็นมันจากโลกตอนนี้คือภาพเมื่อ 100 ปีก่อน
เพราะแสงจากตรงนั้นต้องใช้เวลาเดิมทางมาหาเรา 100 ปีนั่นเอง
สมมติไปถึงแล้วจะดำรงชีวิตกันได้หรือเปล่า หายใจกันได้หรือไม่ ฯลฯ ???
นึกถึงหนังเรื่องนึงขึ้นมาเลย
ที่ให้เดินทางหลับไปในตู้แช่แล้วพอถึงปลายทางดันตื่นขึ้นมาแล้วจิตหลอน+กลายพันธุ์ ดาวสวยๆ แบบนี้เลยเป๊ะๆ :wanwan035:
อ้างถึงจาก: ดีน วินเชสเตอร์ ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:01:09
ภาพวัตถุที่เราเห็นในอวกาศที่ห่างจากโลกมากเท่าไหร่ภาพยิ่งเก่ามากเท่านั้นครับ
เช่น หากวัตถุนั้นห่างจากโลก 100 ปีแสง ก็เท่ากับว่าภาพที่เราเห็นมันจากโลกตอนนี้คือภาพเมื่อ 100 ปีก่อน
เพราะแสงจากตรงนั้นต้องใช้เวลาเดิมทางมาหาเรา 100 ปีนั่นเอง
+1
อ้างถึงจาก: ดีน วินเชสเตอร์ ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:01:09
ภาพวัตถุที่เราเห็นในอวกาศที่ห่างจากโลกมากเท่าไหร่ภาพยิ่งเก่ามากเท่านั้นครับ
เช่น หากวัตถุนั้นห่างจากโลก 100 ปีแสง ก็เท่ากับว่าภาพที่เราเห็นมันจากโลกตอนนี้คือภาพเมื่อ 100 ปีก่อน
เพราะแสงจากตรงนั้นต้องใช้เวลาเดิมทางมาหาเรา 100 ปีนั่นเอง
ก็เนี่ยแหละครับที่ผมสงสัย
Big bang------------------------------------>โลก 14,000 ล้านปีก่อน
หลัง Big bang-------------------------------->โลก หลัง 14,000 ล้านปีก่อน
สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนย่อมต้องมาถึงก่อน ฉะนั้นกล้องที่เราใช้ก็ควรจะเห็นแสงที่เข้ามาใกล้โลกก่อน ก็จะเห็นอดีตก่อน ก็เลยงงว่าแสงที่จับได้มันวิ่งมายังโลกหรือมันวิ่งเลยโลกไปแล้วไกลมาก
ป.ล. แก้ไข ตัวเลข จำผิด
นาซ่ากำลังทำกล่อง ที่ดูอนาคต กับ อดีด ได้
อ้างถึงจาก: ดีน วินเชสเตอร์ ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:01:09
ภาพวัตถุที่เราเห็นในอวกาศที่ห่างจากโลกมากเท่าไหร่ภาพยิ่งเก่ามากเท่านั้นครับ
เช่น หากวัตถุนั้นห่างจากโลก 100 ปีแสง ก็เท่ากับว่าภาพที่เราเห็นมันจากโลกตอนนี้คือภาพเมื่อ 100 ปีก่อน
เพราะแสงจากตรงนั้นต้องใช้เวลาเดิมทางมาหาเรา 100 ปีนั่นเอง
ผมดูจบแล้ว ตรงกับในสารคดีด้านล่างเลยครับ ตรงนาทีที่ 3.05 เลยครับ :wanwan017:
http://www.youtube.com/watch?v=R7mEyTjWe6M
600 ปีแสง ก็แสดงว่าเราเห็นภาพดาวดวงนั้น เมื่อ 600 ปีที่แล้วนะสิ
อ้างถึงจาก: bubbleball ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:12:20
อ้างถึงจาก: ดีน วินเชสเตอร์ ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:01:09
ภาพวัตถุที่เราเห็นในอวกาศที่ห่างจากโลกมากเท่าไหร่ภาพยิ่งเก่ามากเท่านั้นครับ
เช่น หากวัตถุนั้นห่างจากโลก 100 ปีแสง ก็เท่ากับว่าภาพที่เราเห็นมันจากโลกตอนนี้คือภาพเมื่อ 100 ปีก่อน
เพราะแสงจากตรงนั้นต้องใช้เวลาเดิมทางมาหาเรา 100 ปีนั่นเอง
ก็เนี่ยแหละครับที่ผมสงสัย
Big bang------------------------------------>โลก 23,000 ล้านปีก่อน
หลัง Big bang-------------------------------->โลก หลัง 23,000 ล้านปีก่อน
สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนย่อมต้องมาถึงก่อน ฉะนั้นกล้องที่เราใช้ก็ควรจะเห็นแสงที่เข้ามาใกล้โลกก่อน ก็จะเห็นอดีตก่อน ก็เลยงงว่าแสงที่จับได้มันวิ่งมายังโลกหรือมันวิ่งเลยโลกไปแล้วไกลมาก
ที่จริงยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่จะเพิ่มความงงมากขึ้นไปอีกครับ
เช่น
- ดวงดาวไม่ได้อยู่คงที่ มันโคจรรอบดาวฤกษ์ตลอด
- กาแล็คซี่ก็ไม่ได้อยู่นิ่งๆเช่นกัน เพราะเอกภพมีการขยายตัวตลอดเวลา
- แสงอาจโดนอะไรบางอย่างดูดซับหรือชะลอความเร็วบ้างก็เป็นได้
ดังนั้นเรื่องระยะห่างของดาวดวงนั้นกับโลกเรา จึงเป็นเพียงการคาดเดาจากภาพที่เห็นตอนนี้
อ้างถึงจาก: NG-chik ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:21:51
600 ปีแสง ก็แสดงว่าเราเห็นภาพดาวดวงนั้น เมื่อ 600 ปีที่แล้วนะสิ
แม่นแล่วครับ ตั้งแต่สมัยอยุธยานั่นแหละครับ :P
อ้างถึงจาก: KaPonGZaYo ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:24:31
อ้างถึงจาก: NG-chik ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:21:51
600 ปีแสง ก็แสดงว่าเราเห็นภาพดาวดวงนั้น เมื่อ 600 ปีที่แล้วนะสิ
แม่นแล่วครับ ตั้งแต่สมัยอยุธยานั่นแหละครับ :P
ตอนนี้หากเราสามารถไปอยู่บนดาวดวงนั้นแล้วส่องมาที่โลก
ก็คงเห็นบรรพบุรุษเรากำลังรบกับพม่าอยู่แน่เลย อิอิ
อ้างถึงจาก: ดีน วินเชสเตอร์ ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:27:31
อ้างถึงจาก: KaPonGZaYo ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:24:31
อ้างถึงจาก: NG-chik ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:21:51
600 ปีแสง ก็แสดงว่าเราเห็นภาพดาวดวงนั้น เมื่อ 600 ปีที่แล้วนะสิ
แม่นแล่วครับ ตั้งแต่สมัยอยุธยานั่นแหละครับ :P
ตอนนี้หากเราสามารถไปอยู่บนดาวดวงนั้นแล้วส่องมาที่โลก
ก็คงเห็นบรรพบุรุษเรากำลังรบกับพม่าอยู่แน่เลย อิอิ
แล้วถ้าเกิดแสงมันเดินทางผ่านเราไปแล้วแต่เราเพิ่งเห็นแสดงว่าดาวดวงนั้นคือ อนาคตอีก 600ปี ใช่ไม่ครับ งงละ :P
:P ป่านนี้มันอาจจะกลายเป็นดาวสีอื่นแล้วก็ได้ :P
อ้างถึงจาก: AM-PM ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:30:06
แล้วถ้าเกิดแสงมันเดินทางผ่านเราไปแล้วแต่เราเพิ่งเห็นแสดงว่าดาวดวงนั้นคือ อนาคตอีก 600ปี ใช่ไม่ครับ งงละ :P
เข้าใจถูกต้องละครับ เรากำลังมองภาพย้อนยุคอยู่
อ้างถึงจาก: ImacrosHosting ใน 06 ธันวาคม 2011, 17:40:10
ต้องเร็วกว่าแสง 600 เท่า ถึงจะไปได้ ในเวลา 1ปี
คนในยาน ตายพอดี :wanwan031:
อ้างถึงจาก: undeath13 ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:34:00
อ้างถึงจาก: ImacrosHosting ใน 06 ธันวาคม 2011, 17:40:10
ต้องเร็วกว่าแสง 600 เท่า ถึงจะไปได้ ในเวลา 1ปี
คนในยาน ตายพอดี :wanwan031:
ตายเพราะหัวใจวายรึครับ :wanwan024:
อ้างถึงจาก: AM-PM ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:30:06
อ้างถึงจาก: ดีน วินเชสเตอร์ ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:27:31
อ้างถึงจาก: KaPonGZaYo ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:24:31
อ้างถึงจาก: NG-chik ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:21:51
600 ปีแสง ก็แสดงว่าเราเห็นภาพดาวดวงนั้น เมื่อ 600 ปีที่แล้วนะสิ
แม่นแล่วครับ ตั้งแต่สมัยอยุธยานั่นแหละครับ :P
ตอนนี้หากเราสามารถไปอยู่บนดาวดวงนั้นแล้วส่องมาที่โลก
ก็คงเห็นบรรพบุรุษเรากำลังรบกับพม่าอยู่แน่เลย อิอิ
แล้วถ้าเกิดแสงมันเดินทางผ่านเราไปแล้วแต่เราเพิ่งเห็นแสดงว่าดาวดวงนั้นคือ อนาคตอีก 600ปี ใช่ไม่ครับ งงละ :P
เอาง่ายๆ
หากดวงอาทิตย์ระเบิด ภาพระเบิด จะวิ่งมาหาเรา อีก ราว 8 นาที เราจะเห็นดวงอาทิตย์ระเบิด หล่ะอีกนิดๆ เตรียมตายเพราะรังสีความร้อน
เช่นเดียวกัน เราเห็นภาพบนดาวดวงนั้น ประมาณว่า มีคนถ่ายรูปดาวดวงนั้นใกล้ๆ แล้วภาพจากดาวดวงนั้น วิ่งมาหาเราด้วยความเร็วแสง ก็ประมาณ มาถึงโลกเรา ก็อีกสัก 600 ปีได้
แปลว่ากว่าเราจะเห็นภาพดาวนั้นก็ อีก 600 ปี บางที ดาวดวงนั้นอาจน้ำแห้ง แห้งแร้งแบบดาวอังคารไปแล้วก็ได้ตอนนี้ แต่ภาพมันยังไม่มาถึง
600 ปี :P
วันก่อนไปแม่สายได้สารคดี the universe มา 23 แผ่น part1-4 เสียดายไม่มีซับไทย
ว่าจะไปสอย into the universe กับ stephen hawnking กับ though the worm hole with moregan freeman บลูเรย์แท้เร็วๆนี้ รอ bluray drive ส่งมาอยู่อิๆ
หนังสือของไทยผมว่าผมเก็บน่าจะเกือบหมดแล้วมั้ง
เมื่อกี่ตอนเย็นดูข่าวช่อง 3 นาซ่าบอกว่าต้องใช้เวลาเดินทาง 22ล้านปี กว่าจะไปถึง
อ้างถึงจาก: essoonline ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:38:45
เมื่อกี่ตอนเย็นดูข่าวช่อง 3 นาซ่าบอกว่าต้องใช้เวลาเดินทาง 22ล้านปี กว่าจะไปถึง
โอ้.. :P
ชื่อดาว Kepler-22b ผมเห็นตอนแรก นึกถึง tag ของ amazon-20 ถ้าลงท้าย -20 เหมือนกันนี่ใช่เลยครับอิอิ
ไกลจริงๆเลยครับ ขนาดว่าถ้าเราเดินทางด้วยความเร็วเท่าแสงก็ยังใช้เวลาถึง600ปีกว่าจะไปถึง
แล้วมันจะมียานอวกาศอะไรที่ไวปานนั้นละครับเนี่ย :'(
ว๊าาาา จอง 1 ที่ครับผม โอนไปแล้วหน้ว ;D
ผมว่า โลกที่เราอยู่กันทุกวันเนี่ย เมื่อหลายล้านๆๆๆ ปีก่อน บรรพบุรุษมนุษย์ของเรา
อาจจะกำลังส่งคนมาสำรวจโลกก่อนว่าสามารถอาศัยอยู่ได้หรือไม่ แต่เกิดเหตุบังเอิญ ยานทีส่งมา เกิดพัง ซ่อมไม่ได้ หรือ มนุษย์กลุ่มนั้น ไม่อยากกลับ เพราะหลงรักโลกใบนี้แล้ว เลยขยายเผ่าพันธุ์ จนมาถึงปัจจุบัน
ผมเล่าสั้นๆนะ เพราะเรื่องมันยาวครับ :wanwan044:
อ้างถึงจาก: nammont ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:46:00
ผมว่า โลกที่เราอยู่กันทุกวันเนี่ย เมื่อหลายล้านๆๆๆ ปีก่อน บรรพบุรุษมนุษย์ของเรา
อาจจะกำลังส่งคนมาสำรวจโลกก่อนว่าสามารถอาศัยอยู่ได้หรือไม่ แต่เกิดเหตุบังเอิญ ยานทีส่งมา เกิดพัง ซ่อมไม่ได้ หรือ มนุษย์กลุ่มนั้น ไม่อยากกลับ เพราะหลงรักโลกใบนี้แล้ว เลยขยายเผ่าพันธุ์ จนมาถึงปัจจุบัน
ผมเล่าสั้นๆนะ เพราะเรื่องมันยาวครับ :wanwan044:
ทำเป็นพอตหนังให้ คาเมรอนได้เลย
อ้างถึงจาก: essoonline ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:38:45
เมื่อกี่ตอนเย็นดูข่าวช่อง 3 นาซ่าบอกว่าต้องใช้เวลาเดินทาง 22ล้านปี กว่าจะไปถึง
คงต้องส่งยานไร้มนุษย์ไปและเป็นยานที่อยู่ได้นานๆถึง 22 ล้านปี
จากนั้นบอกเล่าต่อๆกันไปเรื่อยๆ เมื่อเล่ากันไปครบ 22 ล้านปี ลูกหลานเราก็จะได้ทำงานต่อ
แต่นานขนาดนั้นคงกลายเป็นตำนานโบราณที่เก่ามากๆๆๆๆๆ จนลูกหลานเราไม่เชื่อว่ามีจริง
และคงจะเล่าเพี้ยนด้วย เพราะหลายยุคมาก ฮ่าๆ
อ้างถึงจาก: kaibtctdyejfugnhg ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:46:49
อ้างถึงจาก: nammont ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:46:00
ผมว่า โลกที่เราอยู่กันทุกวันเนี่ย เมื่อหลายล้านๆๆๆ ปีก่อน บรรพบุรุษมนุษย์ของเรา
อาจจะกำลังส่งคนมาสำรวจโลกก่อนว่าสามารถอาศัยอยู่ได้หรือไม่ แต่เกิดเหตุบังเอิญ ยานทีส่งมา เกิดพัง ซ่อมไม่ได้ หรือ มนุษย์กลุ่มนั้น ไม่อยากกลับ เพราะหลงรักโลกใบนี้แล้ว เลยขยายเผ่าพันธุ์ จนมาถึงปัจจุบัน
ผมเล่าสั้นๆนะ เพราะเรื่องมันยาวครับ :wanwan044:
ทำเป็นพอตหนังให้ คาเมรอนได้เลย
;D
Kepler-22b
น่าสนใจจริงๆ ผมละชอบเรื่องราว นอกโลก จักรวาล อวกาศ จังเลย
:wanwan004:
อ้างถึงภาพวัตถุที่เราเห็นในอวกาศที่ห่างจากโลกมากเท่าไหร่ภาพยิ่งเก่ามากเท่านั้นครับ
เช่น หากวัตถุนั้นห่างจากโลก 100 ปีแสง ก็เท่ากับว่าภาพที่เราเห็นมันจากโลกตอนนี้คือภาพเมื่อ 100 ปีก่อน
เพราะแสงจากตรงนั้นต้องใช้เวลาเดิมทางมาหาเรา 100 ปีนั่นเอง
ก็เนี่ยแหละครับที่ผมสงสัย
Big bang------------------------------------>โลก 23,000 ล้านปีก่อน
หลัง Big bang-------------------------------->โลก หลัง 23,000 ล้านปีก่อน
สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนย่อมต้องมาถึงก่อน ฉะนั้นกล้องที่เราใช้ก็ควรจะเห็นแสงที่เข้ามาใกล้โลกก่อน ก็จะเห็นอดีตก่อน ก็เลยงงว่าแสงที่จับได้มันวิ่งมายังโลกหรือมันวิ่งเลยโลกไปแล้วไกลมาก
ผมคิดว่าแสงมันคงไม่ได้เดินทางเข้ามาหาเรา หรือเดินทางออกไปไกลจากเราหรอกนะครับ แสงเป็นคลื่นแม่เหล้กไฟฟ้า มันเกิดขึ้น และเรามองเห็นเพราะมันมากระทบกับตาเรา ส่วนแสงจากดวงดาวที่ห่างไกลนั้นมันเกิดขึ้นตามปกติ แต่เนื่องจากระยะห่างระหว่างดาวดวงนั้นกับโลก อาจห่างกันมากถึง 300 ปีแสง ซึ่งแสงที่เกิดขึ้นและจะปรากฎสู่สายตาเรานั้นต้องผ่านระยะทาง 300 ปีแสงนั้น จริง ๆแสงแค่เกิดขึ้นและมากระทบตาเรา แต่ระยะเวลาที่เราเห็นแสงจากดาวที่อยู่ห่างออกไป 300 ปีแสงแน่นอนว่ามันต้องเป็นอดีตอย่างไม่ต้องสงสัยเลย เพราะเรากับแสงอยู่ไกลกันมาก เราเห็นภาพอดีต แต่ภาพนั้นในขณะนั้นมันเป็นปัจจุบันในช่วงเวลาของมัน งงไหมครับ
เคยมีคำถามว่าจักรวาลกำลังหดตัว หรือกำลังขยายตัวออกไป ...คำตอบอาจเป็นทั้งสองอย่าง....
สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาใกล้เคียง หรือสูงกว่าเรา อาจมีหรือไม่มีก็ได้ และหากมีเขาอาจจะไม่ได้อยากติดต่อกับเราก้ได้ เช่น เราคงไม่อยากคุยกับบักทีเรีย หรือ พยาธิคงไม่รู้จักเราและไม่เห็นประโยชน์ว่าจะรู้จักเราไปทำไม หรือบางทีมันอาจจะนึกอยู่ว่าจะมีสิ่งมีชีวิตที่ีฉลาดเหมือนมันไหม และมันก็กำลังค้นหาอยู่ว่ามีสิ่งมีชีวิตอันทรงภูมิปัญญายิ่งกว่ามันหรือไม่ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเรากำลังจะจับมันมาทดลองอยู่ 555
ประมาณนี้ ขำ ๆนะ
แต่เคยได้ยินมาว่า สตีเฟ่น ฮอคิ้น เคยเตือนนักวิทยาศาสตร์ว่าอย่าติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว มิเช่นนั้นอาจเกิดเหตุการณ์แบบ โคลัมบัสพบอเมริกา ในที่นี้มนุษย์ต่างดาวคงเหมือนโคลีมบัส และเราทั้งทั้งหลายคงเป็นชนพื้นเมือง อินเดียนแดง ....พระเจ้า !!!
อ้างถึงจาก: tofame ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:50:29
Kepler-22b
น่าสนใจจริงๆ ผมละชอบเรื่องราว นอกโลก จักรวาล อวกาศ จังเลย
:wanwan004:
ผมก็ชอบครับ
ไปไกลจัง :P
เดินทาง 22 ล้านปี :wanwan031: :wanwan031: หาสสารที่เร็วกว่าแสงจะง่ายกว่ามั้ย นั่นนะ :wanwan031:
อ้างถึงจาก: verysims ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:44:46
ชื่อดาว Kepler-22b ผมเห็นตอนแรก นึกถึง tag ของ amazon-20 ถ้าลงท้าย -20 เหมือนกันนี่ใช่เลยครับอิอิ
ไกลจริงๆเลยครับ ขนาดว่าถ้าเราเดินทางด้วยความเร็วเท่าแสงก็ยังใช้เวลาถึง600ปีกว่าจะไปถึง
แล้วมันจะมียานอวกาศอะไรที่ไวปานนั้นละครับเนี่ย :'(
ประตูไปไหนก็ได้ของ โดเรม่อน :o
นั่งยานแอ๊กเซี่ยมไปละกัน :-[
600 ปีแสง แล้วจะเดินทางไปยังไหงเนี้ย
น่าสนใจ :wanwan003:
รู้สึกหลายๆคนจะเข้าใจผิดกับคำว่าปีแสง 600ปีแสงไม่ใช่ระยะเวลานะครับ แต่เป็นระยะทาง
โดยที่ 1ปีแสง เท่ากับประมาณ 9.5 ล้านล้าน กิโลเมตรครับ
อ้างถึงจาก: Zigado ใน 06 ธันวาคม 2011, 19:02:38
รู้สึกหลายๆคนจะเข้าใจผิดกับคำว่าปีแสง 600ปีแสงไม่ใช่ระยะเวลานะครับ แต่เป็นระยะทาง
โดยที่ 1ปีแสง เท่ากับประมาณ 9.5 ล้านล้าน กิโลเมตรครับ
1 ปีแสงก็เป็นระยะทางที่แสงสามารถเดินทางไปได้โดยใชเวลา 1 ปี ไม่ใช่เหรอครับ
เข้าใจผิดตรงไหนอ่ะ
อ้างถึงจาก: ดีน วินเชสเตอร์ ใน 06 ธันวาคม 2011, 19:04:35
อ้างถึงจาก: Zigado ใน 06 ธันวาคม 2011, 19:02:38
รู้สึกหลายๆคนจะเข้าใจผิดกับคำว่าปีแสง 600ปีแสงไม่ใช่ระยะเวลานะครับ แต่เป็นระยะทาง
โดยที่ 1ปีแสง เท่ากับประมาณ 9.5 ล้านล้าน กิโลเมตรครับ
1 ปีแสงก็เป็นระยะทางที่แสงสามารถเดินทางไปได้โดยใชเวลา 1 ปี ไม่ใช่เหรอครับ
เข้าใจผิดตรงไหนอ่ะ
อ่อถูกละครับ ผมอ่านไม่ละเอียดเอง ^^"
อ้างถึงจาก: Zigado ใน 06 ธันวาคม 2011, 19:06:36
อ้างถึงจาก: ดีน วินเชสเตอร์ ใน 06 ธันวาคม 2011, 19:04:35
อ้างถึงจาก: Zigado ใน 06 ธันวาคม 2011, 19:02:38
รู้สึกหลายๆคนจะเข้าใจผิดกับคำว่าปีแสง 600ปีแสงไม่ใช่ระยะเวลานะครับ แต่เป็นระยะทาง
โดยที่ 1ปีแสง เท่ากับประมาณ 9.5 ล้านล้าน กิโลเมตรครับ
1 ปีแสงก็เป็นระยะทางที่แสงสามารถเดินทางไปได้โดยใชเวลา 1 ปี ไม่ใช่เหรอครับ
เข้าใจผิดตรงไหนอ่ะ
อ่อถูกละครับ ผมอ่านไม่ละเอียดเอง ^^"
ประเด็นนี้ผมเจอบ่อยมากตามเว็บบอร์ดและเถียงกันไม่ค่อยจะจบเรื่องปีแสงเนียะ
จะมองว่าปีแสงเป้นเวลา ก็ได้ มองว่าเป็นระยะทางก็ได้ เพราะมันเป็นทั้งสองอย่างเลย
ปีแสง คือ หน่วยวัดระยะทาง ที่แสงเดินทางในสูญกาศเป็นระยะเวลา1 ปี
มันก็มีเรื่องของเวลามาเกี่ยวด้วยแต่มันคือหน่วยวัดระยะทาง
ระยะทาง600 ปีแสง ก็คือแสงใช้เวลาเดินทางจากวัตถุนั้นมาให้เรามองเห็นใช้เวลาเดินทางถึง600ปี
ถ้าเราเห้นสิ่งนั้นในวันนี้ คือเราเห้นสภาพมันเมื่อ600 ปีที่แล้ว
ถ้าวินาทีนี้ดาวดวงนั้นระเบิดหายไป เราก็จะยังมองเห็นมันอยุ่อีก600ปี
ทุกวันนี้เรามองเห้นจักรวาลในอดีตทั้งสิ้นเราไม่ได้เห้นมันอย่างที่มันเป้นในวินาทีนี้
ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากโลกเรา 8นาทีแสง แสงจากดวงอาทิตย์ใช้เวลาเดินทางจากดวงอาทิตย์มาถึงโลกเราใช้เวลาเดินทาง 8นาที
เรากับดวงอาทิตย์อยู่ห่างไกลกันมาก ถ้าวินาทีนี้ดวงอาทิตย์ระเบิด อีก8นาที เราถึงจะเห้นมันระเบิดจริง
เรื่องปีแสงก็คิดตามที่ผมอธิบายไปนะครับ มันเกี่ยวกับเวลาแน่นอน แต่มันคือหน่วยวัดระยะทาง
จะปีหน้าแล้ว ทันป่าวเนี้ย :wanwan004:
ถ้าแสงเดินทางได้เร็วเกินไป สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ แสงจากดวงดาวไกลโพ้นจำนวนมากจะยิงตรงมาบนโลก และยามค่ำคืนแทนที่เราจะเห็นแสดงจากดวงดาวสว่างสว่าง จะกลายเป็นเพลิงโลกันต์เผาผลาญอยู่บนท้องฟ้าแทน
จะขับไรเซอร์ไป :wanwan020: :wanwan020:
(http://upic.me/i/2b/jpicturesiefilesinfinitezenithbackupfolderanimescreenshotsgundam00awakeningofthetrailblazer-vlcsnap-2011-02-18-19h29m08s98.jpg)
อ้างถึงจาก: kittypunkz ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:58:09
นั่งยานแอ๊กเซี่ยมไปละกัน :-[
มันตก :wanwan004:
ขอยาน USS Enterprise แล้วกัน :wanwan004:
ที่นั่นมีอินเตอร์เน็ตมั้ยครับ
อยากไปอยู่ แต่กลัวไม่ได้อ่านมาม่าไทยเสียว
อ้างถึงจาก: tongsolution ใน 06 ธันวาคม 2011, 20:01:36
ที่นั่นมีอินเตอร์เน็ตมั้ยครับ
อยากไปอยู่ แต่กลัวไม่ได้อ่านมาม่าไทยเสียว
นั่นสิค่ะ ไม่มี ไม่ไปละ อิอิ
ต้องนั่งยานเร็วเท่าไหร่ไม่รู้
รู้แต่ว่า Kepler22b.com มีคนจดไปแล้ว โครตเร็วเลย
:P
อ้างถึงจาก: Uzumaki Naruto ใน 06 ธันวาคม 2011, 20:07:43
ต้องนั่งยานเร็วเท่าไหร่ไม่รู้
รู้แต่ว่า Kepler22b.com มีคนจดไปแล้ว โครตเร็วเลย
:P
เว็ป Mazon ป่าวค่ะ สงสัย ขายยานบินไป Kepler22b แน่ๆ เรย :wanwan004: :wanwan004: :wanwan004:
เก็บกระเป๋ารอแล้ว :wanwan007:
อ้างถึงจาก: ImacrosHosting ใน 06 ธันวาคม 2011, 17:33:19
600 ปี ผมว่า ตายในยาน ก่อนมั้ง พบรัก กับสาวในยาน ก็เป็นได้ ลูกๆๆหลานๆๆอาจไปถึง สวนเราคงตายในยาน
ปีแสงครับ ไม่ใช่ปี
น่าอยู่ว่าแต่จะไปไงอะเนี่ย ขนาดบิลเกตเสียเงินเป็นร้อยล้านยังออกไปได้เเค่นอกโลกเอง คิดเเล้วเศร้า :'(
ถ้าทุกคนไม่ทำลายโลก เราก็ไม่ต้องย้ายไปไหนหรอกครับ :'(
อนาคตเราจะถ่ายจิตเราเข้าไปในหุ่นยนต์ครับ หรือไม่ก็หุ่นยนต์จริงๆ แล้วนั่งยานอวกาศไปยังดาวดวงนั้น
ถึงเวลาเราก็ส่งเซลล์ของเราไป แล้วพอไปจอดที่ดาวนั้นก็ให้หุ่นยนต์เริ่มกระบวนการโคลนนิ่งขึ้นมาใหม่กลายเป็นมนุษย์
สมัยก่อนโลกของเราก็แบบนี้แหละครับ จริงๆแล้วเรามาจากดาวดวงอื่น แต่เผอิญร่างโคลนเราเอ๋อไปหน่อยเลยต้องค่อยๆวิวัฒนาการใหม่
มันเป็นแค่จินตนาการครับ ;D
600 ปีแสง - -
การเดินทางแทบจะ impossible
9.4607×10^12 x 600 = ??? km
ไกลมากๆ อยากจะรู้ว่าในชีวิตนี้จะอยู่ทันที่จะค้นพบสิ่งมีชีวิตนอกโลกหรือปล่าว
เคยอ่านเจอว่า ..
ไอน์สไตน์ พูดถึงทฤษฏี ความเร็วแสงครับ
ถ้ามีคนเข้าใจ และทำให้เป็นจริงอย่าง
พลังงานนิวเคลียร์ ได้ ..
600ปีแสง อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้นะครับ .. :wanwan019:
หมายถึง เครื่องเคลื่นย้ายมวลสาร ช่ายมั้ย :o
หรือ เรื่องข้ามมิติ :wanwan014:
แสงตามทฤษฏีสัมพันธ์ภาพนั้น
ไม่ว่าเราจะเคลื่อนที่เร็วแค่ไหน เราไม่สามารถเร็วไปกว่าแสงได้ครับ
เมื่อเราเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง เทียบเท่ากับแสง ถ้าเป็นบุคคลภายนอกจะมองเห็นเราเคลื่อนที่เร็วมาก
แต่ตัวบุคคลที่เคลื่อนที่เร็วขึ้น เวลาของเขาจะเดินช้าลง ระยะทางจะหดสั้นลง และมวลของเขาจะสูงขึ้น ซึ่งตามสูตร E= MCกำลังสอง มวลมากก็ต้องใช้พลังงานมากขึ้นไปอีก
และเมื่อคนนั้นมองดูแสง เขาจะเห็นว่าแสงก็ยังวิ่งด้วยความเร็วเท่าเดิมครับ เปรียบเสมือนตัวเขาที่หยุดนิ่งอยู่กับที่
จากการพิสูจน์หลายๆอย่าง เวลาไม่ใช่สิ่งที่เป็นสัมบูรณ์ หรือมีค่าคงที่ในทุกสถานที่และสำหรับบุคคล
อย่างเช่นกรณี twin paradox ซึ่งฝาแฝดคนที่อยู่บนโลกกับคนที่ออกไปนอกโลก คนที่อยู่นอกโลกจะแก่ช้ากว่านั่นเองเมื่อกลับมายังโลกแล้ว (เป็นการเดินทางข้ามไปยังอนาคต) นอกจากนี้มันยังเกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงอีกด้วย
นอกจากนี้แสงยังโดนดึงดูดด้วยแรงโน้มถ่วงจากดวงดาวให้เกิดการโค้งงอได้ด้วย
ผิดพลาดจุดไหน ขออภัย เพราะบางอย่างผมก็ยังไม่เข้าใจชัดเจนทั้งหมด อิๆ
ถ้าจะไปไกลขนาดนั้นคงต้องสร้าง worm hole (รูหนอน) เพื่อยืดหดอวกาศต้นทางกับปลายทางเข้าด้วยกันแล้วแหละ
อย่าไปกันไกลบ้านนักครับ เดี๋ยวกลับไม่ถูก :wanwan019:
เมื่อเราเดินทางเร็วเท่าแสง มันจะเกิดสิ่งนึงครับ ที่ยังไม่มีใครเข้าใจ
เพราะแค่คิดว่าจะทำอย่างไรให้เร็วเท่าแสง ก็ยากแล้ว...
แต่ผมเชื่อถ้าเมื่อเราหลุดจากกรอบตรงนี้ได้ ..
600ปีแสง อาจมีค่าเท่ากับ 600ไมล์ - 600กิโลเมตร
ผมเชื่อว่าจะเกิดขึ้น
ทุกวันนี้ผมมองขึ้นไปบนฟ้าเห็นเหล็กหนักเป็นตันๆ บินว่อนอยู่บนฟ้า
ตอนพี่น้องตระกลูไร้ท์คิดแล้วทำ ยุคนั้น เห็นเป็นเรื่องตลกเลย ...
แบ่งปันจินตนาการ ร่วมกัน นะครับ ชอบๆๆๆ :wanwan019:
600 ปีแสง ถ้าเราจะย้ายไปจริงๆเราะมีเหตุให้ต้องย้ายคงต้องใช้ชีวิตอยู่บนยานรุ่นแล้วรุ่นๆแล้วบอกรุ่นลูกๆว่าเป็าหมายของเราคือดาวดวงนั้น และกว่ายานจะไปถึงไม่รู้ต้องใช้กี่ช่วงชีวิตอายุคน และเราต้องหาแหล่งพลังงานที่มากพอจะพาเราไปยังดาวนั้นได้และพอไปถึงไม่แน่ว่าวิวัฒนการดาวนั้นอาจก้าวไปไกลและไม่ต้อนรับเราแล้ว :'(
ต้องหาวิธีที่สั้นกว่าถ้าเราสามารถใช้โพรงรูหนอนข้ามแต่ระช่วงอวกาศ ถ้ามันทำได้จริงนะอาจร่นเวลาไปได้ หรือจะต้องใช้วิธีจำศีลระยะยาวโดยที่เรามีโอกาศหลับไปตลอดกาล หรือวิธีที่มนุษย์ในตอนนี้ไม่อาจจินตนาการไปถึงได้แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้ในช่วงชีวิตเรา
แค่เราคิดว่ามันอาจจะทำได้ มนุษย์ก็หาทางทำมันจนได้ ถึงจะไม่ได้ทุกเรื่องก็เถอะ
ครั้งนึงมนุษย์คิดจะบินใครต่างพากันหัวเราะ
ครั้งนึงมนุษย์คิดว่าเรือน่าจะดำน้ำได้ใครต่างพากันดูถูก
ครั้งนึงมนุษย์คิดจะไปดวงจันทร์ใครๆก็หาว่าบ้า
แต่พวกที่พากันดูถูกในสมัยก่อนคงไม่เชื่อแน่ๆว่ามนุษย์ทำไม่ได้แล้ว ไม่แน่ว่านิยายวิทยศาตร์ในตอนนี้ อนาคตอ่จเป็นแค่เื่องปรกติธรรมดาเท่านั้นใครจะไปรู้
บางคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า paradox มาบ้าง มันคือวงดนตรีชั้นนำของไทย เอ้ยไม่ใช่
เอาเป็นว่า มันเป็นเรื่องของความขัดแย้งในตัวเองกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั่นเอง (ใน inception คงได้ยินกันมาบ้าง)
ลองอ่านคร่าวๆจากนี่ละกัน
http://kmlite.wordpress.com/2011/04/08/v4i2-11/
อย่างเช่นการสร้างรูหนอนเพื่อเดินทางข้ามเวลา เรายิงลูกบิลเลียดเข้าไปในรู แล้วรูนั้นก็มีปากทางออกตรงใกล้ทางเข้า แล้วลูกบิลเลียดดังกล่าวก็วิ่งมาชนกับตัวเองทำให้กระเด็นออกไปไม่เข้าไปในรู ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว จุดเริ่มต้นเกิดที่จุดไหนอย่างไร
จริงๆเรื่องการเดินทางข้ามเวลามันมีจุดให้คิดและสงสัยมานานแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โดเรม่อนภาคนครหมา เป็นต้น (ไม่แน่ใจแต่เกี่ยวกับการมาช่วยเหลือจากอนาคตนั่นหล่ะนะ)
paradox อิๆ
http://www.youtube.com/watch?v=3H0q8y91o0g&feature=related
สำหรับคนที่ชอบแนว space ทั้งหลาย ผมแนะนำให้ดูหนังเรื่องนึง lost in space สนุกดีครับ
รูหนอน
อาจจะเป็นสิ่งเดียวกันกับ หลุมดำ Black Hole
และอาจจะเป็นทางด่วนท่องอวกาศ Space Super Highway
ที่เรายังไม่รู้เลยว่าแผนที่เป็นอย่างไร - จากไหนไปไหน
คงต้องมีผู้เสียสละ-ผจญภัย แล้วบันทึกไว้
เหมือนวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ในอดีตทำไว้ให้เรา..
ไอหลุมดำนี่เขาเจอแล้วเหรอครับ :o ชักตื่นเต้นเเล้วสิ
หลุมดำความโน้มถ่วงนี่มันเป็นอนันต์มากครับ มันก็คือดาวที่ยุบตัวลงนั่นแหละ ฉะนั้นถ้าใครตกลงไปก็จะเหมือนหยุดเวลาเอาไว้ แต่ถ้ากลับออกมาได้ ก็คือคุณสามารถที่จะเดินทางไปยังอนาคตนั่นเอง คงคล้ายๆกับ worm hole แหละมั้ง แต่การจะรักษาสภาพของ worm hole เอาไว้ได้จะต้องยิงประจุลบใส่
ไอ้เดินทางไปอนาคตนี่ยังพอเข้าใจได้ แต่ไอ้เดินทางย้อนเวลานี่ยังงงๆนิดนึง
รอบๆหลุมดำ เราเรียกว่า ขอบฟ้าเหตุการณ์หรือ event horizon ซึ่งเป็นขอบเขตที่เราเห็นเหตุการณ์ได้ (อ่านนานแล้วลืมๆไปบ้างและยังมึนๆอยู่) แล้วก็มีหนังเก่า เรื่องนี้เช่นกัน ลองไปหาดูแล้วกัน
คอนเซปต์ของ time machine นี่ก็คือๆกัน คุณต้องสร้างยานที่เร็วกว่าแสง และถ้าคุณเร็วกว่าแสงคุณจะสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ในอดีตได้ซึ่งมาจากแสงในอดีตที่สะท้อนออกไปนั่นแหละ แต่ก็ไม่ใช่การย้อนกลับไปในอดีตนะเป็นคนละเรื่องกัน แต่มันก็ติดตรงที่เราไม่สามารถเร็วกว่าแสงได้นั่นแหละเพราะแสงมันคงความเร็วไว้ตลอดทุกสถานการณ์แต่เราจะช้าลงเรื่อยๆเมื่อเคลื่อนที่เร็วขึ้น (ช้าลงในสภาวะของตัวเอง)
อ้างถึงจาก: ดีน วินเชสเตอร์ ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:01:09
ภาพวัตถุที่เราเห็นในอวกาศที่ห่างจากโลกมากเท่าไหร่ภาพยิ่งเก่ามากเท่านั้นครับ
เช่น หากวัตถุนั้นห่างจากโลก 100 ปีแสง ก็เท่ากับว่าภาพที่เราเห็นมันจากโลกตอนนี้คือภาพเมื่อ 100 ปีก่อน
เพราะแสงจากตรงนั้นต้องใช้เวลาเดิมทางมาหาเรา 100 ปีนั่นเอง
+1 ให้ทุกคนที่โพสกระทู้นี้ครับได้ความรู้ใหม่ๆเยอะเลยครับ อวกาศเป็นสิ่งที่ผมใจมากแต่อยากเห็นคนไทยออกนอกโลกซักคนก็ยังดี :wanwan011:
แต่ผมขอถามเพิ่มเติมนิดหน่อยครับ ถ้าเราไปตั้งกล้อง 1000 ปีแสง แล้วเราถ่ายภาพมายังโลกจะเห็นภาพเมื่อ 1000 ปีที่แล้ว
แล้วจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะสามารถสร้างไทม์แมชชีนย้อนกลับไปในอดีต :wanwan017:
กระทู้นี้น่าสนใจสุดๆอิอิ :wanwan019:
คุณ bubbleball ชอบแนวนี้หรือครับ
ครับเคยอ่านมาว่าหลุมดำ พลังมหาศาล (สามารถดูดดวงอาทิตย์ได้ทีเดียว)
จินตนาการผมนะครับ
คล้ายรถไฟเหาะ ไม่ต้องมีเครื่องยนต์
ส่งไปให้ถึงทางเข้า พลังงานจะจัดการให้เอง ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิง
Black Hole ผมคิดว่าระหว่างระบบสุริยะ
ต้นทาง ปลายทางคงไม่เท่ากัน
ไหลจากสูงลงต่ำ ...
ขากลับ คงต้องไปส่งปากทาง Black Hole อื่น
ไม่สามาถใช้ทางเดิมได้...
จินตนาการล้วนๆ ชอบๆๆ :wanwan019:
อ้างถึงจาก: netsim ใน 07 ธันวาคม 2011, 00:14:26
กระทู้นี้น่าสนใจสุดๆอิอิ :wanwan019:
คุณ bubbleball ชอบแนวนี้หรือครับ
เพิ่งมาศึกษาจริงๆจังๆเอาช่วงหลังครับ (แต่ก่อนผมศึกษาเรื่องการทำงานของจิตและพลังงานเป็นหลัก ประสปการณ์ส่วนตัว) แต่แนวนี้มันเน้นพวกควอนตัมฟิสิกส์อ้างอิงเยอะเหมือนกัน แต่ก็ถือว่าโชคดีที่ตอนมหาลัยผมอ่านท่องเรื่องนี้เป็นพิเศษสมัยเคมีปีหนึ่ง และเป็นพี่ติวน้องเรื่องนี้ก็เลยได้พื้นฐานมาหลายอย่างพอสมควร (เผอิญทำเกรดได้สูงสุดในภาค แต่ก็แค่ c+ นะแบบว่าเคมีศิลปากรเขาว่าโหดมากระดับต้นๆอิๆ)
ผมมีหนังสือภาษาไทยอยู่ราวสิบเล่ม สั่ง text book มาอีก 1 เล่มจากอีเบย์ รออยู่เหมือนกัน แต่ที่ซื้อๆมานี่ก็ยังอ่านไม่หมดหรอกดองๆไว้ กำลังไล่อ่านอยู่ (บางเล่มคาดว่าจะต้องย้อนกลับไปอ่านอีกรอบเพราะตอนอ่านรอบแรกผมไม่เข้าใจคำศัพท์หรือบางทฤษฏีสักเท่าไร อย่างเช่น string theory ผมมาอ่านจากเล่มอื่นเพิ่งจะรู้ว่ามันแปลว่าเส้นเชือกทำให้ผมจินตนาการไม่ออกในทีแรก) วิดีโอก็โหลดๆมาบ้างยังไม่ได้ดูสักตัว แต่ดูจบน่าจะจินตนาการได้อีกเยอะ
ช่วงก่อนหน้าผมมัวแต่อ่านนิยายฆาตกรรมญี่ปุ่นอยู่ครับ ไว้จับโจรแถวนี้อิๆ (จริงๆก็อ่านเพลินๆไปงั้นแหละ)
:(
เมื่อไหร่เราเข้าใกล้หรืออยู่ในสภาวะเดียวกับความว่างเปล่าได้เมื่อนั้นเราก็จะอยู่คนละโลกกับเวลา แต่จะพูดไปแล้วไอคำว่าเวลานี่ก็คือสิ่งที่คนเราไปตั้งมันขึ้นเองไอธาตุแท้ของมันคืออะไรคงต้องหานิยามไปใส่
การเดินไปหาอนาคต เราคงต้องถามว่าเราเดินไปหาอนาคตของอะไร ถ้าของเรา ในเมื่อเราเดินทางไปจากอดีตเเล้วอนาคตเกิดมาได้อย่างไร เเนวคิดพวกนี้จริงเเล้วก็เพียงเเนวคิด+หลักการ+จินตนาการเข้าไป
เราจะเดินไปหาอดีตได้ไหม ถ้าเราย้อนกลับไปฆ่าปู่ตัวเอง พ่อที่อยู่ในปัจจุบันจะตายไหม ถ้าตาย คนที่รู้จักพ่อเราจะจดจำอะไรเกี่ยวกับพ่อเราได้ไหม เจ้าหนี้จะงงไหมว่าพ่อเราคือใคร ถ้าเราย้อนกลับไปอดีตได้จริง เเล้วฆ่าปู่เรา ผมว่า พ่อในปัจจุบันก็ยังอยู่ เพราะว่า -+- ก็ได้ลบ
ของพวกนี้เป็นสิ่งเดียวกับคณิตศาสตร์ ถ้าอธิบายด้วยหลักการได้ เเต่เขียนในรูปตัวเลขไม่ได้ก็ต้องถือว่ายังไม่สมบูรณ์ เช่น เมื่อจักวาลไม่มีขอบเขต แล้วถ้ามันเริ่มต้นขึ้น ต้องไม่ใช่จากขอบนอกมาหาศูนย์กลาง แต่มันต้องออกจากศูนย์กลางไปหาขอบนอก ดังนั้นสมการมันก็คือรูปแบบตัวเลข 0ไป1ไป2ไป3..... แต่ไอเรื่องที่ว่าจักวาลเกิดมาได้อย่างไร ถ้าให้ผมตอบผมว่า มันคือสิ่งที่มีอยู่แล้วเพียงสิ่งเดียวเท่าที่เราจะคิดได้ ถ้ามันมีการกำเนิดก็คงมีเเต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้
เข้าท่า เปิดอ่านตอนกลางวันนึกว่าไม่มีประเด็น ... ต้องย้อนอ่านใหม่อีกรอบ ...
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ภาพที่จับได้เป็นแสงที่เดินทางมา 100 ปีแสงแล้ว ... ตอนนี้สภาพของที่นั่นเจริญขึ้นเยอะรึยังหว่าาา ... หลังจากผ่านไป 100 ปีแสง !!!
:wanwan011:
ขอพูดเรื่อง แสงที่เดินทางมา คือผมสงสัยเล่นๆว่าถ้าออกไปนอกโลกมันจะมืดหรือจะสว่าง จริงๆอยากวาดภาพให้จัง
การค้นพบดาวดวงใหม่อาจจะเป็นความหวังเล็กๆ เหมือนตอนที่เราค้นพบว่าโลกกลม และไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล
แต่สิ่งที่สำคัญก่อนที่เราจะออกเดินทางไปยัง จักรวาลอื่นได้ นั่นก็คือ เทคโนโลยีการ วาป warp drive
http://en.wikipedia.org/wiki/Warp_drive_%28Star_Trek%29
เพราะถ้ายังทำไม่ได้ ก็ไม่มีหวังที่จะออกเดินทางได้ ทั้งในเรื่องของความเร็ว เรื่องของเชื้อเพลิง เสบียง แต่ถ้า วาปได้ ก็จะเดินทางได้เร็วกว่าแสง
600ปีแสง เราอาจะเดินทางแค่ 2 ชั่วโมง ก้เป็นได้ ถึงตอนนั้นค่อยคิด ยกพลไปล่าอนานิคม ถล่มดาวชาวบ้านครับ
อ้างถึงจาก: Tputti ใน 07 ธันวาคม 2011, 00:28:51
เข้าท่า เปิดอ่านตอนกลางวันนึกว่าไม่มีประเด็น ... ต้องย้อนอ่านใหม่อีกรอบ ...
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ภาพที่จับได้เป็นแสงที่เดินทางมา 100 ปีแสงแล้ว ... ตอนนี้สภาพของที่นั่นเจริญขึ้นเยอะรึยังหว่าาา ... หลังจากผ่านไป 100 ปีแสง !!!
:wanwan011:
ภาพที่เห็นมันเป็นอดีต ฉะนั้นสิ่งที่เราเห็นกับปัจจุบันจริงๆย่อมแตกต่างกันพอควรครับ ถ้าที่นั่นมีอารยธรรมผมว่าก็คงก้าวหน้าไปพอควร
ส่วนเรื่องแสงที่เดินทางมา ออกไปนอกโลกจะมืดหรือสว่าง
ผมก็ยังสงสัยในจุดนี้ เพราะตามทฤษฏีอวกาศของเรากำลังขยายตัว แต่ความมืดนั้นขยายตัวด้วยหรือเปล่า เป็นความว่างแบบสว่างขาวๆโล่งโจ้งหรือความมืดมิดทั่วบริเวณก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
แต่แสงกับเวลานั้นก็สัมพันธ์กันอยู่ จุดกำเนิดของเวลาเริ่มจากไหนเราก็ไม่รู้หรือเริ่มจาก bigbang กันแน่ แต่ก่อน bigbang เราเรียกว่า singularity หรือภาวะเอกฐาน ที่ร้องเพลง รักกันเบาๆนั่นแหละครับ อิๆ
สิ่งที่เร็วกว่าแสงมีเพียงจิต เมื่อจิตไวกว่าแสงคุณก็รู้ได้ถึงอดีตนั่นเอง อยากรู้ความจริง จงรีบไปนั่งสมาธิโดยพลัน อิๆ (แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายหลักนะ)
อยากจะบอกนะว่าไอ้ที่เขียนมาเยอะๆ แต่ไม่เคยดู star trek สักกะภาค ว่าจะหามาดูเล่นๆอยู่เหมือนกัน (แต่โหลดไม่เสร็จเสียที)
ทฤษฎีไอสไตน์ ผิด จุดที่บอกว่า แสงเร็วสุด ปัจจุบันค้นพบแล้วว่ามีบางอย่างที่เร็วกว่าแสง
ผมคิดว่า ต้องมีอะไรบางอย่างที่เชื่อมต่อกันระหว่างมิติต่างๆ เมื่อก่อนเราคิดว่าเป็นอีเทอร์ หรืออะไรนี้แหละ แต่ไอสไตน์บอกว่าไม่มี มันมี 4 มิติ จึงเกิดแบบนั้นขึ้น แต่ปัจจุบันค้นพบใหม่แล้ว แล้วทีนี้อะไรจะเกิดขึ้น
ผมเรียนตำรวจมา ไม่ได้เรียนวิทยาศาสตร์ มากเท่าไร รู้แค่นี้แหละ
นอกจากเรื่องพวกนี้ก็มีศึกษาเรื่องความฝันบ้างเหมือนกันนะ แต่ก็ได้แค่เล็กๆน้อยๆ
แต่ตอนเด็กๆผมเคยพยายามจะทดลองอยู่อย่างนะ คือถ้าวันไหนฝันเจอโดเรม่อน จะขอของวิเศษชิ้นหนึ่งที่มีในการ์ตูน ไอ้ห่วงเอาของออกจากความฝันอ่ะ แหม่ว่าจะโยนเงินออกมาจากความฝันทีหลายๆปึกสักหน่อย แต่ก็ไม่เคยฝันถึงซะที ลืมด้วย :-[
ไร้สาระอีกแล้ว (ไอ้ที่เห็นผมชอบตอบขำๆเพ้อเจ้อไร้สาระบ่อยๆ จริงๆแล้วก็คือ มันไร้สาระจริงๆนั่นแหละครับ ;D)
อ้างถึงจาก: bubbleball ใน 07 ธันวาคม 2011, 01:02:36
นอกจากเรื่องพวกนี้ก็มีศึกษาเรื่องความฝันบ้างเหมือนกันนะ แต่ก็ได้แค่เล็กๆน้อยๆ
แต่ตอนเด็กๆผมเคยพยายามจะทดลองอยู่อย่างนะ คือถ้าวันไหนฝันเจอโดเรม่อน จะขอของวิเศษชิ้นหนึ่งที่มีในการ์ตูน ไอ้ห่วงเอาของออกจากความฝันอ่ะ แหม่ว่าจะโยนเงินออกมาจากความฝันทีหลายๆปึกสักหน่อย แต่ก็ไม่เคยฝันถึงซะที ลืมด้วย :-[
ไร้สาระอีกแล้ว (ไอ้ที่เห็นผมชอบตอบขำๆเพ้อเจ้อไร้สาระบ่อยๆ จริงๆแล้วก็คือ มันไร้สาระจริงๆนั่นแหละครับ ;D)
มีอาจารย์คนหนึ่งบอกว่า เรื่อง พุทธะ ไม่ได้ไร้สาระ อยู่เหนือวิทยาศาสตร์อีก หากฝึกถึงขึ้นแล้วจะทำให้สามารถทำอะไรได้เยอะเลย
จินตนาการ
--------------- จินตนาการอยู่เหนืออ วิทยาศาสตร์ เสมอครับ :wanwan003:
วิทยาศาสตร์
ยิ่งต่อยอดก็ยิ่งสงสัย สิ่งที่เราคิดว่าเร็วกว่าแสงก็คือจิต(แต่เหมือนจะมีสิ่งที่เร็วกว่าแสงออกมาเรื่อยๆ) แต่ขอบเขตของจิตมันไปได้ไกลแค่ไหน เราคิดว่ามันสามารถเดินทางย้อนอดีตหรือไปอนาคตได้ แต่ไม่เคยมีใครไปจนสุดเขตแดนนั้นได้เลย และจิตก็ไม่สามารถบอกอะไรหลายๆอย่างได้ทั้งที่เราสามารถจะเพิ่งจิตหาสิ่งที่อยากรู้ได้แต่ก็เป็นแค่กรณีๆไปบางอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเราๆก็ไม่สามารถหามาได้
กับมาที่การเดินทางข้ามเวลาหรือย้อนอดีต ถ้าเราย้อนกับไปฆ่าใครซักคนตายโดยที่ปัจจุบันเขายังไม่ตาย จะเกิดอะไรขึ้น ปัจจุบันเปลี่ยน หรือปัจจุบันไม่เปลี่ยนแปลงเลยแต่เกิดโลกคู่ขนานใบใหม่ขึ้นมา
แล้วถ้าเราเขาไปในรูหนอนด้วยความเร็วแสงและกับมาได้มีอะไรบอกได้ไหมว่าโลกที่กับมายังเป็นโลกใบเดิมไม่ใช่โลกคู่ขนาน ถ้าโลกคู่ขนานใบนั้นมีจุดเปลี่ยนแปลงแค่นิดเดียวที่เราไม่สังเกตุ
ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย
อ้างถึงจาก: adsene5438 ใน 07 ธันวาคม 2011, 01:02:13
ทฤษฎีไอสไตน์ ผิด จุดที่บอกว่า แสงเร็วสุด ปัจจุบันค้นพบแล้วว่ามีบางอย่างที่เร็วกว่าแสง
ผมคิดว่า ต้องมีอะไรบางอย่างที่เชื่อมต่อกันระหว่างมิติต่างๆ เมื่อก่อนเราคิดว่าเป็นอีเทอร์ หรืออะไรนี้แหละ แต่ไอสไตน์บอกว่าไม่มี มันมี 4 มิติ จึงเกิดแบบนั้นขึ้น แต่ปัจจุบันค้นพบใหม่แล้ว แล้วทีนี้อะไรจะเกิดขึ้น
ผมเรียนตำรวจมา ไม่ได้เรียนวิทยาศาสตร์ มากเท่าไร รู้แค่นี้แหละ
ถ้าในหนังสือวิทยาศาสตร์ระบุไว้ว่า 11 มิตินะครับ เป็นเวลา 1 มิติ ระดับมิติที่อยู่สูงออกไปเรียก hyperspace (อาจจะมีผิดพลาดเพราะเชิงความหมายเพิ่งอ่านหมาดๆ และ text book เรื่องนี้ยังมาไม่ถึง) แต่มิติที่ว่ามันก็ขดตัวอยู่เนื่องจากมีความเล็กมากๆ
ข่าวไม่นานมานี้เห็นว่านักวิทยาศาสตร์คิดอะไรใหม่ๆได้อีกแล้ว ประมาณว่าจะลองเอาอนุภาคยิงให้มิติที่ซ่อนตัวอยู่โผล่ออกมา (อนุภาคจากมิติอื่นหลุดออกมา) ถ้าเปิดไม่ดีอาจจะเจอเอเลี่ยนกันเลยทีนี้ (พลอตในหนังเรื่องหนึ่ง)
แต่ผมจำได้คุ้นๆเหมือนกับในหนังสือ ไอน์สไตน์พบพระพุทธเจ้าเห็น จะเขียนมิติไว้เยอะกว่านี้นะ (แต่อาจจะเป็นเชิงพุทธก็ได้มั้ง) โดนน้องตบไปไม่ได้คืนเลยเล่มนั้น เล่มสองก็ด้วย
อ้างถึงจาก: netsim ใน 07 ธันวาคม 2011, 01:06:47
ยิ่งต่อยอดก็ยิ่งสงสัย สิ่งที่เราคิดว่าเร็วกว่าแสงก็คือจิต(แต่เหมือนจะมีสิ่งที่เร็วกว่าแสงออกมาเรื่อยๆ) แต่ขอบเขตของจิตมันไปได้ไกลแค่ไหน เราคิดว่ามันสามารถเดินทางย้อนอดีตหรือไปอนาคตได้ แต่ไม่เคยมีใครไปจนสุดเขตแดนนั้นได้เลย และจิตก็ไม่สามารถบอกอะไรหลายๆอย่างได้ทั้งที่เราสามารถจะเพิ่งจิตหาสิ่งที่อยากรู้ได้แต่ก็เป็นแค่กรณีๆไปบางอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเราๆก็ไม่สามารถหามาได้
กับมาที่การเดินทางข้ามเวลาหรือย้อนอดีต ถ้าเราย้อนกับไปฆ่าใครซักคนตายโดยที่ปัจจุบันเขายังไม่ตาย จะเกิดอะไรขึ้น ปัจจุบันเปลี่ยน หรือปัจจุบันไม่เปลี่ยนแปลงเลยแต่เกิดโลกคู่ขนานใบใหม่ขึ้นมา
แล้วถ้าเราเขาไปในรูหนอนด้วยความเร็วแสงและกับมาได้มีอะไรบอกได้ไหมว่าโลกที่กับมายังเป็นโลกใบเดิมไม่ใช่โลกคู่ขนาน ถ้าโลกคู่ขนานใบนั้นมีจุดเปลี่ยนแปลงแค่นิดเดียวที่เราไม่สังเกตุ
ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย
นึกถึงดราก้อนบอลอนที่ trunk กลับมาบอก โงกุน ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตสิครับอิๆ
เรื่อง
อ้างถึงเรื่อง พุทธะ
นี่หมายถึงแนวคิดแบบไหนอะครับ เเต่ก่อนที่ผมชอบคิดเรื่องปรัชญาเกี่ยวกับจักวาลไรเเบบนี้ ผมก็ก้าวข้ามมาที่ความสุขสูงสุดของมนุษย์ สักพักคิดไปคิดมามันฝังเข้าไปในสำนึกไงไม่รู้ แบบว่าผมจะกลายเป็นพวกปล่อยวางไงไม่รู้ ก็เลิกอะครับ
อ้างถึงจาก: SEOPUG ใน 07 ธันวาคม 2011, 00:13:16
อ้างถึงจาก: ดีน วินเชสเตอร์ ใน 06 ธันวาคม 2011, 18:01:09
ภาพวัตถุที่เราเห็นในอวกาศที่ห่างจากโลกมากเท่าไหร่ภาพยิ่งเก่ามากเท่านั้นครับ
เช่น หากวัตถุนั้นห่างจากโลก 100 ปีแสง ก็เท่ากับว่าภาพที่เราเห็นมันจากโลกตอนนี้คือภาพเมื่อ 100 ปีก่อน
เพราะแสงจากตรงนั้นต้องใช้เวลาเดิมทางมาหาเรา 100 ปีนั่นเอง
+1 ให้ทุกคนที่โพสกระทู้นี้ครับได้ความรู้ใหม่ๆเยอะเลยครับ อวกาศเป็นสิ่งที่ผมใจมากแต่อยากเห็นคนไทยออกนอกโลกซักคนก็ยังดี :wanwan011:
แต่ผมขอถามเพิ่มเติมนิดหน่อยครับ ถ้าเราไปตั้งกล้อง 1000 ปีแสง แล้วเราถ่ายภาพมายังโลกจะเห็นภาพเมื่อ 1000 ปีที่แล้ว
แล้วจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะสามารถสร้างไทม์แมชชีนย้อนกลับไปในอดีต :wanwan017:
ผมว่าการย้อนไปยังอดีตเป็นไปไม่ได้ครับ เพียงแต่เรามองเห็นภาพจากอดีตผ่านการใช้เวลาเดินทางที่ยาวนานของแสงเท่านั้น
จุดที่แสงกำเนิดมานั้นตอนนี้ก็เป็นปัจจุบัน เพียงแต่เราจะต้องรอให้แสงเดินทางมาถึงเราก่อน จึงจะได้เห็นภาพนั้นครับ
จึงพูดได้ว่าเรามองเห็นอดีตของสถานที่นั้น แต่ ณ ตอนนี้มันไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นแล้ว มันเป็นอนาคตของภาพนี้ แต่ไม่ใช่อนาคตของตอนนี้
ถ้า งง ก็อ่านอีกรอบนะครับ ฮ่าๆ :P
อ้างถึงผมว่าการย้อนไปยังอดีตเป็นไปไม่ได้ครับ เพียงแต่เรามองเห็นภาพจากอดีตผ่านการใช้เวลาเดินทางที่ยาวนานของแสงเท่านั้น
จุดที่แสงกำเนิดมานั้นตอนนี้ก็เป็นปัจจุบัน เพียงแต่เราจะต้องรอให้แสงเดินทางมาถึงเราก่อน จึงจะได้เห็นภาพนั้นครับ
จึงพูดได้ว่าเรามองเห็นอดีตของสถานที่นั้น แต่ ณ ตอนนี้มันไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นแล้ว มันเป็นอนาคตของภาพนี้ แต่ไม่ใช่อนาคตของตอนนี้
เห็นด้วยครับ สิ่งที่พูดคุยกันอยู่ตอนนี้คงจะถือเป็นได้เเค่แนวคิดที่ใช้ตรรกะไปสังเคราะห์จินตนาการให้ผสมกับหลักการ อ่านไปคิดตามไปอย่างน้อยๆก็ทำให้สมองเราพัตนาขึ้นดีรับ
เหมือนนิยายของแดน บราว เรื่องหนึ่งเลยครับ
ว่างๆช่วงปีใหม่ ลองอ่านดู :wanwan020:
อ่อเสริมอีกนิด เกี่ยวกับ black hole เนื่องจากมันคือดาวที่ยุบตัวและมีความโน้มถ่วงสูงมาก เป็นสาเหตุทำให้แสงไม่สามารถหลุดรอดออกมาจากจุดนั้นได้หน่ะครับ เพราะแสงบริเวณรอบๆโดนแรงโน้มถ่วงดูดเข้าไป มันก็เลยกลายเป็นหลุมดำนั่นเอง
สิ่งที่เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงนี่ เขาพยายามค้นหา สสารมืดหน่ะครับ (dark energy) ว่าคืออะไร อะไรทำให้เกิดแรงเหล่านั้น จริงๆมันไม่ใช่โดนเรียกเพราะความเป็นสีดำอะไร แต่เพราะเป็นสิ่งที่ค้นหาได้ยากเสียมากกว่า (อ่านบางเล่มไม่อธิบายผมก็นึกว่ามันคือสสารสีดำตามชื่อจริงๆ)
เลยมีประโยคที่ว่า แรงโน้มถ่วงเป็นแรงที่เรารู้จักมันดีที่สุด แต่ก็เข้าใจมันน้อยที่สุดเช่นกันในบรรดาแรงทั้ง 4 ประเภท ไฟฟ้า ฟิวชั่น ฟิชชั่น โน้มถ่วง
อ้างถึงจาก: bubbleball ใน 07 ธันวาคม 2011, 01:10:30
อ้างถึงจาก: netsim ใน 07 ธันวาคม 2011, 01:06:47
ยิ่งต่อยอดก็ยิ่งสงสัย สิ่งที่เราคิดว่าเร็วกว่าแสงก็คือจิต(แต่เหมือนจะมีสิ่งที่เร็วกว่าแสงออกมาเรื่อยๆ) แต่ขอบเขตของจิตมันไปได้ไกลแค่ไหน เราคิดว่ามันสามารถเดินทางย้อนอดีตหรือไปอนาคตได้ แต่ไม่เคยมีใครไปจนสุดเขตแดนนั้นได้เลย และจิตก็ไม่สามารถบอกอะไรหลายๆอย่างได้ทั้งที่เราสามารถจะเพิ่งจิตหาสิ่งที่อยากรู้ได้แต่ก็เป็นแค่กรณีๆไปบางอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเราๆก็ไม่สามารถหามาได้
กับมาที่การเดินทางข้ามเวลาหรือย้อนอดีต ถ้าเราย้อนกับไปฆ่าใครซักคนตายโดยที่ปัจจุบันเขายังไม่ตาย จะเกิดอะไรขึ้น ปัจจุบันเปลี่ยน หรือปัจจุบันไม่เปลี่ยนแปลงเลยแต่เกิดโลกคู่ขนานใบใหม่ขึ้นมา
แล้วถ้าเราเขาไปในรูหนอนด้วยความเร็วแสงและกับมาได้มีอะไรบอกได้ไหมว่าโลกที่กับมายังเป็นโลกใบเดิมไม่ใช่โลกคู่ขนาน ถ้าโลกคู่ขนานใบนั้นมีจุดเปลี่ยนแปลงแค่นิดเดียวที่เราไม่สังเกตุ
ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย
นึกถึงดราก้อนบอลอนที่ trunk กลับมาบอก โงกุน ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตสิครับอิๆ
นึกไปถึงซีรีย์ฝรั่งช่องสามสมัยก่อนครับ กับพิภพวานรที่พระเอกกับมาจากดาวอื่นปรากฎว่ามันไม่ใช่โลกใบเดิมอีกแล้ว ประธานาธิบดีลินคอนกลายป็นลิงไปเสียอย่างงั้น และเวลาของสองช่วงอวกาศไม่เท่ากัน หรือเรื่อง ที่เจ็ทลีเล่น The One คนที่อาศัยอยู่ต่างโลกกันใน จักรภพคู่ขนาน ข้ามมาฆ่าตัวเองอีกโลกหนึ่งเพื่อเป็นที่สุดอะไรประมาณนี้
และมาคิดต่อว่าถ้าเราตัดสินใจหยิบขวดด้วยมือขวาจะมีโลกที่เราหยิบขวดด้วยมือซ้ายเกิดขึ้นด้วยหรือไม่ แล้วถ้าเราสามารถข้ามไปยัโลกคู้ขนานได้ต้องมีซักโลกซิที่มีคนที่พบวิธีที่จะไปดาวอื่นๆได้โดยเร็ว
สอดคล้องกับความเชื่อของชนเผ่าพื้นเมืองอริโซน่าอีกล่ะ
บอกว่าโลกจะพบกับความหายนะ เมื่อดาวสีน้ำเงินปรากฏ
(ดูในสารคดีนานแล้วล่ะ ก็ตีเหตุการณ์ให้มันเข้ากับความเชื่ออย่างว่าแหล่ะ แต่จริง ๆ ดาวสีน้ำเงินมันก็ปรากฎอยู่อย่างนั้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพียงแต่เราเพิ่งค้นพบ และคำว่าปรากฎมันต้องมองเห็นบนท้องฟ้าด้วยตาเปล่า ที่คนทั้งโลกเห็น ไม่ใช่เห็นแต่นาซา หรือคนใดคนหนึ่ง)
ผมว่าต้องดหนังเรื่องเดจาวูครับ แต่ถ้าจะให้งงกว่านี้ ต้องเอดะเมตทริก
ส่วน
อ้างถึงดาวสีน้ำเงินมันก็ปรากฎอยู่อย่างนั้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพียงแต่เราเพิ่งค้นพบ
จริงๆแล้วสิ่งที่เราคิดสร้างสรรค์ มันก็คือสิ่งที่มีอยู่เเล้วเพียงเเต่ว่าใครจะมีพลังความสามารถที่จะไปค้นพบ
อ้างถึงจาก: wat26 ใน 07 ธันวาคม 2011, 01:23:05
สอดคล้องกับความเชื่อของชนเผ่าพื้นเมืองอริโซน่าอีกล่ะ
บอกว่าโลกจะพบกับความหายนะ เมื่อดาวสีน้ำเงินปรากฏ
(ดูในสารคดีนานแล้วล่ะ ก็ตีเหตุการณ์ให้มันเข้ากับความเชื่ออย่างว่าแหล่ะ แต่จริง ๆ ดาวสีน้ำเงินมันก็ปรากฎอยู่อย่างนั้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพียงแต่เราเพิ่งค้นพบ และคำว่าปรากฎมันต้องมองเห็นบนท้องฟ้าด้วยตาเปล่า ที่คนทั้งโลกเห็น ไม่ใช่เห็นแต่นาซา หรือคนใดคนหนึ่ง)
แต่ผมว่าการสร้างความเชื่อมากๆเข้าก็ส่งผลเสียในด้านลบได้อ่ะนะ หากเป็นไปตามกฏแรงดึงดูดทางความคิดที่ว่าคิดอะไรก็ได้อย่างนั้น (law of attraction) ฉะนั้นจากสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นก็เลยกลายเป็นว่าเกิดขึ้นเพราะเหมือนอธิษฐานจิตร่วมกันให้มันเกิด พอมันเกิดก็เลยบอกคำทำนายแม่น แต่ก็อยู่ที่วิจารณญานส่วนบุคคลสำหรับเรื่องนี้
อ้างถึงจาก: bubbleball ใน 07 ธันวาคม 2011, 01:22:10
อ่อเสริมอีกนิด เกี่ยวกับ black hole เนื่องจากมันคือดาวที่ยุบตัวและมีความโน้มถ่วงสูงมาก เป็นสาเหตุทำให้แสงไม่สามารถหลุดรอดออกมาจากจุดนั้นได้หน่ะครับ เพราะแสงบริเวณรอบๆโดนแรงโน้มถ่วงดูดเข้าไป มันก็เลยกลายเป็นหลุมดำนั่นเอง
สิ่งที่เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงนี่ เขาพยายามค้นหา สสารมืดหน่ะครับ (dark energy) ว่าคืออะไร อะไรทำให้เกิดแรงเหล่านั้น จริงๆมันไม่ใช่โดนเรียกเพราะความเป็นสีดำอะไร แต่เพราะเป็นสิ่งที่ค้นหาได้ยากเสียมากกว่า (อ่านบางเล่มไม่อธิบายผมก็นึกว่ามันคือสสารสีดำตามชื่อจริงๆ)
เลยมีประโยคที่ว่า แรงโน้มถ่วงเป็นแรงที่เรารู้จักมันดีที่สุด แต่ก็เข้าใจมันน้อยที่สุดเช่นกันในบรรดาแรงทั้ง 4 ประเภท ไฟฟ้า ฟิวชั่น ฟิชชั่น โน้มถ่วง
ผมเชื่อว่า โลกเรา และดวงดาวต่างๆมีชีวิตนะครับ แต่ระดับจิตของมนุษย์ ไม่สามารถเข้าถึงได้ เฉกเช่น แมลงวันตัวหนึ่งเกาะอยู่ที่แขนของคน มันไม่รู้หรอกว่า เราเป็นมนุษย์ ชื่ออะไร คิดอะไร ทำอะไร เพราะระดับจิตมันไม่สามารถเข้าถึงมนุษย์ได้ โลกเราและดวงดาวต่างๆล้วนมีชีวิต การกระทำต่างๆของดวงดาวต่างๆย่อมมีผลที่เราไม่คาดคิด ผมไม่เคยเชื่อทฤษฎีของไอสไตน์ เลย ผมเชื่อว่าแรงมีมากกว่านั้นด้วยซ้ำไป แต่ผมเชื่ออยู่เรื่องหนึ่ง คือ ผมบ้า ไปแล้ว 5555555555
อ้างถึงจาก: fox4 ใน 07 ธันวาคม 2011, 01:26:18
ผมว่าต้องดหนังเรื่องเดจาวูครับ แต่ถ้าจะให้งงกว่านี้ ต้องเอดะเมตทริก
ส่วนอ้างถึงดาวสีน้ำเงินมันก็ปรากฎอยู่อย่างนั้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพียงแต่เราเพิ่งค้นพบ
จริงๆแล้วสิ่งที่เราคิดสร้างสรรค์ มันก็คือสิ่งที่มีอยู่เเล้วเพียงเเต่ว่าใครจะมีพลังความสามารถที่จะไปค้นพบ
the matrix อิงพุทธศาสนาอ่ะครับ (ตอนดูทีแรกผมนึกว่าอิงคริสต์)
ว่าแต่บางคนอาจจะไม่ได้สนใจหรือสงสัยว่าทำไมต้องชื่อ The matrix
เพราะ matrix ในคณิตศาสตร์คือเซตของตัวเลขหรือตัวแปร และสามารถมีได้หลายมิติ (ในโปรแกรมมิ่งเราเรียก array) ก็เข้าคอนเซปต์กับหนังหล่ะมั้ง เผอิญอาทิตย์ก่อนๆผมนึกถึงศัพท์คำหนึ่งขึ้นมาคือ digital dimension ก็เลยนึกถึงเรื่องนี้ แต่ไปดู matrix ในทฤษฏีแล้วมันมีตัวแปรได้ด้วย เลยทิ้งคำๆนั้นไป ;D
ป.ล. หลีกเลี่ยงการสปอยล์จุดสำคัญในหนังบางเรื่องนะครับ อิๆ เผื่อมีคนไม่เคยดูแล้วกะจะไปหามาดู
อันนี้ บทความ the matrix กับ พุทธศาสนา http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/A3332890/A3332890.html
ผมอยู่ห้องหว้ากอรึเปล่าครับเนี้ย :P
อยากรู้จริงๆ ดาวดวงนั้น
นับถือศาสนา พุทธ เหมือนผม หรือ ป่าว
:wanwan044:
มิน่า ทำเครื่องไปแสกนหากันหลายรอบหลายสิบปี หาไม่เจอ
ที่แท้ มันอยู่ตรงข้าม แล้วแสกนไม่ถึงนี่เอง :-[
เตรียมซื้อหุ้น ทองคำ อลู เหล็ก แพลตินั่ม น้ำมัน ก๊าซ บนดาวดวงใหม่ :wanwan024:
อ่านแล้วนึกถึงหนัง Avatar มันคงจะดีถ้าดาวดวงนั้นเหมือนในหนัง :wanwan004: :wanwan004:
ชอบความสวยงามของธรรมชาติดี :wanwan019:
อ้างถึงbubbleball : แต่ผมว่าการสร้างความเชื่อมากๆเข้าก็ส่งผลเสียในด้านลบได้อ่ะนะ หากเป็นไปตามกฏแรงดึงดูดทางความคิดที่ว่าคิดอะไรก็ได้อย่างนั้น (law of attraction) ฉะนั้นจากสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นก็เลยกลายเป็นว่าเกิดขึ้นเพราะเหมือนอธิษฐานจิตร่วมกันให้มันเกิด พอมันเกิดก็เลยบอกคำทำนายแม่น แต่ก็อยู่ที่วิจารณญานส่วนบุคคลสำหรับเรื่องนี้
บางความเชื่ออาศัยหลัก law of attraction นี่แหล่ะครับ เป็นจุดในสำคัญในการเผยแผ่ เช่น อ้อนวอนเข้าสิ สวดมนต์เข้า อยากได้อะไรอธิษฐานเข้า คุยกับเทวดาบ่อย ๆ ขอบคุณขอบคุณเทวดาบ่อย ๆ แล้วเทวดาจะประทานพรให้
อ้างถึงจาก: bubbleball ใน 07 ธันวาคม 2011, 01:30:56
อ้างถึงจาก: fox4 ใน 07 ธันวาคม 2011, 01:26:18
ผมว่าต้องดหนังเรื่องเดจาวูครับ แต่ถ้าจะให้งงกว่านี้ ต้องเอดะเมตทริก
ส่วนอ้างถึงดาวสีน้ำเงินมันก็ปรากฎอยู่อย่างนั้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพียงแต่เราเพิ่งค้นพบ
จริงๆแล้วสิ่งที่เราคิดสร้างสรรค์ มันก็คือสิ่งที่มีอยู่เเล้วเพียงเเต่ว่าใครจะมีพลังความสามารถที่จะไปค้นพบ
the matrix อิงพุทธศาสนาอ่ะครับ (ตอนดูทีแรกผมนึกว่าอิงคริสต์)
ว่าแต่บางคนอาจจะไม่ได้สนใจหรือสงสัยว่าทำไมต้องชื่อ The matrix
เพราะ matrix ในคณิตศาสตร์คือเซตของตัวเลขหรือตัวแปร และสามารถมีได้หลายมิติ (ในโปรแกรมมิ่งเราเรียก array) ก็เข้าคอนเซปต์กับหนังหล่ะมั้ง เผอิญอาทิตย์ก่อนๆผมนึกถึงศัพท์คำหนึ่งขึ้นมาคือ digital dimension ก็เลยนึกถึงเรื่องนี้ แต่ไปดู matrix ในทฤษฏีแล้วมันมีตัวแปรได้ด้วย เลยทิ้งคำๆนั้นไป ;D
ป.ล. หลีกเลี่ยงการสปอยล์จุดสำคัญในหนังบางเรื่องนะครับ อิๆ เผื่อมีคนไม่เคยดูแล้วกะจะไปหามาดู
อันนี้ บทความ the matrix กับ พุทธศาสนา http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/A3332890/A3332890.html
แล้วถ้าเปรียบ Matrix เป็นคอมพิวเตอร์ล่ะครับ ใครคือโปรแกรม ใครคือแอนตี้ไวรัส ใครคือไวรัส ใครคือเมนบอร์ด ซีพียู ฯลฯ :wanwan044:
อ้างถึงจาก: sweatar ใน 07 ธันวาคม 2011, 03:58:50
แล้วถ้าเปรียบ Matrix เป็นคอมพิวเตอร์ล่ะครับ ใครคือโปรแกรม ใครคือแอนตี้ไวรัส ใครคือไวรัส ใครคือเมนบอร์ด ซีพียู ฯลฯ :wanwan044:
จริงแล้วในหนังก็บอกว่า The Matrix เป็นโปรแกรมครับ ที่ออกแบบโดยสถาปนิก ซึ่งสถาปนิก (The Architect) ก็คือโปรแกรมอีกตัวนึงที่เครื่องจักร (The Machine) เป็นคนสร้างขึ้น
เพื่อหลอกล่อให้มนุษย์ที่ถูกจับเป็นเชลย(และเครื่องจักร ทำการโคลนนิ่งเพื่อสร้างมนุษย์ขึ้นมา) หลับไหลอยู่ในความฝัน ใน เมทริกซ์ เพื่อดูดกลืนพลังงานขณะที่มนุษย์หลับและฝัน เอาไปเป็นพลังงานของตัวเอง
จะว่าไปแล้วเมทริกซ์เหมือนระบบปฏิบัติการมากกว่าครับ เหมือนวินโดว์ที่เราใช้ๆกันนี่แหละ (ซึ่งระบบเมทริกซ์ มีการพัฒนามา 5 รุ่นแล้ว รุ่นที่เราดูในหนังคือรุ่นที่ 6) (ถ้าจำผิดขออภัย)
ส่วนจะมีโปรแกรมอะไรอย่างอื่นในนั้นมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับ สถาปนิก (The Architect) เป็นคนออกแบบ ซึ่งในเมทริกซ์ ก็มีโปรแกรมที่ชื่อ เทพยากรณ์ ที่มีข้อมูลมากมาย
ส่วนคำุถามที่ว่า ใครคือไวรัส ก็คือมนุษย์ที่ไม่ได้ถูกจับเป็นเชลย(หรือหนีออกมาได้) แล้วลักลอบ(แฮก) เข้าสู่ระบบเมทริกซ์ เพื่อไปปลดปล่อยมนุษย์คนอื่นๆ
แต่ถ้าจะให้เห็นภาพชัดเจนที่สุดก็คือ นีโอ ก็คงเป็นไวรัสตัวที่ร้ายกาจที่สุด เพราะสามารถสร้างความเสียหายให้กับเมทริกซ์ได้มากมายที่สุด
ดังนั้นคำถามว่าใครคือ แอนตี้ไวรัส คำตอบก็คือ นักสืบทั้งหลายในระบบเมทริกซ์ และนักสืบที่มีความสามารถมากที่สุด ก็คือ นักสืบสมิท
สมิทจึงหมายหัว นีโอเป็นคู่อาฆาต และต้องกำจัดให้ได้ จึงจะบรรลุเป้าหมาย (ซึ่งกลายเป็นเป้าหมายเดียวของโปรแกรมของสมิท เหมือนสมิทถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกำจัดนีโอเท่านั้น)
ส่วนที่ถามว่า ใคร(อะไร)คือ เมนบอร์ด และซีพียู ก็ต้องบอกว่าระบบของเครื่องจักร (The Machine) ที่เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ เป็นอนาจักรที่เครื่องจักร์สร้างขึ้น เป็นขุมพลังงานของตนเอง
เนื่องจากมนุษย์ไปสร้างเมฆสนามแม่เหล็ก (เค้าเรียกว่าอะไรนะจำไม่ได้แฮะ) มาบดบังแสงอาทิตย์ เครื่องจักรจึงต้องแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่เพื่อไม่ให้ตนเองต้องสูญสิ้นเผ่าพันธุ์
อธิบายคร่าวๆแค่นี้ครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นโต๊ะหว้ากอ อิๆๆ
อ้างถึงจาก: wat26 ใน 07 ธันวาคม 2011, 03:34:24
อ้างถึงbubbleball : แต่ผมว่าการสร้างความเชื่อมากๆเข้าก็ส่งผลเสียในด้านลบได้อ่ะนะ หากเป็นไปตามกฏแรงดึงดูดทางความคิดที่ว่าคิดอะไรก็ได้อย่างนั้น (law of attraction) ฉะนั้นจากสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นก็เลยกลายเป็นว่าเกิดขึ้นเพราะเหมือนอธิษฐานจิตร่วมกันให้มันเกิด พอมันเกิดก็เลยบอกคำทำนายแม่น แต่ก็อยู่ที่วิจารณญานส่วนบุคคลสำหรับเรื่องนี้
บางความเชื่ออาศัยหลัก law of attraction นี่แหล่ะครับ เป็นจุดในสำคัญในการเผยแผ่ เช่น อ้อนวอนเข้าสิ สวดมนต์เข้า อยากได้อะไรอธิษฐานเข้า คุยกับเทวดาบ่อย ๆ ขอบคุณขอบคุณเทวดาบ่อย ๆ แล้วเทวดาจะประทานพรให้
ผมเชื่อเรื่องกฏนี้นะ เพราะเคยอ่านและดูvdoด้านนี้อยู่พักนึง แล้วมันก็เป็นจริงด้วยหลังจากที่ทำดู เช่นถ้าคิดบวกทั้งวันก็เจอแต่เรื่องดีๆ ถ้าคิดแต่ว่าวันนี้ซวยๆก็จะซวยทั้งวัน เรื่องของจิตใจและพลังจิตเปนเรื่องที่ซักซ้อนมาก ดังนั้นที่คุณบอลพูดก็ดูเป็นไปได้สูง คห.ส่วนตัวนะ
สร้าง โคโลนี่ ดีกว่าไหมครับ
+1 คุณ Babybinge ครับ :wanwan016:
ยิ่งอ่านแล้วยิ่งน่าติดตาม :wanwan017:
คือสงสัยครับ ขอสอบถามนิดนึง แล้ว NASA ค้นพบได้ยังไงหรอครับ เนื่องจากต้องเดินทาง 600ปี และอยู่ไกลเราขนาดนั้นน่ะครับ แล้วที่ว่ายังไม่เห็นรูปที่แท้จริงด้วย แล้วทำไมเขาถึงยืนยันว่ามีน้ำและเมฆหรอครับ สงสัยจริงๆ ทั้งที่แสงต้องใช้เวลาเดินทางนานมากๆกว่าจะถึงเรา และสิ่งที่เราเห็นจากแสงนั้นก็คงจะเป็นอดีตที่ผ่านมาแล้วด้วย เพราะแสงต้องใช้เวลาเดินทางพอสมควร สนใจเรื่องนี้มากๆครับ ใครทราบช่วยตอบหน่อยนะครับ
เห็นจากตามรูปที่เอาโชว์ ใหญ่กว่าโลกหลายเท่าตัวนัก อย่างงี้ไม่ต้องกลัวอดตายกันล่ะครับพี่น้อง มีพื้นที่ให้เพราะปลูกทั่วถึงสำหรับทุกคน 5555
อ้างถึงจาก: chaikongkub ใน 07 ธันวาคม 2011, 15:00:04
เห็นจากตามรูปที่เอาโชว์ ใหญ่กว่าโลกหลายเท่าตัวนัก อย่างงี้ไม่ต้องกลัวอดตายกันล่ะครับพี่น้อง มีพื้นที่ให้เพราะปลูกทั่วถึงสำหรับทุกคน 5555
เท่าที่ฟังข่าว ยังไม่เจอแผ่นดินครับ พบสิ่งที่คล้ายกับน้ำ และหิน พื้นที่ส่วนใหญ่คาดว่าจะเป็นน้ำครับ
อีกหน่อยคงสร้างยานอวกาศได้แน่ ๆ
อ้างถึงจาก: AurRaHuey ใน 07 ธันวาคม 2011, 14:35:36
คือสงสัยครับ ขอสอบถามนิดนึง แล้ว NASA ค้นพบได้ยังไงหรอครับ เนื่องจากต้องเดินทาง 600ปี และอยู่ไกลเราขนาดนั้นน่ะครับ แล้วที่ว่ายังไม่เห็นรูปที่แท้จริงด้วย แล้วทำไมเขาถึงยืนยันว่ามีน้ำและเมฆหรอครับ สงสัยจริงๆ ทั้งที่แสงต้องใช้เวลาเดินทางนานมากๆกว่าจะถึงเรา และสิ่งที่เราเห็นจากแสงนั้นก็คงจะเป็นอดีตที่ผ่านมาแล้วด้วย เพราะแสงต้องใช้เวลาเดินทางพอสมควร สนใจเรื่องนี้มากๆครับ ใครทราบช่วยตอบหน่อยนะครับ
ใช่ครับ..ป่านนี้ดาวดวงนั้นอาจจะดับไปแล้วหรือมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นแล้วก็ได้ เพราะภาพที่นักดาราศาสตร์เห็น เป็นภาพในอดีตเมื่อประมาณ 600 ปีแสงที่แล้วของดาวดวงนี้ครับ
ผมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเดินทาง ผมไม่เก่งวิทยาศาสตร์ดังนั้นสิ่งที่ผมพูดหรือคิดอาจจะตกหล่นบ้าง ก็ขออภัยนะครับ
ถ้าระยะทางทั้งหมดในการเดินทางคือ 600 ปีแสง และการเดินทางโดยตรง ด้วยการขนย้ายมวลของสิ่งนั้น ๆ ทั้งหมด จะต้องใช้เวลามาก เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการย่อยคน สัตว์ สิ่งของเป็นอณูเล็ก ๆ แล้วส่งผ่านด้วยกระบวนการที่เร็วเท่าจิต (ซึ่งเร็วกว่าแสง) และไปประกอบอนูเหล่านั้นกลับเป็นคน สัตว์ สิ่งของเมื่อถึงปลายทาง กระบวนการนี้มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนครับ
ทั้งหมดเป็นแค่จินตนาการนะครับ :wanwan011:
ทำยานอวกาศที่เร็วกว่าแสงให้ได้ก่อนเหอะ nasa
ถ้าเราเดินทางด้วยความเร็วแสงเราจะเห็นทุกอย่างหยุดนิ่ง หรือหยุดเวลาได้นั่นเอง
และถ้าเราเดินทางได้เร็วกว่าแสง เราจะเห็นทุกอย่างย้อนหลัง หรือย้อนเวลาได้นั่นเอง
ดาวแพนโดร่าหรือเปล่า :o
อ้างถึงถ้าเราเดินทางด้วยความเร็วแสงเราจะเห็นทุกอย่างหยุดนิ่ง หรือหยุดเวลาได้นั่นเอง
และถ้าเราเดินทางได้เร็วกว่าแสง เราจะเห็นทุกอย่างย้อนหลัง หรือย้อนเวลาได้นั่นเอง
ถ้าเราไวกว่าแสงพอมองมาด้านหลังก็มืดครับ อันนี้อ่านหนังสือมา
อ้างถึงจาก: fox4 ใน 07 ธันวาคม 2011, 20:43:39
อ้างถึงถ้าเราเดินทางด้วยความเร็วแสงเราจะเห็นทุกอย่างหยุดนิ่ง หรือหยุดเวลาได้นั่นเอง
และถ้าเราเดินทางได้เร็วกว่าแสง เราจะเห็นทุกอย่างย้อนหลัง หรือย้อนเวลาได้นั่นเอง
ถ้าเราไวกว่าแสงพอมองมาด้านหลังก็มืดครับ อันนี้อ่านหนังสือมา
เอ๋ แล้ว แสงที่เคยผ่านไปแล้ว ถ้าเราไวกว่าแสง มองด้านหลังเราไม่เห็นแสงเดิมหรอครับ
แบบขับรถ ผ่านคันที่สวนทางเรามา เรามองกระจกหลังเราก็เห็น คันที่สวนทางขับไกลออกไปเรื่อยๆ นิ ???
ปล ไทยเสียวเป็นห้องวิทยาศาสตร์ไปหล่ะ :wanwan004:
ก็ไวกว่าเเสงก้แปลว่า ณ.ที่นั่นไม่มีเเสง ก็เลยไม่เห็นอะไร เหมือนเข้าไปอยู่ห้องมืดๆ ก็เหมือนเราโกงแสงไปคอยมันก่อน พอเจาะรูให้เเสงเข้าแสงมาเราก็มองเห็น แต่ถ้าไวกว่าเสียงเราก็จะเห็นเสียงเป็นคลื่น ในยูทูปก็มีให้ดูครับของจริง ที่เครื่องบินเจ็ทบินด้วยความเร็วเหนือเสียงอะครับ
อ้างถึงจาก: puvadol ใน 07 ธันวาคม 2011, 18:42:17
ดาวแพนโดร่าหรือเปล่า :o
ไม่ใช่อวตารนะครับ 55 :wanwan019:
ตอนนี้ผมว่าที่น่าสนใจกว่าดาวดวงใหม่ก็คือ มนุษย์กับธรรมเนียมระหว่างดวงดาวจะเป็นไปแบบไหน เช่นยุคก่อนอยู่ตัวใครตัวมัน แล้วก็มาเป็นเผ่า เป็นเมือง เป็นประเทศ มีกฎสากลเพิ่มขึ้น เพื่อให้ติดต่อกันได้อย่างเหมาะสม ต่อมาเจอเอเลี่ยน สมมุติเจริญเท่ากันหรือมากกว่า ก็คงต้องมีข้อตกลงอะไรเกิดขึ้นเเน่ และต่อไปถ้าสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา ไม่ยึดติดกับหลักศีลธรรมต่างๆ ผมว่าต่อไปทุกอย่างจะเข้าสู่สังคมในอุดมคติแบบปรุงเเต่ง มิใช่ความเจริญทางจิตใจแบบธรรมชาติ
เหมือนกูเกิลที่คาดหวังว่าสังคมเว็บในอุดมคติคือเว็บที่เสนอข้อมูลที่ดีเเละสร้างสรรค์ ทั้งผู้ใช้เเละผู้สร้างมีจรรยาสำนึกดีต่อกัน แต่ ณ.ตอนนี้มีเว็บแบบเกรียนบ้าง ปั่นบ้าง ทดลองบ้าง เราจึงเห็นกูเกิลทำและพัตนาที่จะกำจัดสิ่งเหล่านี้เพื่อเข้าสู่อุดมคติของเขา
...เริ่มนอกเรื่อง :wanwan004:
ถ้าเราเคลื่อนที่ได้ไวกว่าแสง เราจะเห็นอะไรหรือไม่...
ลองไปนั่งในรถที่ความเร็วประมาณ 240 กม./ชม. ดูก่อนมั้ยครับ ว่าเห็นอะไรมั้ย
ประสาทตาของเราไม่ไวพอที่จะจับจ้องวัตถุ ขณะที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วขนาดนั้น
แค่เร็วกว่าเสียงก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มองทัน (หมายถึงนักบินที่ขับเครื่องบินรบที่บินเร็วเหนือเสียง)
การเคลื่อนที่ให้เร็วกว่าแสง ในทางทฤษฎีจึงยังทำไม่ได้ครับ เนื่องด้วยไม่มีวัตถุชนิดใดทนความร้อนและแรงเสียดทานระดับนั้นได้
ลำพังแค่เร็วกว่าเสียง ยังทำได้เพียง 8 เท่า ก็แทบจะไม่ไหวแล้ว
และแม้จะเร็วกว่าแสง 1- 2เท่า หากเดินทางที่ระยะทาง 600ปีแสง ก็ยังต้องเดินทางกันเป็น 100ปี
ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงคิดค้นวิธีที่จะข้ามเขตจักรวาลอันไกลโพ้นด้วยวิธี วาป ( warp ) ลองดูหนังเรื่อง star trek มาดูครับ ภาครีเมค ล่าสุด จะมีการอธิบายเรื่องการวาปอยู่
(http://hilight.kapook.com/img_cms/movie/Star-Trek.jpg)
อธิบายง่ายๆคือ เหมือนเอากระดาษ A4 มาแผ่นนึง โลกเราอยู่ที่ขอบด้านนึง ส่วนเป้าหมายอยู่ที่ขอบอีกด้านนึง การจะเคลื่อนที่ให้เร็วที่สุด ก็คือพับกระดาษเข้าหากัน ให้จุดสองจุดมาบรรจบกัน
ซึ่งการ วาป ต้องใช้พลังงาน และวิทยาการบางอย่าง ในการเปิด โพลงหนอน (wormhole) เพื่อให้การเดินทางสั้นลง บางแหล่งอธิบายว่าโพลงหนอนเป็นหลุมดำ ก็น่าจะถูก
แต่ถ้าจะให้เห็นภาพชัดยิ่งขึ้นก็คือ สมมติว่า อวกาศเป็นกระดาษแผ่นนั้น คุณจะทำให้มันพับหรือบิดเบี้ยวได้หรือไม่ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ตอบว่าทำได้ เพราะเอกภพนั้น บิดเบี้ยวได้ ยืดหยุ่นได้
จึงเกิดทฤษฎีโพลงหนอนขึ้น ที่จะทำให้ระยะทางของจุดสองจุดบิดเบี้ยวจนเคลื่อนที่เข้าหากันในที่สุด
ซึ่งที่บอกว่า การเคลื่อนที่เร็วกว่าแสงจะทำให้ไปอดีตหรืออนาคตได้นั้น ส่วนตัวคิดว่าไม่ค่อยถูกต้องนัก เพราะเวลานั้นเป็นสิ่งที่ยืดหดได้
แต่นักวิทยาศาสตร์คิดว่า การเปิด โพลงหนอน (wormhole) จะสามารถทำให้สะสารเคลื่อนที่ไปได้ในระยะไกลๆ หรือแม้กระทั่งเคลื่อนที่ไปยังอนาคตได้ (ไปอดีตไม่ได้) (ไปอนาคตได้เพราะถ้าเข้าไปในโพรงหนอนแต่ไม่กำหนดปลายทาง ให้เวลาผ่านไปในโพลงหนอนซักระยะหนึ่งแล้วกลับออกมาทางเดิม เวลาข้างนอกจะผ่านไปนานมาก ทางทฤษฎีจึงถือว่าเดินทางไปอนาคตได้ แต่ย้อนกลับไปอดีตไม่ได้)
ซึ่งจนถึทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถเปิดโพลงหนอนในทฤษฎีได้เลยครับ
... นี่ผมอยู่โต๊ะหว้ากอรึเปล่าเนี่ยะ 55
จั้มเปอร์ เอาดิ :wanwan004:
อ้างถึงจาก: probot69 ใน 07 ธันวาคม 2011, 22:56:02
จั้มเปอร์ เอาดิ :wanwan004:
555!
มันต้องสืบเชื้อสายมาหลายชั่วคนเน้ออออ !!!
:wanwan019: :wanwan019:
ดูเหมือนจะไม่มีแพ่นดินนะคะ
ปัจจุบันบนโลกนี้เราเข้าใจธรรมชาติของสิ่งรอบตัว
และนำพลังธรรมชาตินั้นมาทำสิ่งต่างๆให้เรา
ถ้าเราเข้าใจพลังจักรวาล เราอาจใช้พลังจักรวาลนั้นมาขับเคลื่อน
ผมว่าการสร้างยานที่ไปได้เร็วเท่าแสงเป็นไปได้ยาก
ในหลายๆประเด็น ทั้งเรื่องพลังงาน หลักฟิสิกส์พื้นที่เราเห็น
ผมคิดว่า หลุมดำ น่าจะเป็นคำตอบ
ด้วยพลังขนาดนี้ ..
การไปไกลเป็น ระยะทางร้อยปีแสง ใช้เวลาไม่นาน
ผมว่านักวิทยาศาสตร์เริ่มแล้วนะครับ
จำได้ไม๊ครับโครงการนี้
เซิร์น (CERN : European Organization for Nuclear Research)
หลายคนไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะ..
"แต่นักวิทยาศาสตร์บางคนวิตกว่าการทดลองยิงลำแสงให้อนุภาคโปรตอนมาชนกัน
อาจก่อให้เกิดหลุมดำขนาดเล็กขึ้นมา ซึ่งสามารถดูดกลืนโลกเข้าไปได้"
(http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/sport/28622-new-921084_2.jpg)
รายละเอียดเพิ่มเติม ..
http://hilight.kapook.com/view/28730
ขอถามนะครับ แล้วเราเดินทางในอวกาศด้วยความเร็วกว่าแสง มันจะทำให้เวลาเดินถอยหลังใช่ปะครับ สมมุติเราวิ่งยานในอวกาศด้วยความเร็ว=+ แสง 10 ปี แต่ในโลกเรานั้นอาจจะกินเวลาไป 50 ปี ใช่ปะคับ
อ้างถึงจาก: WonderThailand ใน 07 ธันวาคม 2011, 23:11:51
ปัจจุบันบนโลกนี้เราเข้าใจธรรมชาติของสิ่งรอบตัว
และนำพลังธรรมชาตินั้นมาทำสิ่งต่างๆให้เรา
ถ้าเราเข้าใจพลังจักรวาล เราอาจใช้พลังจักรวาลนั้นมาขับเคลื่อน
ผมว่าการสร้างยานที่ไปได้เร็วเท่าแสงเป็นไปได้ยาก
ในหลายๆประเด็น ทั้งเรื่องพลังงาน หลักฟิสิกส์พื้นที่เราเห็น
ผมคิดว่า หลุมดำ น่าจะเป็นคำตอบ
ด้วยพลังขนาดนี้ ..
การไปไกลเป็น ระยะทางร้อยปีแสง ใช้เวลาไม่นาน
ผมว่านักวิทยาศาสตร์เริ่มแล้วนะครับ
จำได้ไม๊ครับโครงการนี้
เซิร์น (CERN : European Organization for Nuclear Research)
หลายคนไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะ..
"แต่นักวิทยาศาสตร์บางคนวิตกว่าการทดลองยิงลำแสงให้อนุภาคโปรตอนมาชนกัน
อาจก่อให้เกิดหลุมดำขนาดเล็กขึ้นมา ซึ่งสามารถดูดกลืนโลกเข้าไปได้"
(http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/sport/28622-new-921084_2.jpg)
รายละเอียดเพิ่มเติม ..
http://hilight.kapook.com/view/28730
ตอนนั้นรู้สึกจะเป็นข่าวฮือฮา เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ... กระแสบอกว่าถ้าทดลองผิดพลาด โลกจะหายไปซีกนึงเลยทีเดียว !!!
:wanwan023:
อ้างถึงจาก: GooooGle ใน 07 ธันวาคม 2011, 23:14:18
ขอถามนะครับ แล้วเราเดินทางในอวกาศด้วยความเร็วกว่าแสง มันจะทำให้เวลาเดินถอยหลังใช่ปะครับ สมมุติเราวิ่งยานในอวกาศด้วยความเร็ว=+ แสง 10 ปี แต่ในโลกเรานั้นอาจจะกินเวลาไป 50 ปี ใช่ปะคับ
มิติเวลา ไม่มีติดลบครับ
คงไม่ถอยหลัง เรียกว่า
Relative Timing
น่าจะถูกต้องกว่า
ยกตัวอย่าง..
เราขับรถบนทางด่วน 80 กม./ชม.
รถอีกครั้งวิ่ง 140 กม./ชม.
คนบนรถคันนั้นเห็นท่านวิ่งแค่ 60 กม./ชม.
ทั้งที่ท่านก็ขับรถตามปกตินั่นแหละ.
ต่อให้ท่านจอดนิ่ง
เขามองเห็นท่านวิ่งถอยหลัง
ด้วยความเร็ว 140 กม./ชม.
แต่จริงๆ ท่านไม่ได้ถอยหลัง..
ท่านอยู่กับที่ ..
:wanwan019:
สาเหตุที่เราไม่ได้พบคนที่มาจากโลกอนาคตเลย ก็เพราะว่าเรายังไม่อยู่ในยุคที่สามารถที่จะเดินทางไปยังโลกอนาคตได้
การสร้างรูหนอน ซึ่งให้ปลายทางมีแรงโน้มถ่วงสูงมากซึ่งทำให้เวลาเดินช้าลงกว่าบริเวณอื่น จะทำให้จุดอื่นๆเดินเร็วกว่าบริเวณนั้น ซึ่งทำให้เราข้ามไปยังอนาคตได้
ส่วนการเดินทางย้อนอดีต ก็คือการที่เราเดินทางย้อนกลังจากรูหนอนปลายทางมายังปากทางในเชิงกลับกัน
และเมื่อมันมีต้นทางและปลายทางที่ชัดเจน เราจึงไม่สามารถเดินทางย้อนเวลากลับไปในช่วงเวลาก่อนที่จะมีการสร้างรูหนอนขึ้นมา
ในแง่ทฤษฏีอื่นยังไม่รู้
ว่าแต่ เดินทางเร็วกว่าแสงแล้วย้อนเวลาได้ นี่ซุปเปอร์แมนบินวนรอบโลกเหรอครับอิๆ
อ้างถึงจาก: win2011 ใน 07 ธันวาคม 2011, 01:21:10
เหมือนนิยายของแดน บราว เรื่องหนึ่งเลยครับ
ว่างๆช่วงปีใหม่ ลองอ่านดู :wanwan020:
เรื่องไรอ่ะ ???
อ้างถึงจาก: bubbleball ใน 07 ธันวาคม 2011, 23:30:45
สาเหตุที่เราไม่ได้พบคนที่มาจากโลกอนาคตเลย ก็เพราะว่าเรายังไม่อยู่ในยุคที่สามารถที่จะเดินทางไปยังโลกอนาคตได้
การสร้างรูหนอน ซึ่งให้ปลายทางมีแรงโน้มถ่วงสูงมากซึ่งทำให้เวลาเดินช้าลงกว่าบริเวณอื่น จะทำให้จุดอื่นๆเดินเร็วกว่าบริเวณนั้น ซึ่งทำให้เราข้ามไปยังอนาคตได้
ส่วนการเดินทางย้อนอดีต ก็คือการที่เราเดินทางย้อนกลังจากรูหนอนปลายทางมายังปากทางในเชิงกลับกัน
และเมื่อมันมีต้นทางและปลายทางที่ชัดเจน เราจึงไม่สามารถเดินทางย้อนเวลากลับไปในช่วงเวลาก่อนที่จะมีการสร้างรูหนอนขึ้นมา
ในแง่ทฤษฏีอื่นยังไม่รู้
ว่าแต่ เดินทางเร็วกว่าแสงแล้วย้อนเวลาได้ นี่ซุปเปอร์แมนบินวนรอบโลกเหรอครับอิๆ
ประเด็นนี้น่าสน ... คือถ้าทฤษฎีนี้สร้างได้จริง ในรุ่นลูกรุ่นหลาน !!! (ซึ่งมันจะใช้ต่อๆไปอีกไม่รู้กี่รุ่นไม่ว่าจะเป็น หลาน เหลน ลื่อ .... ฯลฯ)
ผมเชื่อว่าต่อให้มีกฎเข้มงวดแค่ไหน ที่จะควบคุมไม่ให้มาหา ปู่ ย่า ตา ทวด ... แต่เชื่อว่ากฎควบคุมคนไม่ได้ตลอดทุกเจนเนอเรชั่น .... มันต้องมีการแหกกฎ หลานไม่แหก เหลนก็ต้องแหก...
แต่ ... เหตุใดถึงไม่มี กรณีของ รุ่น หลาน ๆ ... ย้อนกลับมาแก้ไขอตีดของตระกูลกันเลย ... มุมนี้แทบจะไม่มีคนแสดงตัวตนว่ามีปรากฎการณ์นี้เลย นอกจากในหนังแฟนตาซี
จะมีก็แต่เพียงระลึกชาติไปอดีต ของแต่ละคน ...(อันนี้มีเยอะ!!)
???
เรื่องแซงแสงนี่อย่างที่เล่าไปแล้ว
ยิ่งเราเคลื่อนที่เร็วมากเท่าไร เวลาจะเดินช้าลงเท่านั้น ถ้ามุมมองคนภายนอก อาจจะเห็นเราเคลื่อนที่ไล่เลี่ยกับแสงแทบจะแซงกัน แต่ภายในกรอบมุมมองของคนที่กำลังแข่งกับแสง จะเหมือนตัวเองหยุดนิ่งในขณะที่แสงมันก็ยังวิ่งฉิวของมันต่อไป ไอนสไตน์ว่าไว้แบบนั้น เรียกว่าเป็นคุณสมบัติพิเศษของแสงโดยเฉพาะ (มีหักล้างข้อนี้ไหมไม่แน่ใจ อ่านกี่เล่มก็เขียนแบบนี้)
แต่แสงก็แพ้แรงโน้มถ่วงอ่ะนะ ผมก็คิดๆถ้าแสงรักษาความเร็วคงที่ได้ตลอด ทำไมถึงแพ้แรงโน้มถ่วงหล่ะ สงสัยคงมีอิทธิพลต่อกันอยู่ ทีแรก็แอบคิดเล่นๆว่า งั้นถ้าแสงเดินช้าลงในบริเวณที่มีโน้มถ่วงทำให้มันช้าลง งั้นเราก็แซงมันได้แล้วสิ แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้นหรอก เพราะเราก็เจออิทธิพลของแรงโน้มถ่วงเช่นเดียวกัน อิๆ
----
เรื่องระลึกชาติผมว่ามันคนละแนวกับย้อนอดีตหน่ะครับ เพราะจิตเร็วกว่าแสง เราก็แค่ให้จิตเราวิ่งไล่ตามไปยังแสงที่สะท้อนจากอดีตในชาติเก่าของตัวเราเพื่อรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คือๆกับแสงที่ส่งมาจากอดีตของดาวฤกษ์ดวงอื่นนั่นแหละ
อ้างถึงจาก: bubbleball ใน 07 ธันวาคม 2011, 23:30:45
สาเหตุที่เราไม่ได้พบคนที่มาจากโลกอนาคตเลย ก็เพราะว่าเรายังไม่อยู่ในยุคที่สามารถที่จะเดินทางไปยังโลกอนาคตได้
การสร้างรูหนอน ซึ่งให้ปลายทางมีแรงโน้มถ่วงสูงมากซึ่งทำให้เวลาเดินช้าลงกว่าบริเวณอื่น จะทำให้จุดอื่นๆเดินเร็วกว่าบริเวณนั้น ซึ่งทำให้เราข้ามไปยังอนาคตได้
ส่วนการเดินทางย้อนอดีต ก็คือการที่เราเดินทางย้อนกลังจากรูหนอนปลายทางมายังปากทางในเชิงกลับกัน
และเมื่อมันมีต้นทางและปลายทางที่ชัดเจน เราจึงไม่สามารถเดินทางย้อนเวลากลับไปในช่วงเวลาก่อนที่จะมีการสร้างรูหนอนขึ้นมา
ในแง่ทฤษฏีอื่นยังไม่รู้
ว่าแต่ เดินทางเร็วกว่าแสงแล้วย้อนเวลาได้ นี่ซุปเปอร์แมนบินวนรอบโลกเหรอครับอิๆ
(http://image.dek-d.com/24/2360218/106993240)
คนนี้อยู่ในยุค 70 คงไม่มี กล้องถ่ายภาพแบบนี้กับแวนตาแบบนี้นะครับ
(http://image.dek-d.com/24/2360218/106993213)
อันนี้โทรศัพท์ แต่ไม่ชัวร์ เท่าไหร่ สู้อันแรกไม่ได้
ผมเชื่อว่ามีคนย้อนเวลามาแล้ว
อิๆสองภาพอันบนเห็นเป็นที่ถกเถียงกันอยู่เยอะเหมือนกัน แต่ก็นั่นแหละมันอาจจะมีทฤษฏีหรือเงื่อนไขพิเศษที่อาจจะทำให้เราย้อนเวลากลับมาได้ก็เป็นได้ในอนาคตอันไกลโพ้น (ไม่แน่อาจจะกลับมาได้อย่างเดียว แต่กลับไปไม่ได้)
อ้างถึงจาก: WonderThailand ใน 07 ธันวาคม 2011, 23:23:42
อ้างถึงจาก: GooooGle ใน 07 ธันวาคม 2011, 23:14:18
ขอถามนะครับ แล้วเราเดินทางในอวกาศด้วยความเร็วกว่าแสง มันจะทำให้เวลาเดินถอยหลังใช่ปะครับ สมมุติเราวิ่งยานในอวกาศด้วยความเร็ว=+ แสง 10 ปี แต่ในโลกเรานั้นอาจจะกินเวลาไป 50 ปี ใช่ปะคับ
มิติเวลา ไม่มีติดลบครับ
คงไม่ถอยหลัง เรียกว่า
Relative Timing
น่าจะถูกต้องกว่า
ยกตัวอย่าง..
เราขับรถบนทางด่วน 80 กม./ชม.
รถอีกครั้งวิ่ง 140 กม./ชม.
คนบนรถคันนั้นเห็นท่านวิ่งแค่ 60 กม./ชม.
ทั้งที่ท่านก็ขับรถตามปกตินั่นแหละ.
ต่อให้ท่านจอดนิ่ง
เขามองเห็นท่านวิ่งถอยหลัง
ด้วยความเร็ว 140 กม./ชม.
แต่จริงๆ ท่านไม่ได้ถอยหลัง..
ท่านอยู่กับที่ ..
:wanwan019:
อ๋อครับ แล้ว อย่างล้อแม็กซ์ถ้าเรามองรถคันอื่นที่วิ่งมาด้วยความเร็วจะเห็นก้านแม็กมันหมุนถอยหลัง อันนี้ใช่เป็นเพราะแสงตกกระทบปะครับ เราถึงมองเห็นแบบนั้น
แต่ผมเคยดูสารคดีนะคับ ตอนไอสไตล์กำลังนั่งรถเมล์ออกจากบ้าน แล้วไอสไตล์หันหลังไปมองนาฬิกาเรือนใหญ่ซึ่งรถเมย์คันนั้นวิ่งด้วยความเร็วแล้วตัวไอสไตล์เองเห็นนาฬิกามันวิ่งถอยหลัง เห็นในสารคดีเค้าเล่ามานะคับ :wanwan017: :wanwan017:
อ้างถึงจาก: GooooGle ใน 07 ธันวาคม 2011, 23:55:17
อ้างถึงจาก: WonderThailand ใน 07 ธันวาคม 2011, 23:23:42
อ้างถึงจาก: GooooGle ใน 07 ธันวาคม 2011, 23:14:18
ขอถามนะครับ แล้วเราเดินทางในอวกาศด้วยความเร็วกว่าแสง มันจะทำให้เวลาเดินถอยหลังใช่ปะครับ สมมุติเราวิ่งยานในอวกาศด้วยความเร็ว=+ แสง 10 ปี แต่ในโลกเรานั้นอาจจะกินเวลาไป 50 ปี ใช่ปะคับ
มิติเวลา ไม่มีติดลบครับ
คงไม่ถอยหลัง เรียกว่า
Relative Timing
น่าจะถูกต้องกว่า
ยกตัวอย่าง..
เราขับรถบนทางด่วน 80 กม./ชม.
รถอีกครั้งวิ่ง 140 กม./ชม.
คนบนรถคันนั้นเห็นท่านวิ่งแค่ 60 กม./ชม.
ทั้งที่ท่านก็ขับรถตามปกตินั่นแหละ.
ต่อให้ท่านจอดนิ่ง
เขามองเห็นท่านวิ่งถอยหลัง
ด้วยความเร็ว 140 กม./ชม.
แต่จริงๆ ท่านไม่ได้ถอยหลัง..
ท่านอยู่กับที่ ..
:wanwan019:
อ๋อครับ แล้ว อย่างล้อแม็กซ์ถ้าเรามองรถคันอื่นที่วิ่งมาด้วยความเร็วจะเห็นก้านแม็กมันหมุนถอยหลัง อันนี้ใช่เป็นเพราะแสงตกกระทบปะครับ เราถึงมองเห็นแบบนั้น
นั่นเป็นเรื่องความถี่ครับ
Relative Frequency
ถ้าเป็นล้อแมกซ์อาจเป็นเรื่องธรรมดา
แต่โรงไฟฟ้า เรื่องนี้สำคัญมาก ...
ประตูไปที่ไหนก็ได้ของโดราเอมอน ไปได้แค่ 10 ปีแสงเองครับ เพิ่งอ่านเมื่อกี้ :wanwan011:
[ประตูทุกหนทุกแห่ง]
(http://i.imgur.com/1oOgA.png)
(http://mileage.net63.net/doraemon/picture/mol%5B.jpg)
อ้างถึงจาก: SEOPUG ใน 08 ธันวาคม 2011, 00:36:43
ประตูไปที่ไหนก็ได้ของโดราเอมอน ไปได้แค่ 10 ปีแสงเองครับ เพิ่งอ่านเมื่อกี้ :wanwan011:
(http://i.imgur.com/1oOgA.png)
ฮ่าๆๆ ... ไปไม่ถึง !!!
:wanwan019: :wanwan019:
:o สงสัยจะต้อง ฝาก เหลนของตระกูล อีก 100 รุ่น ฝากย้ายอัฏฐิ
ต่อไปถ้าไปเยี่ยม ญาติ หรือ ไปเที่ยว คงไม่ได้ไปแค่ต่างประเทศ คง เป็นต่าง ดาว แล้วแหละ
ส่งสัย ครับ
ภาพที่นาซ่าเห็นดาวเคราะห์สีน้ำเงินตอนนี้นั้น เป็นภาพในอดีตเมื่อ 600 ของดาวเคราะห์ ใช่ไหมครับ
ถ้ามนุษย์สามารถสร้างยานที่มีความเร็วเป็น 2 เท่าแสงได้ :wanwan003: แสดงว่าต้องใช้เวลา 300 ปี ในการเดินทาง ใช่ไหมครับ
คำถามครับ
1.ถ้าเราอยู่บนยานลำนั้น แล้วมองไปที่ดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงนั้น เราจะเห็นดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงนั้นที่เวลาไหน ครับ อดีต ปัจจุบัน หรือ อนาคต
2.ถ้าเราอยู่บนยายลำนั้น แล้วมองกลับมาที่โลกเราจะเห็นโลกที่เวลาไหน ครับ อดีต ปัจจุบัน อนาคต หรือ ไม่เห็น :wanwan009:
ชวนนึกถึง การสร้างนิคมบน อวกาศ ยานลำใหญ่ๆ ที่เดินทางระหว่างดาว
ปล. สร้างยานขนาดใหญ่ สร้างเมืองในยานแล้วเดินทางไปยังที่นั่น ผลิตอาหาร , โรงเรียนเพื่อผลิตบุคลากรในการซ่อมบำรุงยาน , โรงพยาบาล
:wanwan003: :wanwan003:
อ้างถึงจาก: SEOPUG ใน 08 ธันวาคม 2011, 00:36:43
ประตูไปที่ไหนก็ได้ของโดราเอมอน ไปได้แค่ 10 ปีแสงเองครับ เพิ่งอ่านเมื่อกี้ :wanwan011:
[ประตูทุกหนทุกแห่ง]
(http://i.imgur.com/1oOgA.png)
(http://mileage.net63.net/doraemon/picture/mol%5B.jpg)
มีอยู่ตอนนึงที่โนนิตะขโมยตั๋วรถไฟสายขอบจักรวาลไปเล่นขึ้นรถไฟ แล้วโดเรม่อนใช้ประตูไปช่วยอ่ะ สงสัยคนเขียนลืมว่า
ไปได้แค่ 10 ปีแสง หรือจริง ๆ ไปได้ไกลกว่านั้นแต่คนเขียนลืม เอะงงแล้ว
สงสัยต้องแช่แข็งตัวเองไว้ :wanwan016:
:o ประตูโดเรม่อนยังไปไม่ถึงเลย
อ้างถึงจาก: ahon ใน 08 ธันวาคม 2011, 11:34:41
ชวนนึกถึง การสร้างนิคมบน อวกาศ ยานลำใหญ่ๆ ที่เดินทางระหว่างดาว
ปล. สร้างยานขนาดใหญ่ สร้างเมืองในยานแล้วเดินทางไปยังที่นั่น ผลิตอาหาร , โรงเรียนเพื่อผลิตบุคลากรในการซ่อมบำรุงยาน , โรงพยาบาล
:wanwan003: :wanwan003:
โอ้วนี่มัน Space Colony :wanwan019: :wanwan019:
ที่สุดแล้วเราจะทำแบบนั้นได้สิ่งที่จำเป็นและสำคัญที่สุดคือเรื่องของ "สุดยอดแหล่งพลังงาน"
หากดู ซีรีย์ เมกา เรื่อง LOST คงจะคล้ายๆกัน กับเรื่องการข้ามเวลา อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต..
ซึ่งหากเราเคยเจอกันเมื่อ อดีตไปแล้ว และหากปัจจุบันเจอกันอีกครั้งเราจะจำกันไม่ได้ เพราะว่าเราต้องแยกให้ออกมา
อดีตอดีต ปัจจุบันคือปัจจุบัน /
*แต่เมื่อไหร่จะทำแบบนั้นได้ล่ะ ?
ผมมาอ่านเพลินเลย กระทู้นี้ ^^
:wanwan003:
อ่านไปอ่านมา ผมว่ากระทู้นี้มีสาระดีครับ
ดีกว่า มาม่า :wanwan017:
ตายบนโลกนี้อะดีละ
ในโลกทุกวันนี้ น่าจะมี Time traveler อยู่นา :wanwan006:
อ้างถึงจาก: dummy ใน 08 ธันวาคม 2011, 18:21:10
ในโลกทุกวันนี้ น่าจะมี Time traveler อยู่นา :wanwan006:
อันนี้น่าคิดเพราะในอนาคตอีกซัก แสนปีข้างหน้าอาจสร้างได้แล้วมีคนนั่งมันกลับมาเที่ยวอยู่ในยุคต่าง ๆ ก็ได้
แต่ในทางทฤษฎีที่มีในปัจจุบัน :-X เป็นไปไม่ได้
และโดยความคิดส่วนตัวผมเองก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้เช่นกันอย่างเก่งก็ทำได้แค่เห็นภาพในอดีตแต่ไม่สามารถเข้าไปร่วมเหตุการณ์ในอดีตได้
อ๊ากก 600 ปีแสง
ไกลจัง :wanwan009:
ขอโชว์หน่อย :-[
(http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/390394_10150397901515684_707475683_8715939_1942743910_n.jpg)
(http://a2.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc7/386253_10150397901625684_707475683_8715941_845842142_n.jpg)
(http://a4.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/373827_10150397901665684_707475683_8715942_1276666670_n.jpg)
(http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/376110_10150397901920684_707475683_8715947_1691231121_n.jpg)
(http://a1.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/373864_10150397902110684_707475683_8715951_1259250728_n.jpg)
(http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/378852_10150397902235684_707475683_8715953_875219536_n.jpg)
(http://a8.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/382731_10150397902300684_707475683_8715954_918815733_n.jpg)
(http://a4.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/393203_10150397902380684_707475683_8715956_1072114040_n.jpg)
(http://a6.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/377233_10150397902430684_707475683_8715957_1526239863_n.jpg)
รออ่านจบอีก 4 เล่มค่อยดูอิๆ
อ้างถึงจาก: bubbleball ใน 09 ธันวาคม 2011, 18:03:36
ขอโชว์หน่อย :-[
(http://h--p://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/390394_10150397901515684_707475683_8715939_1942743910_n.jpg)
(http://h--p://a2.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc7/386253_10150397901625684_707475683_8715941_845842142_n.jpg)
(http://h--p://a4.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/373827_10150397901665684_707475683_8715942_1276666670_n.jpg)
(http://h--p://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/376110_10150397901920684_707475683_8715947_1691231121_n.jpg)
(http://h--p://a1.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/373864_10150397902110684_707475683_8715951_1259250728_n.jpg)
(http://h--p://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/378852_10150397902235684_707475683_8715953_875219536_n.jpg)
(http://h--p://a8.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/382731_10150397902300684_707475683_8715954_918815733_n.jpg)
(http://h--p://a4.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/393203_10150397902380684_707475683_8715956_1072114040_n.jpg)
(http://h--p://a6.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/377233_10150397902430684_707475683_8715957_1526239863_n.jpg)
รออ่านจบอีก 4 เล่มค่อยดูอิๆ
ผมจะโชว์มั่ง กลัวเปลืองพื้นที่ (เยอะจัด!!!) .... เอาลิ้งไปก็แล้วกัน ... http://www.google.com/search?hl=en&client=firefox-a&hs=sUz&rls=org.mozilla:th:official&q=miss+universe&gs_sm=s&gs_upl=5l5l4l2231l1l1l0l0l0l0l175l175l0.1l1l0&bav=on.2,or.r_gc.r_pw.,cf.osb&biw=1280&bih=604&um=1&ie=UTF-8&tbm=isch&source=og&sa=N&tab=wi&ei=K-7hTq2HCMPlrAfE1_3wAQ
:wanwan019: :wanwan019:
นับตังค์ก่อน มีอยู่ไม่ถึงหมื่นอ่ะ จะขึ้นยานกะเค้าได้มะ :P :P :P
อ้างถึงจาก: bubbleball ใน 09 ธันวาคม 2011, 18:03:36
ขอโชว์หน่อย :-[
(http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/390394_10150397901515684_707475683_8715939_1942743910_n.jpg)
(http://a2.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc7/386253_10150397901625684_707475683_8715941_845842142_n.jpg)
(http://a4.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/373827_10150397901665684_707475683_8715942_1276666670_n.jpg)
(http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/376110_10150397901920684_707475683_8715947_1691231121_n.jpg)
(http://a1.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/373864_10150397902110684_707475683_8715951_1259250728_n.jpg)
(http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/378852_10150397902235684_707475683_8715953_875219536_n.jpg)
(http://a8.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/382731_10150397902300684_707475683_8715954_918815733_n.jpg)
(http://a4.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/393203_10150397902380684_707475683_8715956_1072114040_n.jpg)
(http://a6.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/377233_10150397902430684_707475683_8715957_1526239863_n.jpg)
รออ่านจบอีก 4 เล่มค่อยดูอิๆ
:o ต..ต..ตัวจริง :'(