แล้วถ้าเกิดว่าเราอยู่ในสภาวะความเร็วเท่ากับแสง ก็แปลว่า เวลาจะหยุดนิ่งไปเลยนะสิ
แล้วถ้าเราอยู่ในสภาวะความเร็วเหนือแสง เวลาจะเดินย้อนถอยหลังไหม
ดวงตาของคนสามารถรับภาพได้ด้วยความเร็วเท่ากับความเร็วแสง
แล้วทีนี้ว่า ถ้าเกิดว่าเราอยู่ในสภาวะความเร็วเหนือแสง ล่ะ เวลาหันไปมองข้างหลัง จะเห็นตัวเรายืนอยู่ข้างหลังอีกคนนึงมั้ย
ถามเล่นๆ น่ะครับ แต่อยากรู้จริงๆนะ 555 :-[ :-[
อ้างถึงจาก: อ่านไม่ออก ใน 20 ตุลาคม 2007, 03:51:43
แล้วถ้าเกิดว่าเราอยู่ในสภาวะความเร็วเท่ากับแสง ก็แปลว่า เวลาจะหยุดนิ่งไปเลยนะสิ
แล้วถ้าเราอยู่ในสภาวะความเร็วเหนือแสง เวลาจะเดินย้อนถอยหลังไหม
ดวงตาของคนสามารถรับภาพได้ด้วยความเร็วเท่ากับความเร็วแสง
แล้วทีนี้ว่า ถ้าเกิดว่าเราอยู่ในสภาวะความเร็วเหนือแสง ล่ะ เวลาหันไปมองข้างหลัง จะเห็นตัวเรายืนอยู่ข้างหลังอีกคนนึงมั้ย
ถามเล่นๆ น่ะครับ แต่อยากรู้จริงๆนะ 555 :-[ :-[
ต้องเทียบกับจุดอ้างอิง
เคยเห็นแต่พวกทฤษฎีเขียนตามเว็บบอร์ด บินรอบโลกด้วยความเร็วแสงจะเห็นภาพในอดีต อันนี้ก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าเป็นยังไง
ไว้อีก 1,000 ปีจะมาตอบให้ใหม่นะครับ
น่าคิด... ???
รอแป๊บ เดี๋ยวส่งอีเมลไปถามไอสไตน์ก่อนนะ
คงพูดได้แต่เพียงทฤษฎีเท่านั้นมั้งครับ ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้
เอาที่ง่ายๆ กว่านั้นก่อน คือเคยอ่านมาว่าระยะทางที่ไกลที่สุดในเอกภพ คือวัดจากดวงตาเราอ้อมไปไกลโคตรๆ เวียนมาจบที่่หลังศีรษะเราเอง (จริงๆ ต้องวัดมาหลังจอรับภาพ)
ดังนั้นแค่เรากลับหลังหัน เราจะทำความเร็วได้ไวกว่าแสงแน่ๆ 5555
และถ้ามีกระจกเงาตั้งอยู่ เราก็จะเห็นตัวเราเองในโลกของกระจกเงา
ไปกันใหญ่แล้ว 5555
แต่ที่แน่ๆ เวลาเรามีความสุข เวลามักจะผ่านไปเร็ว
ว่าแล้วอยากกลับไปดู การ์ตูนเรื่อง เมียม ที่เคยฉาย ช่อง 7 หรือ ช่อง 3 ไม่รู้ แต่ได้ความรู้มากเลย ทำไมไม่เอามาฉายอีกรอบน้อ
ปล.ใครเกิดทันมั่ง(บอกอายุพอสมควร)
ปล.2 มีอีกเรื่องคือนิทานชีวิต ช่องเดียวกันมั้ง เป็นเรื่องเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ ที่เล่าเรื่องผ่านกลุ่ทเม็ดเลือดแดงที่ ไหลเวียนทั่วร่างกาย แล้วไปเจอเหตุการณ์ต่าง ใครจำได้มั่ง :-*
ทฤษฎี สัมพันธ์ภาพครับ จำไม่ค่อยได้แล้วว ;D
จบฟิสิกส์มา ยังลืมเลยย ;D ;D ;D ;D
จริงครับ เป็นทฤษฏีที่ได้รับการพิสูจน์ในบางส่วนแล้ว ส่วนวิธีที่ใช้ในการพิสูจน์ผมจำไม่ค่อยได้ แต่รู้สึกว่าจะทำบนอวกาศ
ในเรื่องเวลาเดินย้อนหลัง หรือความเร็วเหนือแสง ดูจะเป็นเรื่องจินตนาการที่ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด เนื่องจากในทางทฤษฏีเวลาที่ความเร็วเพิ่มขึ้นนอกจากเวลาจะเดินช้าลงแล้ว มวลของวัตถุจะเพิ่มขึ้นด้วย และมวลจะเป็นอิฟินิตี้เมื่อความเร็วเท่าแสง ซึ่งดูจะเป็นไปไม่ได้ Einstein ซึ่งเป็นเจ้าของสมการยังไม่เชื่อเรื่องการย้อนเวลา Einstein เชื่อว่าธรรมชาติจะมีกระบวนการป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น คงก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะมีใครทำได้อย่างที่จินตนาการไว้รึเปล่า แต่ถ้าทำได้ก็คงไม่ใช่เวลาอันใกล้แน่นอน
ถ้าพูดเรื่องนี้กันก็ต้องอ้างทฤษฏีสัมพันธภาพ ทฤษฏีนี้ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นสัจนิรันดร์ครับ
ดังนั้น ถ้าจะกล่าวแบบลอยๆจะไม่ถูกต้องสักเท่าไร เพราะต่างคนจะอ้างอิงสิ่งที่ต่างๆกัน
อย่างกรณีที่เจ้าของกระทู้พูดน่าจะอ้างอิงเวลาบนพื้นโลกดังนั้นถูกต้องครับ
อธิบายง่ายๆ ถ้ามีขบวนรถไฟพุ่งออกจากโลกด้วยความเร็วเท่ากับแสง
ถ้าเรามองย้อนกลับมายังโลกเราจะเห็นภาพโลกคงที่ตลอด
เพราะเราเห็นภาพจากแสงที่สะท้อนกับโลกตอนที่เราออกเดินทางและ
คงที่ตลอดเพราะเราเดินทางเท่ากับแสง ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าเวลาหยุดนิ่ง
ถ้าตอนนั้นเรายืนอยู่กลางขบวนรถไฟ
และเราเดินไปท้ายขบวนรถไฟเราจะเห็นภาพของอนาคต (ภาพเดินทางมาหลังจากเราออกเดินทาง)
และถ้าเดินทางไปที่หัวขบวนรถไฟเราจะเห็นภาพของอดีต (ภาพเดินทางมาก่อนเราออกเดินทาง)
ถ้าใครเรียน Differentiation จะเข้าใจว่าทำไม่เราถึงต้อง diff เทียบ x เทียบ y
;D ;D ไม่ว่ายังงัย อย่าทำความเร็วใกล้ความเร็วแสงนะครับ ไม่งั้น มวลคุณจะหายไป...กลายเป็น พลังงาน
...อ้างอิงจาก E = mc2
อ้างถึงแล้วทีนี้ว่า ถ้าเกิดว่าเราอยู่ในสภาวะความเร็วเหนือแสง ล่ะ เวลาหันไปมองข้างหลัง จะเห็นตัวเรายืนอยู่ข้างหลังอีกคนนึงมั้ย
อย่างนี้ปั่นเวบด้วยความเร็วเหนือแสง เราก็จะได้ Mirror Site แถมมาด้วยสิ :o
มึน... ผมคืนอาจารย์ไปตั้งแต่ก่อนออกจากห้องเรียนแล้ว
อ้างถึงจาก: อ่านไม่ออก ใน 20 ตุลาคม 2007, 03:51:43
แล้วถ้าเกิดว่าเราอยู่ในสภาวะความเร็วเท่ากับแสง ก็แปลว่า เวลาจะหยุดนิ่งไปเลยนะสิ
- เวลาที่ตัวเราจะหยุดนิ่งถูกต้องครับ
แล้วถ้าเราอยู่ในสภาวะความเร็วเหนือแสง เวลาจะเดินย้อนถอยหลังไหม
เวลาไม่เดินถอยหลังแน่นอน
ดวงตาของคนสามารถรับภาพได้ด้วยความเร็วเท่ากับความเร็วแสง
แต่ความเร็วของการประมวลของสมองมีขีดจำกัด สมองแปลงสัญญานด้วยความเร็วที่เท่ากับความเร็วในการแลกเปลี่ยนอิเล็คทรอนของโปรแทสเซียม
แล้วทีนี้ว่า ถ้าเกิดว่าเราอยู่ในสภาวะความเร็วเหนือแสง ล่ะ เวลาหันไปมองข้างหลัง จะเห็นตัวเรายืนอยู่ข้างหลังอีกคนนึงมั้ย
ถ้าเราอยู่ในสภาวะเหนือแสง สภาพร่างกายเราจะเป็นคลื่นมากกว่ามวล เราไม่มีทางมองเห็นอะไรทั้งนั้น
ตาคนเราเห็นภาพเนื่องจากแสงสะท้อนวัตถุแล้วเดินทางมายังตาเรา ถ้าสมมุตว่าเรามีตาวิเศษมองเห็นภาพในขณะที่เราเดินทางด้วยความเร็วเหนือแสง เราหันหลังมองไปจะไม่เห็นตัวเรา เพราะแสงจากภาพตัวเราช้ากว่าความเร็วของตัวเรา
ถามเล่นๆ น่ะครับ แต่อยากรู้จริงๆนะ 555 :-[ :-[
ขอมั่วแบบเนียนๆ
อ้างถึงจาก: nopads ใน 20 ตุลาคม 2007, 11:27:34
ตาคนเราเห็นภาพเนื่องจากแสงสะท้อนวัตถุแล้วเดินทางมายังตาเรา ถ้าสมมุตว่าเรามีตาวิเศษมองเห็นภาพในขณะที่เราเดินทางด้วยความเร็วเหนือแสง เราหันหลังมองไปจะไม่เห็นตัวเรา เพราะแสงจากภาพตัวเราช้ากว่าความเร็วของตัวเรา
หลับตาลงครับ มองด้วยจิตใจมองข้าม รูป รส กลิ่น เสียง ขนาด รูปร่าง และ เวลา
จักรวาลที่ว่ายิ่งใหญ่ มันก็แค่ใจเรานี่เอง
...มาแบบไร้สาระ ผมก็ไร้สาระไปนะ ;D ;D
ดวงอาทิตย์ ที่เราเห็น มันคือดวงอาทิตย์เมื่อ 8 นาทีกว่าๆ ที่แล้ว
::) นั้นหมายความว่า ถามดวงอาทิตย์ระเบิดไำป ณ วินาทีนี้ ชาวโลกจะรู้ก็ต่อจากนี้ไป 8 นาที
:) เช่นเดียวกัน ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก มันก็ทยอยวิ่งออกในสู่จักรวาล ถ้าคุณสามารถเดินทางได้เร็วกว่าแสงมากขึ้นเท่าไหร่ คุณก็จะสามารถตามจับภาพเหตุการณ์ย้อนหลังได้มากเท่านั้น ...
::) เช่น ถ้าคุณเดินทางได้เร็วกว่าแสง 225 เท่า คุณออกเดินทางวันนี้ คุณจะสามารถจับเหตการณ์การสร้่างกรุงรัตนโกสินท์ได้ภายในอีก 1 ปีข้างหน้า
:P แต่คุณต้องเข้าใจ.. ถึงแม้คุณสามารถวิ่งไปจนทันภาพเหตุการณ์ที่ต้องการ แต่คุณไม่สามารถแก้ไข เปลี่ยนแปลงเหตุการณ์นั้นได้ ... เพราะมันเป็นแค่แสง ;D
ทฤษฎี สัมพันธ์ภาพครับ
หาอ่านได้ที่ ฟิสิกส์ของมหาวิทยาลัย เล่ม 2 ครับ จะเอาสมการมาก็ใช่ที่ คงต้องคุยกันอีกยาว ;D
อ้างถึงจาก: bugmai ใน 20 ตุลาคม 2007, 09:06:47
ว่าแล้วอยากกลับไปดู การ์ตูนเรื่อง เมียม ที่เคยฉาย ช่อง 7 หรือ ช่อง 3 ไม่รู้ แต่ได้ความรู้มากเลย ทำไมไม่เอามาฉายอีกรอบน้อ
ปล.ใครเกิดทันมั่ง(บอกอายุพอสมควร)
ปล.2 มีอีกเรื่องคือนิทานชีวิต ช่องเดียวกันมั้ง เป็นเรื่องเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ ที่เล่าเรื่องผ่านกลุ่ทเม็ดเลือดแดงที่ ไหลเวียนทั่วร่างกาย แล้วไปเจอเหตุการณ์ต่าง ใครจำได้มั่ง :-*
มีคนจำเรื่องนี้ได้ด้วย ;D รุ่นเดียวกันครับ :D
นิทานชีวิตเคยเห็นมีปล่อยใน bit แต่เมียมไม่มี
เคยเรียนครับ
วิชาวิทยาศาสตร์กายภาพตอนมัธยม
1 วินาที
แสงเดินทางรอบโลกได้ 7 รอบครึ่งครับ
และก็เป็นความรู้อย่างเดียวที่ผมจำได้ ณ ตอนนี้ นอกนั้น คืนอาจารย์ไปหมดแล้ว อิอิ
ว่าแต่ว่าถ้ามันย้อนอดีตได้จริงๆ
เราจะใช้ยานอะไรอ่ะครับ ที่มีความเร็วเหนือแสง
ไม่ใช่เราหายใจไม่ออก ปอดระเบิดไปก่อนแล้วมั๊ง อิอิ
ผมคงไม่ปล่อยให้เจนจากไป
อ้างถึงจาก: Tee++; ใน 20 ตุลาคม 2007, 11:15:30
อ้างถึงแล้วทีนี้ว่า ถ้าเกิดว่าเราอยู่ในสภาวะความเร็วเหนือแสง ล่ะ เวลาหันไปมองข้างหลัง จะเห็นตัวเรายืนอยู่ข้างหลังอีกคนนึงมั้ย
อย่างนี้ปั่นเวบด้วยความเร็วเหนือแสง เราก็จะได้ Mirror Site แถมมาด้วยสิ :o
พี่ ผมว่าโปเกม่อนอย่างเราๆ อย่าไปคุยดีกว่า
คุยกันไม่รู้เรื่อง (และคนละเรื่อง) 555+
แต่ถ้าจริง php.net ก็เดินทางด้วยความเร็วเหนือแสง เพราะปัจจุบันผมเข้าแต่ th.php.net
ที่เข้าได้ แม้ว่าเว็บต้นฉบับ php.net จะเข้าไม่ได้เพราะเน็ตนอกล่มก็ตาม 555+
-----------------------------------
ผมว่าน่าลองอ่าน Update นะครับ
มีนิยายวิทยาศาสตร์ด้านมืดประจำฉบับ ผมชอบอ่านเสมอ
อย่างเรื่องหนึ่งในนิยาย (ไม่รู้จริงหรือเปล่านะ)
พูดถึงหลุมดำดูดกลืนทุกอย่าง คลื่นทุกชนิด รวมถึงพลังงานทุกแบบ
สมมุติว่าถ้า"เวลา"โดนดูด อะตอมไม่เกิดการเคลื่อนไหวอะไรไปด้วยล่ะ
มันจะเหมือนสภาพหยุดยิ่ง ทุกอย่างที่หลุดเข้าไปจะอยู่ในสภาพ "นิรันดร์" ไม่มีการเสื่อมสลายใดๆ
ในเรื่องนั้นคือผู้หญิงอยากจะเข้าไปบอกลาสามีครั้งสุดท้ายที่ติดอยู่ในภายหลุมดำ
ซึ่งเมื่อเข้าไปข้างใน มันจะเหมือนแค่ช่วงจังหวะหนึ่ง แต่ภายนอกหลุมดำ คือตลอดกาล
ผมว่าถ้าชอบอะไรแบบนี้ ต้อง Update ครับ เรื่องอวกาศก็มีเยอะ วิทยาศาสตร์สาขาอื่นก็มีแยะครับ
บางทฤษฎี ก็ไม่สามารถ พิสูจน์ ได้ :o
ที่เรามองเห็นข้างหลังเราถ้าเราใช้กล้องจุลทรรศน์ดูดาวแบบระยะอนันต์ส่องไปในอวกาศ ก็เพราะแสงเดินทางเป็นเส้นโค้งครับ อังเดร อากัสซี่กระซิบบอกมา :-*
การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเพิ่มขึ้นเวลาจะเิดินช้าลงจริง ๆน่ะครับ นักวิทยาศาสตร์เคยพิสูจณ์แล้วแต่ต้องใช้เครื่องมือที่มีความละเอียดมาก
เพราะเนื่องจากว่าความเร็วที่มนุษย์ทำได้ตอนนี้มันน้อยกว่าความเร็วแสงอย่างมาก ทำให้เราไม่สามารถเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน
เหมือนกับมีฝาแฝดอยู่สองคน อีกคนอยู่บนโลก อีกคนนั่งยานอวกาศไปนอกโลกด้วยความเร็วไกล้ความเร็วแสง
พอกลับมายังโลกจะเห็นว่าคนที่อยู่บนโลกอายุมากกว่า พอดีว่าเป็นเด็กฟิสิกส์เก่าอ่ะครับ อิ อิ :)
:P ประดับความรู้ดีนะครับ ผมชอบอ่านมากเลย นิยายวิทยาศารตร์เนี่ย มันพาเราคิดไปด้วย คิดไป งงไป สนุกไป ตื่นเต้นไป :-X
แต่ก่อน ผมชอบอ่าน หนังสือ Update มากๆๆ เป็นแมกกาซีน เกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์
แต่อยู่ดีๆห้องสมุดโรงเรียนก็ไม่ได้เอามาอีก อ้างว่าไม่มีคนบริจาค >:(
อ้างถึงจาก: น้องฟี่ ใน 20 ตุลาคม 2007, 22:06:58
แต่ก่อน ผมชอบอ่าน หนังสือ Update มากๆๆ เป็นแมกกาซีน เกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์
แต่อยู่ดีๆห้องสมุดโรงเรียนก็ไม่ได้เอามาอีก อ้างว่าไม่มีคนบริจาค >:(
มันเป็นนิตยสารนิครับ
ผมว่า ไม่ตัดงบ ก็มีการยักยอกเงิน อิๆ
อย่างที่ เทคนิคสมุทรสาคร (เอามาประจาน)
ผู้ช่วยผอ. ห้องอย่างหรู ไม่รู้เอางบจากไหนมาทำ
ส่วนคอม นศ. ที่อยู่ในห้องสมุด อย่างเน่า
สมัยผมเป็น นศ. ที่นั้น ผมก็อาสาไปยำ กระทืบๆ เอ้ย แก้นิดหน่อย กะคอม พอใช้ได้
เลยมีคอมที่พอใช้ แบบไม่รู้วันไหนจะพังอีก
แล้วจากตอนนั้น จบมา 1 ปีกว่าๆ แล้วผมกลับไปดู มันก็เน่าเหมือนเดิม
แถม... ไม่เปิดแอร์ในห้องสมุดอีก สงสัยจะมีการอ้างว่า "ไม่มีงบค่าไฟ"
แต่ห้อง ผช.ผอ. Mr.Bean (เรียกเพราะแกตาถั่ว) แอร์เย็นฉ่ำ !
เหอๆ นอกเรื่องไปไกล แต่ตอนก่อม็อบประท้วงมัน
มันกลับมาถ่ายวิดีโอ แล้วขู่ว่าจะไม่ให้จบการศึกษา
สุดท้าย ตอนผมไปแข่งกลับมาจากงานเทคนิคภาคกลาง โห มายื่นใบประกาศให้ผม แถมมีถ่ายรูป สงสัยเอาไว้เป็นผลงานเลื่อนขั้น
ไม่ติดว่าอยากจบ จะขอยันหน้าเสาร์ธงสักที ถามว่าเพราะอะไร..
ตอนที่พาไปแข่ง ผช. แกไปด้วย แต่... ไปเที่ยว พักโรงแรมหรูในตัวเมือง ใกล้กับสถานที่แข่งด้วย
ส่วนนศ.ที่ไปแข่ง สร้างชื่อเสียงให้... ไปพักโรงแรมนอกเมือง ผ่านหุบเขาประมาณ 2-3 ลูก
ตอนเช้า มาแข่งเกือบแทบไม่ทัน...
(นอกเรื่อง 2 แต่เรื่องจริง ไม่ได้โม้~~)
ถ้าเดินทางได้มากกว่าความเร็วแสง เราสามารถย้อนกลับไปอดีตได้ครับ ::)(คำพูดถูกป่าววหว่า อ่านมานานไปหน่อย :P)
ถ้าทำได้จริงก็คงมี Time Machine ไว้ใช้แน่ ๆครับ ;D
อ้างถึงจาก: EThaiZone ใน 20 ตุลาคม 2007, 23:25:48
อ้างถึงจาก: น้องฟี่ ใน 20 ตุลาคม 2007, 22:06:58
แต่ก่อน ผมชอบอ่าน หนังสือ Update มากๆๆ เป็นแมกกาซีน เกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์
แต่อยู่ดีๆห้องสมุดโรงเรียนก็ไม่ได้เอามาอีก อ้างว่าไม่มีคนบริจาค >:(
มันเป็นนิตยสารนิครับ
มันก็แปลว่า นิตยาสาร นะแหละครับ เอิ๊กๆ :D แหม ทำผมเขว จนต้องเปิด dictionary ดู ;D
magazine (1) - N. - นิตยสาร
Syn. :: mag; journal; periodical
ผมว่า ไม่ตัดงบ ก็มีการยักยอกเงิน อิๆ
อย่างที่ เทคนิคสมุทรสาคร (เอามาประจาน)
ผู้ช่วยผอ. ห้องอย่างหรู ไม่รู้เอางบจากไหนมาทำ
ส่วนคอม นศ. ที่อยู่ในห้องสมุด อย่างเน่า
สมัยผมเป็น นศ. ที่นั้น ผมก็อาสาไปยำ กระทืบๆ เอ้ย แก้นิดหน่อย กะคอม พอใช้ได้
เลยมีคอมที่พอใช้ แบบไม่รู้วันไหนจะพังอีก
แล้วจากตอนนั้น จบมา 1 ปีกว่าๆ แล้วผมกลับไปดู มันก็เน่าเหมือนเดิม
แถม... ไม่เปิดแอร์ในห้องสมุดอีก สงสัยจะมีการอ้างว่า "ไม่มีงบค่าไฟ"
แต่ห้อง ผช.ผอ. Mr.Bean (เรียกเพราะแกตาถั่ว) แอร์เย็นฉ่ำ !
เหอๆ นอกเรื่องไปไกล แต่ตอนก่อม็อบประท้วงมัน
มันกลับมาถ่ายวิดีโอ แล้วขู่ว่าจะไม่ให้จบการศึกษา
สุดท้าย ตอนผมไปแข่งกลับมาจากงานเทคนิคภาคกลาง โห มายื่นใบประกาศให้ผม แถมมีถ่ายรูป สงสัยเอาไว้เป็นผลงานเลื่อนขั้น
ไม่ติดว่าอยากจบ จะขอยันหน้าเสาร์ธงสักที ถามว่าเพราะอะไร..
ตอนที่พาไปแข่ง ผช. แกไปด้วย แต่... ไปเที่ยว พักโรงแรมหรูในตัวเมือง ใกล้กับสถานที่แข่งด้วย
ส่วนนศ.ที่ไปแข่ง สร้างชื่อเสียงให้... ไปพักโรงแรมนอกเมือง ผ่านหุบเขาประมาณ 2-3 ลูก
ตอนเช้า มาแข่งเกือบแทบไม่ทัน...
(นอกเรื่อง 2 แต่เรื่องจริง ไม่ได้โม้~~)
ตามทฤษฎี จริงครับ แต่รอการพิสูจน์ คงอีกนานนนนน :D :D
สูตร t=1/ (1-v2/c2)1/2
v (ความเร็ว) ยิ่งมาก t(เวลา) ยิ่งน้อย
ถ้า v = c (ความเร็วเท่ากับแสง) สมการก็จะได้ t=1/0 เครื่องคิดเลขบอกว่า error ฮ่าๆๆ
ถ้า v เร็วกว่าแสง คือเราเคลื่อนที่เร็วกว่าแสง t= ติดลบ ก็คือย้อนเวลานั่นเอง
แต่เราจะจะเคลื่อนที่เ่ท่าความเร็วแสงได้อย่างไรล่ะ
ถ้าเราเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าแสง ตัวเราก็จะแบน =0 mm. ขี้เกียจหาสูตรละ :D ฮ่าๆๆ
อีกอย่าง มวลของเราก็จะเหลือเกือบ 0 หรือ 0 เลย ถ้าความเร็วเท่ากับแสง ขี้เกียจหาสูตรอีกนั่นหละ :P
:-[ บ้าไปละเรา
เมื่อวานผมดู StarMovie มีตัวอย่างหนังเรื่อง Jumper พระเอกที่แสดงเคยเล่นเป็น อนาคิน สกายวอร์คเกอร์ (ไม่รู้ชื่อ)
ชอบตรงที่พระเอกจะไปไหนมาไหนที่ไหนก็ได้ในโลก ดูตัวอย่างแล้วสนุกมากๆๆ
แว่บ แว่บ แว่บ :D :D :D
hxxp://jumperthemovie.com/
เพิ่งเจอ ขอขุดหน่อย
ตอนนี้เค้าสามารถพิสูจน์ทฤษฏีนี้ได้แล้วครับ
สำหรับวิธีพิสูจน์นักวิทยาศาสตร์เค้าคิดได้ว่า หากเราไม่สามารถเพิ่มความเร็วใกล้แสง เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเวลาได้ ก็ใช้วิธีประดิษฐ์นาฬิกาที่มีความละเอียดสูง ที่สามารถจับเวลาในหน่วย 1/ล้านวินาทีแทน
นักวิทยาศาสตร์ทดลองโดยการ นำนาฬิกาความละเอียดสูงนี้ขึ้นไปไว้บนเครื่องบินความเร็วสูง และอีกเรือนไว้ที่พื้นโลก หลังจากนั้นก็จับเวลาดู ปรากฎว่าเวลาที่อยู่บนเครื่องบิน เดินได้น้อยกว่าเวลาที่อยู่บนโลกจริงๆครับ ไม่ว่าจะวัดกี่ครั้งก็ตาม ถึงแม้จะต่างกันแค่เพียง 1/พัน วินาที แต่ก็เป็นการทดลองที่ยืนยันว่าทฤษฏีของไอสไตน์นั้นถูกต้อง
หมายความว่าจริงๆแล้วนักวิทยาศาสตร์รู้วิธีเดินทางข้ามอนาคตแล้ว แต่ยังไม่สามารถนำมาใช้ได้จริงเท่านั้นเอง
อ้างถึงจาก: ล่า ใน 20 ตุลาคม 2007, 13:58:16
เคยเรียนครับ
วิชาวิทยาศาสตร์กายภาพตอนมัธยม
1 วินาที
แสงเดินทางรอบโลกได้ 7 รอบครึ่งครับ
และก็เป็นความรู้อย่างเดียวที่ผมจำได้ ณ ตอนนี้ นอกนั้น คืนอาจารย์ไปหมดแล้ว อิอิ
ว่าแต่ว่าถ้ามันย้อนอดีตได้จริงๆ
เราจะใช้ยานอะไรอ่ะครับ ที่มีความเร็วเหนือแสง
ไม่ใช่เราหายใจไม่ออก ปอดระเบิดไปก่อนแล้วมั๊ง อิอิ
ถ้าความเร็วเราคงที่แล้วเราจะรู้สึกเหมือนปกติครับ จะไม่รู้สึกว่าเราเดินทางด้วยความเร็วสูงอยู่ ดังนั้นไม่มีผลต่อกายภาพครับ จะมีผลก็ตอนที่มีความเร่งเท่านั้น :)
ขออภัยที่ขุด แต่มันบังเอิญเจอกระทู้นี้ใน google น่ะ :P
สุดยอดครับ ผมชอบจริงๆ เลยเรื่องพวกนี้.. ชอบอ่านนะครับ แต่ไม่มีสมองไปคิดสมการอะไรทั้งนั้น ..อีกอย่างที่ผมชอบคิดก็คือคำว่า ปีแสง... ล้านปีแสง อะไรพวกนี้ นึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่ามันจะไกลแค่ไหนนะ.....
:-\