Amazon ในมุมมองของ ASIRAM

เริ่มโดย asiram, 08 เมษายน 2009, 18:46:02

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

asiram


เริ่มแรก ต้องย้ำก่อนว่า ไม่มีใครรู้เหตุผลที่แท้จริงในการตัดสินใจห้ามใช้ ppc ส่งตรงไปที่ amazon ในครั้งนี้
และสิ่งที่จะพูดต่อไปนี้ เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว แต่อยากให้เพื่อนๆช่วยกันวิจารณ์ เพื่อแลกเปลี่ยนกัน

Amazon ในความคิดผม เป็นเวปที่ conservative หรือเป็นพวกอนุรักษ์ บนโลกไซเบอร์
โดยสังเกตุจากลักษณะ และวิธีการในการทำงานต่างๆของ amazon ที่ผ่านมา
และสำหรับทางด้าน ppc ผมคิดว่า เค้าเพิ่งมาเริ่มสนใจช่วงหลังๆนี้
โดยเฉพาะ เมื่อ amazon+ppc บูมในเมืองไทย
มันเลยทำให้ยอดขายของ amazon โตขึ้น และเค้าก็สามารถทราบได้ว่าโตจาก ppc
แต่เค้าไม่ได้รับเฉพาะยอดขายที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียว
เค้าต้องรับความเสื่อมเสียของชื่อเสียง อเมซอน ไปด้วย
ซึ่งสำหรับคนที่มีแนวคิด อนุรักษ์นิยม จะถือเรื่องนี้มากๆ
ไม่ว่าจะเรื่อง

-การใช้ misspell url
-การใช้ text ที่ไม่เป็นจริง
-การใส่ราคาแบบหลอกลวง
-อื่นๆ

ที่ผมพูดไม่ได้หมายความว่า คนทำ ppc+amazon ตั้งใจทำน่ะคับ
เพียงแต่อาจจะไม่ได้นึกถึงผลเสียที่เกิดขึ้นกับ อเมซอน

แต่จากยอดขายที่ได้รับ อเมซอน จึงเสียดาย ถ้ายอดขายส่วนนี้เสียไป
จึงเริ่มทำ ppc ด้วยตัวเอง เพื่อทดแทนยอดขายเสียก่อน
แล้วจึงประกาศยกเลิก ppc+amazon แบบส่งตรง

สำหรับ เรื่อง เหมือนกับว่า อเมซอน ตั้งใจหลอกให้เราไปช่วยทำ ppc ให้ แล้วเก็บ keyword ไว้
ผมคิดว่า ไม่น่าจะใช่ เพราะถ้าเป็นผม ถ้าคิดจะหลอกเอา keyword ผมจะไม่ยกเลิก แต่จะสนับสนุนเสียด้วยซ้ำ
เพราะถึงแม้ว่า ราคาบิดมันจะสูง ถ้ายังมีคนอื่นบิดโดยใช้ display url amazon.com อยู่
แต่เค้าก็จะได้ keyword ที่มันตรงมากๆที่เค้าสามารถไปทำให้บิดต่ำได้ เพราะมันเป็นเวปของเค้าเอง
เค้าสามารถทำ landing page โดยเฉพาะได้อยู่แล้ว
และไม่จำเป็นที่เค้าจะใช้ id เพียง id เดียว เค้าอาจจะใช้หลายๆ id เพื่อหลอกให้เราเข้าใจว่า เป็น aff เหมือนกัน

ผมเชื่อว่า เค้าไม่ได้ตั้งใจทำ ppc เองเพื่อคำว่า กำไร
แต่เค้าทำเพื่อรักษาชื่อเสียงของเวปของเค้า
เพราะ ถ้าเกิดปัญหาอะไร ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่
เค้าไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า เป็นเวปของเค้า

อันนี้เป็นความคิดของผมน่ะคับ
เพื่อนๆมีอะไรเสนอแนะ ก็ตามสบายเลยคับ

Dr.K

ผมไม่คิดว่าเขาเป็นพ่อพระแบบนั้น
ยิ่งมาดูว่าเหตุผลที่เขาทำ เขาเขียนไว้เองว่าเพราะเหตุผลทางธุรกิจ
ผมว่าเขาทำ ppc เองได้แล้ว มุมมองทางธุรกิจของเขาเปลี่ยนกลับมาเป็นของเก่า
คือพึ่งตนเองมากขึ้นและลดต้นทุนมากขึ้น แค่นั้นครับ รายได้เขาอาจลดลงหน่อย
หรืออาจสูงขึ้น เพราะเขาเองก็ครองหลายๆคีย์เวอร์ดทำเงิน
แต่รายจ่ายลดลงนี่เห็นๆเลย
[direct=https://www.thaihealth.net/blog/seo_doctor/]seo blog[/direct]|[direct=https://netplushost.com]netplushost[/direct]
[direct=https://pattayawebmarketing.com/pattaya-seo]pattaya seo[/direct]
[direct=https://dochost.net]seo hosting[/direct]

Dj.wayne_Gum

ป๊าดดดดดด
ล้ำลึก นึกไม่ถึงจริง ๆ
ถ้าเป็นอย่างที่คุณ asiram บอกนั่นหมายความว่า
ตาโจเซฟ(ใช่ป่ะไม่รู้) เป็นพวกอนุรักษ์นิยมสุดโต่งมาก ๆ
คล้าย ๆ วอเรน บัพเฟต ที่รู้ว่าหุ้น microsoft ร้อนแรงแค่ไหน
ก็จะไม่ซื้อเด็ดขาด ลักษณะนี้ นักลงทุนแบบ vs และ vi คงทราบดี

แต่เนื่องจาก เราสามารถสร้าง LP ขึ้นมาเองได้
แล้วเราจะกลัวไปใย เมื่อก่อนส่ง 100 click ซื้อ 10 คน ทุน $100 เพราะแย่ง url กัน
พอมี LP เอง ส่ง 500 click ซื้อ 10 คน ทุน $100 ไม่ต้องแย่ง url กับใคร
เผลอ ๆ ค่าคลิ๊กถูกกว่าด้วยซ้ำถ้าปรับ LP ดี ๆ ให้ถูกใจ google
จริงมะ...
[direct=https://www.bestmediaonline.com]รับเขียนคอนเทนต์[/direct]

IzeSem

ผมคิดประเด็นเศรษฐกิจ  ;)

RichySoon

หายไปนานเลยนะครับ สบายดีหรือปล่าวครับ เพื่อนๆทุกๆคนเป็นห่วงมากนะครับ :-[

เป็นอีกมุมมองนึงที่ฟังแล้วมีเหตุผลมากๆ บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างก็ให้ความสำคัญในชื่อเสียง
ซึ่งผลเสียต่างๆ ไม่น้อยมาจากทั้ง SEO และ PPC แต่ในความคิดของผม ผมคิดว่า
ทาง PPC น่าจะส่งผลกระทบน้อยกว่าด้าน SEO นะครับ ซึ่งจาก PPC ก็น่าจะอย่างที่
คุณ Asiram  กล่าวมา คือการเขียน add ไม่ค่อยจะเป็นจริงเท่าไร เช่น
Free shipping แต่ไม่ Free ก็มีเยอะแยะไป ราคาสินค้าบางคนก็ไม่รู้จริงๆ ว่าราคาลด
แต่จะกล่าวโทษไม่ได้ก็คือเป็น url Amazon โดยตรง จึงทำให้เสียชื่อเสียง
ส่วนทางด้าน Seo นี้อย่าให้กล่าวเลยครับ มั่วตั้วไปหมด ทุกวิธีที่จะขายได้
Amazon ก็คงจะเสียชื่อเสียงเหมือนกัน เพราะสินค้ามาจาก Band Amazon
บางทีไปเจอ web อะไรก็ไม่รู้มั่วๆไปหมด แต่เป็นสินค้า Amazon แล้วจะไม่
ให้เสียชื่อเสียงได้ยังไง เป็นผม ผมก็คิดหนักเหมือนกัน ก็ต้องหาทางออกที่ดีที่สุด
ทาง Amazon ก็จัดได้ว่าฉลาดเป็นกรดไม่น้อยไปกว่า google เลย
เมื่อเค้าสรุปทางออกมาเราชาว affiliate ก็ต้องเครพการตัดสินใจของเค้า

จะว่า Amazon ใช้ affiliate หา Keyword ทำเงินที่ Amazon ยังไม่เจอ
แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือ Keyword ก็ต้องมี Keyword ที่ดีกว่า
10 คนคิด ดีกว่า 1 คนคิด มีหรือ Amazon จะไม่สนใจเรื่องนี้
ทำไปเรื่อยๆ ถ้าไม่มีผลเสียอะไรเกิดขึ้น หรืออะไรที่ไม่คุ้ม หรือเจอ
ทางออกที่น่าจะทำกำไรมากกว่า อย่าง Amazon ก็ไม่น่าจะปรับ
เปลี่ยนวิธีให้ Affiliate ถอนตัวด้าน PPC หรอก เพราะหลักใหญ่ๆ ก็มีอยู่ 2 ทาง
คือ SEO กับ PPC ด้าน SEO Amazon เป็นเจ้าพ่อไปแล้ว ทีนี้ก็เหลือด้าน PPC
ซึ่งกำลังจะตามมา คงจะมีกลยุทธดีๆ ออกมาเผด็จศึกได้ อย่างแน่นอน เดียวก็รู้
:)

 *Link Removed*
Buy Nowwww!! ซื้อของฉ๊านนนเดียวนี้!

spiceday

เห็นด้วยกับคุณ ASIRAM ครับ :)

เกรียนพันธ์แท้

อ้างถึงจาก: Dr.K ใน 08 เมษายน 2009, 18:54:52
ผมไม่คิดว่าเขาเป็นพ่อพระแบบนั้น
ยิ่งมาดูว่าเหตุผลที่เขาทำ เขาเขียนไว้เองว่าเพราะเหตุผลทางธุรกิจ
ผมว่าเขาทำ ppc เองได้แล้ว มุมมองทางธุรกิจของเขาเปลี่ยนกลับมาเป็นของเก่า
คือพึ่งตนเองมากขึ้นและลดต้นทุนมากขึ้น แค่นั้นครับ รายได้เขาอาจลดลงหน่อย
หรืออาจสูงขึ้น เพราะเขาเองก็ครองหลายๆคีย์เวอร์ดทำเงิน
แต่รายจ่ายลดลงนี่เห็นๆเลย


KW ทำเงินอาจจะเป็นพวก mass keyword แต่ถ้า Niche Keyword ละ เขาอาจจะขาดทุนก็ได้  ผมว่าเรื่องครอบครอง KW ทำเงินนี้ไม่ค่อยจะใช่ประเด็นเท่าไร

ประเด็นหลักอาจจะมาเศรษฐกิจโลกก็ได้  ที่ Amazon ขายของได้น้อยลง อาจจะได้ยินข้าว Amazon ปลดพนักงานก็เป็นได้  ;D ;D
ห้ามใส่ลายเซนต์เกี่ยวกับการเมือง

hideto

กลัวมันจะยกเลิกทั้งหมดจริงๆ เพราะมี astore มากกว่า 500 ร้านครับ เดือนร้อนแน่ๆ  ;D

Dr.K

ไปเห็นไอนี่มา http://www.ppcprivateclub.com/amazonkeyword/images/amazon-daily-ad-budget-may08-to-feb09.jpg
เขาบอกว่า งบใช้โฆษณาของ amazon เพิ่มเรื่อยๆ ตอนนี้ฟาดไป 200000$ กว่าต่อวัน
เขาน่าจะวิจัยมาแล้วว่าคุ้มกว่าจ้างยี่ปั๊วแบบพวกเราก็ได้ (ความเห็นส่วนตัว)  :P
[direct=https://www.thaihealth.net/blog/seo_doctor/]seo blog[/direct]|[direct=https://netplushost.com]netplushost[/direct]
[direct=https://pattayawebmarketing.com/pattaya-seo]pattaya seo[/direct]
[direct=https://dochost.net]seo hosting[/direct]

Dr.K

"โดยเฉพาะ เมื่อ amazon+ppc บูมในเมืองไทย
มันเลยทำให้ยอดขายของ amazon โตขึ้น และเค้าก็สามารถทราบได้ว่าโตจาก ppc
แต่เค้าไม่ได้รับเฉพาะยอดขายที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียว
เค้าต้องรับความเสื่อมเสียของชื่อเสียง อเมซอน ไปด้วย
ซึ่งสำหรับคนที่มีแนวคิด อนุรักษ์นิยม จะถือเรื่องนี้มากๆ
ไม่ว่าจะเรื่อง

-การใช้ misspell url
-การใช้ text ที่ไม่เป็นจริง
-การใส่ราคาแบบหลอกลวง
-อื่นๆ
"


ตรงนี้น่าจะเป็นพวก ppc arbitrage (หรือที่เราเคยคุ้นกับคำว่า AAA คือ adwords adsense arbitrage ที่โดน GG แบนไปแล้ว)
ถ้าในแนวนี้ของคุณ  Asiram ผมว่ามีส่วนเหมือนกันนะครับ เพราะพวกนี้เป็นตัวสร้างชื่อเสียให้องค์กร เหมือนที่ GG เคยต้องตัดทิ้งไป เล่นดำหลายอย่าง longtail misspell + ดำๆ เล่นจนเสียหาย
แต่อย่างไรก็แล้วแต่ niche keyword + LP คือ option อันเดียวในสนามตอนนี้ นอกเหนือจากเลิก amazon ไปเลย  :-X (จริงๆนะ SEO ก็ตกในฐานะลำบากเช่นเดียวกัน เมื่อคนหันมาเล่นอีกมากมาย )
[direct=https://www.thaihealth.net/blog/seo_doctor/]seo blog[/direct]|[direct=https://netplushost.com]netplushost[/direct]
[direct=https://pattayawebmarketing.com/pattaya-seo]pattaya seo[/direct]
[direct=https://dochost.net]seo hosting[/direct]

ColdMoney

อ้างถึงจาก: Dr.K ใน 08 เมษายน 2009, 18:54:52
ผมไม่คิดว่าเขาเป็นพ่อพระแบบนั้น
ยิ่งมาดูว่าเหตุผลที่เขาทำ เขาเขียนไว้เองว่าเพราะเหตุผลทางธุรกิจ
ผมว่าเขาทำ ppc เองได้แล้ว มุมมองทางธุรกิจของเขาเปลี่ยนกลับมาเป็นของเก่า
คือพึ่งตนเองมากขึ้นและลดต้นทุนมากขึ้น แค่นั้นครับ รายได้เขาอาจลดลงหน่อย
หรืออาจสูงขึ้น เพราะเขาเองก็ครองหลายๆคีย์เวอร์ดทำเงิน
แต่รายจ่ายลดลงนี่เห็นๆเลย

ผมเห็นด้วยกับพี่หมอนะครับ ผมก็ว่า amazon ทำธุรกิจนะครับ แนวคิดทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ของบริษัท เศรฐกิจแย่ ต้องดิ้นหาทางรอด บริษัทอื่นๆต้องลดจำนวนพนักงาน แต่ amazon เลือกที่จะทำกำไรเพิ่มจากสิ่งที่มีอยู่ โดยไม่ต้องลดอะไรเลย ทำได้ง่ายๆโดยการตัด aff ออกไป แล้วทำเอง เค้าไม่มีอะไรจะเสียนะ เพราะโดยปรกติก็ทำเองอยู่แล้ว ดันให้คนทำ aff ไปใช้โดเมนของตัวเอง ก็มียอดขายเข้ามาเหมือนเดิม แถมยังจ่ายถูกลงอีกเพราะไม่ต้องไปบิดแข่งที่โดเมนเดียวกัน งานนี้ amazon มีแต่ได้กับได้นะครับ ระยะยาวไม่รู้ครับว่าดีจริงไหม ต้องรอดู แต่ถ้าสั้นๆ ดีแน่เพราะถ้ามองดีๆในมุมผู้ถือหุ้นจะเห็นว่า มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีแล้ว ไม่ต้องปลดคนงาน และดูเหมือนจะมีกำไรมากขึ้น หุ้นก็จะไม่ตกมาก เผลอๆจะขึ้นด้วยซ้ำ และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ


:)





[direct=https://www.jumnong.com]รับจำนอง[/direct] [direct=https://burapasup.com]รับซื้อบ้าน[/direct] [direct=https://kadsan.com]สินค้าราคาถูก[/direct] [direct=https://checkcheap.com]เปรียบเทียบราคา[/direct]

ชาละวันหรรษา

ผมคิดว่า amazon เค้าคงอยากให้พวก aff ใช้เครื่องมือที่เค้าสร้างให้มากกว่าครับ เช่น aStore , widget , products link  น่ะครับ เพราะเค้าก็พยายามปรับปรุงเครื่องมือต่างๆ ของเค้า เพื่อให้ชาว aff ขายง่ายที่สุดอยู่แล้ว จึงไม่อยากให้ต้องไปเสียเงินกับการทำ ppc มั้งครับ

ปล. อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะครับ  เพราะผมไม่ได้ทำ ppc ครับ

TAXZe

เขาลดต้นทุนเปล่าครับ

:P

kanokk

หุ้นขึ้น อาจจะสวนกระแสเลยมั้ง
ดูุตามรูปอ่ะนะ
[direct=http://www.photonvps.com/billing/aff.php?aff=540]PhotonVPS.com : VPS แรงๆ SSD Cluod ราคา $5.95[/direct]
[direct=http://myvirpus.com/aff.php?aff=243]Virpus.com VPS ดีๆ ราคาถูก XEN VPS ลด 10% โค้ด 20OFF012014 และ SSD Cloud VPS [/direct]
[direct=http://secure.hostgator.com/~affiliat/cgi-bin/affiliates/clickthru.cgi?id=kanokk5]HostGator ใช้คูปอง bigsavergator เหลือ 0.01$[/direct]

zo501

ดูๆแล้ว น่าจะเป็นที่ว่ากลัวเสียชื่อเสียง ดูจากกฏข้อบังคับที่ออกมาใหม่

ymmag

คำเตือน - มีกระทู้ตอบใหม่ ขณะที่คุณกำลังอ่านหัวข้อนี้ อยากให้คุณแสดงตัวอย่างก่อนตั้งกระทู้

ทุกอย่างต้องมีที่มาและที่ไป อยู่ที่ว่าจะมาและจะไปทางไหนแค่นั้นเอง  :D
[direct=http://www.pattayathailand.us/]Pattaya Hotels[/direct] [direct=http://www.phuketthailand.us/]Phuket Hotels[/direct] [direct=http://www.5thailandhotels.com/]5 Star Thailand Hotels & Resorts[/direct] [direct=http://www.cheaphotelinthailand.com/]Cheap Resorts & Hotels in Thailand[/direct] [direct=http://www.thailand-accommodations.com/]Thailand Hotels & Resorts Accommodation[/direct]

zern

ผมเห็นด้วยกับคุณหมอว่า เรื่องผลกำไรเป็นเรื่องหลักครับ
ส่วนเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงตามที่คุณ asiram ว่า ผมคิดว่าเป็นสาเหตุรองมากกว่าครับ

ยังไงธุรกิจ มันก็ต้องเอาผลประโยชน์เป็นที่ตั้งอยู่แล้ว ถ้าทำแล้วไม่ได้ผลประโยชน์ก็ไม่เรียกว่าธุรกิจหรอกครับ  :)

โอ๊ะ เกือบลืมทักทายคุณ asiram หายหน้าไปนานเลยนะครับ  :)
สูงสุด ที่สุดก็คืนสู่สามัญ

takechiro_10

อ่านแล้วทำให้เข้าใจ Amazon มากขึ้น ทั้งคุณ ASIRAM และคนอื่นๆพูด มีเหตุผลหมด แล้วไม่มีใครพูดถึงพี่ GG บ้างเลยเหรอครับ โดนลดรายได้แบบนี้จะเป็นยังไง

From Zero To Hero

สำหรับผม มองว่า
การที่ Amazon วางตัวเองเป็นผู้ขายสินค้าออนไลน์  การเติบโตทางธุรกิจจึงเริ่มจากแนวคิดพื้นฐาน คือ ต้นทุนต่ำ กำไรสูง
ดังนั้น เมื่อต้นทุนการจัดหาสินค้าของ Amazon ที่ได้เปรียบผู้ขายรายอื่นอยู่ตรงที่การไม่มีหน้าร้าน อเมซอนจึงต้องเน้นการทำการตลาดบนโลกออนไลน์เพื่อชดเชยกับการไม่มีหน้าร้าน
ซึ่งหมายความว่า Amazon จะมีงบก้อนหนึ่งที่ตัดจากค่าเช่าหน้าร้าน มาเพื่อทำแต้มต่อทางด้านการทำตลาดบนอินเตอร์เน็ต

แต่เนื่องจาก การตลาดบนอินเตอร์เน็ต มีวิธีการที่หลากหลาย มีเงื่อนไขใหม่ ๆ เข้ามามากมาย
การที่ Amazon จัดทำระบบ Affiliate ขึ้นมา เป้าหมายหลักก็คือ เพื่อให้มีแขนขาหรือเรียก ๆ ว่า เซลล์แมนหรือช่องทางสำหรับนำคนเข้า Amazon มากขึ้น
ในขณะ้เดียวกัน หาก Amazon ทำการเก็บสถิติดูวิธีการเข้าถึงเว็บตัวเอง Amazon ก็จะเห็นภาพรวมว่า วิธีการบางอย่าง มี traffic เข้ามามากมาย และวิธีการบางอย่าง Amazon เองก็คาดไม่ถึง
นั่นคือ ชาว Affiliate เป็นคนบุกเบิก คิดค้นช่องทางต่าง ๆ ให้ Amazon รับรู้

ดังนั้น ในวันนี้ อาจจะด้วยภาวะเศรษฐกิจ หรือว่า Amazon อ่านขาดว่า อีกไม่นาน ถ้า  Amazon ยังต้องยืมจมูก google หายใจ วันหนึ่ง Amazon ก็ต้องหายไป
ลองคิดเล่น ๆ ว่า ยิ่งนานวัน Amazon ก็จะกลายเป็นแค่ Subset ของ google แค่นั้นเอง แล้วถ้า google products โตขึ้นเรื่อย ๆ ไม่แน่ อาจจะซื้อ Amazon เข้าไปรวมแบบเบ็ดเสร็จเลยก็ได้

ดังนั้น การที่ Amazon จะตัดงบการ BID คีร์เวิร์ด โดยยกเลิก ppc ก็เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลอยู่ (ตอนนี้เริ่มที่ อเมริกาเหนือ ) ซึ่งผมมองว่า จริง ๆ แล้ว คนในอเมริกา หรือ แคนาดา น่าจะคุ้นเคยกับ Brand Amazon อยู่แล้ว ผลกระทบอาจจะไม่มาก เหมือนเป็นการโยนหินถามทางดู แต่คิดว่า จริง ๆ สถานะบางอย่างของ Amazon น่าจะมีปัญหา ( อันนี้ต้องรอดูกันต่อไป ) รวมถึง เสิร์ช A9 ของ Amazon เอง ที่มีแนวโน้มว่าจะแป๊กไปทุกวัน ๆ

สรุปภาพรวมก็คือ ในเมื่อ Amazon จ้างเซลล์แบบเรา ๆ ท่าน ๆ มาตั้งนาน ณ วันนี้ Amazon ก็ต้องตัดเซลล์บางส่วนออกไป เพราะเห็นว่าทำเองก็ได้ เพราะเซลล์แบบเรา ๆ ท่าน  ๆ ทำวิธีการไว้ให้ Amazon เลือกใช้ได้เองแล้ว

หากถามว่า แล้วจะมีผลต่อยอดขายของ Amazon ไหม สำหรับคำถามนี้ ก็ต้องถามกลับด้วยว่า ถ้า Amazon ไม่ต้องแข่ง Bid คีร์เวอร์ด จะประหยัดกว่าไหม ไม่ได้ก็ไม่เสีย

โดยส่วนตัว ขอเรารอดูสถานการณ์ราคาหุ้นของ Amazon อีกสักระยะ ซึ่งอาจเป็นตัวบ่งชี้ว่า Amazon ตัดสินใจถูกหรือผิด  ธรรมชาติของธุรกิจมันอยู่ที่การเสี่ยง ว่าเราจะเพิ่มอีกนิดหรือลดอีกหน่อยแล้วทำให้ธุรกิจเราอยู่รอด

** หากผมเขียนวกวนไปมา ต้องขอโทษด้วยครับ ***
ฮีโร่ไทยแลนด์

[direct=http://www.herothailand.com]หนังสือต่างประเทศ[/direct]
[direct=http://www.chiangmaidecoupage.com]เดคูพาจเชียงใหม่[/direct]

Rapture

ผมว่า อเมซอนคิดจะทำแบบนี้นานแล้วครับ อาจจะตั้งแต่เปิดให้ทำ aff ด้วยซ้ำ
ที่ยังไม่ทำตอนแรกก็เพราะต้องการเก็บข้อมูล keyword รวมถึงพฤติกรรมผู้ใช้ด้วย ให้ได้มากที่สุด
และต้องการให้ aff ช่วยโปรโมทอเมซอนให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางก่อน
คาดว่าจริงๆแล้วตอนนี้อเมซอนคงยังไม่อยากทำแบบนี้ซักเท่าไหร่ แต่ต้องทำแน่ๆในอนาคต
เพราะต้องการจะเก็บข้อมูลให้มากกว่านี้
แต่ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มยอดกำไรในการขายสินค้า
ประกอบกับข้อมูลที่มีอยู่เพียงพอจะทำ PPC เองแล้ว
อเมซอนคำนวณแล้วว่าแม้ยอดขายจะตกลงไป แต่สัดส่วนกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแน่ๆ
กำไรจะเพิ่มขึ้นเพราะไม่ต้องจ่ายส่วนแบ่งกับพวก aff
ดังนั้นอเมซอนจึงเลือกทำแบบนี้ช่วงนี้
ส่วนเหตุผลที่คุณ asiram ยกมาเป็นเพียงเหตุผลรองเท่านั้น