Divergence คืออะไร? ทำไมเมื่อราคาทำ New High แต่ MACD ไม่ทำตาม ถึงเป็นสัญญาณ

เริ่มโดย Gotradehere, 23 กุมภาพันธ์ 2026, 14:53:17

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

Gotradehere

Divergence คืออะไร? ทำไมเมื่อราคาทำ New High แต่ MACD ไม่ทำตาม ถึงเป็นสัญญาณเตือนว่าเทรนด์กำลังจะจบ?

"สัญญาณขัดแย้ง" หรือ Divergence คือหนึ่งในเทคนิคขั้นสูงของ MACD ที่ใช้เตือนภัยก่อนพายุจะมา หลายครั้งที่ราคาดูเหมือนจะพุ่งทะยานต่อไป แต่ MACD กลับส่งสัญญาณเตือนว่า "แรงซื้อกำลังหมด" การเข้าใจความหมายของ Divergence จะช่วยให้คุณไม่เผลอไปติดดอยที่ยอด และเตรียมรับมือกับการกลับตัวของราคาได้อย่างทันท่วงทีครับ

Divergence คือสภาวะที่ทิศทางของราคาสินทรัพย์และอินดิเคเตอร์เคลื่อนที่ขัดแย้งกัน โดยแบ่งเป็นสองประเภทหลักคือ Bullish และ Bearish Divergence ในกรณีของ Bearish Divergence จะเกิดขึ้นเมื่อราคาทำจุดสูงสุดใหม่ (New High) ที่สูงขึ้นกว่าเดิม แต่ยอดของ MACD หรือ Histogram กลับทำจุดสูงสุดที่ต่ำลง (Lower High)

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าแม้ราคาจะขึ้นไปได้ แต่โมเมนตัมหรือความเร่งของแรงซื้อเริ่มถดถอยลงแล้ว เปรียบเสมือนรถที่กำลังพุ่งขึ้นเนินแต่เหยียบคันเร่งน้อยลง ในที่สุดก็จะเสียแรงส่งและไหลกลับลงมา ในทางกลับกัน Bullish Divergence จะเกิดขึ้นเมื่อราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ (New Low) แต่ยอดของ MACD กลับยกตัวสูงขึ้น (Higher Low) บ่งบอกว่าแรงขายเริ่มอ่อนกำลังและมีโอกาสกลับตัวขึ้น

การเกิด Divergence ไม่ได้หมายความว่าราคาจะกลับตัวทันที 100% แต่มันคือการ "เตือน" ให้เราระมัดระวัง เทรดเดอร์ควรใช้สัญญาณนี้ร่วมกับการดูแนวรับแนวต้านหรือรูปแบบแท่งเทียนเพื่อยืนยันจุดกลับตัว ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการรีบเข้าสวนเทรนด์ทันทีที่เห็น Divergence โดยไม่มีการคอนเฟิร์ม
สัญญาณจะยิ่งมีความแม่นยำสูงหากเกิดใน Time Frame ขนาดใหญ่ เช่น 4 ชั่วโมง หรือ 1 วัน เมื่อคุณเชี่ยวชาญการอ่าน Divergence คุณจะสามารถมองเห็น "จุดจบ" ของเทรนด์ล่วงหน้า และช่วยให้คุณปิดสถานะเพื่อล็อคกำไร หรือหาโอกาสเข้าเทรดในต้นสายเทรนด์ใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม
สรุปเกี่ยวกับอินดิเคเตอร์ MACD

MACD คือ อินดิเคเตอร์ประเภท Momentum ที่ใช้วิเคราะห์ทิศทางแนวโน้มและแรงของการเคลื่อนไหวของราคา โดยอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (EMA) เพื่อช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวิเคราะห์แนวโน้มและหาจังหวะในการเข้าออกออเดอร์ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่ง MACD ถือเป็นหนึ่งในอินดิเคเตอร์พื้นฐานที่เทรดเดอร์ควรทำความเข้าใจและใช้งานให้เป็น โดยมีเทคนิคการใช้งานที่สำคัญ ดังนี้

การใช้ MACD และ Signal Line เพื่อหาจังหวะเข้าออกออเดอร์
การใช้ MACD เพื่อยืนยันแนวโน้มขาขึ้นและขาลง
การใช้ MACD Divergence เพื่อสังเกตสัญญาณการกลับตัวของราคา
การใช้ Histogram เพื่อประเมินความแข็งแกร่งหรือความอ่อนแรงของแนวโน้ม

อย่างไรก็ตาม อินดิเคเตอร์ MACD ไม่ได้ให้สัญญาณการเข้าเทรดที่แม่นยำ 100% โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวแบบ Sideways ดังนั้น เทรดเดอร์ควรใช้งาน MACD ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์หรือเทคนิคอื่น ๆ เช่น แนวรับแนวต้านหรือ RSI เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจเข้าออเดอร์ครับ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.gotradehere.com/what-is-macd-indicator-and-how-to-take-profit/

*หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนเพื่อลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน